การงานบรรณกิจของห้องสมุดกิตติคุณแห่งประเทศไทย
หากท่านต้องการมีส่วนในการงานบรรณกิจของห้องสมุดกิตติคุณแห่งประเทศไทย
ท่านสามารถมอบถวายทรัพย์โดยโอนเงินเข้าบัญชีของห้องสมุด:
ธนาคารกสิกรไทย สาขาพาราไดซ์ พาร์ค
ชื่อบัญชี: นายปิยะ ตั้งเสรีมั่นคง และ
นางสุมิตรา อดุลประวิตรชัย และ
นางสาวทานาธิบดี ชูมณี
เลขที่บัญชี: 218-3-99941-1

รบกวนส่งสลิปการโอนมาที่ Line ID: @gospelbookroom
1 2 3 4 5 6 7 8 9 10 11 12 13 14 15 16

1 โกรินโธ บทที่ 12

X. การจัดการต่อของประทาน
12:1 — 14:40
1. หลักการที่ใช้ควบคุม
12:1-3
1กธ. 12:1 พี่น้องทั้งหลาย เกี่ยวกับเรื่อง1ก[ของประทาน]ฝ่ายวิญญาณนั้น ข้าพเจ้าไม่ปรารถนาให้ท่านขไม่เข้าใจ.
1กธ. 12:2 ท่านรู้แล้วว่า แต่ก่อนเมื่อท่านยังเป็นกคนต่างชาติอยู่นั้น ไม่ว่าท่านจะถูก1ชักนำไปเมื่อไรอย่างไร ท่านก็ถูกนำให้ไป[กราบไหว้]รูปเคารพซึ่งขพูดไม่ได้.
1กธ. 12:3 เหตุฉะนั้น ข้าพเจ้าจึงบอกท่านทั้งหลายให้ทราบว่า ไม่มีผู้ใดซึ่ง1กล่าวในกพระวิญญาณของพระเจ้าจะกล่าวว่า "ขอให้พระเยซู2ถูกแช่ง!" และหากไม่อยู่ในขพระวิญญาณบริสุทธิ์แล้ว ก็3ไม่มีผู้ใดอาจพูดว่า "คพระเยซู[เป็น]องค์พระผู้เป็นเจ้า!"
2. การปรากฏของพระวิญญาณนั้น
12:4-11
1กธ. 12:4 1แต่อย่างไรก็ดี2กของประทานนั้นมี3ต่างๆ กัน แต่มีพระวิญญาณของค์เดียวกัน
1กธ. 12:5 1กการปฏิบัตินั้นมีต่างๆ กัน แต่มีองค์พระผู้เป็นเจ้าของค์เดียวกัน
1กธ. 12:6 1ประสิทธิภาพนั้นมีต่างๆ กัน แต่มี2พระเจ้ากองค์เดียวกันเป็นผู้ขดำเนินการทุกสิ่งในทุกคน
1กธ. 12:7 1การปรากฏของพระวิญญาณนั้นได้ให้ไว้แก่กแต่ละคน2เพื่อให้ทุกคนได้รับขประโยชน์.
1กธ. 12:8 โดยพระวิญญาณนั้น จึงทรงประทานให้คนหนึ่งมี1ถ้อยคำแห่งกสติปัญญา, ให้อีกคนหนึ่งมี1ถ้อยคำแห่งขความรู้ตามพระวิญญาณองค์เดียวกันนั้น,
1กธ. 12:9 ให้อีกคนหนึ่งมี1กความเชื่อในพระวิญญาณองค์เดียวกัน, ให้อีกคนหนึ่งมี2ของประทานแห่งขการรักษาโรคในพระวิญญาณองค์เดียวกัน,
1กธ. 12:10 ให้อีกคนหนึ่งสามารถกระทำ1กการอิทธิฤทธิ์ต่างๆ ได้, ให้อีกคนหนึ่ง2ขเผยพระวจนะได้, ให้อีกคนหนึ่ง3คแยกแยะวิญญาณทั้งหลายได้, ให้อีกคนหนึ่งพูด4ง ภาษาต่างๆ ได้หลายภาษา, และให้อีกคนหนึ่ง5จแปลภาษาต่างๆ ได้.
1กธ. 12:11 แต่พระวิญญาณที่มีหนึ่งเดียวและองค์เดียวกันได้ทรงดำเนินการทุกสิ่งเหล่านี้ทรงกแบ่งปันให้แก่แต่ละคนตามที่พระองค์ทรงขประสงค์.
3. พระกายเดียวแต่มีหลายอวัยวะ
12:12-27
(1) การก่อรูปขึ้นเป็นพระกาย
ข้อ 12-13
1กธ. 12:12 1เหมือนดังกายนั้นเป็นกกายเดียว ก็ยังมีขอวัยวะหลายส่วน และอวัยวะเหล่านั้น แม้จะมีหลายส่วนก็ยังเป็นกายเดียวฉันใด 2พระคริสต์ก็ทรงเป็นฉันนั้น.
1กธ. 12:13 เพราะไม่ว่าเราจะเป็น1กชาวยูดายหรือชาวกรีกก็ดี เป็น2ทาสหรือเป็นไทก็ดีเราทุกคนล้วนได้รับขบัพติศมาใน3คพระวิญญาณองค์เดียวเข้าเป็น4ง พระกายหนึ่งเดียวและล้วนได้5จดื่มฉพระวิญญาณองค์เดียวนั้น.
(2) ไม่อาจขาดอวัยวะใดไปได้
ข้อ 14-22
1กธ. 12:14 เพราะว่าร่างกายมิได้เป็นอวัยวะเดียว แต่เป็นกหลายอวัยวะ.
1กธ. 12:15 ถ้าเท้าจะพูดว่า "เพราะข้าพเจ้ามิได้เป็นมือ ข้าพเจ้าจึงไม่ได้เป็น[อวัยวะ]ของกาย เท้าจะไม่เป็น[อวัยวะ]ของกายเพราะเหตุนั้นก็หามิได้".
1กธ. 12:16 ถ้าหูจะพูดว่า "เพราะข้าพเจ้ามิได้เป็นตา ข้าพเจ้าจึงไม่ได้เป็น[อวัยวะ]ของกาย" หูจะไม่เป็น[อวัยวะ]ของกายเพราะเหตุนั้นก็หามิได้.
1กธ. 12:17 ถ้าทั้งกายเป็นตาแล้ว การได้ยินจะอยู่ที่ไหน? ถ้าทั้งกายเป็นหูแล้ว การดมกลิ่นจะอยู่ที่ไหน?
1กธ. 12:18 แต่บัดนี้พระเจ้าได้ทรงกจัดวางแต่ละอวัยวะไว้ในกายตามที่พระองค์ทรงขประสงค์.
1กธ. 12:19 ถ้าอวัยวะทั้งสิ้นเป็นอวัยวะอย่างเดียวแล้ว กายจะอยู่ที่ไหน?
1กธ. 12:20 แต่บัดนี้มีอวัยวะหลายส่วน แต่มีกายกเดียว.
1กธ. 12:21 และตาจะว่าแก่มือว่า "ข้าพเจ้าไม่ต้องการเจ้า" ก็ไม่ได้ หรือศีรษะจะว่าแก่เท้าว่า "ข้าพเจ้าไม่ต้องการเจ้า" ก็ไม่ได้.
1กธ. 12:22 แต่ยิ่งไปกว่านั้นอวัยวะในกายที่[เรา]เห็นว่าอ่อนแอ เราก็ขาดเสียไม่ได้.
(3) การผสมผสานเข้าด้วยกันของอวัยวะ
ข้อ 23-27
1กธ. 12:23 และอวัยวะในกายที่เราเห็นว่ามีเกียรติน้อย เราก็ยัง1ทำให้มีเกียรติอย่างเหลือล้น และอวัยวะที่ไม่งดงามนั้น เราก็ทำให้งดงามอย่างเหลือล้น.
1กธ. 12:24 ส่วนอวัยวะที่งดงามอยู่แล้ว ก็ไม่จำเป็น[ที่จะต้องตกแต่ง]อีก. แต่พระเจ้าได้ทรง1ผสมผสานร่างกายเข้าด้วยกันทรงทำให้อวัยวะที่ยังขาดตกบกพร่องอยู่มีเกียรติอย่างเหลือล้น
1กธ. 12:25 เพื่อไม่ให้เกิดกการแตกแยกกันในร่างกาย แต่ให้อวัยวะทุกส่วนมี1การดูแลซึ่งกันและกันด้วยการดูแลที่เหมือนกัน.
1กธ. 12:26 ถ้ามีอวัยวะหนึ่งกทนทุกข์ อวัยวะทั้งหมดก็ร่วมทนทุกข์ด้วย หรือถ้ามีอวัยวะใดได้รับสง่าราศี อวัยวะทั้งหมดก็ร่วมขชื่นชมยินดีด้วย.
1กธ. 12:27 ฝ่ายท่านทั้งหลายก็คือพระกายของพระคริสต์ และต่างก็เป็นกอวัยวะ.
4. การแต่งตั้งของประทาน
12:28-31
1กธ. 12:28 พระเจ้าได้ทรงกแต่งตั้งบางคนไว้ใน1ขคริสตจักรดังต่อไปนี้ ลำดับที่หนึ่งคือ2คอัครทูต, ลำดับที่สองคือ3ง ผู้เผยพระวจนะ, ลำดับที่สามคือ4จอาจารย์, ต่อจากนั้นยังมี[ผู้ทำ]5ฉการอิทธิฤทธิ์, ต่อจากนั้นคือ6ของประทานในชการรักษาโรค, 7การช่วยเหลือ, 8ซการปกครองดูแล, และ9ฌการ[พูด]ภาษาต่างๆ.
1กธ. 12:29 ทุกคนเป็นอัครทูตหรือ? ทุกคนเป็นผู้เผยพระวจนะหรือ? ทุกคนเป็นอาจารย์หรือ? ทุกคน[ทำการ]อิทธิฤทธิ์ได้หรือ?
1กธ. 12:30 ทุกคนมีของประทานในการรักษาโรคหรือ? ทุกคน1พูดภาษาต่างๆ ได้หรือ? 2ทุกคน1กแปลภาษาต่างๆ ได้หรือ?
1กธ. 12:31 แต่ท่านจง1กปรารถนา2ขของประทานที่ยิ่งใหญ่กว่านั้น. ข้าพเจ้าจะชี้ให้เห็น3ทางที่ล้ำเลิศที่สุดแก่ท่าน.

คำอธิบาย 1 โกรินโธ บทที่ 12

1กธ. 12:1 ก 1กธ.14:1, 12
1กธ. 12:1 1ก ในบทที่ 12—14 ท่านเปาโลได้จัดการกับปัญหาที่เก้าที่อยู่ท่ามกลางชาวโกรินโธ คือปัญหาเกี่ยวกับของประทานฝ่ายวิญญาณ ซึ่งเกี่ยวข้องกับการปกครองและการดำเนินการของพระเจ้า.
1กธ. 12:1 ข 1กธ.10:1; 14:38 2กธ.1:8; 2:11; รม.1:13; 6:3
1กธ. 12:2 ก อฟ.2:11
1กธ. 12:2 1 ในเวลานั้นท่ามกลางชาวกรีกมีผู้ที่คอยสนับสนุนให้ผู้คนกราบไหว้รูปเคารพ. พวกนี้ได้ทำการสนับสนุนอย่างบ้าคลั่งเหมือนลมพายุกล้าเพื่อชักนำผู้คนไปหารูปเคารพ. ในที่นี้อัครทูตได้กล่าวถึงการชักนำชนิดนี้ที่ผู้เชื่อชาวโกรินโธเคยได้รับเมื่อเขายังเป็นคนต่างชาติอยู่. ไม่ว่าผู้ชักนำที่บ้าคลั่งเหล่านั้นมาชักนำพวกเขาเมื่อไร ด้วยวิธีใดพวกเขาก็ล้วนถูกชักนำไปนมัสการและปรนนิบัติรูปเคารพชนิดต่างๆ.
1กธ. 12:2 ข ฮบฆ.2:18-19
1กธ. 12:3 1 แนวคิดของอัครทูตในที่นี้มีอยู่ว่า พวกรูปเคารพที่เป็นใบ้พูดไม่ได้ในข้อ 2 ก็ได้ทำให้ผู้ที่นมัสการมันเป็นใบ้พูดไม่ได้ไปด้วย. แต่พระเจ้าผู้ทรงพระชนม์อยู่ทรงทำให้ผู้ที่นมัสการพระองค์พูดในพระวิญญาณของพระองค์. การพูดเช่นนี้มีส่วนเกี่ยวข้องกับของประทานฝ่ายวิญญาณ. ไม่มีผู้ใดที่กล่าวในพระวิญญาณของพระเจ้าจะว่า "ขอให้พระเยซูถูกแช่ง!" เพราะเขาย่อมจะกล่าวและกล่าวได้ว่า "พระเยซูเป็นองค์พระผู้เป็นเจ้า!" ไม่มีผู้นมัสการพระเจ้าคนใดควรอยู่นิ่งเงียบ แต่ทุกคนควรใช้เสียงของตนมากล่าวว่า "พระเยซูเป็นองค์พระผู้เป็นเจ้า!" ในพระวิญญาณของพระเจ้า. การพูดว่า "พระเยซูเป็นองค์พระผู้เป็นเจ้า!" นี้เป็นการใช้งานหลักแห่งบรรดาของประทานฝ่ายวิญญาณทุกอย่าง.
1กธ. 12:3 ก 1ยฮ.4:2-3
1กธ. 12:3 2 ดู 16:22 คำอธิบาย 1.
1กธ. 12:3 ข ลก.11:13; อฟ.1:13; 4:30; 1ธซ.4:8
1กธ. 12:3 3 กรณีนี้บ่งชี้ว่าเมื่อเรากล่าวด้วยวิญญาณที่ถูกต้องว่า "พระเยซูเป็นองค์พระผู้เป็นเจ้า!" เราก็อยู่ในพระวิญญาณบริสุทธิ์. เหตุฉะนั้นการร้องเรียกองค์พระเยซูเจ้าก็คือหนทางที่เราจะมีส่วน, รับสุข, และประสบการณ์กับพระวิญญาณบริสุทธิ์.
1กธ. 12:3 ค รม.10:9; ยฮ.21:7; กจ.2:36; 2กธ.4:5
1กธ. 12:4 1 คำว่า "แต่" ในที่นี้บ่งชี้ถึงการเทียบให้เห็นข้อแตกต่างในข้อ 3 และข้อ 4. ข้อ 3 กล่าวว่าเมื่อเราทำการปฏิบัติโดยการกล่าวในพระวิญญาณของพระเจ้านั้น เราล้วนกล่าวว่า "พระเยซูเป็นองค์พระผู้เป็นเจ้า!" เพื่อยกชูพระเยซูเป็นองค์พระผู้เป็นเจ้า. แต่ของประทานที่มีไว้สำหรับการปรากฏของพระวิญญาณนั้นมีหลากหลายและแตกต่างกันไป.
1กธ. 12:4 ก 1กธ.12:31; 1:7; รม.12:6
1กธ. 12:4 2ก คำว่า "ของประทาน" ในที่นี้ชี้ถึงของประทานทางภายนอก, ความสามารถหรือสมรรถภาพในการปรนนิบัติ. ของประทานบางอย่างเป็นการอัศจรรย์ ส่วนบางอย่างได้พัฒนาขึ้นมาจากของประทานในชั้นต้นที่ได้กล่าวไว้ใน 1:7 (ดูคำอธิบาย 1 ในข้อนั้น). ทั้งหมดนี้ล้วนแตกต่างไปจากของประทานในชั้นต้น.
1กธ. 12:4 3 หรือ ความแตกต่าง, ความหลากหลาย, การแยกแยะ. ในข้อ 5-6 ก็เช่นกัน.
1กธ. 12:4 ข 1กธ.12:8, 9, 11, 13; อฟ.4:4
1กธ. 12:5 ก เทียบ รม.12:6-8
1กธ. 12:5 1ก คือ การปรนนิบัติ. ของประทานในข้อ 4 นั้นมีเพื่อการปฏิบัติเหล่านี้ และประสิทธิภาพในข้อ 6 ก็ปรากฏในการปฏิบัติเหล่านี้.
1กธ. 12:5 ข 1กธ.8:6; อฟ.4:5
1กธ. 12:6 1 ชี้ถึงผลลัพธ์ที่เกิดจากการที่ฤทธิ์เดชอันศักดิ์สิทธิ์ได้ผลักดันในกิจกรรมแห่งของประทาน. ผลลัพธ์นี้ก็คือการใช้งาน (อฟ.4:16) ที่ได้ปรากฏโดยของประทาน.
1กธ. 12:6 2 ของประทานเป็นไปตามพระวิญญาณนั้น, การปฏิบัติหรือการปรนนิบัตินั้นถูกกระตุ้นโดยองค์พระผู้เป็นเจ้าและมีเพื่อองค์พระผู้เป็นเจ้า, ส่วนประสิทธิภาพนั้นเป็นมาจากพระเจ้า. ในที่นี้มีพระเจ้าตรีเอกภาพเข้ามาเกี่ยวข้องกับสามสิ่งนี้คือของประทาน, การปฏิบัติ, และประสิทธิภาพ.ของประทานที่เป็นไปตามพระวิญญาณนั้นมีเพื่อดำเนินการปฏิบัติเพื่อองค์พระผู้เป็นเจ้าให้ลุล่วงและในการปฏิบัติเพื่อองค์พระผู้เป็นเจ้านี้ก็ได้ปรากฏออกซึ่งประสิทธิภาพแห่งของประทานซึ่งเป็นสิ่งที่เกิดจากการดำเนินการและการทำงานของพระเจ้า. นี่เป็นการดำเนินการของพระเจ้าตรีเอกภาพในตัวผู้เชื่อ เพื่อให้พระประสงค์ที่นิรันดร์ของพระองค์ในการก่อสร้างคริสตจักรซึ่งเป็นพระกายของพระคริสต์ถึงที่สำเร็จ เพื่อเป็นการสำแดงของพระเจ้า.
1กธ. 12:6 ก 1กธ.8:6; อฟ.4:6; 1ตธ.2:5
1กธ. 12:6 ข 1กธ.12:11; ฟป.2:13
1กธ. 12:7 1 ของประทานที่แตกต่างกันทั้งหมดนี้เป็นการปรากฏของพระวิญญาณนั้น. ในของประทานเหล่านี้ พระวิญญาณนั้นก็ได้ปรากฏอยู่ในผู้เชื่อที่ได้รับของประทาน. การปรากฏเช่นนี้ของพระวิญญาณนั้นมีไว้เพื่อเป็นประโยชน์แก่คริสตจักร คือพระกายของพระคริสต์.
1กธ. 12:7 2 คือ เพื่อการเติบโตในชีวิตของอวัยวะแห่งพระกายของพระคริสต์และเพื่อก่อสร้างพระกายของพระคริสต์.
1กธ. 12:7 ข 1กธ.14:6
1กธ. 12:7 ก 1กธ.14:26; รม.12:3; 1ปต.4:10, 11
1กธ. 12:8 1 ตามเนื้อหาของหนังสือเล่มนี้ ถ้อยคำแห่งปัญญาก็คือถ้อยคำเกี่ยวกับพระคริสต์ผู้เป็นสิ่งที่ล้ำลึกของพระเจ้า ซึ่งพระเจ้าได้ทรงกำหนดไว้ล่วงหน้าให้เป็นส่วนของเรา (1:24, 30; 2:6-10). ถ้อยคำแห่งความรู้คือถ้อยคำที่แจกจ่ายความรู้ทั่วไปที่เกี่ยวกับพระเจ้าและองค์พระผู้เป็นเจ้า (8:1-7). ถ้อยคำแห่งปัญญานั้นมาจากวิญญาณของเราโดยการเปิดเผยเป็นสำคัญ ส่วนถ้อยคำแห่งความรู้นั้นมาจากความเข้าใจโดยการสอนเป็นสำคัญ. อันแรกนั้นลึกกว่าอันหลัง. อย่างไรก็ดีทั้งสองสิ่งนี้ (มิใช่การพูดภาษาต่างๆ หรือของประทานแห่งการอัศจรรย์ใดๆ) ถูกเรียงไว้เป็นของประทานลำดับแรกและเป็นการปรากฏที่สูงสุดของพระวิญญาณนั้น เพราะทั้งสองสิ่งนี้เป็นการปฏิบัติหรือการปรนนิบัติที่เป็นประโยชน์ต่อการเสริมสร้างวิสุทธิชนและการก่อสร้างคริสตจักรเพื่อสำเร็จการดำเนินการของพระเจ้า.
1กธ. 12:8 ก 1กธ.2:6-8; 1:21, 24, 30; อฟ.1:17
1กธ. 12:8 ข 1กธ.1:5; 8:1, 7; 2กธ.8:7; รม.15:14
1กธ. 12:9 ก 1กธ.13:2; มธ.17:20; มก. 11:22-23; ลก.17:6
1กธ. 12:9 1ก เช่นความเชื่อที่สามารถเคลื่อนย้ายภูเขาไปได้เช่นใน 1กธ.13:2; มก.11:22-24.
1กธ. 12:9 2 ฤทธิ์เดชอันอัศจรรย์ที่ใช้รักษาโรคภัยไข้เจ็บต่างๆ.
1กธ. 12:9 ข 1กธ.12:28, 30; มก.16:18; ยก.5:14-15; อซด.15:26
1กธ. 12:10 ก 1กธ.12:28-29; กจ.2:22; ฆต.3:5; ฮร.2:4
1กธ. 12:10 1ก ชี้ถึงกิจการอันอัศจรรย์ที่นอกเหนือไปจากการรักษาโรค เช่นการที่เปโตรทำให้นางโดระกาเป็นขึ้นจากความตาย (กจ.9:36-42).
1กธ. 12:10 ข 1กธ.12:28-29; 13:2, 8-9; 14:1, 3-6, 39
1กธ. 12:10 2ข พูดเพื่อพระเจ้าและพูดออกซึ่งพระเจ้า โดยรวมถึงการพยากรณ์และการทำนาย. การพูดเพื่อพระเจ้าและพูดออกซึ่งพระเจ้านั้นเป็นของประทานที่มาจากชีวิต เป็นของประทานที่พัฒนาขึ้นจากการเติบโตในชีวิต. ส่วนการพยากรณ์และการทำนายนั้นเป็นของประทานแห่งการอัศจรรย์และไม่มีความเกี่ยวข้องใดๆ กับชีวิต (ดูครึ่งหลังของข้อ 10 คำอธิบาย 5).
1กธ. 12:10 ค 1กธ.14:29 เทียบ 1ยฮ.4:1-3
1กธ. 12:10 3ค ชี้ถึงการจำแนกพระวิญญาณของพระเจ้าออกจากวิญญาณทั้งหลายที่ไม่ได้มาจากพระเจ้า (1ตธ.4:1; 1ยฮ.4:1-3).
1กธ. 12:10 ง มก.16:17; กจ.2:4, 6, 8, 11; 10:46; 19:6; 1กธ.12:28, 30; 13:1, 8
1กธ. 12:10 4ง เป็นภาษาหรือภาษาท้องถิ่นที่ใช้กันเป็นปกติ (กจ.2:4, 6, 8, 11) ไม่ว่าจะเป็นของมนุษย์หรือทูตสวรรค์ (13:1) มิใช่สำเนียงหรือเสียงที่ไม่มีความหมาย. การพูดภาษาต่างๆ ที่เป็นของแท้และปกตินั้นเป็นหนึ่งในบรรดาของประทานแห่งการอัศจรรย์ (ข้อ 4) คือเป็นหนึ่งในการปรากฏที่มีอยู่หลายด้านของพระวิญญาณนั้น (ข้อ 7). บางคนกล่าวว่า การพูดภาษาต่างๆ นั้นเป็นข้อยืนยันเบื้องต้นว่าได้รับบัพติศมาในพระวิญญาณนั้น ต่อมาจึงได้กลายเป็นของประทานแห่งพระวิญญาณนั้น. พวกเขากล่าวว่า ผู้เชื่อทุกคนต้องพูดภาษาต่างๆ ได้เพื่อเป็นข้อยืนยันเบื้องต้น แต่มิใช่ว่าผู้เชื่อทุกคนล้วนมีของประทานในการพูดภาษาต่างๆ. อย่างไรก็ตามคำสอนเช่นนี้ไม่มีหลักฐานยืนยันในพันธสัญญาใหม่ เพราะในพันธสัญญาใหม่ได้ระบุอย่างชัดเจนว่า การพูดภาษาต่างๆนั้นเป็นเพียงหนึ่งในบรรดาของประทานแห่งพระวิญญาณนั้น และมิใช่ว่าผู้เชื่อทุกคนจะมีของประทานนี้.
1กธ. 12:10 จ 1กธ.12:30; 14:26, 27
1กธ. 12:10 5จ ชี้ถึงการแปลภาษาที่ผู้คนไม่เข้าใจให้เป็นที่รู้เรื่องและเข้าใจ (14:13). นี่เป็นการปรากฏของพระวิญญาณนั้นที่ได้เรียงไว้เป็นลำดับที่เก้าในที่นี้. อย่างไรก็ดีการปรากฏของพระวิญญาณนั้นโดยผู้เชื่อก็มีมากกว่าเก้าประการนี้. หน้าที่แห่งอัครทูต, การช่วยเหลือ, และการปกครองดูแลที่ก่อกำเนิดขึ้นโดยพระวิญญาณนั้นซึ่งกล่าวไว้ในข้อ 28, การเห็นนิมิตและการฝันโดยพระวิญญาณนั้นใน กจ.2:17, เครื่องหมายและการอัศจรรย์ที่ ฮร.2:4 ได้กล่าวไว้, และการอัศจรรย์สามในห้าประการที่ได้พยากรณ์ไว้ใน มก.16:17-18 ก็ไม่ได้ระบุไว้ในข้อนี้. ในที่นี้อัครทูตได้กล่าวถึงการปรากฏแห่งพระวิญญาณนั้นไว้เพียงเก้าประการเพื่อเป็นตัวอย่าง. ในเก้าประการนี้ การพูดภาษาต่างๆ และการแปลภาษาต่างๆ นั้นถูกระบุไว้เป็นสองอันดับสุดท้าย เพราะสองสิ่งนี้ไม่เป็นประโยชน์ต่อการก่อสร้างคริสตจักรมากเท่ากับประการอื่นๆ (14:2-6, 18-19). ในของประทานเก้าประการนี้และของประทานที่ได้ระบุไว้ในข้อ 28-30 มีการเผยพระวจนะในแง่ของการพยากรณ์, ความเชื่อ, ของประทานแห่งการรักษา, การอิทธิฤทธิ์, การพูดภาษาต่างๆ, และการแปลภาษาต่างๆ ที่เป็นการอัศจรรย์. ส่วนที่เหลือ ซึ่งได้แก่ ถ้อยคำแห่งปัญญา (ดังเช่นถ้อยคำของอัครทูต), ถ้อยคำแห่งความรู้ (ดังเช่นถ้อยคำของพวกอาจารย์), และการเผยพระวจนะในแง่ของการพูดเพื่อพระเจ้าและพูดออกซึ่งพระเจ้าโดยพวกผู้เผยพระวจนะ, การแยกแยะวิญญาณ, การช่วยเหลือ, และการปกครองดูแลนั้น เป็นของประทานที่พัฒนาขึ้นจากการเติบโตในชีวิต (3:6-7) เหมือนกับของประทานที่ระบุไว้ในโรม 12:6-8 ได้มาจากของประทานในชั้นต้นซึ่งอยู่ภายใน ที่กล่าวไว้ใน 1:7 (ดูคำอธิบาย 1 ในข้อนั้น). ของประทานแห่งการอัศจรรย์ โดยเฉพาะอย่างยิ่งการพูดภาษาต่างๆ และการแปลภาษาต่างๆ นั้นไม่จำต้องมีการเติบโตในชีวิต. ชาวโกรินโธนั้นแม้จะพูดภาษาต่างๆ ไปมากมาย พวกเขาก็ยังคงเป็นทารกในพระคริสต์อยู่ (3:1-3). อย่างไรก็ดีของประทานที่ได้พัฒนาขึ้นในชีวิตที่มีเพื่อการก่อสร้างคริสตจักรนั้นจำเป็นต้องมีการเติบโตในชีวิต ทั้งยังจำเป็นต้องมีการสุกงอมในชีวิตด้วย. จดหมายฉบับนี้ถูกเขียนส่งไปยังชาวโกรินโธโดยมีจุดมุ่งหมายเช่นนี้เอง.
1กธ. 12:11 ก 1กธ.12:4
1กธ. 12:11 ข ยฮ.3:8
1กธ. 12:12 1 คำว่า "เหมือนดัง" บ่งชี้ว่าข้อนี้เป็นคำอธิบายของข้อ 11 ซึ่งได้กล่าวว่า แต่ละด้านของการปรากฏแห่งพระวิญญาณนั้นล้วนมีพระวิญญาณองค์เดียวกันนี้เป็นผู้ดำเนินการโดยทรงแจกจ่ายให้แก่ผู้เชื่อแต่ละคน. กรณีนี้ก็เหมือนกับร่างกายทางกายภาพของเราซึ่งมีหนึ่งเดียวแต่มีอวัยวะหลายส่วน.
1กธ. 12:12 ก 1กธ.10:17; รม.12:4-5; อฟ.4:4
1กธ. 12:12 ข 1กธ.12:27; อฟ.5:30
1กธ. 12:12 2 แปลตามตรงคือ พระคริสต์นั้น ชี้ถึงพระคริสต์แห่งกลุ่มชน อันประกอบไปด้วยตัวของพระคริสต์เองเป็นศีรษะและคริสตจักรเป็นพระกายของพระองค์พร้อมด้วยบรรดาผู้เชื่อเป็นเหล่าอวัยวะ. ผู้เชื่อทุกคนของพระคริสต์ล้วนได้เข้าสนิทกับพระองค์อย่างอินทรียภาพและได้ถูกก่อรูปขึ้นด้วยชีวิตและองค์ประกอบของพระองค์ ฉะนั้นจึงได้กลายเป็นพระกายของพระองค์ ซึ่งเป็นพระกายอินทรีย์ที่จะมาสำแดงพระองค์. ด้วยเหตุนี้พระองค์จึงไม่ได้เป็นเพียงศีรษะ แต่ยังทรงเป็นพระกายด้วย. ดังที่ร่างกายทางกายภาพของเรามีหลายอวัยวะแต่ยังเป็นกายเดียวฉันใด พระคริสต์ผู้นี้ก็ทรงเป็นฉันนั้น.
1กธ. 12:13 ก ฆต.3:28; กซ.3:11
1กธ. 12:13 1ก ชี้ถึงเชื้อชาติและสัญชาติ.
1กธ. 12:13 2 ชี้ถึงฐานะทางสังคม.
1กธ. 12:13 ข มธ.3:11; กจ.1:5; มธ.28:19; รม.6:3; ฆต.3:27
1กธ. 12:13 ค 1กธ.12:4, 9, 11
1กธ. 12:13 3ค พระวิญญาณนั้นทรงเป็นขอบเขตและองค์ประกอบของการที่เรารับบัพติศมาในพระวิญญาณและในพระวิญญาณองค์นี้เราก็ได้รับบัพติศมาเข้าสู่กายอินทรีย์กายเดียวนี้ ซึ่งก็คือพระกายของพระคริสต์แล้ว. ด้วยเหตุนี้เราทุกคนควรเป็นพระกายหนึ่งเดียวกันนี้ ไม่ว่าเราจะมีเชื้อชาติใด, ถือสัญชาติใด, และมีฐานะทางสังคมอย่างไร. พระคริสต์ทรงเป็นชีวิตและส่วนประกอบของพระกายนี้ ส่วนพระวิญญาณนั้นเป็นความเที่ยงแท้ของพระคริสต์. ในพระวิญญาณองค์เดียวนี้เราทุกคนจึงได้รับบัพติศมาเข้าสู่พระกายที่มีชีวิตหนึ่งเดียวนี้เพื่อมาสำแดงพระคริสต์.
1กธ. 12:13 ง อฟ.4:4
1กธ. 12:13 4ง บรรดาผู้เชื่อในพระคริสต์นั้นล้วนได้รับบัพติศมาในพระวิญญาณนั้นโดยผ่านน้ำเข้าสู่ (1) พระคริสต์, (2) การตายของพระคริสต์ (รม.6:3), (3) พระนามซึ่งเป็นตัวบุคคลของพระเจ้าตรีเอกภาพ (มธ.28:19), และ (4) พระกายของพระคริสต์. การรับบัพติศมาได้นำผู้เชื่อเข้าสู่การเข้าสนิททางอินทรียภาพกับพระคริสต์และพระเจ้าตรีเอกภาพทำให้พวกเขากลายเป็นอวัยวะที่มีชีวิตแห่งพระกายของพระคริสต์. ของประทานทุกอย่างซึ่งเป็นการปรากฏที่พระวิญญาณนั้นได้แจกจ่ายให้แก่ผู้เชื่อแต่ละคนล้วนมีเพื่อเป็นประโยชน์ในการก่อสร้างของพระกายนี้ทั้งสิ้น. อัครทูตมีความรู้สึกต่อสิ่งนี้เป็นอย่างมาก. ท่านเป็นผู้ที่มีความรู้สึกแห่งพระกายอย่างมากและยึดพระกายเป็นศูนย์กลาง ไม่เหมือนกับชาวโกรินโธและผู้เชื่ออีกมากมายในหลายศตวรรษที่ผ่านมาที่ยึดเอาตัวเองเป็นศูนย์กลางในเรื่องของประทานฝ่ายวิญญาณ. ดังนั้นหลังจากข้อนี้เป็นต้นไป ท่านจึงได้บรรยายแก่ชาวโกรินโธถึงร่างกายไว้อีกมากมาย. จุดมุ่งหมายของท่านก็เพื่อช่วยพวกเขาให้รอดพ้นจากการเสาะหาเพื่อตนเอง กลับไปสู่การคำนึงถึงพระกายเพื่อเขาจะไม่อยู่เพื่อประโยชน์ส่วนบุคคลของตนอีกต่อไป แต่เพื่อการก่อสร้างพระกาย.
1กธ. 12:13 จ ยฮ.7:37-39; 4:10, 14; วว.21:6; 22:17; 1กธ.10:4
1กธ. 12:13 5จ การรับบัพติศมาในพระวิญญาณนั้นก็คือการเข้าสู่พระวิญญาณนั้นและสูญสลายไปในพระองค์. ส่วนการดื่มพระวิญญาณนั้นคือการรับพระวิญญาณนั้นเข้าสู่ภายในและให้ตัวเราซาบซ่านไปด้วยพระองค์. โดยกระบวนการทั้งสองนี้ เราจึงได้ผสมกลมกลืนกับพระวิญญาณนั้น. การรับบัพติศมาในพระวิญญาณนั้นเป็นการเริ่มต้นของการผสมกลมกลืน และเป็นสิ่งที่เกิดขึ้นครั้งเดียวก็สำเร็จเป็นนิตย์. การดื่มพระวิญญาณนั้นเป็นการสืบเนื่อง และการสำเร็จของการผสมกลมกลืน และเป็นสิ่งที่ถาวรนิรันดร์. เพื่อสิ่งนี้เราจำต้องร้องเรียกองค์พระผู้เป็นเจ้าอยู่ตลอดเวลาและตักน้ำด้วยความชื่นชมยินดีจากพระองค์ผู้เป็นบ่อแห่งน้ำพุที่มีชีวิต (ยซย.12:3-4; ยฮ.4:10, 14).
1กธ. 12:13 ฉ วว.2:7; 3:22; 22:17
1กธ. 12:14 ก รม.12:5
1กธ. 12:18 ก 1กธ.12:28
1กธ. 12:18 ข เทียบ 1กธ.12:11
1กธ. 12:20 ก 1กธ.12:12
1กธ. 12:23 1 แปลตามตรงคือ สวมใส่.
1กธ. 12:24 1 มีความหมายเป็นนัยถึงการปรับเข้าหากัน. พระเจ้าทรงผสมผสานอวัยวะที่แตกต่างกันของพระคริสต์เข้าด้วยกันเป็นกายเดียว. เพื่อสิ่งนี้แล้วเราต้องผ่านการเปลี่ยนแปลงอีกมาก (รม.12:2) คือต้องได้รับการเปลี่ยนแปลงให้พ้นจากชีวิตธรรมชาติไปสู่ชีวิตฝ่ายวิญญาณ เพื่อการดำเนินชีวิตแห่งพระกายในภาคปฏิบัติ.
1กธ. 12:25 ก 1กธ.1:10; 11:18
1กธ. 12:25 1 ในชีวิตแห่งพระกายนั้น อวัยวะต่างๆ ควรได้รับการดูแลอย่างเดียวกัน. การดูแลที่แตกต่างกันนั้นจะก่อให้เกิดการแตกแยก.
1กธ. 12:26 ก รม.8:17
1กธ. 12:26 ข รม.12:15
1กธ. 12:27 ก 1กธ.12:12; รม.12:5; อฟ.5:30
1กธ. 12:28 ก 1กธ.12:18
1กธ. 12:28 ข อฟ.1:22-23; กซ.1:18
1กธ. 12:28 1ข คริสตจักรในที่นี้ชี้ถึงคริสตจักรทั้งในด้านจักรวาลและท้องถิ่น. ในข้อ 12-27 คริสตจักรเป็นพระกายของพระคริสต์. พระกายนั้นเป็นกายอินทรีย์ที่จะให้พระคริสต์ผู้เป็นชีวิตของผู้เชื่อนั้นได้เติบโตและสำแดงตัวของพระองค์เอง. คริสตจักรนั้นคือชุมนุมชนที่ให้พระเจ้าสามารถดำเนินการปกครองของพระองค์.
1กธ. 12:28 ค กจ.1:25; 2:42; อฟ.2:20; 4:11
1กธ. 12:28 2ค ชี้ถึงผู้ที่ถูกพระเจ้าเรียกและใช้ออกไป (1:1; รม.1:1) เพื่อ (1) ประกาศกิตติคุณให้คนบาปได้รับความรอด เพื่อใช้เป็นวัสดุในการก่อสร้างคริสตจักร (2) ก่อตั้งคริสตจักร (กจ.14:21-23) และ (3) สอนหลักความจริงอันศักดิ์สิทธิ์ (ดู 9:1 คำอธิบาย 3). การปฏิบัติของพวกเขาอยู่ในด้านจักรวาลโดยมีเพื่อคริสตจักรทั้งหลาย.
1กธ. 12:28 ง กจ.13:1; 1กธ.12:10; 14:1, 3-6, 24, 29-32; อฟ.2.20; 3:5; 4:11
1กธ. 12:28 3ง ชี้ถึงผู้ที่พูดเพื่อพระเจ้าและพูดออกซึ่งพระเจ้าโดยการเปิดเผยของพระเจ้า และบางครั้งก็ยังได้รับการดลใจให้พยากรณ์ (กจ.11:27-28).ในการเสริมสร้างวิสุทธิชนและก่อสร้างคริสตจักรนั้นพวกเขาจึงเป็นรองจากอัครทูต.
1กธ. 12:28 จ รม.12:7; 2ตธ.2:2
1กธ. 12:28 4จ ชี้ถึงผู้สอนหลักความจริงตามคำสอนของอัครทูต (กจ.2:42) และตามการเปิดเผยของผู้เผยพระวจนะ. ทั้งผู้เผยพระวจนะและอาจารย์นั้นล้วนมีเพื่อในด้านจักรวาลและท้องถิ่นด้วย (อฟ.4:11; กจ.13:1).
1กธ. 12:28 ฉ 1กธ.12:10
1กธ. 12:28 5ฉ ดูข้อ 10 คำอธิบาย 1.
1กธ. 12:28 6 ดูข้อ 9 คำอธิบาย 2.
1กธ. 12:28 ช 1กธ.12:9
1กธ. 12:28 7 หรือ ผู้ช่วยเหลือ, การช่วยเหลือ. กรณีนี้ต้องชี้ถึงการปรนนิบัติของผู้ปรนนิบัติชายและหญิงอย่างแน่นอน (1ตธ.3:8-13).
1กธ. 12:28 ซ รม.12:8; 1ธซ.5:12; 1ตธ.3:5; ฮร.13:17
1กธ. 12:28 8ซ หรือ ผู้ที่ทำการปกครอง, การควบคุมดูแล. ซึ่งชี้ถึงหน้าที่ของผู้อาวุโสในคริสตจักร.
1กธ. 12:28 ฌ 1กธ.12:10
1กธ. 12:28 9ฌ ดูข้อ 10 คำอธิบาย 4. นี่เป็นครั้งที่สองซึ่ง การพูดภาษาต่างๆ ถูกเรียงไว้เป็นลำดับสุดท้ายของด้านต่างๆ แห่งการดำเนินงานในคริสตจักร.
1กธ. 12:30 2 เป็นที่แน่นอนว่า คำตอบของคำถามทั้งเจ็ดนี้ก็คือ "ไม่ใช่."
1กธ. 12:30 ก 1กธ.12:10
1กธ. 12:30 1ก การพูดภาษาต่างๆ และการแปลภาษาต่างๆ ถูกเรียงไว้เป็นลำดับสุดท้ายเป็นครั้งที่สามตามข้อเขียนของท่านเปาโล เพราะสองสิ่งนี้เป็นประโยชน์ต่อคริสตจักรน้อยที่สุด (14:4-6, 19).
1กธ. 12:31 ก 1กธ.14:1
1กธ. 12:31 1ก หรือ ร้อนรนเพื่อ, ยินดีใน.
1กธ. 12:31 ข 1กธ.14:5, 12, 19
1กธ. 12:31 2ข กรณีนี้บ่งชี้ว่า ของประทานบางอย่าง เช่นการพูดภาษาต่างๆ หรือการแปลภาษาต่างๆนั้นเป็นของประทานที่เล็กกว่า เพราะมีประโยชน์ต่อคริสตจักรน้อยกว่า และเราควรที่จะปรารถนาของประทานที่ยิ่งใหญ่กว่า เช่นการเผยพระวจนะและการสอน ซึ่งมีประโยชน์ต่อการก่อสร้างคริสตจักรมากกว่า (14:1-6). ในการที่จะมีของประทานที่ยิ่งใหญ่กว่านี้ เราจำต้องเติบโตในชีวิตจนบรรลุถึงขั้นสุกงอม. ของประทานที่ยิ่งใหญ่กว่านี้ถูกพัฒนาขึ้นจากของประทานในชั้นต้น (1:7) ซึ่งเราได้รับมาในขณะที่ได้รับการบังเกิดใหม่ โดยพัฒนาขึ้นด้วยการเติบโตในชีวิต.
1กธ. 12:31 3 ทางที่ล้ำเลิศที่สุดในการที่จะมีของประทานที่ยิ่งใหญ่กว่านั้นก็คือความรัก ซึ่งบทต่อไปได้ให้คำนิยามไว้อย่างสมบูรณ์.
สารบัญ