โยฮัน บทที่ 14
II. พระเยซูถูกตรึงและพระคริสต์ทรงเป็นขึ้น
เสด็จไปตระเตรียมหนทางที่จะนำมนุษย์เข้าสู่พระเจ้า
และได้กลายเป็นพระวิญญาณนั้น
เพื่อมาอาศัยและดำเนินชีวิตอยู่ภายในผู้เชื่อ
เพื่อการก่อสร้างที่ประทับของพระเจ้า
14:1—21:25
เสด็จไปตระเตรียมหนทางที่จะนำมนุษย์เข้าสู่พระเจ้า
และได้กลายเป็นพระวิญญาณนั้น
เพื่อมาอาศัยและดำเนินชีวิตอยู่ภายในผู้เชื่อ
เพื่อการก่อสร้างที่ประทับของพระเจ้า
14:1—21:25
1. การอาศัยอยู่ภายในของชีวิต — เพื่อก่อสร้างที่ประทับของพระเจ้า
14:1—16:33
14:1—16:33
(1) การแจกจ่ายของพระเจ้าตรีเอกภาพ เพื่อก่อกำเนิดที่พักอาศัย
14:1-31
14:1-31
ก. พระเยซูได้เสด็จไปโดยการตายและพระคริสต์ได้เสด็จมาโดยการเป็นขึ้น
เพื่อนำผู้เชื่อเข้าสู่พระบิดา
ข้อ 1-6
เพื่อนำผู้เชื่อเข้าสู่พระบิดา
ข้อ 1-6
ยฮ.
14:1 "กอย่าให้ใจของท่านทั้งหลายถูกรบกวน จงเชื่อเข้าสู่1พระเจ้า และเชื่อเข้าสู่1เราด้วย.
ยฮ.
14:2 ใน1กบ้านพระบิดาของเรามีขที่อาศัยอยู่2หลายแห่ง ถ้าไม่มี เราคงได้บอกท่านแล้ว เพราะเรา3คไปตระเตรียมที่สำหรับท่านทั้งหลาย.
ยฮ.
14:3 1ถ้าเราไป2ตระเตรียมที่สำหรับท่านแล้ว เรากำลังจะ3กมาอีกและ4รับท่านให้ไปอยู่กับเรา เพื่อ5ขเราอยู่ที่ไหน ท่านทั้งหลายจะอยู่ที่นั่นด้วย.
ยฮ.
14:4 เรากำลังไปที่ไหน ท่านทั้งหลายก็รู้จักทางนั้น."
ยฮ.
14:5 โธมาจึงทูลพระองค์ว่า "ข้าแต่องค์พระผู้เป็นเจ้า พวกข้าพเจ้าไม่รู้ว่า พระองค์จะไปไหน แล้วพวกข้าพเจ้าจะรู้จักทางนั้นได้อย่างไร?"
ยฮ.
14:6 พระเยซูตรัสแก่เขาว่า "เราเป็น1ทางนั้น, เป็น2กความเที่ยงแท้, และเป็นขชีวิต ไม่มีผู้ใดมาถึงพระบิดา เว้นไว้มาทางเรา.
ข. พระเจ้าตรีเอกภาพแจกจ่ายพระองค์เองเข้าสู่ภายในผู้เชื่อ
ข้อ 7-20
ข้อ 7-20
(ก) พระบิดาผู้แปรสภาพอยู่ในพระบุตรทรงปรากฏให้เห็นท่ามกลางผู้เชื่อ
ข้อ 7-14
ข้อ 7-14
ยฮ.
14:7 1ถ้าท่านทั้งหลายได้กรู้จักเราแล้ว ท่านก็คงจะได้รู้จักพระบิดาของเราด้วย ตั้งแต่นี้ไปขท่านก็รู้จักพระองค์และได้เห็นพระองค์."
ยฮ.
14:8 ฟีลิปจึงทูลพระองค์ว่า "ข้าแต่องค์พระผู้เป็นเจ้า ขอสำแดงพระบิดาให้ข้าพเจ้าทั้งหลายเห็น ข้าพเจ้าจึงจะอิ่มใจ."
ยฮ.
14:9 พระเยซูตรัสแก่เขาว่า "ฟีลิปเอ๋ย เราได้อยู่กับพวกท่านนานแล้วเช่นนี้ และท่านยังไม่รู้จักเราหรือ? กผู้ที่ได้เห็นเราก็ได้เห็นพระบิดา เหตุไฉนท่านจึงว่า ขอสำแดงพระบิดาให้ข้าพเจ้าทั้งหลายเห็น?
ยฮ.
14:10 ท่านไม่เชื่อหรือว่า เราอยู่กในพระบิดาและขพระบิดาอยู่ในเรา? 1คคำซึ่งเรากล่าวแก่ท่านทั้งหลาย เรามิได้กล่าวงจากตัวเราเอง แต่พระบิดาที่อาศัยอยู่ในเรา พระองค์นั้นทรงกระทำการงานของพระองค์.
ยฮ.
14:11 จงเชื่อเราว่าเราอยู่กในพระบิดา และพระบิดาอยู่ในเรา ถ้าหาไม่ก็จงเชื่อเพราะขการงานนั้นเถิด.
ยฮ.
14:12 เราบอกท่านทั้งหลายจริงๆ ว่า ผู้ที่เชื่อเข้าสู่เรานั้น การงานซึ่งเราได้กระทำ เขาจะกระทำด้วย และเขาจะกระทำกการใหญ่กว่านั้นอีก เพราะเรา1ขกำลังไปหาพระบิดาของเรา.
ยฮ.
14:13 สิ่งใดที่ท่านทั้งหลายจะกขอ1ในนามของเรา สิ่งนั้นเราจะกระทำ เพื่อ2พระบิดาจะขได้รับสง่าราศีในพระบุตร.
ยฮ.
14:14 ถ้าท่านกจะขอสิ่งใด (จากเรา)ในนามของเรา เราจะกระทำสิ่งนั้น.
(ข) พระบุตรผู้แปรสภาพเป็นจริงกลายเป็นพระวิญญาณนั้น
ทรงอาศัยอยู่ในผู้เชื่อ
ข้อ 15-20
ทรงอาศัยอยู่ในผู้เชื่อ
ข้อ 15-20
ยฮ.
14:15 ถ้าท่านทั้งหลายกรักเรา ท่านก็จะถือรักษาขพระบัญญัติของเรา.
ยฮ.
14:16 เราจะขอพระบิดา และพระองค์จะประทาน1กองค์ผู้ช่วยอีกผู้หนึ่งแก่ท่านเพื่อจะอยู่กับท่านเป็นนิตย์
ยฮ.
14:17 คือ1กพระวิญญาณแห่งความเที่ยงแท้ ผู้นั้นมนุษย์โลกรับไม่ได้ เพราะไม่เห็นและไม่รู้จักพระองค์ ท่านทั้งหลายรู้จักพระองค์ เพราะว่า2พระองค์อาศัยอยู่กับท่าน และจะอยู่3ขภายในท่าน.
ยฮ.
14:18 1เราจะไม่ละทิ้งท่านทั้งหลายไว้เป็นลูกกำพร้า เรา2กกำลังมาหาท่าน.
ยฮ.
14:19 กอีกหน่อยหนึ่งมนุษย์โลกก็จะไม่เห็นเรา แต่ท่านทั้งหลายจะเห็นเรา เพราะเรา1ขเป็นอยู่ ท่านทั้งหลายก็จะคเป็นอยู่ด้วย.
ยฮ.
14:20 ใน1กวันนั้นท่านทั้งหลายจะรู้ว่า เราอยู่ขในพระบิดา และท่านทั้งหลายคอยู่ในเรา และเรางอยู่ในท่านทั้งหลาย.
ค. พระเจ้าตรีเอกภาพทรงจัดเตรียมที่อาศัยร่วมกับผู้เชื่อ
ข้อ 21-24
ข้อ 21-24
ยฮ.
14:21 ผู้ที่มีพระบัญญัติของเราและถือรักษาพระบัญญัตินั้น ผู้นั้นแหละกรักเรา และผู้ที่รักเรา พระบิดาของเราจะทรงรักผู้นั้น และเราจะรักเขา และจะขสำแดงตัวของเราเองให้ปรากฏแก่เขา."
ยฮ.
14:22 ยูดา (มิใช่อิศการิโอด) จึงทูลพระองค์ว่า "ข้าแต่องค์พระผู้เป็นเจ้า เหตุใดพระองค์จึงจะสำแดงพระองค์เองให้ปรากฏแก่ข้าพเจ้าทั้งหลาย แต่ไม่ให้ปรากฏแก่มนุษย์โลก?"
ยฮ.
14:23 พระเยซูตรัสตอบเขาว่า "ถ้าผู้ใดกรักเรา ผู้นั้นจะขถือรักษาคำของเรา และพระบิดาของเราจะทรงรักเขา แล้วพวกเราจะมาหาเขา และร่วมจัดแจง1คที่อาศัยกับเขา.
ยฮ.
14:24 ผู้ที่ไม่รักเรา ก็ไม่ถือรักษาคำของเรา และกคำซึ่งท่านทั้งหลายได้ยิน ไม่ใช่คำของเรา แต่เป็นคำของพระบิดาผู้ทรงใช้เรามา.
ง. การเตือนสติขององค์ผู้ช่วยกับสันติสุขของชีวิต
ข้อ 25-31
ข้อ 25-31
ยฮ.
14:25 คำเหล่านั้นเราได้กล่าวแก่ท่านทั้งหลายแล้ว เมื่อเรายังอยู่กับท่าน.
ยฮ.
14:26 แต่1กองค์ผู้ช่วยนั้น คือพระวิญญาณบริสุทธิ์ที่2พระบิดาจะทรงใช้มา3ในนามของเรา พระองค์นั้นจะขสอนท่านคทุกสิ่ง และให้ท่านระลึกถึงทุกสิ่งที่เราได้กล่าวแก่ท่านแล้ว.
ยฮ.
14:27 เรามอบกสันติสุขไว้แก่ท่านทั้งหลาย สันติสุขของเราที่ให้แก่ท่านนั้น เราให้ท่านไม่เหมือนกับมนุษย์โลกให้. อย่าให้ใจของท่านทั้งหลายถูกขรบกวนและอย่ากลัวเลย.
ยฮ.
14:28 ท่านทั้งหลายได้ยินแล้วซึ่งเราได้กล่าวแก่ท่านว่า 'เรากกำลังไปและเรา1กำลังมาหาท่าน.' ถ้าท่านทั้งหลายรักเรา ท่านต้องมีใจชื่นชมยินดี เพราะขเราจะ2ไปหาพระบิดา เพราะว่าพระบิดาเป็นคใหญ่กว่าเรา.
ยฮ.
14:29 และบัดนี้เราได้บอกท่านทั้งหลายกก่อนที่เหตุการณ์นั้นจะเกิดขึ้น เพื่อว่าเมื่อเหตุการณ์นั้นเกิดขึ้นแล้ว ท่านทั้งหลายจะได้เชื่อ.
ยฮ.
14:30 ตั้งแต่นี้ไปเราจะไม่กล่าวกับท่านทั้งหลายมากเช่นนี้อีก เพราะว่ากเจ้าผู้ครองโลกจะมา และผู้นั้นไม่มีสิ่งใดที่อยู่ในเราเลย.
ยฮ.
14:31 แต่เพื่อมนุษย์โลกจะได้รู้ว่าเรารักพระบิดา และพระบิดาได้กตรัสสั่งเราอย่างไร เราจึงกระทำอย่างนั้น. จงลุกขึ้น ให้เราทั้งหลายไปจากที่นี่เถิด.
คำอธิบาย โยฮัน บทที่ 14
ยฮ.
14:1 ก ยฮ.14:27
ยฮ.
14:1 1 ในที่นี้องค์พระผู้เป็นเจ้าได้ให้สาวกเห็นว่าพระองค์เองทรงเหมือนกับพระเจ้า. เมื่อสาวกได้ยินว่าพระองค์จะต้องจากไปก็ถูกรบกวนยิ่งนัก. การที่พระองค์ตรัสคำเช่นนี้เพื่อต้องการให้เขารู้ว่าพระองค์ทรงเป็นพระเจ้าที่อยู่ทั่วทุกหนทุกแห่งไม่ถูกจำกัดโดยเวลาและสถานที่.
ยฮ.
14:2 ก ยฮ.2:16, 21; 1ตธ.3:15; ฮร.3:6; 1ปต.2:5; เทียบ อฟ.2:21-22
ยฮ.
14:2 1ก ตามการอธิบายใน 2:16, 21 บ้านพระบิดาของเรา ก็คือ พระวิหารแห่งพระกายของพระคริสต์ซึ่งเป็นที่ประทับของพระเจ้า. ในตอนแรกนั้นพระกายของพระคริสต์เป็นเพียงพระกายส่วนบุคคลของพระองค์. โดยการตายและการเป็นขึ้นของพระองค์ พระกายของพระคริสต์ก็ได้เพิ่มพูนกลายเป็นพระกายแห่งกลุ่มชนของพระองค์ นั่นก็คือคริสตจักร ซึ่งได้ครอบคลุมถึงผู้เชื่อทั้งหมดที่
ได้รับการบังเกิดใหม่โดยการเป็นขึ้นของพระองค์ (1ปต.1:3). ในการเป็นขึ้นของพระคริสต์ คริสตจักรได้กลายเป็นพระกายของพระคริสต์ ซึ่งเป็นบ้านของพระเจ้า (1ตธ.3:15; 1ปต.2:5; ฮร.3:6) เป็นที่ประทับของพระเจ้า (อฟ.2:21-22) และเป็นพระวิหารของพระเจ้า (1กธ.3:16-17).
ยฮ.
14:2 ข ยฮ.14:23
ยฮ.
14:2 2 ที่อาศัยหลายแห่งก็คือ อวัยวะมากมายแห่งพระกายของพระคริสต์ (รม.12:5) ซึ่งเป็นพระวิหารของพระเจ้า (1กธ.3:16-17). ข้อ 23 เป็นข้อพิสูจน์ที่เพียงพอต่อประเด็นนี้ ซึ่งกล่าวว่า องค์พระผู้เป็นเจ้ากับพระบิดาจะจัดแจงที่อาศัยร่วมกับผู้ที่รักพระองค์.
ยฮ.
14:2 ค ยฮ.14:12, 28; 7:33; 13:3
ยฮ.
14:2 3ค ในกิตติคุณเล่มนี้ แบ่งออกเป็นตอนที่สำคัญได้สองตอนคือ ตอนที่หนึ่งได้แก่บทที่ 1-13 แสดงถึงการที่พระคริสต์ผู้เป็นพระคำที่นิรันดร์ได้เสด็จมาโดยอาศัยการกลายเป็นเนื้อหนัง เพื่อนำพระเจ้าเข้าสู่มนุษย์เพื่อเป็นชีวิตและการหล่อเลี้ยงของชีวิตมนุษย์.
ตอนที่สองได้แก่ บทที่ 14-21 ได้เปิดเผยถึงการที่พระคริสต์ผู้เป็นมนุษย์เยซูได้ผ่านการตายและการเป็นขึ้น เพื่อนำมนุษย์เข้าสู่ในพระเจ้า เพื่อการก่อสร้างที่ประทับของพระเจ้านั่นก็คือคริสตจักร (มธ.16:18) ซึ่งเกี่ยวข้องกับการก่อสร้างกรุงเยรูซาเล็มใหม่ (ฮร.11:10; วว.21:2). ในจักรวาลนี้ พระเจ้าทรงมีการก่อสร้างเพียงหนึ่งเดียวเท่านั้นซึ่งก็คือ การก่อสร้างที่ประทับอันมีชีวิตของพระองค์ด้วยพลไพร่ที่พระองค์ได้ทรงไถ่ไว้.
ยฮ.
14:3 1 ประโยคที่ว่า "ถ้าเราไป...เรากำลังจะมาอีก" ประโยคนี้เป็นการพิสูจน์ว่า การไปขององค์พระผู้เป็นเจ้า (โดยการตายและการเป็นขึ้น) ก็คือการมาของพระองค์ (มาหาสาวก—ข้อ 18, 28). พระองค์เคยเสด็จมาในเนื้อหนัง (1:14) และก็เคยอยู่ท่ามกลางเหล่าสาวก แต่ทว่าพระองค์ไม่สามารถเข้าสู่ภายในเหล่าสาวกในขณะที่พระองค์ยังทรงอยู่ในเนื้อหนัง. พระองค์จำต้องก้าวไปอีกขั้นหนึ่งโดยผ่านการตายและการเป็นขึ้น เพื่อให้พระองค์ได้เปลี่ยนแปลงรูปกายจากเนื้อหนังเป็นพระวิญญาณเพื่อจะได้เข้าสู่และอาศัยอยู่ภายในเหล่าสาวก ดังที่ได้เปิดเผยไว้ในข้อ 17-20. หลังจากพระองค์ทรงเป็นขึ้นพระองค์ก็ได้มาและได้ระบายพระองค์เองในฐานะที่ทรงเป็นพระวิญญาณบริสุทธิ์เข้าสู่ภายในสาวก (20:19-22).
ยฮ.
14:3 2 พระประสงค์ขององค์พระผู้เป็นเจ้าในบทนี้ก็คือต้องการนำมนุษย์เข้าสู่ในพระเจ้า เพื่อก่อสร้างที่ประทับของพระองค์. แต่ระหว่างมนุษย์กับพระเจ้านั้นมีอุปสรรคขัดขวางมากมาย เช่นนิสัยแห่งบาป, การประพฤติแห่งบาป, ความตาย, โลก, เนื้อหนัง, ตัวตน, คนเก่า, และซาตาน. การจะนำมนุษย์เข้าสู่ในพระเจ้าได้นั้นพระองค์จะต้องแก้ไขปัญหาเหล่านี้ให้หมดเสียก่อน. ดังนั้น
พระองค์จำต้องขึ้นไปสู่กางเขนเพื่อสำเร็จการไถ่และได้เปิดหนทางแก่มนุษย์และให้มนุษย์มีฐานที่จะเข้าสู่ในพระเจ้าได้. หลังจากฐานที่อยู่ในพระเจ้าได้ขยายใหญ่ขึ้น ก็ได้กลายเป็นฐานที่อยู่ในพระกายพระคริสต์. ทุกคนที่ไม่มีฐานหรือไม่มีที่อยู่ในพระเจ้า ก็จะไม่มีที่อยู่ในพระกายของพระคริสต์อันเป็นที่ประทับของพระเจ้าด้วยเช่นกัน. ดังนั้นการที่องค์พระผู้เป็นเจ้าเสด็จไปสำเร็จการไถ่ จึงเป็นการจัดแจงที่อยู่สำหรับเหล่าสาวกในพระกายของพระองค์.
ยฮ.
14:3 ก ยฮ.14:18, 28
ยฮ.
14:3 3ก คำว่า "มา" ในภาษากรีกเป็นคำเดียวกับคำว่า "กำลังมา" ในข้อ 18 และ 28.
ยฮ.
14:3 4 การที่องค์พระผู้เป็นเจ้าทรงรับสาวกให้ไปอยู่กับพระองค์ก็คือ การวางเขาทั้งหลายไว้ในตัวของพระองค์เอง ดังที่กล่าวไว้ในข้อ 20 ว่า "ท่านทั้งหลายอยู่ในเรา" นั่นเอง.
ยฮ.
14:3 ข ยฮ.14:10, 11, 20; 17:21, 24
ยฮ.
14:3 5ข องค์พระผู้เป็นเจ้าทรงอยู่ในพระบิดา (ข้อ 10-11). พระองค์ต้องการให้สาวกอยู่ในพระบิดาเช่นกัน ดังที่ได้เปิดเผยใน 17:21. โดยอาศัยการตายและการเป็นขึ้น พระองค์ก็ได้นำเอาสาวกเข้าสู่ในพระองค์. ในเมื่อพระองค์อยู่ในพระบิดาและพวกสาวกอยู่ในพระองค์ ฉะนั้นพวกสาวกก็อยู่ในพระบิดาด้วย. ดังนั้นพระองค์อยู่ที่ไหนพวกสาวกก็อยู่ที่นั่นด้วย.
ยฮ.
14:6 1 หนทางที่มนุษย์จะเข้าสู่ในพระเจ้านั้นก็คือตัวขององค์พระผู้เป็นเจ้าเอง. ในเมื่อหนทางนี้เป็นบุคคลที่มีชีวิตผู้หนึ่ง ดังนั้นสถานที่ซึ่งองค์พระผู้เป็นเจ้าต้องการจะนำมนุษย์ไปนั้นก็ต้องเป็นตัวบุคคลเช่นกันซึ่งก็คือพระเจ้าพระบิดานั่นเอง. องค์พระผู้เป็นเจ้าทรงเป็นหนทางที่มีชีวิตเพื่อนำมนุษย์ไปสู่พระเจ้าพระบิดา อันเป็นที่ซึ่งมีชีวิต. หนทางจำต้องมีความเที่ยงแท้และความเที่ยงแท้
จำต้องมีชีวิต. องค์พระผู้เป็นเจ้าเองทรงเป็นชีวิตของเรา. ชีวิตนี้จะนำความเที่ยงแท้มาให้แก่เรา. ความเที่ยงแท้นี้ได้กลายเป็นหนทาง ซึ่งให้เราได้เข้าไปสู่การรับสุขพระเจ้าพระบิดานั่นเอง.
ยฮ.
14:6 ก ยฮ.1:14, 17; 8:32; 14:17
ยฮ.
14:6 2ก พระคริสต์ทรงเป็นความเที่ยงแท้ของสิ่งของอันศักดิ์สิทธิ์. ความเที่ยงแท้นี้ได้มาโดยพระองค์และได้กลายเป็นการแปรสภาพเป็นจริงของพระเจ้าที่มีต่อเรา. ดู 1:14 คำอธิบาย 4 กับ 1ยฮ.1:6 คำอธิบาย 6.
ยฮ.
14:6 ข ยฮ.1:4; 11:25; 1ยฮ.5:12; กซ.3:4
ยฮ.
14:7 1 บทนี้ได้เปิดเผยถึงการที่พระเจ้าแจกจ่ายตัวของพระองค์เองเข้าสู่ในมนุษย์. ในการที่จะนำพระองค์เองแจกจ่ายเข้าสู่ในเรานั้นพระเจ้าทรงเป็นตรีเอกภาพ. พระองค์ทรงเป็นหนึ่งแต่ก็เป็นสามด้วยคือพระบิดา, พระบุตร, และพระวิญญาณ. พระบุตรทรงเป็นการแปรสภาพที่เป็นรูปธรรมและการสำแดงของพระบิดา (ข้อ 7-11), พระวิญญาณทรงเป็นความเที่ยงแท้และการแปรสภาพเป็นจริงของพระบุตร (ข้อ 17-20). พระบิดาได้รับการสำแดงและถูกพบเห็นได้ในพระบุตร (พระบุตรยังถูกเรียกว่าพระบิดา—ยซย. 9:6). ส่วนพระบุตรก็ถูกเปิดเผยและแปรสภาพเป็นจริงในฐานะเป็นพระวิญญาณนั้น (2กธ.3:17). พระบิดาได้รับการสำแดงอยู่ท่ามกลางผู้เชื่อในพระบุตร ส่วนพระบุตรได้แปรสภาพเป็นจริงอยู่ในผู้เชื่อในฐานะที่ทรงเป็นพระวิญญาณนั้น.
พระบิดาทรงซ่อนเร้นอยู่; พระบุตรได้ปรากฏอยู่ท่ามกลางมนุษย์; ส่วนพระวิญญาณได้เข้าสู่ภายในมนุษย์เป็นชีวิต, การหล่อเลี้ยงแห่งชีวิต, และทุกสิ่งของมนุษย์. ดังนั้นพระบิดาอยู่ในพระบุตรและพระบุตรได้กลายเป็นพระวิญญาณซึ่งก็คือพระเจ้าตรีเอกภาพได้ทรงแจกจ่ายตัวของพระองค์เองเข้าสู่ภายในเรากลายเป็นส่วนของเราเพื่อให้เรารับสุขพระองค์เป็นทุกสิ่งของเราในตรีอกภาพอันศักดิ์สิทธิ์ของพระองค์.
ยฮ.
14:7 ก ยฮ.8:19
ยฮ.
14:7 ข 1ยฮ.2:13
ยฮ.
14:9 ก ยฮ.12:45
ยฮ.
14:10 ก ยฮ.14:11, 20; 10:38; 17:21
ยฮ.
14:10 ข เทียบ ยฮ.10:30; ยซย.9:6
ยฮ.
14:10 ค ยฮ.14:24
ยฮ.
14:10 1ค ดู 6:63 คำอธิบาย 3.
ยฮ.
14:10 ง ยฮ.16:13
ยฮ.
14:11 ก ยฮ.14:10
ยฮ.
14:11 ข ยฮ.5:36
ยฮ.
14:12 ก ยฮ.5:20
ยฮ.
14:12 ข ยฮ.14:2, 28; 7:33
ยฮ.
14:12 1ข องค์พระผู้เป็นเจ้าทรงมาจากพระบิดาเพื่อนำพระเจ้าเข้าสู่ในมนุษย์โดยการกลายเป็นเนื้อหนังของพระองค์. บัดนี้พระองค์กำลังไปถึงพระบิดาเพื่อนำมนุษย์เข้าสู่พระเจ้าโดยการตายและการเป็นขึ้น.
ยฮ.
14:13 ก ยฮ.14:14; 15:16; 16:23-24
ยฮ.
14:13 1 การอยู่ในนามขององค์พระผู้เป็นเจ้าในข้อนี้และข้อ 14 หมายถึง การเป็นหนึ่งกับองค์พระผู้เป็นเจ้า, มีชีวิตเป็นอยู่โดยองค์พระผู้เป็นเจ้า, และให้องค์พระผู้เป็นเจ้ามีชีวิตเป็นอยู่ภายในเรา. การที่องค์พระผู้เป็นเจ้าได้เสด็จมาในพระนามของพระบิดา และได้กระทำการในพระนามของพระบิดา (5:43; 10:25) ก็หมายความว่า พระองค์ทรงเป็นหนึ่งกับพระบิดา (10:30), มีชีวิตอยู่เพราะพระบิดา (6:57), และพระบิดาทรงทำการงานอยู่ในพระองค์ (ข้อ 10). ในหนังสือกิตติคุณ องค์พระผู้เป็นเจ้าผู้เป็นการสำแดงของพระบิดา ได้ทรงทำการในพระนามของพระบิดา. แต่ในหนังสือกิจการเหล่าสาวกผู้เป็นการสำแดงขององค์พระผู้เป็นเจ้าได้
กระทำการใหญ่กว่านั้นอีกในพระนามขององค์พระผู้เป็นเจ้า (ข้อ 12).
ยฮ.
14:13 2 การที่พระบิดาได้รับสง่าราศีในพระบุตรก็คือการที่องค์ประกอบอันศักดิ์สิทธิ์ของพระบิดาได้สำแดงออกมาจากภายในของพระบุตร. ทุกสิ่งที่พระบุตรทรงกระทำก็ล้วนเป็นการสำแดงองค์ประกอบอันศักดิ์สิทธิ์ของพระบิดาทั้งสิ้น. นี่ก็คือการที่พระบิดาได้รับสง่าราศีในพระบุตร.
ยฮ.
14:13 ข ยฮ.13:31; 17:1; 12:28
ยฮ.
14:14 ก ยฮ.14:13
ยฮ.
14:15 ก ยฮ.14:21, 23; 16:27
ยฮ.
14:15 ข ยฮ.14:21; 15:10
ยฮ.
14:16 ก ยฮ.14:26; 15:26; เทียบ 1ยฮ.2:1
ยฮ.
14:16 1ก ศัพท์ภาษากรีกในที่นี้หมายถึง ผู้ว่าความ, ผู้ที่คอยอยู่ข้างๆ เพื่อดูแลธุรการ และคดีความของเรา. ในภาษากรีกคำว่า "องค์ผู้ช่วย" เป็นคำเดียวกับคำว่า "ผู้ว่าความ" ใน 1ยฮ.2:1. ในวันนี้เรามีทั้งพระเยซูอยู่บนสวรรค์ทั้งหลายและพระวิญญาณนั้น (ผู้ช่วย) อยู่ภายในเราเป็นผู้ว่าความของเรามาคอยดูแลคดีความของเรา.
ยฮ.
14:17 ก ยฮ.7:39; 15:26; 16:13; 1ยฮ.5:6; ยฮ.20:22; 1กธ.15:45; 2กธ.3:17
ยฮ.
14:17 1ก พระวิญญาณที่ทรงสัญญาไว้ในที่นี้ เคยถูกกล่าวถึงมาแล้วใน 7:39. พระวิญญาณนี้ก็คือพระวิญญาณแห่งชีวิต (รม.8:2) และคำสัญญาของพระองค์ในที่นี้ก็ได้รับการสำเร็จในวันที่พระองค์ทรงเป็นขึ้นเมื่อพระวิญญาณซึ่งเป็นลมปราณแห่งชีวิตได้ถูกระบายเข้าสู่สาวก (20:22). คำสัญญาขององค์พระผู้เป็นเจ้าในที่นี้ต่างกับคำสัญญาของพระบิดาซึ่งเกี่ยวกับพระวิญญาณแห่งฤทธิ์เดชใน ลก.24:49. คำสัญญานั้นได้รับการสำเร็จในวันเพ็นเทคอสหลังจากที่องค์พระผู้เป็นเจ้าทรงเป็นขึ้นห้าสิบวันเมื่อพระวิญญาณนั้นพัดอยู่บนตัวเหล่าสาวกเหมือนลมพายุกล้า (กจ.2:1-4). ในข้อนี้เรียกพระวิญญาณแห่งชีวิตนี้ว่า "พระวิญญาณแห่งความ
เที่ยงแท้." พระวิญญาณแห่งความเที่ยงแท้นี้ก็คือพระคริสต์ (ข้อ 6) ดังนั้นพระวิญญาณแห่งความเที่ยงแท้ก็คือพระวิญญาณของพระคริสต์ (รม.8:9). พระวิญญาณนี้ก็เป็นความเที่ยงแท้ของพระคริสต์ด้วย (1ยฮ.5:6, 20) เพื่อพระคริสต์จะถูกแปรสภาพเป็นจริงในผู้ที่เชื่อเข้าสู่พระองค์เป็นชีวิตและการหล่อเลี้ยงแห่งชีวิตของเขาทั้งหลาย.
ยฮ.
14:17 2 คำว่า "พระองค์" ซึ่งหมายถึงพระวิญญาณแห่งความเที่ยงแท้ในข้อนี้ได้กลายเป็น "เรา" ซึ่งก็คือ ตัวขององค์พระผู้เป็นเจ้าเองในข้อ 18. นี่ก็หมายความว่า พระคริสต์ผู้อยู่ในรูปกายเนื้อหนังได้ผ่านการตายและเป็นขึ้น กลายเป็นพระวิญญาณผู้ประทานชีวิตคือ พระคริสต์ผู้เป็นพระวิญญาณ. หนังสือโกรินโธฉบับต้น 15:45 ได้ยืนยันถึงสิ่งนี้. ในข้อนั้นได้จัดการกับเรื่องของการเป็นขึ้นโดยกล่าวว่า "อาดามคนสุดท้าย (พระคริสต์ผู้อยู่ในรูปกายเนื้อหนัง) ได้กลายเป็นพระวิญญาณผู้ประทานชีวิตให้."
ยฮ.
14:17 ข ยฮ.14:20; 1ยฮ.2:27; รม.8:9, 11
ยฮ.
14:17 3ข นี่เป็นการเปิดเผยครั้งแรกถึงคำสัญญาในการที่พระวิญญาณนั้นจะมาอาศัยภายใน. คำสัญญานี้ได้รับการสำเร็จและวัฒนาขึ้นอย่างสมบูรณ์ในหนังสือจดหมาย. ดู 1กธ.6:19; รม.8:9, 11.
ยฮ.
14:18 1 ดู ข้อ 17 คำอธิบาย 2.
ยฮ.
14:18 ก ยฮ.14:3, 28
ยฮ.
14:18 2ก การ "มา" นี้ได้รับการสำเร็จในวันที่องค์พระผู้เป็นเจ้าทรงเป็นขึ้น (20:19-22). หลังจากที่องค์พระผู้เป็นเจ้าได้เป็นขึ้น พระองค์ก็ไม่ทรงละทิ้งเหล่าสาวกไว้เป็นลูกกำพร้าแต่ได้กลับมาหาเขาและจะอยู่กับเขาทั้งหลายตลอดไปเป็นนิตย์.
ยฮ.
14:19 ก ยฮ.7:33; 12:35; 16:16
ยฮ.
14:19 ข ฆต.2:20
ยฮ.
14:19 1ข สิ่งนี้น่าจะเป็นการชี้ถึงการที่พระองค์ทรงเป็นอยู่ภายในเหล่าสาวก และสาวกก็ได้เป็นอยู่โดยพระองค์ หลังจากที่องค์พระผู้เป็นเจ้าเป็นขึ้นดังที่ได้กล่าวไว้ใน ฆต.2:20.
ยฮ.
14:19 ค ฆต.2:20; ฟป.1:21; ยฮ.6:57
ยฮ.
14:20 ก ยฮ.16:23, 26; 20:19
ยฮ.
14:20 1ก น่าจะชี้ถึงวันที่องค์พระผู้เป็นเจ้าทรงเป็นขึ้น (20:19).
ยฮ.
14:20 ข ยฮ.14:10
ยฮ.
14:20 ค ยฮ.15:4; 17:21; รม.8:1; 1กธ.1:30
ยฮ.
14:20 ง ยฮ.14:17; 17:23; รม.8:9; 2กธ.13:5; กซ.1:27
ยฮ.
14:21 ก ยฮ.16:23, 26; 20:19
ยฮ.
14:21 ข ยฮ.21:1
ยฮ.
14:23 ก ยฮ.14:15
ยฮ.
14:23 ข 1ยฮ.2:5
ยฮ.
14:23 ค ยฮ.14:2; รม.8:9, 11; อฟ.3:17
ยฮ.
14:23 1ค นี่คือ ที่อาศัยแห่งหนึ่งในจำนวนที่อาศัยมากมายที่ได้กล่าวไว้ในข้อ 2. ในที่สุดที่อาศัยนี้ก็จะกลายเป็นที่อาศัยซึ่งกันและกัน ซึ่งพระเจ้าตรีเอกภาพได้อาศัยอยู่ในผู้เชื่อและผู้เชื่อได้อาศัยอยู่ในพระเจ้าตรีเอกภาพ.
ยฮ.
14:24 ก ยฮ.14:10
ยฮ.
14:26 ก 1ยฮ.2:20, 27
ยฮ.
14:26 1ก องค์ผู้ช่วยนั้นซึ่งก็คือพระวิญญาณบริสุทธิ์เป็นผู้ที่พระบิดาทรงใช้มาในนามของพระบุตร. ดังนั้นพระวิญญาณบริสุทธิ์ถูกใช้มาโดยพระบิดาและพระบุตร. เมื่อเป็นเช่นนี้ พระวิญญาณบริสุทธิ์จึงไม่ได้มาจากพระบิดาเท่านั้นแต่ยังมาจากพระบุตรด้วย และไม่เพียงแต่เป็นความเที่ยงแท้ของพระบิดาเท่านั้นยังเป็นความเที่ยงแท้ของพระบุตรด้วย. ดังนั้นเมื่อเราร้องเรียกพระนามของพระ
บุตรเราก็จะได้รับพระวิญญาณนี้ (1กธ.12:3).
ยฮ.
14:26 2 การที่พระบิดาอยู่ในพระนามของพระบุตรก็เท่ากับว่าพระบิดาทรงเป็นพระบุตร (ดู 5:43 คำอธิบาย 1). ดังนั้นการที่พระบิดาทรงใช้พระวิญญาณบริสุทธิ์มาในนามของพระบุตรก็คือพระบุตรทรงใช้พระวิญญาณบริสุทธิ์มาจากพระบิดานั่นเอง (15:26). เมื่อเดิมนั้นพระบุตรกับพระบิดาเป็นหนึ่ง (10:30). ดังนั้นพระวิญญาณที่ถูกใช้มานั้นไม่เพียงได้ออกมาจากพระบิดาเท่านั้น (15:26) แต่ยังได้ออกมาจากพระบุตรอีกด้วย. ยิ่งกว่านั้นเมื่อพระวิญญาณมาก็ได้มาพร้อมกับพระบิดาและพระบุตรด้วย (ดู 15:26 คำอธิบาย 1). นี่ก็คือข้อพิสูจน์ว่าพระบิดา, พระบุตร, และพระวิญญาณทรงเป็นพระเจ้าองค์เดียว คือเป็นพระเจ้าตรีเอกภาพที่ได้
มาถึงมนุษย์เพื่อกระทำหรือแจกจ่ายตัวของพระองค์เข้าสู่ภายในเราในตรีเอกภาพอันศักดิ์สิทธิ์ของพระองค์ เพื่อมาเป็นชีวิตและทุกสิ่งของเรา.
ยฮ.
14:26 3 ใน 5:43 บอกเราว่า พระบุตรได้มาในพระนามของพระบิดา และในที่นี้ได้กล่าวว่า พระบิดาได้ทรงใช้พระวิญญาณบริสุทธิ์มาในนามของพระบุตร. สิ่งนี้ไม่เพียงได้พิสูจน์ว่า พระบุตรกับพระบิดาเป็นหนึ่ง (10:30) เท่านั้นแต่ยังพิสูจน์ด้วยว่าพระวิญญาณบริสุทธิ์เป็นหนึ่งกับพระบิดาและกับพระบุตร. พระวิญญาณบริสุทธิ์ที่พระบิดาทรงใช้มาในพระนามของพระบุตรนั้นไม่เพียงเป็นความเที่ยงแท้ที่มาจากพระบิดาเท่านั้น แต่ยังเป็นความเที่ยงแท้ที่มาจากพระบุตรด้วย. นี่ก็คือพระเจ้าตรีเอกภาพ—พระบิดา, พระบุตร, และพระวิญญาณซึ่งในที่สุดได้มาถึงมนุษย์โดยเป็นพระวิญญาณนั้น.
ยฮ.
14:26 ข ยฮ.14:16
ยฮ.
14:26 ค ยฮ.16:13
ยฮ.
14:27 ก ยฮ.16:33; รม.16:20; ฟป.4:7
ยฮ.
14:27 ข ยฮ.14:1
ยฮ.
14:28 ก ยฮ.14:2
ยฮ.
14:28 1 ดู ข้อ 18 คำอธิบาย 2.
ยฮ.
14:28 ข ยฮ.14:12
ยฮ.
14:28 2 ดูข้อ 12 คำอธิบาย 1.
ยฮ.
14:28 ค ยฮ.10:29
ยฮ.
14:29 ก ยฮ.13:19
ยฮ.
14:30 ก ยฮ.12:31; 16:11; อฟ.2:2
ยฮ.
14:31 ก ยฮ.10:18; 12:49