การงานบรรณกิจของห้องสมุดกิตติคุณแห่งประเทศไทย
หากท่านต้องการมีส่วนในการงานบรรณกิจของห้องสมุดกิตติคุณแห่งประเทศไทย
ท่านสามารถมอบถวายทรัพย์โดยโอนเงินเข้าบัญชีของห้องสมุด:
ธนาคารกสิกรไทย สาขาพาราไดซ์ พาร์ค
ชื่อบัญชี: นายปิยะ ตั้งเสรีมั่นคง และ
นางสุมิตรา อดุลประวิตรชัย และ
นางสาวทานาธิบดี ชูมณี
เลขที่บัญชี: 218-3-99941-1

รบกวนส่งสลิปการโอนมาที่ Line ID: @gospelbookroom
1 2 3 4 5 6 7 8 9 10 11 12 13 14 15 16

1 โกรินโธ บทที่ 13

5. หนทางที่ดีเลิศในการใช้ของประทาน
13:1-13
(1) ความจำเป็นที่จะต้องมีความรัก
ข้อ 1-3
1กธ. 13:1 หากข้าพเจ้าพูดกภาษาต่างๆ เป็นภาษามนุษย์และเป็นภาษาทูตสวรรค์ได้แต่ไม่มีขความรัก ข้าพเจ้าเป็นเหมือนฆ้องหรือฉาบที่1กำลังส่งเสียง.
1กธ. 13:2 หากข้าพเจ้ามี[ของประทานใน]กการเผยพระวจนะ และเข้าใจในขข้อลับลึกทั้งปวงและมีคความรู้ทั้งสิ้น และหากข้าพเจ้ามีง ความเชื่อครบสมบูรณ์จนสามารถจเคลื่อนย้ายภูเขาไปได้ แต่ไม่มีความรัก ข้าพเจ้าก็ไม่นับเป็นอะไรเลย.
1กธ. 13:3 หากข้าพเจ้ากขายทรัพย์สินทั้งสิ้นของข้าพเจ้าเพื่อ[ซื้ออาหาร]เลี้ยง[ผู้อื่น] และยังยอม1สละขร่างกายของข้าพเจ้า2เพื่อข้าพเจ้าจะมีที่อวดได้ แต่ไม่มีความรักก็หาเป็นประโยชน์ต่อข้าพเจ้าไม่.
(2) คำนิยามแห่งความรัก
ข้อ 4-7
1กธ. 13:4 1กความรักนั้นก็ขอดทนนานและ[เปี่ยมด้วย]ความเอ็นดู. ความรักไม่คอิจฉา, ไม่ง อวดตัว, ไม่จจองหอง,
1กธ. 13:5 ไม่กระทำในสิ่งที่ไม่เหมาะสม, ไม่กแสวงหา[ผลประโยชน์]ของตน, ไม่ฉุนเฉียว, ไม่คำนวณนับความผิด,
1กธ. 13:6 กไม่ยินดีกับ1การอธรรม แต่ร่วมขยินดีกับ1คหลักความจริง,
1กธ. 13:7 ความรักย่อม1กปกคลุมทุกสิ่ง, เชื่อในทุกสิ่ง, มีความหวังในทุกสิ่ง, และเพียรทนเอาทุกสิ่ง.
(3) ความเหนือล้ำแห่งความรัก
ข้อ 8-13
1กธ. 13:8 กความรัก1ไม่มีวันเสื่อมคลาย แม้ขการเผยพระวจนะจะไร้ประโยชน์ไป, คการพูดภาษาต่างๆ จะสิ้นสุดลง หรือง ความรู้จะไร้ประโยชน์ไป.
1กธ. 13:9 เพราะที่เรากรู้นั้นก็เป็นเพียงบางส่วน และที่เราเผยพระวจนะไปนั้นก็เป็นเพียงบางส่วน
1กธ. 13:10 แต่1เมื่อสิ่งที่2สมบูรณ์นั้นมาถึง 3สิ่งที่เป็นเพียงบางส่วนนี้ก็จะไร้ประโยชน์ไป.
1กธ. 13:11 1เมื่อข้าพเจ้ายังเป็น2กเด็ก ข้าพเจ้าก็พูดอย่างเด็ก, คิดอย่างขเด็ก, และ3ใคร่ครวญหาเหตุผลอย่างเด็ก 4แต่เมื่อข้าพเจ้าเป็นผู้ใหญ่แล้ว ข้าพเจ้าก็เลิกเรื่องราวของเด็กเสีย.
1กธ. 13:12 เพราะว่า1ในเวลานี้ที่เราทั้งหลายเห็น2ในกกระจกเงานั้นก็ยัง3มัวๆ อยู่ แต่ใน4เวลานั้นจะได้[เห็นกัน]ขหน้าต่อหน้า. 1ในเวลานี้สิ่งที่ข้าพเจ้าครู้นั้นก็เป็นเพียงบางส่วนแต่4ในเวลานั้น ข้าพเจ้าจะง รู้อย่างครบถ้วน เหมือนกับที่[พระองค์]ทรงรู้จักข้าพเจ้าอย่างครบถ้วน.
1กธ. 13:13 บัดนี้มีสามสิ่งที่ตั้งดำรงอยู่คือ 1กความเชื่อ, ขความหวังใจ, และคความรัก แต่ง ความรักนั้นเป็นใหญ่ที่สุด.

คำอธิบาย 1 โกรินโธ บทที่ 13

1กธ. 13:1 ก 1กธ.12:10
1กธ. 13:1 ข ยฮ.13:34; 15:12; 1ยฮ.4:7, 11, 16, 20-21
1กธ. 13:1 1 ฆ้องหรือฉาบนั้นส่งเสียงที่ไม่มีชีวิต. นี่เป็นการบรรยายภาพที่จริงแท้เกี่ยวกับการพูดภาษาต่างๆ.
1กธ. 13:2 ก 1กธ.12:10; มธ.7:22
1กธ. 13:2 ข 1กธ.2:7; 14:2
1กธ. 13:2 ค 1กธ.12:8
1กธ. 13:2 ง 1กธ.12:9
1กธ. 13:2 จ มธ.17:20; มก.11:23
1กธ. 13:3 1 สละร่างกาย แปลตามตรงคือ มอบร่างกาย เหมือนกับการยอมพลีชีพ.
1กธ. 13:3 ข ดนอ.3:28
1กธ. 13:3 2 สำเนาต้นฉบับบางเล่มเป็น เพื่อให้ข้าพเจ้าถูกเผาไฟเสีย.
1กธ. 13:3 ก 2กธ.9:9
1กธ. 13:4 ก สภษ.10:12; 17:9; รม.13:8-10; 1ปต.4:8
1กธ. 13:4 1ก ชีวิตนั้นเป็นองค์ประกอบของพระเจ้า ส่วนความรักนั้นเป็นการสำแดงของพระเจ้าผู้เป็นชีวิต. ดังนั้นพระเจ้าทรงเป็นความรัก (1ยฮ.4:16). พระเจ้าผู้เป็นชีวิตนี้ถูกสำแดงอยู่ในความรัก. คุณธรรมแห่งความรักทั้งสิบห้าประการที่ได้เรียบเรียงไว้ในข้อ 4-7 นั้นก็คือคุณธรรมอันศักดิ์สิทธิ์แห่งชีวิตของพระเจ้า. ชีวิตนี้แตกต่างไปจากของประทานทางภายนอกที่ได้เรียบเรียงไว้ในบทที่ 12. ชาวโกรินโธนั้นแสวงหาของประทานทางภายนอกแต่ได้ละเลยไปซึ่งความรัก อันเป็นการสำแดงแห่งชีวิตของพระเจ้า. ด้วยเหตุนี้พวกเขาจึงยังอยู่ฝ่ายเนื้อหนัง, อยู่ฝ่ายเลือดเนื้อ, และอยู่ฝ่ายจิต (3:1, 3; 2:14). พวกเขาจำต้องเติบโตขึ้นในชีวิต (ซึ่งจะสำแดงออกในความรักแห่งการคำนึงถึงพระกายแห่งพระคริสต์) แสวงหาความรัก ไม่ใช่แสวงหาของประทานทางภายนอก เพื่อพวกเขาจะได้อยู่ฝ่ายวิญญาณ (2:15).
1กธ. 13:4 ข 2กธ.6:6; ฆต.5:22; กซ.3:12; อฟ.4:2; 1ธซ.5:14
1กธ. 13:4 ค 1กธ.3:3
1กธ. 13:4 ง 1กธ.5:6
1กธ. 13:4 จ 1กธ.4:6; 8:1
1กธ. 13:5 ก 1กธ.10:24, 32
1กธ. 13:6 ก สภษ.24:17; 2ธซ.2:12; เทียบ รม.1:23
1กธ. 13:6 ข 2ยฮ.4; 3ยฮ.3-4
1กธ. 13:6 ค 1ตธ.2:4
1กธ. 13:6 1ค การสรุปรวมของการอธรรมก็คือซาตาน ส่วนการสรุปรวมของหลักความจริงก็คือพระเจ้า. ความรักอันเป็นการสำแดงของชีวิตอันศักดิ์สิทธิ์ย่อมไม่ยินดีต่อการอธรรมของซาตาน แต่จะยินดีกับหลักความจริง.
1กธ. 13:7 ก เทียบ ยก.5:20; 1ปต.4:8
1กธ. 13:7 1ก ศัพท์ในภาษากรีกเป็นคำเดียวกันกับคำว่า "ทนรับ" ใน 9:12 (ดูคำอธิบายในข้อนั้น). ศัพท์คำนี้ไม่เพียงหมายถึง (1) บรรจุไว้, เก็บกักไว้ (เหมือนเป็นภาชนะ) และ (2) ปกคลุม (เหมือนหลังคา) ความผิดของผู้อื่น เท่านั้น แต่ยังหมายความว่า (3) ปกป้องโดยการปกปิดไว้ (เหมือนหลังคา).
1กธ. 13:8 ก ยฮ.15:9
1กธ. 13:8 1 คือ ดำรงคงอยู่ได้เนิ่นนานกว่าทุกสิ่ง รักษาฐานะไว้ได้. ความรักนั้นดำรงคงอยู่ได้เนิ่นนานกว่าทุกสิ่งและรักษาฐานะไว้ได้นิรันดร์. ความรักนั้นไม่เสื่อมคลาย, ไม่ลดน้อยถอยลงหรือสิ้นสุดลง. ความรักก็เหมือนกับชีวิตที่นิรันดร์ของพระเจ้า. ของประทานทุกอย่างไม่ว่าจะเป็นการเผยพระวจนะ หรือการพูดภาษาต่างๆ หรือความรู้ ล้วนเป็นเพียงสื่อกลางในการดำเนินการของพระเจ้ามิใช่ชีวิตซึ่งสำแดงพระเจ้า. ดังนั้นสิ่งเหล่านี้จะสิ้นสุดลงและจะไร้ประโยชน์ไป. สิ่งเหล่านี้ล้วนขึ้นอยู่กับยุคสมัย. มีเพียงชีวิตที่ความรักได้สำแดงออกมาเท่านั้นจึงเป็นสิ่งที่นิรันดร์. ตามเนื้อหาในข้อถัดๆ ไปแล้ว ของประทานนั้นมีไว้สำหรับเด็กที่ยังไม่เติบโตเป็นผู้ใหญ่เต็มที่ในยุคนี้เท่านั้น. ในยุคหน้าสิ่งเหล่านี้ก็จะไร้ประโยชน์ไป. มีเพียงแต่ความรักเท่านั้นที่เป็นลักษณะของผู้สุกงอมและจะดำรงอยู่จนถึงนิรันดร์. ดังนั้นเมื่อเราดำเนินชีวิตและเคลื่อนไหวโดยความรัก เราก็จะได้ลิ้มรสล่วงหน้าถึงยุคหน้าและนิรันดร์.
1กธ. 13:8 ข 1กธ.14:1, 39
1กธ. 13:8 ค 1กธ.12:10
1กธ. 13:8 ง 1กธ.12:8
1กธ. 13:9 ก 1กธ.13:12; 8:2
1กธ. 13:10 1 ในยุคหน้า คือยุคอาณาจักร.
1กธ. 13:10 2 หรือ เป็นผู้ใหญ่เต็มที่ ซึ่งตรงข้ามกับการเป็นเด็กในข้อถัดไป.
1กธ. 13:10 3 คือ การเผยพระวจนะ, ความรู้, ฯลฯ ที่ได้กล่าวไว้ในข้อ 8.
1กธ. 13:11 1 ในยุคนี้ผู้เชื่อทั้งหลายยังเป็นเด็กอยู่ จึงมีบรรดาของประทานอย่างเด็ก.
1กธ. 13:11 ก 1กธ.3:1
1กธ. 13:11 2ก คือ ยังไม่เป็นผู้ใหญ่เต็มที่.
1กธ. 13:11 ข 1กธ.14:20; อฟ.4:14
1กธ. 13:11 3 แปลตามตรงคือ ถือว่า.
1กธ. 13:11 4 ในยุคหน้าผู้เชื่อที่สุกงอมแล้วจะเป็นผู้ใหญ่และบรรดาของประทานอย่างเด็ก (โดยเฉพาะของประทานที่เล็กน้อยที่สุด ซึ่งก็คือการพูดภาษาต่างๆ และการแปลภาษาต่างๆ) ก็จะไร้ประโยชน์ไป. อย่างไรก็ดี เราสามารถลิ้มรสยุคหน้าเป็นการล่วงหน้าได้โดยการดำเนินชีวิตแห่งความรักในยุคนี้. ความรักทำให้เราสุกงอมในชีวิต ส่วนของประทานนั้นทำให้เรายังคงเป็นเด็กต่อไป.
1กธ. 13:12 1 ชี้ถึงในยุคนี้.
1กธ. 13:12 2 มีบางคนกล่าวว่า นี่ก็คือการมองผ่านหน้าต่าง "นั่นก็คือผ่านสื่อกลางบางอย่างซึ่งได้บดบังการมองเห็นไปบางส่วน. คำนี้มีความหมายว่า 'กระจกเงา' เช่นกัน แต่ใช้สำหรับหน้าต่างที่มิได้ทำจากแก้วใสเหมือนในทุกวันนี้ แต่ทำจากวัสดุกึ่งโปร่งใส" (พระคัมภีร์ฉบับแปลใหม่ของดาร์บี้).
1กธ. 13:12 ก เทียบ ยก.1:23
1กธ. 13:12 3 แปลตามตรงคือ เป็นปริศนา.
1กธ. 13:12 4 ชี้ถึงในยุคหน้า.
1กธ. 13:12 ข ยนซ.32:30; อซด.33:11
1กธ. 13:12 ค 1กธ.13:9
1กธ. 13:12 ง 1ยฮ.3:2
1กธ. 13:13 ก 1ธซ.1:3; กซ.1:4-5; อฟ.6:23; ฆต.5:6
1กธ. 13:13 1ก ความเชื่อมีไว้ต้อนรับสิ่งที่ศักดิ์สิทธิ์ (ยฮ.1:12) และแปรสภาพสิ่งที่เป็นของฝ่ายวิญญาณซึ่งมองไม่เห็นให้เป็นแก่นสาร (ฮร.11:1). ความหวังมีไว้เก็บเกี่ยวและรับส่วนในสิ่งที่ได้รับการแปรสภาพให้เป็นแก่นสารโดยความเชื่อ (รม.8:24-25). ความรักมีไว้รับสุขสิ่งที่ถูกความเชื่อต้อนรับและแปรสภาพให้เป็นแก่นสาร อีกทั้งโดยความเชื่อถูกความหวังรับส่วนไว้เพื่อจะบำรุงเลี้ยงตัวเราเองและก่อสร้างผู้อื่น (8:1) และสำแดงพระเจ้าจึงเป็นการทำให้กฎบัญญัติทั้งหมดถึงที่สำเร็จ (รม.13:8-10). ความรักเช่นนี้ทำให้เราเติบโตในชีวิตเพื่อให้ของประทานฝ่ายวิญญาณได้พัฒนาและเกิดการใช้งาน และความรักนี้ยังเป็นหนทางที่ล้ำเลิศที่สุดในการได้รับของประทานที่ยิ่งใหญ่กว่า. ดังนั้นความรักจึงเป็นใหญ่ที่สุดในท่ามกลางคุณธรรมที่ดำรงอยู่ถาวรสามประการนั้น. ด้วยเหตุนี้เราจึงต้องแสวงหาความรัก (14:1).
1กธ. 13:13 ข อฟ.1:18; 4:4; รม.8:24; กซ.1:27
1กธ. 13:13 ค 1กธ.13:1
1กธ. 13:13 ง มธ.22:39-40; กซ.3:14
สารบัญ