กิจการ บทที่ 20
ค. ผ่านมณฑลมากะโดเนียและกรีกถึงเมืองโตรอา
20:1-12
20:1-12
กจ.
20:1 เมื่อความวุ่นวายสงบลงแล้ว เปาโลจึงเรียกเหล่าสาวกมากล่าวหนุนใจพวกเขาแล้วก็ลาเขาไปยัง1กมณฑลมากะโดเนีย
กจ.
20:2 เมื่อท่านเดินทางไปทั่วแถบนั้นและได้ใช้ถ้อยคำมากมายมาเตือนสติผู้คนแล้วท่านก็ได้มายังประเทศกรีก
กจ.
20:3 ท่านพักอยู่[ที่นั่น]1สามเดือน และเมื่อท่านจวนจะลงเรือแล่นไปยังมณฑลซีเรียนั้น กพวกยูดายก็ขวางแผนจะทำร้ายท่าน ท่านจึง2ตัดสินใจกลับไปทางมณฑลมากะโดเนีย.
กจ.
20:4 คนที่ร่วมเดินทางไปยังมณฑลอาเซียกับเปาโลนั้นคือ โซปาโตร[บุตร]ของปุโรชาวเมืองเบรอยะ, กอะริศตาโคกับเซกุนโดชาวเมืองเธซะโลนิเก, 1คาโยชาวขเมืองเดระเบ, และคติโมเธียว, งตุคิโกกับจโตรฟิโมชาวมณฑลอาเซีย.
กจ.
20:5 คนเหล่านี้เดินทางล่วงหน้าไปคอยพวกเราอยู่ที่เมืองโตรอา.
กจ.
20:6 หลังจากวันเทศกาลกขนมปังไม่มีเชื้อล่วงไปแล้ว เราทั้งหลายจึงลงเรือออกจากขเมืองฟิลิปปอย และในวันที่ห้าก็มาสบทบกับพวกเขาที่คเมืองโตรอา และได้อยู่ที่นั่นเจ็ดวัน.
กจ.
20:7 ใน1กวันแรกของสัปดาห์ 2เรามาประชุมกันเพื่อขหักขนมปัง เปาโลก็สนทนากับพวกเขา และเนื่องจากวันรุ่งขึ้นก็จะลาจากไป ท่านจึงพูดต่อเนื่องไปจนถึงเที่ยงคืน.
กจ.
20:8 ในกห้องชั้นบนที่เราประชุมกันนั้น มีตะเกียงอยู่หลายดวง.
กจ.
20:9 มีเด็กหนุ่มคนหนึ่งชื่อยูตุโคนั่งอยู่ที่ขอบหน้าต่าง เขาง่วงนอนเต็มที เมื่อเปาโลพูดนานเข้า เขาก็หลับสนิทและพลัดตกไปจากชั้นที่สาม เมื่อพยุงขึ้นก็เห็นว่าตายเสียแล้ว.
กจ.
20:10 ฝ่ายเปาโลจึงลงไปก้มกลงบนตัวเขา กอดเขาไว้และกล่าวว่า ไม่ต้องตกใจ จิตของเขายังอยู่ในตัวเขา.
กจ.
20:11 เปาโลก็กลับขึ้นไปห้องชั้นบนอีก กหักขนมปัง1รับประทาน และสนทนากันอีกเป็นเวลานานจนถึงรุ่งสาง แล้วท่านจึงจากเขาไป.
กจ.
20:12 คนทั้งหลายก็พาเด็กที่ยังมีชีวิตอยู่นั้นไป และก็ได้รับการปลอบโยนเป็นอันมาก
ง. ถึงเมืองมีเลโตพบกับผู้อาวุโสของคริสตจักรในเมืองเอเฟโซ
20:13-38
20:13-38
กจ.
20:13 พวกเราลงเรือแล่นไปยังเมืองอาโซก่อน ตั้งใจว่าจะไปรับเปาโลที่นั่น เพราะท่านจัดแจงไว้อย่างนั้น แล้วท่านจะเดินไปทางบก.
กจ.
20:14 เมื่อท่านพบกับเราที่เมืองอาโซแล้ว เราก็รับท่านขึ้น[เรือ]มายังเมืองมีตุเลน.
กจ.
20:15 เมื่อลงเรือแล่นออกจากที่นั่นได้หนึ่งวันก็มาถึงที่ตรงข้ามเกาะคิโอ วันต่อมาก็เทียบฝั่งที่เกาะซาโม และอีกวันหนึ่งก็มาถึงเมืองมีเลโต.
กจ.
20:16 เนื่องจากเปาโลตั้งใจว่าจะเเล่นเลยเมืองเอเฟโซไป เพื่อท่านจะได้ไม่เสียเวลาอยู่ในมณฑลอาเซีย เพราะท่านรีบที่จะไปให้ถึงกกรุงเยรูซาเล็มก่อน1ขวันเพ็นเทคอสหากเป็นได้.
กจ.
20:17 เปาโลจึงใช้[คน]จากเมืองมีเลโตไปยังเมืองเอเฟโซ เพื่อเชิญกพวกผู้อาวุโสของขคริสตจักรมา.
กจ.
20:18 เมื่อพวกเขามาถึงแล้ว เปาโลจึงกล่าวว่า "ท่านทั้งหลายเองก็ทราบอยู่ว่า นับตั้งแต่วันแรกที่ข้าพเจ้ามายังกมณฑลอาเซีย ข้าพเจ้าได้ขประพฤติอย่างไรในท่ามกลางท่านทั้งหลายมาโดยตลอด
กจ.
20:19 [ข้าพเจ้า]กปรนนิบัติองค์พระผู้เป็นเจ้าด้วยขความถ่อมใจในทุกสิ่งและด้วยคน้ำตาและยังประสบงการทดลองเพราะพวกยูดายได้จวางแผนจะทำร้ายข้าพเจ้า.
กจ.
20:20 สิ่งใดที่เป็นประโยชน์[แก่ท่านทั้งหลาย] ข้าพเจ้าก็มิได้กหลีกเลี่ยงเสียโดยไม่ประกาศแก่พวกท่าน และยังได้สอนท่านทั้งในที่สาธารณะและขตามบ้านตามเรือน
กจ.
20:21 ทั้งได้กเป็นพยานอย่างหนักแน่นแก่ชาวยูดายและขชาวกรีกให้คกลับใจหันเข้าหาพระเจ้าและงเชื่อ1เข้าสู่2องค์พระเยซูเจ้าของเรา.
กจ.
20:22 ดูเถิด บัดนี้ข้าพเจ้า1มีพันธะใน2วิญญาณ ให้ไปยังกกรุงเยรูซาเล็ม ไม่รู้ว่าจะมีอะไรเกิดขึ้นแก่ข้าพเจ้า3ที่นั่นบ้าง
กจ.
20:23 1รู้แต่เพียงว่า กพระวิญญาณบริสุทธิ์ทรงเป็นพยานอย่างหนักแน่นแก่ข้าพเจ้าในทุกๆ เมืองว่า ขเครื่องจำจองและคความทุกข์ยากนั้นคอยท่าข้าพเจ้าอยู่.
กจ.
20:24 แต่ข้าพเจ้า1มิได้ถือว่า2กชีวิตของข้าพเจ้าเป็นสิ่งล้ำค่าสำหรับตน เพื่อข้าพเจ้าจะได้วิ่งให้ถึงขที่สุดปลายทางของข้าพเจ้า และทำให้คการปฏิบัติที่ได้รับจากองค์พระเยซูเจ้านั้นสำเร็จลุล่วงในการงเป็นพยานถึงจกิตติคุณแห่งฉพระคุณของพระเจ้าอย่างหนักแน่น.
กจ.
20:25 ข้าพเจ้าเคยเที่ยวป่าวประกาศ1กอาณาจักรในท่ามกลางพวกท่าน ดูเถิด บัดนี้ข้าพเจ้าทราบว่า ท่านทั้งหลายจะ2ไม่ได้เห็นขหน้าข้าพเจ้าอีก.
กจ.
20:26 เหตุฉะนั้น 1กวันนี้ข้าพเจ้าเป็นพยานต่อท่านทั้งหลายว่า 2ข้าพเจ้าบริสุทธิ์ พ้นจากขเลือดของทุกคนแล้ว
กจ.
20:27 เพราะข้าพเจ้าได้ประกาศกน้ำพระทัยทั้งสิ้นของพระเจ้าแก่ท่านทั้งหลาย โดยไม่ได้ขหลีกเลี่ยงเสียเลย.
กจ.
20:28 ท่านทั้งหลายจงกเฝ้าระวังตัวท่านเองและ1ขฝูงเเกะทั้งหมดที่2คพระวิญญาณบริสุทธิ์ได้งทรงตั้งท่านไว้เป็น3จผู้ดูแล เพื่อจะได้4ฉเลี้ยงดูชคริสตจักรของพระเจ้าที่พระองค์ทรงซซื้อไว้ด้วย5ฌพระโลหิตของพระองค์เอง.
กจ.
20:29 ข้าพเจ้าทราบว่า เมื่อข้าพเจ้าจากไป กฝูงสุนัขป่าที่ดุร้ายจะเข้ามาในท่ามกลางพวกท่านและจะไม่1ละเว้นฝูงแกะเลย.
กจ.
20:30 แม้ในหมู่พวกท่านเองก็จะมีบางคนขึ้นมาพูดถ้อยคำบิดเบือนเพื่อจะ1กชักนำเหล่าสาวกให้ตามพวกเขาไป.
กจ.
20:31 เหตุฉะนั้นจงกเฝ้าระวังให้ดี จงจำไว้ว่าข้าพเจ้าได้เตือนสติแต่ละคนด้วยขน้ำตาทั้งกลางวันและกลางคืนตลอดคสามปีมิได้หยุดหย่อน.
กจ.
20:32 บัดนี้ข้าพเจ้าขอกมอบท่านทั้งหลายไว้กับ1พระเจ้าและ2พระคำแห่งขพระคุณของพระองค์ ซึ่งสามารถคก่อสร้างท่านขึ้น และให้ท่านได้รับ3งมรดกด้วยกันกับคนทั้งหลายที่ได้รับ4จการแบ่งแยกบริสุทธิ์.
กจ.
20:33 ข้าพเจ้ามิได้กโลภเงิน, ทองหรือเสื้อผ้าของผู้ใด.
กจ.
20:34 ท่านทั้งหลายเองก็ทราบว่า 1กสองมือของข้าพเจ้าได้จุนเจือสิ่งจำเป็นสำหรับตัวข้าพเจ้าและคนที่อยู่กับข้าพเจ้า.
กจ.
20:35 ข้าพเจ้าได้เป็นแบบอย่างแก่ท่านในทุกสิ่งแล้ว เพื่อท่านจะได้รู้ว่า เราจำต้องกตรากตรำเช่นนี้เพื่อจะได้ช่วยเหลือ1คนที่ขอ่อนแอ และจงระลึกถึงพระคำที่องค์พระเยซูเจ้าเองได้ตรัสไว้ว่า 2คการให้เป็นเหตุให้มีความสุขยิ่งกว่าการรับ.
กจ.
20:36 เมื่อเปาโลกล่าวเช่นนั้นแล้ว จึงกคุกเข่าลงอธิษฐานกับพวกเขา.
กจ.
20:37 พวกเขาทุกคนก็ร้องไห้เป็นทุกข์ยิ่งนัก กกอดคอของเปาโลแล้วจูบท่านด้วยความรักใคร่.
กจ.
20:38 สิ่งที่ทำให้พวกเขาทุกข์โศกที่สุดคือที่เปาโลกล่าวว่า พวกเขาจะไม่เห็นกหน้าท่านอีก จากนั้นพวกเขาก็ไปขส่งเปาโลที่เรือ.
คำอธิบาย กิจการ บทที่ 20
กจ.
20:1 ก กจ.19:21; 1กธ.16:5; เทียบ 1ตธ.1:3
กจ.
20:1 1ก ณ ที่นี่ เปาโลก็ได้เขียนหนังสือจดหมายฉบับที่สองไปให้แก่คริสตจักรที่อยู่ในเมืองโกรินโธ (2กธ.2:13 กับคำอธิบาย 2; 7:5-6; 8:1; 9:2, 4).
กจ.
20:3 1 ในเวลานี้ อัครทูตอยู่ที่เมืองโกรินโธ และได้เขียนจดหมายไปให้แก่วิสุทธิชนทั้งหลายที่อยู่ในกรุงโรม (รม.15:22-32; เทียบ กจ.19:21; 20:1-3; 1กธ.16:3-7).
กจ.
20:3 ก กจ.13:45
กจ.
20:3 ข กจ.9:24; 20:19; 23:12
กจ.
20:3 2 เดิมที เปาโลตั้งใจว่าจะเดินทางจากมณฑลอะคายะในประเทศกรีกไปยังกรุงเยรูซาเล็มโดยผ่านมณฑลซีเรีย (19:21; 1กธ.16:3-7). แต่เนื่องจากพวกยูดายวางแผนทำร้ายท่าน เปาโลจึงได้เปลี่ยนเส้นทางไปทางเหนือสู่มณฑลมากะโดเนียแล้วกลับมายังกรุงเยรูซาเล็ม. ท่านรู้ว่าพวกยูดาวางแผนจะทำร้ายท่าน และยังรู้ว่าท่านจะต้องทนทุกข์ด้วยเหตุนี้ (ข้อ 19) ดังนั้นท่านจึงขอให้เหล่าวิสุทธิชนในกรุงโรมอธิษฐานเผื่อการเดินทางกลับกรุงเยรูซาเล็มของท่าน (รม.15:25-26, 30-31). นี่อาจเป็นสาเหตุที่ท่านมีพันธะในวิญญาณในการที่จะไปยังกรุงเยรูซาเล็ม (ข้อ 22). ในที่สุดหลังจากที่ท่านกลับถึงกรุงเยรูซาเล็ม ท่านก็ถูกพวกยูดายที่คิดจะฆ่าท่าน (21:31; 23:12-15) จับกุม (21:27-30).
กจ.
20:4 ก กจ.19:29
กจ.
20:4 1 ดู 3ยฮ.1 คำอธิบาย 2.
กจ.
20:4 ข กจ.14:6, 20
กจ.
20:4 ค กจ.19:22
กจ.
20:4 ง อฟ.6:21; กซ.4:7; 2ตธ.4:12; ตต.3:1
กจ.
20:4 จ กจ.21:29; 2ตธ.4:20
กจ.
20:6 ก อซด.23:15; กจ.12:3
กจ.
20:6 ข กจ.16:12
กจ.
20:6 ค กจ.16:8, 11; 2กธ.2:12; 2ตธ.4:13
กจ.
20:7 ก ลก.24:1; 1กธ.16:2
กจ.
20:7 1ก คือวันขององค์พระผู้เป็นเจ้านั่นเอง (วว.1:10). เปาโลหยุดพักที่เมืองโตรอาเจ็ดวัน (ข้อ 6) แต่พวกเขามีการประชุมหักขนมปังระลึกถึงองค์พระผู้เป็นเจ้ากันในวันเเรกของสัปดาห์เท่านั้นซึ่งแสดงว่าอัครทูตและคริสตจักรในเวลานั้นเห็นว่า วันแรกของสัปดาห์เป็นวันที่จะต้องประชุมอยู่ด้วยกันเพื่อองค์พระผู้เป็นเจ้า.
กจ.
20:7 2 รวมทั้งผู้เขียนคือลูกาด้วย.
กจ.
20:7 ข กจ.16:12
กจ.
20:8 ก กจ.1:13
กจ.
20:10 ก 1พกษ.17:21; 2พกษ.4:34
กจ.
20:11 ก กจ.20:7
กจ.
20:11 1 หรือ ชิม.
กจ.
20:16 ก กจ.20:22; 19:21; 24:11
กจ.
20:16 ข 1กธ.16:8
กจ.
20:16 1ข อาจเป็นเพราะสามารถพบกับผู้คนจากนานาประเทศซึ่งพากันมาที่กรุงเยรูซาเล็มในวันนั้น (เทียบ 2:1, 5).
กจ.
20:17 ก กจ.11:30; 14:23; 1ตธ.4:14
กจ.
20:17 ข กจ.20:28; 5:11
กจ.
20:18 ก กจ.19:10
กจ.
20:18 ข 2กธ.1:12; 1ธซ.1:5
กจ.
20:19 ก รม.12:11; กซ.3:24
กจ.
20:19 ข ฟป.2:3; 1ปต.3:8; 5:5
กจ.
20:19 ค กจ.20:31; 2กธ.2:4; ฟป.3:18
กจ.
20:19 ง ยก.1:2; 1ปต.4:12
กจ.
20:19 จ กจ.20:3
กจ.
20:20 ก กจ.20:27
กจ.
20:20 ข กจ.2:46
กจ.
20:21 ก กจ.2:40; 20:24
กจ.
20:21 ข กจ.18:4
กจ.
20:21 ค มก.1:15; ลก.24:47; กจ.2:38; 19:4
กจ.
20:21 ง ยฮ.3:16, 36
กจ.
20:21 1 คำว่า "เข้าสู่" ในภาษากรีกเป็นศัพท์คำเดียวกันกับคำว่า "คืนสู่" ในประโยคก่อนหน้านั้น.
กจ.
20:21 2 สำเนาต้นฉบับเก่าแก่บางฉบับเป็น องค์พระเยซูคริสต์เจ้า.
กจ.
20:22 1 ดูข้อ 3 คำอธิบาย 2.
กจ.
20:22 2 คือวิญญาณที่บังเกิดใหม่ของเปาโล. ท่านได้ปรนนิบัติพระเจ้าอยู่ในวิญญาณนี้ (ดู 17:16 คำอธิบาย 1). ในวิญญาณของท่าน ซึ่งเป็นวิญญาณที่เข้าสนิทกับพระวิญญาณองค์พระผู้เป็นเจ้า (1กธ.6:17) เปาโลรู้สึกได้ล่วงหน้าว่าจะมีเหตุการณ์เกิดขึ้นกับท่านในกรุงเยรูซาเล็ม และพระวิญญาณบริสุทธิ์ก็ทรงเป็นพยานแก่ท่านในเรื่องนี้ด้วย (ข้อ 23).
กจ.
20:22 ก กจ.20:16; 21:15
กจ.
20:22 3 แปลตามตรงคือ ในที่นั่น.
กจ.
20:23 1 เปาโลไม่ทราบว่า ท่านจะต้องเผชิญกับเหตุการณ์อะไรในกรุงเยรูซาเล็ม (ข้อ 22) แต่มีอยู่สิ่งหนึ่งที่ท่านรู้ ก็คือพระวิญญาณบริสุทธิ์ได้ทรงเป็นพยานแก่ท่านอย่างหนักแน่นว่า เครื่องจำจองและความยากลำบากนั้นรอคอยท่านอยู่. คำพยานของพระวิญญาณบริสุทธิ์เป็นเพียงคำพยากรณ์หรือคำเตือนล่วงหน้าเท่านั้น ไม่ได้เป็นคำกำชับ. ดังนั้นเปาโลก็ไม่ต้องไปยึดว่าสิ่งนี้เป็นคำสั่ง แต่ได้ยึดเป็นคำเตือน. ดู 21:4 คำอธิบาย 1; ข้อ 11 คำอธิบาย 1.
กจ.
20:23 ก กจ.21:4, 11
กจ.
20:23 ข กจ.21:33
กจ.
20:23 ค รม.8:35; 1ธซ.3:3
กจ.
20:24 1 เปิดเผยเป็นนัยว่า เปาโลรู้สึกตัวว่าท่านจะต้องพลีชีพ.
กจ.
20:24 ก กจ.15.26; 21:13
กจ.
20:24 2ก หรือ จิต.
กจ.
20:24 ข 2ตธ.4:7; ฮร.12:1
กจ.
20:24 ค กจ.1:17; 21:19; รม.11:13; 2กธ.4:1
กจ.
20:24 ง กจ.2:40; 22:18
กจ.
20:24 จ กจ.15:7
กจ.
20:24 ฉ กจ.20:32; 4:33; ฆต.2:21
กจ.
20:25 ก กจ.1:3; 28:23
กจ.
20:25 1ก คืออาณาจักรของพระเจ้า. ดู 1:3 คำอธิบาย 4.
กจ.
20:25 2 บ่งชี้ว่า เปาโลรู้ล่วงหน้าแล้วว่าท่านจะต้องพลีชีพ.
กจ.
20:25 ข กจ.20:38
กจ.
20:26 ก พบญ.8:19
กจ.
20:26 1ก แปลตามตรงคือ ในวันของวันนี้ ซึ่งเป็นสำนวนที่มีน้ำหนักมาก.
กจ.
20:26 2 นั่นคือ ถ้าผู้ใดในพวกท่านตายไป ความบาปก็ไม่อยู่ที่ตัวข้าพเจ้า.
กจ.
20:26 ข ยอค.3:18-19; 33:5, 9
กจ.
20:27 ก ลก.7:30; กจ.13:36; อฟ.1:11; ฮร.6:17
กจ.
20:27 ข กจ.20:20
กจ.
20:28 ก 1ตธ.4:16
กจ.
20:28 ข ลก.12:32; ยฮ.10:16
กจ.
20:28 1ข ดู 1ปต.5:2 คำอธิบาย 2.
กจ.
20:28 ค กจ.13:2 ; 1กธ.12:8-9
กจ.
20:28 2ค อัครทูตเป็นผู้คัดเลือกและแต่งตั้งผู้อาวุโสในแต่ละคริสตจักร (14:23). แต่ในที่นี้เปาโลซึ่งเป็นอัครทูตที่เป็นผู้นำและเป็นผู้ทำการแต่งตั้งกลับกล่าวว่า พระวิญญาณบริสุทธิ์เป็นผู้แต่งตั้งผู้อาวุโส. กรณีนี้บ่งชี้ว่าพระวิญญาณบริสุทธิ์ทรงเป็นหนึ่งกับอัครทูตในการเเต่งตั้งผู้อาวุโส และยังบ่งชี้ว่าอัครทูตแต่งตั้งผู้อาวุโสตามการนำพาของพระวิญญาณบริสุทธิ์.
กจ.
20:28 ง 1กธ.12:28
กจ.
20:28 จ ฟป.1:1; ตต.1:7; เทียบ 1ปต.2:25
กจ.
20:28 3จ หมายถึงผู้อาวุโสของคริสตจักรในข้อ 17 ซึ่งเป็นการยืนยันว่า ผู้ดูแล (overseer) และผู้อาวุโส (elder) เป็นศัพท์ที่มีความหมายเหมือนกันโดยหมายถึงบุคคลเดียวกัน. การแต่งตั้งผู้ดูแล (overseer) ให้เป็นบิชอพ (bishop) ประจำภูมิภาคหนึ่งเพื่อมาปกครองผู้อาวุโสของท้องถิ่นต่างๆ ในภูมิภาคนั้นเป็นความผิดพลาดที่ใหญ่หลวง. นี่คือสิ่งที่อิกนาเธียส (Ignatius) ได้กระทำ. คำสอนที่
ผิดพลาดนี้ได้กลายเป็นพื้นฐานของการตั้งชนชั้นและนำมาซึ่งระบบองค์กรทางศาสนา (ดู 1ตธ.3:2 คำอธิบาย 1).
กจ.
20:28 ฉ ยฮ.21:16
กจ.
20:28 4ฉ ภารกิจที่สำคัญของผู้อาวุโสในฐานะที่เป็นผู้ดูแลนั้น ไม่ใช่การปกครอง แต่เป็นการเลี้ยงดู ซึ่งก็คือการเอาใจใส่ดูแลฝูงแกะ (คริสตจักรของพระเจ้า) อย่างอ่อนโยนและทั่วถึง (ดู 1ปต.5:2 คำอธิบาย 1; ข้อ 3 คำอธิบาย 1).
กจ.
20:28 ช กจ.20:17; 1กธ.1:2; 10:32; ฆต.1.13
กจ.
20:28 ซ เทียบ 2ปต.2:1; วว.5:9
กจ.
20:28 ฌ ลก.22:20; 1ปต.1:18- 19; ฮร.9:12, 14
กจ.
20:28 5ฌ แสดงถึงความรักอันล้ำค่าของพระเจ้าที่มีต่อคริสตจักร และยังแสดงถึงความล้ำค่าตลอดจนคุณค่าอันเลอเลิศของคริสตจักรในสายพระเนตรของพระเจ้าด้วย. อัครทูตไม่ได้กล่าวถึงชีวิตและนิสัยอันศักดิ์สิทธิ์ของคริสตจักรเหมือนกับที่กล่าวใน อฟ.5:23-32 แต่ท่านกล่าวถึงคุณค่าของคริสตจักรซึ่งเป็นเหมือนทรัพย์ล้ำค่าสำหรับพระเจ้าที่พระองค์ได้ทรงซื้อมาด้วยพระโลหิตที่ล้ำค่าของพระองค์เอง. เปาโลหวังจะให้ผู้อาวุโสที่เป็นผู้ดูแลนั้นมีความรักต่อคริสตจักรและรู้สึกว่าคริสตจักรนั้น ล้ำค่าเหมือนกับที่พระเจ้าทรงรู้สึก.
ทั้งพระวิญญาณบริสุทธิ์และพระโลหิตของพระเจ้าเอง ล้วนเป็นการหล่อเลี้ยงอันศักดิ์สิทธิ์ที่พระเจ้าทรงประทานแก่คริสตจักรที่พระองค์ทรงรักและรู้สึกล้ำค่า. พระวิญญาณบริสุทธิ์ก็คือตัวพระเจ้าเองส่วนพระโลหิตของพระเจ้าเองเล็งถึงการงานของพระเจ้า. การงานแห่งการไถ่ของพระเจ้าได้ซื้อคริสตจักรมา ต่อจากนั้นตัวพระเจ้าเองผู้เป็นพระวิญญาณผู้ประทานชีวิตให้ที่ครอบคลุมสรรพสิ่งนั้น (1กธ.15:45) ก็ทรงดูแลคริสตจักรโดยผ่านทางผู้ดูแล.
พระโลหิตของพระเจ้าเองก็คือพระโลหิตของพระเยซู. กรณีนี้ได้เปิดเผยเป็นนัยว่า พระเยซูก็คือพระเจ้านั่นเอง.
ทั้งพระวิญญาณบริสุทธิ์และพระโลหิตของพระเจ้าเอง ล้วนเป็นการหล่อเลี้ยงอันศักดิ์สิทธิ์ที่พระเจ้าทรงประทานแก่คริสตจักรที่พระองค์ทรงรักและรู้สึกล้ำค่า. พระวิญญาณบริสุทธิ์ก็คือตัวพระเจ้าเองส่วนพระโลหิตของพระเจ้าเองเล็งถึงการงานของพระเจ้า. การงานแห่งการไถ่ของพระเจ้าได้ซื้อคริสตจักรมา ต่อจากนั้นตัวพระเจ้าเองผู้เป็นพระวิญญาณผู้ประทานชีวิตให้ที่ครอบคลุมสรรพสิ่งนั้น (1กธ.15:45) ก็ทรงดูแลคริสตจักรโดยผ่านทางผู้ดูแล.
พระโลหิตของพระเจ้าเองก็คือพระโลหิตของพระเยซู. กรณีนี้ได้เปิดเผยเป็นนัยว่า พระเยซูก็คือพระเจ้านั่นเอง.
กจ.
20:29 ก มธ.7:15; 10:16; ยฮ.10:12
กจ.
20:29 1 อัครทูตไม่คำนึงถึงชีวิตของตนเอง แต่ท่านห่วงใยอนาคตของคริสตจักรเป็นอย่างยิ่ง. คริสตจักรเป็นทรัพย์ล้ำค่าของพระเจ้า และยังเป็นทรัพย์ล้ำค่าของท่านด้วย.
กจ.
20:30 ก เทียบ รม.16:17-18
กจ.
20:30 1ก ผู้ที่พูดถ้อยคำบิดเบือนท่ามกลางผู้เชื่อในคริสตจักร ย่อมถูกมารซึ่งเกลียดชังคริสตจักรนั้นใช้เป็นเครื่องมืออยู่เสมอ เพื่อชักนำแกะออกไปตั้งฝูงใหม่.
กจ.
20:31 ก มธ.24:42; ฮร.13:17
กจ.
20:31 ข กจ.20:19
กจ.
20:31 ค เทียบ กจ.19:10; 24:17
กจ.
20:32 ก กจ.14:23
กจ.
20:32 1 สำเนาต้นฉบับเก่าแก่บางฉบับเป็น องค์พระผู้เป็นเจ้า.
กจ.
20:32 2 ดู 11:23 คำอธิบาย 1.
กจ.
20:32 ข กจ.20:24
กจ.
20:32 ค กจ.9:31
กจ.
20:32 ง กจ.26:18; อฟ.1:14; 1ปต.1:4
กจ.
20:32 3ง ในภาษากรีกเล็งถึง การได้รับส่วนแบ่งในมรดกที่ถูกต้องตามกฎหมาย. เทียบ 26:18 คำอธิบาย 7.
กจ.
20:32 จ ฮร.13:12; 10:29; 1กธ.6:11; รม.6:19, 22; 1ธซ.5:23; 3:13
กจ.
20:32 4จ ในการที่จะมีส่วนในมรดกของพระเจ้านั้นเราจะต้องถูกแบ่งแยกบริสุทธิ์ และในการที่จะถูกแบ่งแยกบริสุทธิ์ได้นั้น จำเป็นต้องมีพระคำแห่งพระคุณของพระเจ้า (ยฮ.17:17 กับคำอธิบาย 1).
กจ.
20:33 ก 1ธซ.2:5; เทียบ 2กธ.7:2; 12:17
กจ.
20:34 ก 1กธ.4:12; 1ธซ.4:11
กจ.
20:34 1ก โดยการเย็บกระโจม (18:3).
กจ.
20:35 ก 1ธซ.2:9; 2ธซ.3:8; กจ.18:3
กจ.
20:35 1 หรือ คนที่ไม่แข็งแรง ซึ่งหมายถึงคนที่มีร่างกายอ่อนแอ (1กธ.11:30) ดังนั้นจึงเล็งถึงคนที่ยากจน.
กจ.
20:35 ข รม.15:1; 1ธซ.5:14
กจ.
20:35 ค ลก.6:38
กจ.
20:35 2ค ถ้อยคำนี้ไม่ได้บันทึกไว้ในหนังสือกิตติคุณดังนั้นจะต้องเป็นคำพูดที่ได้รับมาโดยคำบอกเล่าจากปากอย่างแน่นอน.
กจ.
20:36 ก กจ.7:60; 21:5
กจ.
20:37 ก ยนซ.33:4; 45:14; 46:29; ลก.15:20
กจ.
20:38 ก กจ.20:25
กจ.
20:38 ข กจ.21:5