การงานบรรณกิจของห้องสมุดกิตติคุณแห่งประเทศไทย
หากท่านต้องการมีส่วนในการงานบรรณกิจของห้องสมุดกิตติคุณแห่งประเทศไทย
ท่านสามารถมอบถวายทรัพย์โดยโอนเงินเข้าบัญชีของห้องสมุด:
ธนาคารกสิกรไทย สาขาพาราไดซ์ พาร์ค
ชื่อบัญชี: นายปิยะ ตั้งเสรีมั่นคง และ
นางสุมิตรา อดุลประวิตรชัย และ
นางสาวทานาธิบดี ชูมณี
เลขที่บัญชี: 218-3-99941-1

รบกวนส่งสลิปการโอนมาที่ Line ID: @gospelbookroom

กิจการ บทที่ 17

ง. ถึงเมืองเธซะโลนิเก
17:1-9
กจ. 17:1 เมื่อเปาโลกับซีลาเดินทางผ่านเมืองอัมฟีโปลีและเมืองอะโปโลเนียไปแล้ว ก็มาถึง1กเมืองเธซะโลนิเก ที่นั่นมี2ขธรรมศาลาของพวกยูดาย.
กจ. 17:2 เปาโลจึง1เข้าไปในธรรมศาลานั้นตามกธรรมเนียมที่ท่านเคยทำมาโดยตลอดและได้อ้างขพระคัมภีร์มาถกกับเขาต่อเนื่องกันถึงสามวันซะบาโต
กจ. 17:3 โดยได้อธิบายและชี้แจงให้เห็นว่า พระคริสต์จำต้องกทนทุกข์และขเป็นขึ้นมาจากท่ามกลางคนตาย และกล่าวต่อไปว่า "พระเยซูองค์นี้ซึ่งข้าพเจ้าได้ประกาศแก่ท่านทั้งหลายก็คือคพระคริสต์."
กจ. 17:4 กบางคนในพวกเขาก็ได้รับการโน้มน้าว จึงเข้าร่วมกับเปาโลและขซีลา รวมทั้งคชาวกรีก ที่งเกรงกลัวพระเจ้าจำนวนมากและจสตรีที่สูงศักดิ์อีกไม่น้อย
กจ. 17:5 แต่พวกยูดายก็กอิจฉา จึงไประดมพวกคนพาลในตลาด รวมกลุ่มกันขก่อการจลาจลในเมืองนั้นและบุกมาที่บ้านของคยาโซน หวังจะนำเปาโลและซีลาออกมาให้ฝูงชน.
กจ. 17:6 แต่เมื่อไม่พบก็กลากตัวยาโซนกับพวกพี่น้องบางคนไปหาเจ้าหน้าที่ผู้ครองเมือง ร้องตะโกนว่า "คนเหล่านี้ซึ่งขก่อความวุ่นวายไปทั่ว1แผ่นดินก็มาถึงที่นี่แล้ว
กจ. 17:7 ยาโซนกลับรับรองเขาไว้. คนเหล่านี้ยังได้ฝ่าฝืนกฤษฎีกาของกซีซาร์ โดยกล่าวว่า 'มีขกษัตริย์อีกองค์หนึ่งคือพระเยซู.' "
กจ. 17:8 เมื่อฝูงชนและเจ้าหน้าที่ผู้ครองเมืองได้ยินดังนั้นว่าเกิดอลหม่านกันก็ร้อนใจ.
กจ. 17:9 พวกเขาจึงให้ยาโซนกับคนอื่นๆ จ่ายค่าประกันตัว แล้วปล่อยไป.
จ. ถึงเมืองเบรอยะ
17:10-13
กจ. 17:10 ในเวลากลางคืน กพวกพี่น้องก็ใช้เปาโลกับซีลาไปยังเมืองเบรอยะทันที เมื่อไปถึงแล้ว พวกท่านก็เข้าไปในขธรรมศาลาของพวกยูดาย.
กจ. 17:11 ชาวเมืองนั้นนับเป็นคนเปิดเผยกว่าชาวเมืองเธซะโลนิเก เพราะพวกเขาต้อนรับพระคำด้วยใจร้อนรน และค้นดูพระคัมภีร์ทุกวันเพื่อกตรวจสอบว่า ข้อความเหล่านี้เป็นจริงหรือไม่.
กจ. 17:12 ดังนั้นมีหลายคนในพวกเขาได้เชื่อ ยังมีกสตรีผู้สูงศักดิ์ซึ่งเป็นชาวกรีกและมีผู้ชายอีกจำนวนไม่น้อย.
กจ. 17:13 แต่เมื่อพวกยูดายที่อยู่ในเมืองเธซะโลนิเกทราบว่า เปาโลได้ประกาศพระคำของพระเจ้าในเมืองเบรอยะด้วย พวกเขาจึงมาที่นั่นเพื่อกยุยงก่อกวนฝูงชนให้ลุกฮือขึ้น.
ฉ. ถึงเมืองเอเธนส์
17:14-34
(ก) การส่งออกไปของพวกพี่น้อง
ข้อ 14-15
กจ. 17:14 กพวกพี่น้องจึงได้รีบใช้เปาโลออกขไปที่ฝั่งทะเลทันที ส่วนซีลากับคติโมเธียวยังคงอยู่ที่เมืองเบรอยะ.
กจ. 17:15 พวกที่คุ้มกันเปาโลนั้นได้ส่งท่านไปไกลถึง1กเมืองเอเธนส์ เมื่อ[เปาโล]ได้มอบหมายให้นำคำสั่งกลับไปบอกซีลากับขติโมเธียวให้รีบมาหาท่านโดยเร็วที่สุดแล้ว คนเหล่านั้นก็ได้กลับไป.
(ข) ถกกับชาวยูดายและโต้แย้งกับนักปรัชญาชาวต่างชาติ
ข้อ 16-18
กจ. 17:16 ขณะที่เปาโลกำลังคอยซีลากับติโมเธียวอยู่ในเมืองเอเธนส์นั้น 1วิญญาณที่อยู่ภายในกของท่านก็เดือดดาล เมื่อท่านเห็น2ขเมืองนั้นเต็มไปด้วยรูปเคารพ
กจ. 17:17 เหตุฉะนั้นท่านจึงถกกับพวกยูดายและคนที่กเกรงกลัวพระเจ้าในขธรรมศาลาและกับคนทั้งหลายซึ่งท่านได้พบในตลาดทุกวัน.
กจ. 17:18 มีนักปรัชญาแนว1เอปีกูเรียวและแนว2ซะโตอิกมาโต้แย้งกับท่าน. บางคนกล่าวว่า "คนที่3พูดพร่ำไม่เป็นสาระนี้คิดจะพูดอะไร?" บางคนกล่าวว่า "ดูเหมือนเขาจะเป็นผู้ป่าวประกาศถึง4เทพเจ้าต่างชาติ เพราะเปาโลได้กป่าวประกาศพระเยซู และขการเป็นขึ้นเป็นกิตติคุณ."
(ค) การประกาศบนสภาอาเรียว
ข้อ 19-34
กจ. 17:19 พวกเขาจึงฉุดลากเปาโลนำไปยัง1กสภาอาเรียวแล้วพูดว่า "พวกเราขอทราบได้ไหมว่าขคำสอน ใหม่ซึ่งท่านกล่าวนั้นเป็นอย่างไร?
กจ. 17:20 เพราะท่านนำกเรื่องแปลกประหลาดมาเผยแพร่ถึงหูของเรา เราเลยอยากรู้ว่า1เรื่องราวเหล่านี้หมายความว่าอย่างไร?"
กจ. 17:21 (ชาวเมืองเอเธนส์ทุกคนและคนต่างชาติซึ่งค้างแรมอยู่[ที่นั่น]ไม่ใช้เวลาไปทำอย่างอื่นเลย นอกจากจะบอกกล่าวหรือรับฟังสิ่งใหม่ๆ.)
กจ. 17:22 เปาโลจึงยืนขึ้นท่ามกลางสภาอาเรียวแล้วกล่าวว่า "1ท่านทั้งหลายที่เป็นชาวเอเธนส์ ข้าพเจ้าสังเกตเห็นว่า พวกท่าน2ยำเกรงพวกเทพเจ้าของท่านมากในทุกด้าน.
กจ. 17:23 เพราะขณะที่ข้าพเจ้าเดินผ่านแต่ละแห่ง และสังเกตดูสิ่งที่ท่านกนมัสการอย่างละเอียดนั้น ข้าพเจ้าได้พบแท่นๆ หนึ่งที่มีคำจารึกไว้ว่า 'แด่พระเจ้าที่ไม่รู้จัก' เหตุฉะนั้นข้าพเจ้าจะประกาศแก่ท่านถึงสิ่งที่ท่านขไม่รู้จักแต่ยังนมัสการนั้น.
กจ. 17:24 1พระเจ้าผู้กทรงสร้างโลกตลอดจนสรรพสิ่งที่อยู่ในโลก ทรงเป็นของค์พระผู้เป็นเจ้าของฟ้าสวรรค์และแผ่นดินโลก พระองค์คไม่ได้ประทับอยู่ในวิหารซึ่งมือ[มนุษย์]ได้สร้างไว้
กจ. 17:25 และไม่จำต้องให้มือมนุษย์มาคอยปรนนิบัติ เสมือนว่าทรงขาดสิ่งใด เพราะพระองค์เองคือผู้ประทานชีวิต, กลมหายใจ, และทุกสิ่งแก่มนุษย์ทั้งปวง.
กจ. 17:26 พระองค์ได้ทรงสร้างมนุษย์กทุกชาติขึ้นมาจาก1[มนุษย์คนเดียว] และให้อาศัยอยู่ขทั่วพื้นพิภพ โดยทรง2กำหนดเวลาและคเขตเเดนให้พวกเขาไว้ล่วงหน้า
กจ. 17:27 เพื่อให้พวกเขากแสวงหาพระเจ้า หรือหากเขาจะคลำหาก็จะได้พบพระองค์ อันที่จริง[พระองค์]1ขไม่ทรงอยู่ห่างไกลจากเราทุกคนเลย
กจ. 17:28 ด้วยว่าเราดำเนินชีวิต, เคลื่อนไหว, และเป็นอยู่1ในพระองค์ ดังที่2กวีบางคนในพวกท่านเองกล่าวว่า 'ด้วยเราทั้งหลายก็เป็น3เผ่าพันธุ์ของ4พระองค์.'
กจ. 17:29 ในเมื่อเราเป็นเผ่าพันธุ์ของพระเจ้า เราก็ไม่ควรคิดว่า1สิ่งที่ศักดิ์สิทธิ์นั้นเป็นเหมือนกทอง, เงิน, หรือหินซึ่งมนุษย์ได้แกะสลักด้วยฝีมือและ2ความคิดของเขา.
กจ. 17:30 ในกเวลาที่[มนุษย์]ยังขโง่เขลาอยู่นั้น พระเจ้าก็ทรงมองข้าม แต่เดี๋ยวนี้พระองค์ทรง1บัญชามนุษย์ทั้งปวงทั่วทุกแห่งให้คกลับใจเสียใหม่
กจ. 17:31 เพราะพระองค์ทรงตั้ง1กวันหนึ่งไว้ วันที่พระองค์จะทรงขพิพากษา2โลกตามความชอบธรรมโดยมนุษย์ที่พระองค์ได้ทรงกำหนดไว้ และพระองค์ได้ทรงโปรดให้มนุษย์ผู้นี้คเป็นขึ้นจากท่ามกลางคนตาย เพื่อเป็น3หลักฐานพิสูจน์ให้คนทั้งปวงเชื่อ
กจ. 17:32 เมื่อพวกเขาได้ยินถึงเรื่องการที่คนตายกเป็นขึ้นแล้ว บางคนก็ขเยาะเย้ย ส่วนบางคนก็ว่า 1พวกเราจะคอยคฟังท่าน[กล่าว]เรื่องนี้ต่อไป.
กจ. 17:33 เมื่อเป็นเช่นนี้แล้ว เปาโลจึงได้ไปจากท่ามกลางพวกเขา.
กจ. 17:34 แต่มีบางคนกได้เข้าร่วมกับเปาโลและได้เชื่อ ในคนเหล่านั้นมีดิโอนุเซียว ซึ่งเป็นสมาชิกคนหนึ่งของขสภาอาเรียว และมีหญิงคนหนึ่งชื่อดะมารี และยังมีคนอื่นๆที่ร่วมกับพวกเขาด้วย.

คำอธิบาย กิจการ บทที่ 17

กจ. 17:1 ก กจ.20:4; ฟป.4:16; 1ธซ.1:1; 2ธซ.1:1
กจ. 17:1 1ก เป็นเมืองที่สำคัญอีกเมืองหนึ่ง ตั้งอยู่บนอ่าวของมณฑลมากะโดเนีย.
กจ. 17:1 ข กจ.9:20; 13:5, 14; 14:1; 18:4; 19:8
กจ. 17:1 2ข ดู ยก.2:2 คำอธิบาย 1.
กจ. 17:2 1 ดู 13:14 คำอธิบาย 1 (ข้อ 10 ก็เช่นกัน).
กจ. 17:2 ก ลก.4:16
กจ. 17:2 ข กจ.8:35; 18:28
กจ. 17:3 ก ลก.24:26, 46; กจ.3:18
กจ. 17:3 ข ยฮ.20:9
กจ. 17:3 ค ยฮ.20:31
กจ. 17:4 ก กจ.17:34; 14:4; 28:24
กจ. 17:4 ข กจ.15:22, 27, 32, 40
กจ. 17:4 ค ยฮ.7:35
กจ. 17:4 ง กจ.13:43
กจ. 17:4 จ กจ.17:12; 13:50
กจ. 17:5 ก กจ.5:17; 13:45; ยก.3:14, 16
กจ. 17:5 ข กจ.17:13; 14:2
กจ. 17:5 ค รม.16:21
กจ. 17:6 ก กจ.16:19
กจ. 17:6 ข กจ.16:20
กจ. 17:6 1 แปลตามตรงคือ ทุกที่ซึ่งมีคนอาศัยอยู่.
กจ. 17:7 ก ลก.2:1; ยฮ.19:12
กจ. 17:7 ข ลก.23:2; ยฮ.18:33, 37
กจ. 17:10 ก กจ.17:14; 16:40
กจ. 17:10 ข กจ.17:1
กจ. 17:11 ก ยซย.34:16; ยฮ.5:39
กจ. 17:12 ก กจ.17:4; 13:50
กจ. 17:13 ก กจ.17:5
กจ. 17:14 ก กจ.17:10
กจ. 17:14 ข เทียบ มธ.10:23
กจ. 17:14 ค กจ.16:1
กจ. 17:15 ก กจ.18:1; 1ธซ.3:1
กจ. 17:15 1ก เป็นเมืองหลวงของมณฑลอะคายะ ซึ่งเป็นมณฑลหนึ่งของจักรวรรดิโรมัน. เมืองนี้เป็นศูนย์กลางวัฒนธรรมทั้งทางด้านวิทยาศาสตร์ อักษรศาสตร์ และศิลปะของโลกในสมัยโบราณ. เนื่องจากอัครทูตเปาโลได้มาเยี่ยมเยือนเมืองที่เป็นศูนย์กลางเช่นนี้ กิตติคุณแห่งอาณาจักรของพระเจ้าก็มาถึงผู้ที่มีวัฒนธรรมสูงสุด.
กจ. 17:15 ข กจ.18:5
กจ. 17:16 1 หมายถึงวิญญาณมนุษย์ของเปาโล (ซคย.12:1; โยบ 32:8; สภษ.20:27) ซึ่งเป็นวิญญาณที่ได้บังเกิดใหม่โดยพระวิญญาณของพระเจ้า (ยฮ.3:6), มีพระวิญญาณองค์พระผู้เป็นเจ้าอาศัยอยู่ภายใน (2ตธ.4:22; รม.8:10-11), และร่วมเคลื่อนไหวกับ พระวิญญาณนั้น (รม.8:16). เปาโลได้นมัสการและปรนนิบัติพระเจ้าอยู่ในวิญญาณนี้ (ยฮ.4:24; รม.1:9). วิญญาณเช่นนี้เดือดดาลขึ้นเพราะรูปเคารพมากมายที่อยู่ในเมืองเอเธนส์.
กจ. 17:16 ก ยซย.2:8
กจ. 17:16 ข กจ.19:21
กจ. 17:16 2ข แม้แต่วัฒนธรรมที่สูงสุดก็ไม่อาจป้องกันไม่ให้มนุษย์กราบไหว้รูปเคารพได้. ภายในพวกเขาก็มีวิญญาณที่นมัสการพระเจ้าเหมือนกับที่มนุษยชาติทั้งปวงมี. พระเจ้าทรงเนรมิตสร้างวิญญาณไว้ให้มนุษย์เสาะหาและนมัสการพระองค์ (เทียบ ข้อ 22). แต่เนื่องจากพวกเขาตาบอดและโง่เขลา จึงได้นมัสการผิดไป (ข้อ 23). บัดนี้พระเจ้าที่แท้จริงซึ่งเป็นผู้เนรมิตสร้างจักรวาลและตัวเขาไว้ได้ทรงส่งอัครทูต ของพระองค์มาประกาศให้พวกเขารู้จักคู่หมายที่แท้จริงซึ่งเขาควรนมัสการ (ข้อ 23-29).
กจ. 17:17 ก กจ.13:5
กจ. 17:17 ข กจ.17:4; 13:43
กจ. 17:18 1 นักปรัชญาเอปีกูเรียวคือพวกที่ตามอีพิคิวรัสซึ่งเป็นนักปรัชญาชาวกรีก (Epicurus 341— 270 ปีก่อนคริสตศักราช). หลักปรัชญาของพวกเอปีกูเรียวเป็นแบบวัตถุนิยม. พวกเขาไม่ยอมรับว่าพระเจ้าเป็นผู้ทรงเนรมิตสร้างสรรพสิ่งและไม่ยอมรับว่าพระองค์ทรงควบคุมดูแลโลกแต่ไปแสวงหา ความสุขแห่งประสาทสัมผัสโดยเฉพาะในเรื่อง การกินดื่ม. ถ้อยคำที่เปาโลได้พูดกับชาวฟิลิปปอย (ฟป.3:18 กับคำอธิบาย 1) และชาวโกรินโธนั้น (1กธ.15:32 กับคำอธิบาย 3) ก็มีบางส่วนที่ได้ชี้ถึงพวกเอปีกูเรียว.
กจ. 17:18 2 ปรัชญาแนวซะโตอิกได้ถูกก่อตั้งขึ้นโดยเซโน (Zeno, 340—265 ปีก่อนคริสตศักราช). นักปรัชญาเหล่านี้เป็นพวกที่เชื่อว่าพระเจ้าอยู่ในทุกสิ่งที่ทรงสร้าง ทุกอย่างล้วนถูกควบคุมโดยชะตาชีวิตและทุกสิ่งที่เกิดขึ้นล้วนเป็นผลลัพธ์แห่งน้ำพระทัยของพระเจ้า ดังนั้นมนุษย์จึงควรรับไว้อย่างสงบ โดยปราศจากความทุกข์โศกความยินดี และอารมณ์ที่รุนแรง. พวกเขาเน้นว่าความดีงามที่สูงสุดก็คือคุณธรรม และคุณธรรมก็เป็นบำเหน็จของจิต. ถ้อยคำในหนังสือจดหมายที่เปาโลได้เขียนให้แก่ชาวฟิลิปปอยก็มีบางถ้อยคำที่ได้ชี้ถึงพวกซะโตอิก (ฟป.4:11 กับ คำอธิบาย1).
กจ. 17:18 3 ศัพท์ในภาษากรีกหมายถึง "นกชนิดหนึ่งที่คอยจิกกินเมล็ดพืชตามถนนและตามตลาดดังนั้นจึงหมายถึงผู้ที่รวบรวมสะเก็ดข่าวและบอกต่อไปอีกทอดหนึ่ง" (Vincent: วินเซนต์).
กจ. 17:18 4 แปลตามตรงคือ ผีต่างชาติ.
กจ. 17:18 ก กจ.5:42
กจ. 17:18 ข กจ.4:2; 17:31-32
กจ. 17:19 ก กจ.17:22, 34
กจ. 17:19 1ก คือเนินเขามาร์ส (ในเมืองเอเธนส์) อันเป็นที่ตั้งของศาลเก่าแก่อันน่าเกรงขามที่ใช้ตัดสินปัญหาทางศาสนาที่เคร่งเครียดที่สุด.
กจ. 17:19 ข มก.1:27
กจ. 17:20 ก 1ปต.4:4
กจ. 17:20 1 แปลตามตรงคือ เรื่องราวเหล่านี้ต้องการอะไร.
กจ. 17:22 1 แปลตามตรงคือ มนุษย์ทั้งหลาย. การเรียกเช่นนี้จะเป็นการให้เกียรติกว่าและหนักแน่นกว่าการเรียกว่า "ชาวเอเธนส์" เท่านั้น.
กจ. 17:22 2 ศัพท์ในภาษากรีกหมายถึง ยำเกรงผีมารซึ่งเป็นวิญญาณที่เหนือธรรมชาติ ดังนั้นจึงหมายถึงการถวายตัวกราบไหว้ผีมารด้วยความเคารพยำเกรงอย่างที่สุด. รูปคำนามของศัพท์คำเดียวกันนี้ถูกใช้ใน 25:19.
กจ. 17:23 ก ยฮ.4:22; 2ธซ.2:4
กจ. 17:23 ข มธ.11:25
กจ. 17:24 1 ถ้อยคำของอัครทูตในข้อ 24-25 เป็นการสร้างภูมิคุ้มกันทั้งต่อพวกเอปีกูเรียวที่ไม่เชื่อว่ามีพระเจ้า ไม่ยอมรับว่าพระเจ้าเป็นผู้ทรงเนรมิตสร้างสรรพสิ่งและไม่ยอมรับว่าพระองค์ทรงควบคุมดูแลโลก และต่อพวกซะโตอิกซึ่งเป็นพวกพหุเทวนิยมที่ได้ฝากชะตาชีวิตของตนไว้ภายใต้น้ำพระทัยของเทพเจ้าหลายองค์ (เทียบข้อ 18).
กจ. 17:24 ก กจ.14:15; ยซย.42:5
กจ. 17:24 ข มธ.11:25
กจ. 17:24 ค กจ.7:48; 1พกษ.8:27
กจ. 17:25 ก ยนซ.2:7; โยบ 12:10; 27:3; 33:4; ยซย.42:5; ดนอ.5:23
กจ. 17:26 ก กจ.10:35
กจ. 17:26 1 เล็งถึงอาดาม. สำเนาต้นฉบับเก่าแก่บางฉบับเป็น สายเลือดเดียวกัน.
กจ. 17:26 ข ยนซ.11:8; ลก.21:35
กจ. 17:26 2 ช่วงเวลาและเขตแดนของการอพยพไปทวีปอเมริกาเป็นข้อพิสูจน์ที่หนักแน่นต่อถ้อยคำในข้อนี้และในวรรคแรกของข้อ 27.
กจ. 17:26 ค โยบ 14:5; พบญ.32:8; บพส.74:17
กจ. 17:27 ก กจ.15:17; โยบ 23:3
กจ. 17:27 ข พบญ.4:7
กจ. 17:27 1ข เพราะว่าพระเจ้าทรงเป็นพระวิญญาณที่อยู่ทั่วทุกแห่ง.
กจ. 17:28 1 แสดงว่าชีวิต, การดำรงคงอยู่, ตลอดจนการเคลื่อนไหวของมนุษย์ล้วนอยู่ในพระเจ้า. นี่ไม่ได้หมายความว่า ผู้ที่ไม่เชื่อจะมีชีวิตของพระเจ้าและได้ดำเนินชีวิต, ดำรงคงอยู่, และเคลื่อนไหวอยู่ในพระเจ้าเหมือนผู้เชื่อที่อยู่ในพระคริสต์. มีแต่ผู้เชื่อที่บังเกิดจากพระเจ้า มีชีวิตและพระนิสัยอันศักดิ์สิทธิ์ของพระองค์ ตลอดจนได้ดำเนินชีวิตดำรงคงอยู่และเคลื่อนไหวอยู่ในตัวตนอันศักดิ์สิทธิ์ของพระองค์เท่านั้น.
กจ. 17:28 2 อาจหมายถึง เอราตัส (Aratus, ประมาณ 270 ปีก่อนคริสตศักราช) และคลีอันเทส (Cleanthes, ประมาณ 300 ปีก่อนคริสตศักราช) ซึ่งทั้งสองล้วนได้พูดประโยคเดียวกันนี้ในบทกวีที่เขียนถวายซูส (หรือ Jupiter: จูปีเตอร์) ที่พวกเขาถือว่าเป็นพระเจ้าผู้สูงสุด.
กจ. 17:28 3 ก็เหมือนกับได้ถือว่าอาดามเป็นบุตรของพระเจ้า (ลก.3:38 กับคำอธิบาย 2). ในเมื่อพระเจ้าทรงเป็นพระผู้สร้างและเป็นต้นกำเนิดของมวลมนุษยชาติ ดังนั้นพระองค์จึงทรงเป็นพระบิดาของมนุษย์ทั้งปวงด้วย (มลค.2:10) ในความหมายตามธรรมชาติ ไม่ใช่ตามความหมายฝ่ายวิญญาณ. ถ้าว่าตามความหมายฝ่ายวิญญาณแล้ว พระองค์ทรงเป็นพระบิดาของผู้เชื่อทั้งหมด ฆต.4:6) ที่ได้บังเกิดใหม่จากพระเจ้าในวิญญาณของตน (1ปต.1:3; ยฮ.3:5-6).
กจ. 17:28 4 คำว่า "พระองค์" ในกลอนของกวีทั้งสองนั้นเล็งถึงซุศผู้เป็นพระเจ้าผู้สูงสุดในใจของเขา.
กจ. 17:29 1 ศัพท์ในภาษากรีกคือธีโอน (theion) ซึ่งหมายถึง สิ่งที่ศักดิ์สิทธิ์นั้น ไม่เหมือนกับธีโอเทส (theiotes) ใน รม.1:20 ซึ่งหมายถึง ลักษณะพิเศษของสภาพพระเจ้า และไม่เหมือนกับ เธโอเทส (theotes) ใน กซ.2:9 ที่หมายถึงฐานันดรความเป็นพระเจ้า ซึ่งก็คือตัวพระเจ้าเอง. คำว่า "ธีโอน" (theion) นั้นคลุมเครือและเลื่อนลอยกว่าคำว่า "ธีโอเทส" (theiotes) และไม่เจาะจงเท่ากับคำว่า "เธโอเทส" (theotes) ซึ่งเล็งถึงฐานันดรความเป็นพระเจ้า ซึ่งก็คือตัวของพระเจ้าเอง. (เทียบ รม.1:20 กับคำอธิบาย 1).
กจ. 17:29 ก ยซย.40:18-19; 46:5-6; ฮบฆ.2:18-19
กจ. 17:29 2 หรือ จินตนาการ, ความคิดสร้างสรรค์.
กจ. 17:30 ก เทียบ กจ.14:16
กจ. 17:30 ข อฟ.4:18; 1ปต.1:14
กจ. 17:30 1 มีสำเนาต้นฉบับเก่าแก่บางฉบับเป็น ประกาศ.
กจ. 17:30 ค มก.6:12; ลก.24:47; กจ.2:38; 5:31; 11:18; 26:20
กจ. 17:31 ก รม.2:5, 16; 2ปต.2:9; มธ.12:36
กจ. 17:31 1ก เล็งถึงวันที่พระคริสต์จะทรงพิพากษาคนที่ยังมีชีวิตอยู่ (ซึ่งก็คือชนนานาประเทศที่อยู่บนโลกในขณะที่พระองค์เสด็จกลับมา) บนพระที่นั่งแห่งสง่าราศีของพระองค์ก่อนถึงอาณาจักรพันปี (มธ.25:31-46). คำนี้อาจไม่ได้ครอบคลุมถึงวันที่พระองค์จะทรงพิพากษาคนที่ตายแล้วที่พระที่นั่งใหญ่สีขาวหลังอาณาจักรพันปี (วว.20:11-15) ดังที่ได้กล่าวไว้ใน 10:42 (ดูคำอธิบายในข้อนั้น); 2ตธ.4:1; และ 1ปต.4:5 เพราะในวันนั้นที่ได้กล่าวไว้ในข้อนี้ พระองค์จะทรงพิพากษา "โลก" ซึ่งน่าจะหมายถึงคนที่ยังมีชีวิตอยู่เท่านั้น. พระคริสต์จะทรงนำ วันแห่งการพิพากษาโลกนี้เข้ามาโดยการเสด็จ กลับมาของพระองค์. พระองค์จะทรงมาดำเนินการพิพากษาตามที่พระเจ้าได้ทรงแต่งตั้งพระองค์ ไว้ ส่วนการที่พระเจ้าได้ทรงให้พระองค์เป็นขึ้นมา จากท่ามกลางคนตายนั้นเป็นหลักฐานยืนยันถึง สิ่งนี้ได้อย่างหนักแน่น. ในการประกาศกิตติคุณ แก่ชาวต่างชาติของเปโตรใน 10:42 และเปาโลใน ที่นี้และใน 24:25 นั้นล้วนได้เน้นถึงการพิพากษาที่จะมาถึงของพระเจ้าทั้งสิ้น.
กจ. 17:31 ข บพส.9:8; 96:13; 98:9; ยฮ.5:22, 27
กจ. 17:31 2 แปลตามตรงคือ ทุกที่ซึ่งมีผู้คนอาศัยอยู่.
กจ. 17:31 ค กจ.2:24; 26:8
กจ. 17:31 3 หรือ ความเชื่อ, การรับรอง, การประกัน. การเป็นขึ้นของพระคริสต์เป็นหลักฐานพิสูจน์และเป็นหลักประกันว่า พระองค์จะเสด็จกลับมาเพื่อพิพากษาผู้คนทั้งหมดที่อาศัยอยู่บนโลก. ในเมื่อการพิพากษามีหลักประกันเช่นนี้ เราก็จะมีความเชื่อและจะนำพาให้เรากลับใจ (ข้อ 30).
กจ. 17:32 ก กจ.17:18; 23:6, 8; ฮร.6:2
กจ. 17:32 ข กจ.2:13
กจ. 17:32 1 แปลตามตรงคือ ผู้ที่อยู่ในบ้านของเขาทั้งหมด.
กจ. 17:32 ค กจ.24:25
กจ. 17:34 ก กจ.17:4
กจ. 17:34 ข กจ.17:19, 22
สารบัญ