การงานบรรณกิจของห้องสมุดกิตติคุณแห่งประเทศไทย
หากท่านต้องการมีส่วนในการงานบรรณกิจของห้องสมุดกิตติคุณแห่งประเทศไทย
ท่านสามารถมอบถวายทรัพย์โดยโอนเงินเข้าบัญชีของห้องสมุด:
ธนาคารกสิกรไทย สาขาพาราไดซ์ พาร์ค
ชื่อบัญชี: นายปิยะ ตั้งเสรีมั่นคง และ
นางสุมิตรา อดุลประวิตรชัย และ
นางสาวทานาธิบดี ชูมณี
เลขที่บัญชี: 218-3-99941-1

รบกวนส่งสลิปการโอนมาที่ Line ID: @gospelbookroom
1 2 3 4 5 6 7 8 9 10 11 12 13 14 15 16

โรม บทที่ 2

2. โดยเฉพาะ — ต่อผู้ที่ถือว่าตนเป็นคนชอบธรรม
2:1-16
รม. 2:1 เหตุฉะนั้นมนุษย์เอ๋ย ทุกคนที่1พิพากษา[ผู้อื่น] ท่านไม่มีข้อที่จะแก้ตัวได้ ด้วยว่าในข้อใดที่ท่านพิพากษาผู้อื่น ท่านก็ได้ปรับโทษตัวเองในข้อนั้นด้วย เพราะท่านที่พิพากษา[ผู้อื่น]ก็ยังประพฤติอย่างนั้นเหมือนกัน.
รม. 2:2 แต่เราทั้งหลายรู้อยู่ว่า พระเจ้าจะทรง1พิพากษาคนที่ประพฤติการเหล่านั้นตาม2หลักความจริง.
รม. 2:3 มนุษย์เอ๋ย ท่านพิพากษาผู้อื่นที่ประพฤติการเหล่านั้น แต่[ตัวเอง]ก็ประพฤติเช่นนั้นเหมือนกัน ท่านคิดว่าท่านเองจะพ้นจาก1การพิพากษาของพระเจ้าได้หรือ?
รม. 2:4 หรือท่านดูถูกพระกรุณา, ความอดกลั้น, และความอดทนนานอันอุดมของพระองค์ โดยไม่รู้ว่าพระกรุณาของพระเจ้าจะนำท่านให้กลับใจเสียใหม่?
รม. 2:5 แต่โดยใจที่แข็งกระด้างและไม่ยอมกลับใจ ท่านจึงได้ส่ำสมพระพิโรธไว้แก่ตัวในวันที่พระเจ้าจะทรงพระพิโรธ และจะทรงสำแดงกการพิพากษาอันชอบธรรมของพระองค์
รม. 2:6 ผู้จะทรงตอบสนองแก่ทุกคนตามการกระทำของเขา:
รม. 2:7 1ทุกคนที่อดทนกระทำการดี แสวงหาสง่าราศีและเกียรติยศและสิ่งที่ไม่เสื่อมสลายนั้น พระองค์จะทรงตอบแทนด้วยชีวิตนิรันดร์
รม. 2:8 แต่คนทั้งหลายที่ชิงดีชิงเด่นกัน ไม่เชื่อฟัง1หลักความจริง แต่เชื่อฟังการอธรรมนั้น พระองค์จะตอบสนองเขาด้วยพระพิโรธและความชิงชัง.
รม. 2:9 ความยากลำบากและความลำเค็ญจะเพิ่มทวีแก่1ทุกคนที่ประพฤติชั่ว คือแก่พวกยูดายก่อนและพวกกรีกด้วย
รม. 2:10 แต่สง่าราศี, เกียรติยศ, และสันติสุขจะเพิ่มทวีแก่ทุกคนที่ประพฤติดี คือแก่พวกยูดายก่อนและพวกกรีกด้วย.
รม. 2:11 ด้วยว่าพระเจ้ามิได้ทรงลำเอียงต่อผู้ใดเลย.
รม. 2:12 คนทั้งหลายที่กระทำบาปโดยอยู่นอกกฎบัญญัติ ก็จะพินาศไปโดยอยู่นอกกฎบัญญัติ แต่คนทั้งหลายที่กระทำบาปโดยอยู่1ภายใต้กฎบัญญัติ ก็จะต้องถูกพิพากษาตามกฎบัญญัติ.
รม. 2:13 (ด้วยว่ามิใช่คนที่ได้ฟังกฎบัญญัติแล้วจะเป็นผู้ชอบธรรมต่อพระพักตร์พระเจ้า แต่คนที่ได้ประพฤติตามกฎบัญญัตินั้นต่างหากจึงจะได้รับการโปรดให้ชอบธรรม.
รม. 2:14 เพราะว่าเมื่อพวกต่างชาติซึ่งไม่มีกฎบัญญัติได้ประพฤติออกซึ่งสิ่งที่อยู่ในกฎบัญญัติ1โดยนิสัยดั้งเดิมของเขา ถึงแม้คนเหล่านั้นจะไม่มีกฎบัญญัติ แต่ตัวของเขาก็เป็นกฎบัญญัติแก่ตัวเอง
รม. 2:15 คือเขาสำแดงการใช้งานของกฎบัญญัตินั้นที่จารึกไว้ในใจของเขา 1มโนธรรมของเขาก็เป็นพยานบอกเขา และความคิดทั้งหลายของเขาเองก็จะฟ้องร้องกันและกันหรืออาจแก้ต่างให้เขาด้วย.)
รม. 2:16 ในวันนั้นเมื่อพระเจ้าจะทรงพิพากษาความลับของมนุษย์ทั้งหลายกโดยพระเยซูคริสต์ตามกิตติคุณของข้าพเจ้า.
3. เป็นพิเศษ — ต่อผู้ถือศาสนา
2:17 — 3:8
รม. 2:17 1แต่ถ้าท่านได้ชื่อว่าเป็นชาวยูดาย และได้พึ่งในกฎบัญญัติ และ2โอ้อวดในพระเจ้า
รม. 2:18 และยังรู้ถึงน้ำพระทัย[ของพระเจ้า] และ1เห็นชอบในสิ่งที่ประเสริฐกว่า เพราะท่านได้รับการสอนจากกฎบัญญัติ
รม. 2:19 และเชื่อมั่นว่าตนเป็นผู้นำทางให้คนตาบอด, เป็นความสว่างแก่คนเหล่านั้นที่อยู่ในความมืด,
รม. 2:20 เป็นผู้อบรมสั่งสอน[คน]โง่, เป็นครูสอน1ทารก เพราะมีแบบแผนแห่งความรู้และหลักความจริงในกฎบัญญัตินั้น
รม. 2:21 เหตุฉะนั้น1ท่านผู้สอนคนอื่น ท่านไม่ได้สอนตัวเองหรือ? ท่านผู้ประกาศว่าอย่าลักขโมยทรัพย์ ตัวท่านเองยังลักขโมยหรือไม่?
รม. 2:22 ท่านผู้กล่าวว่า อย่าคบชู้ ตัวท่านเองเล่าคบชู้หรือไม่? ท่านผู้เกลียดชังรูปเคารพ ตัวท่านเองยังปล้นวิหาร[ของรูปนั้น]หรือไม่?
รม. 2:23 ท่านผู้อวดในกฎบัญญัติ ท่านได้ลบหลู่พระเจ้าโดยการละเมิดกฎบัญญัติหรือไม่?
รม. 2:24 ด้วยว่า “กพระนามของพระเจ้าถูกหมิ่นประมาทท่ามกลางพวกต่างชาติก็เพราะท่าน” ดังที่[มีคำ]เขียนไว้แล้ว.
รม. 2:25 ถ้าท่านประพฤติตามกฎบัญญัติ พิธีสุหนัตก็เป็นประโยชน์จริง แต่ถ้าท่านเป็นผู้ละเมิดกฎบัญญัติ การที่ท่านได้รับพิธีสุหนัตนั้นก็เป็นเสมือนไม่ได้รับพิธีสุหนัตเลย.
รม. 2:26 เหตุฉะนั้นถ้าผู้ที่มิได้รับพิธีสุหนัตได้ถือรักษา1กฎเกณฑ์แห่งกฎบัญญัติแล้ว การที่เขามิได้รับพิธีสุหนัตนั้นจะไม่นับว่าเขาได้รับพิธีสุหนัตแล้วหรือ?
รม. 2:27 และถ้าคนทั้งหลายที่ไม่ได้รับพิธีสุหนัตมาแต่เดิมนั้นประพฤติตามกฎบัญญัติ เขาก็ย่อมจะพิพากษาท่านผู้ที่มีอักษร[แห่งกฎบัญญัติ]และรับพิธีสุหนัตแล้ว แต่ยังละเมิดกฎบัญญัตินั้นอยู่.
รม. 2:28 เพราะผู้ที่เป็นชาวยูดายแต่1ภายนอกเท่านั้นกไม่ใช่ชาวยูดายแท้ และขการรับพิธีสุหนัตแต่เนื้อหนัง1ภายนอกเท่านั้นก็ไม่ใช่การรับพิธีสุหนัตแท้.
รม. 2:29 แต่คนที่เป็นชาวยูดาย1ทางภายในจึงจะเป็นชาวยูดายแท้ และการรับพิธีสุหนัตก็เป็นเรื่องของใจ2กขึ้นอยู่กับวิญญาณ ไม่2ขึ้นอยู่กับตัวอักษร. คำสรรเสริญที่คนเช่นนี้ได้รับก็มิได้3มาจากมนุษย์ แต่3มาจากพระเจ้า.

คำอธิบาย โรม บทที่ 2

รม. 2:1 1 หมายถึง การวินิจฉัยหรือวิพากษ์วิจารณ์. ข้อต่อไปก็เช่นเดียวกัน
รม. 2:2 1 ชี้ถึงการพิพากษาที่นิรันดร์ของพระเจ้าซึ่งจะดำเนินการที่หน้าพระที่นั่งใหญ่สีขาวเป็นสำคัญดังที่ได้เปิดเผยไว้ใน วว.20:11-15. ดู 14:10 คำอธิบาย 1.
รม. 2:2 2 หลักความจริง ในที่นี้และในข้อ 8, 20 ชี้ถึงความเที่ยงแท้ที่ได้เปิดเผยไว้โดยสิ่งทรงสร้างและโดยพระคัมภีร์ เกี่ยวกับพระเจ้า, จักรวาล, มนุษย์, ความสัมพันธ์ระหว่างมนุษย์กับพระเจ้า, ความสัมพันธ์ซึ่งกันและกันในท่ามกลางมนุษย์, และภาระหน้าที่ของมนุษย์ที่มีต่อพระเจ้า. หลักความจริงในที่นี้ยังได้ชี้ถึงสถานการณ์และสภาพการณ์ที่แท้จริงของมนุษย์ และยังอาจเป็นเงื่อนไขในการที่พระเจ้าจะทรงพิพากษามนุษย์ (ข้อ 6-15). พระเจ้าจะดำเนินการพิพากษาที่ชอบธรรมของพระองค์ตามเงื่อนไขเหล่านี้.
รม. 2:3 1 ดูข้อ 2 คำอธิบาย 1. ข้อ 5, 16 ก็เช่นเดียวกัน.
รม. 2:5 ก ฮร.9:27; วว.20:11-12
รม. 2:7 1 ข้อ 7-10 เป็นเงื่อนไขพื้นฐานในการพิพากษาที่นิรันดร์ของพระเจ้า.
รม. 2:8 1 ดูข้อ 2 คำอธิบาย 2.
รม. 2:9 1 แปลตามตรงคือ ทุกจิต.
รม. 2:12 1 แปลตามตรงคือ ในกฎบัญญัติ ซึ่งก็คือในขอบเขตแห่งกฎบัญญัตินั่นเอง.
รม. 2:14 1 นิสัยดั้งเดิมของมนุษย์ที่พระเจ้าทรงเนรมิตสร้างนั้นเป็นสิ่งที่ดีงาม, สอดคล้องกับพระเจ้า, และกฎบัญญัติของพระเจ้า. ต่อมาถึงแม้จะถูกพิษร้ายจากการตกต่ำ แต่นิสัยที่ดีงามนี้ก็ยังคงอยู่ในตัวมนุษย์. ดังนั้นหากผู้ใดดำเนินชีวิตตามนิสัยดั้งเดิมของตน และประพฤติตามสิ่งที่อยู่ในกฎบัญญัติโดยนิสัยดั้งเดิมของตนแล้ว ความชั่วที่อยู่ภายในเขาก็จะถูกจำกัด.
รม. 2:15 1 มโนธรรมของมนุษย์นั้นสอดคล้องกับนิสัยดั้งเดิมของมนุษย์ที่พระเจ้าทรงเนรมิตสร้างและทำให้เขารู้ว่าอะไรเป็นสิ่งที่พระเจ้านับว่าชอบธรรมและอะไรเป็นสิ่งที่พระเจ้าทรงปรับโทษ.
รม. 2:16 ก ยฮ.5:22; กจ.10:42; 17:31; 2ตธ.4:1
รม. 2:17 1 พระคำในตอนนี้ได้ทำการปรับโทษต่อผู้ถือศาสนาเป็นพิเศษ ก่อนอื่นเปาโลได้ชี้ถึงสภาพการณ์ที่น่าเวทนาของชาวยูดาย ซึ่งเป็นตัวแทนของบรรดาผู้ถือศาสนา. พวกเขามีแต่ความว่างเปล่าแห่งพิธีการ, ตัวอักษรและความรู้แห่งศาสนาเท่านั้น ไม่มีพระเจ้าเป็นความเที่ยงแท้ของเขาเลย.
รม. 2:17 2 ศาสนายูดายนั้นรู้จักพระเจ้าแต่เพียงภายนอกและเป็นทัศนะภายนอก มิได้รู้จักทางภายในและเป็นทัศนะภายใน. สิ่งนี้ชี้ให้เห็นถึงความว่างเปล่าแห่งศาสนาของมนุษย์.
รม. 2:18 1 เห็นชอบในสิ่งที่ประเสริฐกว่า หรือแบ่งแยกถูกผิด.
รม. 2:20 1 ในภาษากรีกเป็นคำเดียวกับคำว่า "เด็ก" ใน อฟ.4:14 และ ฆต.4:1.
รม. 2:21 1 การที่ผู้ร้อนรนในศาสนามีภาคปฏิบัติที่ชั่วร้ายเหมือนกับผู้ที่ไม่ถือศาสนา ย่อมเปิดโปงถึงความว่างเปล่าแห่งศาสนาของพวกเขา. ดูข้อ 17 คำอธิบาย 1.
รม. 2:24 ก ยซย.52:5
รม. 2:26 1 หรือ ข้อเรียกร้อง.
รม. 2:28 1 วิธีปฏิบัติใดๆ ในศาสนาที่มีแต่เพียงรูปแบบทางภายนอกเท่านั้น เช่นการรับพิธีสุหนัตล้วนแต่ไม่ใช่สิ่งที่จริงแท้. ดูข้อ 17 คำอธิบาย 1.
รม. 2:28 ก รม.9:6; ยฮ.8:39-40
รม. 2:28 ข ฆต.6:15
รม. 2:29 1 แปลตามตรงคือ ในที่ลับลี้.
รม. 2:29 ก รม.7:6; 2กธ.3:6
รม. 2:29 2 แปลตามตรงคือ อยู่ใน. ทุกสิ่งที่เราเป็นทุกสิ่งที่เราทำ และทุกสิ่งที่เรามีนั้นก็ล้วนต้องอยู่ในวิญญาณ จึงจะปกป้องรักษาเราให้หลุดพ้นจากความว่างเปล่าแห่งศาสนาได้. ดู 1:9 คำอธิบาย 2. ความเที่ยงแท้ของเรื่องราวฝ่ายวิญญาณทุกอย่างล้วนขึ้นอยู่กับพระวิญญาณของพระเจ้าและพระวิญญาณของพระเจ้าก็อยู่ในวิญญาณของเรา. ดังนั้นความเที่ยงแท้ของเรื่องราวฝ่ายวิญญาณทุกอย่างล้วนขึ้นอยู่กับวิญญาณของเราไม่ขึ้นอยู่กับสิ่งอื่นใดนอกเหนือจากวิญญาณของเราอีก. ไม่ว่าสิ่งใดที่อยู่ในเรา หากไม่อยู่ในวิญญาณของเราสิ่งนั้นก็จะเป็นสิ่งที่ว่างเปล่า. ทุกสิ่งที่พระเจ้าทรงเป็นต่อเรา ล้วนอยู่ในวิญญาณของเราทั้งสิ้น.
รม. 2:29 3 มาจาก แปลตามตรงคือ ออกมาจาก.
สารบัญ