กิจการ บทที่ 5
ข. ในด้านลบ
5:1-11
5:1-11
กจ.
5:1 แต่มีชายคนหนึ่งชื่ออะนาเนียกับสัปไฟเรภรรยาของเขา ได้ขายทรัพย์สินของตน
กจ.
5:2 และเก็บเงินรายได้ส่วนหนึ่งไว้เพื่อตนเอง ภรรยาเขาก็รู้เห็นด้วย แล้วนำเงินมาวางไว้กแทบเท้าของอัครทูตเพียงบางส่วน.
กจ.
5:3 เปโตรจึงกล่าวว่า "อะนาเนีย เหตุใดกซาตานจึงเติมเต็มใจของท่าน ทำให้ท่านหลอกลวง1ขพระวิญญาณบริสุทธิ์ และได้เก็บเงินค่าที่ดินส่วนหนึ่งไว้เพื่อตนเอง?
กจ.
5:4 เมื่อที่ดินยังอยู่นั้น1ก็เป็นของท่านมิใช่หรือ? เมื่อขายแล้ว 1[เงิน]ก็อยู่ในอำนาจของท่านมิใช่หรือ? เหตุใดท่านจึง2เกิดความคิดเช่นนี้ขึ้นในใจเล่า? ท่านมิได้หลอกลวงต่อมนุษย์ แต่ได้หลอกลวงต่อ3พระเจ้า."
กจ.
5:5 เมื่ออะนาเนียได้ยินคำเหล่านั้นก็กล้มลง1สิ้นใจ และทุกคนที่ได้ยินถึงเรื่องนี้ก็พากันขเกรงกลัวยิ่งนัก
กจ.
5:6 พวกคนหนุ่มก็ลุกขึ้นหุ้มห่อศพเขาไว้ แล้วหามไปฝังเสีย.
กจ.
5:7 ต่อจากนั้นอีกประมาณสามชั่วโมง ภรรยาของเขาซึ่งยังไม่รู้ถึงเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นนั้นก็เข้ามา.
กจ.
5:8 เปโตรจึงถามนางว่า "จงบอกเราเถิดว่า พวกท่านขายที่ดินได้เงินเท่านั้นหรือ?" หญิงนั้นจึงตอบว่า "ใช่ค่ะ ได้เท่านั้นเจ้าค่ะ."
กจ.
5:9 เปโตรจึงพูดกับนางว่า "เหตุใดท่านถึง1พร้อมใจกันกทดลองขพระวิญญาณของ2องค์พระผู้เป็นเจ้าเล่า? ดูเถิด เท้าของเหล่าคนที่ฝังศพสามีของท่านก็อยู่ที่ประตู และพวกเขาจะหามท่านออกไปด้วย."
กจ.
5:10 ทันใดนั้นเอง นางกก็ล้มลงสิ้นใจแทบเท้าของเปโตร. พวกคนหนุ่มก็เข้ามา เมื่อเห็นว่านางตายแล้ว จึงได้หามออกไปฝังไว้ข้างสามีของนาง.
กจ.
5:11 ทั่วทั้ง1กคริสตจักรและทุกคนที่ได้ยินถึงเรื่องนี้ก็พากันขเกรงกลัวยิ่งนัก.
(7) การอัศจรรย์ที่พวกอัครทูตได้กระทำ
5:12-16
5:12-16
กจ.
5:12 มี1การอัศจรรย์และเครื่องหมายหลายอย่างซึ่งองค์พระผู้เป็นเจ้าได้กระทำโดยมือของพวกอัครทูตท่ามกลางประชาชนทั้งปวง และพวกเขาก็เป็นกน้ำหนึ่งใจเดียวกันอยู่ที่ ขเฉลียงของซะโลโม.
กจ.
5:13 และคนอื่นๆ ก็ไม่กล้าที่จะเข้าใกล้พวกเขา แต่กประชาชนกลับเคารพพวกเขา.
กจ.
5:14 มีผู้เชื่อได้เพิ่มเข้ามากสู่องค์พระผู้เป็นเจ้ามากขึ้นเรื่อยๆ ทั้งชายและหญิง ขเป็นจำนวนมาก.
กจ.
5:15 ถึงขั้นที่พวกเขาหามคนป่วยออกไปที่กถนน ให้นอนบนแคร่หรือที่นอน เพื่อว่าเมื่อเปโตรเดินผ่านไป อย่างน้อยเงาของท่านจะได้ขทอดไปถูกตัวพวกเขาบางคนบ้าง.
กจ.
5:16 และมีคนเป็นจำนวนมากจากเมืองต่างๆ รอบกรุงเยรูซาเล็มมาชุมนุมกัน พากคนป่วยและคนที่มีผีโสโครกเบียดเบียนมาด้วย และพวกเขาก็ได้รับการรักษาให้หายทุกคน.
(8) การต่อเนื่องแห่งการเคี่ยวเข็ญของผู้ถือศาสนายูดาย
5:17-42
5:17-42
ก. การจับกุมของสภาแซนเฮดริน
กับการช่วยเหลือขององค์พระผู้เป็นเจ้า
ข้อ 17-28
กับการช่วยเหลือขององค์พระผู้เป็นเจ้า
ข้อ 17-28
กจ.
5:17 ฝ่ายมหาปุโรหิตและพวกที่อยู่กับท่าน ซึ่งเป็นกนิกายขซาดูกายที่อยู่ในท้องถิ่นนั้น ก็ลุกฮือขึ้นและเต็มด้วยคความริษยา
กจ.
5:18 จึงได้กลงมือจับพวกอัครทูตขังไว้ในคุกหลวง.
กจ.
5:19 แต่ในเวลากลางคืน กทูตองค์หนึ่งขององค์พระผู้เป็นเจ้าได้ขเปิดประตูคุกแล้วพาพวกท่านออกไป บอกว่า
กจ.
5:20 "จงไปยืนในพระวิหาร และกล่าวบรรดา1กถ้อยคำแห่ง2ชีวิตนี้แก่ประชาชน."
กจ.
5:21 เมื่อพวกอัครทูตได้ยิน[ถ้อยคำนี้] ครั้นเวลาใกล้รุ่งสางแล้วจึงได้เข้าไปสอนในพระวิหาร. ฝ่ายกมหาปุโรหิตและพวกที่อยู่กับท่านก็มาเรียกขสภาแซนเฮดริน 1ทั้งเหล่าผู้อาวุโสแห่งบุตรหลานของชาวอิสราเอลให้ประชุมกัน และส่งคนไปที่คุกเพื่อนำตัวอัครทูตออกมา.
กจ.
5:22 แต่เมื่อพวกเจ้าหน้าที่ไปถึง ก็ไม่พบพวกอัครทูตอยู่ในคุก จึงกลับมารายงานว่า
กจ.
5:23 "พวกข้าพเจ้าเห็นคุกปิดไว้แน่นหนา และยามก็ยืนเฝ้าอยู่ที่ประตู แต่พอเปิดออกกลับไม่พบผู้ใดอยู่ข้างใน."
กจ.
5:24 เมื่อ1กนายทหารรักษาพระวิหารกับพวกหัวหน้าปุโรหิตได้ยินคำเหล่านี้ก็งุนงงมากไม่รู้ว่าเรื่องนี้จะเป็นอย่างไรต่อไป.
กจ.
5:25 แล้วมีคนมารายงานพวกเขาว่า ดูเถิด คนที่พวกท่านจับขังไว้ในคุกนั้นกำลังยืนสอนประชาชนอยู่ในพระวิหาร.
กจ.
5:26 นายทหาร[รักษาพระวิหาร]กับพวกเจ้าหน้าที่จึงไปนำตัวพวกอัครทูตมา โดยไม่มีการใช้กำลังเพราะกลัวกประชาชนจะขเอาหินขว้างพวกเขา.
กจ.
5:27 เมื่อนำตัวมาแล้วก็ให้พวกอัครทูตยืนอยู่ในกสภาแซนเฮดริน. มหาปุโรหิตก็ถามพวกท่านว่า
กจ.
5:28 เราได้1กำชับพวกเจ้ากมิให้สอนโดยชื่อนี้อย่างเด็ดขาดแล้ว. ดูเถิด เจ้ากลับทำให้กรุงเยรูซาเล็มเต็มด้วยคำสอนของเจ้า และตั้งใจจะให้ขเลือดของผู้นั้นตกอยู่แก่เรา.
ข. คำพยานของอัครทูต
ข้อ 29-32
ข้อ 29-32
กจ.
5:29 แต่เปโตรและพวกอัครทูตตอบว่า "[พวกข้าพเจ้า]จำต้องเชื่อฟังพระเจ้ายิ่งกว่ากเชื่อฟังมนุษย์.
กจ.
5:30 พระเยซูซึ่งพวกท่านประหารโดยแขวนไว้ที่กต้นไม้นั้น 1พระเจ้าแห่งขบรรพบุรุษของเราได้ทรงให้คเป็นขึ้นมาแล้ว.
กจ.
5:31 พระเจ้าได้ทรง1กยกชูพระองค์ผู้นี้ให้อยู่ขเบื้องขวาพระหัตถ์ของพระองค์ ในฐานะ2ประมุขและคพระผู้ช่วยให้รอด เพื่อ3ให้ชาวอิสราเอลได้4งกลับใจเสียใหม่และได้รับจการอภัย5บาป.
กจ.
5:32 เราทั้งหลายเป็นกพยานบุคคลถึง 1เรื่องราวเหล่านี้ และ2ขพระวิญญาณบริสุทธิ์ซึ่งพระเจ้าได้ประทานแก่บรรดาผู้ที่3เชื่อฟังพระองค์นั้น ก็เป็นพยานบุคคลถึงเรื่องราวเหล่านี้ด้วย."
ค. การห้ามปรามกับการปล่อยตัวของสภาแซนเฮดริน
ข้อ 33-40
ข้อ 33-40
กจ.
5:33 แต่เมื่อพวกเขากได้ยินเช่นนี้ก็ 1โกรธยิ่งนัก ตั้งใจจะฆ่าพวกอัครทูตเสีย.
กจ.
5:34 แต่มี1พวกฟาริซายคนหนึ่งชื่อกฆามาลิเอล ผู้เป็นขอาจารย์สอนกฎบัญญัติซึ่งเป็นที่นับถือของประชาชน ได้ยืนขึ้นในคสภาแซนเฮดรินแล้วสั่งให้พา2พวกอัครทูตออกไปข้างนอกสักครู่หนึ่ง.
กจ.
5:35 ท่านจึงกล่าวแก่คนทั้งหลายว่า "ท่านทั้งหลายผู้เป็นชาวอิสราเอล ท่านจงระวังตัวให้ดีว่าจะจัดการกับคนเหล่านี้อย่างไร.
กจ.
5:36 ด้วยว่าก่อนหน้านี้ ธูดาขึ้นมาอวดอ้างว่าตัวเป็นใหญ่ และมีผู้ติดตามประมาณสี่ร้อยคน. แต่หลังจากที่ธูดาถูกฆ่าเสียแล้ว พวกที่ติดตามเขาก็กระจัดกระจายสลายกันไปหมด.
กจ.
5:37 หลังจากนั้นยังมียูดาชาวฆาลิลาย[ปรากฏ]ขึ้นมาในช่วงกจดทะเบียนสำมะโนครัวและได้โน้มน้าวผู้คนให้ติดตามเขาไป. เขาก็พินาศไปอีกและพวกที่ได้เชื่อฟังเขาก็กระจัดกระจายไป.
กจ.
5:38 บัดนี้ข้าพเจ้าขอบอกท่านทั้งหลายว่า อย่าไปทำอะไรแก่คนพวกนี้เลย ปล่อยเขาไปเถิด เพราะว่าถ้ากข้อหารือหรือการกระทำนี้เป็นมาจากมนุษย์ ก็จะถูกทำลายไปเอง
กจ.
5:39 แต่ถ้าเป็นมาจากพระเจ้า ท่านทั้งหลายจะทำลายเสียก็ไม่ได้ มิฉะนั้นจะปรากฏว่าท่านเป็นกผู้ต่อสู้กับพระเจ้า."
กจ.
5:40 พวกสภาแซนเฮดรินก็คล้อยตามฆามาลิเอล จึงเรียกพวกอัครทูตเข้ามาแล้วกโบยตีและกำชับขไม่ให้พูดโดยพระนามของพระเยซู แล้วก็ปล่อยตัวไป.
ง. ความยินดีกับความสัตย์ซื่อของอัครทูต
ข้อ 41-42
ข้อ 41-42
กจ.
5:41 พวกอัครทูตจึงเดินออกไปต่อหน้ากสภาแซนเฮดรินด้วยขความชื่นชมยินดีที่ตนถูกนับว่าคู่ควรที่จะ1ถูกเหยียดหยามเพราะคพระนามนั้น
กจ.
5:42 พวกเขาได้สั่งสอนและกประกาศว่า 1พระเยซู[คือ]ขพระคริสต์เป็นกิตติคุณใน2พระวิหารและ3ตามบ้านตามเรือนทุกๆ วันมิได้ขาด.
คำอธิบาย กิจการ บทที่ 5
กจ.
5:2 ก กจ. 4:35, 37
กจ.
5:3 ก ยฮ.13:2, 27; ลก.22:3
กจ.
5:3 ข กจ.5:9
กจ.
5:3 1ข ดูทางภายนอกแล้ว อะนาเนียได้มุสาต่อพวกอัครทูต แต่อันที่จริงเป็นการมุสาต่อพระวิญญาณบริสุทธิ์ ซึ่งก็คือมุสาต่อพระเจ้านั่นเอง (ข้อ 4). เพราะในการงานของอัครทูตที่กระทำเพื่อองค์พระผู้เป็นเจ้านั้น พระวิญญาณบริสุทธิ์กับอัครทูตก็เป็นหนึ่งเดียวกัน. ดูข้อ 32 คำอธิบาย 2.
กจ.
5:4 1 ถ้อยคำนี้แสดงว่า การขายทรัพย์สินไร่นาแล้วมาแจกจ่ายให้แก่ผู้อื่นนั้นไม่ใช่สิ่งที่พวกอัครทูตถือเป็นกฎเกณฑ์มาปฏิบัติ.
กจ.
5:4 2 หรือ วาง, กำหนด.
กจ.
5:4 3 นี่เป็นข้อพิสูจน์ว่า พระวิญญาณบริสุทธิ์ในข้อ 3 ก็คือพระเจ้านั่นเอง.
กจ.
5:5 ก กจ.5:10
กจ.
5:5 1 แปลตามตรงคือ ละทิ้งจิตของเขา หรือระบายออกซึ่งจิต (ข้อ 10 ก็เช่นกัน).
กจ.
5:5 ข กจ.2:43
กจ.
5:9 1 ภรรยาควรนอบน้อมต่อสามี (อฟ.5:24) แต่ไม่ควรร่วมทำบาปด้วยกันกับเขา.
กจ.
5:9 ก กจ.15:10; 1กธ.10:9
กจ.
5:9 ข กจ.5:3
กจ.
5:9 2 พระวิญญาณบริสุทธิ์ในข้อ 3, พระเจ้าในข้อ 4, และองค์พระผู้เป็นเจ้าในข้อนี้ ล้วนเป็นหนึ่งเดียว และในประสบการณ์ของผู้เชื่อก็เป็นเช่นนี้.
กจ.
5:10 ก กจ.5:5
กจ.
5:11 ก กจ.8:1, 3; 9:31; 11:22, 26; 12:1, 5; 13:1; 14:23, 27; 15:3, 4, 22, 41; 16:5; 18:22; 20:17, 28
กจ.
5:11 1ก ภาษากรีกคือ "ekklesia" (เอ็กคลีเซีย) ซึ่งประกอบด้วยคำว่า "ek" (เอ็ก) คือออกมา และคำที่แตกแขนงมาจากคำว่า "kaleo" (คาลีโอ) คือถูกเรียก ดังนั้นจึงเป็น (ฝูงชน) ที่ถูกเรียกออกมา ซึ่งก็คือคริสตจักรนั่นเอง. หนังสือกิจการกล่าวถึงคริสตจักรเป็นครั้งแรกในที่นี้ โดยเป็นการกล่าวถึงคริสตจักรท้องถิ่น (ดู 8:1 คำอธิบาย 1; มธ.18:17 คำอธิบาย 2).
กจ.
5:11 ข กจ.5:5
กจ.
5:12 1 ดู 2:43 คำอธิบาย 1.
กจ.
5:12 ก กจ.1:14
กจ.
5:12 ข กจ.3:11
กจ.
5:13 ก กจ.5:26
กจ.
5:14 ก กจ.6:1, 7; 9:31
กจ.
5:14 ข กจ.9:35; 11:21, 24
กจ.
5:15 ก เทียบ มก.6:56
กจ.
5:15 ข เทียบ กจ.19:12
กจ.
5:16 ก มธ.14:35-36; มก.16:18
กจ.
5:17 ก เทียบ กจ.15:5; 26:5; 24:5, 14; 28:22
กจ.
5:17 ข กจ.4:1
กจ.
5:17 ค กจ.13:45; 17:5; ยก.3:14, 16
กจ.
5:18 ก กจ.4:3; ลก.21:12
กจ.
5:19 ก กจ.8:26; 10:3; 12:7, 23
กจ.
5:19 ข กจ.12:10; 16:26
กจ.
5:20 ก ยฮ.6:63; ฟป.2:16
กจ.
5:20 1ก ภาษากรีกหมายถึงพระคำในยามฉับพลัน.
กจ.
5:20 2 หมายถึง ชีวิตอันศักดิ์สิทธิ์ที่เปโตรได้ประกาศ, หล่อเลี้ยง, และดำเนินชีวิตสำแดงออกมา. ชีวิตนี้มีชัยชนะต่อการข่มเหง, การข่มขู่, และการจองจำของผู้นำชาวยูดาย. ถ้อยคำนี้แสดงว่าการดำเนินชีวิตและการงานของเปโตรได้ทำให้ชีวิตของพระเจ้าเป็นความจริงแท้และได้ปรากฏเป็นจริงในสถานการณ์ที่เขาประสบอยู่ จนแม้แต่ทูตสวรรค์ก็ยังมองเห็นและชี้บ่งออกมาได้.
กจ.
5:21 ก กจ.4:5-6
กจ.
5:21 ข กจ.4:15
กจ.
5:21 1 หรือ และ.
กจ.
5:24 ก กจ.4:1
กจ.
5:24 1ก ดู 4:1 คำอธิบาย 1.
กจ.
5:26 ก กจ.5:13; 4:21
กจ.
5:26 ข กจ.7:58; พบญ.17:5
กจ.
5:27 ก กจ.4:15
กจ.
5:28 1 แปลตามตรงคือ กำชับพวกเจ้าด้วยคำกำชับ.
กจ.
5:28 ก กจ.5:40; 4:17-18
กจ.
5:28 ข มธ.23:35; 27:25
กจ.
5:29 ก กจ.4:19
กจ.
5:30 ก กจ.10:39; 13:29; ฆต.3:13; 1ปต.2:24
กจ.
5:30 1 ดู 2:24 คำอธิบาย 1.
กจ.
5:30 ข กจ.22:14
กจ.
5:30 ค กจ.2:24; 10:40
กจ.
5:31 ก กจ.2:33
กจ.
5:31 1ก การกลายเป็นเนื้อหนังของพระเยซูได้ทำให้พระองค์กลายเป็นมนุษย์คนหนึ่ง; การดำเนินชีวิตมนุษย์บนแผ่นดินโลกของพระองค์ได้ทำให้พระองค์มีคุณสมบัติพอที่จะเป็นพระผู้ช่วยให้รอดของมนุษย์; การตรึงกางเขนของพระองค์ได้สำเร็จการไถ่ที่ครบสมบูรณ์เพื่อมนุษย์ การเป็นขึ้นของพระองค์ได้ทำให้การงานแห่งการไถ่ของพระองค์เป็นสิ่งที่ชอบธรรม และการถูกยกชูของพระองค์ได้ให้พระองค์เข้ารับหน้าที่ในตำแหน่งเป็นประมุขแห่งการปกครองเพื่อพระองค์จะได้เป็นพระผู้ช่วยให้รอด. การยกชูพระองค์ขึ้นนี้เป็นขั้นตอนที่สุดยอดในการที่พระองค์ถูกกระทำให้สำเร็จเป็นพระผู้ช่วยให้รอดของมนุษย์ (ฮร.2:10; 5:9).
กจ.
5:31 ข มก.16:19; ฮร.12:2
กจ.
5:31 2 หรือ มหากษัตริย์ ซึ่งในภาษากรีกเป็นคำศัพท์เดียวกันกับคำว่า "องค์ผู้ริเริ่ม" ใน 3:15. ดู 3:15 คำอธิบาย 1. พระเยซูผู้เป็นมนุษย์ที่ถูกผู้นำชาวยูดายปฏิเสธและฆ่าเสียนั้น ทรงถูกพระเจ้ายกชูขึ้นเป็นประมุขที่สูงสุด, มหากษัตริย์, และประมุขแห่งกษัตริย์ทั้งปวงเพื่อจะปกครองโลกนี้ (วว.1:5; 19:16) และยังเป็นพระผู้ช่วยให้รอดเพื่อจะทรงช่วยผู้ที่พระเจ้าทรงเลือกสรรให้รอด. การเป็นประมุขนั้นมีความเกี่ยวข้องกับอำนาจของพระองค์ส่วนการเป็นพระผู้ช่วยให้รอดนั้นเกี่ยวข้องกับความรอดของพระองค์. พระองค์ทรงใช้อำนาจสิทธิ์ขาดของพระองค์ปกครองทั่วแผ่นดินโลกเพื่อทำให้ เกิดสภาพการณ์ที่เหมาะสมกับการต้อนรับความรอดของบุคคลที่พระเจ้าทรงเลือกสรร (เทียบ 17:26-27; ยฮ.17:2).
กจ.
5:31 ค ลก.2:11
กจ.
5:31 3 ในการให้ผู้ที่พระเจ้าทรงเลือกสรรได้กลับใจเสียใหม่และรับการอภัยบาปได้นั้น พระคริสต์จำต้องถูกยกชูขึ้นเป็นประมุขแห่งการปกครองและเป็นพระผู้ช่วยให้รอด. การปกครองแห่งอำนาจสิทธิ์ขาดของพระองค์จะนำพาและทำให้บุคคลที่พระเจ้าทรงเลือกสรรได้กลับใจเสียใหม่ ส่วนความรอดของพระองค์ซึ่งมีการไถ่ของพระองค์เป็นพื้นฐานนั้นได้ให้การอภัยบาปแก่เขา.
กจ.
5:31 ง กจ.11:18
กจ.
5:31 4ง การกลับใจเสียใหม่นั้นมีเพื่อการอภัยบาป (มก.1:4). ในด้านของพระเจ้านั้น การอภัยบาปตั้งอยู่บนพื้นฐานแห่งการไถ่ของพระคริสต์ (อฟ.1:7) ส่วนในด้านของมนุษย์นั้น การอภัยบาปเกิดขึ้นได้โดยการกลับใจของมนุษย์.
กจ.
5:31 จ ลก.24:47; กจ.13:38; 10:43
กจ.
5:31 5 ในภาษากรีกเป็นพหูพจน์.
กจ.
5:32 ก กจ.1:8; 10:39
กจ.
5:32 1 แปลตามตรงคือ พระคำในยามฉับพลัน.
กจ.
5:32 ข ยฮ.15:26; 1ยฮ.5:6
กจ.
5:32 2ข พระวิญญาณบริสุทธิ์กับพวกอัครทูตนั้นเป็นหนึ่งเดียวกัน. ดูข้อ 3 คำอธิบาย 1.
กจ.
5:32 3 การเชื่อฟังเป็นหนทางเเละเงื่อนไขในการต้อนรับและรับสุขพระวิญญาณของพระเจ้า.
กจ.
5:33 ก กจ.7:54
กจ.
5:33 1 แปลตามตรงคือ ถูกเลื่อยทะลุ เป็นคำพูดในเชิงอุปมาที่รุนแรงซึ่งหมายถึง การถูกกระตุ้นให้โกรธ.
กจ.
5:34 1 ดู มธ.3:7 คำอธิบาย 1.
กจ.
5:34 ก กจ.22:3
กจ.
5:34 ข ลก.5:17
กจ.
5:34 ค กจ.4:15
กจ.
5:34 2 แปลตามตรงคือ คนเหล่านี้.
กจ.
5:37 ก ลก.2:1-3
กจ.
5:38 ก สภษ.21:30; ยซย.8:10
กจ.
5:39 ก 2คนก.13:12
กจ.
5:40 ก กจ.22:19; มธ.10:17; 23:34; มก.13:9
กจ.
5:40 ข กจ.5:28
กจ.
5:41 ก กจ.5:27
กจ.
5:41 ข มธ.5:12; 1ปต.4:13
กจ.
5:41 1 คือการทนรับความอับอาย. การถูกเหยียดหยามเพื่อพระนามของพระเยซูผู้ถูกมนุษย์ลบหลู่แต่พระเจ้าทรงให้มีเกียรติยศนั้น จึงจะเป็นเกียรติที่แท้จริง. ดังนั้นผู้ที่ถูกเหยียดหยามจึงเกิดความยินดีที่ตนถูกนับว่าคู่ควรที่จะถูกเหยียดหยามเพื่อพระนามนี้.
กจ.
5:41 ค กจ.9:16; ยฮ.15:21; 1ปต.4:14
กจ.
5:42 ก กจ.8:4, 35; 11:20; 13:32; 17:18
กจ.
5:42 1 พระเยซูเป็นพระคริสต์ แปลตามตรงคือพระคริสต์เยซูนั้น.
กจ.
5:42 ข กจ.18:5
กจ.
5:42 2 ดู 2:46 คำอธิบาย 1.
กจ.
5:42 3 ดู 2:46 คำอธิบาย 3.