โรม บทที่ 11
2. แผนการบริหารในการเลือกสรรของพระเจ้า
11:1-32
11:1-32
(1) พวกที่เหลืออยู่ซึ่งถูกรักษาไว้ด้วยพระคุณ
ข้อ 1-10
ข้อ 1-10
รม.
11:1 เช่นนี้แล้ว ข้าพเจ้าจะกล่าวว่า พระเจ้าได้ทรง1ละทิ้งพลไพร่ของพระองค์แล้วหรือ? มิใช่เช่นนั้นเป็นแน่! เพราะว่ากข้าพเจ้าเองก็เป็นชนชาติอิสราเอล เป็นเชื้อสายของอับราฮาม อยู่ในเผ่าเบนยามิน.
รม.
11:2 พระเจ้ามิได้ละทิ้งพลไพร่ที่พระองค์ทรงล่วงรู้อยู่ก่อน. ท่านทั้งหลายไม่รู้เรื่องซึ่งเขียนไว้ในพระคัมภีร์ว่าด้วยท่านเอลียานั้นหรือ? ซึ่งท่านได้ทูลพระเจ้ากล่าวโทษพวกอิสราเอลว่า
รม.
11:3 "กข้าแต่องค์พระผู้เป็นเจ้า เขาทั้งหลายได้ฆ่าเหล่าผู้เผยพระวจนะของพระองค์ และได้รื้อทำลายแท่นบูชาของพระองค์เสียแล้ว เหลือข้าพเจ้าอยู่เพียงคนเดียว และเขากำลังหาทางที่จะประหาร 1ชีวิตของข้าพเจ้าอยู่."
รม.
11:4 ฝ่ายคำตอบของพระเจ้าว่าแก่ท่านอย่างไร? [ก็ว่า] "กเราได้สงวนคนไว้สำหรับเราอีกเจ็ดพันคนซึ่งยังมิได้คุกเข่าลงกราบไหว้1ขพระบาละ."
รม.
11:5 เช่นนั้นแหละ ในปัจจุบันนี้ก็ยังมีพวกที่เหลืออยู่ตามกการทรงเลือกสรรโดยพระคุณ.
รม.
11:6 แต่ถ้าเป็นไปตามกพระคุณก็หาได้มาจากการประพฤติไม่ มิฉะนั้นพระคุณก็จะไม่เป็นพระคุณอีกต่อไป.
รม.
11:7 ถ้าเช่นนั้นจะเป็นอย่างไร? สิ่งซึ่งก[พวก]อิสราเอลแสวงหานั้น เขาไม่ได้รับ มีเพียงคนที่ได้รับการทรงเลือกไว้จึงได้รับ ส่วนที่เหลือก็ได้กลายเป็นคนมีขใจแข็งกระด้างไป.
รม.
11:8 เหมือนมีคำเขียนไว้แล้วว่า "กพระเจ้าทรงให้เขามีวิญญาณที่หลับใหล มีตาที่มองไม่เห็น มีหูที่ฟังไม่ได้ยินมาจนถึงทุกวันนี้."
รม.
11:9 ดาวิดก็กล่าวว่า "กให้งานเลี้ยงของเขากลายเป็นกับดัก, เป็นบ่วงแร้ว, และเป็นหินที่ให้สะดุดและเป็นสิ่งตอบสนองเขา
รม.
11:10 กให้ตาของเขามืดไปเพื่อเขาจะได้มองไม่เห็น และทำให้หลังของเขางอค่อมตลอดไป."
(2) พวกต่างชาติได้รับความรอดโดยการที่พวกอิสราเอลได้สะดุด
ข้อ 11-22
ข้อ 11-22
รม.
11:11 เช่นนี้แล้ว ข้าพเจ้าจึงกล่าวว่า พวกเขา1สะดุดเพื่อจะได้ล้มลงหรือ? มิใช่เช่นนั้นเป็นแน่! แต่เพราะความพลาดพลั้งของเขาจึงเป็นเหตุให้ความรอดมาถึงพวกต่างชาติ เพื่อจะยุให้พวกเขาอิจฉา.
รม.
11:12 แต่ถ้าการที่พวกเขาพลาดพลั้งนั้นได้[กลายเป็น]ความมั่งคั่งของมนุษย์โลกและการบกพร่องของเขา[กลายเป็น]ความมั่งคั่งของพวกต่างชาติ แล้วความบริบูรณ์ของพวกเขาจะยิ่งกว่านั้นสักเท่าใด!
รม.
11:13 แต่ข้าพเจ้ากล่าวแก่พวกท่านที่เป็นคนต่างชาติ เพราะข้าพเจ้าเป็นอัครทูตของพวกต่างชาติ ฉะนั้นจึง1ยกย่องต่อการปฏิบัติของข้าพเจ้านั้น
รม.
11:14 เพื่อบางทีข้าพเจ้าอาจจะยุให้พี่น้องในเนื้อหนังของข้าพเจ้าเกิดความอิจฉาและจะช่วยเขาให้รอดได้บ้าง.
รม.
11:15 เพราะว่าถ้าการที่เขาเหล่านั้นถูกพระเจ้าทิ้งไว้เป็นเหตุให้มนุษย์โลกกลับคืนดี[กับพระองค์] ถ้าเช่นนั้นการที่จะทรงรับเขากลับมาอีกก็เป็นเหมือนการมีชีวิต[เป็นขึ้น]จากท่ามกลางคนตายมิใช่หรือ?
รม.
11:16 ถ้าก[แป้งดิบ]1ก้อนแรก[ที่ปิ้งถวาย]นั้นบริสุทธิ์ แป้งดิบทั้งอ่างก็บริสุทธิ์ด้วย และถ้า1รากบริสุทธิ์ กิ่งทั้งหมดก็บริสุทธิ์ด้วย.
รม.
11:17 แต่ถ้าทรงหักกิ่งบางกิ่งออกเสียแล้ว และได้ทรงโปรดนำท่านผู้เป็นกิ่งมะกอกเทศป่ามา1ต่อกิ่งไว้ท่ามกลางกิ่งเหล่านั้น ให้ร่วมมีส่วนรับน้ำเลี้ยงที่อุดมสมบูรณ์จากราก2กต้นมะกอกเทศ
รม.
11:18 จงอย่าอวดดีต่อกิ่งเหล่านั้น ถ้าท่านอวดดี[ก็พึงระลึกว่า] ท่านไม่ได้ค้ำจุนรากนั้น แต่รากต่างหากได้ค้ำจุนท่าน.
รม.
11:19 เช่นนี้แล้วท่านอาจจะกล่าวว่า "กิ่ง[เหล่านั้น]ถูกหักออกเพื่อจะให้ข้าพเจ้าได้ต่อเข้าไป."
รม.
11:20 ถูกแล้ว เขาถูกหักออกก็เพราะเขากไม่เชื่อ และที่ท่านยืนหยัดอยู่ได้ก็โดยความเชื่อ. อย่าเย่อหยิ่งในความคิดไปเลย แต่จงเกรงกลัว.
รม.
11:21 เพราะถ้าพระเจ้าไม่ได้ละเว้นกิ่งเดิมไว้ พระองค์ก็จะไม่ละเว้นท่านไว้เหมือนกัน.
รม.
11:22 เหตุฉะนั้น จงพิจารณาดูความเอ็นดูและความเข้มงวดของพระเจ้า คือทรงเข้มงวดต่อคนเหล่านั้นที่สะดุดไป แต่ทรงกเอ็นดูต่อท่าน หากท่านจะคงอยู่ในความเอ็นดูนั้นต่อไป มิฉะนั้นจะทรงขตัดท่านออกเสียด้วย.
(3) พวกอิสราเอลถูกฟื้นฟูโดยการที่พวกต่างชาติได้รับพระเมตตา
ข้อ 23-32
ข้อ 23-32
รม.
11:23 ส่วนพวกเขา ถ้าไม่ดำรงอยู่ในกความไม่เชื่อต่อเนื่องไป ก็จะถูกต่อกิ่งเข้าไปใหม่เพราะว่าพระเจ้าทรงสามารถ1นำพวกเขามาต่อกิ่งเข้าอีกได้.
รม.
11:24 เพราะถ้าท่านถูกตัดออกจากต้นมะกอกเทศป่าตามธรรมชาติ แล้วยังถูกนำมาต่อกิ่งเข้ากับต้นมะกอกเทศพันธุ์ดีอย่างฝืนธรรมชาติได้ การที่จะเอากิ่งเหล่านั้นซึ่งเป็น[กิ่ง]ตามธรรมชาติมาต่อกิ่งเข้ากับกต้นมะกอกเทศของมันเอง ก็จะง่ายยิ่งกว่านั้นสักเท่าใด!
รม.
11:25 พี่น้องทั้งหลาย ข้าพเจ้าไม่อยากให้ท่านทั้งหลายไม่รู้ในข้อลับลึกนี้ (เกรงว่าท่านทั้งหลายจะนึกเอาเองว่าตัวเป็นคนฉลาด) คือเรื่องที่บางคนในพวกอิสราเอลมีกใจแข็งกระด้างไป จนทำให้1พวกต่างชาติได้เข้ามาจนครบ[จำนวน]
รม.
11:26 และเมื่อเป็นดังนั้น พวกอิสราเอลทั้งปวงก็จะได้รับความรอด ตามที่มีคำเขียนไว้แล้วว่า "กพระผู้ช่วยให้รอดจะเสด็จมาจากเมืองซีโอน และจะทรงกำจัดความไม่อยู่ในธรรมให้สูญสิ้นไปจากพวกยาโคบ.
รม.
11:27 และนี่แหละเป็นพันธสัญญาของเรากับพวกเขา เมื่อเราขจัด1บาปของพวกเขาทิ้งไป."
รม.
11:28 ถ้าว่าตามกิตติคุณ [พวกเขา]ก็เป็นศัตรูของพระเจ้า1เพราะเห็นแก่พวกท่าน แต่ถ้าว่าตามกการทรงเลือก [พวกเขา]ก็เป็นที่รัก1เพราะเห็นแก่บรรพบุรุษ[ของเขา].
รม.
11:29 เพราะว่ากของประทานแห่งพระคุณและขการทรงเรียกของพระเจ้านั้น จะไม่ทรงกลับพระทัยเลย.
รม.
11:30 เมื่อก่อนท่านทั้งหลายไม่เชื่อฟังพระเจ้า แต่บัดนี้[ท่าน]ได้รับกพระเมตตาเพราะความไม่เชื่อฟังของเขาเหล่านั้นฉันใด
รม.
11:31 ทำนองเดียวกัน บัดนี้เขาเหล่านั้นก็มิได้เชื่อฟัง เพื่อปัจจุบันนี้เขาเหล่านั้นจะได้รับพระเมตตา โดยพระเมตตาที่ได้ประทานแก่ท่านทั้งหลายฉันนั้น.
รม.
11:32 เพราะว่าพระเจ้าได้ทรงกกักขังให้คนทั้งปวงอยู่ในฐานะที่ไม่เชื่อฟัง เพื่อพระองค์จะได้ทรง1สำแดงขพระเมตตาแก่คนทั้งปวง.
3. การสรรเสริญที่มีต่อการเลือกสรรของพระเจ้า
11:33-36
11:33-36
รม.
11:33 "1โอ กความอุดมสมบูรณ์,2ขพระปัญญา, และ คความรอบรู้ของพระเจ้านั้นช่างงล้ำลึกจริง! ข้อตัดสินของพระองค์นั้นจเหลือที่จะหยั่งรู้ได้ และทางทั้งหลายของพระองค์ก็เหลือที่จะสืบเสาะได้!"
รม.
11:34 "กเพราะว่าใครเล่าเคยรู้ความคิดขององค์พระผู้เป็นเจ้า หรือใครเล่าเคยเป็นที่ปรึกษาของพระองค์?
รม.
11:35 หรือใครเล่าได้เคยถวายสิ่งใดแด่พระองค์ก่อน จน[พระองค์]ต้องใช้คืนแก่เขา?"
รม.
11:36 เพราะสิ่งสารพัดกมาจากพระองค์, ขโดยพระองค์, และคเพื่อพระองค์. งขอให้สง่าราศีจงมีแด่พระองค์สืบๆ ไปเป็นนิตย์. เอเมน.
คำอธิบาย โรม บทที่ 11
รม.
11:1 1 บทที่ 9 กับบทที่ 10 คล้ายกับจะบอกว่าพระเจ้าได้ทรงละทิ้งชาวอิสราเอลที่พระองค์ได้เลือกสรรไว้แต่ดั้งเดิมนั้นแล้ว. แต่ในที่นี้อัครทูตได้ใช้ตัวเองและเอลียาเป็นตัวอย่างเพื่อพิสูจน์ว่าไม่ได้เป็นเช่นนั้น.
รม.
11:1 ก ฟป.3:5
รม.
11:3 ก 1พกษ.19:10
รม.
11:3 1 แปลตามตรงคือ จิต.
รม.
11:4 ก 1พกษ.19:18
รม.
11:4 ข ยรม.19:5; 32:29
รม.
11:4 1ข คำว่า "บาละ" ในภาษาเฮ็บราย หมายถึงเจ้าของหรือผู้ครอบครอง. "บาละ" เป็นชื่อรูปเคารพที่สำคัญของชาวฟินิเซียและชาวคะนาอัน.
รม.
11:5 ก รม.11:28; 9:11
รม.
11:6 ก รม.4:4
รม.
11:7 ก รม.9:31
รม.
11:7 ข รม.11:25; 2กธ.3:14
รม.
11:8 ก พบญ.29:4; ยซย.29:10; มธ.13:13-15
รม.
11:9 ก บพส.69:22
รม.
11:10 ก บพส.69:23
รม.
11:11 1 ชาวอิสราเอลได้สะดุดที่หินสะดุดซึ่งก็คือพระคริสต์ (9:32) แต่ไม่ได้ล้มลง. พวกเขาเพียงพลาดพลั้งสะดุดเพื่อให้ความรอดของพระเจ้ามาถึงพวกต่างชาติ (กจ.13:46). นี่คือแผนการบริหารของพระเจ้าที่อยู่ในการเลือกสรรของพระองค์.
รม.
11:13 1 แปลตามตรงคือ ให้สง่าราศีแก่
รม.
11:16 ก อฤธ.15:18-21
รม.
11:16 1 ต้นตระกูลทั้งสามคือ อับราฮาม, ยิศฮาค, และยาโคบ ซึ่งได้กล่าวไว้ในข้อ 28 (บรรพบุรุษ) ก็คือแป้งดิบก้อนแรกที่ปิ้งถวายให้แก่พระเจ้าเพื่อให้พระเจ้าได้อิ่มหนำ. พวกเขายังเป็นรากที่ค้ำจุนกิ่งมะกอกเทศพันธุ์ดี (ชาติอิสราเอล) ของพระเจ้าอีกด้วย.
รม.
11:17 1 การต่อกิ่งคือการเข้าสนิททางอินทรียภาพ (ดู 6:5 คำอธิบาย 1) ไม่ใช่การนำชีวิตที่ไม่ดีมาเปลี่ยนเป็นชีวิตที่ดีกว่า แต่เป็นการนำทั้งสองชีวิตมาประสานสนิทกันเป็นหนึ่ง เพื่อจะร่วมรับสุขชีวิตที่ผสมกลมกลืนและการดำเนินชีวิตอย่างเดียวกัน. การผสมกลมกลืนของชีวิตชนิดนี้เกิดขึ้นเมื่อสองชีวิตที่อยู่ในชนิดเดียวกันแต่มิได้เหมือนกันทุกประการได้ผ่านการตาย (การตัด) และการเป็นขึ้น (การเติบโต). สิ่งนี้บรรยายถึงการประสานสนิทระหว่างเรากับพระคริสต์.
รม.
11:17 ก ยรม.11:16
รม.
11:17 2ก ตาม มธ.2:15 "เราได้เรียกบุตรของเราให้ออกมาจากประเทศอียิปต์" ซึ่งได้อ้างอิงมาจาก ฮซอ.11:1 นั้นจะเห็นได้ว่า พระคริสต์กับชาวอิสราเอลแท้ก็คือกายจริงกายเดียวกัน. เมื่อเราผู้เป็นพวกต่างชาติได้ถูกต่อกิ่งเข้ากับพระคริสต์เราก็ถูกต่อกิ่งเข้ากับชาวอิสราเอลที่เป็นต้นมะกอกเทศพันธุ์ดี เพื่อมีส่วนได้รับน้ำเลี้ยงอันอุดม (พระคริสต์) จากราก (บรรพบุรุษ—ข้อ 16) ร่วมกันกับพวกเขา. น้ำเลี้ยงอันอุดมนี้ก็คือความอุดมสมบูรณ์ซึ่งหาที่สุดไม่ได้ของพระเจ้าที่อยู่ในพระคริสต์นั่นเอง (อฟ.3:8). บัดนี้ทั้งเราและชาวอิสราเอลล้วนได้กลายเป็นกิ่งของพระคริสต์ผู้เป็นต้นองุ่นแท้แล้ว (ยฮ.15:1, 5) และยังกลายเป็นพระกายอินทรีย์ที่มาสำแดงพระเจ้าตรีเอกภาพร่วมกันกับพระองค์ด้วย.
รม.
11:20 ก รม.11:23
รม.
11:22 ก รม.2:4
รม.
11:22 ข เทียบ ยฮ.15:2, 6 กับคำอธิบาย 1
รม.
11:23 ก รม.11:20
รม.
11:23 1 สิ่งนี้จะเกิดขึ้นในการเสด็จกลับมาครั้งที่สองขององค์พระผู้เป็นเจ้า ซึ่งในเวลานั้นพวกอิสราเอลที่เหลืออยู่ทั้งหมดจะกลับใจเสียใหม่และจะหันกลับมาเชื่อว่าพระองค์เป็นพระมาซีฮาของเขาและจะได้รับความรอด (ซคย.12:10; รม.11:26).
รม.
11:24 ก ยรม.11:16
รม.
11:25 ก รม.11:7
รม.
11:25 1 เล็งถึงพวกต่างชาติที่ได้กลับใจและเชื่อ.การที่พวกต่างชาติที่เชื่อได้เข้ามาจนครบจำนวนนั้นแตกต่างกับวลีที่ว่า "จนกว่าเวลากำหนดของพวกต่างชาตินั้นจะครบถ้วน" (ลก.21:24). วลีหลังนั้นเล็งถึงการสิ้นสุดช่วงเวลาครองอำนาจของพวกต่างชาติ.
รม.
11:26 ก ข้อ 26-27: ยซย.59:20-21; 27:9
รม.
11:27 1 ในภาษากรีกเป็นพหูพจน์.
รม.
11:28 1 กรณีนี้แสดงถึงแผนการบริหารของพระเจ้าในการเลือกสรรของพระองค์อย่างชัดเจน. การไม่เชื่อของพวกอิสราเอลนั้นมีผลกระทบต่อความสัมพันธ์ของพวกเขากับพระเจ้า. อย่างไรก็ดีเนื่องจากพระองค์จะไม่ทรงกลับพระทัยในการทรงเรียกที่มาจากการเลือกสรรของพระองค์ (ข้อ 29) ดังนั้นในด้านฐานะพวกเขาก็ยังคงเป็นพลไพร่ที่พระเจ้าทรงรักอยู่นั่นเอง.
รม.
11:28 ก รม.11:5; 9:11
รม.
11:29 ก รม.5:15; 6:23
รม.
11:29 ข รม.8:30; 9:11; 1กธ.1:9, 24; อฟ.1:18
รม.
11:30 ก รม. 9:15,16, 18, 23; 15:9
รม.
11:32 ก เทียบ ฆต.3:22
รม.
11:32 1 การไม่เชื่อฟังของมนุษย์กลับได้สำเร็จพระเมตตาของพระเจ้า.
รม.
11:32 ข อฟ.2:4; มธ.9:13
รม.
11:33 1 นี่คือการสรรเสริญที่มีต่อความอุดมสมบูรณ์พระปัญญา และความรอบรู้ของพระเจ้าซึ่งเหนือกว่าที่เราจะสามารถหยั่งรู้และสืบเสาะได้ ซึ่งพระเจ้าได้ใช้ในการเนรมิตสร้างสรรพสิ่งและในการจัดแจงสรรพสิ่งเพื่อมาสำเร็จการเลือกสรรพลไพร่ที่พระองค์ได้ทรงเลือกไว้. การสรรเสริญในที่นี้กับที่อยู่ใน 16:25-27 นั้นมาจากต้นกำเนิดที่แตกต่างกันและกล่าวถึงเป้าหมายที่แตกต่างกันด้วย. อันแรกนั้นมาจากการทรงเลือกของพระเจ้าและยึดเอาการสำเร็จแห่งการเลือกสรรของพระเจ้าเป็นเป้าหมาย. ส่วนอันหลังนั้นมาจากข้อลับลึกของพระเจ้าในทุกยุคทุกสมัยและยึดเอาการสำเร็จแห่งข้อลับลึกนี้เป็นเป้าหมาย ผลลัพธ์ของทั้งสองประการนี้ล้วนได้ให้พระเจ้าได้รับสง่าราศี.
รม.
11:33 ก รม.2:4; 9:23; อฟ.1:7; 2:4, 7; 3:8, 16; กซ.1:27; ฟป.4:19
รม.
11:33 ข อฟ.3:10; 1กธ.1:21
รม.
11:33 2ข พระปัญญานั้นลึกซึ้งและสูงส่งกว่าความรอบรู้. พระปัญญานั้นเห็นได้จากการริเริ่มสร้างสรรค์สิ่งต่างๆ ส่วนความรอบรู้นั้นเห็นได้จากการนำสิ่งที่ปัญญาได้ริเริ่มสร้างสรรค์ไว้ไปปรับใช้ให้เป็นจริง. พระเจ้าทรงเป็นผู้ริเริ่มสร้างสรรค์เพียงผู้เดียวเท่านั้น โดยเฉพาะอย่างยิ่งในเรื่องการเลือกสรรของพระเจ้าที่ได้กล่าวในที่นี้ก็ยิ่งสามารถเห็นได้อย่างชัดเจน. พระปัญญาของพระเจ้าในการริเริ่มเลือกสรรของพระองค์และความรอบรู้ในการปฏิบัติให้เป็นไปตามการเลือกสรรของพระองค์ ซึ่งได้บรรยายไว้ในบทเหล่านี้ของพระคัมภีร์นั้นสมควรที่จะได้รับการสรรเสริญอย่างสูงสุดจากเรา!
รม.
11:33 ค บพส.139:1-6; 1ซมอ.2:3
รม.
11:33 ง 1กธ.2:10; อฟ.3:18
รม.
11:33 จ โยบ 5:9; 11:7
รม.
11:34 ก 1กธ.2:16; ยซย.40:13
รม.
11:36 ก 1กธ.8:6; 11:12; ฮร.2:10
รม.
11:36 ข ยฮ.1:3; กซ.1:16
รม.
11:36 ค กซ.1:16; ฮร.1:2
รม.
11:36 ง รม.16:27; อฟ.3:21; 1ตธ.1:17; 2ตธ.4:18; 2ปต.3:18; วว.1:6; 5:13; 7:12