การงานบรรณกิจของห้องสมุดกิตติคุณแห่งประเทศไทย
หากท่านต้องการมีส่วนในการงานบรรณกิจของห้องสมุดกิตติคุณแห่งประเทศไทย
ท่านสามารถมอบถวายทรัพย์โดยโอนเงินเข้าบัญชีของห้องสมุด:
ธนาคารกสิกรไทย สาขาพาราไดซ์ พาร์ค
ชื่อบัญชี: นายปิยะ ตั้งเสรีมั่นคง และ
นางสุมิตรา อดุลประวิตรชัย และ
นางสาวทานาธิบดี ชูมณี
เลขที่บัญชี: 218-3-99941-1

รบกวนส่งสลิปการโอนมาที่ Line ID: @gospelbookroom
1 2 3 4 5 6 7 8 9 10 11 12 13 14 15 16 17 18 19 20 21

โยฮัน บทที่ 5

(4) ความต้องการของผู้อ่อนแอ — การชุบชีพของชีวิต
5:1-47
ก. ความขัดสนของการถือรักษากฎบัญญัติแห่งศาสนา
และความพอเพียงของการประทานชีวิตแห่งพระบุตรของพระเจ้า
ข้อ 1-9
ยฮ. 5:1 ภายหลังเหตุการณ์เหล่านี้ก็มีเทศกาลของพวกยูดาย พระเยซูจึงเสด็จขึ้นไปยังกรุงเยรูซาเล็ม.
ยฮ. 5:2 ที่ริม1กประตูแกะในกรุงเยรูซาเล็มนั้น มีสระอยู่แห่งหนึ่งซึ่งมีชื่อเรียกในภาษาเฮ็บรายว่า 2เบเธ็ศดา มี3ศาลาห้าหลัง[อยู่ริมสระ].
ยฮ. 5:3 1ในศาลาเหล่านั้นมีคนป่วย, คนตาบอด, คนง่อย, คนผอมแห้งนอนอยู่เป็นอันมาก 2เพื่อรอคอยน้ำกระเพื่อม.
ยฮ. 5:4 ด้วยมี1ทูตสวรรค์องค์หนึ่งลงมาในสระ เพื่อ2กวนน้ำเป็นครั้งคราว และเมื่อน้ำกระเพื่อมแล้ว ผู้ใดที่ก้าวลงไปในน้ำก่อนก็จะ3หายเป็นปกติจากโรคใดๆ ที่เขาเป็นอยู่นั้น.
ยฮ. 5:5 ที่นั่นมี1ชายคนหนึ่งป่วยมาสามสิบแปดปีแล้ว.
ยฮ. 5:6 เมื่อพระเยซูทอดพระเนตรเห็นคนนั้นนอนอยู่ และทรงทราบว่า เขาป่วยอยู่อย่างนั้นนานแล้ว 1พระองค์จึงตรัสถามเขาว่า "เจ้าปรารถนาจะหายเป็นปกติหรือ?"
ยฮ. 5:7 คนป่วยนั้นจึงทูลตอบพระองค์ว่า "1ท่านเจ้าข้า เมื่อน้ำกำลังกระเพื่อมอยู่นั้น2ไม่มีผู้ใดที่จะเอาตัวข้าพเจ้าลงไปในสระ และเมื่อข้าพเจ้ากำลังไป คนอื่นก็ลงไปก่อนแล้ว."
ยฮ. 5:8 พระเยซูตรัสแก่เขาว่า "กจงลุกขึ้นยก1ที่นอนของเจ้าเดินไปเถิด."
ยฮ. 5:9 ในทันใดนั้น คนนั้นก็1หายเป็นปกติ จึง2ยกที่นอนของตนเดินไป. วันนั้นเป็นกวันซะบาโต
ข. ศาสนาเป็นปฏิปักษ์ต่อชีวิต
ข้อ 10-16
ยฮ. 5:10 ดังนั้นพวกยูดายจึงพูดแก่คนที่ได้รับการรักษานั้นว่า "วันนี้เป็นกวันซะบาโต1ขการที่เจ้ายกที่นอนไปนั้นก็เป็นเรื่องที่ผิดกฎบัญญัติ."
ยฮ. 5:11 คนนั้นจึงตอบพวกเขาว่า "ท่านที่ได้กระทำให้ข้าพเจ้าหายเป็นปกตินั้นได้กล่าวแก่ข้าพเจ้าว่า 'จงยกที่นอนของเจ้าเดินไปเถิด.' "
ยฮ. 5:12 พวกเขาจึงถามคนนั้นว่า "คนที่กล่าวแก่เจ้าว่า 'จงยกที่นอนของเจ้าเดินไปนั้น' คือผู้ใด?"
ยฮ. 5:13 แต่คนที่ได้รับการรักษานั้นไม่รู้ว่าเป็นผู้ใด เพราะพระเยซูเสด็จหลบไปแล้วและที่นั่นมีคนเป็นอันมาก.
ยฮ. 5:14 ภายหลังเหตุการณ์นั้น พระเยซูได้ทรงพบคนนั้นในพระวิหารและตรัสแก่เขาว่า "ดูเถิด เจ้าหายเป็นปกติแล้ว 1กอย่าทำบาปอีก มิฉะนั้นเหตุร้ายกว่านั้นจะเกิดแก่เจ้า."
ยฮ. 5:15 ชายคนนั้นจึงไปบอกกับพวกยูดายว่า ผู้ที่ได้กระทำให้ตัวเขาหายเป็นปกตินั้นคือพระเยซู.
ยฮ. 5:16 เหตุฉะนั้นพวกยูดายจึงข่มเหงพระเยซู 1และกหาทางฆ่าพระองค์เสีย เพราะพระองค์ทรงกระทำการนั้นในวันซะบาโต.
ค. พระบุตรทรงเสมอภาคกับพระบิดา
ในการประทานชีวิตและการดำเนินการพิพากษา
ข้อ 17-30
ยฮ. 5:17 พระเยซูจึงตรัสแก่พวกยูดายว่า "พระบิดาของเรา1ยังทรงกระทำการอยู่จนถึงบัดนี้ และเราก็กระทำด้วย."
ยฮ. 5:18 เหตุฉะนั้นพวกยูดายยิ่ง1พยายามหาทางที่จะกฆ่าพระองค์เสีย เพราะพระองค์ไม่เพียงละเมิดวันซะบาโตเท่านั้น แต่ยังได้เรียกพระเจ้าว่าเป็นพระบิดาของพระองค์ด้วย ซึ่งเป็นการกระทำตน2เสมอกับขพระเจ้า.
ยฮ. 5:19 พระเยซูจึงตรัสตอบเขาว่า "เราบอกท่านทั้งหลายจริงๆ ว่า กพระบุตรไม่อาจกระทำสิ่งใดที่มาจากพระองค์เอง นอกจากสิ่งซึ่งพระองค์ได้เห็นพระบิดาทรงกระทำเพราะสิ่งใดที่1พระบิดาทรงกระทำ สิ่งเหล่านี้พระบุตรจึงทรงกระทำตามด้วย.
ยฮ. 5:20 เพราะว่ากพระบิดาทรงรักพระบุตร และทรงสำแดงให้พระบุตรเห็นทุกสิ่งที่พระองค์ทรงกระทำ และพระองค์ยังจะทรงสำแดงให้พระบุตรเห็นขการที่ยิ่งใหญ่กว่านั้นอีก จึงจะทำให้ท่านทั้งหลายประหลาดใจ.
ยฮ. 5:21 เพราะพระบิดาทรงกทำให้คนที่ตายแล้วฟื้นขึ้นมาและประทานชีวิตให้เขาฉันใด พระบุตรก็สามารถประทานชีวิตให้แก่ผู้ที่พระองค์ทรงประสงค์เช่นเดียวกันฉันนั้น.
ยฮ. 5:22 เพราะว่าพระบิดาก็มิได้ทรงพิพากษาผู้ใด แต่พระองค์ได้ทรงมอบกการพิพากษาทั้งสิ้นไว้แก่พระบุตร
ยฮ. 5:23 เพื่อจะให้คนทั้งปวงนับถือพระบุตร เหมือนกับที่ได้นับถือพระบิดา. ผู้ที่มิได้นับถือพระบุตร ก็มิได้นับถือพระบิดาผู้ทรงใช้พระบุตรมา.
ยฮ. 5:24 เราบอกท่านทั้งหลายจริงๆ ว่า ผู้ที่ฟังคำของเราและกเชื่อพระองค์ที่ทรงใช้เรามา ก็มี1ชีวิตนิรันดร์ และมิได้เข้าใน2การพิพากษา แต่ได้ขผ่านพ้น3ความตายเข้าสู่ชีวิตแล้ว.
ยฮ. 5:25 เราบอกท่านทั้งหลายจริงๆ ว่า เวลานั้นจะมาถึง และบัดนี้ก็ถึงแล้ว คือเมื่อ1กผู้ที่ตายแล้วจะได้ยินพระสุรเสียงแห่งพระบุตรของพระเจ้า และผู้ที่ได้ยินนั้นจะ1มีชีวิต.
ยฮ. 5:26 เพราะว่าพระบิดาทรงมีชีวิตในพระองค์เองฉันใด พระองค์ก็ได้ทรงประทานให้พระบุตรมีกชีวิตในพระองค์เองฉันนั้น
ยฮ. 5:27 และได้ทรงประทานให้พระบุตรมีอำนาจที่จะดำเนินการในการกพิพากษาด้วย เพราะพระองค์ทรงเป็น1บุตรมนุษย์.
ยฮ. 5:28 ท่านทั้งหลายอย่าประหลาดใจในข้อนี้เลย เพราะเวลานั้นจะมาถึง คือเมื่อ1คนทั้งหลายที่อยู่ในอุโมงค์ฝังศพจะได้ยินกพระสุรเสียงของพระองค์ และก็จะออกมา
ยฮ. 5:29 กผู้ที่ได้ประพฤติดีจะไปสู่1ขการเป็นขึ้นแห่งชีวิต แต่ผู้ที่ได้2ประพฤติชั่วจะไปสู่3คการเป็นขึ้นแห่ง4การพิพากษา.
ยฮ. 5:30 กเราไม่อาจกระทำสิ่งใดที่มาจากเราเอง เราได้ยินอย่างไรเราจึงพิพากษาอย่างนั้น และขการพิพากษาของเรานั้นก็ยุติธรรม เพราะว่าเรามิได้เสาะหาความประสงค์ของเราเอง แต่เสาะหาคพระประสงค์ของพระองค์ผู้ทรงใช้เรามา.
ง. พยานสี่ชั้นของพระบุตร
ข้อ 31-47
ยฮ. 5:31 หากกเราเป็นพยานถึงตัวเราเอง คำพยานของเราก็ไม่จริง.
(ก) คำพยานของโยฮันผู้ให้บัพติศมา
ข้อ 32-35
ยฮ. 5:32 มีอีกผู้หนึ่งที่เป็นพยานถึงเรา และเรารู้ว่าคำพยานซึ่งเขาผู้นั้นได้เป็นพยานถึงเราก็เป็นความจริง.
ยฮ. 5:33 ท่านทั้งหลายได้ใช้[คน]ไปหาโยฮัน และกโยฮันก็ได้เป็นพยานถึง1หลักความจริง.
ยฮ. 5:34 ที่จริงเรามิได้รับคำพยานจากมนุษย์ แต่ที่เรากล่าวสิ่งเหล่านี้ก็เพื่อท่านทั้งหลายจะได้รับความรอด.
ยฮ. 5:35 โยฮันนั้นเป็นตะเกียงที่ลุกโชนและสว่างไสว ท่านทั้งหลายก็พอใจที่จะโลดเต้นยินดีในความสว่างของโยฮันชั่วขณะหนึ่ง.
(ข) คำพยานแห่งการงานของพระบุตร
ข้อ 36
ยฮ. 5:36 แต่เรามีพยานที่ยิ่งใหญ่กว่าคำพยานของโยฮันอีก เพราะว่ากการงานซึ่งพระบิดาทรงมอบให้เราทำให้สำเร็จ ก็คือการงานที่เรากำลังกระทำอยู่ซึ่งได้เป็นพยานถึงเราว่า พระบิดาได้1ขทรงใช้เรามา.
(ค) คำพยานของพระบิดา
ข้อ 37-38
ยฮ. 5:37 กพระบิดาผู้ทรงใช้เรามา1เป็นพยานถึงเรา. ท่านทั้งหลายไม่เคยได้ยินพระสุรเสียงของพระองค์ และไม่เคยได้เห็นรูปร่างของพระองค์
ยฮ. 5:38 และท่านทั้งหลายไม่มีพระคำของพระองค์อาศัยอยู่ในตัวท่าน เพราะว่าท่านทั้งหลายมิได้เชื่อพระองค์ที่พระบิดาทรงใช้มานั้น.
(ง) คำพยานของพระคัมภีร์
ข้อ 39-47
ยฮ. 5:39 ท่านทั้งหลายได้1ค้นดูในพระคัมภีร์ เพราะว่าท่านคิดว่า ในนั้นมีชีวิตนิรันดร์แต่พระคัมภีร์นั้นเป็นพยานถึงเรา.
ยฮ. 5:40 ท่านทั้งหลายกลับไม่ยอม1มาหาเรา เพื่อจะได้ชีวิต.
ยฮ. 5:41 เราไม่รับสง่าราศีที่มาจากมนุษย์.
ยฮ. 5:42 แต่เรารู้จักท่านทั้งหลายว่า ท่านไม่มีความรักของพระเจ้าอยู่ในตัวท่านเลย.
ยฮ. 5:43 เราได้มา1กในพระนามพระบิดาของเรา และท่านทั้งหลายมิได้รับเรา ถ้าผู้อื่นมาในนามของเขาเอง ท่านทั้งหลายก็จะรับผู้นั้น.
ยฮ. 5:44 ท่านทั้งหลายที่รับสง่าราศีจากกันและกัน และมิได้แสวงหาสง่าราศีซึ่งมาจากพระเจ้าองค์เดียวนั้น จะเชื่อ[เรา]ได้อย่างไร?
ยฮ. 5:45 อย่าคิดว่าเราจะฟ้องท่านทั้งหลายต่อพระบิดา มีผู้ฟ้องท่านแล้วคือโมเซ ซึ่งท่านทั้งหลายหวังใจอยู่นั้น.
ยฮ. 5:46 เพราะหากท่านทั้งหลายเชื่อโมเซ ท่านทั้งหลายก็คงจะเชื่อเรา เพราะกโมเซได้เขียนเรื่องราวเกี่ยวกับเรา.
ยฮ. 5:47 แต่กหากท่านทั้งหลายไม่เชื่อสิ่งที่โมเซเขียนไว้แล้ว ท่านจะเชื่อถ้อยคำของเราได้อย่างไร?"

คำอธิบาย โยฮัน บทที่ 5

ยฮ. 5:2 ก นฮย.3:1
ยฮ. 5:2 1ก ศาสนาที่ให้ผู้คนถือรักษากฎบัญญัติก็คือคอกแกะ ประตูแกะเป็นเครื่องหมายเล็งถึงประตูของคอกแกะแห่งศาสนานี้เอง (10:1).
ยฮ. 5:2 2 เบเธ็ศดา หมายถึง บ้านแห่งความเมตตาเป็นเครื่องหมายเล็งว่า ผู้ถือรักษากฎบัญญัติเหล่านั้นต้องการพระเมตตาของพระเจ้า เพราะว่าเขาเหล่านั้นไร้สมรรถภาพ, อ่อนแอ, และน่าเวทนาดังที่ได้บรรยายใน รม.7:7-24.
ยฮ. 5:2 3 ศาลาเป็นเครื่องหมายเล็งถึงที่กำบังของศาสนาแห่งการถือรักษากฎบัญญัติ ก็เหมือนกับคอกแกะของศาสนานั่นเอง. หมายเลขห้าเป็นเครื่องหมายเล็งถึงความรับผิดชอบ.
ยฮ. 5:3 1 นี่เป็นเครื่องหมายเล็งว่า ภายใต้การกำบังของการถือรักษากฎบัญญัติ คือในคอกแกะของศาสนานั้นมีคนมากมายที่ตาบอดไม่สามารถมองเห็นได้, มีคนมากมายที่เป็นง่อยไม่สามารถเดินได้, และมีคนอีกมากมายที่ผอมแห้งขาดการหล่อเลี้ยงของชีวิต.
ยฮ. 5:3 2 สำเนาต้นฉบับบางเล่มไม่มีข้อ 3 และ 4.
ยฮ. 5:4 1 ทูตสวรรค์ในที่นี้เป็นเครื่องหมายเล็งถึงผู้ที่เป็นสื่อกลางในการประทานกฎบัญญัติ. กฎบัญญัติเหล่านี้ไม่สามารถประทานชีวิตให้แก่มนุษย์ได้ (ฆต.3:19, 21).
ยฮ. 5:4 2 การกวนน้ำในสระ เพื่อกระทำให้หายโรคนั้น เป็นเครื่องหมายเล็งถึงความคิดที่พยายามทำให้มนุษย์ครบสมบูรณ์ไร้ที่ติโดยการถือรักษากฎบัญญัติ.
ยฮ. 5:4 3 หรือ ฟื้นสภาพ, มีสุขภาพดี. ข้อ 6 ก็เช่นเดียวกัน.
ยฮ. 5:5 1 สำหรับคนที่เจ็บป่วยและอ่อนแอแล้ว แม้จะอยู่ในเทศกาลแห่งความสุข (ข้อ 1) แต่ก็ไม่มีความสุข และแม้จะอยู่ในวันซะบาโต (ข้อ 10) แต่ก็ไม่มีการพักสงบ.
ยฮ. 5:6 1 การอัศจรรย์นี้เป็นเครื่องหมายว่า เมื่อภาคปฏิบัติในการถือรักษากฎบัญญัติของศาสนายูดายเป็นสิ่งที่ไม่สามารถทำได้ เพราะความอ่อนแอของมนุษย์นั้น (รม.8:3) พระบุตรของพระเจ้าก็ได้เสด็จมาชุบคนตายให้กลับมีชีวิต (ข้อ 25). กฎบัญญัติไม่สามารถให้ชีวิตแก่มนุษย์ได้ (ฆต.3:21) แต่พระบุตรของพระเจ้าได้ทรงประทานชีวิตให้แก่คนตาย (ข้อ 21). "เมื่อเราทั้งหลายยังอ่อน กำลังอยู่นั้น" (รม.5:6) พระองค์ก็เสด็จมาชุบชีวิตของเรา.
ยฮ. 5:7 1 หรือ องค์พระผู้เป็นเจ้า.
ยฮ. 5:7 2 ศาสนาที่ให้มนุษย์ถือรักษากฎบัญญัตินั้นถึงแม้จะมีวิธีการรักษาโรค แต่ก็ไม่เป็นประโยชน์อะไรต่อผู้ที่อ่อนแอและไร้สมรรถภาพ เพราะเขาไม่มีกำลังที่จะปฏิบัติตามข้อเรียกร้องแห่งกฎบัญญัติได้. การถือรักษากฎบัญญัติของศาสนานั้นต้องพึ่งความพยายาม, การประพฤติ, และการตกแต่งของมนุษย์. แต่ในเมื่อมนุษย์อ่อนแอ การถือรักษากฎบัญญัติแห่งศาสนาจึงกลายเป็นสิ่งที่ใช้การอะไรไม่ได้. ในศาสนามีสิ่งที่ดีอยู่มากมายเช่นเมืองบริสุทธิ์, พระวิหารอันบริสุทธิ์, เทศกาล, วันซะบาโต, ทูตสวรรค์, โมเซ, และพระคัมภีร์ แต่สิ่งดีเหล่านี้ไม่อาจช่วยเหลือมนุษย์ที่อ่อนแอและไร้สมรรถภาพได้แม้แต่น้อย. ในสายพระเนตรขององค์พระผู้เป็นเจ้าเขาเป็นคนตาย (ข้อ 25) ซึ่งไม่เพียงต้องรับการรักษาเท่านั้น แต่ยังต้องถูกชุบให้มีชีวิตอีกด้วย. องค์พระผู้เป็นเจ้าทรงทำให้ มนุษย์กลับมีชีวิตขึ้นมาโดยปราศจากข้อเรียกร้องใดๆ. เมื่อมนุษย์ที่อ่อนแอได้ยินพระสุรเสียงขององค์พระผู้เป็นเจ้าก็ถูกชุบให้มีชีวิตขึ้นมาทันที (ข้อ 25).
ยฮ. 5:8 ก มธ.9:6; มก.2:11; ลก.5:24
ยฮ. 5:8 1 หมายถึงฟูกหรือเบาะรอง. ข้อ 9, 10, 11, 12 ก็เช่นเดียวกัน.
ยฮ. 5:9 1 นี่คือการผ่านพ้นความตายเข้าสู่ชีวิต และมีชีวิตเป็นอยู่ตามข้อ 24-25. นี่ก็คือการเปลี่ยนความตายให้เป็นชีวิตตามหลักการที่ได้ตั้งไว้ในบทที่ 2 นั่นเอง.
ยฮ. 5:9 2 เมื่อก่อนที่นอนนี้เคยรองรับมนุษย์ที่อ่อนแอไร้สมรรถภาพไว้ บัดนี้มนุษย์ที่ถูกชุบให้กลับมีชีวิตได้ยกที่นอนไป.
ยฮ. 5:9 ก ยฮ.9:14
ยฮ. 5:10 ก มก.2:27
ยฮ. 5:10 ข นฮย.13:19; ยรม.17:21; ยฮ.9:16
ยฮ. 5:10 1ข การที่ชีวิตได้ชุบชีพของมนุษย์นั้นได้ละเมิดพิธีการทางศาสนา. เมื่อศาสนาถูกละเมิดโดยชีวิต จึงได้ตั้งต้นเป็นปฏิปักษ์กับชีวิตตั้งแต่นั้นเป็นต้นมา (ข้อ 16, 18).
วันซะบาโตนั้นตั้งไว้สำหรับมนุษย์ (มก.2:27) จึงควรจะเป็นการพักสงบของมนุษย์. การถือรักษากฎบัญญัติแห่งศาสนาไม่สามารถนำการพักสงบมาสู่ชายที่ป่วยมาสามสิบแปดปีนั้นเลย แต่การชุบให้เป็นขึ้นของชีวิตนั้นสามารถทำได้ แต่ผู้ที่เคร่งในศาสนาเหล่านั้นกลับสนใจแต่การถือรักษาพิธีการของวันซะบาโตเท่านั้น ไม่ห่วงใยถึงการพักสงบของผู้ป่วยเลย.
ยฮ. 5:14 ก ยฮ.8:11
ยฮ. 5:14 1ก สิ่งนี้ได้ระบุว่า โรคที่ชายคนนั้นเป็นมาแต่ก่อนนั้นก็สืบเนื่องมาจากความบาปของเขา.
ยฮ. 5:16 1 สำเนาต้นฉบับบางเล่มไม่มีข้อความที่ว่า "และหาทางฆ่าพระองค์เสีย."
ยฮ. 5:16 ก ยฮ.5:18; 7:1
ยฮ. 5:17 1 การงานแห่งการเนรมิตสร้างของพระเจ้าได้สำเร็จไปแล้ว (ยนซ.2:1-3) แต่พระบิดากับพระบุตรยังคงทำงานเพื่อการช่วยไถ่และการก่อสร้างอยู่อย่างต่อเนื่อง.
ยฮ. 5:18 1 ในด้านหนึ่งผู้ที่เคร่งศาสนาเหล่านั้นถือรักษาวันซะบาโต แต่ในอีกด้านหนึ่งก็พยายามหาทางจะฆ่าพระเยซู. แล้วพวกเขาจะพักสงบได้อย่างไร? เพราะทัศนะแห่งศาสนาของพวกเขาจึงทำให้คิดไปว่าการที่เขาฆ่าคนที่ไม่ถือรักษาพิธีการแห่งศาสนาของเขานั้นเป็นการปรนนิบัติพระเจ้า (16:2). นี่คือการที่ซาตานได้วางยาพิษแก่ผู้คนโดยใช้ศาสนาทำให้ผู้คนเข่นฆ่ากัน เหมือนกับที่มันได้วางยาพิษแก่ผู้คนด้วยความบาปนั่นเอง.
ยฮ. 5:18 ก ยฮ.16:2
ยฮ. 5:18 2 แท้จริงแล้ว พระบุตรกับพระบิดาทรงเป็นหนึ่ง (10:30).
ยฮ. 5:18 ข ฟป.2:6; ยฮ.10:30, 33; 19:7; 1:1; 20:28; 1ยฮ.5:20; รม.9:5
ยฮ. 5:19 ก ยฮ.5:30; 8:28
ยฮ. 5:19 1 แปลตามตรงคือ พระองค์ผู้นั้น.
ยฮ. 5:20 ก ยฮ.3:35
ยฮ. 5:20 ข ยฮ.14:12
ยฮ. 5:21 ก รม.4:17; 8:11
ยฮ. 5:22 ก ยฮ.5:27; กจ.10:42; 17:31; รม.2:16; 2ตธ.4:1
ยฮ. 5:24 ก ยฮ.12:44
ยฮ. 5:24 1 ดู 3:15 คำอธิบาย 1.
ยฮ. 5:24 2 หรือ การปรับโทษ.
ยฮ. 5:24 ข 1ยฮ.3:14
ยฮ. 5:24 3 ต้นกำเนิดของความตายคือ ต้นไม้แห่งความรู้ ส่วนต้นกำเนิดของชีวิตคือต้นไม้แห่งชีวิต (เทียบ ยนซ.2:9, 17). ดังนั้นการผ่านพ้นความตายเข้าสู่ชีวิตนั้นเป็นการเปลี่ยนต้นกำเนิดของการดำเนินชีวิตนั่นเอง.
ยฮ. 5:25 ก อฟ.2:1, 5; กซ.2:13
ยฮ. 5:25 1ก มิได้หมายถึงผู้ที่ตายทางกายภาพ แต่หมายถึงผู้ที่ตายทางวิญญาณ ซึ่งสอดคล้องกับ อฟ.2:1, 5 และ กซ.2:13. ฉะนั้นคำว่า "มีชีวิต" ในข้อนี้ก็ต้องหมายถึงการมีชีวิตเป็นขึ้นมาในวิญญาณ ไม่ใช่การเป็นขึ้นของร่างกายแห่งเนื้อหนังที่ได้กล่าวไว้ในข้อ 28-29.
ยฮ. 5:26 ก ยฮ.1:4
ยฮ. 5:27 ก ยฮ.5:22; กจ.10:42; 17:31; รม.2:16; 2ตธ.4:1
ยฮ. 5:27 1 องค์พระผู้เป็นเจ้าทรงเป็นพระบุตรของพระเจ้า (ข้อ 25) ดังนั้นพระองค์จึงทรงประทานชีวิตให้มนุษย์ได้ (ข้อ 21). พระองค์ก็ทรงเป็นบุตรมนุษย์ด้วย ดังนั้นจึงทรงปฏิบัติการพิพากษาได้.
ยฮ. 5:28 1 มีนัยถึงผู้ที่ร่างกายได้ตายและถูกฝังอยู่ในอุโมงค์ฝังศพ. ดังนั้นการที่พวกเขาออกมาจากอุโมงค์ฝังศพในข้อ 29 ก็คือการเป็นขึ้นของร่างกายนั่นเอง.
ยฮ. 5:28 ก เทียบ 1กธ.15:52
ยฮ. 5:29 ก ดนอ.12:2; กจ.24:15
ยฮ. 5:29 ข วว.20:4, 6; 1กธ.15:23, 52; 1ธซ.4:16
ยฮ. 5:29 1ข นี่คือการเป็นขึ้นของผู้เชื่อ ที่ได้รับความรอดซึ่งจะเกิดขึ้นก่อนอาณาจักรพันปี (วว.20:4, 6; 1กธ.15:23, 52; 1ธซ.4:16). เมื่อพระเยซูเสด็จกลับมา ผู้เชื่อที่ตายแล้วจะเป็นขึ้นมารับสุขชีวิตนิรันดร์. ดังนั้นการเป็นขึ้นนี้จึงเรียกว่าการเป็นขึ้นแห่งชีวิต.
ยฮ. 5:29 2 ดู 3:20 คำอธิบาย 1.
ยฮ. 5:29 ค วว.20:5, 11-15
ยฮ. 5:29 3ค นี่คือการเป็นขึ้นของผู้ที่ไม่เชื่อที่ต้องพินาศซึ่งจะเกิดขึ้นภายหลังอาณาจักรพันปี (วว.20:5, 12). บรรดาผู้ที่ไม่เชื่อซึ่งตายไปแล้วทั้งหมดจะต้องเป็นขึ้นมาภายหลังหนึ่งพันปีนี้ เพื่อจะรับการพิพากษาที่หน้าพระที่นั่งใหญ่สีขาว (วว.20:11-15). ดังนั้นการเป็นขึ้นนี้จึงเรียกว่าการเป็นขึ้นแห่งการพิพากษา.
ในข้อ 24-26 ของบทนี้ได้กล่าวถึงการชุบวิญญาณให้มีชีวิต. ส่วนข้อ 28-29 นั้นกล่าวถึงการเป็นขึ้นของทั่วทั้งตัว (รวมทั้งร่างกาย).
ยฮ. 5:29 4 หรือ การปรับโทษ.
ยฮ. 5:30 ก ยฮ.5:19
ยฮ. 5:30 ข ยฮ.8:16
ยฮ. 5:30 ค ยฮ.4:34; 6:38
ยฮ. 5:31 ก ยฮ.8:14
ยฮ. 5:33 ก ยฮ.1:7
ยฮ. 5:33 1 ในภาษากรีก เป็นคำเดียวกันกับคำว่า "ความเที่ยงแท้" ใน 1:14, 17. ข้อที่แล้วกล่าวว่า "โยฮันได้เป็นพยานถึงพระคริสต์" ส่วนข้อนี้กล่าวว่า "โยฮันก็ได้เป็นพยานถึงหลักความจริง." นี่เป็นข้อพิสูจน์ว่าหลักความจริงในที่นี้ก็คือพระคริสต์ (14:6). ถ้าพิจารณาตามการเปิดเผยทั้งหมดในกิตติคุณเล่มนี้แล้ว หลักความจริงในที่นี้คือความเที่ยงแท้อันศักดิ์สิทธิ์ที่ได้ปรากฏเป็นรูปธรรม, ได้เปิดเผย, และได้สำแดงอยู่ในพระคริสต์ผู้เป็นพระบุตรของพระเจ้านั่นเอง. ดู 1ยฮ.1:6 คำอธิบาย 6
ยฮ. 5:36 ก ยฮ.10:25, 38; 14:11; 15:24
ยฮ. 5:36 ข ยฮ.3:17
ยฮ. 5:36 1ข ดู 1:6 คำอธิบาย 1. ข้อ 38 ก็เช่นกัน.
ยฮ. 5:37 ก ยฮ.8:18
ยฮ. 5:37 1 บ่งชี้ถึงคำพยานของพระบิดาที่เป็นพยานถึงองค์พระผู้เป็นเจ้าในขณะที่พระองค์ทรงรับบัพติศมา (มธ.3:17). ในเวลานั้นชาวยูดายจึงได้ยินพระสุรเสียงของพระบิดาและได้เห็นรูปร่างของพระวิญญาณบริสุทธิ์ (ลก.3:22) ถึงแม้ว่าก่อนหน้านั้น เขาทั้งหลายไม่เคยได้ยินพระสุรเสียงของพระองค์และไม่เคยได้เห็นรูปร่างของพระองค์เลย.
ยฮ. 5:39 1 วลีที่ว่า "ค้นดูในพระคัมภีร์" อาจแยกกันกับวลีที่ว่า "มาหาเรา" (ข้อ 40). นักศาสนาชาวยูดายค้นดูในพระคัมภีร์ แต่ไม่ยอมมาหาพระองค์. ทั้งสองอย่างควรจะดำเนินไปด้วยกัน ในเมื่อพระคัมภีร์เป็นพยานถึงองค์พระผู้เป็นเจ้า จึงไม่ควรที่จะแยกจากองค์พระผู้เป็นเจ้า. เราทั้งหลายอาจติดต่อกับพระคัมภีร์ แต่ไม่ได้ติดต่อกับองค์พระผู้เป็นเจ้าก็เป็นได้. มีเพียงองค์พระผู้เป็นเจ้าเท่านั้นที่สามารถประทานชีวิตให้มนุษย์ได้.
ยฮ. 5:40 1 ดูข้อ 39 คำอธิบาย 1.
ยฮ. 5:43 ก ยฮ.10:25
ยฮ. 5:43 1ก การที่พระบุตรอยู่ในพระนามของพระบิดาก็เท่ากับการที่พระบุตรทรงเป็นพระบิดา ฉะนั้นพระองค์จึงถูกเรียกว่า "พระบิดา" (ยซย.9:6). สิ่งนี้พิสูจน์ว่า พระบุตรกับพระบิดาทรงเป็นหนึ่ง (10:30). ดู 14:26 คำอธิบาย 2.
ยฮ. 5:46 ก พบญ.18:15, 18-19; ลก.24:27
ยฮ. 5:47 ก ลก.16:29, 31
สารบัญ