โยฮัน บทที่ 3
ยฮ.
3:1 1แต่มีคนหนึ่งในพวกฟาริซายชื่อ กนิโกเดโม เป็นขุนนางในพวกยูดาย.
ข. การบังเกิดใหม่โดยพระวิญญาณของพระเจ้าในวิญญาณของมนุษย์
3:2-13
3:2-13
ยฮ.
3:2 ชายผู้นี้ได้มาหาพระเยซูในเวลากลางคืน ทูลพระองค์ว่า "รับบี พวกข้าพเจ้าทราบอยู่ว่า ท่านเป็น1อาจารย์ที่มาจากพระเจ้า เพราะไม่มีผู้ใดอาจกระทำกการอัศจรรย์ซึ่งท่านได้กระทำนั้นได้ เว้นแต่ขพระเจ้าทรงสถิตอยู่ด้วย."
ยฮ.
3:3 พระเยซูทรงตอบเขาว่า "เราบอกท่านจริงๆ ว่า ถ้าผู้ใดไม่ได้1กบังเกิดใหม่ ผู้นั้นจะ2เห็น3ขอาณาจักรของพระเจ้าไม่ได้."
ยฮ.
3:4 นิโกเดโมทูลพระองค์ว่า "คนชราแล้วจะบังเกิด[ใหม่]อย่างไรได้? จะเข้าในครรภ์มารดาครั้งที่สองและบังเกิด[ใหม่]ได้หรือ?"
ยฮ.
3:5 พระเยซูทรงตอบว่า "เราบอกท่านจริงๆ ว่า ถ้าผู้ใดไม่ได้กบังเกิด1จาก2น้ำและพระวิญญาณ เขาจะเข้าสู่อาณาจักรของพระเจ้าไม่ได้.
ยฮ.
3:6 ซึ่งกบังเกิด1จากเนื้อหนัง ก็เป็นเนื้อหนัง และซึ่งบังเกิด1จาก2พระวิญญาณนั้นก็เป็น2วิญญาณ.
ยฮ.
3:7 อย่าประหลาดใจเพราะเราบอกท่านว่า ท่านทั้งหลายต้องบังเกิดใหม่.
ยฮ.
3:8 ฝ่าย1กลมนั้นใคร่จะพัดไปข้างไหนก็พัดไปข้างนั้น และท่านได้ยินเสียงลมนั้น แต่ท่านไม่รู้ว่าลมมาจากไหนและไปที่ไหน คนที่บังเกิด2จากพระวิญญาณนั้นก็เป็นอย่างนั้นทุกคน."
ยฮ.
3:9 นิโกเดโมทูลตอบพระองค์ว่า "เหตุการณ์อย่างนี้จะเป็นไปได้อย่างไร?"
ยฮ.
3:10 พระเยซูตรัสตอบเขาว่า "ท่านเป็นอาจารย์ของพวกอิสราเอล และท่านยังไม่เข้าใจเรื่องเหล่านี้หรือ?
ยฮ.
3:11 เราบอกท่านจริงๆ ว่า พวกเราพูดในสิ่งที่พวกเรารู้ และกเป็นพยานถึงสิ่งที่พวกเราได้เห็น แต่ท่านทั้งหลายหาได้รับคำพยานของพวกเราไม่.
ยฮ.
3:12 ถ้าเราบอกท่านทั้งหลายถึง1เรื่องบนโลกนี้และท่านไม่เชื่อ แล้วถ้าเราบอกท่านทั้งหลายถึง1เรื่องบนสวรรค์ ท่านจะเชื่อได้อย่างไร?
ยฮ.
3:13 กไม่มีผู้ใดเคยขึ้นไปสู่สวรรค์ นอกจากท่านที่ลงมาจากสวรรค์คือขบุตรมนุษย์1ผู้สถิตในสวรรค์.
ค. นิสัยที่ชั่วร้ายของซาตานในเนื้อหนังของมนุษย์ถูกพิพากษาบนกางเขน
โดยการตายของพระคริสต์ผู้อยู่ในรูปลักษณ์ของงู
เพื่อให้ผู้เชื่อได้รับชีวิตนิรันดร์
3:14-21
โดยการตายของพระคริสต์ผู้อยู่ในรูปลักษณ์ของงู
เพื่อให้ผู้เชื่อได้รับชีวิตนิรันดร์
3:14-21
ยฮ.
3:14 กโมเซได้ยก1งูขึ้นในป่ากันดารฉันใด บุตรมนุษย์จะต้องถูกขยกขึ้นฉันนั้น
ยฮ.
3:15 เพื่อทุกคนที่เชื่อเข้าสู่พระองค์จะได้1ชีวิตนิรันดร์."
ยฮ.
3:16 เพราะว่า1พระเจ้ากทรงรัก2มนุษย์โลก จนขได้ประทานคพระบุตรองค์เดียวของพระองค์ เพื่อทุกคนที่3งเชื่อเข้าสู่พระบุตรนั้นจะไม่พินาศ แต่มีชีวิตนิรันดร์.
ยฮ.
3:17 เพราะว่าพระเจ้ามิได้ทรงใช้พระบุตร[ของพระองค์]เข้ามาในโลก เพื่อ1ปรับโทษมนุษย์โลก แต่เพื่อจะให้มนุษย์โลกได้รับความรอดโดยพระบุตรนั้น.
ยฮ.
3:18 ผู้ใดได้เชื่อเข้าสู่พระองค์ก็ไม่ถูกปรับโทษ แต่ผู้ใดมิได้เชื่อก็ถูกปรับโทษอยู่แล้ว เพราะเขามิได้เชื่อเข้าสู่พระนามแห่งกพระบุตรองค์เดียวของพระเจ้า.
ยฮ.
3:19 การปรับโทษก็เป็นเช่นนี้คือ กความสว่างได้เข้ามาในโลกแล้ว และมนุษย์มิได้รักความสว่าง แต่กลับรักความมืด เพราะการประพฤติชั่วของเขา.
ยฮ.
3:20 เพราะทุกคนที่1ประพฤติชั่วก็เกลียดชังความสว่าง และไม่ได้มาถึงความสว่าง เกรงว่าการประพฤติของตนจะถูก2ติเตียน.
ยฮ.
3:21 แต่ทุกคนที่ประพฤติ[ตาม]1หลักความจริงย่อมมาถึงความสว่าง เพื่อการประพฤติของตนจะได้ปรากฏว่า ได้ประพฤติในพระเจ้า.
ง. ผู้ที่ได้รับการบังเกิดใหม่กลายเป็นเจ้าสาวของพระคริสต์
อันเป็นการเพิ่มพูนของพระองค์
3:22-30
อันเป็นการเพิ่มพูนของพระองค์
3:22-30
ยฮ.
3:22 ภายหลังเหตุการณ์เหล่านั้น พระเยซูก็เสด็จเข้าไปในมณฑลยูดายกับพวกสาวกของพระองค์ และทรงประทับอยู่ที่นั่นกับเขา และทรงให้กบัพติศมา.
ยฮ.
3:23 ฝ่ายโยฮันก็ได้ให้บัพติศมาอยู่ที่อายโนนใกล้หมู่บ้านซาลิมเช่นกัน เพราะที่นั่นมีน้ำมาก และผู้คนก็พากันมารับบัพติศมา.
ยฮ.
3:24 เพราะกโยฮันยังไม่ได้ถูกจองจำ.
ยฮ.
3:25 พวกสาวกของโยฮันกับชาวยูดายคนหนึ่งเกิดโต้เถียงกันด้วยกเรื่องการชำระ.
ยฮ.
3:26 พวกสาวกของโยฮันจึงไปหาโยฮัน พูดกับท่านว่า "รับบี ท่านผู้อยู่กับอาจารย์ที่กอีกฟากหนึ่งของแม่น้ำจอร์แดน ซึ่งอาจารย์เป็นขพยานถึงนั้น ดูเถิด ท่านผู้นั้นกำลังคให้บัพติศมา และคนทั้งปวงก็พากันไปหาท่าน."
ยฮ.
3:27 โยฮันกล่าวตอบว่า "มนุษย์จะรับสิ่งใดไม่ได้ เว้นแต่สิ่งนั้นได้ประทานจากสวรรค์.
ยฮ.
3:28 พวกท่านเองก็เป็นพยานได้ถึงคำพูดที่ข้าพเจ้าได้เคยกล่าวว่า 'กข้าพเจ้ามิได้เป็นพระคริสต์นั้น แต่เป็นผู้ถูกใช้มาล่วงหน้าพระองค์.'
ยฮ.
3:29 กท่านที่มีเจ้าสาวนั้นก็คือเจ้าบ่าว แต่สหายของเจ้าบ่าวซึ่งยืนฟังเจ้าบ่าวก็ชื่นชมยินดีอย่างยิ่ง เมื่อได้ยินเสียงของเจ้าบ่าว. ฉะนั้นความยินดีของข้าพเจ้าจึงเต็มเปี่ยมแล้ว.
ยฮ.
3:30 พระองค์นั้นจะต้อง1เพิ่มพูนขึ้น แต่ข้าพเจ้าจะต้องลดน้อยลง."
จ. พระบุตรของพระเจ้าที่ไร้ขอบเขตจำกัด
เพื่อให้มนุษย์เชื่อและได้รับชีวิตนิรันดร์
3:31-36
เพื่อให้มนุษย์เชื่อและได้รับชีวิตนิรันดร์
3:31-36
ยฮ.
3:31 1กพระองค์ผู้เสด็จมาจากเบื้องบนทรงอยู่เหนือสิ่งสารพัด. ผู้ที่2มาจากแผ่นดินโลกก็เป็น2ฝ่ายแผ่นดินโลก และสิ่งที่เขากล่าวก็ย่อมเป็น2ของฝ่ายแผ่นดินโลก. ขพระองค์ผู้เสด็จมา2จากสวรรค์ก็อยู่เหนือสิ่งสารพัด.
ยฮ.
3:32 สิ่งซึ่งพระองค์ทรงเห็นและได้ยิน พระองค์ก็ทรงเป็นพยานถึงสิ่งนั้น แต่กไม่มีผู้ใดรับพยานของพระองค์.
ยฮ.
3:33 ผู้ใดที่รับพยานของพระองค์ก็ประทับตรา[ยืนยัน]ว่า พระเจ้าทรงจริงแท้.
ยฮ.
3:34 เพราะพระองค์ที่พระเจ้าได้ทรงใช้มานั้นทรงกล่าว1พระคำของพระเจ้า เพราะว่าพระองค์ประทานพระวิญญาณนั้นอย่างไม่จำกัด.
ยฮ.
3:35 กพระบิดาทรงรักพระบุตร และได้ทรงมอบทุกสิ่งไว้ในพระหัตถ์ของพระองค์.
ยฮ.
3:36 ผู้ที่กเชื่อเข้าสู่พระบุตรมีชีวิตนิรันดร์ แต่ผู้ที่ไม่เชื่อฟังพระบุตรจะไม่เห็นชีวิตแต่พระพิโรธของพระเจ้าตกอยู่บนตัวเขา.
คำอธิบาย โยฮัน บทที่ 3
ยฮ.
3:1 1 คำว่า "แต่" ชี้บ่งว่า กรณีของนิโกเดโมแตกต่างไปจากกรณีในข้อที่ผ่านมา (2:23-25). ในกรณีข้างต้น ผู้คนได้เชื่อเข้าสู่พระองค์เพราะได้เห็นการอัศจรรย์ที่องค์พระผู้เป็นเจ้าทรงกระทำ. องค์พระผู้เป็นเจ้าไม่สามารถวางพระทัยในการมอบพระองค์ไว้แก่คนเช่นนี้ได้. แต่กรณีที่อยู่ในบทนี้เป็นเรื่องของชีวิตแห่งการบังเกิดใหม่ ซึ่งได้เปิดเผยว่าหนังสือกิตติคุณเล่มนี้ไม่ได้มีเพื่อการอัศจรรย์
แต่มีเพื่อชีวิตเท่านั้น. ด้วยเหตุนี้ แม้แต่การอัศจรรย์ที่องค์พระผู้เป็นเจ้าได้ทรงกระทำในหนังสือเล่มนี้ก็ถูกเรียกว่าเครื่องหมายทั้งหมด ซึ่งเป็นเครื่องหมายเล็งถึงว่า องค์พระผู้เป็นเจ้าทรงมาเพื่อชีวิตซึ่งทำให้พระเจ้าได้รับการแพร่พันธุ์ (12:24) ไม่ใช่เพื่อการอัศจรรย์สำหรับให้มนุษย์ได้รับผลประโยชน์.
ยฮ.
3:1 ก ยฮ.7:50; 19:39
ยฮ.
3:2 1 นิโกเดโมเห็นว่า พระคริสต์เป็นอาจารย์ที่มาจากพระเจ้า ซึ่งชี้บ่งว่า เขาอาจคิดไปว่าเขาต้องการคำสอนที่ดีกว่าเพื่อจะได้ปรับปรุงตัวเอง. แต่คำตอบขององค์พระผู้เป็นเจ้าในข้อถัดไปได้เปิดเผยแก่เขาว่า สิ่งที่เขาต้องการนั้นก็คือ การบังเกิดใหม่. การบังเกิดใหม่ก็คือ การบังเกิดใหม่ด้วยชีวิตของพระเจ้า ซึ่งแตกต่างไปจากชีวิตมนุษย์ของเราที่ได้รับจากการบังเกิดตามธรรมชาติ. ดังนั้น แท้จริงสิ่งที่เขาต้องการนั้นไม่ใช่คำสอนที่ดีกว่าซึ่งให้เขาปรับปรุงตัวเอง แต่เป็นชีวิตของพระเจ้าที่จะสร้างเขาขึ้นใหม่. เดิมเขากำลังเสาะหาคำสอนอันเป็นของฝ่ายต้นไม้แห่งความรู้อยู่ แต่คำตอบขององค์พระผู้เป็นเจ้าได้ให้เขาหันสู่ความต้องการของชีวิต ซึ่งเป็นของต้นไม้แห่งชีวิต (เทียบ ยนซ.2:9, 17).
ยฮ.
3:2 ก ยฮ.2:11
ยฮ.
3:2 ข กจ.10:38
ยฮ.
3:3 ก 1ปต.1:23
ยฮ.
3:3 1ก หรือ เกิดจากเบื้องบน. ข้อ 7 ก็มีความหมายเหมือนกัน. การบังเกิดใหม่เป็นการเกิดจากเบื้องบน (จากฟ้าสวรรค์) ซึ่งก็คือการบังเกิดจากพระเจ้าผู้สถิตอยู่ในฟ้าสวรรค์ด้วย.
ยฮ.
3:3 2 ในเรื่องราวฝ่ายวิญญาณนั้น การมองเห็นก็คือการเข้าสู่ (ข้อ 5).
ยฮ.
3:3 ข ยฮ.3:5
ยฮ.
3:3 3ข อาณาจักรของพระเจ้าก็คือการปกครองของพระเจ้าอันเป็นขอบเขตอันศักดิ์สิทธิ์ซึ่งมนุษย์จำต้องมีชีวิตของพระเจ้าจึงจะสามารถเข้าไปได้. มีเพียงชีวิตของพระเจ้าเท่านั้นจึงจะสามารถเข้าใจเรื่องราวของพระเจ้าได้. ดังนั้นถ้าผู้ใดต้องการเห็นหรือเข้าสู่แผ่นดินของพระเจ้า ผู้นั้นก็ต้องบังเกิดใหม่ด้วยชีวิตของพระเจ้า.
ยฮ.
3:5 ก ตต.3:5; มธ.3:11
ยฮ.
3:5 1 แปลตามตรงคือ ออกมาจาก.
ยฮ.
3:5 2 นิโกเดโมคงจะมีความชัดเจนต่อคำว่า "น้ำและพระวิญญาณ" เป็นอย่างมากโดยไม่ต้องการคำอธิบายใดอีก. โยฮันผู้ให้บัพติศมาก็เคยกล่าวคำนี้กับพวกฟาริซายมาแล้วใน มธ.3:11 ดังนั้นพวกฟาริซายควรจะเข้าใจคำนี้อย่างสมบูรณ์. นิโกเดโมเป็นคนฟาริซาย ได้มาสนทนากับองค์พระผู้เป็นเจ้า แล้วองค์พระผู้เป็นเจ้าก็ตรัสคำที่เขาคุ้นเคย. คำว่า "น้ำ" เป็นแนวความคิดศูนย์กลางแห่งการปฏิบัติของโยฮันผู้ให้บัพติศมาซึ่งมีเพื่อให้มนุษย์แห่งสิ่งทรงสร้างเก่าได้สิ้นสุดลง. "พระวิญญาณ" เป็นแนวความคิดศูนย์กลางแห่งการปฏิบัติของพระเยซูซึ่งมีเพื่อให้มนุษย์ได้เริ่มต้นชีวิตใหม่ในสิ่งทรงสร้างใหม่. เมื่อรวมแนวความคิดที่สำคัญทั้งสองนี้เข้าด้วยกันก็กลายเป็นความหมายที่ครบถ้วนของการบังเกิดใหม่. การบังเกิดใหม่ก็คือ การสิ้นสุดมนุษย์แห่งสิ่งทรงสร้างเก่ารวมทั้งการประพฤติของเขา แล้วทำให้มนุษย์มีการเริ่มต้นชีวิตใหม่ในสิ่งทรงสร้างใหม่ด้วยชีวิตของพระเจ้า.
ยฮ.
3:6 ก ยฮ.1:13
ยฮ.
3:6 1 แปลตามตรงคือ ออกมาจาก.
ยฮ.
3:6 2 ในที่นี้วิญญาณคำแรกคือ พระวิญญาณอันศักดิ์สิทธิ์ซึ่งเป็นพระวิญญาณบริสุทธิ์ของพระเจ้าส่วนวิญญาณคำที่สองซึ่งเป็นวิญญาณของมนุษย์คือวิญญาณที่ได้รับการบังเกิดใหม่ของมนุษย์. พระวิญญาณบริสุทธิ์ของพระเจ้าได้กระทำให้การบังเกิดใหม่นั้นได้สำเร็จในวิญญาณของมนุษย์โดยชีวิตของพระเจ้า ซึ่งเป็นชีวิตที่นิรันดร์และไม่ได้ถูกเนรมิตสร้าง. ดังนั้นการได้รับการบังเกิดใหม่ก็คือการที่มนุษย์ได้รับชีวิตนิรันดร์ของพระเจ้า (นอกเหนือไปจากชีวิตมนุษย์ตามธรรมชาติ) มาเป็นแหล่งกำเนิดใหม่และเป็นองค์ประกอบใหม่ของคนใหม่นั่นเอง.
ยฮ.
3:8 ก ผปก.11:5; ยอค.37:9
ยฮ.
3:8 1ก คำว่า "ลม" กับคำว่า "วิญญาณ" ในภาษากรีกเป็นคำเดียวกัน. การที่จะมีความหมายเป็นลม หรือเป็นวิญญาณ นั้น ก็ต้องดูจากประโยคหน้าหลัง. ในที่นี้ประโยคหลังกล่าวถึงสิ่งที่พัดได้ และยังสามารถได้ยินเสียงด้วยแสดงว่าสิ่งนี้ก็คือลม. ผู้ที่บังเกิดใหม่นั้นเหมือนกับลมที่มนุษย์สามารถจำแนกได้แต่ไม่สามารถเข้าใจได้ ถึงแม้จะไม่สามารถเข้าใจได้ก็ยังคงเป็นความจริงและเป็น
ความเที่ยงแท้.
ยฮ.
3:8 2 แปลตามตรงคือ ออกมาจาก.
ยฮ.
3:11 ก ยฮ.3:32
ยฮ.
3:12 1 เรื่องบนโลก ในที่นี้ไม่ได้หมายถึง เรื่องที่มีลักษณะธาตุแท้ฝ่ายโลก แต่หมายถึงเรื่องที่เกิดขึ้นบนโลก ซึ่งรวมถึงการช่วยไถ่และการบังเกิดใหม่. ในหลักการเดียวกัน เรื่องบนสวรรค์ก็ไม่ได้หมายถึงเรื่องที่มีลักษณะธาตุแท้ฝ่ายสวรรค์ แต่หมายถึงเรื่องที่เกิดขึ้นบนสวรรค์. ในข้อต่อมาองค์พระผู้เป็นเจ้าได้ตรัสว่า พระองค์ทรงลงมาจากสวรรค์และยังคงเป็นผู้ที่สถิตในสวรรค์. นี่แสดงว่าพระองค์ทรงเป็นผู้หยั่งรู้ถึงสิ่งที่เกิดขึ้นบนฟ้าสวรรค์เพราะพระองค์ทรงสถิตอยู่บนสวรรค์ตลอดเวลา.
ยฮ.
3:13 ก รม.10:6-7; อฟ.4:9
ยฮ.
3:13 ข ยฮ.1:51
ยฮ.
3:13 1 สำเนาต้นฉบับเก่าแก่บางเล่มไม่มีวลีที่ว่า "ผู้สถิตในสวรรค์".
ยฮ.
3:14 ก อฤธ.21:4-9
ยฮ.
3:14 1 บทนี้ได้กล่าวถึงการบังเกิดใหม่. ด้านหนึ่งการบังเกิดใหม่ได้นำเอาชีวิตพร้อมด้วยพระนิสัยของพระเจ้าเข้าสู่ภายในเราทั้งหลาย. ในอีกด้านหนึ่งการบังเกิดใหม่ก็ได้สิ้นสุดนิสัยอันชั่วร้ายของซาตานที่อยู่ในเนื้อหนังของเราด้วย. ในเยเนซิศบทที่ 3 ซาตานซึ่งแปรสภาพเป็นงูได้ฉีดนิสัยของมันเข้าไปสู่เนื้อหนังของมนุษย์. เมื่อพลไพร่ชาวอิสราเอลได้ทำบาปต่อพระเจ้า พวกเขาก็ถูกงูกัด
(อฤธ.21:4-9). พระเจ้าก็ทรงบัญชาให้โมเซยกงูทองเหลืองขึ้น เพื่อรับการพิพากษาจากพระเจ้าแทนเขาทั้งหลายเพื่อทุกคนที่แลดูรูปงูทองเหลืองจะได้มีชีวิตเป็นอยู่. นั่นเป็นเพียงแบบเล็ง. ในข้อนี้ พระเยซูก็ทรงปรับใช้แบบเล็งนั้นกับตัวของพระองค์เองเพื่อแสดงว่าเมื่อพระองค์กลายเป็นเนื้อหนังนั้น พระองค์ได้กลายเป็นลักษณะของเนื้อหนังแห่งบาป (รม.8:3), ลักษณะนี้ก็คือรูปลักษณ์ของงูทองเหลืองนั่นเองคือ มีรูปลักษณ์ของงูแต่ไม่มีพิษงู. พระคริสต์ได้กลายเป็นลักษณะของเนื้อหนังแห่งบาป แต่ไม่มีส่วนเกี่ยวข้องใดๆกับความบาปของเนื้อหนัง (2กธ.5:21; ฮร.4:15). เมื่อพระองค์ถูกยกขึ้นบนไม้กางเขนในเนื้อหนังแล้ว ซาตานหรืองูเฒ่าก็ถูกจัดการโดยการตายของพระองค์ (12:31-33; ฮร.2:14). นี่หมายความว่านิสัยของงูที่อยู่ภายในมนุษย์ที่ตกต่ำได้ถูกขจัดแล้ว. เมื่อมนุษย์ได้รับการบังเกิดใหม่ด้วยชีวิตของพระเจ้าในพระคริสต์ นิสัยฝ่ายซาตานของเขาก็ได้ถูกลบล้างเสียแล้ว.
ดังนั้นในพระคำตอนนี้ขณะที่องค์พระผู้เป็นเจ้าเปิดเผยเรื่องการบังเกิดใหม่แก่นิโกเดโมนั้น พระองค์จึงได้กล่าวถึงประเด็นนี้เป็นพิเศษ.
นิโกเดโมคงจะเห็นว่าตัวเองเป็นคนดี มีศีลธรรมคนหนึ่ง. แต่ถ้อยคำขององค์พระผู้เป็นเจ้าในข้อนี้ได้เปิดเผยเป็นนัยว่า ไม่ว่าภายนอกของนิโกเดโมจะดีมากเพียงใด เขาก็ยังคงมีนิสัยงูของซาตานอยู่ภายใน. ในฐานะที่เขาเป็นเชื้อสายของอาดามเขาถูกพิษของงูเฒ่าทำร้าย และภายในเขาก็มีนิสัยของงูอยู่แล้ว. เขาไม่เพียงต้องการองค์พระผู้เป็นเจ้าเป็นพระเมษโปดกของพระเจ้าเพื่อขจัดความบาปของเขาเท่านั้น (1:29) แต่ยังต้องการให้องค์พระผู้เป็นเจ้าผู้อยู่ในลักษณะของงูมาจัดการกับนิสัยงูของเขาบนกางเขน เพื่อให้เขาได้รับชีวิตนิรันดร์. ตามหลักการที่ได้ตั้งไว้ในบทที่ 2 นี่ก็คือการเปลี่ยนความตายให้เป็นชีวิตนั่นเอง.
นิโกเดโมคงจะเห็นว่าตัวเองเป็นคนดี มีศีลธรรมคนหนึ่ง. แต่ถ้อยคำขององค์พระผู้เป็นเจ้าในข้อนี้ได้เปิดเผยเป็นนัยว่า ไม่ว่าภายนอกของนิโกเดโมจะดีมากเพียงใด เขาก็ยังคงมีนิสัยงูของซาตานอยู่ภายใน. ในฐานะที่เขาเป็นเชื้อสายของอาดามเขาถูกพิษของงูเฒ่าทำร้าย และภายในเขาก็มีนิสัยของงูอยู่แล้ว. เขาไม่เพียงต้องการองค์พระผู้เป็นเจ้าเป็นพระเมษโปดกของพระเจ้าเพื่อขจัดความบาปของเขาเท่านั้น (1:29) แต่ยังต้องการให้องค์พระผู้เป็นเจ้าผู้อยู่ในลักษณะของงูมาจัดการกับนิสัยงูของเขาบนกางเขน เพื่อให้เขาได้รับชีวิตนิรันดร์. ตามหลักการที่ได้ตั้งไว้ในบทที่ 2 นี่ก็คือการเปลี่ยนความตายให้เป็นชีวิตนั่นเอง.
ยฮ.
3:14 ข ยฮ.12:32, 34; 8:28
ยฮ.
3:15 1 นี่ก็คือชีวิตของพระเจ้า คือชีวิตที่ไม่ได้ถูกเนรมิตสร้างของพระเจ้าซึ่งไม่เพียงแต่ยั่งยืนในด้านกาลเวลาเท่านั้น แต่ยังเป็นสิ่งที่นิรันดร์และศักดิ์สิทธิ์ในด้านลักษณะธาตุแท้ด้วย. ข้อ 16, 36 ก็เช่นเดียวกัน.
ยฮ.
3:16 1 แปลตามตรงคือพระเจ้าทรงรักมนุษย์โลกเช่นนี้.
ยฮ.
3:16 ก รม.5:8; อฟ.2:4; ตต.3:4; 1ยฮ.4:10
ยฮ.
3:16 2 มนุษย์โลกในภาษากรีกเป็นคำเดียวกับโลก ชี้บ่งถึงผู้คนที่ทำบาปและตกต่ำซึ่งได้ก่อรูปขึ้นมาเป็นโลก. พวกเขาไม่เพียงมีบาป แต่ยังมีองค์ประกอบแห่งพิษร้ายของมาร ซึ่งก็คืองูเฒ่าอีกด้วยพวกเขาจึงกลายเป็นชนิดของมัน. พวกเขาต้องการให้พระคริสต์ตายแทนในรูปลักษณ์ของงูและถูกพิพากษาแทนพวกเขา (ข้อ 14) ไม่เช่นนั้นเขาจะต้องพินาศ (ข้อ 16). ถึงแม้มนุษย์โลกจะตกต่ำถึงที่สุด แต่ว่าพระเจ้าก็ยังคงรักเขาด้วยความรักที่ศักดิ์สิทธิ์ของพระองค์ ซึ่งก็คือตัวของพระองค์เอง (1ยฮ.4:8, 16) เพราะเขาเป็นภาชนะที่พระเจ้าทรงเนรมิตสร้างขึ้นตามแบบพระฉายาของพระองค์ เพื่อบรรจุพระองค์เอง (ยนซ.1:26; รม.9:21ก, 23). พระองค์ทรงรักเขามากจนได้ประทานพระบุตรองค์เดียวผู้เป็นการสำแดงของพระองค์ให้แก่เขาทั้งหลายเพื่อให้เขาได้รับชีวิตนิรันดร์ของพระองค์ กลายเป็นบุตรทั้งหลายของพระองค์ที่จะมาสำเร็จแผนการบริหารนิรันดร์แห่งพันธสัญญาใหม่ของพระองค์. เพราะฉะนั้นพระเจ้าได้ให้เขาบังเกิดใหม่โดยพระวิญญาณของพระองค์ก่อน (ข้อ 3-6) เพื่อให้เขามีชีวิตนิรันดร์ของพระองค์ (ข้อ 15-16, 36ก). จากนั้นก็เติมเต็มเขาทั้งหลายด้วยพระวิญญาณที่ไร้ขอบเขตจำกัดของพระองค์ (ข้อ 34) จนกระทั่งเขาได้กลายเป็น
เจ้าสาวของพระคริสต์ ผู้อยู่เหนือสิ่งสารพัดและครอบคลุมสรรพสิ่ง (ข้อ 31-35) เป็นการเพิ่มพูนและความบริบูรณ์ของพระองค์ (ข้อ 28-30).
ยฮ.
3:16 ข รม.8:32; 1ยฮ.4:9
ยฮ.
3:16 ค ยฮ.1:18; 3:18; 1ยฮ.4:9
ยฮ.
3:16 ง ยฮ.3:36; 6:40
ยฮ.
3:16 3ง การเชื่อเข้าสู่องค์พระผู้เป็นเจ้าต่างกับการเชื่อองค์พระผู้เป็นเจ้า (6:30). การเชื่อองค์พระผู้เป็นเจ้าคือ การเชื่อว่าพระองค์เป็นความจริงและความเที่ยงแท้ แต่การเชื่อเข้าสู่พระองค์เป็นการต้อนรับพระองค์และเข้าสนิทเป็นหนึ่งกับพระองค์. สิ่งแรกเป็นการยอมรับความจริงแห่งทัศนะภายนอก ส่วนการเชื่อเข้าสู่เป็นการต้อนรับชีวิตแห่งทัศนะภายใน.
ยฮ.
3:17 1 หรือ พิพากษา. ประโยคต่อๆ ไปก็เหมือนกัน.
ยฮ.
3:18 ก ยฮ.1:18
ยฮ.
3:19 ก ยฮ.1:9
ยฮ.
3:20 1 แปลตามตรงคือ เคยชินในการประพฤติชั่ว. ใน 5:29 ก็เช่นกัน.
ยฮ.
3:20 2 หรือ เปิดโปง, เปิดเผย.
ยฮ.
3:21 1 ถ้าดูตามประโยคก่อนหน้านี้ คำว่า "หลักความจริง" ในที่นี้มีนัยถึงความเที่ยงตรง (ที่ตรงข้ามกับความชั่วร้าย—ข้อ 19-20) ซึ่งเป็นความเที่ยงแท้ที่ปรากฏออกมาจากการที่มนุษย์ที่ได้เป็นอยู่ในพระเจ้าตามสิ่งที่พระเจ้าทรงเป็น และสอดคล้องกันกับความสว่างอันศักดิ์สิทธิ์. ความสว่างนี้ก็คือพระเจ้าที่ได้ปรากฏออกมาในพระคริสต์นั่นเอง. พระเจ้าผู้นี้ทรงเป็นต้นกำเนิดแห่งหลักความจริง. ดู 1ยฮ.1:6 คำอธิบาย 6.
ยฮ.
3:22 ก ยฮ.4:1-2
ยฮ.
3:24 ก มธ.14:3
ยฮ.
3:25 ก ยฮ.2:6
ยฮ.
3:26 ก ยฮ.1:28-29
ยฮ.
3:26 ข ยฮ.1:7, 34
ยฮ.
3:26 ค ยฮ.4:2
ยฮ.
3:28 ก ยฮ.1:20, 23
ยฮ.
3:29 ก วว.19:7
ยฮ.
3:30 1 การเพิ่มพูนในข้อนี้ก็คือเจ้าสาวในข้อที่แล้วนั่นเอง และเจ้าสาวนี้เป็นการประกอบขึ้นอันมีชีวิตของบรรดาผู้ที่ได้รับการบังเกิดใหม่ทั้งหมด. นี่ก็หมายความว่าการบังเกิดใหม่ที่กล่าวไว้ในบทนี้ไม่เพียงนำเอาชีวิตของพระเจ้าเข้าสู่ภายในผู้เชื่อและได้ขจัดไปซึ่งนิสัยของซาตานในเนื้อหนังของเขาเท่านั้น แต่ยังทำให้พวกเขากลายเป็นเจ้าสาวแห่งกลุ่มชนเพื่อการเพิ่มพูนของพระคริสต์อีกด้วย. สองประเด็นหลังซึ่งก็คือการขจัดไปซึ่งนิสัยแห่งงูที่อยู่ภายในผู้เชื่อ และผู้เชื่อได้ถูกทำให้กลายเป็นเจ้าสาวของพระคริสต์นั้นได้ถูกพัฒนาจนสมบูรณ์ในหนังสือวิวรณ์ที่โยฮันได้เขียนไว้. โดยหลักแล้วหนังสือวิวรณ์ได้เปิดเผยว่า ซาตานที่เป็นงูเฒ่านั้นถูกกำจัดไปอย่างสิ้นเชิงได้อย่างไร (วว.20:2, 10) และเจ้าสาวของพระคริสต์คือ กรุงเยรูซาเล็มใหม่ถูกก่อกำเนิดขึ้นมาอย่างสมบูรณ์ได้อย่างไร (วว.21:2, 10-27).
ยฮ.
3:31 ก ยฮ.8:23
ยฮ.
3:31 1ก ข้อ 31-36 ได้เปิดเผยแก่เราถึงพระคริสต์ผู้เกินกว่าที่เราจะหยั่งวัดได้และไร้จำกัด. พระองค์ทรงเป็นผู้เกินกว่าที่เราจะหยั่งวัดได้และไร้จำกัด, ทรงเป็นผู้เสด็จมาจากเบื้องบนและอยู่เหนือสารพัด, เป็นผู้ที่พระบิดาได้ทรงประทานสิ่งสารพัดทั้งปวงให้, เป็นผู้กล่าวพระคำของพระเจ้า, และเป็นผู้แจกจ่ายพระวิญญาณนั้นโดยไร้ขอบเขตจำกัดด้วย. พระองค์ผู้นี้ต้องการการเพิ่มพูนแห่ง
จักรวาลมาเป็นเจ้าสาวที่คู่ควรกับพระองค์ ดังที่ได้เปิดเผยไว้ในข้อ 22-30. ผู้ใดได้เชื่อในพระองค์ผู้เกินกว่าที่เราจะหยั่งวัดได้ผู้นี้ เขาก็มีชีวิตนิรันดร์. ผู้ใดที่ไม่เชื่อฟังพระองค์ผู้นี้ก็ตกอยู่ภายใต้พระพิโรธของพระเจ้า.
ยฮ.
3:31 2 คำว่า "มาจาก", "ฝ่าย", และ "จาก" ในภาษากรีกเป็นคำเดียวกัน. ในเมื่อมนุษย์, เรื่องราว, และสิ่งของบนแผ่นดินโลกได้มาจากแผ่นดินโลกก็ย่อมเป็นของฝ่ายแผ่นดินโลก. พระองค์ผู้เสด็จมาจากสวรรค์ ชี้ถึงผู้ที่ออกมาจากสวรรค์ ดังนั้นจึงทรงเป็นของฝ่ายสวรรค์.
ยฮ.
3:31 ข ยฮ.3:13
ยฮ.
3:32 ก ยฮ.3:11
ยฮ.
3:34 1 ดู 6:63 คำอธิบาย 3
ยฮ.
3:35 ก ยฮ.5:20
ยฮ.
3:36 ก ยฮ.3:15-16