การงานบรรณกิจของห้องสมุดกิตติคุณแห่งประเทศไทย
หากท่านต้องการมีส่วนในการงานบรรณกิจของห้องสมุดกิตติคุณแห่งประเทศไทย
ท่านสามารถมอบถวายทรัพย์โดยโอนเงินเข้าบัญชีของห้องสมุด:
ธนาคารกสิกรไทย สาขาพาราไดซ์ พาร์ค
ชื่อบัญชี: นายปิยะ ตั้งเสรีมั่นคง และ
นางสุมิตรา อดุลประวิตรชัย และ
นางสาวทานาธิบดี ชูมณี
เลขที่บัญชี: 218-3-99941-1

รบกวนส่งสลิปการโอนมาที่ Line ID: @gospelbookroom
1 2 3 4 5 6 7 8 9 10 11 12 13 14 15 16

1 โกรินโธ บทที่ 10

3. แบบเล็งของชาวอิสราเอล
10:1-13
(1) รับบัพติศมาสู่โมเซ
ข้อ 1-2
1กธ. 10:1 1เพราะว่าพี่น้องทั้งหลาย ข้าพเจ้าไม่ปรารถนาให้ท่าน2กไม่รู้ว่า3บรรพบุรุษของเราล้วนได้อยู่ใต้4ขเมฆและได้ผ่านคทะเลแล้วทุกคน
1กธ. 10:2 และได้1กรับบัพติศมา2สู่โมเซ3ในเมฆและในทะเลทุกคน
(2) กินอาหารฝ่ายวิญญาณอย่างเดียวกัน
และดื่มน้ำฝ่ายวิญญาณอย่างเดียวกัน
ข้อ 3-4
1กธ. 10:3 และได้กิน1กอาหารฝ่ายวิญญาณอย่างเดียวกันทุกคน
1กธ. 10:4 และได้ดื่มกน้ำ1ฝ่ายวิญญาณอย่างเดียวกันทุกคน ด้วยว่าเขาได้ดื่มน้ำซึ่งไหลออกมาจาก2ศิลาฝ่ายวิญญาณที่ตาม[เขา]ไป ศิลานั้นก็คือพระคริสต์.
(3) ส่วนใหญ่ได้ล้มตายในป่ากันดาร
ข้อ 5-13
1กธ. 10:5 แต่พวกเขาส่วนใหญ่ไม่เป็นที่พอพระทัยของพระเจ้า เขาจึง1กล้มตายอยู่ในป่ากันดาร.
1กธ. 10:6 เหตุการณ์เหล่านี้ล้วนเป็น1กอุทาหรณ์เตือนใจของ2เราทั้งหลาย เพื่อให้เราอย่าได้มีใจโลภปรารถนาสิ่งชั่วเหมือนเขาเหล่านั้นที่ขมีใจโลภ.
1กธ. 10:7 อย่าได้เป็น1กคนกราบไหว้รูปเคารพ เหมือนขบางคนในพวกเขาได้กระทำดังที่มีคำเขียนไว้ว่า "คพลไพร่ทั้งหลายได้นั่งลง1กินดื่มและลุกขึ้นง เล่นสนุกสนาน."
1กธ. 10:8 อย่าให้เรา1กล่วงประเวณี เหมือนบางคนในพวกเขาได้ขกระทำ แล้วก็2ล้มตายลงในวันเดียวถึงคสองหมื่นสามพันคน.
1กธ. 10:9 อย่าให้เรา1กทดลองพระคริสต์ เหมือนบางคนในพวกเขาขได้ทดลอง[พระองค์]แล้วพินาศด้วยคงูร้าย.
1กธ. 10:10 อย่าให้ท่านทั้งหลาย1กบ่น เหมือนบางคนในพวกเขาขได้บ่น แล้วจึงคพินาศไปด้วย2เพชฌฆาต.
1กธ. 10:11 เหตุการณ์เหล่านี้ได้1เกิดขึ้นแก่เขาเพื่อเป็นกอุทาหรณ์เตือนใจ และได้ขเขียนไว้[ในพระคัมภีร์]แล้ว เพื่อจะเตือนสติเราทั้งหลาย 2ผู้อยู่ใน3ช่วงสุดปลายแห่งยุคสมัยทั้งหลาย.
1กธ. 10:12 1เหตุฉะนั้นคนที่กคิดว่าตัวเองขยืนหยัดมั่นคงดีแล้ว จงระวังให้ดี เกรงว่าจะ2ล้มลง.
1กธ. 10:13 1ไม่มี2การล่อลวงใดๆ ที่เกิดขึ้นกับท่านทั้งหลาย นอกเหนือจากที่มนุษย์[จะทนได้]และพระเจ้าทรงกสัตย์ซื่อ พระองค์จะไม่ทรงยอมให้ท่านถูกขล่อลวงเกินกว่าที่ท่านจะทนได้ และ3เมื่อท่านทั้งหลายถูกล่อลวงนั้น พระองค์จะทรงโปรดให้ท่านมีทางออกด้วย เพื่อท่านจะคทนได้.
4. รักษาโต๊ะงานเลี้ยงขององค์พระผู้เป็นเจ้าให้พ้นจากการกราบไหว้รูปเคารพ
10:14-22
(1) การสามัคคีธรรมแห่งพระโลหิต
และพระกายขององค์พระผู้เป็นเจ้า
ข้อ 14-18
1กธ. 10:14 1เหตุฉะนั้นพวกที่รักของข้าพเจ้า ท่านจงหลีกหนีเสียจาก2กเรื่องราวเกี่ยวกับรูปเคารพ.
1กธ. 10:15 ข้าพเจ้าพูดเหมือนอย่างพูดกับคนที่ฉลาด ท่านจง1กตัดสินถ้อยคำที่ข้าพเจ้าพูดนั้นเถิด.
1กธ. 10:16 ฝ่ายกจอกแห่งพระพรซึ่งเราขอวยพระพรนั้นก็คือ1การสามัคคีธรรมแห่งคพระโลหิตของพระคริสต์มิใช่หรือ? ฝ่ายง ขนมปังซึ่งเราหักนั้นก็คือ1การสามัคคีธรรมแห่งจพระกายของพระคริสต์มิใช่หรือ?
1กธ. 10:17 แม้เราเป็นบุคคลหลายคน แต่เนื่องจากมี1ขนมปังก้อนเดียว เราจึงเป็นกพระกายเดียว เพราะเราทุกคนได้2ร่วมรับส่วนจากขนมปังก้อนเดียวนั้น.
1กธ. 10:18 จงพิจารณาดูพวกที่เป็นชาวอิสราเอลกตามเนื้อหนัง บรรดาผู้ที่ขกินของบูชานั้นก็เป็นผู้ที่1มีการสามัคคีธรรมกับ2คแท่นบูชามิใช่หรือ?
(2) การแบ่งแยกโต๊ะงานเลี้ยงขององค์พระผู้เป็นเจ้า
ออกจากโต๊ะงานเลี้ยงของพวกผี
ข้อ 19-22
1กธ. 10:19 ถ้าเช่นนั้นข้าพเจ้าหมายความว่าอย่างไร? หมายความว่าเครื่องบูชาที่กถวายรูปเคารพนั้นนับเป็นอะไรหรือ? หรือว่ารูปเคารพนั้นนับเป็นอะไร?
1กธ. 10:20 [เปล่าเลย] แต่ข้าพเจ้าว่า เครื่องบูชาซึ่งพวกต่างประเทศถวายนั้น เขาก็ถวายบูชาแก่1กพวกผี ไม่ได้ถวายบูชาแด่พระเจ้า และข้าพเจ้าไม่ปรารถนาให้ท่านทั้งหลายกลายเป็น2ขผู้ที่สามัคคีธรรมกับพวกผี.
1กธ. 10:21 ท่านทั้งหลายจะ1ดื่มจากกจอกขององค์พระผู้เป็นเจ้าและจากจอกของพวกผีด้วยก็ไม่ได้ หรือจะรับส่วนในขโต๊ะงานเลี้ยงขององค์พระผู้เป็นเจ้าและคโต๊ะงานเลี้ยงของพวกผีด้วยก็ไม่ได้.
1กธ. 10:22 เราจะ1กยั่วให้องค์พระผู้เป็นเจ้าขหึงหวงหรือ? เราคเข้มแข็งยิ่งกว่าพระองค์อีกหรือ?
5. การกินที่ถูกต้อง
10:23 — 11:1
(1) ก่อสร้างผู้อื่น แสวงหาเพื่อผลประโยชน์ของผู้อื่น
10:23-30, 32-33
1กธ. 10:23 1กสิ่งสารพัด2ทำได้ แต่ไม่ใช่ทุกสิ่งจะ3มีประโยชน์ สิ่งสารพัด2ทำได้ แต่ไม่ใช่ทุกสิ่งจะ4ขก่อสร้าง[ผู้คน].
1กธ. 10:24 อย่าให้ผู้ใดกแสวงหาเพื่อ[ผลประโยชน์]ของตนเองเท่านั้น แต่ให้แสวงหาเพื่อ[ผลประโยชน์]ของคนอื่นด้วย.
1กธ. 10:25 ทุกสิ่งที่เขาขายตาม1ตลาดเนื้อนั้น ท่านทั้งหลายกรับประทานได้ ไม่ต้องถามอะไรโดยเห็นแก่ขมโนธรรม
1กธ. 10:26 เพราะว่า "กแผ่นดินโลกกับความบริบูรณ์ของโลกนั้นเป็นขององค์พระผู้เป็นเจ้า."
1กธ. 10:27 ถ้าคนที่ไม่เชื่อจะเชิญท่านทั้งหลายและท่านยินดีไป อาหารใดๆ ที่เขาจัดให้กินก็จงกกินเถิด ไม่ต้องถามอะไรโดยเห็นแก่ขมโนธรรม.
1กธ. 10:28 แต่ถ้ามีคนใดมาบอกท่านว่า "อาหารนี้ผ่านการบูชาแก่[รูปเคารพ]มาแล้ว" ท่านกอย่ากินเพื่อเห็นแก่คนที่มาบอกนั้นและเพื่อเห็นแก่ขมโนธรรมด้วย.
1กธ. 10:29 ข้าพเจ้ามิได้กล่าวถึงมโนธรรมของท่าน แต่กล่าวถึงมโนธรรมของคนอื่น. เหตุใดกเสรีภาพของข้าพเจ้าจึงต้องถูกพิพากษาโดยมโนธรรมของผู้อื่นเล่า?
1กธ. 10:30 ถ้าข้าพเจ้า1กินด้วยกขอบพระคุณ เหตุใดข้าพเจ้ายังต้องถูกขใส่ร้าย เพราะสิ่งที่ข้าพเจ้าได้ขอบพระคุณแล้วเล่า?
(2) ถวายสง่าราศีแด่พระเจ้า
10:31
1กธ. 10:31 1เหตุฉะนั้น2ไม่ว่าท่านทั้งหลายจะกกินจะดื่มก็ดี หรือจะขทำประการใดก็ดีจงกระทำทุกสิ่งให้เป็นที่ถวายคสง่าราศีแด่พระเจ้า.
1กธ. 10:32 1อย่าเป็นกหินที่ทำให้สะดุดแก่พวกยูดาย, 2พวกกรีก, หรือขคริสตจักรของพระเจ้า
1กธ. 10:33 เหมือนที่1ข้าพเจ้าก็ได้กระทำให้เป็นที่กพอใจแก่ขคนทั้งปวงในทุกสิ่งด้วยเช่นกัน โดยมิได้คแสวงหาเพื่อผลประโยชน์ของตัวเอง แต่แสวงหาเพื่อผลประโยชน์ของคนทั้งหลาย เพื่อเขาเหล่านั้นจะง รอดได้.

คำอธิบาย 1 โกรินโธ บทที่ 10

1กธ. 10:1 1 คำว่า "เพราะว่า" ไม่เพียงได้บ่งชี้ว่า บทที่ 10 เป็นการสืบเนื่องมาจากบทที่ 9 เท่านั้น แต่ยังเป็นการอธิบายที่ก้าวไปอีกขั้นหนึ่งของการวิ่งแข่งที่ได้กล่าวไว้ใน 9:24-27 อีกด้วย โดยยกชาวอิสราเอลที่ได้วิ่งแข่งอยู่ในป่ากันดารเพื่อเข้าสู่แผ่นดินที่ทรงสัญญาไว้มาเป็นตัวอย่างประกอบ.
1กธ. 10:1 ก รม.6:3
1กธ. 10:1 2ก ในที่นี้ชี้ถึงวลีที่ว่า "ท่านทั้งหลายไม่รู้หรือว่า" ใน 9:24.
1กธ. 10:1 3 กรณีนี้บ่งชี้ว่าชาวอิสราเอลทั้งหมดที่ได้รับสุขเทศกาลปัศคาแล้วก็ล้วนได้เข้าสู่การวิ่งแข่ง และได้เริ่มวิ่งแข่งมาตั้งแต่ตอนที่เขาได้ออกจากเมืองราเมเซส (อซด.12:37).
1กธ. 10:1 ข อซด.13:21-22; 14:19-20
1กธ. 10:1 4ข เมฆที่คลุมชาวอิสราเอลนั้นเป็นแบบเล็งถึงพระวิญญาณของพระเจ้าผู้ทรงสถิตอยู่กับผู้เชื่อในพันธสัญญาใหม่. ทันทีที่ผู้เชื่อในพันธสัญญาใหม่ได้ต้อนรับพระคริสต์เป็นปัศคาของพวกเขา (5:7) พระวิญญาณของพระเจ้าก็ได้เสด็จมาสถิตอยู่กับพวกเขา และนำพาพวกเขาให้เข้าสู่การวิ่งแข่งของคริสเตียนเหมือนกับที่เสาเมฆได้นำพาชาวอิสราเอลนั้น (อซด.13:21-22; 14:19-20).
1กธ. 10:1 ค อซด.14:21, 22, 29
1กธ. 10:2 ก เทียบ รม.6:3; ฆต.3:27
1กธ. 10:2 1ก การที่ชาวอิสราเอลเดินผ่านทะเลแดงนั้น (อซด.14:21-30) เป็นแบบเล็งถึงการรับบัพติศมาสำหรับผู้เชื่อในพันธสัญญาใหม่ (รม.6:4).
1กธ. 10:2 2 ชาวอิสราเอลได้รับบัพติศมาสู่โมเซเพื่อเริ่มการวิ่งแข่งอันศักดิ์สิทธิ์เพื่อให้จุดมุ่งหมายของพระเจ้าได้รับการสำเร็จ นั่นคือการเข้าสู่แผ่นดินงามและก่อสร้างพระวิหาร เพื่อพระเจ้าจะได้รับอาณาจักรที่จะมาสำแดงพระองค์บนแผ่นดินโลก. สิ่งนี้เป็นแบบเล็งถึงการรับบัพติศมาเข้าสู่พระคริสต์ของผู้เชื่อในพันธสัญญาใหม่ (ฆต.3:27) เพื่อให้พระเจ้าได้รับอาณาจักรของพระองค์โดยมีคริสตจักรเป็นการสำแดงของพระองค์บนแผ่นดินโลก.
1กธ. 10:2 3 คำว่า "ในเมฆ" เป็นเครื่องหมายเล็งถึงในพระวิญญาณนั้น. ส่วนคำว่า "ในทะเล" ชี้ถึงในน้ำ. ผู้เชื่อในพันธสัญญาใหม่นั้นได้รับบัพติศมาในน้ำและในพระวิญญาณนั้น (มธ.3:11; กจ.1:5; 1กธ.12:13).
1กธ. 10:3 ก อซด.16:4, 14-15, 35; อฤธ.11:6-9; บพส.78:24-25; ยฮ.6:31
1กธ. 10:3 1ก ชี้ถึงมานา (อซด.16:14-18) เป็นแบบเล็งถึงพระคริสต์ผู้เป็นการหล่อเลี้ยงในแต่ละวัน (ยฮ.6:31-35) เพื่อการเดินทางแห่งคริสเตียนของเรา. เราซึ่งเป็นผู้เชื่อนั้นล้วนควรที่จะกินอาหารฝ่ายวิญญาณอย่างเดียวกัน และไม่ควรจะไปกินสิ่งอื่นใดที่นอกเหนือไปจากพระคริสต์อีก.
1กธ. 10:4 ก อซด.17:6; อฤธ.20:10; บพส.78:15, 16
1กธ. 10:4 1 ชี้ถึงน้ำที่มีชีวิตซึ่งหลั่งไหลออกจากศิลาที่แยกออก (อซด.17:6) อันเป็นแบบเล็งถึงพระวิญญาณนั้นที่ได้หลั่งไหลออกจากพระคริสต์ผู้ตรึงบนกางเขนและเป็นขึ้น ซึ่งเป็นน้ำที่ครอบคลุมสรรพสิ่งของเรา (ยฮ.7:37-39; 1กธ.12:13). เพื่อการวิ่งแข่งของเรา เราก็ควรดื่มน้ำฝ่ายวิญญาณอย่างเดียวกัน ไม่ควรดื่มสิ่งอื่นใดที่นอกเหนือไปจากพระวิญญาณที่ครอบคลุมสรรพสิ่งผู้นี้.
1กธ. 10:4 2 ศิลาที่ถูกตีและแยกออกจนไหลออกซึ่งน้ำที่มีชีวิตเพื่อพลไพร่ที่พระเจ้าทรงเลือกสรร (อซด.17:6) เป็นศิลาฝ่ายวัตถุ. แต่อัครทูตได้เรียกว่าศิลาฝ่ายวิญญาณเพราะศิลานี้เป็นแบบเล็งถึงพระคริสต์ผู้ถูกพระเจ้าตีและแยกออกจนไหลออกซึ่งน้ำแห่งชีวิต (ยฮ.19:34) เพื่อดับความกระหายของผู้เชื่อ. ดังนั้นอัครทูตจึงกล่าวว่า ศิลานั้นก็คือพระคริสต์. เพราะศิลานี้คือศิลาฝ่ายวิญญาณอันเป็นเครื่องหมายเล็งถึงพระคริสต์ ศิลานี้จึงสามารถติดตามชาวอิสราเอลได้. สิ่งนี้ชี้บ่งว่าพระคริสต์ผู้เป็นศิลาแท้นั้นทรงติดตามผู้เชื่อของพระองค์ไป.
1กธ. 10:5 ก 1กธ.10:8-10; อฤธ.14:29, 35; 26:65; บพส.106:26; ฮร.3:17; ยด.5
1กธ. 10:5 1ก นั่นคือ ถูกฆ่าจนล้มลงที่แผ่นดิน. กรณีนี้ชี้ถึงสิ่งที่ได้กล่าวไว้ใน อฤธ.14:16, 29.
1กธ. 10:6 ก 1กธ.10:11
1กธ. 10:6 1ก แปลตามตรงคือ แบบเล็ง (ข้อ 11 ก็เช่นกัน) นั่นคือเครื่องหมายแห่งข้อเท็จจริงหรือหลักความจริงฝ่ายวิญญาณ. หนังสือเล่มนี้ใช้ประวัติศาสตร์ของชาวอิสราเอลในพันธสัญญาเดิมมาเป็นแบบเล็งของผู้เชื่อในพันธสัญญาใหม่. ใน 5:7-8 ผู้เชื่อได้ประสบการณ์กับพระคริสต์เป็นเทศกาลปัศคาของพวกเขาและได้เริ่มถือรักษาเทศกาลขจัดเชื้อ. ในบทนี้พวกเขาได้รับบัพติศมาสู่โมเซ (พระคริสต์) และได้ผ่านทะเลแดงของตน (การตายของพระคริสต์) มาแล้ว. บัดนี้พวกเขากำลังกินอาหารฝ่ายวิญญาณและดื่มน้ำฝ่ายวิญญาณเพื่อเขาจะได้เดินทาง (การวิ่งแข่งของคริสเตียน) ไปสู่แผ่นดินงามของตน (พระคริสต์ผู้ครอบคลุมสรรพสิ่ง). พวกเขาก็ยังได้รับการเตือนสติในที่นี้ (ข้อ 11) เพื่อจะไม่ไปซ้ำรอยประวัติศาสตร์ของชาวอิสราเอลในการทำชั่วที่ผิดต่อพระเจ้า ดังที่ได้บรรยายไว้ในข้อ 6-11.
เป้าหมายที่พระเจ้าทรงเรียกชาวอิสราเอลนั้นก็เพื่อให้พวกเขาได้เข้าสู่แผ่นดินที่ทรงสัญญาไว้และได้รับสุขความอุดมสมบูรณ์แห่งแผ่นดินนั้นเพื่อเขาจะได้ก่อตั้งอาณาจักรของพระเจ้าและเป็นการสำแดงของพระเจ้าบนแผ่นดินโลก. อย่างไรก็ดี แม้ว่าชาวอิสราเอลทุกคนล้วนได้รับการไถ่โดยเทศกาลปัศคา หลุดพ้นจากการกดขี่จากชาวอียิปต์ และถูกนำไปสู่ภูเขาแห่งพระเจ้าเพื่อต้อนรับการเปิดเผยเกี่ยวกับที่ประทับของพระเจ้าคือพลับพลาแล้วก็ตาม พวกเขาเกือบทั้งหมดก็ยังต้องล้มตายในป่ากันดาร ไม่อาจบรรลุถึงเป้าหมายนี้ได้ (ฮร.3:7-19) เพราะการทำชั่วและความไม่เชื่อของพวกเขา. มีเพียงคาเล็บและยะโฮซูอะเท่านั้นที่ได้บรรลุถึงเป้าหมายและได้เข้าสู่แผ่นดินงาม (อฤธ.14:27-30). กรณีนี้เป็นเครื่องหมายว่าแม้เราจะได้รับการไถ่โดยพระคริสต์, หลุดพ้นจากพันธนาการของซาตาน, และถูกนำเข้าสู่การเปิดเผยเกี่ยวกับแผนการบริหารของพระเจ้าแล้วก็ตาม เราก็ยังอาจที่จะพลาดไปจากการบรรลุถึงเป้าหมายแห่งการทรงเรียกของพระเจ้าได้ ซึ่งก็คือการเข้าสู่มรดกแห่งแผ่นดินงามของเราคือพระคริสต์ (ฟป.3:12-14) และรับสุขความอุดมสมบูรณ์ของพระองค์เพื่ออาณาจักรของพระเจ้า ซึ่งจะทำให้เรากลายเป็นการสำแดงของพระองค์ในยุคนี้ และมีส่วนในการรับสุขที่ครบสมบูรณ์แห่งพระคริสต์ในยุคอาณาจักร (มธ.25:21, 23). สิ่งนี้ควรเป็นคำเตือนที่เคร่งเครียดสำหรับผู้เชื่อในพันธสัญญาใหม่ทุกคน โดยเฉพาะอย่างยิ่งสำหรับชาวโกรินโธซึ่งกำลังตกอยู่ในอันตรายแห่งการซ้ำรอยความพ่ายแพ้อย่างเดียวกันกับชาวอิสราเอลที่อยู่ ในป่ากันดาร.
1กธ. 10:6 2 อัครทูตได้รวมตัวของท่านเองเข้าด้วยกันกับผู้เชื่อทั้งหลายในเรื่องการเข้าสู่การวิ่งแข่งแห่งคริสเตียนด้วย.
1กธ. 10:6 ข อฤธ.11:4, 33, 34; บพส.106:14
1กธ. 10:7 ก 1กธ.5:11; 10:14
1กธ. 10:7 1ก การกินดื่มในทางที่ผิดของชาวอิสราเอลนั้นมีความเกี่ยวข้องกับการผิดประเวณีในการไปกราบไหว้รูปโคทองคำ (อซด.32:1-6). ถ้อยคำของอัครทูตในที่นี้มีความหมายเป็นนัยว่า การที่ชาวโกรินโธไปกินอาหารที่บูชาแก่รูปเคารพโดยไม่เหมาะสมนั้นมีความเกี่ยวข้องกับการกราบไหว้รูปเคารพไม่มากก็น้อย.
1กธ. 10:7 ข อซด.32:4, 8
1กธ. 10:7 ค อซด.32:6
1กธ. 10:7 ง อซด.32:19
1กธ. 10:8 ก 1กธ.5:1
1กธ. 10:8 1ก การล่วงประเวณีมักจะติดตามมากับการกราบไหว้รูปเคารพอยู่เสมอ (อฤธ.25:1-2). ดังนั้นในที่นี้จึงกล่าวถึงสองสิ่งนี้พร้อมกัน เหมือนที่บันทึกใน กจ.15:20, 29. ไม่ต้องสงสัยเลยว่าในที่นี้มีความหมายเป็นนัยว่าเรื่องชั่วร้ายทั้งสองนี้ก็มีอยู่ท่ามกลางผู้เชื่อชาวโกรินโธด้วย. ดังนั้นสองเรื่องนี้จึงถูกจัดการในบทที่ 5—10 เป็นพิเศษ.
1กธ. 10:8 ข อฤธ.25:1; วว.2:14
1กธ. 10:8 2 ถูกฆ่าจนล้มลงที่แผ่นดิน.
1กธ. 10:8 ค เทียบ อฤธ.25:9
1กธ. 10:9 ก มธ.4:7
1กธ. 10:9 1ก แปลตามตรงคือ ทดสอบจนถึงที่สุด, ทดลองจนสุดความสามารถ. คำว่า "ทดลอง" อีกคำหนึ่งในตอนท้ายของข้อนี้ไม่มีความหมายของวลีที่ว่า "ถึงที่สุด, จนสุดความสามารถ."
1กธ. 10:9 ข อซด.17:2, 7; บพส.78:18
1กธ. 10:9 ค อฤธ.21:6
1กธ. 10:10 ก ฟป.2:14
1กธ. 10:10 1ก คำบ่นของชาวอิสราเอล (อฤธ.16:41) เป็นแบบเล็งถึงคำพูดด้านลบของผู้เชื่อชาวโกรินโธที่ต่อต้านอัครทูต (4:3; 9:3).
1กธ. 10:10 ข อฤธ.14:2, 27-29; 16:41; 17:5, 10; 21:5
1กธ. 10:10 ค อฤธ.16:49
1กธ. 10:10 2 ชี้ถึงทูตสวรรค์ซึ่งเป็นผู้ปฏิบัติการของพระเจ้า (อซด.12:23; 2ซมอ.24:16-17).
1กธ. 10:11 1 เกิดขึ้นมาโดยตลอด.
1กธ. 10:11 ก 1กธ.10:6
1กธ. 10:11 ข รม.4:23, 24
1กธ. 10:11 2 แปลตามตรงคือ ช่วงสุดปลายแห่งยุคสมัยทั้งหลายได้มาถึงเขา.
1กธ. 10:11 3 ยุคสมัยทั้งหลาย หมายถึงยุคสมัยทั้งหลายที่ผ่านมาในอดีต. ช่วงสุดปลายแห่งยุคสมัยทั้งหลาย หมายถึงข้อเท็จจริงที่ว่ายุคสมัยทั้งหลายที่ผ่านมาในอดีตได้สรุปลงเมื่อตอนเริ่มต้นของยุคพันธสัญญาใหม่ ดังนั้นช่วงสุดปลายของยุคสมัยทั้งหลายจึงได้มาถึงผู้คนที่อยู่ในเวลานั้น. ผู้คนเหล่านี้ที่อยู่ในยุคพันธสัญญาใหม่สามารถรับคำเตือนสติจากประวัติศาสตร์ของชาวอิสราเอลได้. หลังจากยุคพันธสัญญาใหม่แล้วจะเป็นยุคอาณาจักรซึ่งในเวลานั้นอุทาหรณ์เตือนใจจากยุคพันธสัญญาเดิมก็ไม่อาจใช้กับการวิ่งแข่งของคริสเตียนได้อีกต่อไป.
1กธ. 10:12 1 อัครทูตทำการเตือนชาวโกรินโธโดยใช้การเตือนสติที่อยู่ในข้อ 5-11 เป็นพื้นฐานเพื่อไม่ให้เขาคิดไปเองว่าตนได้ยืนหยัดมั่นคงดีแล้ว ไม่ต้องเสี่ยงกับภัยอันตรายในการต้องล้มตายเหมือนชาวอิสราเอลแล้ว
1กธ. 10:12 ก 1กธ.3:18
1กธ. 10:12 ข 2กธ.1:24; รม.5:2; 11:20
1กธ. 10:12 2 เหมือนดังชาวอิสราเอลที่พ่ายแพ้ได้ล้มลงและตายจากไปในป่ากันดาร (ข้อ 5, 8). ผู้เชื่อชาวโกรินโธบางคนก็ได้ล้มลงและตายจากไปจริงๆ เพราะพวกเขาได้ทำผิดต่อพระกายขององค์พระผู้ เป็นเจ้า (11:27-30).
1กธ. 10:13 1 แปลตามตรงคือ ไม่มีการล่อลวงใดๆ ที่จะฉวยท่านไว้ หากมิได้เป็นการล่อลวงซึ่งเป็นของฝ่ายมนุษย์. ข้อนี้เป็นการสืบเนื่องของคำเตือนที่อยู่ในข้อ 12 โดยชี้บ่งว่า ในด้านหนึ่งเราต้องระมัดระวังไม่ให้ถูกล่อลวง มิเช่นนั้นเราจะต้องล้มลงและตายเสีย และในอีกด้านหนึ่งพระเจ้าจะไม่ยอมให้เราต้องประสบกับการล่อลวงใดๆ ซึ่งเกินกว่าที่เราจะทนได้โดยความสัตย์ซื่อของพระองค์แต่จะทรงให้เรามีทางออกด้วยเมื่อประสบกับการล่อลวงนั้น.
1กธ. 10:13 2 หรือ การทดลอง (2ปต.2:9; เทียบ ดนอ.3:17-18).
1กธ. 10:13 ก 1กธ.1:9
1กธ. 10:13 ข มธ.6:13; ยก.1:13
1กธ. 10:13 3 แปลตามตรงคือ พระองค์จะทรงโปรดให้มีทางออกติดตามไปกับการล่อลวงนั้นด้วย.
1กธ. 10:13 ค รม.5:3-4; ยก.5:11
1กธ. 10:14 1 คำนี้เป็นการชี้บ่งว่า ช่วงต่อไปนี้จนถึงข้อ 30 จะเป็นบทสรุปของข้อความเบื้องต้นซึ่งเริ่มมาตั้งแต่ 8:1 เกี่ยวกับการกินของที่บูชารูปเคารพ.
1กธ. 10:14 ก 1กธ.10:7; 1ยฮ.5:21
1กธ. 10:14 2ก ชี้ถึงการกราบไหว้รูปเคารพที่เกี่ยวข้องกับการกินของที่บูชาแก่รูปเคารพ.
1กธ. 10:15 ก 1กธ.11:13
1กธ. 10:15 1ก ในภาษากรีกเป็นคำศัพท์เดียวกันกับคำว่า "พิพากษา."
1กธ. 10:16 ก 1กธ.10:21; 11:25-28; มธ.26:27; เทียบ บพส.16:5; 23:5; 116:13; มธ.20:22; ยฮ.18:11; วว.14:10
1กธ. 10:16 ข มธ.26:26
1กธ. 10:16 ค 1ปต.1:19; ฮร.9:14
1กธ. 10:16 ง 1กธ.11:23-24; มธ.26:26; กจ.2:42; 20:7; เทียบ ยฮ.6:35, 48, 51
1กธ. 10:16 1 หรือ การร่วมมีส่วนใน. การสามัคคีธรรม ในที่นี้ชี้ถึงการที่ผู้เชื่อได้ร่วมมีส่วนในการสามัคคีธรรมแห่งพระโลหิตและพระกายของพระคริสต์. สิ่งนี้ไม่เพียงทำให้เราซึ่งเป็นผู้มีส่วนในพระโลหิตและพระกายขององค์พระผู้เป็นเจ้าได้เป็นหนึ่งซึ่งกันและกันเท่านั้น แต่ทำให้เราเป็นหนึ่งกับองค์พระผู้เป็นเจ้าด้วย. เราซึ่งเป็นผู้มีส่วนนี้ได้ประสานสนิทกับองค์พระผู้เป็นเจ้าในการสามัคคีธรรมแห่งพระโลหิตและพระกายของพระองค์. แนวคิดของอัครทูตในที่นี้คือ เพื่ออธิบายว่าการกินดื่มนั้นทำให้ผู้ที่กินและดื่มนั้นเป็นหนึ่งกับของที่ได้กินและดื่มเข้าไปได้อย่างไร. ชาวโกรินโธนั้นควรจะตระหนักว่า การกินในทางที่ผิดโดยไปกินของที่บูชาแก่รูปเคารพนั้นได้ทำให้พวกเขากลายเป็นหนึ่งกับพวกผีที่อยู่เบื้องหลังของเครื่องบูชารูปเคารพเหล่านั้นไปจริงๆ.
1กธ. 10:16 จ ฮร.10:5, 10; 1ปต.2:24
1กธ. 10:17 1 ขนมปังก้อนเดียวนั้นเป็นเครื่องหมายเล็งถึงพระกายหนึ่งเดียวของพระคริสต์. เราทุกคนล้วนเป็นพระกายเดียวเพราะเราได้รับส่วนจากขนมปังก้อนเดียวนั้น. การร่วมรับส่วนจากขนมปังก้อนเดียวนั้นทำให้เราทุกคนกลายเป็นหนึ่ง. สิ่งนี้บ่งชี้ว่า การที่เราได้รับส่วนจากพระคริสต์ทำให้เราทุกคนกลายเป็นพระกายหนึ่งเดียวของพระองค์. พระคริสต์ที่เราได้รับส่วนเข้าไปนั้นทรงก่อรูปเราขึ้นเป็นพระกายหนึ่งเดียวของพระองค์.
1กธ. 10:17 ก รม.12:5; 1กธ.12:12, 13, 20; อฟ.2:16; 4:4, 16
1กธ. 10:17 2 การรับส่วนจาก (กิน — ข้อ 28-30) ขนมปังก้อนเดียวนั้นทำให้เราประสานสนิทกับขนมปังนั้น. สิ่งนี้ชี้บ่งว่าการที่เรารับส่วนจากพระคริสต์หรือรับสุขพระคริสต์นั้น ทำให้เราประสานสนิทกับพระองค์ คือทำให้เราเป็นหนึ่งกับพระองค์.
1กธ. 10:18 ก รม.1:3; 4:1; 9:5
1กธ. 10:18 ข ลวต.7:6, 15; เทียบ ฮร.13:10
1กธ. 10:18 1 หรือ ร่วมมีส่วนใน. บรรดาผู้ที่กินเครื่องบูชาจากแท่นบูชานั้นไม่เพียงได้สามัคคีธรรมซึ่งกันและกันกับแท่นบูชาเท่านั้น แต่ยังร่วมมีส่วนในสิ่งที่พวกเขาได้กินอีกด้วย. การมีส่วนในสิ่งที่พวกเขาได้กินก็ทำให้เขาเป็นหนึ่งกับเครื่องบูชาบนแท่นนั้น. สิ่งนี้ก็ได้ชี้แจงให้เห็นว่า การกินนั้นทำให้ผู้ที่กินนั้นเป็นหนึ่งกับของที่ได้กินเข้าไปเช่นกัน. การกินของที่บูชาแก่รูปเคารพก็เช่นเดียวกัน กล่าวคือทำให้ผู้กินประสานสนิทกับพวกผีที่อยู่เบื้องหลังเครื่องบูชาเหล่านั้น.
1กธ. 10:18 ค อซด.27:1-8; ลวต.3:5; 4:7, 25
1กธ. 10:18 2ค เพราะแท่นบูชานั้นเป็นรากฐานของเครื่องบูชาที่ถวายแด่พระเจ้า การกินเครื่องบูชาซึ่งมาจากแท่นนั้นจึงทำให้ผู้กินกลายเป็นผู้ที่มีการสามัคคีธรรมกับแท่นบูชา หรือเป็นผู้ที่ร่วมมีส่วนในแท่นบูชานั้น.
1กธ. 10:19 ก 1กธ.8:4
1กธ. 10:20 ก ลวต.17:7; พบญ.32:17; 2คนก.11:15; บพส.106:37; วว.9:20
1กธ. 10:20 1ก รูปเคารพและของที่บูชาแก่รูปเคารพนั้นไม่นับเป็นอะไร (ข้อ 19; 8:4). แต่เบื้องหลังของสิ่งเหล่านี้มีพวกผี ซึ่งเป็นที่น่าสะอิดสะเอียนและเกลียดชังสำหรับพระเจ้า. ผู้เชื่อที่นมัสการพระเจ้านั้นจะต้องละเว้นจากการไปประสานสนิทกับพวกผี จนกลายเป็นผู้ที่มีการสามัคคีธรรมกับพวกผี โดยการกินของที่บูชาแก่รูปเคารพ. เพราะพวกผีนั้นเป็นความเที่ยงแท้ของรูปเคารพ การกินของที่บูชาแก่รูปเคารพจึงทำให้ผู้กินกลายเป็นผู้ที่มีการสามัคคีธรรมกับพวกผี และเป็นผู้ร่วมมีส่วนกับพวกผี.
1กธ. 10:20 ข เทียบ ลวต.19:31; พบญ.18:10-12; 2กธ.6:15-16
1กธ. 10:20 2ข ดูข้อ 18 คำอธิบาย 1. ผู้กินของที่บูชาแก่รูปเคารพนั้นมิได้เป็นเพียงผู้ที่มีการสามัคคีธรรมกับพวกผีเท่านั้น แต่ยังเป็นผู้ที่ร่วมมีส่วนกับพวกผีด้วย คือทำให้ตัวเองเป็นหนึ่งกับพวกผี.
1กธ. 10:21 1 การดื่มจอกขององค์พระผู้เป็นเจ้าและรับส่วนในโต๊ะขององค์พระผู้เป็นเจ้านั้นคือ การทำให้ตัวเราได้ประสานสนิทกับองค์พระผู้เป็นเจ้า. การดื่มจอกของพวกผีและมีส่วนในโต๊ะของพวกผีนั้นเป็นการทำให้เราเป็นหนึ่งกับพวกผี.
1กธ. 10:21 ก 1กธ.10:16
1กธ. 10:21 ข เทียบ บพส.23:5; 78:19; สภษ.9:2; 2ซมอ.9:7, 10, 11, 13
1กธ. 10:21 ค ยซย.65:11
1กธ. 10:22 ก พบญ.32:21
1กธ. 10:22 1ก องค์พระผู้เป็นเจ้าทรงเป็นพระเจ้าที่หวงแหน (อซด.20:5). การกราบไหว้รูปเคารพนั้นเป็นสิ่งที่พระองค์ทรงสะอิดสะเอียนและเกลียดชังเป็นอย่างยิ่ง. หากเรามีส่วนในการสามัคคีธรรมกับพวกผี ทำให้เราเป็นหนึ่งกับพวกมันแล้ว เราก็ได้ยั่วให้องค์พระผู้เป็นเจ้าหึงหวงนั่นเอง. ดังนั้นเราต้องหลีกหนีเสียจากการกราบไหว้รูปเคารพ (ข้อ 14).
1กธ. 10:22 ข อซด.20:5; 2กธ.11:2
1กธ. 10:22 ค พบญ.10:17; บพส.24:8; 50:1
1กธ. 10:23 ก 1กธ.6:12
1กธ. 10:23 1ก ข้อ 14-22 จัดการกับเรื่องการกินของที่บูชาแก่รูปเคารพจากด้านของการทำให้มนุษย์เป็นหนึ่งกับพวกผี. จากข้อ 23 ถึง 11:1 นั้นได้จัดการกับเรื่องนี้จากด้านของการก่อสร้างผู้อื่นเพื่อสง่าราศีของพระเจ้า (ข้อ 31).
1กธ. 10:23 2 ดู 6:12 คำอธิบาย 2.
1กธ. 10:23 3 ดู 6:12 คำอธิบาย 3.
1กธ. 10:23 ข 1กธ.8:1
1กธ. 10:23 4ข ใน 6:12 ซึ่งคล้ายกับข้อนี้ได้จบลงด้วยวลีที่ว่า "ข้าพเจ้าจะไม่ยอมอยู่ใต้อำนาจของสิ่งใดเลย." แต่ในข้อนี้จบลงด้วยวลีที่ว่า "ไม่ใช่ทุกสิ่งจะให้ก่อสร้างขึ้น." ข้อแรกเกี่ยวข้องกับตัวเราเอง ข้อหลังเกี่ยวข้องกับผู้อื่น.
1กธ. 10:24 ก 1กธ.10:33; 13:5
1กธ. 10:25 1 ในสมัยของอัครทูตนั้น โดยปกติแล้วของที่บูชาแก่รูปเคารพนั้นจะถูกเผาบูชาเพียงบางส่วนเท่านั้น. ส่วนที่เหลืออยู่ก็ให้แก่พวกปุโรหิตหรือแก่คนจน หรือนำไปขายในตลาด. ผู้ซื้อจึงอาจซื้อเนื้อที่ได้บูชาแก่รูปเคารพแล้วโดยไม่รู้ตัว.
1กธ. 10:25 ก 1กธ.10:27; กจ.10:13; 1ตธ.4:3-5
1กธ. 10:25 ข 1กธ.10:27
1กธ. 10:26 ก พบญ.10:14; บพส.24:1; 50:12
1กธ. 10:27 ก 1กธ.10:25; ลก.10
1กธ. 10:27 ข 1กธ.10:25
1กธ. 10:28 ก รม.14:15, 21
1กธ. 10:28 ข 1กธ.8:7, 10, 12
1กธ. 10:29 ก 1กธ.9:19
1กธ. 10:29 ก 1ตธ.4:3-4; รม.14:6
1กธ. 10:29 ข รม.14:16
1กธ. 10:30 1 แปลตามตรงคือ รับส่วน. กรณีนี้ชี้บ่งว่าการกินก็คือการรับส่วน (ข้อ 17).
1กธ. 10:30 ก 1ตธ.4:3-4; รม.14:6
1กธ. 10:30 ข รม.14:16
1กธ. 10:31 1 กรณีนี้ชี้บ่งว่า 10:31—11:1 เป็นบทสรุปของเนื้อความในช่วงที่เริ่มจากข้อ 23 นี้.
1กธ. 10:31 2 ข้อ 23, 31, และ 6:12 ได้ให้หลักการพื้นฐานที่ใช้ควบคุมการประพฤติของผู้เชื่อในพันธสัญญาใหม่ไว้สี่ประการ. สิ่งสารพัดทำได้ แต่ทุกสิ่งที่เราทำนั้น (1) ต่อเรื่องราวนั้นต้องเกิดประโยชน์; (2) ต่อตัวเรานั้นต้องไม่ตกอยู่ใต้อำนาจของสิ่งนั้น; (3) ต่อผู้อื่นนั้นจะต้องก่อสร้างขึ้น; และ (4) ต่อพระเจ้านั้นจะต้องให้พระองค์ได้รับสง่าราศี. มิเช่นนั้นแล้วก็ไม่ควรไปทำ.
1กธ. 10:31 ก รม.14:17-18
1กธ. 10:31 ข กซ.3:17
1กธ. 10:31 ค 1กธ.6:20; 1ปต.4:11
1กธ. 10:32 1 ศัพท์ในภาษากรีกที่ถูกแปลเป็น อย่าเป็นหินที่ทำให้สะดุด นั้นมีรากศัพท์เดียวกับวลีว่า "หินที่ทำให้สะดุด" ใน 8:9 แต่ต่างไปจากคำว่า "สะดุด" ใน 8:13.
1กธ. 10:32 ก 1กธ.8:9, 13; รม.14:13, 20, 21
1กธ. 10:32 2 ในยุคพันธสัญญาใหม่นั้นมีผู้คนอยู่สามประเภท (1) พวกยูดาย—พลไพร่ที่พระเจ้าทรงเลือกสรรไว้ (2) พวกกรีก—พวกต่างชาติที่ไม่เชื่อ (3) คริสตจักร—การประกอบขึ้นของผู้เชื่อในพระคริสต์. แต่ไม่ว่าจะเป็นคนกลุ่มไหนเราก็ไม่ควรจะเป็นสิ่งกีดขวาง หรือหินที่ทำให้สะดุดของพวกเขาเพื่อให้พวกเขาสามารถได้รับความรอด (ข้อ 33).
1กธ. 10:32 ข 1กธ.1:2; กจ.20:28
1กธ. 10:33 1 นี่ช่างเป็นแบบอย่างที่ดีเลิศซึ่งอัครทูตได้ให้ไว้แก่เรา!
1กธ. 10:33 ก รม.15:2
1กธ. 10:33 ข 1กธ.9:22
1กธ. 10:33 ค 1กธ.10:24; 13:5
1กธ. 10:33 ง 1กธ.9:22; 1ธซ.2:16; รม.11:14
สารบัญ