การงานบรรณกิจของห้องสมุดกิตติคุณแห่งประเทศไทย
หากท่านต้องการมีส่วนในการงานบรรณกิจของห้องสมุดกิตติคุณแห่งประเทศไทย
ท่านสามารถมอบถวายทรัพย์โดยโอนเงินเข้าบัญชีของห้องสมุด:
ธนาคารกสิกรไทย สาขาพาราไดซ์ พาร์ค
ชื่อบัญชี: นายปิยะ ตั้งเสรีมั่นคง และ
นางสุมิตรา อดุลประวิตรชัย และ
นางสาวทานาธิบดี ชูมณี
เลขที่บัญชี: 218-3-99941-1

รบกวนส่งสลิปการโอนมาที่ Line ID: @gospelbookroom

กิจการ บทที่ 10

(16) การแผ่ขยายสู่พวกต่างชาติ 10:1—11:18
ก. นิมิตของโกระเนเลียว
10:1-8
กจ. 10:1 ที่กเมืองกายซาไรอา มีชายคนหนึ่งชื่อโกระเนเลียว เป็นนายร้อยอยู่ใน1กองทหารที่เรียกว่ากองพัน2อิตาเลีย
กจ. 10:2 ทั้งท่านและครอบครัวของท่านเป็น1กคนที่เกรงกลัวและขยำเกรงพระเจ้า ท่านให้ทานเป็นอันมากแก่ประชาชน และวิงวอนต่อพระเจ้าเสมอ
กจ. 10:3 วันหนึ่งประมาณ1กบ่ายสามโมง ท่านได้เห็น2ขนิมิตอย่างชัดเจนว่า คทูตองค์หนึ่งของพระเจ้าเข้ามาหาท่านแล้วกล่าวว่า "โกระเนเลียวเอ๋ย"
กจ. 10:4 โกระเนเลียวก็เขม้นดูทูตองค์นั้นและตกใจกลัว จึงถามว่า "ข้าแต่องค์พระผู้เป็นเจ้า มีอะไรหรือ?" ทูตสวรรค์จึงตอบท่านว่า "กคำอธิษฐานและทานของท่านนั้นได้ขึ้นไปเป็นที่1ขระลึกถึงต่อเบื้องพระพักตร์พระเจ้าแล้ว.
กจ. 10:5 บัดนี้จงใช้คนไปยังเมืองยบเป เชิญซีโมนที่เรียกว่าเปโตรมา
กจ. 10:6 เปโตรนั้นพักอยู่กับซีโมนซึ่งเป็นกช่างฟอกหนัง บ้านของเขาอยู่ริมฝั่งทะเล."
กจ. 10:7 เมื่อทูตสวรรค์ที่มาพูดกับท่านไปแล้ว ท่านก็เรียกคนใช้สองคนกับทหารรับใช้คนหนึ่งซึ่งเป็นผู้เกรงกลัวพระเจ้ามา
กจ. 10:8 และได้เล่าเหตุการณ์ทั้งปวงให้คนเหล่านั้นฟัง แล้วท่านจึงใช้เขาไปยังเมืองยบเป.
ข. นิมิตของเปโตร
10:9-16
กจ. 10:9 วันรุ่งขึ้นราว1เที่ยงวัน ขณะที่คนเหล่านั้นกำลังเดินทางไปใกล้เมืองยบเปนั้นเปโตรก็ขึ้นไปบนกดาดฟ้าหลังคาตึกเพื่อจะ2ขอธิษฐาน.
กจ. 10:10 ท่านรู้สึก1หิวมากอยากจะ2รับประทาน[อาหาร]. แต่ในขณะที่เขากำลังเตรียม[อาหาร]อยู่นั้น เปโตรก็เข้าสู่3กภวังค์
กจ. 10:11 ท่านได้เห็น1ฟ้าสวรรค์กเปิดออก มี2ภาชนะเหมือนผ้าผืนใหญ่ผืนหนึ่งผูกทั้งสี่มุมเลื่อนลอยลงมายังแผ่นดินโลก
กจ. 10:12 ในนั้นมี1สัตว์สี่เท้าสารพัดชนิด ตลอดจนสัตว์เลื้อยคลานบนแผ่นดินโลก และนกในอากาศ.
กจ. 10:13 แล้วมีพระสุรเสียงกล่าวแก่ท่านว่า "เปโตรเอ๋ย จงลุกขึ้นฆ่า1กินเถิด!"
กจ. 10:14 แต่เปโตรทูลว่า "ข้าแต่องค์พระผู้เป็นเจ้า ไม่ได้เด็ดขาด เพราะข้าพเจ้า1กไม่เคยรับประทานสิ่งที่เป็นขของธรรมดาทั่วไปหรือสิ่งที่คเป็นมลทินเลย."
กจ. 10:15 พระสุรเสียงนั้นจึงตรัสกับท่านเป็นครั้งที่สองว่า "สิ่งที่1พระเจ้าได้ทรงกชำระแล้ว อย่าได้ถือว่าเป็นธรรมดาเลย."
กจ. 10:16 เป็นเช่นนี้ถึงสามครั้ง ทันใดนั้น ภาชนะนั้นก็ถูกรับขึ้นสู่ฟ้าสวรรค์.
ค. การเยี่ยมเยียนของเปโตร
10:17-33
กจ. 10:17 ขณะที่ในตัวเปโตรกำลังงุนงงยิ่งนักถึง[ความหมาย]ของ1กนิมิตที่ได้เห็นอยู่นั้น ดูเถิด คนที่โกระเนเลียวได้ใช้มา ซึ่งได้เที่ยวถามหาบ้านของซีโมนจนพบแล้ว ก็มายืนอยู่หน้าประตู.
กจ. 10:18 พวกเขาร้องถามว่า "ซีโมนที่เรียกว่าเปโตรพักอยู่ที่นี่หรือไม่?"
กจ. 10:19 เมื่อเปโตรกำลังใคร่ครวญถึงนิมิตอยู่นั้น กพระวิญญาณนั้นก็ตรัสแก่ท่านว่า "ดูเถิด มีชายสามคนมาหาท่าน
กจ. 10:20 จงลุกขึ้น ลงไปข้างล่างและไปกับเขาเถิด อย่าสงสัยเลย เพราะ1เราได้ใช้เขามา."
กจ. 10:21 เปโตรจึงลงไปหาคนเหล่านั้นกล่าวว่า "ดูเถิด ข้าพเจ้าเป็นคนที่ท่านตามหานั้น ท่านมาทำธุระอะไร?"
กจ. 10:22 เขาจึงตอบว่า "นายร้อยโกระเนเลียว ผู้เป็นคนชอบธรรมและกยำเกรงพระเจ้าและ1ขเป็นที่ยกย่องของพวกยูดายทั้งประเทศ นายร้อยได้รับคำชี้แนะอันศักดิ์สิทธิ์จากทูตสวรรค์คผู้บริสุทธิ์ให้มาเชิญท่านไปที่บ้าน เพื่อจะฟังงถ้อยคำของท่าน."
กจ. 10:23 เปโตรจึงเชิญเขาให้เข้ามาพักอยู่ที่นั่นก่อน. เมื่อถึงวันรุ่งขึ้น เปโตรก็ลุกไปกับพวกเขา และ1กพวกพี่น้องบางคนที่เมืองยบเปก็ร่วมเดินทางไปกับท่านด้วย.
กจ. 10:24 วันต่อมา เขาก็เข้าเมืองกายซาไรอา. โกระเนเลียวก็กำลังคอยพวกเขาอยู่ และได้เชิญญาติพี่น้องกับเพื่อนสนิทของตนให้มาประชุมกันด้วย.
กจ. 10:25 เมื่อเปโตรเข้าไป โกระเนเลียวก็ต้อนรับเปโตร และกหมอบลงกราบไหว้แทบเท้า[ท่าน].
กจ. 10:26 แต่เปโตรพยุงเขาให้ลุกขึ้นและกล่าวว่า จงยืนขึ้นเถิด ข้าพเจ้าเองก็เป็นกมนุษย์เหมือนกัน.
กจ. 10:27 ขณะที่เปโตรสนทนากับเขาอยู่ก็เดินเข้าไป และเห็นคนมากมายมาชุมนุมกัน.
กจ. 10:28 ท่านจึงกล่าวกับพวกเขาว่า "พวกท่านทราบแล้วว่า การที่คนชาติยูดายจะคบหาหรือใกล้ชิดกับกคนชาติอื่นนั้นก็เป็นการผิดกฎบัญญัติ แต่พระเจ้าได้ทรงสำแดงแก่ข้าพเจ้าแล้วว่า ข้าพเจ้าไม่ควรเรียก1มนุษย์คนใดว่าขเป็นของธรรมดาหรือเป็นของมลทิน."
กจ. 10:29 ดังนั้นเมื่อมี[คน]ไปเชิญข้าพเจ้า ข้าพเจ้าก็มาโดยไม่ปฏิเสธ. ข้าพเจ้าขอถามว่า "ท่านเชิญข้าพเจ้ามาด้วยเหตุใด?"
กจ. 10:30 โกระเนเลียวจึงตอบว่า "เมื่อสี่วันก่อน ขณะที่ข้าพเจ้ากำลังอธิษฐานอยู่ในบ้านของข้าพเจ้าเมื่อเวลานี้ คือราวบ่ายสามโมง ดูเถิด มีชายคนหนึ่งกสวมชุดเป็นประกายวาววับมายืนอยู่ตรงหน้าข้าพเจ้าแล้วกล่าวว่า
กจ. 10:31 'โกระเนเลียวเอ๋ย พระเจ้าทรงกสดับฟังคำอธิษฐานของท่านนั้นแล้ว และทานของท่านก็เป็นขที่ระลึกถึงต่อเบื้องพระพักตร์พระเจ้าแล้ว.
กจ. 10:32 เหตุฉะนั้นจงใช้[คน]ไปยังเมืองยบเป เชิญซีโมนที่เรียกว่าเปโตรมา ท่านพักอาศัยอยู่ในบ้านของซีโมนช่างฟอกหนังที่ริมทะเล.'
กจ. 10:33 ดังนั้น ข้าพเจ้าจึงใช้[คน]ไปหาท่านทันที การที่ท่านมาก็ดีแล้ว. บัดนี้พวกเราอยู่พร้อมหน้ากันต่อเบื้องพระพักตร์พระเจ้า เพื่อจะฟังสิ่งสารพัดซึ่งองค์พระผู้เป็นเจ้าได้ตรัสสั่งท่านไว้."
ง. ข่าวสารของเปโตร
10:34-43
กจ. 10:34 ฝ่ายเปโตรจึงออกปากกล่าวว่า "ข้าพเจ้าเห็นจริงแล้วว่า พระเจ้าไม่ทรงกลำเอียงต่อผู้ใด
กจ. 10:35 แต่คนในกทุกที่ซึ่งขยำเกรงพระองค์และประพฤติคชอบธรรมก็เป็นที่1โปรดปรานของพระองค์.
กจ. 10:36 คำที่พระองค์ได้ประกาศแก่ลูกหลานของอิสราเอล คือกิตติคุณแห่งกสันติสุขที่ได้ประกาศโดยพระเยซูคริสต์ (พระองค์เป็นของค์พระผู้เป็นเจ้าของ1คนทั้งปวง)
กจ. 10:37 ท่านทั้งหลายย่อมทราบถึง1ถ้อยคำที่ได้ป่าวประกาศไปทั่วมณฑลยูดาย โดยได้เริ่มจากกมณฑลฆาลิลาย หลังจากเรื่องบัพติศมาที่โยฮันได้ประกาศนั้น
กจ. 10:38 คือเรื่องกพระเยซูชาวนาซาเร็ธว่า พระเจ้าได้ทรงขชโลมพระองค์ด้วยคพระวิญญาณบริสุทธิ์และด้วยงฤทธิ์เดชอย่างไร และพระองค์ได้เสด็จไปทั่ว ทรงกระทำความดีและรักษาทุกคนที่ถูกมารจกดขี่ข่มเหง เพราะว่าพระเจ้าทรงฉสถิตกับพระองค์.
กจ. 10:39 พวกเราเป็นกพยานบุคคลถึงกิจการทั้งปวงซึ่งพระองค์ได้ทรงกระทำ ทั้งในดินแดนของชาวยูดายและในกรุงเยรูซาเล็ม พวกเขาได้ขฆ่าพระองค์โดยแขวนไว้ที่คต้นไม้.
กจ. 10:40 ในวันที่กสาม 1พระเจ้าได้ทรงให้พระองค์ขเป็นขึ้น และทำให้พระองค์เป็นที่2คปรากฏ
กจ. 10:41 มิใช่ปรากฏแก่ประชาชนทั้งหลาย แต่ทรงปรากฏแก่กเหล่าพยานบุคคลซึ่งพระเจ้าได้ทรงกำหนดไว้ล่วงหน้า คือพวกเราที่ได้ร่วมขกินและดื่มกับพระองค์หลังจากที่1พระองค์ทรงเป็นขึ้นมาจากท่ามกลางคนตายแล้ว.
กจ. 10:42 พระองค์ทรงกกำชับให้พวกเราป่าวประกาศแก่ประชาชนและให้เป็นขพยานอย่างหนักแน่นว่า พระองค์เป็นผู้ที่พระเจ้าได้ทรงกำหนดไว้ให้เป็น1คผู้ที่พิพากษาทั้งงคนเป็นและคนตาย."
กจ. 10:43 กเหล่าผู้เผยพระวจนะก็เป็นพยานถึงพระองค์ผู้นี้ว่า ทุกๆ คนที่ขเชื่อเข้าสู่พระองค์จะได้รับ1คการอภัย2บาปโดยงพระนามของพระองค์นั้น."
จ. การรับบัพติศมาด้วยพระวิญญาณบริสุทธิ์ของผู้เชื่อชาวต่างชาติ
10:44-46
กจ. 10:44 ในขณะที่เปโตรยังกล่าวคำเหล่านั้นอยู่ กพระวิญญาณบริสุทธิ์ก็1เสด็จลงมา2บนตัวคนทั้งปวงที่3ได้ยินคำนั้น.
กจ. 10:45 ฝ่ายผู้เชื่อซึ่งได้รับกพิธีสุหนัตขทุกคนที่มาด้วยกันกับเปโตรก็อัศจรรย์ใจ เพราะ1คของประทานแห่งพระวิญญาณบริสุทธิ์ได้2เทลงบนงพวกต่างชาติด้วย
กจ. 10:46 เนื่องจากเขาได้ยินคนเหล่านั้น1กพูดภาษาต่างๆ และ2เทิดทูนพระเจ้าให้เป็นใหญ่.
ฉ. การรับบัพติศมาด้วยน้ำของผู้เชื่อชาวต่างชาติ
10:47-48
กจ. 10:47 เปโตรจึงกล่าวว่า "คนเหล่านี้ที่ได้รับพระวิญญาณบริสุทธิ์1กเหมือนกับเราใครอาจห้ามเขารับขบัพติศมาในน้ำเล่า?"
กจ. 10:48 เปโตรจึงสั่งให้เขา1รับบัพติศมา2ใน3พระนามของพระเยซูคริสต์. พวกเขาก็ได้ขอให้ท่านค้างอยู่กับเขาอีกหลายๆวัน.

คำอธิบาย กิจการ บทที่ 10

กจ. 10:1 ก กจ.9:30; 12:19
กจ. 10:1 1 กองพล (legion) โรมันในสมัยโบราณแบ่งเป็นสิบกองพัน (cohort) แต่ละกองพันจะมีหกร้อยคน.
กจ. 10:1 2 ในที่นี้ การงานเเห่งกิตติคุณขององค์พระผู้เป็นเจ้าก็ได้ก้าวไปอีกขั้นหนึ่ง. โดยสิ่งนี้พระองค์ทรงมาถึงชาวต่างชาติแท้ๆ อีกคนหนึ่งซึ่งเป็นชาวอิตาลีแห่งจักรวรรดิโรมันในยุโรป. ด้วยเหตุนี้ประตูแห่งกิตติคุณจึงได้เปิดออกต่อชาวต่างชาติทั้งหมด. ในการที่จะให้พวกอัครทูตและสาวกชาวยูดายที่มีเบื้องหลังและความเคยชินของชาวยูดายไปเข้าใกล้ชาวต่างชาตินั้นเป็นเรื่องยาก (ข้อ 28). ดังนั้นการเคลื่อนไหวในครั้งนี้จึงพิเศษกว่าครั้งใดโดยต้องให้ทูตของพระเจ้าเข้ามามีส่วนด้วย (ข้อ 3) เหมือนในครั้งที่ฟิลิปไปติดต่อกับชาวเอธิโอเปียที่มาจากทวีปแอฟริกาใน 8:26. ทั้งสองกรณีนี้พระวิญญาณนั้นได้ตรัสกับฟิลิปและเปโตรเป็นพิเศษ (8:29; 10:19).
กจ. 10:2 ก กจ.8:2; 22:12
กจ. 10:2 1ก โกละเนเลียวผู้เป็นนายร้อยชาวโรมันเป็นผู้แสวงหาพระเจ้าเหมือนขันทีชาวเอธิโอเปียผู้นั้น ดังที่เปาโลได้กล่าวไว้ใน 17:27.
กจ. 10:2 ข กจ.10:22, 35; 13:16
กจ. 10:3 ก กจ.10:30; 3:1
กจ. 10:3 1ก แปลตามตรงคือ ชั่วโมงที่เก้า. ข้อ 30 ก็เช่นเดียวกัน.
กจ. 10:3 ข กจ.9:12; 10:17, 19
กจ. 10:3 2ข ดูข้อ 10 คำอธิบาย 3.
กจ. 10:3 ค กจ.5:19
กจ. 10:4 ก กจ.10:31; บพส.141:2; วว.8:4
กจ. 10:4 ข ฮร.6:10; เทียบ มธ.26:13
กจ. 10:4 1ข ถึงแม้ว่าโกระเนเลียวจะเป็นส่วนหนึ่งของมนุษยชาติที่ตกต่ำ เป็นคนที่มีความบาปและถูกปรับโทษต่อเบื้องพระพักตร์พระเจ้าเหมือนคนอื่น แต่พระเจ้ากลับตอบรับคำอธิษฐานและทานของท่าน ในขณะที่พระองค์ทรงปฏิเสธเครื่องบูชาของคายิน (ยนซ.4:3, 5). นี่ต้องเป็นเพราะข้อเท็จจริงที่ว่าพระเจ้าทรงยึดเอาการไถ่ที่นิรันดร์ของพระคริสต์เป็นพื้นฐานและทรงเห็นว่า โกระเนเลียวจะเชื่อพระคริสต์ในวันข้างหน้า จึงทรงอภัยแก่เขาตามการล่วงรู้ของพระองค์ (ข้อ 43).
กจ. 10:6 ก กจ.9:43
กจ. 10:9 1 แปลตามตรงคือ ชั่วโมงที่หก (เทียบ บพส.55:17).
กจ. 10:9 ก ซมอ.9:25; ซฟย.1:5
กจ. 10:9 ข ข้อ 9-32: กจ.11:5-14
กจ. 10:9 2ข โกระเนเลียวได้รับนิมิตในขณะอธิษฐาน (ข้อ 30) เปโตรก็ได้รับนิมิตในขณะอธิษฐานด้วย (17, 19). โดยการอธิษฐานของพวกเขา ก็ทำให้โครงการและการเคลื่อนไหวของพระเจ้าสำเร็จลุล่วง. การเคลื่อนไหวของพระเจ้านั้นจะต้องมีการอธิษฐานของมนุษย์เป็นสื่อกลางที่จะมาร่วมมือกับพระองค์.
กจ. 10:10 1 เป็นเครื่องหมายเล็งถึงการแสวงหาพระเจ้า (มธ.5:6). พระองค์ทรงโปรดให้ผู้หิวโหยอิ่มด้วยสิ่งดี (ลก.1:53).
กจ. 10:10 2 โดยทั่วไปแล้ว คำนี้แปลว่า "ชิม."
กจ. 10:10 ก กจ.22:17
กจ. 10:10 3ก ภาษากรีกหมายถึง ออกจากที่เดิมไป ซึ่งหมายถึงสภาพที่มนุษย์รู้สึกว่าตนได้ออกมาจากตัวเอง แล้วกลับไปสู่ตัวเองอีก (12:11 คำอธิบาย 1) เหมือนอยู่ในความฝันแต่ยังไม่หลับ. การตกอยู่ในภวังค์ในที่นี่ต่างกับนิมิตในข้อ 3, 17, 19. ในนิมิตนั้นมีเป้าหมายที่แน่นอนซึ่งมองเห็นได้ แต่ในที่นี้เปโตรตกอยู่ในภวังค์และได้เห็นนิมิต (11:5).
กจ. 10:11 1 แสดงว่า การเคลื่อนไหวแห่งการประกาศกิตติคุณขององค์พระผู้เป็นเจ้าบนแผ่นดินโลกนั้นอยู่ภายใต้การปกครองแห่งพระที่นั่งบนสวรรค์ของพระองค์ (เทียบ ฮร.8:1; กจ.7:56). อัครทูตและผู้ประกาศกิตติคุณทั้งหมดตั้งแต่โบราณกาลจนถึงเดี๋ยวนี้ล้วนได้กระทำให้ภารกิจฝ่ายสวรรค์ที่ได้รับมอบหมายมาเพื่อการแผ่ขยายกิตติคุณแห่งอาณาจักรของพระเจ้าสำเร็จลุล่วงบนแผ่นดินโลก.
กจ. 10:11 ก กจ.7:56; มธ.3:16; ยฮ.1:51; วว.19:11
กจ. 10:11 2 ภาชนะที่เหมือนกับผ้าผืนใหญ่นี้เป็นสัญลักษณ์เล็งว่า กิตติคุณได้แผ่ขยายไปทั่วทั้งสี่ทิศบนแผ่นดินที่มีผู้คนอาศัยอยู่ เพื่อรวบรวม มนุษย์ที่ไม่สะอาด (มีบาป) ทุกประเภท (ลก.13:29).
กจ. 10:12 1 เป็นสัญลักษณ์เล็งถึงมนุษย์ทุกประเภท (ข้อ 15, 28 กับคำอธิบาย).
กจ. 10:13 1 ในเครื่องหมายนี้ การกินก็คือการติดต่อคบหากับมนุษย์ (ข้อ 28).
กจ. 10:14 ก ยอค.4:14; เทียบ ดนอ.1:8
กจ. 10:14 1ก เหมือนกับที่สอนไว้ในเลวีติโกบทที่ 11. พิธีสุหนัต, การถือวันซะบาโต, และข้อกำหนดที่พิเศษในการกินอาหารเป็นกฎเกณฑ์ที่แข็งแกร่งที่สุดสามประการตามกฎบัญญัติของโมเซที่ทำให้ชาวยูดายแตกต่างและแบ่งแยกจากชาวต่างชาติ โดยเห็นว่าชาวต่างชาติไม่สะอาด. กฎเกณฑ์เหล่านี้ล้วนสอดคล้องกับพระคัมภีร์ในยุคพันธสัญญาเดิมแต่ได้กลายเป็นสิ่งที่ขัดขวางการแผ่ขยายกิตติคุณไปสู่ชาวต่างชาติ ตามแผนการบริหารแห่งพันธสัญญาใหม่ของพระเจ้า (15:1; กซ.2:16).
กจ. 10:14 ข กจ.10:28
กจ. 10:14 ค ลวต.20:25
กจ. 10:15 1 หมายถึง ผู้ที่พระเจ้าได้ทรงชำระโดยพระโลหิตแห่งการไถ่ของพระคริสต์ (วว.1:5) และการเปลี่ยนใหม่ของพระวิญญาณบริสุทธิ์ (ตต.3:5; กจ.15:9).
กจ. 10:15 ก กจ.15:9
กจ. 10:17 ก กจ.10:3
กจ. 10:17 1ก ดูข้อ 10 คำอธิบาย 3.
กจ. 10:19 ก กจ.8:29
กจ. 10:20 1 นี่แสดงว่า การที่โกระเนเลียวส่งคนออกไปสามคนก่อนที่เขาจะกลับใจก็เป็นการเคลื่อนไหวและการกระทำของพระวิญญาณนั้นโดยผ่านตัวเขาเช่นกัน.
กจ. 10:22 ก กจ.10:2
กจ. 10:22 ข กจ.22:12
กจ. 10:22 1ข แปลตามตรงคือ คำพยาน.
กจ. 10:22 ค มก.8:38
กจ. 10:22 ง กจ.11:14
กจ. 10:23 ก กจ.10:45; 11:12
กจ. 10:23 1ก ในกรณีที่มีความสำคัญทางยุทธศาสตร์ครั้งนี้ เปโตรไม่ได้เคลื่อนไหวโดดเดี่ยวคนเดียวแต่ได้ร่วมเคลื่อนไหวกับพี่น้องบางคน ตามหลักการแห่งพระกายของพระคริสต์ เพื่อให้พวกเขาสามารถเป็นพยานถึงสิ่งที่พระเจ้าปฏิบัติต่อชาวต่างชาติได้ ซึ่งก็คือการประกาศกิตติคุณให้พวกต่างชาติโดยการที่เปโตรได้ทุบทำลายประเพณีและความเคยชินของชาวยูดายเสีย (11:12).
กจ. 10:25 ก ดนอ.2:46; กจ.16:29
กจ. 10:26 ก กจ.14:14-15
กจ. 10:28 ก กจ.11:3; ฆต.2:12
กจ. 10:28 1 นี่ก็แสดงว่า ในที่สุดเปโตรก็เข้าใจความหมายของนิมิตที่เขาได้เห็นในภวังค์ (ข้อ 11, 17, 19) คือเข้าใจว่า สัตว์ทั้งหมดที่อยู่ในผ้าผืนใหญ่นั้นเล็งถึงมนุษย์นั่นเอง.
กจ. 10:28 ข กจ.10:14-15
กจ. 10:30 ก ลก.24:4
กจ. 10:31 ก เทียบ ดนอ.10:12
กจ. 10:31 ข กจ.10:4
กจ. 10:34 ก คนก.19:7; รม.2:11; อฟ.6:9; 1ปต.1:17
กจ. 10:35 ก กจ.17:26-27
กจ. 10:35 ข กจ.10:2
กจ. 10:35 ค ยซย.64:5
กจ. 10:35 1 บรรดาคนที่ยำเกรงพระเจ้าและประพฤติชอบธรรมในทุกชาตินั้น ก็ยังคงเป็นส่วนหนึ่งของมนุษยชาติที่ตกต่ำ. พระเจ้าทรงโปรดปรานพวกเขาเนื่องจากการไถ่ของพระคริสต์ (ดูข้อ 4 คำอธิบาย 1). หากอยู่ภายนอกพระคริสต์แล้ว ก็ไม่มีมนุษย์ที่ตกต่ำคนใดจะรับการโปรดให้ชอบธรรมโดยอาศัยการประพฤติได้ (รม.3:20; ฆต.2:16).
กจ. 10:36 ก อฟ.2:17
กจ. 10:36 ข รม.10:12
กจ. 10:36 1 ไม่เพียงแต่ชาวยูดายเท่านั้น แต่ยังหมายถึงชาวต่างชาติด้วย (1ตธ.2:4).
กจ. 10:37 1 ภาษากรีกหมายถึง พระคำในยามฉับพลัน.
กจ. 10:37 ก มธ.4:12; มก.1:14
กจ. 10:38 ก กจ.2:22
กจ. 10:38 ข กจ.4:27
กจ. 10:38 ค มธ.3:16
กจ. 10:38 ง ลก.6:19
กจ. 10:38 จ ลก.4:18
กจ. 10:38 ฉ ยฮ.3:2; 8:29; 16:32
กจ. 10:39 ก กจ.1:8; 10:41
กจ. 10:39 ข กจ.2:23; 3:15; 7:52
กจ. 10:39 ค กจ.5:30
กจ. 10:40 ก ลก.9:22; 1กธ.15:4
กจ. 10:40 1 ดู 2:24 คำอธิบาย 1.
กจ. 10:40 ข กจ.2:24; 13:30
กจ. 10:40 ค กจ.1:3; ยฮ.14:21-22
กจ. 10:40 2ค แปลตามตรงคือ ถูกมองเห็นได้.
กจ. 10:41 ก กจ.1:8; 13:31
กจ. 10:41 ข ลก.24:43; ยฮ.21:12
กจ. 10:41 1 ดู 2:24 คำอธิบาย 1.
กจ. 10:42 ก มธ.28:20; กจ.1:2
กจ. 10:42 ข กจ.2:40; 14:3
กจ. 10:42 ค ยฮ.5:22, 27; 1ปต.4:5
กจ. 10:42 1ค ในขณะที่พระองค์เสด็จกลับมาก่อนอาณาจักรพันปีนั้น พระคริสต์ผู้เป็นขึ้นจะอยู่บนบัลลังก์แห่งสง่าราศีของพระองค์ และจะทรงพิพากษาคนที่ยังมีชีวิต (มธ.25:31-46). สิ่งนี้มีความเกี่ยวข้องกับการเสด็จมาในครั้งที่สองของพระองค์ (2ตธ.4:1). หลังจากอาณาจักรพันปีแล้วพระองค์จะทรงนั่งบนพระที่นั่งใหญ่สีขาวเพื่อจะพิพากษาคนที่ตายแล้ว (วว.20:11-15). ดู กจ.17:31 คำอธิบาย 1. ในเวลานั้นจะเป็นการชำระล้างสิ่งทรงสร้างเก่าที่เปื้อนมลทินเป็นครั้งสุดท้าย.
กจ. 10:42 ง รม.14:9
กจ. 10:43 ก ลก.24:27; กจ.3:18, 24; 26:22; รม.3:21
กจ. 10:43 ข ยฮ.3:18; รม.10:11; ฆต.3:22
กจ. 10:43 ค กจ.5:31; ยรม.31:34
กจ. 10:43 1ค กรณีนี้พิสูจน์ว่า แม้โกระเนเลียวจะยำเกรงพระเจ้าและประพฤติชอบธรรม และคำอธิษฐานและทานของท่านก็เป็นที่โปรดปรานของพระเจ้าแต่ท่านยังคงต้องการให้พระเจ้าอภัยบาปของตนโดยการเชื่อเข้าสู่ในพระคริสต์พระผู้ไถ่ (ดูข้อ 4 คำอธิบาย 1, ข้อ 35 คำอธิบาย 1).
กจ. 10:43 2 ภาษากรีกเป็นพหูพจน์.
กจ. 10:43 ง กจ.4:12; ยฮ.20:31; 1ยฮ.2:12
กจ. 10:44 ก กจ.11:15; 15:8; 2:17, 38; ฆต.3:14
กจ. 10:44 1 ทางภายนอกและในด้านแผนการบริหาร (ดู 1:8 คำอธิบาย 1). ในกรณีบ้านของโกระเนเลียวนี้ การที่พระวิญญาณบริสุทธิ์ได้เข้าสู่ภายใน ผู้เชื่อเป็นชีวิตในด้านธาตุแท้และได้เสด็จลงมาบนตัวพวกเขาเป็นฤทธิ์เดชในด้านแผนการบริหารนั้นได้เกิดขึ้นพร้อมกันในขณะที่พวกเขาเชื่อในองค์พระผู้เป็นเจ้า. แต่ในที่นี้ได้บันทึกไว้แต่เพียงการที่พระวิญญาณบริสุทธิ์ได้เสด็จลงบนตัวพวกเขาในด้านแผนการบริหารเท่านั้น เพราะเป็นเรื่องทางภายนอกซึ่งผู้อื่นสามารถรับรู้ได้จากการที่พวกเขาพูดภาษาต่างๆ และเทิดทูนพระเจ้าให้เป็นใหญ่ (ข้อ 46). การที่พระองค์เข้าสู่ภายในพวกเขานั้นเกิดขึ้นเงียบๆ และไม่อาจมองเห็นได้. พวกเขาได้รับพระวิญญาณบริสุทธิ์ทั้งสองด้านโดยตรงจากพระคริสต์ผู้เป็นประมุข โดยไม่ผ่านช่องทางเชื่อมระหว่างกลางใดๆ ก่อนที่จะรับบัพติศมาในน้ำโดยอวัยวะอื่นในพระกายของพระคริสต์. กรณีนี้เน้นย้ำว่า การแผ่ขยายกิตติคุณแห่งอาณาจักรของพระเจ้าไปสู่ชาวต่างชาตินั้นเป็นมาจากองค์พระผู้เป็นเจ้า และยังเน้นย้ำว่า ศีรษะของพระกายทรงให้ผู้เชื่อชาวต่างชาติได้รับบัพติศมาเข้าสู่พระกายของพระองค์เองโดยตรง ซึ่งไม่เหมือนกับกรณีของผู้เชื่อชาวซะมาเรียหรือกรณีของเซาโลแห่งเมืองตาระโซ (8:17; 9:17) ที่ต้องผ่านการวางมือโดยอวัยวะในพระกาย.
กจ. 10:44 2 แปลตามตรงคือ ข้างบน ข้อต่อไปก็เช่นกัน.
กจ. 10:44 3 รวมถึงการเชื่อเข้าสู่องค์พระผู้เป็นเจ้า (ข้อ 43; ยฮ.5:24; รม.10:14; อฟ.1:13).
กจ. 10:45 ก กจ.11:2
กจ. 10:45 ข กจ.10:23; 11:12
กจ. 10:45 ค กจ.2:38
กจ. 10:45 1ค ของประทานแห่งพระวิญญาณบริสุทธิ์ในที่นี้หมายถึงตัวของพระวิญญาณบริสุทธิ์เองไม่ได้หมายถึงสิ่งใดๆ ที่พระวิญญาณบริสุทธิ์ประทาน ให้ผู้เชื่อเป็นของประทาน (ดู 2:38 คำอธิบาย 7).
กจ. 10:45 2 เทลงมาโดยพระเจ้าจากพระคริสต์ผู้ครอบคลุมสรรพสิ่งที่เป็นขึ้นและเสด็จสู่สวรรค์ (ดู 2:17 คำอธิบาย 2).
กจ. 10:45 ง กจ.11:18; ฆต.3:14
กจ. 10:46 ก มก.16:17; กจ.2:4, 6, 8
กจ. 10:46 1ก การพูดภาษาต่างๆ ไม่ใช่ผลลัพธ์เพียงหนึ่งเดียวที่เกิดจากการได้รับพระวิญญาณบริสุทธิในด้านแผนการบริหาร เพราะในกรณีนี้ การเทิดทูนพระเจ้าให้เป็นใหญ่ ซึ่งก็คือการสรรเสริญพระเจ้านั้นก็เป็นผลลัพธ์อีกอย่างหนึ่งเช่นกัน นอกจากนี้การเผยพระวจนะในกรณีของผู้เชื่อสิบสองคนในเอเฟโซก็เป็นผลลัพธ์อีกอย่างหนึ่งเช่นกัน (19:6). ดังนั้นการพูดภาษาต่างๆ จึงไม่ได้เป็นหลักฐาน พิสูจน์เพียงหนึ่งเดียวของการรับพระวิญญาณบริสุทธิ์ทางด้านแผนการบริหาร และก็ไม่ใช่หลักฐานพิสูจน์ที่จำเป็นอีกด้วยเพราะว่าอย่างน้อยก็มีอยู่กรณีหนึ่งในการได้รับพระวิญญาณบริสุทธิ์ทางด้านแผนการบริหารที่ไม่ได้กล่าวถึงการพูดภาษาต่างๆ ก็คือกรณีของผู้เชื่อชาวซะมาเรีย (8:15-17). ในกรณีของเซาโลแห่งเมืองตาระโซ (9:17) เมื่อบันทึกถึงเรื่องนี้ก็ไม่ได้กล่าวถึงการพูดภาษาต่างๆด้วย แม้ต่อมาใน 1กธ.14:18 ท่านได้บอกแก่เราว่าท่านก็เคยพูดภาษาต่างๆ มาก่อนเช่นกัน.
กจ. 10:46 2 เป็นสำนวนเดียวกันกับ ลก.1:46. แปลตามตรงคือ สำแดงพระเจ้าเป็นใหญ่.
กจ. 10:47 ก กจ.11:17; 15:8
กจ. 10:47 1ก ผู้เชื่อชาวต่างชาติที่อยู่ในบ้านของโกระเนเลียวได้รับพระวิญญาณบริสุทธิ์ทางด้านแผนการบริหารโดยตรงจากประมุขผู้เสด็จสู่สวรรค์เหมือนกับพวกอัครทูตในสมัยแรกและผู้เชื่อชาวยูดายได้รับในวันเพ็นเทคอส (2:4). ในพันธสัญญาใหม่มีเพียงสองกรณีนี้เท่านั้นที่นับว่าเป็นการรับบัพติศมาในพระวิญญาณบริสุทธิ์ (1:5; 11:15-16). โดยสองขั้นตอนนี้ศีรษะของพระกายก็ให้ผู้เชื่อทั้งหมดของพระองค์ทั้งชาวยูดายและชาวต่างชาติได้รับบัพติศมาเข้าสู่พระกายเดียวของพระองค์โดยได้กระทำครั้งเดียวก็สำเร็จเป็นนิรันดร์ (1กธ.12:13). ดังนั้นการรับบัพติศมาในพระวิญญาณบริสุทธิ์จึง เป็นความจริงที่ได้กระทำสำเร็จแล้วโดยพระคริสต์ผู้เสด็จสู่สวรรค์ซึ่งได้สำเร็จในวันเพ็นเทคอสและในบ้านของโกระเนเลียว. สำหรับกรณีอื่นๆ เช่นผู้เชื่อชาวซะมาเรียในบทที่ 8, เซาโลแห่งเมืองตาระโซในบทที่ 9 และผู้เชื่อชาวเอเฟโซสิบสองคนในบทที่ 19 นั้นล้วนไม่นับเป็นการรับบัพติศมาใน พระวิญญาณบริสุทธิ์ทั้งสิ้นตามการเปิดเผยแห่งพันธสัญญาใหม่. กรณีเหล่านี้เป็นเพียงการที่ผู้เชื่อเหล่านี้มีประสบการณ์ต่อการรับบัพติศมาใน พระวิญญาณบริสุทธิ์ที่กระทำครั้งเดียวก็สำเร็จเป็นนิรันดร์นั้น.
ในหนังสือเล่มนี้มีการบันทึกเกี่ยวกับการที่ผู้เชื่อได้รับพระวิญญาณบริสุทธิ์ในด้านแผนการบริหาร ซึ่งก็คือการที่พระวิญญาณบริสุทธิ์ได้เสด็จลงมาบนตัวผู้เชื่อไว้เพียงห้ากรณีเท่านั้น โดยมีสองกรณีที่มีเพื่อสำเร็จการรับบัพติศมาในพระวิญญาณบริสุทธิ์ คือกรณีที่เกิดขึ้นในวันเพ็นเทคอสและที่เกิดขึ้นในบ้านของโกระเนเลียว. ส่วนอีกสามกรณีคือผู้เชื่อชาวซะมาเรีย เซาโลแห่งเมืองตาระโซ และผู้เชื่อสิบสองคนในเมืองเอเฟโซนั้นนับว่าเป็นกรณีพิเศษซึ่งต้องการอวัยวะบางส่วนในพระกายของพระคริสต์มาวางมือให้พวกเขาได้ประสานสนิทกับพระกาย. นอกจากห้ากรณีนี้แล้วการได้รับความรอดในกรณีอื่นที่เหลืออีกมากมายเช่นคนสามพันคน (2:41) คนห้าพันคน (4:4) ขันทีชาวเอธิโอเปีย (8:36, 38-39ก) ผู้เชื่อมากมายในเมืองอันติโอเกีย (11:20-21, 24) กรณีต่างๆที่อยู่ภายใต้การปฏิบัติแห่งการประกาศของเปาโลในบทที่ 13—14 นางลุเดียชาวเมืองฟิลิปปอย (16:14-15) พัศดีในเมืองฟิลิปปอย (16:33) ผู้เชื่อในเมืองเธซะโลนิเก (17:4) ผู้เชื่อชาวเมืองเบรอยะ (17:10-12) ผู้เชื่อในเมืองเอเธนส์ (17:34) นายธรรมศาลากับผู้ เชื่ออื่นๆ ที่อยู่ในเมืองโกรินโธ (18:8) และผู้เชื่อในเมืองเอเฟโซ (19:18-19) ซึ่งในกรณีเหล่านี้ล้วนไม่ได้กล่าวถึงการที่ผู้เชื่อได้รับพระวิญญาณบริสุทธิ์ทางด้านแผนการบริหารหรือการที่พระวิญญาณเสด็จลงมาบนตัวผู้เชื่อเลยทั้งนี้ก็เป็นเพราะผู้เชื่อทั้งหมดในกรณีเหล่านี้ถูกนำเข้าสู่พระกายของพระคริสต์ภายใต้สภาพการณ์ที่ปกติโดยการเชื่อ และไม่มีสาเหตุพิเศษใดๆที่ต้องการให้อวัยวะในพระกายของพระคริสต์ไปนำเขาเหล่านั้นเข้าสู่การประสานสนิทกับพระกายด้วยการวางมือ. ตามหลักการในแผนการบริหารแห่งพันธสัญญาใหม่ของพระเจ้าแล้ว พวกเขาทุกคนล้วนได้รับพระวิญญาณบริสุทธิ์ทางด้านธาตุแท้เพื่อเป็นชีวิตและทางด้านแผนการบริหารเพื่อเป็นฤทธิ์เดชตามปกติโดยการเชื่อเข้าสู่พระคริสต์.
กจ. 10:47 ข กจ.8:36
กจ. 10:48 1 ดู 8:36 คำอธิบาย 1.
กจ. 10:48 2 เทียบ เข้าสู่พระนาม ใน 8:16.
กจ. 10:48 3 พระนามนั้นชี้ถึงตัวตน (ดู มธ.28:19 คำอธิบาย 5). การได้รับบัพติศมาในพระนามของพระเยซูคริสต์ก็คือการได้รับบัพติศมาเข้าสู่ตัวตนของพระคริสต์ (รม.6:3; ฆต.3:27) และก็คือการรับบัพติศมาเข้าสู่ขอบเขตแห่งตัวตนของพระองค์เช่นกัน (ดู 2:38 คำอธิบาย 3).
สารบัญ