การงานบรรณกิจของห้องสมุดกิตติคุณแห่งประเทศไทย
หากท่านต้องการมีส่วนในการงานบรรณกิจของห้องสมุดกิตติคุณแห่งประเทศไทย
ท่านสามารถมอบถวายทรัพย์โดยโอนเงินเข้าบัญชีของห้องสมุด:
ธนาคารกสิกรไทย สาขาพาราไดซ์ พาร์ค
ชื่อบัญชี: นายปิยะ ตั้งเสรีมั่นคง และ
นางสุมิตรา อดุลประวิตรชัย และ
นางสาวทานาธิบดี ชูมณี
เลขที่บัญชี: 218-3-99941-1

รบกวนส่งสลิปการโอนมาที่ Line ID: @gospelbookroom
1 2 3 4 5 6 7 8 9 10 11 12 13 14 15 16 17 18 19 20 21

โยฮัน บทที่ 17

2. การอธิษฐานของชีวิต
17:1-26
(1) ขอให้พระบุตรได้รับสง่าราศี เพื่อให้พระบิดาได้รับสง่าราศี
ข้อ 1-5
ยฮ. 17:1 เมื่อพระเยซูได้ตรัสคำเหล่านั้นแล้ว พระองค์จึงกแหงนพระพักตร์ดูฟ้าสวรรค์และตรัสว่า "ขพระบิดาเจ้าข้าเวลาก็มาถึงแล้ว 1ขอให้พระองค์คประทานสง่าราศีแก่พระบุตรของพระองค์เพื่อพระบุตรจะงถวายสง่าราศีแด่พระองค์
ยฮ. 17:2 เหมือนดังที่1พระองค์ได้ประทานให้พระบุตรมีกอำนาจปกครอง[มนุษย์ฝ่าย]เนื้อหนังทั้งสิ้น เพื่อพระบุตรจะประทานขชีวิต2นิรันดร์แก่บรรดาคนที่พระองค์คประทานแก่พระบุตรนั้น.
ยฮ. 17:3 นี่แหละคือ1ชีวิตนิรันดร์ คือว่าให้เขากรู้จักพระองค์ผู้เป็นขพระเจ้าจริงแท้องค์เดียว และรู้จักผู้ที่พระองค์2คทรงใช้มาคือ พระเยซูงคริสต์.
ยฮ. 17:4 ข้าพเจ้าได้1ถวายสง่าราศีแก่พระองค์ในโลก เพราะข้าพเจ้าได้กระทำกการงานซึ่งพระองค์ทรงมอบให้ข้าพเจ้ากระทำนั้นสำเร็จแล้ว.
ยฮ. 17:5 พระบิดาเจ้าข้า บัดนี้ขอโปรดให้ข้าพเจ้า1กได้รับสง่าราศีร่วมกับพระองค์คือขสง่าราศีซึ่งข้าพเจ้าได้มีคร่วมกับพระองค์งตั้งแต่ก่อนที่จะมีโลกนี้.
(2) ขอให้ผู้เชื่อถูกก่อสร้างกลายเป็นหนึ่ง
ข้อ 6-24
ก. ในพระนามของพระบิดา โดยชีวิตที่นิรันดร์
ข้อ 6-13
ยฮ. 17:6 ข้าพเจ้าได้สำแดงก พระนามของ1พระองค์แก่คนทั้งหลายที่พระองค์ขประทานให้แก่ข้าพเจ้าจากโลก. คนเหล่านั้นเป็นคของพระองค์อยู่แล้ว และพระองค์ประทานพวกเขาให้แก่ข้าพเจ้า และเขาก็ได้ถือรักษา2พระคำของพระองค์.
ยฮ. 17:7 บัดนี้เขาทั้งหลายรู้ว่าสิ่งทั้งปวงซึ่งพระองค์ได้ประทานแก่ข้าพเจ้ามาจากพระองค์
ยฮ. 17:8 เพราะว่ากพระคำซึ่งพระองค์ประทานแก่ข้าพเจ้า ข้าพเจ้าได้ขให้แก่เขาแล้ว และเขาได้รับเอาไว้ และรู้แน่ว่าข้าพเจ้าได้คออกมา1จากพระองค์ และเขาได้เชื่อว่าพระองค์ได้งทรงใช้ข้าพเจ้ามา.
ยฮ. 17:9 ข้าพเจ้ากวิงวอนเพื่อเขา ข้าพเจ้าไม่ได้วิงวอนเพื่อมนุษย์โลก แต่เพื่อคนเหล่านั้นที่พระองค์ขประทานแก่ข้าพเจ้า ด้วยว่าเขาเป็นคนคของพระองค์.
ยฮ. 17:10 และทุกสิ่งที่เป็นของข้าพเจ้า ก็เป็นของพระองค์และที่เป็นของพระองค์ก็เป็นกของข้าพเจ้า และข้าพเจ้าก็1ได้รับสง่าราศีอยู่2บนตัวของเขาเหล่านั้นแล้ว.
ยฮ. 17:11 ข้าพเจ้าจะไม่อยู่ในโลกนี้ต่อไป แต่พวกเขายังอยู่กในโลกนี้ ข้าพเจ้าขจะไปหาพระองค์. 1ข้าแต่พระบิดาผู้บริสุทธิ์ ขอพระองค์คทรงพิทักษ์รักษาคนเหล่านั้นที่พระองค์ประทานแก่ข้าพเจ้าไว้2ในงพระนามของพระองค์ เพื่อเขาทั้งหลายจะกลายเป็นจหนึ่งเหมือนกับพวกเรา.
ยฮ. 17:12 เมื่อข้าพเจ้ายังอยู่กับคนเหล่านั้น ข้าพเจ้าก็ได้กพิทักษ์รักษาพวกเขาผู้ซึ่งพระองค์ได้ประทานแก่ข้าพเจ้าไว้ในขพระนามของพระองค์ และข้าพเจ้าได้ปกป้อง[เขา]ไว้ และคมิได้ให้ผู้หนึ่งผู้ใด1งพินาศไป เว้นแต่ลูกของ1งความพินาศ เพื่อจะสำเร็จเป็นจริงตามฉพระคัมภีร์.
ยฮ. 17:13 แต่บัดนี้ข้าพเจ้ากำลังกไปหาพระองค์ ข้าพเจ้ากล่าวถึงสิ่งเหล่านี้ในโลก เพื่อให้ภายในของเขาทั้งหลายเติมเต็มด้วยขความชื่นชมยินดีของข้าพเจ้า.
ข. ในพระเจ้าตรีเอกภาพ
โดยอาศัยการแบ่งแยกบริสุทธิ์ของพระคำที่บริสุทธิ์
ข้อ 14-21
ยฮ. 17:14 ข้าพเจ้าได้กให้1พระคำของพระองค์แก่เขาแล้ว และ2โลกนี้ได้ขเกลียดชังเขาเพราะเขาคไม่ได้3เป็นของ2โลกเหมือนกับงข้าพเจ้าไม่ได้3เป็นของ2โลก.
ยฮ. 17:15 ข้าพเจ้าไม่ได้ทูลขอให้พระองค์นำเขาไปจากโลกนี้ แต่ทูลขอให้พระองค์กพิทักษ์รักษาพวกเขาไว้ให้1พ้นจาก2ขผู้ชั่วร้ายนั้น.
ยฮ. 17:16 เขากไม่ได้เป็นของโลก เหมือนดังที่ข้าพเจ้าไม่ได้เป็นของโลก.
ยฮ. 17:17 ขอโปรด1กแบ่งแยกเขาให้บริสุทธิ์2ด้วยหลักความจริง 3พระคำของพระองค์ก็คือหลักความจริง.
ยฮ. 17:18 พระองค์ทรง1กใช้ข้าพเจ้ามาในโลกฉันใด ข้าพเจ้าก็1ขใช้เขาไปในโลกฉันนั้น.
ยฮ. 17:19 ข้าพเจ้า1แบ่งแยกตัวของข้าพเจ้าให้บริสุทธิ์เพราะเห็นแก่เขา เพื่อเขาจะได้รับกการแบ่งแยกบริสุทธิ์ในหลักความจริงด้วย.
ยฮ. 17:20 ข้าพเจ้ามิได้กวิงวอนเพื่อคนเหล่านี้เท่านั้น แต่เพื่อคนทั้งหลายที่เชื่อเข้าสู่ข้าพเจ้าเพราะคำของเขาด้วย.
ยฮ. 17:21 เพื่อเขาทั้งหลายจะกลายเป็น1กหนึ่ง เหมือนพระองค์ คือพระบิดาทรงอยู่ขในข้าพเจ้า และข้าพเจ้าคอยู่ในพระองค์ เพื่อเขาทั้งหลายจะอยู่งในเรา เพื่อจมนุษย์โลกจะได้เชื่อว่า พระองค์ได้ทรงฉใช้ข้าพเจ้ามา.
ค. ในสง่าราศีที่ศักดิ์สิทธิ์ เพื่อการสำแดงของพระเจ้าตรีเอกภาพ
ข้อ 22-24
ยฮ. 17:22 1กสง่าราศีซึ่งพระองค์ได้ประทานให้แก่ข้าพเจ้า ข้าพเจ้าได้ให้แก่เขาเพื่อเขาจะกลายเป็น2ขหนึ่งเหมือนดังที่พระองค์กับข้าพเจ้าเป็นคหนึ่ง.
ยฮ. 17:23 ข้าพเจ้ากอยู่ในเขาและพระองค์ขอยู่ในข้าพเจ้า เพื่อเขาจะถูกกระทำให้สำเร็จกลายเป็นคหนึ่ง เพื่อมนุษย์โลกจะได้รู้ว่าพระองค์ได้งทรงใช้ข้าพเจ้ามา และรู้ว่าพระองค์ทรง1รักพวกเขาเหมือนได้จทรงรักข้าพเจ้า.
ยฮ. 17:24 พระบิดาเจ้าข้า กข้าพเจ้าอยู่ที่ไหน ก็ขอให้คนเหล่านั้นที่พระองค์ขประทานให้ข้าพเจ้า1อยู่กับข้าพเจ้าที่นั่นด้วย เพื่อให้เขาได้เห็นคสง่าราศีที่พระองค์ได้ประทานแก่ข้าพเจ้า เพราะพระองค์ได้ทรงงรักข้าพเจ้าตั้งแต่จก่อนทรงสร้างโลกแล้ว.
(3) ขอให้พระบิดาถูกสำแดงว่าเป็นผู้ชอบธรรม
ในความรักที่มีต่อพระบุตรและผู้เชื่อของพระองค์
ข้อ 25-26
ยฮ. 17:25 ข้าแต่1พระบิดาผู้ทรงความชอบธรรม แม้มนุษย์โลกไม่ได้รู้จักพระองค์ แต่ข้าพเจ้าได้กรู้จักพระองค์ และคนเหล่านี้ก็รู้ว่าพระองค์ได้ขทรงใช้ข้าพเจ้ามา.
ยฮ. 17:26 ข้าพเจ้าได้กระทำให้เขารู้จักกพระนามของพระองค์ และยังจะกระทำให้เขารู้อีก เพื่อ1ขความรักที่พระองค์ได้ขทรงรักข้าพเจ้าจะอยู่ในเขา และข้าพเจ้าก็คอยู่ในเขา."

คำอธิบาย โยฮัน บทที่ 17

ยฮ. 17:1 ก ยฮ.11:41
ยฮ. 17:1 ข มธ.11:25, 26; ยฮ.11:41
ยฮ. 17:1 1 นี่คือหัวข้อหลักที่องค์พระผู้เป็นเจ้าได้ทรงอธิษฐานในบทนี้. พระองค์ทรงเป็นพระเจ้าได้มากลายเป็นเนื้อหนัง. เนื้อหนังของพระองค์ก็คือพลับพลาอันเป็นที่ให้พระเจ้าประทับบนแผ่นดินโลก (1:14). องค์ประกอบอันศักดิ์สิทธิ์ของพระองค์นั้นถูกจำกัดอยู่ในสภาพมนุษย์ของพระองค์ประดุจหนึ่งสง่าราศีของพระเจ้าถูกปกปิดไว้ในพลับพลา. บนภูเขาแห่งการเปลี่ยนรูปลักษณะ องค์ประกอบอันศักดิ์สิทธิ์ของพระองค์ได้ถูกปลดปล่อยออกมาจากเนื้อหนังของพระองค์และได้ปรากฏอยู่ในสง่าราศี และมีสาวกสามคนได้เห็น (มธ.17:1-4; ยฮ.1:14). แต่หลังจากนั้นองค์ประกอบที่ศักดิ์สิทธิ์ก็ถูกปกปิดไว้ในเนื้อหนังของพระองค์อีก. ก่อนที่องค์พระผู้เป็นเจ้าจะมีการอธิษฐานในที่นี้ พระองค์เคยพยากรณ์ไว้ว่า พระองค์จะได้รับสง่าราศีและพระบิดาก็จะได้รับสง่าราศีบนตัวของพระองค์ (12:23; 13:31-32). บัดนี้พระองค์ต้องผ่านการตายเพื่อให้เปลือกกายแห่งสภาพมนุษย์ของพระองค์แตกออกและให้องค์ประกอบที่ศักดิ์สิทธิ์และชีวิตอันศักดิ์สิทธิ์ของพระองค์ได้ถูกปลดปล่อยออกมา. พระองค์ยังต้องเป็นขึ้นเพื่อ จะยกชูสภาพมนุษย์ของพระองค์เข้าสู่องค์ประกอบอันศักดิ์สิทธิ์ และให้องค์ประกอบอันศักดิ์สิทธิ์ของพระองค์ได้รับการสำแดง จนกระทั่งทั่วทั้งตัวของพระองค์ซึ่งครอบคลุมทั้งสภาพพระเจ้าและสภาพมนุษย์ล้วนได้รับสง่าราศี (ดู 12:23 คำอธิบาย 1). เช่นนี้พระบิดาก็จะได้รับสง่าราศีบนตัวของพระองค์ (ดู 12:28 คำอธิบาย 1). ดังนั้นพระองค์จึงอธิษฐานเพื่อสิ่งนี้.
การอธิษฐานขององค์พระผู้เป็นเจ้าที่เกี่ยวกับข้อลับลึกอันศักดิ์สิทธิ์นี้ได้สำเร็จในสามช่วงด้วยกัน. ในช่วงที่หนึ่งของการอธิษฐานนี้ได้สำเร็จในการเป็นขึ้นของพระองค์. ในตอนนั้นองค์ประกอบอันศักดิ์สิทธิ์และชีวิตอันศักดิ์สิทธิ์ของพระองค์ได้ถูกปลดปล่อยออกมาจากสภาพมนุษย์ของพระองค์และได้เข้าไปสู่ภายในผู้เชื่อมากมาย (12:23-24) และตัวของพระองค์ ซึ่งครอบคลุมถึงสภาพมนุษย์ของพระองค์ก็ถูกนำเข้าสู่สง่าราศี (ลก.24:26). ประการนี้ทำให้องค์ประกอบที่ศักดิ์สิทธิ์ของพระบิดาก็ได้รับการสำแดงออกในการเป็นขึ้นและในการได้รับสง่าราศีของพระองค์. ในการเป็นขึ้นของพระองค์นั้น พระเจ้าก็ได้ทรงตอบและได้สำเร็จคำอธิษฐานของพระองค์ (กจ.3:13-15). ในช่วงที่สองของคำอธิษฐานนี้ก็ได้สำเร็จในคริสตจักรคือเมื่อชีวิตแห่งการเป็นขึ้นของพระองค์ได้รับการสำแดงผ่านทางอวัยวะมากมายของพระองค์ พระองค์ก็ได้รับสง่าราศีภายในเขาเหล่านั้น และพระบิดาก็ได้รับสง่าราศีในพระองค์ผ่านทางคริสตจักรด้วย (อฟ.3:21; 1ตธ.3:15-16). ในช่วงที่สามของคำอธิษฐานนี้จะได้รับการสำเร็จสุดยอดในกรุงเยรูซาเล็มใหม่ เพราะในเวลานั้น พระองค์จะได้รับการสำแดงอย่างครบถ้วนในสง่าราศี และพระเจ้าก็จะได้รับสง่าราศีในพระองค์ผ่านทางเมืองบริสุทธิ์ตราบชั่วนิรันดร์ (วว.21:11, 23-24).
การอธิษฐานเช่นนี้ของพระองค์เป็นการชี้แจงถึงฐานันดรและสภาพพระเจ้าของพระองค์ คือพระองค์กับพระบิดามีสง่าราศีที่ศักดิ์สิทธิ์ร่วมกันนั่นเอง.
ยฮ. 17:1 ค ยฮ.17:5; 7:39; 12:16, 23; 13:31, 32; กจ.3:13; ยฮ.16:14 เทียบ ยฮ.11:4; 17:10
ยฮ. 17:1 ง ยฮ.12:28; 13:31, 32; 17:5; เทียบ ยฮ.17:4; 14:13; 15:8; 21:19
ยฮ. 17:2 1 นี่ชี้ถึงการงานขององค์พระผู้เป็นเจ้า คือพระองค์ทรงมีอำนาจของพระบิดาเหนือบรรดามนุษยชาติ เพื่อพระองค์จะสามารถประทานชีวิตนิรันดร์ให้แก่มนุษย์ ไม่ใช่ประทานให้แก่มนุษย์ทุกคน แต่ให้แก่บรรดาผู้ที่พระบิดาทรงประทานแก่พระบุตรเท่านั้น ก็คือบรรดาผู้ที่พระบิดาทรงเลือกสรรนั่นเอง.
ยฮ. 17:2 ก มธ.28:18; เทียบ ยฮ.5:27
ยฮ. 17:2 ข ยฮ.10:28
ยฮ. 17:2 2 ดู 3:15 ดูคำอธิบาย 1.
ยฮ. 17:2 ค ยฮ.17:6, 9, 24; 6:37, 65
ยฮ. 17:3 1 ชีวิตนิรันดร์ก็คือชีวิตที่ศักดิ์สิทธิ์. ชีวิตนี้มีความสามารถพิเศษในการรู้จักกับพระเจ้าและพระคริสต์ (เทียบ มธ.11:27). ทั้งพระเจ้าและพระคริสต์ล้วนเป็นผู้ที่ศักดิ์สิทธิ์. ถ้าต้องการรู้จักกับตัวบุคคลที่ศักดิ์สิทธิ์ เราก็จำเป็นต้องมีชีวิตที่ศักดิ์สิทธิ์. ในเมื่อผู้เชื่อได้บังเกิดจากชีวิตที่ศักดิ์สิทธิ์ พวกเขาก็ย่อมจะรู้จักพระเจ้าและพระคริสต์ (ฮร.8:11; ฟป.3:10).
ยฮ. 17:3 ก ฮร.8:11; มธ.11:27
ยฮ. 17:3 ข 1ยฮ.5:20
ยฮ. 17:3 ค ยฮ.17:8
ยฮ. 17:3 2ค ดู 1:6 คำอธิบาย 1. ข้อ 8, 18, 21, 23, 25 ก็เช่นเดียวกัน.
ยฮ. 17:3 ง ฟป.3:10
ยฮ. 17:4 1 นี่ก็หมายความว่าขณะที่องค์พระผู้เป็นเจ้าดำเนินชีวิตอยู่บนโลกก็ได้ทรงสำแดงพระบิดาให้ปรากฏอย่างชัดเจนแล้ว.
ยฮ. 17:4 ก ยฮ.4:34; 5:17
ยฮ. 17:5 ก ยฮ.17:1
ยฮ. 17:5 1ก คำนี้ได้เน้นย้ำเกี่ยวกับสภาพพระเจ้าแห่งฐานันดรขององค์พระผู้เป็นเจ้าที่ได้ระบุไว้ในข้อ 1. พระองค์ทรงมีสง่าราศีอันศักดิ์สิทธิ์ร่วมกับพระบิดาก่อนที่จะมีโลกนี้ คือตั้งแต่ในนิรันดร์กาลก่อนแล้ว. ดังนั้นบัดนี้พระองค์ควรจะได้รับสง่าราศีนั้นร่วมกับพระบิดา. องค์พระผู้เป็นเจ้ามิได้มีส่วนในสง่าราศีอันศักดิ์สิทธิ์เพียงผู้เดียว แต่ได้มีส่วนในสง่าราศีนี้ร่วมกับพระบิดาเพราะพระองค์กับพระบิดาเป็นหนึ่ง (10:30).
ยฮ. 17:5 ข ยฮ.17:22, 24
ยฮ. 17:5 ค ยฮ.1:2
ยฮ. 17:5 ง ยฮ.17:24
ยฮ. 17:6 ก ยฮ.17:11, 12, 26
ยฮ. 17:6 1 พระนามของพระองค์ ในข้อนี้และในข้อ26 ก็คือพระนาม พระบิดา. ในพันธสัญญาเดิมได้เปิดเผยพระนาม พระเจ้า และพระนาม พระยะโฮวา แก่มนุษย์อย่างสมบูรณ์แล้ว แต่ยังไม่ได้เปิดเผยพระนาม พระบิดา ออกมาอย่างพอเพียงแม้จะกล่าวถึงบ้างใน ยซย.9:6; 63:16; 64:8. พระบุตรได้เสด็จมาในพระนามของพระบิดา และได้ทรงทำการงานในพระนามของพระบิดา (5:43; 10:25) เพื่อต้องการสำแดงพระบิดาแก่บรรดาผู้ที่พระบิดาทรงประทานให้แก่พระองค์และยังได้ทรงทำให้เขารู้จักพระนามของพระบิดา (ข้อ26). พระนามนี้เปิดเผยว่าพระบิดาเป็นต้นกำเนิดของชีวิต (5:26) เพื่อทำให้ชีวิตได้แพร่พันธุ์และเพิ่มพูนจนกระทั่งมีบุตรมากมายบังเกิดมาจากพระบิดา (1:12-13) เพื่อสำแดงพระบิดา. ดังนั้นพระนามของพระบิดาจึงมีความสัมพันธ์อย่างใกล้ชิดกับชีวิตอันศักดิ์สิทธิ์.
ยฮ. 17:6 ข ยฮ.17:2
ยฮ. 17:6 ค ยฮ.17:9
ยฮ. 17:6 2 พระคำของพระบิดามีสองประเภท คือพระคำในยามปกติ (ข้อ 6) และพระคำยามฉับพลัน (ข้อ 8). องค์พระผู้เป็นเจ้าทรงใช้พระคำสองประเภทนี้มาแจกจ่ายชีวิตนิรันดร์ให้แก่บรรดาผู้เชื่อที่ได้ต้อนรับพระคำเหล่านี้.
ยฮ. 17:8 ก ยฮ.6:63, 68
ยฮ. 17:8 ข ยฮ.17:14
ยฮ. 17:8 ค ยฮ.8:42; 16:27, 30
ยฮ. 17:8 1 ดู 1:14 คำอธิบาย 6.
ยฮ. 17:8 ง ยฮ.17:18, 21, 23, 25
ยฮ. 17:9 ก ลก.22:32
ยฮ. 17:9 ข ยฮ.17:2
ยฮ. 17:9 ค ยฮ.17:6
ยฮ. 17:10 ก ยฮ.16:15
ยฮ. 17:10 1 เหล่าสาวกได้สำแดงองค์พระผู้เป็นเจ้า ดังนั้นองค์พระผู้เป็นเจ้าจึงได้รับสง่าราศีบนตัวเขาทั้งหลาย.
ยฮ. 17:10 2 คำว่า "บนตัว" แปลตามตรงคือ ใน ซึ่งก็หมายถึงเพราะเหตุเขาเหล่านั้น.
ยฮ. 17:11 ก ยฮ.13:1
ยฮ. 17:11 ข ยฮ.17:13
ยฮ. 17:11 1 ผู้เชื่อของพระบุตรยังคงอยู่ในโลกนี้. พวกเขาต้องได้รับการพิทักษ์รักษา เพื่อให้เขาทั้งหลายได้เป็นหนึ่งเหมือนกับที่ตรีเอกภาพอันศักดิ์สิทธิ์เป็นหนึ่ง นั่นคือให้พวกเขาได้เป็นหนึ่งในตรีเอกภาพอันศักดิ์สิทธิ์. พระบุตรทรงอธิษฐานขอให้พระบิดาผู้บริสุทธิ์ทรงทำให้ความเป็นหนึ่งนี้สำเร็จนั่นเอง.
ยฮ. 17:11 ค ยฮ.17:12, 15
ยฮ. 17:11 2 ได้รับการพิทักษ์รักษาไว้ในนามของพระบิดาก็คือได้รับการพิทักษ์รักษาโดยชีวิตของพระบิดา เพราะมีเพียงผู้ที่บังเกิดจากพระบิดาและมีชีวิตของพระบิดาเท่านั้นจึงจะมีส่วนในนามของพระบิดา. ผู้ใดที่พระบิดาทรงประทานให้แก่พระบุตร (ข้อ 2) พระบุตรก็ได้ประทานชีวิตของพระบิดาแก่พวกเขา ดังนั้นพวกเขาจึงมีส่วนในพระนามนี้ร่วมกันโดยการถูกพิทักษ์รักษาไว้ในพระนามนี้ และพวกเขาก็ได้กลายเป็นหนึ่งในพระนามนี้. ดังนั้นด้านที่หนึ่งของความเป็นหนึ่งนี้หรือด้านที่หนึ่งของการที่ผู้เชื่อถูกก่อสร้างก็คือความเป็นหนึ่งในพระนามของพระบิดาโดยชีวิตที่ศักดิ์สิทธิ์ของพระบิดา. ในความเป็นหนึ่งด้านนี้ผู้เชื่อที่ได้บังเกิดจากชีวิตของพระบิดานั้นได้รับสุขพระนามของพระบิดาซึ่งก็คือ ตัวพระบิดาเองเป็นปัจจัยสำคัญแห่งความเป็นหนึ่งของเขาทั้งหลาย.
ยฮ. 17:11 ง ยฮ.17:6
ยฮ. 17:11 จ ยฮ.17:21, 22, 23
ยฮ. 17:12 ก ยฮ.17:11
ยฮ. 17:12 ข ยฮ.17:6
ยฮ. 17:12 ค ยฮ.18:9; 6:39
ยฮ. 17:12 ง ยฮ.3:16; 10:28
ยฮ. 17:12 1ง คำว่า "พินาศ" ทั้งสองคำนี้มาจากรากศัพท์ในภาษากรีกคำเดียวกัน โดยคำหน้าเป็นคำกริยาส่วนคำหลังเป็นคำนาม.
ยฮ. 17:12 ง ยฮ.3:16; 10:28
ยฮ. 17:12 ฉ บพส.41:9
ยฮ. 17:13 ก ยฮ.17:11
ยฮ. 17:13 ข ยฮ.15:11
ยฮ. 17:14 ก ยฮ.17:8
ยฮ. 17:14 1 องค์พระผู้เป็นเจ้าได้ทรงประทานพระคำสองประเภทแก่ผู้เชื่อคือ พระคำในยามปกติ (ข้อ 14, 17) และพระคำในยามฉับพลัน (ข้อ 8).
ยฮ. 17:14 2 โลกคือระบบของซาตาน (12:31). ผู้เชื่อนั้น (1) ไม่ได้เป็นของโลก (ข้อ 14, 16); (2) ได้แบ่งแยกออกมาจากโลก (ข้อ 19); (3) ไม่ได้ไปจากโลก (ข้อ15); (4) ถูกใช้ไปในโลกเพื่อคำบัญชาขององค์พระผู้เป็นเจ้า (ข้อ 18). ข้อ 15, 16 ก็เช่นกัน.
ยฮ. 17:14 ข ยฮ.15:18; 1ยฮ.3:13
ยฮ. 17:14 ค ยฮ.17:16
ยฮ. 17:14 3 แปลตามตรงคือ ออกมาจาก. ข้อ 16 ก็เช่นเดียวกัน.
ยฮ. 17:14 ง ยฮ.8:23
ยฮ. 17:15 ก ยฮ.17:11
ยฮ. 17:15 1 แปลตามตรงคือ ออกจากผู้ชั่วร้ายนั้น.
ยฮ. 17:15 ข มธ.6:13; 13:38; 1ยฮ.2:13-14; 3:12; 5:18-19
ยฮ. 17:15 2ข วลีที่ว่า "ผู้ชั่วร้ายนั้น" หรือคำว่า "ความชั่วร้าย." โลกทั้งโลกทอดตัวจมอยู่ในผู้ชั่วร้ายนั้น (1ยฮ.5:19). ดังนั้นผู้เชื่อจึงต้องได้รับการปกป้องให้พ้นจากผู้ชั่วร้ายนั้น และพวกเขายังต้องเฝ้าระวังในการอธิษฐานอยู่เสมอ เพื่อเขาจะได้รับการช่วยให้พ้นจากผู้ชั่วร้ายนั้น (มธ.6:13).
ยฮ. 17:16 ก ยฮ.17:14
ยฮ. 17:17 ก ยฮ.17:19; 1ธซ.5:23; อฟ.5:26; ฮร.2:11
ยฮ. 17:17 1ก การแบ่งแยกบริสุทธิ์ (อฟ.5:26; 1ธซ.5:23) ก็คือการแบ่งแยกออกมาจากโลกและการยึดครองของโลกเพื่อถวายแด่พระเจ้าและพระประสงค์ของพระเจ้า ประการนี้ไม่เพียงแต่เป็นการแบ่งแยกบริสุทธิ์ในด้านฐานะเท่านั้น (มธ.23:17, 19) ยังเป็นการแบ่งแยกบริสุทธิ์ทางด้านนิสัยด้วย (รม.6:19, 22). พระคำอันมีชีวิตของพระเจ้าทรงทำงานอยู่ภายในผู้เชื่อเพื่อแบ่งแยกเขาทั้งหลายออกมาจากท่ามกลางสิ่งของฝ่ายโลกทุกอย่าง. นี่ก็คือการได้รับการแบ่งแยกบริสุทธิ์ในพระคำของพระเจ้าและพระคำนี้ก็คือหลักความจริงและความเที่ยงแท้.
ยฮ. 17:17 2 แปลตามตรงคือ ในความเที่ยงแท้. ความเที่ยงแท้ก็คือพระเจ้าตรีเอกภาพ (1:14, 17; 14:6; 1ยฮ.5:6). พระเจ้าตรีเอกภาพถูกครอบคลุมและซ่อนเร้นอยู่ในพระคำของพระองค์ ดังนั้นพระคำของพระองค์ก็คือความเที่ยงแท้ด้วย (ดู 1:14 คำอธิบาย 4; 1ยฮ.1:6 คำอธิบาย 6). เราทั้งหลายได้รับการแบ่งแยกบริสุทธิ์ในความเที่ยงแท้ของพระคำนี้นั่นเอง.
ยฮ. 17:17 3 พระคำของพระบิดาได้นำความเที่ยงแท้ของพระบิดามาด้วย. เมื่อพระคำของพระเจ้าตรัสว่า "พระเจ้าเป็นความสว่าง" พระคำนี้ก็จะนำพระเจ้าผู้ทรงเป็นความสว่างมาด้วย. ดังนั้นพระคำของพระเจ้าเป็นความเที่ยงแท้และเป็นหลักความจริงไม่เหมือนคำของซาตานที่เป็นความอนิจจังและคำมุสา (8:44).
ยฮ. 17:18 ก ยฮ.17:3, 8
ยฮ. 17:18 1ก พระบิดาทรงใช้พระบุตรมาในโลกนี้โดยที่พระองค์เองเป็นชีวิตและทุกสิ่งของพระบุตร. ในทำนองเดียวกันพระบุตรทรงใช้ผู้เชื่อไปในโลกนี้โดยที่พระองค์เองทรงเป็นชีวิตและทุกสิ่งของผู้เชื่อด้วย. ดู 20:21 คำอธิบาย 2.
ยฮ. 17:18 ข ยฮ.20:21
ยฮ. 17:19 1 พระบุตรทรงบริสุทธิ์สมบูรณ์ในพระองค์เองอยู่แล้ว. แต่ในขณะที่พระองค์อยู่ในโลกก็ยังได้แบ่งแยกตัวเองบริสุทธิ์ในวิถีการดำเนินชีวิตเพื่อก่อตั้งแบบอย่างแห่งการแบ่งแยกบริสุทธิ์สำหรับสาวก.
ยฮ. 17:19 ก ยฮ.17:17
ยฮ. 17:20 ก ยฮ.17:9
ยฮ. 17:21 ก ยฮ.17:11
ยฮ. 17:21 1ก นี่คือด้านที่สองของความเป็นหนึ่งในท่ามกลางผู้เชื่อ นั่นคือความเป็นหนึ่งในพระเจ้าตรีเอกภาพโดยอาศัยการแบ่งแยกบริสุทธิ์ (การแบ่งแยกออกมาจากโลกโดยพระคำของพระเจ้า). ในความเป็นหนึ่งด้านนี้ ผู้เชื่อซึ่งถูกแบ่งแยกออกจากโลกเพื่อถวายแด่พระเจ้านั้นได้รับสุขพระเจ้าตรีเอกภาพเป็นปัจจัยสำคัญแห่งความเป็นหนึ่งของเขาทั้งหลาย.
ยฮ. 17:21 ข ยฮ.10:38; 14:10, 11
ยฮ. 17:21 ค ยฮ.14:20
ยฮ. 17:21 ง ยฮ.14:20; 1กธ.1:30; รม.8:1; ยฮ.14:3
ยฮ. 17:21 จ ยฮ.17:23
ยฮ. 17:21 ฉ ยฮ.17:8
ยฮ. 17:22 ก ยฮ.17:5, 24; 1:14
ยฮ. 17:22 1ก สง่าราศีที่พระบิดาทรงประทานให้แก่พระบุตรก็คือฐานะแห่งบุตรซึ่งรวมถึงชีวิตของพระบิดา และพระนิสัยอันศักดิ์สิทธิ์ (5:26). ฐานะแห่งบุตรนี้ได้ประทานให้เพื่อพระบุตรจะได้สำแดงพระบิดาในความบริบูรณ์ของพระบิดา (1:18; 14:9; กซ.2:9; ฮร.1:3). พระบุตรก็ได้ทรงประทานสง่าราศีนี้ให้แก่ผู้เชื่อแล้วเพื่อพวกเขาจะได้รับฐานะแห่งบุตรพร้อมด้วยชีวิตของพระบิดาและพระนิสัยอันศักดิ์สิทธิ์เช่นกัน (ข้อ 2; 2ปต.1:4) เพื่อสำแดงพระบิดาอยู่ในพระบุตรและในความบริบูรณ์ของพระบุตร (1:16).
ยฮ. 17:22 ข ยฮ.17:11
ยฮ. 17:22 2ข นี่คือด้านที่สามของความเป็นหนึ่งในท่ามกลางผู้เชื่อ นั่นคือความเป็นหนึ่งในสง่าราศีอันศักดิ์สิทธิ์เพื่อการสำแดงแห่งกลุ่มชนของพระเจ้า. ในความเป็นหนึ่งด้านนี้ ผู้เชื่อซึ่งได้ปฏิเสธตัวตนอย่างสิ้นเชิงและได้รับสุขสง่าราศีของพระบิดานั้นเป็นปัจจัยสำคัญของการสำเร็จซึ่งความเป็นหนึ่งของเขาทั้งหลาย จนถูกก่อสร้างและมีการสำแดงพระเจ้าในลักษณะของกลุ่มชน. ความเป็นหนึ่ง แห่งพระบัญชาอันศักดิ์สิทธิ์นี้ได้สำเร็จซึ่งคำอธิษฐานของพระบุตรเพื่อให้พระองค์ได้รับการสำแดงออกอย่างครบถ้วนซึ่งก็คือได้รับสง่าราศีในการก่อสร้างของผู้เชื่อทั้งหลาย และเพื่อให้พระบิดาได้รับการสำแดงอย่างครบถ้วนหรือได้รับสง่าราศีในการได้รับสง่าราศีของพระบุตรด้วย. ดังนั้นความเป็นหนึ่งที่สุดยอดในท่ามกลางผู้เชื่อนั้น (1) อยู่ในชีวิตที่นิรันดร์ของพระเจ้า (ในพระนามของพระบิดา) (2) โดยพระคำที่บริสุทธิ์ของพระเจ้า และ (3) ในสง่าราศีที่ศักดิ์สิทธิ์เพื่อการสำแดงของพระเจ้าตรีเอกภาพไป ชั่วนิรันดร์. ในการที่พระบุตรจะสำเร็จความเป็นหนึ่งนี้ พระบิดาก็ได้ทรงประทานของหกสิ่งให้กับพระองค์ดังต่อไปนี้: อำนาจ (ข้อ 2) ผู้เชื่อ (ข้อ 2, 6, 9, 24), การงาน (ข้อ 4) พระคำ (ข้อ 8), พระนามของพระบิดา (ข้อ 11-12) และสง่าราศีของพระบิดา (ข้อ 24). ในการที่จะให้ผู้เชื่อจะมีส่วนในความเป็นหนึ่งนี้ พระบุตรจึงได้ทรงประทานของสามสิ่งให้แก่ผู้เชื่อดังต่อไปนี้: ชีวิตที่นิรันดร์ (ข้อ 2), พระคำที่บริสุทธิ์ของพระเจ้า (ข้อ 8, 14), และสง่าราศีที่ศักดิ์สิทธิ์ (ข้อ 22). (คำว่า "หนึ่ง" ในข้อ 23 ก็เช่นเดียวกัน).
ยฮ. 17:22 ค ยฮ.10:30
ยฮ. 17:23 ก ยฮ.14:20; รม.8:9
ยฮ. 17:23 ข ยฮ.17:21
ยฮ. 17:23 ค ยฮ.17:11
ยฮ. 17:23 ง ยฮ.17:8
ยฮ. 17:23 1 พระบิดาทรงรักพระบุตร โดยทรงประทานชีวิต, พระนิสัย, ความบริบูรณ์, และสง่าราศีของพระองค์ให้แก่พระบุตร เพื่อให้พระบุตรมาสำแดงพระองค์. พระบิดาก็ได้ทรงรักผู้เชื่อของพระบุตรอย่างนี้เช่นกัน โดยได้ทรงประทานชีวิต, พระนิสัย, ความบริบูรณ์, และสง่าราศีของพระองค์ให้แก่เขาทั้งหลายด้วย เพื่อเขาทั้งหลายสามารถสำแดงพระบิดาอยู่ในพระบุตร. นี่ก็คือเรื่องราวแห่งสง่าราศีและก็เป็นเรื่องราวแห่งความรักด้วย.
ยฮ. 17:23 จ ยฮ.17:24, 26
ยฮ. 17:24 ก ยฮ.14:3
ยฮ. 17:24 ข ยฮ.17:2
ยฮ. 17:24 1 พระบุตรนั้น อยู่ในสง่าราศีอันศักดิ์สิทธิ์แห่งการสำแดงของพระบิดา. ดังนั้นการที่พระบุตรอยู่ที่ไหน ผู้ที่เชื่อพระบุตรก็จะอยู่กับพระบุตรในที่ซึ่งพระบุตรอยู่นั้นก็หมายความว่า พวกผู้เชื่อจะได้อยู่ในสง่าราศีอันศักดิ์สิทธิ์ร่วมกับพระบุตรเพื่อสำแดงพระบิดานั่นเอง. การสำเร็จของเรื่องนี้ได้เริ่มต้นที่การเป็นขึ้นขององค์พระผู้เป็นเจ้า ซึ่งในเวลานั้น พระองค์ได้ทำให้ผู้เชื่อมีส่วนในชีวิตแห่งการเป็นขึ้นของพระองค์ และจะสำเร็จที่กรุงเยรูซาเล็มใหม่ เมื่อผู้เชื่อจะถูกนำเข้าสู่สง่าราศีอันศักดิ์สิทธิ์โดยสมบูรณ์ เพื่อเป็นการสำแดงแห่งกลุ่มชนที่สุดยอดของพระเจ้าตรีเอกภาพในโลกนิรันดร์.
ยฮ. 17:24 ค ยฮ.17:5, 22
ยฮ. 17:24 ง ยฮ.17:23, 26
ยฮ. 17:24 จ ยฮ.17:5
ยฮ. 17:25 1 มนุษย์โลกไม่รู้จักพระบิดา และก็ไม่ต้องการพระบิดา แต่พระบุตรและผู้ที่เชื่อพระบุตรนั้นรู้จักพระบิดาและก็ต้องการพระบิดาด้วย. ดังนั้นพระบิดาทรงรักพระบุตรและผู้ที่เชื่อในพระบุตรจนได้ประทานสง่าราศีของพระองค์ให้แก่พระบุตรและแก่ผู้ที่เชื่อพระบุตร. ในเรื่องนี้พระองค์ทรงชอบธรรมและเที่ยงตรง. ในการที่พระบิดาทรงแบ่งแยกผู้ที่เชื่อพระบุตรให้บริสุทธิ์นั้นได้สำแดงว่าพระบิดาทรงเป็นผู้บริสุทธิ์ (ข้อ 11). ส่วนในการที่พระบิดาทรงรักพระบุตรและผู้ที่เชื่อพระบุตรจนได้ประทานสง่าราศีของพระองค์ให้แก่พระบุตรและผู้ที่เชื่อพระบุตรนั้นได้สำแดงว่าพระบิดาทรงเป็นผู้ชอบธรรม.
ยฮ. 17:25 ก ยฮ.8:55; มธ.11:27
ยฮ. 17:25 ข ยฮ.17:8
ยฮ. 17:26 ก ยฮ.17:6
ยฮ. 17:26 ข ยฮ.17:23, 24
ยฮ. 17:26 1ข ความรักในที่นี้คือความรักของพระบิดา. ในความรักนี้พระบิดาได้ทรงประทานชีวิตและสง่าราศีของพระองค์ให้แก่พระบุตรและผู้ที่เชื่อในพระบุตร เพื่อให้พระบุตรและผู้ที่เชื่อในพระบุตรสามารถสำแดงพระองค์ได้. พระบุตรได้อธิษฐานให้ความรักนี้ได้อยู่ในผู้ที่เชื่อพระองค์ และให้เขาเหล่านั้นได้รู้สึกถึงความรักนี้อยู่เสมอ.
ยฮ. 17:26 ข ยฮ.17:23, 24
ยฮ. 17:26 ค ยฮ.14:20; รม.8:9
สารบัญ