โยฮัน บทที่ 19
ยฮ.
19:1 กขณะนั้นปีลาตจึงให้เอาพระเยซูไปโบยตี.
ยฮ.
19:2 พวกทหารก็เอาหนามสานเป็นมงกุฎสวมพระเศียรของพระองค์ และให้พระองค์สวมเสื้อสีม่วง
ยฮ.
19:3 แล้วมาหาพระองค์ทูลว่า "ท่านกษัตริย์ของชาวยูดาย! 1จงชื่นชมยินดีเถิด!" แล้วพวกเขาก็เอากมือตบพระองค์.
ยฮ.
19:4 ปีลาตจึงออกไปอีกกล่าวแก่คนเหล่านั้นว่า "ดูเถิด เราพาคนนี้ออกมาให้ท่านทั้งหลาย เพื่อท่านจะรู้ว่า เรากไม่พบความผิดใดๆ ในเขาเลย."
ยฮ.
19:5 พระเยซูจึงเสด็จออกมาทรงสวมมงกุฎหนาม และทรง[สวม]เสื้อสีม่วง. ปีลาตจึงกล่าวแก่เขาทั้งหลายว่า "ดูเถิด มนุษย์คนนี้!"
ยฮ.
19:6 เมื่อหัวหน้าปุโรหิตและพวกเจ้าหน้าที่ได้เห็นพระองค์ จึงร้องตะโกนว่า "ตรึงเขาที่กางเขนเสีย! ตรึงเขาที่กางเขนเสีย!" ปีลาต
กล่าวแก่พวกเขาว่า "ท่านทั้งหลายจงเอาเขาไปตรึงที่กางเขนด้วยตัวของท่านเองเถิด เพราะเรากไม่พบความผิดอะไรในเขาเลย."
ยฮ.
19:7 พวกยูดายตอบว่า "พวกเรามีกกฎบัญญัติ และตามกฎบัญญัตินั้น เขาควรจะตายเพราะว่าเขาได้ขตั้งตัวเป็นพระบุตรของพระเจ้า."
ยฮ.
19:8 ครั้นปีลาตได้ยินคำนั้น ท่านก็ยิ่งตกใจกลัว
ยฮ.
19:9 จึงเข้าไปใน1ศาลาปรีโทเรียมอีกและทูลพระเยซูว่า "ท่านมาจากไหน?" ฝ่ายพระเยซูมิได้ตรัสตอบประการใด.
ยฮ.
19:10 ปีลาตทูลพระองค์ว่า "ท่านจะไม่พูดกับเราหรือ? ท่านไม่รู้หรือว่า เรามีอำนาจที่จะปล่อยท่าน และมีอำนาจที่จะตรึงท่านที่กางเขนได้?"
ยฮ.
19:11 พระเยซู[ตรัส]ตอบว่า "ท่านคงจะไม่มีอำนาจทำอะไรต่อเรา หากมิทรงกประทาน[อำนาจนั้น]จากเบื้องบนให้แก่ท่าน เหตุฉะนั้นผู้ที่มอบเราไว้ให้แก่ท่านก็มีความผิดที่หนักกว่า."
ยฮ.
19:12 ตั้งแต่นั้นมาปีลาตจึงหาทางที่จะปล่อยพระองค์ แต่พวกยูดายร้องตะโกนว่า "ถ้าท่านปล่อยคนนี้ ท่านก็ไม่ได้เป็นมิตรของซีซาร์ ทุกคนที่ตั้งตัวเป็นกษัตริย์ก็เป็นปฏิปักษ์ต่อซีซาร์."
ยฮ.
19:13 เมื่อปีลาตได้ยินเช่นนั้น ท่านจึงพาพระเยซูออกมา แล้วนั่งลงที่บัลลังก์พิพากษาในที่ซึ่งเรียกว่า ลานปูศิลา แต่ในภาษาเฮ็บรายเรียกว่า 1ฆับบาธา.
ยฮ.
19:14 วันนั้นเป็น1วันเตรียมของเทศกาลปัศคา โดยเป็นเวลาประมาณ2หกนาฬิกาก่อนเที่ยง. ปีลาตจึงพูดกับพวกยูดายว่า "ดูเถิด กษัตริย์ของท่านทั้งหลาย!"
ยฮ.
19:15 เขาทั้งหลายจึงร้องตะโกนว่า "จงกำจัดเขา! จงกำจัดเขา! จงตรึงเขาที่กางเขนเสีย!" ปีลาตพูดกับเขาว่า "จะให้เราตรึงกษัตริย์ของท่านทั้งหลายที่กางเขนหรือ?" พวกหัวหน้าปุโรหิตจึงตอบว่า "พวกเราไม่มีกษัตริย์อื่นใดนอกจากซีซาร์."
ยฮ.
19:16 แล้วปีลาตจึงมอบพระองค์ให้เขานำตัวไป1ตรึงเสียที่กางเขน. เขาจึงกนำตัวพระเยซูไป.
(4) ถูกทดสอบในอำนาจสิทธิ์ขาดของพระเจ้าโดยความตาย
19:17-30
19:17-30
ยฮ.
19:17 และพระเยซูทรงกแบกกางเขนด้วยพระองค์เองไปยังที่ซึ่งเขาเรียกว่า กะโหลกศีรษะ ภาษาเฮ็บรายเรียกว่า โฆละโฆธา.
ยฮ.
19:18 ณ ที่นั่นเขาได้ตรึงพระองค์ไว้ที่กางเขนกับคนอีกกสองคน คนละข้างและพระเยซูอยู่ตรงกลาง.
ยฮ.
19:19 ปีลาตจึงเขียนป้ายติดไว้ที่กางเขนมีใจความว่า "เยซูกชาวนาซาเร็ธขกษัตริย์ของชาวยูดาย."
ยฮ.
19:20 พวกยูดายเป็นอันมากได้อ่านป้ายนี้ เพราะว่าที่ซึ่งเขาตรึงพระเยซูนั้นอยู่ใกล้กับเมือง และป้ายนั้นเขียนเป็น1ภาษาเฮ็บราย, 1ภาษาลาติน, และ1ภาษากรีก.
ยฮ.
19:21 พวกหัวหน้าปุโรหิตของพวกยูดายจึงพูดกับปีลาตว่า "อย่าเขียนว่า 'กษัตริย์ของชาวยูดาย' แต่ให้เขียนว่า 'ตัวเขาว่าเราเป็นกษัตริย์ของชาวยูดาย.' "
ยฮ.
19:22 ปีลาตจึงตอบว่า "1ซึ่งเราได้เขียน เราก็เขียนแล้ว."
ยฮ.
19:23 ครั้นพวกทหารตรึงพระเยซูไว้ที่กางเขนแล้ว เขาทั้งหลายก็1กเอาฉลองพระองค์มาแบ่งเป็นสี่ส่วนให้ทหารคนละส่วน [และเขาเอา]2เสื้อชั้นในด้วย. แต่2เสื้อชั้นในนั้นไม่มีตะเข็บ ทอเป็นผืนเดียวตั้งแต่บนจนตลอดล่าง.
ยฮ.
19:24 เหตุฉะนั้นเขาจึงพูดกันว่า "เราอย่าฉีกแบ่งกันเลย แต่ให้จับฉลากกัน จะได้รู้ว่าเป็นของผู้ใด." ทั้งนี้เพื่อให้สำเร็จเป็นจริงตามพระคัมภีร์ซึ่งว่า "กเขาเอาเสื้อผ้าของเราแบ่งกัน และเสื้อของเราเขาจับฉลากกัน." พวกทหารจึงได้1กระทำสิ่งเหล่านี้.
ยฮ.
19:25 ผู้ที่ยืนอยู่ข้างกางเขนของพระเยซูนั้น มีมารดาของพระองค์, กับ1น้าสาวของพระองค์, มาเรีย[ภรรยา]ของเกลวปา, และกมาเรียชาวมัฆดาลา.
ยฮ.
19:26 เมื่อพระเยซูทรงเห็นมารดาของพระองค์ และสาวกคนนั้นที่พระองค์ทรงรักยืนอยู่ใกล้ พระองค์จึงตรัสแก่มารดาของพระองค์ว่า "กหญิงเอ๋ย 1ดูเถิด บุตรชายของท่าน."
ยฮ.
19:27 แล้วพระองค์จึงตรัสแก่สาวกคนนั้นว่า "1ดูเถิด มารดาของท่าน." ตั้งแต่เวลานั้นมาสาวกคนนั้นจึงรับมารดาของพระองค์มาอยู่ในเรือนของตน.
ยฮ.
19:28 ภายหลังเหตุการณ์นี้พระเยซูทรงทราบว่าสิ่งทั้งปวงสำเร็จแล้ว เพื่อจะได้สำเร็จเป็นจริงตามพระคัมภีร์ พระองค์จึงตรัสว่า "กเรา1ขกระหายน้ำ."
ยฮ.
19:29 มีภาชนะใส่น้ำองุ่นเปรี้ยวไว้เต็มวางอยู่ที่นั่น เขาจึงเอาฟองน้ำชุบน้ำองุ่นเปรี้ยวใส่ปลายไม้หุสบส่งไปที่พระโอษฐ์ของพระองค์.
ยฮ.
19:30 เมื่อพระเยซูทรงรับ1น้ำองุ่นเปรี้ยวแล้ว พระองค์จึงตรัสว่า "2สำเร็จแล้ว!" และทรงก้มพระเศียรลง แล้วมอบวิญญาณของพระองค์ไว้.
(5) ทรงไหลออกในโลหิตกับน้ำ
19:31-37
19:31-37
ยฮ.
19:31 วันนั้นเป็นวันตระเตรียม พวกยูดายจึงขอปีลาตให้ทุบกระดูกขาให้หัก และให้เอาศพไปเสีย เพื่อมิให้ศพนั้นกค้างอยู่ที่กางเขนในวันซะบาโต เพราะวันซะบาโตเป็นวันสำคัญ.
ยฮ.
19:32 พวกทหารจึงมาทุบขาของคนที่หนึ่ง และขาของอีกคนหนึ่งที่ถูกตรึงไว้กับพระองค์ที่กางเขนให้หัก.
ยฮ.
19:33 แต่เมื่อเขามาถึงพระเยซูและเห็นว่าพระองค์สิ้นพระชนม์แล้ว เขาจึงมิได้ทุบกระดูกขาของพระองค์.
ยฮ.
19:34 แต่ทหารคนหนึ่งเอาทวนแทงที่สีข้างของพระองค์ และ1กโลหิตกับ1ขน้ำก็ไหลออกมาทันที.
ยฮ.
19:35 ผู้ที่ได้เห็นก็เป็นพยาน และคำพยานของเขาก็เป็นความจริง และเขาก็รู้ว่าสิ่งที่เขาพูดคือความจริง เพื่อท่านทั้งหลายจะได้เชื่อ.
ยฮ.
19:36 เพราะว่า1สิ่งเหล่านี้เกิดขึ้น ก็เพื่อจะสำเร็จเป็นจริงตามพระคัมภีร์ซึ่งว่า "2กระดูกของพระองค์จะกไม่ถูกทำให้หักเลยแม้สักซี่เดียว."
ยฮ.
19:37 และมีข้อพระคัมภีร์อีกข้อหนึ่งว่า "กพวกเขาจะมองดูพระองค์ที่เขาขได้แทง."
(6) พักสงบในเกียรติยศของมนุษย์
19:38-42
19:38-42
ยฮ.
19:38 1กภายหลังเหตุการณ์เหล่านี้ โยเซฟชาวบ้านอาริมาธายผู้เป็นสาวกลับๆ ของพระเยซู เพราะกลัวพวกยูดาย ได้มาขอพระวรกายพระเยซูจากปีลาต ปีลาตก็ยอมให้. โยเซฟจึงมารับพระวรกายพระเยซูไป.
ยฮ.
19:39 ฝ่ายกนิโกเดโมซึ่งครั้งแรกได้มาหาพระเยซูในเวลากลางคืนนั้นจึงเอา[เครื่องหอม]ที่ผสมจากขมดยอบกับคกฤษณาหนักประมาณหนึ่งร้อย1ปอนด์มาด้วย.
ยฮ.
19:40 เขาทั้งหลายจึงนำพระวรกายของพระเยซู เอาผ้าป่านเนื้อละเอียดกับเครื่องหอมพันร่างกายนั้นตามธรรมเนียมฝังศพของชาวยูดาย.
ยฮ.
19:41 ในที่ซึ่งเขาตรึงพระองค์ที่กางเขนนั้นมีสวนแห่งหนึ่ง ในสวนนั้นมีกอุโมงค์ฝังศพใหม่ที่ยังไม่ได้ฝังศพผู้ใดเลย.
ยฮ.
19:42 เพราะวันนั้นเป็นวันตระเตรียมของพวกยูดาย และเพราะอุโมงค์นั้นก็อยู่ใกล้พวกเขาจึงวางพระวรกายของพระเยซูไว้ที่นั่น.
คำอธิบาย โยฮัน บทที่ 19
ยฮ.
19:1 ก ข้อ 1-16: มธ.27:26ข-31; มก.15:15ข-20; ลก.23:25ข
ยฮ.
19:3 1 ดู มธ.27:29 คำอธิบาย 2.
ยฮ.
19:3 ก ยฮ.18:22; มธ.26:67; เทียบ มธ.5:39
ยฮ.
19:4 ก ยฮ.19:6; 18:38; ลก.23:4, 14, 22
ยฮ.
19:6 ก ยฮ.19:4
ยฮ.
19:7 ก ลวต.24:16; ยฮ.18:31
ยฮ.
19:7 ข ยฮ.5:18; 10:33
ยฮ.
19:9 1 ที่อยู่อาศัยอย่างเป็นทางการของข้าหลวง.
ยฮ.
19:11 ก รม.13:1
ยฮ.
19:13 1 เป็นภาษาอาราเมอิค (Aramaic) ที่มาจากภาษาเฮ็บรายหมายถึง ที่ซึ่งถูกยกให้สูงขึ้น. ในที่นี้จะต้องเป็นที่ยกระดับเหมือนกับเป็นแท่นที่ถูกยกสูงขึ้นและปูด้วยหินประดับ ตามที่ระบุได้จากชื่อในภาษากรีกที่ได้กล่าวไว้ในข้อนี้.
ยฮ.
19:14 1 ดู มธ.27:62 คำอธิบาย 1.
ยฮ.
19:14 2 แปลตามตรงคือ ชั่วโมงที่หก.
ยฮ.
19:16 1 การช่วยกันตัดสินอย่างอยุติธรรมนี้ก็ได้เปิดโปงความตาบอดของศาสนาและความมืดมนของการเมืองออกมา.
ยฮ.
19:16 ก ยซย.53:7ข
ยฮ.
19:17 ก ข้อ 17-37: มธ.27:32-56; มก.15:21-41; ลก.23:32-49
ยฮ.
19:18 ก ยซย.53:12, 9
ยฮ.
19:19 ก มธ.2:23
ยฮ.
19:19 ข มธ.2:2
ยฮ.
19:20 1 ภาษาเฮ็บรายเป็นตัวแทนแห่งศาสนาของชาวเฮ็บราย, ภาษาลาติน (ของโรมัน) เป็นตัวแทนของการเมืองโรมัน, และภาษากรีกเป็นตัวแทนของวัฒนธรรมกรีก. เมื่อทั้งสามนี้มารวมเข้าด้วยกันก็เป็นตัวแทนถึงโลกโดยรวมคือมนุษยชาติทั้งหมด. นี่เป็นเครื่องหมายเล็งถึงว่าพระเยซูผู้เป็นพระเมษโปดกของพระเจ้านั้นทรงถูกฆ่าโดยมนุษยชาติทั้งหมดและทรงถูกฆ่าเพื่อมนุษยชาติทั้งหมดด้วย.
ยฮ.
19:22 1 ปีลาตไม่ได้เขียนสิ่งนี้โดยตัวเขาเอง แต่เป็นมาจากอำนาจสิทธิ์ขาดของพระเจ้า.
ยฮ.
19:23 ก เทียบ มธ.5:40
ยฮ.
19:23 1ก ในขณะที่องค์พระผู้เป็นเจ้าถูกตรึงกางเขนนั้น สิทธิในการสวมเสื้อผ้า (ข้อ 23-24) และในการดื่มน้ำ (ข้อ 28-30) ของพระองค์ก็ถูกริดรอนไปพร้อมกับชีวิตของพระองค์.
ยฮ.
19:23 2 คล้ายเสื้อเชิ้ต แต่สวมอยู่ด้านใน.
ยฮ.
19:24 ก บพส.22:18
ยฮ.
19:24 1 นี่ก็ไม่ได้เป็นมาโดยพวกทหาร แต่เป็นมาจากอำนาจสิทธิ์ขาดของพระเจ้า
ยฮ.
19:25 1 ซะโลเม (มก.15:40) เป็นภรรยาเซเบดาย. เธอเป็นมารดาของยาโกโบและโยฮัน (มธ.27:56).
ยฮ.
19:25 ก มธ.27:61; ลก.8:2; ยฮ.20:1
ยฮ.
19:26 ก ยฮ.2:4
ยฮ.
19:26 1 ใน ลูกา 23:43 องค์พระผู้เป็นเจ้าตรัสกับโจรคนหนึ่งในสองคนที่ได้ร่วมถูกตรึงกางเขนกับพระองค์ว่า "วันนี้เจ้าจะอยู่กับเราในสวนบรมสุขเกษม." ประโยคนั้นมีความเกี่ยวข้องกับความรอดเพราะกิตติคุณลูกาได้พิสูจน์ว่า องค์พระผู้เป็นเจ้าทรงเป็นพระผู้ช่วยของคนบาป. ในข้อ 26-27 นี้องค์พระผู้เป็นเจ้าตรัสแก่มารดาของพระองค์ว่า "ดูเถิด บุตรชายของท่าน" และตรัสกับสาวกคนที่พระองค์ทรงรักว่า "ดูเถิด มารดาของท่าน." คำพูดเหล่านี้แสดงให้เห็นถึงการเข้าสนิทของชีวิต. เพราะกิตติคุณโยฮันเป็นพยานว่า องค์พระผู้เป็นเจ้าทรงเป็นชีวิตที่แจกจ่ายเข้าสู่ภายในผู้เชื่อ. โดยชีวิตนี้เอง สาวกคนที่พระองค์ทรงรักจึงสามารถเป็นหนึ่งกับพระองค์ และได้กลายเป็นบุตรของมารดาของพระองค์ และมารดาของพระองค์ก็ได้กลายเป็นมารดาของสาวกคนที่พระองค์ทรงรักด้วย.
ยฮ.
19:27 1 ดูข้อ 26 คำอธิบาย 1.
ยฮ.
19:28 ก บพส.69:21
ยฮ.
19:28 ข เทียบ ลก.16:24; วว.21:8; 7:16
ยฮ.
19:28 1ข ความกระหายน้ำ เป็นรสชาติของความตาย (ลก.16:24; วว.21:8). พระเยซูได้ทรงลิ้มรสความตายเพื่อเราทั้งหลายบนกางเขนแล้ว (ฮร.2:9).
ยฮ.
19:30 1 ใน มธ.27:34 และ มก.15:23 นั้น ก่อนที่องค์พระผู้เป็นเจ้าจะถูกตรึงกางเขนก็มีคนส่งเหล้าองุ่นผสมกับดีและมดยอบให้พระองค์เพื่อเป็นยาชาแต่พระองค์ไม่ยอมดื่ม. แต่ในข้อนี้เมื่อพระองค์กำลังจะสิ้นพระชนม์อยู่บนไม้กางเขนนั้นก็มีคนส่งน้ำองุ่นเปรี้ยวให้พระองค์เป็นการเยาะเย้ยพระองค์ (ลก.23:36).
ยฮ.
19:30 2 ในขณะที่องค์พระผู้เป็นเจ้าตรึงอยู่บนกางเขนนั้น พระองค์ยังคงทำการอยู่. พระองค์ได้อาศัยการตรึงกางเขนมาสำเร็จการงานแห่งการตายที่ครอบคลุมสรรพสิ่ง โดยการตรึงกางเขนนี้ พระองค์ยังทรงสำเร็จการช่วยไถ่, สิ้นสุดสิ่งทรงสร้างเก่า, และได้ปลดปล่อยชีวิตแห่งการเป็นขึ้นของพระองค์ เพื่อก่อกำเนิดสิ่งทรงสร้างใหม่ ซึ่งเป็นการสำเร็จพระดำริของพระเจ้า. ในระหว่างขั้นตอนของการตาย พระองค์ก็ทรงพิสูจน์ให้ผู้ที่ต่อต้านและผู้ที่เชื่อพระองค์เห็นว่า พระองค์ทรงเป็นชีวิต โดยวิถีทางแห่งการประพฤติของพระองค์. สภาพการณ์อันน่าสะพรึงกลัวนั้นไม่อาจทำให้พระองค์เกรงกลัวเลยแม้แต่น้อย แต่กลับก่อให้เกิดการเปรียบเทียบซึ่งได้ยืนยันอย่างแน่นหนาว่าพระองค์ผู้เป็นชีวิตนั้นตรงข้ามกับความตาย และไม่ถูกกระทบกระเทือนจากความตายเลยแม้แต่น้อย. ดังนั้นการงานที่องค์พระผู้เป็นเจ้าตรัสว่า "สำเร็จแล้ว" นั้น ได้ครอบคลุมถึงการสำเร็จการไถ่, การสิ้นสุดสิ่งทรงสร้างเก่า, การปลดปล่อยชีวิตแห่งการเป็นขึ้นของพระองค์, และการชี้แถลงว่า พระองค์ทรงเป็นชีวิตที่ความตายไม่อาจกระทบกระเทือนได้.
ยฮ.
19:31 ก พบญ. 21:23
ยฮ.
19:34 ก อซด.12:7; ฮร.9:14, 22; 1ปต. 1:18-19; กจ.20:28; รม.3:25; 1ยฮ.1:7; วว.1:5; 12:11; ซคย.13:1; 1ยฮ.5:6
ยฮ.
19:34 1ก มีสองสิ่งที่ไหลออกมาจากสีข้างที่ถูกแทงขององค์พระผู้เป็นเจ้า คือน้ำกับโลหิต. โลหิตนั้นมีเพื่อการไถ่และขจัดความบาป (1:29; ฮร.9:22) เพื่อซื้อคริสตจักร (กจ.20:28). ส่วนน้ำนั้นมีเพื่อแจกจ่ายชีวิตและขจัดความตาย (12:24; 3:14-15) สำหรับก่อกำเนิดคริสตจักร (อฟ.5:29-30). ในด้านลบการตายขององค์พระผู้เป็นเจ้าได้ขจัดไปซึ่งความบาปของเรา ส่วนในด้านบวกได้แจกจ่าย
ชีวิตเข้าสู่ภายในเรา. ดังนั้นการตายขององค์พระผู้เป็นเจ้ามีสองด้าน คือด้านการไถ่และด้านการแจกจ่ายชีวิต. ด้านของการไถ่นั้นมีเพื่อด้านการแจกจ่ายชีวิต. บทบันทึกในกิตติคุณอีกสามเล่มนั้นได้บรรยายถึงด้านการไถ่แห่งการตายขององค์พระผู้เป็นเจ้าเท่านั้น แต่บทบันทึกของโยฮันนั้นไม่เพียงได้บรรยายถึงด้านการไถ่เท่านั้น แต่ยังบรรยายถึงด้านการแจกจ่ายชีวิตอีกด้วย. ใน มธ.
27:45, 51; มก.15:33, และ ลก.23:44-45 ได้มีความมืด ซึ่งเป็นสัญลักษณ์ของความบาปปรากฏออกมาและม่านในพระวิหารซึ่งได้กั้นระหว่างมนุษย์กับพระเจ้านั้นได้ขาดจากกัน. สิ่งเหล่านี้ล้วนเป็นเครื่องหมายเล็งถึงด้านการไถ่แห่งการตายขององค์พระผู้เป็นเจ้า. ใน ลก.23:34 องค์พระผู้เป็นเจ้าได้ตรัสบนกางเขนว่า "พระบิดาเจ้าข้า ขอโปรดยกโทษให้พวกเขา" และใน มธ.27:46
องค์พระผู้เป็นเจ้าได้ตรัสไว้ว่า "พระเจ้าของข้าพเจ้าๆ เหตุไฉนพระองค์ทรงทอดทิ้งข้าพเจ้าเสีย?" (เพราะในขณะนั้นพระองค์ทรงแบกรับความบาปของเรา). ถ้อยคำเหล่านี้ก็ได้บรรยายถึงด้านการไถ่แห่งการตายของพระองค์เช่นกัน. แต่น้ำที่ไหลออกมาและกระดูกที่ไม่ได้ถูกทำให้หักซึ่งโยฮันได้กล่าวไว้ในข้อ 34, 36 นั้นเป็นเครื่องหมายเล็งถึงด้านการแจกจ่ายชีวิตแห่งการตายของพระองค์ (ดู ข้อ 26 คำอธิบาย 1). การตายแห่งการแจกจ่ายชีวิตนี้ได้ปลดปล่อยชีวิตอันศักดิ์สิทธิ์ขององค์พระผู้เป็นเจ้าออกมาจากภายในพระองค์ เพื่อก่อกำเนิดคริสตจักร ซึ่งประกอบขึ้นจากบรรดาผู้เชื่อของพระองค์ที่ได้รับการแจกจ่ายชีวิตอันศักดิ์สิทธิ์
เข้าสู่ภายในเขา. การตายแห่งการแจกจ่ายชีวิตขององค์พระผู้เป็นเจ้านี้มีแบบเล็งโดยการนอนหลับของอาดาม ซึ่งได้ก่อกำเนิดเอวา (ยนซ.2:21-23) และยังมีเครื่องหมายโดยเมล็ดข้าวสาลีเม็ดหนึ่งซึ่งได้ตกลงในดินและตายเสียแล้วได้งอกขึ้นเกิดผลมาก (12:24) เพื่อทำเป็นขนมปังก้อนเดียว—พระกายของพระคริสต์ (1กธ.10:17). ดังนั้นการตายขององค์พระผู้เป็นเจ้าก็คือการตายแห่งการแพร่พันธุ์, การเพิ่มพูนของชีวิต, เป็นการตายแห่งการก่อกำเนิดและการขยายพันธุ์.
สีข้างที่ถูกแทงขององค์พระผู้เป็นเจ้านั้น มีแบบเล็งโดยสีข้างที่แยกออกของอาดามแล้วก่อกำเนิดเอวา (ยนซ.2:21-23). "โลหิต" นั้นมีเลือดของแกะปัศคา (อซด.12:7, 22; วว.12:11) เป็นแบบเล็ง. "น้ำ" นั้นมีแบบเล็งโดยน้ำที่ไหลออกมาจากศิลาที่ถูกตี (อซด.17:6; 1กธ.10:4). โลหิตนั้นได้ก่อรูปเป็นน้ำพุของการชำระบาป (ซคย.13:1) ส่วนน้ำได้กลายเป็นน้ำพุแห่งชีวิต (บพส.36:9; วว.21:6).
สีข้างที่ถูกแทงขององค์พระผู้เป็นเจ้านั้น มีแบบเล็งโดยสีข้างที่แยกออกของอาดามแล้วก่อกำเนิดเอวา (ยนซ.2:21-23). "โลหิต" นั้นมีเลือดของแกะปัศคา (อซด.12:7, 22; วว.12:11) เป็นแบบเล็ง. "น้ำ" นั้นมีแบบเล็งโดยน้ำที่ไหลออกมาจากศิลาที่ถูกตี (อซด.17:6; 1กธ.10:4). โลหิตนั้นได้ก่อรูปเป็นน้ำพุของการชำระบาป (ซคย.13:1) ส่วนน้ำได้กลายเป็นน้ำพุแห่งชีวิต (บพส.36:9; วว.21:6).
ยฮ.
19:34 ข อซด.17:6; 1กธ.10:4; ยฮ.4:10, 14; วว.22:1, 21:6; บพส.36:9; ยรม.2:13
ยฮ.
19:36 1 การที่สิ่งต่างๆ เหล่านี้ล้วนได้เกิดขึ้นอย่างอัศจรรย์และมีความหมายเช่นนี้ล้วนเป็นมาจากอำนาจสิทธิ์ขาดของพระเจ้าทั้งสิ้น. นี่ก็ยืนยันว่าการตายขององค์พระผู้เป็นเจ้านั้นไม่ได้เป็นเรื่องบังเอิญ แต่นี่เป็นสิ่งที่พระเจ้าได้ทรงวางโครงการไว้ตั้งแต่ก่อนทรงสร้างโลก (1ปต.1:19-20).
ยฮ.
19:36 2 พระคัมภีร์ได้กล่าวถึงกระดูกเป็นครั้งแรกใน ยนซ.2:21-23 นั่นก็คือการชักกระดูกซี่โครงซี่หนึ่งออกมาจากอาดามเพื่อก่อกำเนิดและก่อสร้างเอวาให้เป็นคู่ครองของอาดาม. เอวาเป็นแบบเล็งถึงคริสตจักรซึ่งได้ก่อกำเนิดและก่อสร้างขึ้นจากชีวิตแห่งการเป็นขึ้นของพระองค์ที่ได้ปลดปล่อยออกมา. ดังนั้นกระดูกจึงเป็นเครื่องหมายและเป็นสัญลักษณ์ของชีวิตแห่งการเป็นขึ้นของ
องค์พระผู้เป็นเจ้า ซึ่งไม่มีสิ่งใดอาจทำลายได้. สีข้างขององค์พระผู้เป็นเจ้าถูกแทง แต่กระดูกของพระองค์ไม่หักเลยแม้แต่ซี่เดียว. นี่เป็นเครื่องหมายเล็งว่า ถึงแม้ชีวิตทางกายภาพของพระองค์จะสิ้นสุดลง แต่ชีวิตแห่งการเป็นขึ้นซึ่งก็คือชีวิตที่ศักดิ์สิทธิ์นั้นไม่มีสิ่งใดอาจทำร้ายหรือทำลายได้. นี่ก็คือชีวิตที่ใช้ก่อกำเนิดและก่อสร้างคริสตจักรและก็คือชีวิตนิรันดร์ที่เราได้รับโดยการเชื่อเข้าสู่ในพระองค์ (ยฮ.3:36).
ยฮ.
19:36 ก อซด. 12:46; อฤธ.9:12; บพส.34:20
ยฮ.
19:37 ก ซคย.12:10; วว.1:7
ยฮ.
19:37 ข ซคย.13:6
ยฮ.
19:38 ก ข้อ 38-42: มธ.27:57-61; มก.15:42-47; ลก.23:50-56
ยฮ.
19:38 1ก หลังจากที่องค์พระผู้เป็นเจ้าได้สำเร็จการตายแห่งการไถ่และการแจกจ่ายชีวิตแล้ว สถานการณ์แห่งการทนทุกข์ของพระองค์ก็เปลี่ยนไปเป็นสถานการณ์ที่สูงศักดิ์ในทันที. มีเศรษฐีคนหนึ่งชื่อโยเซฟ (มธ.27:57) และขุนนางในพวกยูดายคนหนึ่งชื่อนิโกเดโม (3:1) ได้มาจัดการฝังพระวรกายของพระองค์โดยนำมดยอบกับกฤษณามาพันพระวรกายของพระองค์ แล้วบรรจุในอุโมงค์ฝังศพใหม่ร่วมกับเศรษฐี (ยซย.53:9). ในเกียรติยศของสภาพมนุษย์ที่มีมาตรฐานสูงนี้เอง องค์พระผู้เป็นเจ้าก็ได้พักสงบในวันซะบาโต (ลก.23:55-56) เพื่อรอคอยเวลาที่จะเป็นขึ้นจากท่ามกลางคนตาย.
ยฮ.
19:39 ก ยฮ.3:1-2
ยฮ.
19:39 ข อซด.30:23; พพร.1:13; บพส.45:8; พพร.4:14
ยฮ.
19:39 ค อฤธ.24:6
ยฮ.
19:39 1 ดู 12:3 คำอธิบาย 1.
ยฮ.
19:41 ก ยซย.53:9