การงานบรรณกิจของห้องสมุดกิตติคุณแห่งประเทศไทย
หากท่านต้องการมีส่วนในการงานบรรณกิจของห้องสมุดกิตติคุณแห่งประเทศไทย
ท่านสามารถมอบถวายทรัพย์โดยโอนเงินเข้าบัญชีของห้องสมุด:
ธนาคารกสิกรไทย สาขาพาราไดซ์ พาร์ค
ชื่อบัญชี: นายปิยะ ตั้งเสรีมั่นคง และ
นางสุมิตรา อดุลประวิตรชัย และ
นางสาวทานาธิบดี ชูมณี
เลขที่บัญชี: 218-3-99941-1

รบกวนส่งสลิปการโอนมาที่ Line ID: @gospelbookroom

กิจการ บทที่ 26

(จ) คำกล่าวแก้ต่างต่อหน้ากษัตริย์อะฆะริปา
26:1-29
กจ. 26:1 อะฆะริปาจึงตรัสแก่เปาโลว่า "เจ้าได้รับอนุญาตให้กล่าวเพื่อตนเองได้." เปาโลจึงยื่นมือออก[กล่าว]กแก้ต่างว่า
กจ. 26:2 "ข้าแต่กกษัตริย์อะฆะริปา ข้าพเจ้าถือว่าข้าพเจ้าโชคดีที่ได้1แก้ต่างขข้อกล่าวหาทั้งปวงของพวกยูดายอยู่ต่อหน้าท่านในวันนี้
กจ. 26:3 1เนื่องจากท่านมีความคุ้นเคยกับกธรรมเนียมและขปัญหาต่างๆ ของชาวยูดายเป็นอย่างดี ด้วยเหตุนี้ขอโปรดอดทนรับฟังข้าพเจ้าเถิด.
กจ. 26:4 ชาวยูดายทั้งปวงรู้จักการประพฤติของข้าพเจ้ามาตั้งแต่เยาว์วัย ทั้งในท่ามกลางกชนชาติของข้าพเจ้าและในกรุงเยรูซาเล็มมาตั้งแต่แรกเริ่ม.
กจ. 26:5 เนื่องจากพวกเขารู้จักข้าพเจ้ามาก่อนแล้วตั้งแต่แรก หากเขายินยอมก็จะเป็นพยานได้ว่า ข้าพเจ้าใช้ชีวิตตามกลัทธิที่ขเคร่งครัดที่สุดใน1ศาสนาของเรา คือเป็น คพวกฟาริซาย.
กจ. 26:6 บัดนี้ที่ข้าพเจ้ามายืนรับการตัดสินคดีก็เนื่องจากกความหวังในสิ่งที่พระเจ้าได้ทรงสัญญาไว้กับบรรพบุรุษของพวกเรา
กจ. 26:7 เป็นพระสัญญาที่พวกเรากทั้งสิบสองเผ่าหวังว่าจะได้รับ ขณะที่เฝ้าปรนนิบัติทั้งขกลางวันกลางคืนด้วย. ข้าแต่กษัตริย์ เพราะความหวังนี้เอง พวกยูดายจึงคกล่าวหาข้าพเจ้า.
กจ. 26:8 ในเมื่อพระเจ้าทรงกให้คนตายแล้วกลับเป็นขึ้น ไฉนท่านทั้งหลายยังวินิจฉัยว่าเป็นสิ่งที่ไม่น่าเชื่อถือ?
กจ. 26:9 ในอดีต ข้าพเจ้าก็เคยคิดไปเองว่า ควรทำหลายสิ่งเพื่อกโจมตีพระนามของพระเยซูชาวขนาซาเร็ธนั้น.
กจ. 26:10 ข้าพเจ้าจึงกระทำเช่นนั้นในกรุงเยรูซาเล็ม เมื่อข้าพเจ้าได้รับกอำนาจจากพวกหัวหน้าปุโรหิต ข้าพเจ้าก็จับวิสุทธิชนหลายคนเข้าขคุก และเมื่อพวกเขาถูกฆ่า ข้าพเจ้าก็คลงคะแนนเสียงให้ปรับโทษเขาด้วย.
กจ. 26:11 หลายครั้งข้าพเจ้าทำโทษเขาเหล่านั้นตามกธรรมศาลาต่างๆ และพยายามบังคับให้เขากล่าวคำหมิ่นประมาท ข้าพเจ้าโกรธแค้นเขายิ่งนัก จึงตามไปขข่มเหงเขาถึงเมืองต่างๆ ใน1ต่างแดน.
กจ. 26:12 ในเวลานั้น เมื่อข้าพเจ้ากเดินทางไปเมืองดาเมเซ็ก โดยได้รับอำนาจและการมอบหมายจากพวกหัวหน้าปุโรหิต.
กจ. 26:13 ข้าแต่กษัตริย์ ในเวลาเที่ยง ขณะอยู่ระหว่างทาง ข้าพเจ้าได้เห็นแสงสว่างจากฟ้าสวรรค์ แสงนั้นเจิดจ้ายิ่งกว่าแสงอาทิตย์ ส่องรอบข้าพเจ้ากับผู้ที่ร่วมเดินทางไปกับข้าพเจ้า.
กจ. 26:14 พวกข้าพเจ้าทั้งหมดล้มลงกับพื้น แล้วข้าพเจ้าได้ยินพระสุรเสียงตรัสกับข้าพเจ้าเป็นกภาษาเฮ็บรายว่า 'เซาโล เซาโลเอ๋ย เจ้าข่มเหง1เราทำไม? การที่เจ้าจะถีบ2ประตักนั้นก็ยากนัก.'
กจ. 26:15 ข้าพเจ้าจึงทูลถามว่า '1ข้าแต่องค์พระผู้เป็นเจ้า พระองค์เป็นผู้ใด?' องค์พระผู้เป็นเจ้าตรัสว่า 'เราคือเยซูที่เจ้าข่มเหงนั้น.
กจ. 26:16 แต่เจ้าจงลุกขึ้นยืนเถิด ด้วยว่าเราได้ปรากฏแก่เจ้าก็เพื่อจะกแต่งตั้งเจ้าให้เป็นผู้ปฏิบัติและเพื่อเป็น1ขพยานในสิ่งที่เจ้าคได้เห็นเรา และในสิ่งที่เราจะปรากฏแก่เจ้าในภายหน้า.
กจ. 26:17 เราจะช่วยเจ้าให้กพ้นจากพลเมืองและจากขพวกต่างชาติที่เราจะใช้เจ้าไปหา
กจ. 26:18 ให้เจ้า1เปิดกตาของเขา เพื่อหัน[เขา]จาก2ขความมืดมาสู่คความสว่าง และจาก3อำนาจของซาตาน4มาสู่พระเจ้า เพื่อเขาจะได้รับ5งการอภัย6บาปและรับ7จมรดกในท่ามกลางคนทั้งหลายที่ได้รับ8การแบ่งแยกบริสุทธิ์โดยความเชื่อในเรา.'
กจ. 26:19 เหตุฉะนั้น ท่านกษัตริย์อะฆะริปา ข้าพเจ้าจึงมิได้ขัดขืน1นิมิตจากสวรรค์นั้น
กจ. 26:20 แต่ข้าพเจ้าได้เริ่มประกาศแก่บรรดาคนในกเมืองดาเมเซ็ก, ขกรุงเยรูซาเล็ม, และคแผ่นดินยูดาย และประกาศแก่งชาวต่างชาติให้จกลับใจและฉหันสู่พระเจ้า และกระทำในสิ่งที่ชสมกับการกลับใจ.
กจ. 26:21 ด้วยเหตุนี้เอง พวกยูดายจึงกจับกุมข้าพเจ้าขณะที่อยู่ในพระวิหารและพยายามที่จะฆ่า[ข้าพเจ้า]เสีย.
กจ. 26:22 แต่เนื่องจากพระเจ้าทรงโปรด1กช่วยเหลือข้าพเจ้า ข้าพเจ้าจึงขยืนหยัดมาจนถึงทุกวันนี้เพื่อคเป็นพยานต่อทั้งผู้ใหญ่ผู้น้อย ข้าพเจ้าไม่ได้พูดเรื่องอื่นใด นอกจากสิ่งที่งบรรดาผู้เผยพระวจนะและจโมเซกล่าวไว้ว่าจะเกิดขึ้น
กจ. 26:23 คือที่พระคริสต์จะต้องกทนทุกข์ทรมานและ จะประกาศ1ขความสว่างแก่พลเมืองและชาวต่างชาติในฐานะผู้แรกที่ทรง2คเป็นขึ้นจากท่ามกลางคนตาย."
กจ. 26:24 เมื่อเปาโลกล่าวแก้ต่างเช่นนี้ เฟศโตจึงพูดเสียงดังว่า "เปาโลเอ๋ย เจ้า1กเสียสติไปเสียแล้ว. เจ้ารู้วิชามากทำให้1เสียสติไป."
กจ. 26:25 แต่เปาโลกล่าวว่า "ท่านกเฟศโตขที่เคารพ ข้าพเจ้าไม่ได้เสียสติเลย แต่คำที่ข้าพเจ้าพูดนั้นคสัตย์จริงและงมีสติ.
กจ. 26:26 กษัตริย์ก็ทรง1ทราบข้อความเหล่านี้ดี ข้าพเจ้าจึงกล้ากล่าวต่อท่านอย่างตรงไปตรงมา เพราะข้าพเจ้าเชื่อแน่ว่า ไม่มีสิ่งใดซ่อนเร้นจากท่านเพราะสิ่งเหล่านี้ไม่ได้กระทำกันใน2ที่ลับ.
กจ. 26:27 ท่านกษัตริย์อะฆะริปา ท่านเชื่อเหล่าผู้เผยพระวจนะหรือไม่? ข้าพเจ้าทราบว่าท่านเชื่อ."
กจ. 26:28 อะฆะริปาจึงตอบเปาโลว่า "เจ้าคิดว่า เจ้าจะให้เราเป็นกคริสเตียนได้ด้วยคำเกลี้ยกล่อมเพียงเล็กน้อยเท่านั้นหรือ?"
กจ. 26:29 เปาโลจึงทูลว่า "ไม่ว่าด้วยคำชวนเล็กน้อยหรือมากมาย ข้าพเจ้าก็ขอต่อพระเจ้าให้ทั้งท่านและทุกคนที่ฟังข้าพเจ้าในวันนี้ล้วนกเป็นเหมือนกับข้าพเจ้า แต่ไม่ต้องมีขเครื่องจำจองเหล่านี้[อย่างข้าพเจ้า]."
(ฉ) การตัดสินของกษัตริย์อะฆะริปา
26:30-32
กจ. 26:30 กษัตริย์กับกผู้ว่าราชการ, ขพระนางเบระนิเก, และคนทั้งปวงที่ คนั่งอยู่ด้วยกันก็ลุกขึ้น
กจ. 26:31 พวกเขาออกไปจากที่นั่นแล้วพูดกันว่า คนนี้มิได้ทำสิ่งใดที่สมควรจะต้องกตายหรือพันธนาการไว้.
กจ. 26:32 กอะฆะริปาก็ตรัสกับเฟศโตว่า "1ถ้าชายคนนี้2มิได้ขถวายฎีกาถึงซีซาร์แล้ว ก็คปล่อยเขาไปได้."

คำอธิบาย กิจการ บทที่ 26

กจ. 26:1 ก กจ.24:10; 25:8
กจ. 26:2 ก กจ.9:15
กจ. 26:2 1 ดู 22:1 คำอธิบาย 2.
กจ. 26:2 ข กจ.26:7; 25:16
กจ. 26:3 1 หรือ ในเมื่อท่านมีความเชี่ยวชาญเป็นพิเศษต่อ.
กจ. 26:3 ก กจ.6:14
กจ. 26:3 ข กจ.25:19
กจ. 26:4 ก กจ.24:17; 28:19
กจ. 26:5 ก กจ.15:5
กจ. 26:5 ข กจ.22:3
กจ. 26:5 1 หรือ การนมัสการพระเจ้าด้วยความร้อนรนของเรา. ดู ยก.1:26 คำอธิบาย 1.
กจ. 26:5 ค กจ.23:6
กจ. 26:6 ก กจ.23:6; 24:15; 28:20
กจ. 26:7 ก มธ.19:28; ยก.1:1
กจ. 26:7 ข ลก.2:37
กจ. 26:7 ค กจ.26:2
กจ. 26:8 ก กจ.2:24; 1กธ.15:12
กจ. 26:9 ก 1ตธ.1:13
กจ. 26:9 ข กจ.22:8
กจ. 26:10 ก กจ.9:14
กจ. 26:10 ข กจ.8:3; 22:19
กจ. 26:10 ค เทียบ กจ.8:1; 22:20
กจ. 26:11 ก กจ.22:19
กจ. 26:11 ข กจ.8:1; ฆต.1:13
กจ. 26:11 1 แปลตามตรงคือ ภายนอก.
กจ. 26:12 ก ข้อ 12-18: กจ.9:3-8; 22:6-11
กจ. 26:14 ก กจ.21:40; 22:2
กจ. 26:14 1 ดู 9:4 คำอธิบาย 1.
กจ. 26:14 2 ประตักซึ่งติดอยู่ที่คันไถนั้นเป็นท่อนไม้ที่มีปลายแหลม ใช้กำราบและบังคับวัวที่เทียมแอกเข้ากับคันไถนั้น. พระคำขององค์พระผู้เป็นเจ้าในที่นี้แสดงว่า เซาโลได้เทียมคันไถขององค์พระผู้เป็นเจ้าเสียแล้ว ท่านจึงได้แต่น้อมรับแอกขององค์พระผู้เป็นเจ้าแต่โดยดี เพื่อกระทำให้ภารกิจที่ได้รับมาจากองค์พระผู้เป็นเจ้าได้สำเร็จ. การที่ท่านถีบประตักที่อยู่บนคันไถขององค์พระผู้เป็นเจ้านั้นก็ยากนัก.
กจ. 26:15 1 ดู 9:5 คำอธิบาย 1.
กจ. 26:16 ก กจ.22:14
กจ. 26:16 ข กจ.1:8
กจ. 26:16 1ข ไม่ได้เป็นเพียงผู้ปฏิบัติเท่านั้น แต่ยังเป็นพยานบุคคลอีกด้วย. ผู้ปฏิบัติก็มีเพื่อการปฏิบัติส่วนพยานบุคคลนั้นมีเพื่อคำพยาน. การปฏิบัตินั้นมีความเกี่ยวข้องกับการงานเป็นสำคัญ คือมีความเกี่ยวข้องกับสิ่งที่ผู้ปฏิบัติกระทำ. ส่วนคำพยานมีความเกี่ยวข้องกับตัวบุคคล คือเกี่ยวข้องกับสิ่งที่พยานบุคคลนั้นเป็น (ดู 1:8 คำอธิบาย 3; 23:11 คำอธิบาย 4).
กจ. 26:16 ค กจ.22:15
กจ. 26:17 ก กจ.12:11
กจ. 26:17 ข กจ.9:15; รม.11:13
กจ. 26:18 1 นี่ก็คือการสำเร็จเป็นจริงของปีแห่งความยินดีของพระเจ้า และก็คือปีที่องค์พระผู้เป็นเจ้าทรงโปรดปราน ซึ่งพระเยซูทรงประกาศไว้ใน ลก.4:18-21 (ดู ลก.4:19 คำอธิบาย 1) ตามแผนการบริหารแห่งพันธสัญญาใหม่ของพระเจ้า. พระพรฝ่ายวิญญาณและศักดิ์สิทธิ์ของปีแห่งความยินดีในพันธสัญญาใหม่ ซึ่งก็คือพระพรในกิตติคุณของพระเจ้านั้น ประการแรกคือให้ตาของมนุษย์ที่ตกต่ำได้ถูกเปิดออกและให้พวกเขาหันกลับจากความมืดมาสู่ความสว่าง เพื่อให้พวกเขามองเห็นเรื่องราวอันศักดิ์สิทธิ์ที่อยู่ในขอบเขตฝ่ายวิญญาณได้. หากจะมองเห็นเรื่องราวเหล่านี้ก็ต้องมีสายตาฝ่ายวิญญาณและความสว่างอันศักดิ์สิทธิ์.
กจ. 26:18 ก ลก.4:18; อฟ.1:18
กจ. 26:18 ข ยซย.9:2; ลก.1:79; ยฮ.8:12; 1ปต.2:9; 1ยฮ.2:8, 11
กจ. 26:18 2ข ความมืดเป็นเครื่องหมายของความบาปและความตาย ส่วนความสว่างเป็นเครื่องหมายของความชอบธรรมและชีวิต (ยฮ.1:4; 8:12).
กจ. 26:18 ค กจ.26:23; อฟ.5:8; กซ.1:12; ยฮ.1:4; 9:5
กจ. 26:18 3 อำนาจของซาตานก็คือ อาณาจักรของซาตานที่อยู่ฝ่ายความมืด (มธ.12:26 และคำอธิบาย 1).
กจ. 26:18 4 คือมาสู่อำนาจของพระเจ้า ซึ่งก็คืออาณาจักรของพระเจ้าที่อยู่ฝ่ายความสว่าง.
กจ. 26:18 ง กจ.5:31; ลก.24:47
กจ. 26:18 5ง การอภัยบาปเป็นพื้นฐานแห่งพระพรทั้งสิ้นของปีแห่งความยินดีในพันธสัญญาใหม่.
กจ. 26:18 6 ในภาษากรีกเป็นพหูพจน์.
กจ. 26:18 จ กจ.20:32
กจ. 26:18 7จ แปลตามตรงคือ ส่วนหนึ่ง เล็งถึงส่วนหนึ่งของมรดก. มรดกนี้ก็คือตัวของพระเจ้าตรีเอกภาพเอง ตลอดจนทุกสิ่งที่พระองค์ทรงมี, ทุกสิ่งที่พระองค์ทรงกระทำสำเร็จ, และทุกสิ่งที่พระองค์จะทรงกระทำเพื่อพลไพร่ที่พระองค์ทรงไถ่. พระเจ้าตรีเอกภาพองค์นี้ทรงแปรสภาพเป็นรูปธรรมอยู่ในพระคริสต์ผู้ครอบคลุมสรรพสิ่ง (กซ.2:9) ซึ่งเป็นส่วนที่จะแบ่งให้แก่วิสุทธิชนทั้งหลายเพื่อจะเป็นมรดกของเขา (กซ.1:12). พระวิญญาณบริสุทธิ์ที่ได้ประทานให้แก่วิสุทธิชนทั้งหลายนั้น ก็คือการลิ้มรสล่วงหน้า, มัดจำ, และการค้ำประกันของมรดกอันศักดิ์สิทธิ์นี้ (รม.8:23; อฟ.1:14). วันนี้พวกเราได้มีส่วนและรับสุขในมรดกนี้เป็นการลิ้มรสล่วงหน้าในปีเเห่งความยินดีตามพันธสัญญาใหม่ของพระเจ้า ส่วนในยุคหน้าและโลกนิรันดร์เราก็จะได้รับสุขมรดกนี้อย่างครบบริบูรณ์ (1ปต.1:4). ในแบบเล็งของปีแห่งความยินดีใน ลวต.25:8-13 พระพรที่สำคัญก็คือการประกาศความเป็นไท และการที่แต่ละคนได้รับมรดกของตนเองกลับคืนมา. ส่วนในการสำเร็จเป็นจริงของปีแห่งความยินดีในที่นี้ พระพรที่สำคัญก็คือการเป็นไทจากอำนาจของความมืด และการได้รับมรดกอันศักดิ์สิทธิ์ด้วยเช่นกัน (เทียบ 20:32 คำอธิบาย 3).
กจ. 26:18 8 ไม่เพียงเป็นการแบ่งแยกบริสุทธิ์ด้านฐานะเท่านั้น แต่ยังเป็นการแบ่งแยกบริสุทธิ์ด้านธาตุแท้ด้วย (รม.6:19 และคำอธิบาย 2, ข้อ 22). การแบ่งแยกบริสุทธิ์ด้านฐานะเป็นเพียงการเปลี่ยนฐานะและจุดประสงค์ในการใช้งานเท่านั้น ส่วนการแบ่งแยกบริสุทธิ์ด้านธาตุแท้เป็นการเปลี่ยนแปลงในด้านนิสัยโดยพระนิสัยที่แบ่งแยกบริสุทธิ์ของพระเจ้า และเป็นการเปลี่ยนแปลงที่กระทำสำเร็จด้วยพระนิสัยที่แยกบริสุทธิ์ของพระเจ้าอีกด้วย (2กธ.3:18). การแบ่งแยกบริสุทธิ์ก็คือการถูกซาบซ่านไปด้วยพระเจ้าผู้เป็นมรดกของเราในวันนี้. การแบ่งแยกบริสุทธิ์ของเราจะสำเร็จสุดยอดเมื่อเราได้สุกงอมในชีวิตของพระเจ้า เพื่อเราจะได้เหมือนกับพระเจ้าและมีคุณสมบัติที่จะครอบครองและรับสุขพระเจ้าเป็นมรดกของเราทั้งในยุคหน้าและในโลกนิรันดร์.
กจ. 26:19 1 ไม่ใช่หลักธรรม, ทฤษฎี, หลักข้อเชื่อทางศาสนา, หรือศาสนศาสตร์ใดๆ แต่เป็นนิมิตซึ่งมาจากสวรรค์. ในนิมิตนี้อัครทูตได้มองเห็นเรื่องราวที่ศักดิ์สิทธิ์เกี่ยวกับการแจกจ่ายของพระเจ้าตรีเอกภาพเข้าสู่ภายในผู้ที่ได้รับการเลือกสรร, การไถ่, และการเปลี่ยนแปลงโดยพระองค์. สิ่งที่ท่านได้ป่าวประกาศในหนังสือเล่มนี้และสิ่งที่ท่านได้เขียนไว้ในหนังสือจดหมายทั้งสิบสี่ฉบับ ตั้งแต่โรมจนถึงเฮ็บรายนั้น ล้วนเป็นการบรรยายอย่างละเอียดถึงนิมิตซึ่งมาจากสวรรค์ที่ท่านได้เห็น.
กจ. 26:20 ก กจ.9:19-20
กจ. 26:20 ข กจ. 9:26-29; 22:17-18
กจ. 26:20 ค มธ.3:5; กจ.1:8
กจ. 26:20 ง กจ.13:46
กจ. 26:20 จ กจ.2:38; 17:30
กจ. 26:20 ฉ กจ.14:15; 1ธซ.1:9
กจ. 26:20 ช มธ.3:8
กจ. 26:21 ก กจ.21:27, 30
กจ. 26:22 ก ฮร.13:6
กจ. 26:22 1ก หรือ ช่วยเหลือ. ความหมายเดิมในภาษากรีกคือ ร่วมประสานกัน. กรณีนี้ได้เปิดเผยเป็นนัยว่า อัครทูตได้ร่วมประสานกับพระเจ้าและตระหนักถึงการช่วยเหลือของพระเจ้าในการร่วมประสานนี้.
กจ. 26:22 ข อฟ.6:13
กจ. 26:22 ค กจ.2:40; 28:23
กจ. 26:22 ง กจ.10:43; 24:14
กจ. 26:22 จ ลก.24:27, 44; กจ.28:23
กจ. 26:23 ก ลก.24:26, 46; กจ.3:18
กจ. 26:23 ข กจ.26:18
กจ. 26:23 1ข บ่งบอกถึงการส่องสว่างของพระเจ้าผู้เป็นความสว่าง (1ยฮ.1:5) ที่ทรงฉายส่องอยู่ในพระคริสต์ผู้เป็นความสว่างของโลก (ยฮ.8:12; 9:5) โดยการประกาศกิตติคุณแห่งสง่าราศีของพระคริสต์ (2กธ.4:4, 6).
กจ. 26:23 ค กจ.2:24; 3:15
กจ. 26:23 2ค แปลตามตรงคือ ออกจากการเป็นขึ้นจากท่ามกลางคนตาย.
กจ. 26:24 ก มก.3.21; 2กธ.5:13
กจ. 26:24 1ก หรือ บ้าคลั่ง (ข้อต่อไปก็เช่นเดียวกัน).
กจ. 26:25 ก กจ.24:27
กจ. 26:25 ข กจ.24:3
กจ. 26:25 ค 2กธ.6:7; 7:14; 12:6
กจ. 26:25 ง 2ตธ.1:7; ตต.2:6
กจ. 26:26 1 อะฆะริปาเป็นผู้ถือศาสนายูดาย จึงทราบถึงเรื่องราวในพันธสัญญาเดิมและการเป็นขึ้น.
กจ. 26:26 2 หรือ ในซอกมุม.
กจ. 26:28 ก กจ.11:26; 1ปต.4:16
กจ. 26:29 ก 1กธ.7:7
กจ. 26:29 ข กจ.21:33
กจ. 26:30 ก กจ.25:14
กจ. 26:30 ข กจ.25:13, 23
กจ. 26:30 ค กจ.25:24
กจ. 26:31 ก กจ.23:29; 25:25
กจ. 26:32 ก กจ.25:23
กจ. 26:32 1 ถ้อยคำตอนนี้ (21:27-26:32) ได้บรรยายถึงการข่มเหงครั้งสุดท้ายที่พวกยูดายมีต่ออัครทูตไว้อย่างยืดยาว. ในถ้อยคำตอนนี้ ลักษณะพิเศษที่แท้จริงของทุกฝ่ายที่เกี่ยวข้องนั้นได้ถูกเปิดเผยออกมาดังนี้ (1) ความมืดมน, การตาบอด, ความเคียดแค้น, และความหน้าซื่อใจคดของศาสนายูดาย; (2) ความไม่ยุติธรรมและความเสื่อมโทรมของการเมืองโรมัน; (3) ความโปร่งใส, สว่างไสว, สัตย์ซื่อ, และกล้าหาญของอัครทูต; และ (4) ความห่วงใยที่เต็มไปด้วยการหนุนใจขององค์พระผู้เป็นเจ้าต่อพยานบุคคลของพระองค์และอำนาจสิทธิ์ขาดของพระองค์เหนือสถานการณ์ทั้งหมด เพื่อทำให้พระประสงค์อันศักดิ์สิทธิ์ของพระองค์จะได้สำเร็จ.
กจ. 26:32 2 แต่ถ้าอัครทูตมิได้ถวายฎีกาถึงซีซาร์ ท่านคงถูกพวกยูดายฆ่าเสียแต่แรกแล้วเพราะความไม่ยุติธรรมของเฟศโต (25:9) และท่านก็คงไม่มีชีวิตยืนยาวมาจนถึงวันนี้ได้. ดู 25:11 คำอธิบาย 1.
กจ. 26:32 ข กจ.25:11; 28:19
กจ. 26:32 ค กจ.28:18
สารบัญ