โยฮัน บทที่ 16
ยฮ.
16:1 เราบอกสิ่งเหล่านี้แก่ท่านทั้งหลายแล้วเพื่อท่านจะไม่กสะดุดล้ม.
ยฮ.
16:2 เขาจะกไล่ท่านทั้งหลายเสียจากธรรมศาลา 1แต่เวลานั้นจะมาถึง คือเมื่อทุกคนที่2ขประหารชีวิตของท่านจะคิดว่า เขาทำการนั้นเป็นการปรนนิบัติพระเจ้า.
ยฮ.
16:3 เขากระทำดังนี้ กเพราะว่าเขาไม่ได้รู้จักพระบิดาและไม่ได้รู้จักเรา.
ยฮ.
16:4 แต่เราบอกสิ่งเหล่านี้ให้แก่ท่าน เพื่อว่ากเมื่อถึงเวลานั้นท่านจะระลึกได้ว่า เราได้บอกท่านแล้ว. เราไม่ได้บอกเรื่องนี้แก่ท่านทั้งหลายแต่แรก เพราะเรายังอยู่กับท่าน.
(3) การงานของพระวิญญาณนั้น
ได้สรุปลงที่การผสมกลมกลืนระหว่างสภาพพระเจ้ากับสภาพมนุษย์
16:5-33
ได้สรุปลงที่การผสมกลมกลืนระหว่างสภาพพระเจ้ากับสภาพมนุษย์
16:5-33
ก. การเสด็จไปของพระบุตร เพื่อการเสด็จมาของพระวิญญาณ
ข้อ 5-7
ข้อ 5-7
ยฮ.
16:5 แต่บัดนี้เราจะกไปหาพระองค์ผู้ทรงใช้เรามา และในพวกท่านไม่มีใครถามเราว่าขเราจะไปไหน?
ยฮ.
16:6 แต่เพราะเราได้บอกสิ่งเหล่านั้นแก่พวกท่าน กใจของท่านก็เต็มด้วยขความทุกข์โศก.
ยฮ.
16:7 ถึงกระนั้นก็ดีเราบอกความจริงแก่ท่านทั้งหลาย คือการที่เราจะไปนั้นจะเป็นประโยชน์แก่ท่าน. เพราะถ้าเราไม่ไป องค์ผู้ช่วยนั้นจะกไม่ได้มาหาท่าน แต่ถ้าเรา1ขไป เราจะคใช้พระองค์นั้นมาหาท่าน.
ข. การงานของพระวิญญาณนั้น
ข้อ 8-15
ข้อ 8-15
(ก) ทำให้มนุษย์โลกรู้สึกติเตียนตัวเอง
ข้อ 8-11
ข้อ 8-11
ยฮ.
16:8 เมื่อพระองค์นั้นมาแล้ว พระองค์จะทรง1ทำให้มนุษย์โลกรู้สึกติเตียนตัวเองเพราะเหตุ2ความบาป, 2ความชอบธรรม, และ2การพิพากษา.
ยฮ.
16:9 เกี่ยวกับกความบาปนั้น เพราะเขาไม่ขเชื่อเข้าสู่เรา
ยฮ.
16:10 เกี่ยวกับกความชอบธรรมนั้น เพราะขเรากำลังไปหาพระบิดา และท่านทั้งหลายจะไม่เห็นเราอีก
ยฮ.
16:11 เกี่ยวกับการพิพากษานั้น เพราะเจ้าผู้ครองโลกนี้ถูกกพิพากษาแล้ว.
(ข) ถวายสง่าราศีแด่พระบุตรด้วยการเปิดเผยพระบุตร
พร้อมทั้งความบริบูรณ์ของพระบิดาแก่ผู้เชื่อ
ข้อ 12-15
พร้อมทั้งความบริบูรณ์ของพระบิดาแก่ผู้เชื่อ
ข้อ 12-15
(ค) ส่งถ่ายทุกสิ่งที่พระบิดาและพระบุตรทรงมีแก่ผู้เชื่อ
ข้อ 13
ข้อ 13
ยฮ.
16:12 เรายังมีอีกหลายสิ่งที่จะบอกท่านทั้งหลาย แต่เดี๋ยวนี้ท่านยังแบกรับไว้ไม่ได้.
ยฮ.
16:13 แต่เมื่อกพระวิญญาณแห่งความเที่ยงแท้มาแล้ว พระองค์จะ1นำท่านทั้งหลายไปสู่ขความเที่ยงแท้ทุกอย่าง เพราะพระองค์จะไม่ตรัสคจากพระองค์เอง แต่พระองค์จะตรัสสิ่งที่พระองค์ทรงได้ยินออกมา และจะ1แจ้งให้ท่านทั้งหลายรู้งสิ่งเหล่านั้นซึ่งจะเกิดขึ้น.
ยฮ.
16:14 พระองค์จะให้เรากได้รับสง่าราศี เพราะพระองค์จะทรงนำสิ่งซึ่งได้รับจากเรามาแจ้งแก่ท่านทั้งหลาย.
ยฮ.
16:15 กทุกสิ่งที่พระบิดาทรงมีนั้นเป็นของเรา เหตุฉะนั้นเราจึงกล่าวได้ว่า พระองค์ทรงนำสิ่งซึ่งได้รับจากเรานั้น มาแจ้งแก่ท่านทั้งหลาย.
ค. พระบุตรได้กำเนิดเป็นบุตรที่เกิดใหม่ในการเป็นขึ้น
ข้อ 16-24
ข้อ 16-24
ยฮ.
16:16 กอีกหน่อยหนึ่งท่านทั้งหลายจะไม่เห็นเรา และต่อไปอีกหน่อยหนึ่งท่านก็ขจะเห็นเรา."
ยฮ.
16:17 สาวกของพระองค์บางคนจึงพูดกันว่า "ที่พระองค์ตรัสแก่เราว่า 'อีกหน่อยหนึ่งท่านทั้งหลายก็จะไม่เห็นเรา' และ 'ต่อไปอีกหน่อยหนึ่งท่านก็จะเห็นเรา' และที่กล่าวว่า 'เพราะเรากำลังไปหาพระบิดา' ประการเหล่านี้มีความหมายว่าอย่างไร?"
ยฮ.
16:18 เหตุฉะนั้นเขาจึงว่า "ที่พระองค์ตรัสว่า 'อีกหน่อยหนึ่ง' นั้นหมายความว่าอย่างไร? เราไม่เข้าใจว่าพระองค์ตรัสอะไร."
ยฮ.
16:19 พระเยซูทรงทราบว่า เขาอยากทูลถามพระองค์ พระองค์จึงตรัสแก่เขาว่า "ท่านทั้งหลายถามกันอยู่หรือว่า เราหมายความว่าอย่างไรที่พูดว่า 'อีกหน่อยหนึ่งท่านก็จะไม่เห็นเรา และต่อไปอีกหน่อยหนึ่งท่านก็จะเห็นเรา?'
ยฮ.
16:20 เราบอกท่านทั้งหลายจริงๆ ว่า ท่านกจะร้องไห้และคร่ำครวญ แต่มนุษย์โลกนี้จะชื่นชมยินดี ท่านทั้งหลายจะเป็นทุกข์โศกแต่ความทุกข์โศกของท่านจะกลับกลายเป็นขความชื่นชมยินดี.
ยฮ.
16:21 เมื่อผู้หญิงจะคลอดบุตรก็มีความทุกข์ เพราะเวลากำหนดของเธอถึงแล้ว แต่เมื่อ1คลอด2กบุตรแล้วก็หาได้ระลึกถึงความเจ็บปวดนั้นไม่ เพราะมีความชื่นชมยินดีที่คนหนึ่งเกิดมาในโลก.
ยฮ.
16:22 บัดนี้ท่านทั้งหลายก็มีความทุกข์ แต่เราจะ1พบท่านกอีก และใจของท่านขจะชื่นชมยินดี และความชื่นชมยินดีของท่านไม่มีผู้ใดช่วงชิงเอาไปจากท่านได้.
ยฮ.
16:23 ในกวันนั้นท่านจะไม่ถามอะไรเราอีก. เราบอกท่านทั้งหลายจริงๆ ว่า 1ท่านทั้งหลายจะขอสิ่งใดจากพระบิดาในนามของเรา พระองค์จะประทานสิ่งนั้นให้แก่ท่าน.
ยฮ.
16:24 แม้จนบัดนี้ท่านไม่ได้1กขอสิ่งใดในนามของเรา เดี๋ยวนี้ท่านทั้งหลายจงขอเถิด แล้วท่านจะได้รับเพื่อขความชื่นชมยินดีของท่านจะได้บริบูรณ์.
ง. ผู้เชื่อมีสันติสุขอยู่ในพระบุตรแม้จะถูกข่มเหง
ข้อ 25-33
ข้อ 25-33
ยฮ.
16:25 สิ่งเหล่านี้ เราได้กล่าวแก่ท่านเป็นคำอุปมา เมื่อเวลานั้นจะมาถึงเราจะไม่กล่าวแก่ท่านเป็นคำอุปมาอีก แต่จะกล่าวให้ท่านรู้ถึงพระบิดาอย่างแจ่มแจ้ง.
ยฮ.
16:26 ในกวันนั้นพวกท่านจะขขอในนามของเรา และเราจะไม่กล่าวแก่ท่านว่าเราจะทูลขอพระบิดาเพื่อท่าน
ยฮ.
16:27 ด้วยว่าพระบิดาทรงรักท่านทั้งหลาย เพราะท่านทั้งหลายได้รักเราและได้เชื่อว่าเราได้กออกมา1ขจากพระเจ้า.
ยฮ.
16:28 เรา1กออกมาจากพระบิดาและได้เข้ามาในโลกแล้ว เรากำลังจะจากโลกนี้และขกำลังไปหาพระบิดาอีก."
ยฮ.
16:29 เหล่าสาวกทูลว่า "ดูเถิด บัดนี้พระองค์ตรัสอย่างแจ่มแจ้ง และมิได้ตรัสเป็นคำอุปมาอีก.
ยฮ.
16:30 เดี๋ยวนี้ข้าพเจ้าทั้งหลายรู้แน่ว่า พระองค์ทรงทราบทุกสิ่ง และไม่จำเป็นที่ผู้ใดจะทูลถามพระองค์อีก เหตุฉะนั้นพวกข้าพเจ้าเชื่อว่าพระองค์ได้ออกมา1กจากพระเจ้า."
ยฮ.
16:31 พระเยซู[ตรัส]ตอบเขาว่า "เดี๋ยวนี้ท่านทั้งหลายเชื่อแล้วหรือ?
ยฮ.
16:32 ดูเถิดเวลานั้นจะมาถึง และบัดนี้ก็ถึงแล้ว คือเมื่อท่านทั้งหลายจะต้องกกระจัดกระจายไปยังที่อยู่ของตัวเองทุกคน และจะละเราไว้ผู้เดียว แต่เราไม่ได้อยู่ขโดดเดี่ยวเพราะพระบิดาทรง1คสถิตอยู่กับเรา.
ยฮ.
16:33 เราได้บอกสิ่งเหล่านี้แก่ท่านทั้งหลายแล้ว เพื่อท่านจะมีกสันติสุขในเรา. ในโลกนี้ท่านทั้งหลายมีขความทุกข์ยาก แต่ท่านทั้งหลายจง1วางใจเถิด เราได้คชนะโลกแล้ว."
คำอธิบาย โยฮัน บทที่ 16
ยฮ.
16:1 ก มธ.11:6
ยฮ.
16:2 ก ยฮ.9:22, 34
ยฮ.
16:2 1 แปลตามตรงคือ แต่.
ยฮ.
16:2 ข กจ.26:10
ยฮ.
16:2 2ข กิตติคุณเล่มนี้เปิดเผยว่า ศาสนาเป็นศัตรูของชีวิต. ในกิตติคุณเล่มอื่นๆ ศาสนายูดายก็ต่อ ต้านและข่มเหงพระเยซู. ในหนังสือกิจการศาสนายูดายก็ยังคงต่อต้านและข่มเหงอัครทูตและสาวกต่อไปอีก (กจ.4:1-3; 5:17-18, 40; 6:11-14;7:57-59; 26:9-12). ในประวัติศาสตร์ต่อจากนั้นนิกายโรมันคาทอลิกก็ได้ข่มเหงผู้ที่ติดตามองค์พระผู้เป็นเจ้า. ไม่ว่าองค์กรใดของศาสนาก็ล้วนได้ข่มเหงผู้ที่แสวงหาองค์พระผู้เป็นเจ้าที่อยู่ในชีวิตทั้งนั้น. ศาสนาทั้งหมดนี้ล้วนคิดว่าการข่มเหงเช่นนี้ก็คือ การปรนนิบัติพระเจ้า.
ยฮ.
16:3 ก ยฮ.8:19, 55; 15:21
ยฮ.
16:4 ก ยฮ.14:29
ยฮ.
16:5 ก ยฮ.16:10, 17, 28; 7:33; 14:12, 28
ยฮ.
16:5 ข ยฮ.13:36; 14:5
ยฮ.
16:6 ก ยฮ.14:1, 27; 16:22
ยฮ.
16:6 ข ยฮ.16:20, 21, 22
ยฮ.
16:7 ก ยฮ.7:39
ยฮ.
16:7 ข ยฮ.20:17
ยฮ.
16:7 1ข การ "ไป" นี้ในที่สุดจะสำเร็จโดยการเสด็จสู่สวรรค์ใน 20:17.
ยฮ.
16:7 ค ยฮ.15:26
ยฮ.
16:8 1 ทำให้...รู้สึกติเตียนตัวเอง มีความหมายถึงการพูดให้จำนน, การปรับโทษ, และการทำให้มนุษย์ติเตียนตัวเอง.
ยฮ.
16:8 2 ความบาปถูกนำเข้ามาโดยอาดาม (รม.5:12), แต่ความชอบธรรมคือพระคริสต์ที่เป็นขึ้น (ข้อ 10; 1กธ.1:30), ส่วนการพิพากษามีไว้สำหรับซาตาน (ข้อ 11) ซึ่งเป็นผู้ริเริ่มและต้นกำเนิดของความบาป (8:44). เราอยู่ในอาดามและเกิดจากความบาป. หนทางหนึ่งเดียวที่จะได้รับการปลดปล่อยจากความบาปก็คือ เชื่อเข้าสู่ในพระคริสต์ผู้เป็นพระบุตรของพระเจ้า (ข้อ 9). ถ้าเราเชื่อเข้าสู่ในพระองค์ พระองค์ก็จะกลายเป็นความชอบธรรมของเรา แล้วเราก็จะได้รับการโปรดให้ชอบธรรมในพระองค์ (รม.3:24; 4:25). ถ้าเราไม่กลับใจเสียใหม่จากความบาปที่อยู่ในอาดามและเชื่อเข้าสู่ในพระคริสต์ผู้เป็นพระบุตรของพระเจ้า เราก็ต้องอยู่ในความบาป และต้องร่วมรับการพิพากษาไปกับซาตานตลอดชั่วนิจนิรันดร์ (มธ.25:41). สิ่งเหล่านี้ก็คือประเด็นสำคัญของกิตติคุณ.
พระวิญญาณนั้นก็ใช้ประเด็นเหล่านี้มาทำให้มนุษย์โลกรู้สึกติเตียนตัวเอง.
ยฮ.
16:9 ก ยฮ.8:34
ยฮ.
16:9 ข ยฮ.8:24
ยฮ.
16:10 ก 1กธ.1:30; 2กธ.5:21; ฟป.3:9
ยฮ.
16:10 ข รม.4:25; 8:34
ยฮ.
16:11 ก ยฮ.12:31
ยฮ.
16:13 ก ยฮ.14:17; 15:26; 1ยฮ.5:6
ยฮ.
16:13 1 การงานของพระวิญญาณนั้นประการแรกคือทำให้มนุษย์โลกรู้สึกติเตียนตัวเอง. ประการที่สองคือเป็นพระวิญญาณแห่งความเที่ยงแท้ที่จะนำผู้เชื่อไปสู่ความเที่ยงแท้ทุกอย่าง ซึ่งก็คือการทำให้สิ่งที่ทรงเป็นและสิ่งที่ทรงมีทั้งหมดของพระบุตรกลายเป็นความเที่ยงแท้ต่อผู้เชื่อ. เพราะทุกสิ่งที่พระบิดาทรงเป็นและทรงมีล้วนได้แปรสภาพเป็นรูปธรรมอยู่ในพระบุตร (กซ.2:9) และทุกสิ่งที่พระบุตรทรงเป็นและทรงมีก็ถูกแจ้งให้เป็นความเที่ยงแท้แก่ผู้เชื่อผ่านทางพระวิญญาณนั้น (ข้อ 14-15). การแจ้งเช่นนี้ก็คือการให้พระบิดาได้รับสง่าราศีร่วมกับพระบุตร. ดังนั้นนี่ก็คือการที่พระเจ้าตรีเอกภาพกระทำเข้าสู่ภายในผู้เชื่อและผสมกลมกลืน
กับผู้เชื่อนั่นเอง. ประการที่สาม พระวิญญาณนั้นได้แจ้งถึงสิ่งที่จะเกิดขึ้น ซึ่งประเด็นที่สำคัญของสิ่งเหล่านี้ได้เปิดเผยอยู่ในวิวรณ์ (วว.1:1,19). การทำงานทั้งสามด้านของพระวิญญาณนั้นก็สอดคล้องกับบทประพันธ์ทั้งสามของโยฮันคือ หนังสือกิตติคุณ, หนังสือจดหมาย, และวิวรณ์.
ยฮ.
16:13 ข ยฮ.1:14, 17; 8:32; 14:6
ยฮ.
16:13 ค ยฮ.14:10
ยฮ.
16:13 ง วว.1:1, 19
ยฮ.
16:14 ก ยฮ.17:5
ยฮ.
16:15 ก ยฮ.17:10; กซ.2:9
ยฮ.
16:16 ก ยฮ.7:33
ยฮ.
16:16 ข ยฮ.20:20
ยฮ.
16:20 ก มก.16:10
ยฮ.
16:20 ข มธ.28:8; ลก.24:41
ยฮ.
16:21 1 การคลอดในที่นี้ก็คือการให้กำเนิดใน กจ.13:33. พระคริสต์ผู้ได้กลายเป็นเนื้อหนัง รวมทั้งบรรดาคนทั้งหลายที่เชื่อพระองค์ก็ได้ถูกกำเนิดเป็นบุตรของพระเจ้าในการเป็นขึ้นของพระองค์ (1ปต.1:3) พระองค์จึงได้กลายเป็นพระบุตรหัวปีของพระเจ้า และคนทั้งหลายที่เชื่อพระองค์ก็ได้กลายเป็นบุตรทั้งหลายของพระเจ้า เป็นพี่น้องของพระองค์เพื่อก่อรูปเป็นคริสตจักรของพระองค์ (รม.8:29; ยฮ.20:17 กับคำอธิบาย 2; ฮร.2:10-12) ซึ่งเป็นการแพร่พันธุ์ (12:24), การเพิ่มพูน (3:29-30), และเป็นพระกายของพระองค์ คือความบริบูรณ์และการสำแดงของพระองค์ (อฟ.1:23).
ยฮ.
16:21 ก กจ.13:33; รม.1:4; ฮร.1:5
ยฮ.
16:21 2ก ในคำเปรียบเทียบนี้ องค์พระผู้เป็นเจ้าได้แสดงให้เห็นว่า ในขณะนั้นเหล่าสาวกก็เหมือนกับผู้หญิงที่ต้องทนทุกข์เนื่องด้วยการคลอดบุตรส่วนพระองค์ก็คือบุตรชายที่คลอดออกมาในการเป็นขึ้นนั่นเอง (กจ.13:33; ฮร.1:5; รม.1:4).
ยฮ.
16:22 1 หลังจากที่องค์พระผู้เป็นเจ้าได้กำเนิดออกมาในการเป็นขึ้นแล้ว ก็เสด็จมาหาเหล่าสาวกในคืนวันนั้นเอง และสาวกก็ได้ชื่นชมยินดีเพราะการสถิตอยู่ขององค์พระผู้เป็นเจ้า (20:20).
ยฮ.
16:22 ก ยฮ.14:3
ยฮ.
16:22 ข ยฮ.20:20
ยฮ.
16:23 ก ยฮ:16:26; 14:20; 20:19
ยฮ.
16:23 1 หรือ ท่านทั้งหลายจะขอสิ่งใดจากพระบิดาพระองค์จะทรงประทานสิ่งนั้นให้แก่ท่านในนามของเรา.
ยฮ.
16:24 ก ยฮ.16:26; 14:13, 14; 15:16
ยฮ.
16:24 1ก ดู 15:16 คำอธิบาย 5. ข้อ 26 ก็เช่นกัน.
ยฮ.
16:24 ข ยฮ.15:11
ยฮ.
16:26 ก ยฮ.16:23
ยฮ.
16:26 ข ยฮ.16:24; 14:13, 14; 15:16
ยฮ.
16:27 ก ยฮ.16:28, 30; 8:42; 13:3; 17:8
ยฮ.
16:27 ข ยฮ.6:46; 7:29; 17:8; เทียบ ยฮ.15:26
ยฮ.
16:27 1ข ดู 1:14 คำอธิบาย 6.
ยฮ.
16:28 ก ยฮ.8:42
ยฮ.
16:28 1ก สำเนาต้นฉบับบางเล่มเป็น ออกมาจากพระบิดา. คำว่า "จาก" เป็นคำเดียวกับข้อ 27.
ยฮ.
16:28 ข ยฮ.16:5, 10, 17; 13:1, 3
ยฮ.
16:30 ก ยฮ.16:27
ยฮ.
16:30 1ก คำว่า "จาก" ที่สาวกใช้ในที่นี้ไม่มีนัยถึงคำว่า "ร่วมกับ" ซึ่งต่างกับคำที่องค์พระผู้เป็นเจ้าได้ใช้ในข้อ 27.
ยฮ.
16:32 ก มธ.26:31; ซคย.13:7
ยฮ.
16:32 ข ยฮ.8:29
ยฮ.
16:32 ค ยฮ.8:16, 29
ยฮ.
16:32 1ค ดู 8:16 คำอธิบาย 1.
ยฮ.
16:33 ก ยฮ.14:27
ยฮ.
16:33 ข ยฮ.15:20
ยฮ.
16:33 1 แปลตามตรงคือ มีใจกล้า.
ยฮ.
16:33 ค 1ยฮ.5:4-5