โยฮัน บทที่ 4
(2) ความต้องการของผู้ไร้ศีลธรรม — ความอิ่มหนำของชีวิต
4:1-42
4:1-42
ก. องค์พระผู้ช่วยที่กระหายกับคนบาปที่กระหาย
ข้อ 1-8
ข้อ 1-8
ยฮ.
4:1 เมื่อองค์พระผู้เป็นเจ้าทรงทราบว่า พวกฟาริซายได้ยินว่า พระองค์ทรงรับผู้คนเป็นสาวกและทรงกให้บัพติศมามากกว่าโยฮัน
ยฮ.
4:2 (ความจริงแล้วพระเยซูไม่ได้ทรงให้บัพติศมาเอง แต่พวกสาวกของพระองค์เป็นผู้ให้)
ยฮ.
4:3 พระองค์จึงได้เสด็จจากกมณฑลยูดายและไปยังมณฑลฆาลิลายขอีก.
ยฮ.
4:4 พระองค์จำต้องเสด็จผ่านมณฑลซะมาเรีย.
ยฮ.
4:5 เหตุฉะนั้นพระองค์จึงเสด็จมาถึงเมืองหนึ่งชื่อซูคารในมณฑลซะมาเรีย กใกล้ที่ดินซึ่งยาโคบได้ให้แก่โยเซฟบุตรของตน
ยฮ.
4:6 1บ่อน้ำของยาโคบก็อยู่ที่นั่น. พระเยซูเดินทางมาจนเหน็ดเหนื่อยจึงทรงนั่งลงที่ข้าง1บ่อนั้น ขณะนั้นเป็นเวลาประมาณ2หกนาฬิกาหลังเที่ยง.
ยฮ.
4:7 มีผู้หญิงชาวซะมาเรียคนหนึ่งมาตักน้ำ. พระเยซูตรัสแก่เธอว่า "ขอ[น้ำ]ให้เราดื่มบ้าง."
ยฮ.
4:8 เพราะว่าพวกสาวกของพระองค์ได้เข้าไปซื้ออาหารในเมือง.
ข. ความอนิจจังว่างเปล่าของประเพณีแห่งศาสนา
กับความบริบูรณ์ของน้ำที่มีชีวิต
ข้อ 9-14
กับความบริบูรณ์ของน้ำที่มีชีวิต
ข้อ 9-14
ยฮ.
4:9 หญิงชาวซะมาเรียนั้นจึงทูลพระองค์ว่า "ไฉนท่านผู้เป็นชาวยูดายจึงขอ[น้ำ]ดื่มจากดิฉันผู้เป็นหญิงชาวซะมาเรีย?" (กเพราะว่าพวกยูดายไม่เคยคบกับ1พวกซะมาเรียเลย.)
ยฮ.
4:10 พระเยซูตรัสตอบเธอว่า "ถ้าเจ้าได้รู้จักกของประทานแห่งพระเจ้า และได้รู้ว่าผู้ที่กล่าวแก่เจ้าว่า 'ขอ[น้ำ]ให้เราดื่มบ้างคือผู้ใด' เจ้าก็จะได้ขอจากท่านผู้นั้น และท่านผู้นั้นก็จะให้ขน้ำที่มีชีวิตแก่เจ้า."
ยฮ.
4:11 ผู้หญิงนั้นทูลพระองค์ว่า "ท่านเจ้าคะ ท่านไม่มีถังตักและบ่อนี้ก็ลึก แล้วท่านจะได้น้ำที่มีชีวิตนั้นมาจากไหน?
ยฮ.
4:12 ท่านเป็นใหญ่กว่ายาโคบบิดาของเรา ผู้ได้ให้บ่อนี้แก่เราหรือ? ยาโคบเองก็ได้ดื่มจากบ่อนี้ รวมทั้งบุตรหลานและฝูงสัตว์ของท่านด้วย."
ยฮ.
4:13 พระเยซูตรัสตอบเธอว่า "ทุกคนที่1ดื่มน้ำนี้จะกระหายอีก
ยฮ.
4:14 แต่ผู้ใดจะกดื่มน้ำซึ่งเราจะให้นั้นจะขไม่กระหายเป็นนิรันดร์ แต่น้ำซึ่งเราจะให้เขาจะกลายเป็นแหล่งกำเนิดแห่งน้ำพุในตัวเขาพลุ่งขึ้นจนเข้าสู่1คชีวิตนิรันดร์."
ค. หนทางที่จะได้น้ำที่มีชีวิต
ข้อ 15-26
ข้อ 15-26
(ก) สารภาพบาป
ข้อ 15-18
ข้อ 15-18
ยฮ.
4:15 ผู้หญิงนั้นจึงทูลพระองค์ว่า "ท่านเจ้าคะ ขอน้ำนั้นกให้ดิฉันเถิด เพื่อดิฉันจะไม่กระหายอีก และจะได้ไม่ต้องมาตักที่นี่."
ยฮ.
4:16 พระองค์ตรัสแก่เธอว่า "ไป1เรียกสามีของเจ้ามานี่เถิด."
ยฮ.
4:17 ผู้หญิงนั้นทูลตอบว่า "ดิฉันไม่มีสามี." พระเยซูตรัสแก่เธอว่า "เจ้าพูดถูกแล้วว่าไม่มีสามี
ยฮ.
4:18 เพราะว่าเจ้าเคยมี1สามีมาห้าคนแล้ว และคนที่เจ้ามีอยู่เดี๋ยวนี้ก็ไม่ใช่สามีของเจ้า เรื่องนี้เจ้าพูดจริง."
(ข) ติดต่อกับพระเจ้าผู้ทรงเป็นพระวิญญาณ
ในวิญญาณของมนุษย์และในความสัตย์จริง
ข้อ 19-24
ในวิญญาณของมนุษย์และในความสัตย์จริง
ข้อ 19-24
ยฮ.
4:19 ผู้หญิงนั้นทูลพระองค์ว่า "ท่านเจ้าคะ ดิฉันเห็นแล้วว่า ท่านเป็นผู้เผยพระวจนะ.
ยฮ.
4:20 1กบรรพบุรุษของพวกเรานมัสการขที่ภูเขานี้ แต่พวกท่านว่า สถานที่นมัสการนั้น อยู่ที่กรุงคเยรูซาเล็ม."
ยฮ.
4:21 พระเยซูจึงตรัสแก่เธอว่า "หญิงเอ๋ย เชื่อเราเถิด กเวลานั้นใกล้จะมาถึง คือเมื่อพวกเจ้าจะมิได้นมัสการพระบิดาที่ภูเขานี้หรือที่กรุงเยรูซาเล็ม.
ยฮ.
4:22 กซึ่งพวกเจ้านมัสการนั้น พวกเจ้าไม่รู้จัก แต่ซึ่งพวกเรานมัสการนั้น พวกเรารู้จักเหตุว่าความรอดนั้นมาจากพวกยูดาย.
ยฮ.
4:23 แต่กเวลานั้นใกล้เข้ามาแล้ว และบัดนี้ก็ถึงแล้ว คือเมื่อผู้นมัสการที่แท้จริงจะนมัสการพระบิดาขในวิญญาณและความสัตย์จริง เพราะว่าพระบิดาทรงเสาะหาคนเช่นนั้นมานมัสการพระองค์.
ยฮ.
4:24 1พระเจ้าทรงเป็น2พระวิญญาณ และผู้ที่3นมัสการพระองค์ต้องนมัสการกใน4วิญญาณและ5ความสัตย์จริง."
(ค) เชื่อว่าพระเยซูเป็นพระคริสต์
ข้อ 25-26
ข้อ 25-26
ยฮ.
4:25 ผู้หญิงนั้นทูลพระองค์ว่า "ดิฉันรู้ว่ากพระมาซีฮา (ที่เรียกว่าพระคริสต์) จะเสด็จมา เมื่อพระองค์เสด็จมาแล้ว พระองค์จะทรงบอกสิ่งสารพัดแก่เรา."
ยฮ.
4:26 พระเยซูตรัสแก่เธอว่า "1เราที่พูดกับเจ้าก็คือท่านผู้นั้น."
ง. พยานที่มีชีวิตพร้อมด้วยการเก็บเกี่ยวที่อัศจรรย์
ข้อ 27-42
ข้อ 27-42
ยฮ.
4:27 ในขณะนั้นเอง พวกสาวกของพระองค์มาถึง เขาก็ประหลาดใจที่พระองค์ทรงสนทนากับผู้หญิงนั้น แต่ไม่มีใครถามว่า "พระองค์เสาะหาอะไร?" หรือ "พระองค์พูดอะไรกับเธอ?"
ยฮ.
4:28 ฝ่ายผู้หญิงนั้นจึง1ทิ้งเหยือกน้ำไว้ และเข้าไปในเมืองบอกคนทั้งปวงว่า
ยฮ.
4:29 "มาเถิด มาดูท่านผู้หนึ่งที่เล่าถึงสิ่งสารพัดซึ่งฉันได้กระทำ. ท่านผู้นั้น1กมิใช่พระคริสต์นั้นหรือ?"
ยฮ.
4:30 คนทั้งหลายจึงพากันออกจากเมืองไปหาพระองค์.
ยฮ.
4:31 ในระหว่างนั้น พวกสาวกจึงทูลเชิญพระองค์ว่า "รับบี เชิญรับประทานเถิด"
ยฮ.
4:32 แต่พระองค์ตรัสแก่เขาว่า "1เรามีอาหารรับประทานที่ท่านทั้งหลายไม่รู้."
ยฮ.
4:33 พวกสาวกจึงพูดกันว่า "มีผู้ใดเอา[อาหาร]มาให้พระองค์เสวยแล้วหรือ?"
ยฮ.
4:34 พระเยซูตรัสแก่เขาว่า "อาหารของเราคือ กการปฏิบัติตามน้ำพระทัยของพระองค์ผู้ทรงใช้เรามา และขทำการงานของพระองค์ให้สำเร็จ.
ยฮ.
4:35 ท่านทั้งหลายพูดว่า อีกสี่เดือนจะถึงกฤดูเกี่ยวข้าวมิใช่หรือ? ดูเถิด เราบอกท่านทั้งหลายว่า จงแหงนหน้าดูทุ่งนาเถิด เพราะว่ารวงข้าวเหลืองอร่ามและเก็บเกี่ยวได้แล้ว.
ยฮ.
4:36 คนเกี่ยวก็กำลังได้รับค่าจ้าง และกำลังส่ำสมพืชผลไว้1สำหรับ2ชีวิตนิรันดร์เพื่อทั้งคนหว่านและคนเกี่ยวจะชื่นชมยินดีด้วยกัน.
ยฮ.
4:37 เพราะในเรื่องนี้ คำที่กล่าวไว้นั้นเป็นความจริงคือ 'คนหนึ่งหว่านและอีกคนหนึ่งเกี่ยว.'
ยฮ.
4:38 เราใช้ท่านทั้งหลายไปเกี่ยวสิ่งที่ท่านมิได้ตรากตรำ 1คนอื่นได้ตรากตรำ และท่านได้รับสุขสิ่งที่พวกเขาได้ตรากตรำไว้."
ยฮ.
4:39 ชาวซะมาเรียเป็นอันมากที่มาจากเมืองนั้นได้เชื่อเข้าสู่พระองค์ เพราะถ้อยคำที่หญิงนั้นเป็นพยานว่า "ท่านได้เล่าถึงสิ่งสารพัดซึ่งฉันได้กระทำ."
ยฮ.
4:40 ฉะนั้นเมื่อชาวซะมาเรียมาเฝ้าพระองค์ เขาจึงอ้อนวอนพระองค์ให้ประทับอยู่กับเขา และพระองค์ก็ประทับอยู่ที่นั่นสองวัน.
ยฮ.
4:41 และคนอื่นอีกเป็นจำนวนมากได้เชื่อเพราะพระคำของพระองค์.
ยฮ.
4:42 พวกเขาพูดกับหญิงนั้นว่า "บัดนี้เราได้เชื่อมิได้เป็นเพราะถ้อยคำของเจ้าอีกแล้วแต่เพราะเราได้ยินเอง และเรารู้ว่า ท่านองค์นี้แหละเป็นกพระผู้ช่วยมนุษย์โลกให้รอดอย่างแท้จริง."
(3) ความต้องการของผู้ใกล้ตาย — การรักษาของชีวิต
4:43-54
4:43-54
ก. พระคริสต์ทรงกลับมาเยี่ยมเยียน
ดินแดนของผู้ที่อ่อนแอและเปราะบาง
ข้อ 43-46ก
ดินแดนของผู้ที่อ่อนแอและเปราะบาง
ข้อ 43-46ก
ยฮ.
4:43 ครั้นล่วงไปสองวัน พระองค์ก็เสด็จออกจากที่นั่นไปยังมณฑลฆาลิลาย
ยฮ.
4:44 เพราะพระเยซูเองเคยเป็นพยานว่า "กผู้เผยพระวจนะนั้น1ไม่ได้รับความนับถือในเมืองของตน."
ยฮ.
4:45 เมื่อเสด็จมาถึงมณฑลฆาลิลายแล้ว ชาวฆาลิลายก็ต้อนรับพระองค์ เพราะเขาได้เห็นทุกสิ่งซึ่งพระองค์ได้ทรงกระทำในเทศกาลที่กรุงเยรูซาเล็ม เพราะเขาทั้งหลายก็ได้ไปในเทศกาลนั้นด้วย.
ยฮ.
4:46 พระองค์จึงเสด็จมายัง1กหมู่บ้านคานา2มณฑลฆาลิลายอีก ซึ่งเป็นที่ที่พระองค์ได้ขทรงกระทำให้น้ำกลายเป็นเหล้าองุ่น.
ข. ผู้อ่อนแอและเปราะบางที่ใกล้ตาย
ข้อ 46ข-49
ข้อ 46ข-49
มี3ข้าราชการคนหนึ่ง บุตรชายของท่านป่วยอยู่ในเมืองกัปเรนาอูม.
ยฮ.
4:47 เมื่อท่านได้ยินว่า พระเยซูได้เสด็จออกจากมณฑลยูดายมาถึงมณฑลฆาลิลายแล้ว ท่านจึงมาหาพระองค์ อ้อนวอนขอให้พระองค์เสด็จลงไปรักษาบุตรชายของตนด้วยว่าบุตรนั้นจวนจะตายแล้ว.
ยฮ.
4:48 พระเยซูจึงตรัสแก่เขาว่า "ถ้าท่านไม่เห็นกเครื่องหมายและการอัศจรรย์ ท่านจะไม่เชื่อเลย."
ยฮ.
4:49 ข้าราชการผู้นั้นจึงทูลพระองค์ว่า "ท่านเจ้าข้า ขอโปรดเสด็จลงไปก่อนที่บุตรน้อยของข้าพเจ้าจะตาย."
ค. การรักษาโดยพระคำที่ประทานชีวิตและโดยอาศัยความเชื่อ
ข้อ 50-54
ข้อ 50-54
ยฮ.
4:50 พระเยซูตรัสแก่เขาว่า "จงไปเถิด บุตรของท่านมีชีวิตอยู่." ข้าราชการผู้นั้นได้เชื่อ1พระคำที่พระเยซูตรัสแก่ท่านจึงลาจากไป.
ยฮ.
4:51 เมื่อท่านกำลังเดิน[กลับ]ลงไป พวกทาสก็มาพบท่านและบอกว่า บุตรของท่านมีชีวิตแล้ว.
ยฮ.
4:52 ท่านจึงถามถึงเวลาที่บุตรอาการดีขึ้น. พวกทาสจึงบอกท่านว่า "ไข้หายเมื่อวานนี้เวลา1เจ็ดนาฬิกาหลังเที่ยง."
ยฮ.
4:53 บิดาจึงรู้ว่า ในโมงนั้นเป็นเวลาที่พระเยซูได้ตรัสแก่ตนว่า "บุตรของท่านมีชีวิตแล้ว" ท่านและทั้งครอบครัวของท่านก็ได้เชื่อ.
ยฮ.
4:54 นี่เป็น1กการอัศจรรย์ประการที่สองซึ่งพระเยซูได้ทรงกระทำ เมื่อพระองค์เสด็จจากมณฑลยูดายมาถึงมณฑลฆาลิลาย.
คำอธิบาย โยฮัน บทที่ 4
ยฮ.
4:1 ก ยฮ.3:22, 26
ยฮ.
4:3 ก ยฮ.3:22
ยฮ.
4:3 ข ยฮ.2:11
ยฮ.
4:5 ก ยนซ.33: 18-19; 48:22; ยฮซ.24:32
ยฮ.
4:6 1 แปลตามตรงคือ ต้นน้ำ. ในภาษากรีกเป็นคำเดียวกับในข้อ 14.
ยฮ.
4:6 2 แปลตามตรงคือ ชั่วโมงที่หก.
ยฮ.
4:9 ก มธ.10:5; ยฮ.8:48; ลก.9:52-53
ยฮ.
4:9 1 ซะมาเรีย เป็นดินแดนที่สำคัญทางตอนเหนือของประเทศอิสราเอล และเป็นที่ตั้งของเมืองหลวง (1พกษ.16:24, 29). ประมาณ 700 ปีก่อนคริสต์ศักราช พวกอัสซีเรียได้ยึดครองดินแดนนี้ และนำผู้คนจากบาบิโลนและพวกต่างชาติเข้ามายังเมืองต่างๆ ในดินแดนนี้ (2พกษ.17:6, 24). ตั้งแต่นั้นมาผู้คนในดินแดนนี้จึงมีสายเลือดผสมระหว่างชาวยูดายกับพวกที่นับถือศาสนาของชาว
ต่างชาติ. หลักฐานทางประวัติศาสตร์ได้บอกแก่เราว่า พวกเขามีเบญจบรรณ (คัมภีร์ทั้งห้าเล่มของโมเซ) และได้นมัสการพระเจ้าตามข้อความในพระคัมภีร์ส่วนนี้ของพันธสัญญาเดิม. แต่ชาวยูดายไม่เคยยอมรับว่าเขาเหล่านี้เป็นชาติยูดายเลย.
ยฮ.
4:10 ก รม.6:23
ยฮ.
4:10 ข ยฮ.7:37-39; วว.21:6; 22:1, 17
ยฮ.
4:13 1 เป็นเครื่องหมายเล็งถึง การรับสุขสิ่งของฝ่ายวัตถุและความอภิรมย์ที่ได้รับจากความบันเทิงฝ่ายโลก. สิ่งเหล่านี้ไม่สามารถดับความกระหายที่อยู่ลึกลงไปในมนุษย์ได้. ไม่ว่ามนุษย์ได้ดื่ม "น้ำ" ฝ่ายวัตถุและฝ่ายโลกนี้ไปมากเท่าใด เขาจะยังคงกระหายอีก. เมื่อเขาดื่ม "น้ำ" นี้ยิ่งมาก ความกระหายของเขาก็จะยิ่งเพิ่มมากขึ้นด้วย.
ยฮ.
4:14 ก อซด.17:6; อฤธ.20:8; บพส.36:8; ยฮ.7:37; 1กธ.10:4; 12:13; วว.21:6; 22:17
ยฮ.
4:14 ข ยฮ.6:35
ยฮ.
4:14 ค ยฮ.6:27; 3:16; 5:24
ยฮ.
4:14 1ค ดู 3:15 คำอธิบาย 1.
ยฮ.
4:15 ก ยฮ.6:34
ยฮ.
4:16 1 ถ้อยคำนี้ต้องการสัมผัสมโนธรรมของเธอโดยอ้างถึงประวัติที่ไร้ศีลธรรมของเธอ เพื่อเธอจะได้กลับใจจากความประพฤติแห่งบาปของเธอ.
ยฮ.
4:18 1 ผู้หญิงคนนี้ได้ลิ้มลองสามีคนแรก ได้ดื่ม "น้ำ" นั้นแล้วก็ไม่อิ่มหนำ. จากนั้นก็ลิ้มลองสามีคนที่สอง, สาม, สี่, และห้า. แต่เพราะไม่มีสักคนเดียวที่จะทำให้เธออิ่มหนำได้ เธอจึงได้ลิ้มลองอีกคนหนึ่ง. การที่เธอเปลี่ยนสามีอยู่เรื่อยๆ เช่นนี้ก็เป็นข้อพิสูจน์ที่ดีว่า ไม่ว่าเธอได้ดื่ม "น้ำ" นี้ไปแล้วมากเท่าใดเธอก็ยังคงกระหายอยู่. ถ้อยคำขององค์พระผู้เป็นเจ้าที่ว่า "ทุกคนที่ดื่มน้ำนี้จะ
กระหายอีก." ช่างเป็นความจริงยิ่งนัก!
ยฮ.
4:20 ก ยนซ.33:18-20
ยฮ.
4:20 1ก ปัญหาของผู้หญิงคนนี้เป็นเรื่องของความถูกหรือผิดเหมือนกับใน 8:3-5; 9:2-3 ซึ่งเป็นของฝ่ายต้นไม้แห่งความรู้ แต่องค์พระผู้เป็นเจ้าทรงให้เธอหันสู่วิญญาณ (ข้อ 21-24) ซึ่งเป็นของฝ่ายต้นไม้แห่งชีวิต (เทียบ ยนซ.2:9, 17).
ยฮ.
4:20 ข พบญ.11:29-30; 27:12; ยฮซ.8:33
ยฮ.
4:20 ค พบญ.12:5, 11, 14, 18, 21, 26; 16:2, 6, 7, 11, 15, 16
ยฮ.
4:21 ก ยฮ.4:23
ยฮ.
4:22 ก 2พกษ.17:33, 41
ยฮ.
4:23 ก ยฮ.5:25; 4:21
ยฮ.
4:23 ข เทียบ ฟป.3:3
ยฮ.
4:24 1 คำว่า "พระเจ้า" ในที่นี้ชี้ถึงพระเจ้าตรีเอกภาพทั้งองค์คือ พระบิดา, พระบุตร, และพระวิญญาณ.
ยฮ.
4:24 2 ชี้ถึงลักษณะเนื้อแท้ของพระเจ้าตรีเอกภาพทั้งองค์ ไม่ได้ชี้ถึงพระวิญญาณองค์พระผู้เป็นเจ้าเท่านั้น. การที่จะนมัสการพระเจ้าผู้ทรงเป็นพระวิญญาณ เราจำต้องนมัสการด้วยวิญญาณของเราซึ่งมีลักษณะธาตุแท้เหมือนกับพระองค์.
ยฮ.
4:24 3 ถ้อยคำนี้เป็นการชี้แนะหญิงชาวซะมาเรียว่า เธอต้องใช้วิญญาณของเธอมาติดต่อพระเจ้าผู้ทรงเป็นพระวิญญาณ. การติดต่อกับพระเจ้าผู้เป็นพระวิญญาณด้วยวิญญาณของเราก็คือ การดื่มน้ำที่มีชีวิต และการดื่มน้ำที่มีชีวิตนี้เองจึงจะเป็นการนมัสการพระเจ้าที่แท้จริง.
ยฮ.
4:24 ก รม.1:9
ยฮ.
4:24 4 วิญญาณนี้คือวิญญาณมนุษย์ของเรา. ในด้านแบบเล็งนั้น เราควรจะนมัสการพระเจ้า (1) ในที่ ซึ่งพระเจ้าทรงเลือกไว้ให้เป็นที่ประทับของพระองค์ (พบญ.12:5, 11, 13-14, 18); และ (2) ด้วยเครื่องบูชาต่างๆ (ลวต.1-6). สถานที่ซึ่งพระเจ้าทรงเลือกสรรนั้นเป็นแบบเล็งถึงวิญญาณของมนุษย์ ซึ่งเป็นที่ประทับของพระเจ้าในวันนี้ (อฟ.2:22). เครื่องบูชาเล็งถึงพระคริสต์ พระองค์ทรง
เป็นการสำเร็จเป็นจริงและความเที่ยงแท้ของเครื่องบูชาทั้งปวงที่พลไพร่ใช้นมัสการพระเจ้า. ดังนั้นเมื่อองค์พระผู้เป็นเจ้าได้ชี้แนะผู้หญิงนั้นให้นมัสการพระเจ้าผู้เป็นพระวิญญาณในวิญญาณและความสัตย์จริงนั้น พระองค์หมายความว่า เธอควรติด
ต่อพระเจ้าผู้เป็นพระวิญญาณในวิญญาณของเธอแทนสถานที่ซึ่งได้กำหนดไว้โดยเฉพาะ และควรติดต่อโดยอาศัยพระคริสต์แทนที่การติดต่อด้วยเครื่องบูชา. เพราะพระคริสต์ผู้เป็นความเที่ยงแท้ที่ทำให้เกิดคุณธรรมแห่งความสัตย์จริงในมนุษย์นี้ได้มาแล้ว (ข้อ 25-26) เงาและแบบเล็งทั้งปวงจึงได้สิ้นสุดลง.
ยฮ.
4:24 5 ถ้าพิจารณาดูเนื้อความในบทนี้ และการเปิดเผยทั้งหมดของกิตติคุณโยฮันแล้ว ความสัตย์จริง ในที่นี้ชี้ถึง ความเที่ยงแท้อันศักดิ์สิทธิ์ซึ่งได้กลายมาเป็นความจริงแท้และความจริงใจของมนุษย์ (ซึ่งตรงข้ามกับความหน้าซื่อใจคดของผู้นมัสการชาวซะมาเรียที่ไร้ศีลธรรม—ข้อ 16-18) เพื่อการนมัสการพระเจ้าที่แท้จริง. ความเที่ยงแท้อันศักดิ์สิทธิ์คือพระคริสต์ (ผู้เป็นความเที่ยงแท้—14:6) ผู้เป็นความเที่ยงแท้ของเครื่องบูชาทั้งสิ้นที่ใช้นมัสการพระเจ้าในพันธสัญญาเดิม (1:29; 3:14) และเป็นน้ำพุของน้ำที่มีชีวิตคือ พระวิญญาณผู้ประทานชีวิต (ข้อ 7-15) ที่ผู้เชื่อได้ดื่มด่ำและรับสุขเพื่อเป็นความเที่ยงแท้อยู่ภายในของเขา และในที่สุดก็เป็นความจริงแท้และความจริงใจของเขาทั้งหลายเพื่อให้พวกเขาสามารถนมัสการพระเจ้าด้วยการนมัสการที่พระเจ้าแสวงหา. ดู 1ยฮ.1:6 คําอธิบาย 6; รม.3:7 คําอธิบาย 1; และ 15:8 คําอธิบาย 2.
ยฮ.
4:25 ก ยฮ.1:41; ลก.3:15; เทียบ พบญ.18:15, 18
ยฮ.
4:26 1 พระเยซูทรงชี้นำให้เธอเชื่อว่าพระองค์คือพระคริสต์ด้วยถ้อยคำนี้เอง เพื่อเธอจะได้รับชีวิตนิรันดร์ (20:31). และเธอก็เชื่อ (ข้อ 29).
ยฮ.
4:28 1 บรรดาผู้ที่ได้ดื่มน้ำที่มีชีวิตและได้รับความอิ่มหนำทุกคนก็จะทิ้งสิ่งที่เคยยึดครองเขามาก่อนและจะเป็นพยานถึงน้ำที่มีชีวิตนี้ด้วย. นี่ก็คือการเปลี่ยนความตายให้เป็นชีวิตตามหลักการที่ได้ตั้งไว้ในบทที่ 2 นั่นเอง.
ยฮ.
4:29 ก ยฮ.7:26, 31
ยฮ.
4:29 1ก คำนี้บ่งบอกว่า ผู้หญิงคนนี้เชื่อว่าพระเยซูคือพระคริสต์. โดยความเชื่อเช่นนี้เอง เธอจึงได้ต้อนรับน้ำที่มีชีวิต และจึงได้รับความอิ่มหนำแล้ว.
ยฮ.
4:32 1 คนบาปได้รับความอิ่มหนำ เนื่องจากได้ต้อนรับน้ำที่มีชีวิตของพระผู้ช่วย และพระผู้ช่วยก็ได้รับความอิ่มหนำเนื่องจากได้ปฏิบัติตามพระทัยของพระเจ้าที่ให้คนบาปได้รับความอิ่มหนำ. การปฏิบัติตามพระทัยของพระเจ้าเพื่อให้คนบาปได้รับความอิ่มหนำนี้ก็เป็นอาหารของพระผู้ช่วยนั่นเอง (ข้อ 34).
ยฮ.
4:34 ก ยฮ.5:30; 6:38
ยฮ.
4:34 ข ยฮ.5:36; 17:4
ยฮ.
4:35 ก ลก.10:2
ยฮ.
4:36 1 หรือ จนเข้าสู่.
ยฮ.
4:36 2 ดู 3:15 คำอธิบาย 1.
ยฮ.
4:38 1 วลีที่ว่า "คนอื่นได้ตรากตรำ" คงจะชี้ว่า เคยมีคนได้หว่านเมล็ดท่ามกลางชาวซะมาเรียแล้วด้วยเบญจบรรณของโมเซ (หนังสือห้าเล่มแรกในพันธสัญญาเดิม) ที่ชาวซะมาเรียมีอยู่แล้ว. บัดนี้องค์พระผู้เป็นเจ้าทรงใช้สาวกของพระองค์ไปเก็บเกี่ยวสิ่งที่คนเหล่านั้นได้ตรากตรำหว่านไว้ก่อนนั้น. ถ้อยคำที่ว่า "ท่านได้รับสุขสิ่งที่พวกเขาได้ตรากตรำไว้" แปลตามตรงคือ พวกท่านได้เข้าสู่การตรากตรำของเขา.
ยฮ.
4:42 ก 1ยฮ.4:14; 1ตธ.4:10; ลก.2:11
ยฮ.
4:44 ก มธ.13:57
ยฮ.
4:44 1 การที่องค์พระผู้เป็นเจ้าเสด็จไปยังมณฑลฆาลิลายก็เพื่อหลีกเลี่ยงการได้รับชื่อเสียง เหมือนที่ทรงได้รับในกรุงเยรูซาเล็ม (2:23).
ยฮ.
4:46 ก ยฮ.2:1
ยฮ.
4:46 1ก ดู 2:1 คำอธิบาย 3.
ยฮ.
4:46 2 มณฑลฆาลิลาย อันเป็นสถานที่ซึ่งผู้คนดูถูกเหยียดหยาม (7:41, 52) เป็นเครื่องหมายเล็งถึงโลกที่ต่ำต้อยและต่ำช้า.
ยฮ.
4:46 ข ยฮ.2:9
ยฮ.
4:46 3 หรือ ขุนนาง. ข้อต่อๆ ไปก็เช่นเดียวกัน.
ยฮ.
4:48 ก 1กธ.1:22
ยฮ.
4:50 1 พระคำแห่งชีวิตที่ออกมาจากพระโอษฐ์ขององค์พระผู้เป็นเจ้าได้ประทานชีวิตให้แก่คนใกล้ตาย.
ยฮ.
4:52 1 แปลตามตรงคือ ชั่วโมงที่เจ็ด.
ยฮ.
4:54 ก ยฮ.2:11
ยฮ.
4:54 1ก การอัศจรรย์ครั้งแรกที่ทรงกระทำในหมู่บ้านคานา (2:1-11) เป็นเครื่องหมายถึงการเปลี่ยนความตายให้เป็นชีวิต และได้ตั้งหลักการของชีวิต. การอัศจรรย์ครั้งที่สองในที่นี้เป็นการสืบเนื่องหรือการปรับใช้หลักการเปลี่ยนความตายให้เป็นชีวิต. ต้นกำเนิดของความตายคือต้นไม้แห่งความรู้ ส่วนต้นกำเนิดของชีวิตก็คือต้นไม้แห่งชีวิต (เทียบ ยนซ.2:9, 17).