โรม บทที่ 6
2. การประสานสนิทกับพระคริสต์
6:1-23
6:1-23
(1) การประสานสนิท
ข้อ 1-5
ข้อ 1-5
รม.
6:1 ถ้าอย่างนั้นแล้วเราทั้งหลายจะว่าอย่างไร? เรากจะคงอยู่ในความบาปต่อไปเพื่อจะให้ขพระคุณเพิ่มพูนมากยิ่งขึ้นหรือ?
รม.
6:2 ไม่ใช่เช่นนั้นเป็นแน่! พวกเราที่กตายต่อความบาปแล้ว จะมีชีวิตเป็นอยู่ในความบาปต่อไปได้อย่างไร?
รม.
6:3 ท่านทั้งหลายไม่รู้หรือว่า เราทั้งหลายที่ได้รับ1กบัพติศมาเข้าสู่2พระคริสต์เยซูก็ได้รับ1บัพติศมาเข้าสู่ใน3ความตายของพระองค์แล้ว?
รม.
6:4 เหตุฉะนั้นเราทั้งหลายจึงถูก1กฝังไว้กับพระองค์โดย2บัพติศมาเข้าสู่ในความตายนั้น เพื่อเราทั้งหลายจะได้3ดำเนินชีวิตตามขสภาพใหม่ของคชีวิต เช่นเดียวกับที่ทรงให้พระคริสต์งเป็นขึ้นมาจากท่ามกลางคนตายโดย4จสง่าราศีของพระบิดา.
รม.
6:5 เพราะว่าถ้าเรา1เติบโตโดยการเข้าสนิทด้วยกันกับ[พระองค์]ใน2ลักษณะการตายของพระองค์แล้ว เราก็จะเติบโตโดยการเข้าสนิทด้วยกันกับ[พระองค์]3ใน2ลักษณะการเป็นขึ้นของพระองค์ด้วยเป็นแน่.
(2) การรู้จัก
ข้อ 6-10
ข้อ 6-10
รม.
6:6 [เพราะเราทั้งหลาย]1รู้แล้วว่า 2คนเก่าของเรานั้นถูก3กตรึงไว้กับ[พระองค์]แล้ว เพื่อ4ขกายแห่งความบาปนั้นจะ5สูญเสียประสิทธิภาพไป เพื่อเราจะไม่เป็นทาสของความบาปอีกต่อไป
รม.
6:7 เพราะว่าผู้ที่ตายแล้วย่อมหลุดพ้นจาก1ความบาป.
รม.
6:8 แต่ถ้าเรา1ร่วมกตายกับพระคริสต์แล้ว เราเชื่อว่าเราจะ1ร่วมมีขชีวิตเป็นอยู่กับพระองค์ด้วย
รม.
6:9 เราทั้งหลายรู้อยู่ว่า ในเมื่อพระคริสต์ทรงเป็นขึ้นมาจากท่ามกลางคนตายแล้วก็จะ1กไม่ตายอีก ความตายก็ไม่เป็นนายควบคุมพระองค์อีกต่อไป.
รม.
6:10 ด้วยว่าที่พระองค์ทรงตายนั้น พระองค์ทรงตายต่อความบาปครั้งเดียวก็สำเร็จเป็นนิรันดร์ แต่ที่พระองค์ทรงเป็นอยู่นั้น พระองค์ทรงมีชีวิตเป็นอยู่ต่อพระเจ้า.
(3) การนับ
ข้อ 11
ข้อ 11
รม.
6:11 ในทำนองเดียวกัน ท่านทั้งหลายก็จง1นับว่าตนได้กตายต่อความบาป แต่มีชีวิตเป็นอยู่ต่อพระเจ้าในพระคริสต์เยซู.
(4) การถวาย
ข้อ 12-23
ข้อ 12-23
รม.
6:12 เหตุฉะนั้น1อย่าให้กความบาปเป็นกษัตริย์ครอบครองกายที่ต้องตายของท่านทั้งหลาย ซึ่งทำให้ท่านต้องเชื่อฟังขราคะตัณหาของกายนั้น
รม.
6:13 อย่ากมอบขอวัยวะของท่านแก่ความบาปเป็นคอาวุธแห่งความอธรรม แต่จง1ถวายตัวท่านแด่พระเจ้าเสมือนหนึ่งเป็นผู้ที่เป็นขึ้นมาจากท่ามกลางคนตายแล้ว และถวายอวัยวะของท่านแด่พระเจ้าเป็น2อาวุธแห่งความชอบธรรม.
รม.
6:14 เพื่อกความบาปจะไม่เป็น1นายควบคุมท่านทั้งหลายอีกต่อไป2ด้วยว่าท่าน3มิได้อยู่ใต้กฎบัญญัติ แต่อยู่ใต้ขพระคุณ.
รม.
6:15 ถ้าเช่นนั้นแล้วเราจะว่าอย่างไร? เพราะเหตุเรามิได้อยู่ใต้กฎบัญญัติแต่อยู่ใต้พระคุณเราจึงกจะกระทำบาปได้หรือ? ไม่ใช่เช่นนั้นเป็นแน่!
รม.
6:16 ท่านทั้งหลายไม่รู้หรือว่า เมื่อท่านมอบตัวเป็นทาสยอมฟังคำของผู้ใด ท่านก็เป็นทาสของผู้ที่ท่านเชื่อฟังนั้น? ไม่ว่าจะเป็นทาสของความบาป1จนถึงความตายก็ดีหรือเป็นทาสแห่งการเชื่อฟัง1จนถึงความชอบธรรมก็ดี.
รม.
6:17 แต่ขอบพระคุณพระเจ้า เพราะแม้ท่านทั้งหลายเคยเป็นกทาสของความบาปท่านก็ยังได้เชื่อฟังรูปแบบแห่งคำสอนนั้นจากใจ ด้วยท่านถูกมอบไว้แก่รูปแบบแห่งคำสอนนั้น.
รม.
6:18 เมื่อท่านทั้งหลาย1กได้รับการปลดปล่อยให้เป็นอิสระจากความบาปแล้ว ท่านก็ได้เป็นทาสของความชอบธรรม.
รม.
6:19 ข้าพเจ้าพูดอย่างมนุษย์เพราะเหตุความอ่อนแอแห่งเนื้อหนังของท่าน. แต่ก่อนท่านเคยมอบอวัยวะเป็นทาสของการโสโครกและการล่วงกฎบัญญัติ จนได้ล่วงกฎบัญญัติฉันใด บัดนี้ท่านจงกถวายอวัยวะของท่านเป็นทาสของความชอบธรรม1จนถึง2ขการแบ่งแยกบริสุทธิ์ฉันนั้น.
รม.
6:20 เพราะเมื่อท่านทั้งหลายยังเป็นกทาสของความบาปอยู่นั้น ท่านก็1ไม่ถูกจำกัดด้วยความชอบธรรม.
รม.
6:21 ในเวลานั้นท่านได้เกิดผลอะไร? ก็คือการซึ่งบัดนี้ท่านเองก็รู้สึกละอาย ด้วย
ที่สุดปลายของการเหล่านั้นก็คือความตาย.
รม.
6:22 แต่บัดนี้ ในเมื่อท่านทั้งหลายได้รับกการปลดปล่อยจากบาปและได้เป็นทาสของพระเจ้าแล้ว ท่านจึงมีผลแห่ง1ขการแบ่งแยกบริสุทธิ์ และที่สุดปลายก็คือ2ชีวิตคนิรันดร์.
รม.
6:23 ด้วยว่า1ค่าจ้างของความบาปก็คือ2กความตาย แต่ของประทานของพระเจ้าก็คือ 3ขชีวิตนิรันดร์ในองค์พระคริสต์เยซูเจ้าของเรา.
คำอธิบาย โรม บทที่ 6
รม.
6:1 ก รม.6:15
รม.
6:1 ข รม.5:20
รม.
6:2 ก รม.6:11; 1ปต.2:24
รม.
6:3 ก ฆต.3:27
รม.
6:3 2 เดิมเราถือกำเนิดมาในขอบเขตของอาดามซึ่งเป็นมนุษย์คนแรก (1กธ.15:45, 47) แต่โดยการรับบัพติศมา เราถูกโยกย้ายเข้าสู่ขอบเขตของพระคริสต์ (1กธ.1:30; ฆต.3:27) ผู้เป็นมนุษย์คนที่สอง (1กธ.15:47).
รม.
6:3 1 การรับบัพติศมาไม่ใช่รูปแบบหรือพิธีการแต่อย่างใด แต่เป็นสิ่งที่ใช้แสดงถึงการที่เราได้เข้าสนิทกับพระคริสต์. โดยการรับบัพติศมาเราจึงถูกจุ่มเข้าสู่พระคริสต์ คือได้ยึดพระองค์มาเป็นขอบเขตของเรา ทำให้เราประสานสนิทเป็นหนึ่งกับพระองค์ในการตายและการเป็นขึ้นของพระองค์.
รม.
6:3 3 ขณะที่เรารับบัพติศมาเข้าสู่พระคริสต์เราก็ได้รับบัพติศมาเข้าสู่การตายของพระองค์แล้ว. การตายของพระองค์ได้แบ่งแยกเราออกมาจากโลกและอำนาจแห่งความมืดของซาตานและได้สิ้นสุดทั้งชีวิตธรรมชาติ นิสัยเก่า ตัวตนเบื้องหลัง และแม้กระทั่งประวัติทั้งหมดของเรา.
รม.
6:4 ก กซ.2:12
รม.
6:4 1ก คนเก่าของเราถูกตรึงไว้กับพระคริสต์แล้ว (ข้อ 6) และยังถูกฝังไว้กับพระองค์โดยบัพติศมาเข้าสู่ในความตาย. ตามธรรมชาตินั้นมนุษย์ต้องตายก่อนแล้วฝังทีหลัง แต่ถ้อยคำของเปาโลนั้นชี้บ่งว่า ในฝ่ายวิญญาณนั้นเราต้องถูกฝังก่อนแล้วตายทีหลัง. เราไม่ได้ตายโดยตรง แต่เราได้เข้าสู่การตายของพระคริสต์โดยการรับบัพติศมา.
รม.
6:4 2 พระคริสต์ทรงประสานสนิทเป็นหนึ่งกับการตายของพระองค์. ถ้าเราอยู่ภายนอกพระคริสต์ เราก็ไม่สามารถรับบัพติศมาเข้าสู่การตายของพระองค์ได้อย่างเด็ดขาด เพราะว่าส่วนประกอบแห่งการตายที่มีประสิทธิภาพของพระองค์นั้นมีอยู่ในพระองค์ผู้เป็นขึ้นและครอบคลุมสรรพสิ่งผู้นี้เท่านั้น.
รม.
6:4 3 หลังจากที่เราได้รับบัพติศมา เราก็กลายเป็นคนใหม่ที่อยู่ในการเป็นขึ้น. การเป็นขึ้นไม่เพียงเป็นสภาพการณ์ในอนาคตเท่านั้น แต่ยังเป็นขั้นตอนที่อยู่ในปัจจุบันนี้อีกด้วย. การดำเนินชีวิตตามสภาพใหม่ของชีวิตก็คือการมีชีวิตเป็นอยู่ในขอบเขตแห่งการเป็นขึ้นและก็คือการเป็นกษัตริย์ในชีวิตนั่นเอง. การดำเนินชีวิตเช่นนี้จะจัดการกับทุกสิ่งที่เป็นฝ่ายอาดามซึ่งอยู่ภายในตัวเรา จนเราถูกเปลี่ยนแปลงและถอดแบบตามพระฉายาของพระคริสต์อย่างสมบูรณ์ (8:29).
รม.
6:4 ข รม.7:6; 2กธ.5:17
รม.
6:4 ค รม.5:10, 17, 18, 21; 8:2, 6
รม.
6:4 ง อฟ.2:6; กซ.3:1
รม.
6:4 จ มธ.16:27; ยฮ.11:40
รม.
6:4 4จ ชี้ถึงการปรากฏออกแห่งสภาพพระเจ้า.
รม.
6:5 1 คำนี้ได้ชี้ถึงการประสานสนิททางอินทรียภาพ ในการประสานสนิทนั้นมีการเติบโตเกิดขึ้นเพื่อให้ฝ่ายหนึ่งรับส่วนในชีวิตกับลักษณะพิเศษของอีกฝ่ายหนึ่ง. ในการประสานสนิททางอินทรียภาพกับพระคริสต์นี้ ทุกสิ่งที่พระคริสต์ได้ประสบการณ์ก็ล้วนได้กลายเป็นประวัติศาสตร์ของเรา. บัดนี้การตายและการเป็นขึ้นของพระองค์ก็เป็นของเราแล้ว เพราะเราอยู่ในพระองค์และได้ประสานสนิทกับพระองค์อย่างอินทรียภาพ. นี่ก็คือการต่อกิ่ง (11:24). การต่อกิ่งนี้สามารถ (1) กำจัดองค์ประกอบทางด้านลบทุกอย่างของเรา (2) ให้ความสามารถแห่งการใช้งานของเราที่พระเจ้าทรงเนรมิตสร้างไว้ให้ได้เป็นขึ้นมา (3) ยกชูความสามารถแห่งการใช้งานของเราให้สูงขึ้น (4) เพิ่มเติมความสามารถแห่งการใช้งานของเราให้สมบูรณ์ยิ่งขึ้น, และ (5) ซาบซ่านทั่วทั้งตัวของเราเพื่อจะเปลี่ยนแปลงตัวเรา.
รม.
6:5 2 ลักษณะการตายของพระคริสต์ก็คือการรับบัพติศมาซึ่งได้กล่าวไว้ในข้อ 4 ส่วนลักษณะการเป็นขึ้นของพระคริสต์ก็คือสภาพใหม่ของชีวิตซึ่งได้กล่าวไว้ในข้อ 4.
รม.
6:5 3 สิ่งนี้ไม่ได้ชี้ถึงการเป็นขึ้นทางทัศนะภายนอกในอนาคต แต่ชี้ถึงขั้นตอนแห่งการเติบโตที่อยู่ในปัจจุบันนี้. ในขณะที่เรารับบัพติศมาเราก็เติบโตเข้าสนิทกับพระคริสต์ในลักษณะการตายของพระองค์ บัดนี้โดยการตายของพระองค์เราก็ได้เติบโตเข้าสนิทกับการเป็นขึ้นของพระองค์. ส่วนประกอบแห่งการตายของพระคริสต์ได้อยู่ในพระองค์ฉันใด ส่วนประกอบแห่งการเป็นขึ้นของพระคริสต์ก็มีอยู่ในพระองค์ฉันนั้น. ตัวของพระองค์เองก็คือการเป็นขึ้น (ยฮ.11:25). หลังจากที่เราได้ประสบการณ์กับการรับบัพติศมาที่ถูกต้องแล้ว เราก็จะเติบโตเข้าสนิทอยู่ในพระคริสต์และร่วมกับพระคริสต์ในลักษณะแห่งการเป็นขึ้นของพระคริสต์ ซึ่งก็คือดำเนินชีวิตตามสภาพใหม่ของชีวิตนั่นเอง.
รม.
6:6 1 ในภาษากรีกคำว่า "รู้" ในที่นี้ชี้ถึงความรู้ทางภายนอก ซึ่งเป็นทัศนะภายนอก ส่วนคำว่า "รู้" ในข้อ 9 และข้อ 16 ชี้ถึงความรู้สึกทางภายในอันเป็นทัศนะภายใน.
รม.
6:6 2 เล็งถึงชีวิตธรรมชาติในจิตของเรา. คนเก่าคือมนุษย์ที่พระเจ้าทรงเนรมิตสร้างแต่ได้ตกต่ำไปเพราะเหตุความบาป ซึ่งก็เหมือนกับ "ข้าพเจ้า" ที่อยู่ใน ฆต.2:20. คนเก่าไม่ใช่ตัวของจิตเอง แต่เป็นชีวิตของจิตซึ่งถูกพระเจ้านับว่าไม่มีความหวังและได้ถูกวางไว้บนกางเขนและร่วมตรึงตายกับพระคริสต์. แต่เดิมนั้นจิตของเราตั้งตนเป็นเอกเทศโดยมีคนเก่าเป็นชีวิตและตัวบุคคล. บัดนี้ในเมื่อคนเก่าของเราถูกตรึงไว้แล้ว จิตของเราก็ควรที่จะเป็นอวัยวะของพระคริสต์และตกอยู่ภายใต้การบังคับบัญชาจากวิญญาณของเราโดยมีพระคริสต์เป็นชีวิต.
รม.
6:6 ก ฆต.2:20
รม.
6:6 3ก ดู ฆต.5:24 คำอธิบาย 2.
รม.
6:6 ข เทียบ รม.7:24
รม.
6:6 4ข คือร่างกายที่ถูกความบาปอาศัยอยู่ภายใน, ครอบงำ, ทำลาย, ยึดครอง, ใช้ประโยชน์, และจับเป็นทาส จึงได้ไปทำเรื่องราวที่ชั่วร้าย. กายแห่งบาปนี้คึกคักและมีกำลังมากในการกระทำบาป (ซึ่งต่างกับ "กายแห่งความตาย" ใน 7:24 ซึ่งอ่อนแอและไร้กำลังในเรื่องราวของพระเจ้า). กายแห่งบาปไม่ใช่ตัวตนที่ไปทำบาป แต่เป็นเครื่องมือในการทำบาปซึ่งถูกคนเก่านำไปใช้ประโยชน์ในการสำแดงตัวเองโดยการทำบาป จึงได้ทำให้กายแห่งบาปนี้กลายเป็นเนื้อหนัง. ดังนั้น กายแห่งบาป ที่อยู่ในข้อนี้กับ เนื้อหนังแห่งบาป ใน 8:3 นั้นจึงชี้ถึง สิ่งเดียวกัน.
รม.
6:6 5 หรือ ถูกเลิกจ้าง, ตกงาน, ไม่เคลื่อนไหว. เนื่องจากคนเก่าได้ถูกตรึงไว้กับพระคริสต์แล้วร่างกายอันเป็นเครื่องมือที่เคยถูกคนเก่านำไปใช้ประโยชน์ในการทำบาปจึงตกงาน ไม่มีงานทำ. ดังนั้นเราจึงได้รับการปลดปล่อยจากความบาป (ข้อ 18-20) ไม่ถูกความบาปควบคุมและเป็นทาสของบาปนั้นอีกต่อไป.
รม.
6:7 1 ชี้ถึงนิสัยแห่งบาปพร้อมด้วยอำนาจและความเจ็บปวดของมัน และยังชี้ถึงพฤติกรรมแห่งบาป พร้อมด้วยประวัติและการพิพากษาของมัน.
รม.
6:8 1 นี่เป็นอีกครั้งหนึ่งที่ได้แสดงให้เห็นถึงการที่เราได้เข้าสนิททางอินทรียภาพกับพระคริสต์ในการตายและการเป็นขึ้นของพระองค์.
รม.
6:8 ก กซ.3:3
รม.
6:8 ข ยฮ.14:19; ฆต.2:20
รม.
6:9 ก วว.1:18
รม.
6:9 1ก ในการเป็นขึ้นของพระคริสต์นั้น พระองค์ทรงสูงส่งเหนือความเสื่อมเสียและความตาย. ในเมื่อเราได้เป็นหนึ่งกับพระองค์ในการเป็นขึ้นนี้เราจึงได้สูงส่งเหนือความเสื่อมเสียและความตายด้วย.
รม.
6:11 1 หรือ เห็นว่า. การนับเช่นนี้ไม่ใช่เทคนิคแต่อย่างใด แต่เป็นความเชื่อที่เกิดขึ้นเองโดยอัตโนมัติหรือเป็นการเห็นเองโดยอัตโนมัติ ซึ่งเกิดจากการที่เราได้มองเห็นข้อเท็จจริงที่ได้เปิดเผยไว้ในบทนี้. เราจำต้องมองเห็นและเชื่อในข้อเท็จจริงเหล่านี้, ยอมรับในสิ่งเหล่านี้, และนับว่าตัวเราได้ตายต่อความบาปและมีชีวิตเป็นอยู่ต่อพระเจ้าตามข้อเท็จจริงเหล่านี้ด้วย.
อย่างไรก็ดี การนับเช่นนี้ไม่ได้เป็นสาเหตุของความตาย และไม่สามารถที่จะนำความตายของพระคริสต์มาปฏิบัติการอยู่ภายในตัวเราด้วย. มีเพียงอาศัยการรับสุขต่อพระวิญญาณนั้นตามที่ได้เปิดเผยไว้ในบทที่ 8 จึงจะทำให้เราสามารถประสบการณ์ถึงการตายที่ครอบคลุมสรรพสิ่งและมีประสิทธิภาพของพระคริสต์ และการเป็นขึ้นกับฤทธิ์เดชแห่งการเป็นขึ้นของพระองค์ ซึ่งได้เปิดเผยไว้ในบทนี้. บทนี้ได้แสดงให้เห็นถึงข้อเท็จจริงทางทัศนะภายนอกที่พระคริสต์ได้ทรงสำเร็จเพื่อเรา ซึ่งเราจะต้องเชื่อและถือตามนั้น. บทที่ 8 แสดงให้เห็นถึงการงานทางด้านทัศนะภายในของพระวิญญาณนั้นในการทำให้ข้อเท็จจริงเหล่านี้ที่พระคริสต์ทรงสำเร็จก็ได้เป็นความจริงในประสบการณ์ที่เที่ยงแท้ของเรา. เพื่อสิ่งนี้เราต้องมีการสามัคคีธรรมและรับสุขพระองค์. ข้อเท็จจริงที่ได้พูดไว้ในบทนี้จะกลายเป็นประสบการณ์ของเราได้ก็ต่อเมื่ออยู่ในพระวิญญาณนั้น ที่ได้เปิดเผยไว้ในบทที่ 8 เท่านั้น.
อย่างไรก็ดี การนับเช่นนี้ไม่ได้เป็นสาเหตุของความตาย และไม่สามารถที่จะนำความตายของพระคริสต์มาปฏิบัติการอยู่ภายในตัวเราด้วย. มีเพียงอาศัยการรับสุขต่อพระวิญญาณนั้นตามที่ได้เปิดเผยไว้ในบทที่ 8 จึงจะทำให้เราสามารถประสบการณ์ถึงการตายที่ครอบคลุมสรรพสิ่งและมีประสิทธิภาพของพระคริสต์ และการเป็นขึ้นกับฤทธิ์เดชแห่งการเป็นขึ้นของพระองค์ ซึ่งได้เปิดเผยไว้ในบทนี้. บทนี้ได้แสดงให้เห็นถึงข้อเท็จจริงทางทัศนะภายนอกที่พระคริสต์ได้ทรงสำเร็จเพื่อเรา ซึ่งเราจะต้องเชื่อและถือตามนั้น. บทที่ 8 แสดงให้เห็นถึงการงานทางด้านทัศนะภายในของพระวิญญาณนั้นในการทำให้ข้อเท็จจริงเหล่านี้ที่พระคริสต์ทรงสำเร็จก็ได้เป็นความจริงในประสบการณ์ที่เที่ยงแท้ของเรา. เพื่อสิ่งนี้เราต้องมีการสามัคคีธรรมและรับสุขพระองค์. ข้อเท็จจริงที่ได้พูดไว้ในบทนี้จะกลายเป็นประสบการณ์ของเราได้ก็ต่อเมื่ออยู่ในพระวิญญาณนั้น ที่ได้เปิดเผยไว้ในบทที่ 8 เท่านั้น.
รม.
6:11 ก รม.6:2
รม.
6:12 1 นี่ก็คือการปฏิเสธความบาปและการร่วมมือกับพระวิญญาณของพระเจ้า.
รม.
6:12 ก รม.6:14; 5:21
รม.
6:12 ข ฆต.5:16
รม.
6:13 ก รม.12:1
รม.
6:13 ข รม.6:19
รม.
6:13 ค 2กธ.6:7; รม.13:12; เทียบ รม.7:23
รม.
6:13 1 การถวายตัวเราและอวัยวะของเราแด่พระเจ้าเป็นผลลัพธ์จากการที่เราได้มองเห็นข้อเท็จจริงที่ว่าเราได้ร่วมตรึงตายและร่วมเป็นขึ้นด้วยกันกับพระคริสต์แล้ว และยังเป็นผลลัพธ์จากการที่เราถือว่าตัวเรานั้นตายเสียแล้วและได้มีชีวิตเป็นอยู่ตามข้อเท็จจริงเหล่านี้.
รม.
6:13 2 หรือ เครื่องมือ. อวัยวะของเรานั้นไม่เพียงเป็นเครื่องมือแห่งการชอบธรรม แต่ยังเป็นอาวุธแห่งการชอบธรรมอีกด้วย เราสามารถใช้อาวุธนี้ทำการสู้รบระหว่างความชอบธรรมกับความอธรรม.
รม.
6:14 ก รม.6:12; 5:21
รม.
6:14 1 ความบาปที่ได้แปรสภาพเป็นตัวตนในที่นี้ได้เป็นนายควบคุมเราโดยราคะตัณหาแห่งกายของเรา (ข้อ 12).
รม.
6:14 2 การที่เรามิได้อยู่ใต้กฎบัญญัติแต่อยู่ใต้พระคุณนั้นเป็นสาเหตุที่ความบาปไม่อาจเป็นนายควบคุมเราได้อีก. สิ่งนี้ทำให้เรามีฐานะในการที่จะปฏิเสธความบาป. ความบาปไม่มีสิทธิ์ที่จะมาเรียกร้องอะไรจากเราได้อีกต่อไป แต่เรากลับมีสิทธิ์อย่างสมบูรณ์ในการปฏิเสธความบาปและอำนาจของมัน. โดยการปฏิเสธความบาปและยืนอยู่ข้างเดียวกับพระคริสต์เช่นนี้ เราจึงได้ถวายตัวเราและอวัยวะของเราเป็นทาสแห่งความชอบธรรม เพื่อให้ชีวิตของพระเจ้าสามารถดำเนินการอยู่ภายในเรา สำหรับในการแบ่งแยกเราให้บริสุทธิ์ทั้งในด้านฐานะและด้านนิสัย ด้วยพระนิสัยที่แยกบริสุทธิ์ของพระองค์.
รม.
6:14 3 สิ่งนี้ไม่ใช่ทำให้เราล่วงกฎบัญญัติ เหมือนกับที่บางคนได้กระทำในเวลาที่คริสตจักรได้ตกต่ำ (ยด.4). กฎบัญญัติที่กล่าวไว้ในข้อนี้ชี้ถึงกฎบัญญัติที่โมเซได้ให้ไว้. กฎบัญญัติเหล่านี้ล้วนถูกแทนที่โดยกฎบัญญัติที่อยู่ภายในซึ่งอยู่ในพันธสัญญาใหม่แล้ว (ฮร.10:16). บทที่ 5 ถึงบทที่ 6 ได้อธิบายว่าบัดนี้เราได้อยู่ภายใต้พระคุณแล้ว ส่วนบทที่ 7 ถึงบทที่ 8 ได้อธิบายว่าเราจะไม่อยู่ใต้กฎบัญญัติได้อย่างไร.
รม.
6:14 ข รม.5:2, 15, 17, 20, 21
รม.
6:15 ก รม.6:1
รม.
6:16 1 จนถึง อาจแปลเป็น บรรลุสู่. ในข้อต่อๆไปก็เช่นเดียวกัน.
รม.
6:17 ก รม.6:20
รม.
6:18 ก รม.6:22; 8:2
รม.
6:18 1ก สิ่งนี้เป็นผลมาจากการที่คนเก่าได้ถูกตรึงไว้แล้ว (ข้อ 6).
รม.
6:19 ก รม.6:13
รม.
6:19 1 ความชอบธรรมนำเราไปสู่การแบ่งแยกบริสุทธิ์. หากเราถวายตัวเราเป็นทาสของความชอบธรรมและถวายอวัยวะของเราเป็นอาวุธแห่งการชอบธรรมแล้ว พระคริสต์ผู้เป็นชีวิตนิรันดร์ที่อยู่ภายในเราก็มีฐานะที่จะทำการอยู่ภายในเราและจะทำให้ทุกส่วนที่อยู่ภายในเราซาบซ่านไปด้วยตัวของพระองค์เอง. เมื่อเป็นเช่นนี้เราก็จะถูกแบ่งแยกบริสุทธิ์ไปโดยอัตโนมัติ คือทุกส่วนที่อยู่ภายในเราจะถูกแบ่งแยกบริสุทธิ์ด้วยการซาบซ่านไปด้วยตัวของพระคริสต์อย่างอัตโนมัติ.
รม.
6:19 ข รม.15:16; 1กธ.6:11; 1ธซ.4:7
รม.
6:19 2ข การแบ่งแยกบริสุทธิ์ (ดู 1:2 คำอธิบาย 3) ไม่เพียงเป็นการโยกย้ายทางฐานะ คือแบ่งแยกออกจากฐานะธรรมดาและเป็นฝ่ายโลก ไปยังฐานะที่มีเพื่อพระเจ้า ดังที่ได้บรรยายไว้ใน มธ.23:17, 19 และ 1ตธ.4:3-5 แต่ยังเป็นการเปลี่ยนแปลงในทางนิสัย คือการเปลี่ยนแปลงจากนิสัยตามธรรมชาติไปเป็นนิสัยที่อยู่ฝ่ายวิญญาณโดยการที่พระคริสต์ซึ่งเป็นพระวิญญาณผู้ประทานชีวิตทรงทำให้ทุกส่วนที่อยู่ภายในเราถูกซาบซ่านไปด้วยพระนิสัยที่แบ่งแยกบริสุทธิ์ของพระเจ้าดังที่ได้กล่าวไว้ใน 12:2; 2กธ.3:18.
รม.
6:20 ก รม.6:17
รม.
6:20 1 แปลตามตรงคือ เป็นอิสระต่อความชอบธรรม.
รม.
6:22 ก รม.6:18
รม.
6:22 ข ดู 19ข
รม.
6:22 1ข ดูข้อ 19 คำอธิบาย 2.
รม.
6:22 2 การแบ่งแยกบริสุทธิ์ในด้านนิสัยที่กล่าวไว้ในบทนี้ไม่เพียงออกมาจากชีวิตเท่านั้น (ข้อ 4, 23) แต่ผลสุดท้ายก็ได้สรุปลงที่ชีวิตและนำชีวิตมาให้แก่เรามากยิ่งขึ้น เพื่อให้เราได้รับสุขความอุดมสมบูรณ์แห่งชีวิตของพระเจ้า.
รม.
6:22 ค รม.5:21; ยฮ.3:16; 1ยฮ.5:11
รม.
6:23 1 ค่าจ้างก็คือค่าแรงที่เป็นไปตามความชอบธรรมโดยคิดตามงานที่ทำ. ในสายพระเนตรของพระเจ้านั้น การประพฤติของมนุษย์ทุกคนที่ไม่มีพระเจ้าก็ล้วนเป็นความบาปและเป็นการงานของมนุษย์ทั้งสิ้น และค่าจ้างที่จะได้รับก็คือความตาย.
รม.
6:23 ก รม.5:12; 6:16, 21; 1:32
รม.
6:23 2ก ความตายมาจากความบาปและเป็นผลลัพธ์ของความบาป. ความตายที่กล่าวไว้ในที่นี้ไม่เพียงเป็นความตายทางกายภาพและความตายที่นิรันดร์เท่านั้น แต่ยังเป็นความตายที่พัวพันอยู่ในชีวิตประจำวันของมนุษย์อีกด้วย. ดู 5:12 คำอธิบาย 4.
รม.
6:23 ข ดู 22ข
รม.
6:23 3ข ชีวิตนิรันดร์ก็คือชีวิตของพระเจ้าตรีเอกภาพ. เนื่องจากพระเจ้าทรงโปรดให้เราชอบธรรมชีวิตนี้จึงได้แจกจ่ายเข้าสู่ภายในเรา และยังได้แผ่ขยายไปทั่วทั้งตัวของเรา โดยการที่เราถูกเปลี่ยนแปลงและแบ่งแยกให้บริสุทธิ์. ผลลัพธ์ก็คือทำให้เราถูกถอดแบบตามพระฉายาขององค์พระผู้เป็นเจ้าและถูกนำเข้าสู่สง่าราศีขององค์พระผู้เป็นเจ้า เพื่อเราจะถูกทำให้เหมาะสมที่จะมีส่วนในการที่สง่าราศีของพระองค์จะมาปรากฏด้วย (กซ.3:4).