กิจการ บทที่ 28
ง. ถึงเกาะเมลีเต
28:1-10
28:1-10
กจ.
28:1 เมื่อทุกคนปลอดภัยกันหมดแล้ว พวกเราจึงรู้ว่ากเกาะนั้นชื่อ1เมลีเต.
กจ.
28:2 1ชาวเกาะกกรุณาพวกเราเป็นพิเศษ พวกเขาก่อไฟไว้ต้อนรับเราทุกคนเพราะฝนตกและหนาว.
กจ.
28:3 เปาโลเก็บกิ่งไม้มามัดหนึ่ง แต่ขณะที่ท่านเอา[ไม้มัดนั้น]ใส่ไฟ ก็มีกงูพิษตัวหนึ่งถูกความร้อนจึง[หนี]ออกมารัดมือของเปาโลไว้.
กจ.
28:4 เมื่อชาวเกาะเห็น1งูห้อยอยู่ที่มือของเปาโลจึงพูดกันว่า คนนี้ต้องเป็นฆาตกรแน่นอน เพราะแม้เขารอดตายจากทะเลแล้ว 2เทพเจ้าแห่งความยุติธรรมก็ยังไม่ยอมให้เขามีชีวิต.
กจ.
28:5 แต่เปาโลก็สะบัดกงูทิ้งลงในไฟ และไม่เป็นอันตรายแต่อย่างใด.
กจ.
28:6 พวกเขาก็คาดว่ามือของเปาโลจะบวมขึ้นหรือล้มตายทันที แต่หลังจากคอยดูอยู่นานก็ไม่เห็นท่านมีอะไรเกิดขึ้น พวกเขาจึงเปลี่ยนความคิดและว่าท่านเป็น1กเทพเจ้า.
กจ.
28:7 มีที่ดินแปลงหนึ่งอยู่ใกล้ๆ ที่นั่นเป็นของปบเลียวหัวหน้าชาวเกาะ ท่านได้ต้อนรับและให้การรับรองเรากอย่างสนิทสนมถึงสามวัน.
กจ.
28:8 บิดาของปบเลียวนอนป่วยอยู่เพราะกมีไข้และเป็นบิด เปาโลจึงเข้าไปหาท่านและได้ขอธิษฐาน แล้วควางมือบนท่าน รักษาท่านให้หายโรค.
กจ.
28:9 เมื่อสิ่งนี้เกิดขึ้น คนป่วยอื่นๆ ที่เกาะนั้นก็มาหา และได้1รับการรักษาให้หาย.
กจ.
28:10 พวกเขาจึงนับถือเราอย่างมาก เมื่อเราจะแล่นเรือไปจากที่นั่น เขายังได้นำสิ่งของที่จำเป็นมาให้กับเราด้วย.
จ. ถึงกรุงโรม สิ้นสุดการเดินทางครั้งที่สี่
28:11-31
28:11-31
(ก) จากเมืองซุราคูซายถึงกรุงโรม
ข้อ 11-16
ข้อ 11-16
กจ.
28:11 สามเดือนต่อมา พวกเราลงเรือที่มาจากกเมืองอเล็กซานเดรียซึ่งมาพักที่เกาะนี้ในฤดูหนาว เรือลำนั้นมีรูปแกะสลัก1บุตรชายแฝดของขซุส[ที่หัวเรือ].
กจ.
28:12 เมื่อมาถึงเมืองซุราคูซาย เราจอดอยู่ที่นั่นสามวัน.
กจ.
28:13 เราออกจากที่นั่น แล่นเรืออ้อมไปยังเมืองเรฆิอน. วันรุ่งขึ้นลมทิศใต้ก็พัดมา วันที่สองจึงมาถึงเมืองโปติโอลอย
กจ.
28:14 เราพบกพวกพี่น้องที่นั่น เขาได้เชิญให้พักอยู่ด้วยเจ็ดวัน แล้วเราก็มาถึงกรุงโรม.
กจ.
28:15 มี1พวกพี่น้อง2จากกรุงโรมที่ได้ยินข่าวเกี่ยวกับพวกเรา เขาจึงออกมาหาเราที่3บ้านตลาดอัปปีโอและ4บ้านสามร้าน เมื่อเปาโลเห็นพวกเขาแล้ว ท่านก็ขอบพระคุณพระเจ้าและ5มีกำลังใจขึ้น.
กจ.
28:16 เมื่อพวกเรามาถึงกรุงโรม เปาโลได้รับอนุญาตให้อยู่ตามลำพัง โดยมีทหารคนหนึ่งกคุมเขาไว้.
(ข) การติดต่อกับผู้นำยูดาย
ข้อ 17-22
ข้อ 17-22
กจ.
28:17 สามวันต่อมา เปาโลเชิญพวกผู้นำชาวยูดายมาประชุมกัน เมื่อประชุมกันแล้วท่านจึงกล่าวแก่เขาว่า "1ท่านทั้งหลายผู้เป็นพี่น้อง แม้ข้าพเจ้ากมิได้กระทำผิดต่อชน[ร่วมชาติ] หรือผิดขธรรมเนียมของบรรพบุรุษ ข้าพเจ้ายังต้องเป็นนักโทษที่ถูกส่งตัวจากกรุงเยรูซาเล็มมาอยู่ในมือของพวกโรมัน.
กจ.
28:18 พวกเขาไต่สวนข้าพเจ้าแล้วก็ตั้งใจกจะปล่อยตัว[ข้าพเจ้า]ไป เพราะข้าพเจ้าไม่มี ขความผิดอะไรที่สมควรต้องตาย.
กจ.
28:19 แต่เมื่อพวกยูดายคัดค้าน ข้าพเจ้าจึงถูกบังคับให้กถวายฎีกาถึงซีซาร์ แต่มิใช่ว่าข้าพเจ้าจะฟ้องขชนร่วมชาติของข้าพเจ้า.
กจ.
28:20 ด้วยเหตุนี้ ข้าพเจ้าจึงเชิญท่านทั้งหลายมาพบหน้าและพูดคุยกัน เพราะที่ข้าพเจ้าถูกกล่ามโซ่อยู่นี้ก็เนื่องด้วยขความหวังของชาวอิสราเอล."
กจ.
28:21 พวกเขาจึงกล่าวกับท่านว่า "พวกเราไม่ได้รับกจดหมายใดๆ จากมณฑลยูดายที่กล่าวถึงท่าน และก็ไม่มีพี่น้องคนใดที่มารายงานหรือพูดอะไร1ไม่ดีเกี่ยวกับท่าน.
กจ.
28:22 แต่พวกเราอยากจะฟังว่าท่านคิดเห็นอย่างไร เพราะพวกเราทราบว่า[ผู้คน]ทุกแห่งหนล้วนพูดกติเตียนขนิกายนี้."
(ค) การปฏิบัติในกรุงโรม
ข้อ 23-31
ข้อ 23-31
กจ.
28:23 เมื่อพวกเขานัดวันพบกับท่าน คนเป็นอันมากก็พากันมายังที่อาศัยของท่าน ท่านจึงกอธิบายและขเป็นพยานอย่างหนักแน่นถึง1คอาณาจักรของพระเจ้า ตลอดจนพยายามยกหนังสือกฎบัญญัติของงโมเซและจหนังสือผู้เผยพระวจนะมาฉโน้มน้าวพวกเขาให้เชื่อพระเยซู ตั้งแต่เช้าจรดเย็น.
กจ.
28:24 สิ่งที่ท่านกล่าวนั้น กบางคนก็เชื่อ บางคนก็ไม่เชื่อ.
กจ.
28:25 พวกเขาไม่เห็นพ้องกันแล้วจากไป ก่อนจะไปเปาโลก็กล่าวว่า "เป็นจริงดังที่พระวิญญาณบริสุทธิ์ตรัสแก่บรรพบุรุษของท่านโดยผู้เผยพระวจนะยะซายาว่า
กจ.
28:26 '1จงไปหาชนชาตินี้และกล่าวว่า ท่านทั้งหลายฟังก็ได้ยินแต่จะไม่เข้าใจ มองก็เห็นแต่จะไม่ประจักษ์แจ้ง
กจ.
28:27 เพราะกใจของชนชาตินี้1แข็งกระด้าง หูของเขาฟังแทบไม่ได้ยิน และเขาปิด ขตาของเขาเสีย มิฉะนั้นแล้วเขาจะได้เห็นกับตา ได้ยินกับหู เข้าใจด้วยใจ และหันกลับมาและเราจะรักษาเขาให้หาย.'
กจ.
28:28 ฉะนั้นท่านทั้งหลายจงรู้ว่า กความรอดของพระองค์ได้แผ่ไปถึงขชาวต่างชาติแล้ว และพวกเขาจะคฟัง."
กจ.
28:29 1หลังจากที่เปาโลได้กล่าวเช่นนี้แล้ว พวกยูดายก็จากไป โต้เถียงกันเองเป็นการใหญ่.
กจ.
28:30 เปาโลได้อาศัยอยู่ในบ้านที่ท่านเช่าไว้1สองปีเต็ม และได้2ต้อนรับคนทั้งปวงที่มาหาท่าน
กจ.
28:31 1ประกาศ2กอาณาจักรของพระเจ้าและสอนเรื่ององค์พระเยซูคริสต์เจ้าด้วยขความกล้าหาญ โดยไม่ถูกขัดขวาง.
คำอธิบาย กิจการ บทที่ 28
กจ.
28:1 ก กจ.27:26
กจ.
28:1 1 หรือ มอลตา.
กจ.
28:2 1 หรือ พวกไร้วัฒนธรรม (ข้อ 4 ก็เช่นเดียวกัน). พวกนี้ไม่ได้พูดภาษากรีกหรือภาษาละตินแต่ไม่แน่ว่าจะเป็นอนารยชน.
กจ.
28:2 ก กจ.28:7
กจ.
28:3 ก อมศ.5:19; 9:3
กจ.
28:4 1 แปลตามตรงคือ สัตว์. ผู้เขียนที่เป็นแพทย์ใช้ศัพท์คำนี้โดยหมายถึงงูพิษ. (คำเดียวกันนี้ก็ได้ใช้ในข้อ 5 ด้วย.)
กจ.
28:4 2 ในภาษากรีกคือ Dike (ไดค์) ซึ่งน่าจะเล็งถึงเทวีในเทพนิยายของกรีกผู้ทำหน้าที่ตอบสนองด้วยความยุติธรรม.
กจ.
28:5 ก มก.16:18; ลก.10:19
กจ.
28:6 ก กจ.14:11
กจ.
28:6 1ก อัครทูตไม่ใช่เทพเจ้าอย่างที่ชนพื้นเมืองที่อยากรู้อยากเห็นเหล่านั้นหลงงมงายกัน. แต่ในการดำเนินชีวิตและการปฏิบัติของท่าน อัครทูตได้สำแดงพระเจ้าที่แท้จริงออกมา. พระเจ้าองค์นี้ได้ผ่านขั้นตอนในการกลายเป็นเนื้อหนัง, ดำเนินชีวิตมนุษย์, ตรึงกางเขน, และเป็นขึ้นในพระเยซูคริสต์ และกลายเป็นพระวิญญาณที่ครอบคลุมสรรพสิ่งที่ทรงดำเนินชีวิตในอัครทูตและสำแดง
ออกมาโดยอัครทูต.
กจ.
28:7 ก กจ.28:2
กจ.
28:8 ก มธ.8:14
กจ.
28:8 ข กจ.9:40
กจ.
28:8 ค มก.5:23; 16:18; ลก.13:13; กจ.9:12
กจ.
28:9 1 ในทะเลที่มีลมพายุกล้านั้น องค์พระผู้เป็นเจ้าไม่เพียงทำให้คนที่อยู่ในเรือกลายเป็นคนของเปาโลเท่านั้น (27:24) แต่ยังได้ทำให้เปาโลกลายเป็นผู้รับประกันชีวิตและเป็นผู้ปลอบโยนของพวกเขาอีกด้วย (27:22, 25). ยิ่งไปกว่านั้นบัดนี้บนแผ่นดินที่สงบสุของค์พระผู้เป็นเจ้าไม่เพียงทำให้ท่านกลายเป็นสิ่งดึงดูดอันมหัศจรรย์ในสายตาของพวกที่หลงงมงายเท่านั้น (ข้อ 3-6) แต่ยังทำให้ท่านเป็นผู้เยียวยารักษาและเป็นความชื่นชมยินดีของคนเหล่านั้นด้วย (ข้อ 8-9). ตลอดการเดินเรือที่ยาวนาน, เคราะห์ร้าย, และถูกจองจำนั้น องค์พระผู้เป็นเจ้าทรงคุ้มครองอัครทูตให้อยู่ในความเหนือล้ำของพระองค์ และทำให้ท่านสามารถดำเนินชีวิตที่เหนือล้ำกว่าขอบเขตของความกระวนกระวาย. การดำเนินชีวิตชนิดนี้เป็นการดำเนินชีวิตที่เต็มด้วยความสูงศักดิ์ โดยมีมาตรฐานของคุณธรรมแห่งสภาพมนุษย์ที่ได้สำแดงออกซึ่งคุณลักษณะอันศักดิ์สิทธิ์ที่ล้ำเลิศที่สุด เหมือนกับการดำเนินชีวิตบนแผ่นดินโลกขององค์พระผู้เป็นเจ้าเมื่อหลายปีก่อน. นี่ก็คือการดำเนินชีวิตบนแผ่นดินโลกอีกครั้งหนึ่งของพระเยซูในสภาพมนุษย์ที่ถูกสภาพพระเจ้ากระทำให้อุดมสมบูรณ์ของพระองค์! นี่ก็คือมนุษย์พระเจ้าผู้อัศจรรย์, ล้ำเลิศ, และลับลึกที่เคยดำเนินชีวิตอยู่ในหนังสือกิตติคุณ และได้ทรงดำเนินชีวิตต่อเนื่องไปในหนังสือกิจการโดยอวัยวะหนึ่งในท่ามกลางอวัยวะมากมายของพระองค์! นี่ก็คือพยานบุคคลอันมีชีวิตของพระคริสต์ผู้กลายเป็นเนื้อหนัง, ตรึงกางเขน, เป็นขึ้น, และถูกพระเจ้ายกชู! ในการเดินเรือของเปาโลนั้นท่านได้ดำเนินชีวิตพระคริสต์และสำแดงพระคริสต์ใหญ่ขึ้น (ฟป.1:20-21) ดังนั้นจึงไม่แปลกเลยที่ผู้คนนับถือท่านตลอดจนสหายของท่านเป็นอย่างมาก (ข้อ 10) ซึ่งก็คือได้ให้การต้อนรับอย่างทรงเกียรติและให้ความเคารพอย่างสูง!
เอกอัครราชทูตที่พระเจ้าทรงใช้ไปนั้นสมควรที่จะได้รับการต้อนรับและความเคารพจากมนุษย์เช่นนี้.
กจ.
28:11 ก กจ.27:6
กจ.
28:11 1 ในภาษากรีกคือ Dioskouroi (ดิออสคูรอย) หมายถึงบุตรชายแฝดของซุสคือ Castor (แคสเตอร์) และ Pollux (พอลลักซ์). รูปสลักของเทพเจ้าสององค์นี้ติดไว้ที่ท้ายเรือเพื่อคุ้มครองกะลาสี.
กจ.
28:11 ข กจ.14:12; 19:35
กจ.
28:14 ก กจ.21:7
กจ.
28:15 1 การต้อนรับอย่างอบอุ่นจากพวกพี่น้องที่มาจากกรุงโรมและการห่วงใยด้วยความรักของพวกพี่น้องในเมืองโปติโอลอยนั้น (ข้อ 13-14) ได้แสดงถึงการดำเนินชีวิตแห่งพระกายที่งดงามในท่ามกลางคริสตจักรทั้งหลายกับเหล่าอัครทูตในยุคแรกเริ่ม. นี่คือส่วนหนึ่งของการดำเนินชีวิตแห่งอาณาจักรฝ่ายสวรรค์บนแผ่นดินโลกที่ถูกซาตานทำให้มืดมนและมีมนุษย์อาศัยอยู่. ถ้าดูตามภายนอกแล้ว อัครทูตผู้เป็นนักโทษที่ถูกจองจำอยู่ได้เข้าไปสู่อาณาบริเวณของเมืองหลวงที่มืดมนแห่งจักรวรรดิที่ซาตานครอบงำอยู่ แต่ตามความเป็นจริงแล้ว ท่านเป็นอัครราชทูตของพระคริสต์ซึ่งมีอำนาจของพระคริสต์ (อฟ.6:20; มธ.28:18-19) และได้เข้าสู่อีกส่วนหนึ่งของการมีส่วนในการดำเนินชีวิตแห่งพระกายในคริสตจักรของพระคริสต์ในอาณาจักรของพระเจ้าบนแผ่นดิน
โลก. ในขณะที่ท่านได้รับการข่มเหงโดยศาสนาที่อยู่ในจักรวรรดิของซาตาน ท่านก็ได้รับสุขการดำเนินชีวิตคริสตจักรอยู่ในอาณาจักรของพระเจ้า. สิ่งนี้เป็นการปลอบโยนและการหนุนใจต่อท่าน.
กจ.
28:15 2 จากกรุงโรม แปลตามตรงคือ จากที่นั่น.
กจ.
28:15 3 ห่างจากกรุงโรมกว่า 60 กิโลเมตร.
กจ.
28:15 4 ห่างจากกรุงโรมกว่า 40 กิโลเมตร.
กจ.
28:15 5 นี่แสดงว่า อัครทูตมีสภาพมนุษย์อย่างยิ่ง. แม้ตลอดการเดินเรือ ท่านจะได้รับการหนุนใจจากองค์พระผู้เป็นเจ้าโดยตรง (23:11) และมีความกล้าหาญมาก (27:22-25, 33-36) แต่ท่านก็ยังคงมีกำลังใจขึ้นเมื่อพวกพี่น้องมาต้อนรับอย่างอบอุ่น. ในระหว่างการเดินเรือของเปาโลนั้น พระคริสต์พร้อมด้วยคุณลักษณะอันศักดิ์สิทธิ์ของพระองค์ก็ได้สำแดงออกในสภาพมนุษย์ที่ถูกยกชูให้สูงขึ้นพร้อมด้วยคุณธรรมแห่งสภาพมนุษย์ของเปาโล. ในสถานการณ์ที่ทวนกระแสเช่นนี้ เปาโลก็ได้สำแดงพระคริสต์ใหญ่ขึ้นอยู่ตลอดเวลา (ฟป.1:20).
กจ.
28:16 ก กจ.24:23
กจ.
28:17 1 ดู 1:16 คำอธิบาย 1.
กจ.
28:17 ก กจ.24:12- 13; 25:8
กจ.
28:17 ข กจ.6:14; 15:1
กจ.
28:18 ก กจ.26:32
กจ.
28:18 ข กจ.23:29; 25:25; 26:31
กจ.
28:19 ก กจ.25:11
กจ.
28:19 ข กจ24:17; 26:4
กจ.
28:20 ก กจ.21:33; 26:29; อฟ.6:20; ฟป.1:7, 13-14; 2ตธ.1:16
กจ.
28:20 ข กจ.26:6-7
กจ.
28:21 ก กจ.22:5
กจ.
28:21 1 แปลตามตรงคือ ชั่วร้าย.
กจ.
28:22 ก ลก.2:34; 1ปต.2:12; 3:16
กจ.
28:22 ข กจ.24:5, 14
กจ.
28:23 ก ลก.24:27; กจ.17:3
กจ.
28:23 ข กจ.2:40
กจ.
28:23 ค กจ.28:31; 1:3
กจ.
28:23 1ค ดู 1:3 คำอธิบาย 4.
กจ.
28:23 ง กจ.24:14
กจ.
28:23 จ กจ.19:8
กจ.
28:23 ฉ กจ.26:22
กจ.
28:24 ก กจ.14:4; 17:4
กจ.
28:26 1 พระเจ้าพระบิดาเคยตรัสถ้อยคำนี้ต่อชาวอิสราเอลที่ดื้อรั้นใน ยซย.6:9-10 และพระเจ้าพระบุตรก็เคยยกถ้อยคำนี้มาต่อว่าชาวยูดายที่ปฏิเสธพระองค์ใน มธ.13:14-15 มาก่อนเช่นกัน. บัดนี้พระเจ้าพระวิญญาณตรัสถ้อยคำนี้ต่อพลไพร่ที่มีใจแข็งกระด้างซ้ำอีกครั้งหนึ่งผ่านทางอัครทูต. นี่ก็แสดงว่า พลไพร่อิสราเอลนั้นไม่เชื่อฟังต่อพระเจ้าแห่งพระคุณในการเคลื่อนไหวทั้งหมดของ
ตรีเอกภาพอันศักดิ์สิทธิ์มาตลอด. ดังนั้นพระองค์จึงหันไปสู่ชาวต่างชาติ เพื่อสำเร็จแผนการบริหารแห่งพันธสัญญาใหม่ในการแผ่ขยายอาณาจักรของพระองค์เพื่อก่อสร้างคริสตจักรทั้งหลายขึ้น โดยการแพร่พันธุ์ของพระคริสต์ผู้ทรงเป็นขึ้นและเสด็จสู่สวรรค์ (ข้อ 28).
กจ.
28:27 ก มก.6:52; ยฮ.12:40
กจ.
28:27 1 แปลตามตรงคือ อุดตันด้วยไขมัน (หมายถึงเฉื่อยช้าลง).
กจ.
28:27 ข รม.11:8
กจ.
28:28 ก รม.11:11; ยซย.49:6
กจ.
28:28 ข กจ.13:46
กจ.
28:28 ค กจ.13:48; ยฮ.10:16
กจ.
28:29 1 สำเนาต้นฉบับเก่าแก่บางฉบับไม่มีข้อนี้.
กจ.
28:30 1 ในช่วงสองปีนี้ อัครทูตก็ได้เขียนหนังสือโกโลซาย (เทียบ กซ.4:3, 10, 18) หนังสือเอเฟโซ (เทียบ อฟ.3:1; 4:1; 6:20) หนังสือ
ฟิลิปปอย (เทียบ ฟป.1:7, 14, 17) หนังสือฟิเลโมน (เทียบฟม.1, 9). ใน ฟป.1:25; 2:24; ฟม.22 นั้น ท่านหวังที่จะได้รับ
การปลดปล่อยจากการถูกจองจำ. เป็นไปได้ว่าเมื่อผ่านสองปีนี้ไปแล้ว ท่านก็ได้รับการปลดปล่อย และได้ไปเยี่ยมเยียนเมืองเอเฟโซและมณฑลมากะโดเนีย (1ตธ.1:3). นอกจากนี้ท่านยังไปเยี่ยมเยียนเกาะเกรเต (ตต.1:5), เมืองนิโกโปลี (ตต.3:12),
เมืองโตรอา, และเมืองมีเลโตด้วย (2ตธ.4:13, 20). ดู 2ตธ.4:6 คำอธิบาย 2.
กจ.
28:30 2 หมายถึง รับรองด้วยการต้อนรับ เหมือนใน ลก.8:40.
กจ.
28:31 1 นี่คือการสิ้นสุดการเดินทางแห่งการปฏิบัติครั้งที่สี่ของอัครทูต ซึ่งได้เริ่มขึ้นใน 27:2.
กจ.
28:31 ก กจ.28:23
กจ.
28:31 2ก อาณาจักรของพระเจ้าเป็นประเด็นสำคัญประเด็นหนึ่งในหนังสือกิจการ. ลูกาได้เขียนหนังสือเล่มนี้โดยได้เริ่มต้นด้วยอาณาจักรของพระเจ้า (1:3) และได้จบลงด้วยอาณาจักรของพระเจ้าอีก.
แท้จริงแล้ว หนังสือกิจการยังไม่สิ้นสุดลง แต่ยังเปิดไว้ให้เพิ่มเติมเนื้อหาเข้าไปได้อีก. กรณีนี้ย่อมเป็นเพราะการงานของพระวิญญาณบริสุทธิ์ในการประกาศพระคริสต์ เพื่อให้พระคริสต์ได้รับการแพร่พันธุ์, การเพิ่มทวี, และการแพร่หลายโดยเหล่าผู้เชื่อของพระคริสต์นั้นยังไม่สำเร็จลุล่วง จึงต้องดำเนินต่อไปอีกเป็นเวลานาน. การงานแห่งการประกาศกิตติคุณที่ทำให้พระคริสต์ได้รับการเเพร่พันธุ์, การเพิ่มทวี, และการแพร่หลายเช่นนี้เป็นไปตามแผนการบริหารแห่งพันธสัญญาใหม่ของพระเจ้า เพื่อก่อกำเนิดบุตรมากมายเพื่อพระเจ้า (รม.8:29) ให้เป็นอวัยวะของพระคริสต์ที่จะก่อรูปขึ้นเป็นพระกายของพระองค์ (รม.12:5) เพื่อทำให้โครงการนิรันดร์ของพระเจ้าสำเร็จลุล่วงและพระประสงค์นิรันดร์ของพระองค์สำเร็จสมบูรณ์. สิ่งนี้ได้รับการเปิดเผยไว้อย่างละเอียดในหนังสือจดหมายยี่สิบเอ็ดฉบับและหนังสือวิวรณ์ที่ต่อจากหนังสือกิจการเล่มนี้. คริสตจักรที่ได้ก่อกำเนิดขึ้นโดยการแพร่พันธุ์และการเพิ่มทวีของพระคริสต์นี้ก็คือขอบเขตที่พระเจ้าได้รับการสำแดงออกและได้ครองอำนาจอยู่ในพระคริสต์ ดังนั้นคริสตจักรจึงกลายเป็นอาณาจักรของพระเจ้า. อาณาจักรของพระเจ้าได้เติบโตและแพร่หลายออกจากชีวิตของพระเจ้าตามการแพร่พันธุ์และการเพิ่มทวีของพระคริสต์. หนังสือกิจการได้บันทึกถึงการแพร่หลายของพระคริสต์และเป็นการแพร่หลายแห่งอาณาจักรของพระเจ้าด้วย เพราะอาณาจักรของพระเจ้านั้นเป็นการขยายใหญ่ขึ้นของพระคริสต์. กิตติคุณที่ได้ป่าวประกาศไปอย่างกว้างขวางในหนังสือเล่มนี้ก็คือตัวของพระคริสต์ผู้เป็นกิตติคุณ (5:42) ซึ่งก็คือกิตติคุณของพระคริสต์นั่นเอง นอกจากนี้ก็คือการประกาศอาณาจักรของพระเจ้าเป็นกิตติคุณ (8:12) ซึ่งก็คือกิตติคุณแห่งอาณาจักรของพระเจ้าด้วย. การประกาศกิตติคุณเช่นนี้จะดำเนินต่อไปและจะต้องก้าวหน้าไปจนกว่าทั่วทั้งโลกนี้ล้วนได้กลายเป็นอาณาจักรของพระคริสต์ (วว.11:15).
ในหนังสือกิตติคุณสี่เล่มนั้น พระเจ้าได้กลายเป็นเนื้อหนัง, ผ่านการดำเนินชีวิตมนุษย์, ตาย, และเป็นขึ้น และได้กระทำสำเร็จซึ่งพระคริสต์ผู้เป็นการแปรสภาพของพระเจ้าตรีเอกภาพ (กซ.2:9). ในหนังสือกิจการ พระองค์ผู้เป็นการแปรสภาพของพระเจ้าซึ่งกลายเป็นพระวิญญาณผู้ประทานชีวิตให้ผู้นี้ (1กธ.15:45) ได้ทำให้พระคริสต์แพร่หลายเข้าสู่ภายในผู้ที่เชื่อพระองค์ ซึ่งก็คือได้นำพระเจ้าตรีเอกภาพที่ได้ผ่านขั้นตอนต่างๆ มากระทำเข้าสู่ภายในบุคคลที่พระองค์ได้ทรงเลือกสรร, ทรงไถ่ไว้, และทรงเปลี่ยนแปลงเพื่อทำให้บุคคลเหล่านี้ได้ก่อรูปเป็นคริสตจักรและพระเจ้าจะได้รับการสำแดงออกโดยคริสตจักรนี้. ผลลัพธ์ที่สำเร็จสุดยอดของคริสตจักรนี้ก็คือกรุงเยรูซาเล็มใหม่ที่อยู่ในโลกนิรันดร์ในอนาคต ซึ่งจะเป็นการสำเเดงที่ครบบริบูรณ์และนิรันดร์ของพระเจ้า และจะเป็นอาณาจักรนิรันดร์ของพระเจ้า อันเป็นขอบเขตที่พระองค์จะทรงครองอำนาจในชีวิตอันศักดิ์สิทธิ์ของพระองค์ในโลกนิรันดร์สืบๆ ไปเป็นนิจกาล. สิ่งนี้ควรจะเป็นความเที่ยงแท้และเป็นเป้าหมายของการประกาศกิตติคุณทั้งหมดในวันนี้.
แท้จริงแล้ว หนังสือกิจการยังไม่สิ้นสุดลง แต่ยังเปิดไว้ให้เพิ่มเติมเนื้อหาเข้าไปได้อีก. กรณีนี้ย่อมเป็นเพราะการงานของพระวิญญาณบริสุทธิ์ในการประกาศพระคริสต์ เพื่อให้พระคริสต์ได้รับการแพร่พันธุ์, การเพิ่มทวี, และการแพร่หลายโดยเหล่าผู้เชื่อของพระคริสต์นั้นยังไม่สำเร็จลุล่วง จึงต้องดำเนินต่อไปอีกเป็นเวลานาน. การงานแห่งการประกาศกิตติคุณที่ทำให้พระคริสต์ได้รับการเเพร่พันธุ์, การเพิ่มทวี, และการแพร่หลายเช่นนี้เป็นไปตามแผนการบริหารแห่งพันธสัญญาใหม่ของพระเจ้า เพื่อก่อกำเนิดบุตรมากมายเพื่อพระเจ้า (รม.8:29) ให้เป็นอวัยวะของพระคริสต์ที่จะก่อรูปขึ้นเป็นพระกายของพระองค์ (รม.12:5) เพื่อทำให้โครงการนิรันดร์ของพระเจ้าสำเร็จลุล่วงและพระประสงค์นิรันดร์ของพระองค์สำเร็จสมบูรณ์. สิ่งนี้ได้รับการเปิดเผยไว้อย่างละเอียดในหนังสือจดหมายยี่สิบเอ็ดฉบับและหนังสือวิวรณ์ที่ต่อจากหนังสือกิจการเล่มนี้. คริสตจักรที่ได้ก่อกำเนิดขึ้นโดยการแพร่พันธุ์และการเพิ่มทวีของพระคริสต์นี้ก็คือขอบเขตที่พระเจ้าได้รับการสำแดงออกและได้ครองอำนาจอยู่ในพระคริสต์ ดังนั้นคริสตจักรจึงกลายเป็นอาณาจักรของพระเจ้า. อาณาจักรของพระเจ้าได้เติบโตและแพร่หลายออกจากชีวิตของพระเจ้าตามการแพร่พันธุ์และการเพิ่มทวีของพระคริสต์. หนังสือกิจการได้บันทึกถึงการแพร่หลายของพระคริสต์และเป็นการแพร่หลายแห่งอาณาจักรของพระเจ้าด้วย เพราะอาณาจักรของพระเจ้านั้นเป็นการขยายใหญ่ขึ้นของพระคริสต์. กิตติคุณที่ได้ป่าวประกาศไปอย่างกว้างขวางในหนังสือเล่มนี้ก็คือตัวของพระคริสต์ผู้เป็นกิตติคุณ (5:42) ซึ่งก็คือกิตติคุณของพระคริสต์นั่นเอง นอกจากนี้ก็คือการประกาศอาณาจักรของพระเจ้าเป็นกิตติคุณ (8:12) ซึ่งก็คือกิตติคุณแห่งอาณาจักรของพระเจ้าด้วย. การประกาศกิตติคุณเช่นนี้จะดำเนินต่อไปและจะต้องก้าวหน้าไปจนกว่าทั่วทั้งโลกนี้ล้วนได้กลายเป็นอาณาจักรของพระคริสต์ (วว.11:15).
ในหนังสือกิตติคุณสี่เล่มนั้น พระเจ้าได้กลายเป็นเนื้อหนัง, ผ่านการดำเนินชีวิตมนุษย์, ตาย, และเป็นขึ้น และได้กระทำสำเร็จซึ่งพระคริสต์ผู้เป็นการแปรสภาพของพระเจ้าตรีเอกภาพ (กซ.2:9). ในหนังสือกิจการ พระองค์ผู้เป็นการแปรสภาพของพระเจ้าซึ่งกลายเป็นพระวิญญาณผู้ประทานชีวิตให้ผู้นี้ (1กธ.15:45) ได้ทำให้พระคริสต์แพร่หลายเข้าสู่ภายในผู้ที่เชื่อพระองค์ ซึ่งก็คือได้นำพระเจ้าตรีเอกภาพที่ได้ผ่านขั้นตอนต่างๆ มากระทำเข้าสู่ภายในบุคคลที่พระองค์ได้ทรงเลือกสรร, ทรงไถ่ไว้, และทรงเปลี่ยนแปลงเพื่อทำให้บุคคลเหล่านี้ได้ก่อรูปเป็นคริสตจักรและพระเจ้าจะได้รับการสำแดงออกโดยคริสตจักรนี้. ผลลัพธ์ที่สำเร็จสุดยอดของคริสตจักรนี้ก็คือกรุงเยรูซาเล็มใหม่ที่อยู่ในโลกนิรันดร์ในอนาคต ซึ่งจะเป็นการสำเเดงที่ครบบริบูรณ์และนิรันดร์ของพระเจ้า และจะเป็นอาณาจักรนิรันดร์ของพระเจ้า อันเป็นขอบเขตที่พระองค์จะทรงครองอำนาจในชีวิตอันศักดิ์สิทธิ์ของพระองค์ในโลกนิรันดร์สืบๆ ไปเป็นนิจกาล. สิ่งนี้ควรจะเป็นความเที่ยงแท้และเป็นเป้าหมายของการประกาศกิตติคุณทั้งหมดในวันนี้.
กจ.
28:31 ข กจ.4:29