การงานบรรณกิจของห้องสมุดกิตติคุณแห่งประเทศไทย
หากท่านต้องการมีส่วนในการงานบรรณกิจของห้องสมุดกิตติคุณแห่งประเทศไทย
ท่านสามารถมอบถวายทรัพย์โดยโอนเงินเข้าบัญชีของห้องสมุด:
ธนาคารกสิกรไทย สาขาพาราไดซ์ พาร์ค
ชื่อบัญชี: นายปิยะ ตั้งเสรีมั่นคง และ
นางสุมิตรา อดุลประวิตรชัย และ
นางสาวทานาธิบดี ชูมณี
เลขที่บัญชี: 218-3-99941-1

รบกวนส่งสลิปการโอนมาที่ Line ID: @gospelbookroom
1 2 3 4 5 6 7 8 9 10 11 12 13 14 15 16 17 18 19 20 21

โยฮัน บทที่ 13

5. การชำระในความรักของชีวิตเพื่อรักษาไว้ซึ่งการสามัคคีธรรม
13:1-38
(1) การชำระโดยองค์พระผู้เป็นเจ้าเอง
ข้อ 1-11
ยฮ. 13:1 1ก่อนถึงกงานเทศกาลปัศคา พระเยซูทรงทราบว่า ขถึงเวลาแล้วที่พระองค์จะจากโลกไปหาคพระบิดา. พระองค์ทรงรักบรรดาคนของพระองค์ซึ่งอยู่ในโลกนี้แล้วพระองค์ยังทรงรักเขาจนถึงที่สุด.
ยฮ. 13:2 ขณะรับประทานอาหารเย็นอยู่ กมารได้นำ[ความคิด]ที่จะขขายพระเยซูใส่ไว้ในใจของยูดาอิศการิโอด[บุตร]ของซีโมนแล้ว.
ยฮ. 13:3 พระเยซูทรงทราบว่า พระบิดาได้ทรงกมอบสิ่งทั้งปวงให้อยู่ในพระหัตถ์ของพระองค์ และพระองค์ได้ขมาจากพระเจ้าและจะไปหาพระเจ้า
ยฮ. 13:4 พระองค์จึงทรงลุกขึ้นจากการรับประทานอาหาร และ1ถอดฉลองพระองค์ชั้นนอกวางไว้ แล้วทรงหยิบเอา2ผ้าเช็ดตัว3คาดเอวของพระองค์.
ยฮ. 13:5 แล้วพระองค์ทรงเท1น้ำลงในอ่าง แล้วทรงเริ่ม2ล้าง3เท้าของเหล่าสาวก แล้วเช็ดด้วยผ้าที่คาดเอวไว้นั้น.
ยฮ. 13:6 พระองค์มาถึงซีโมนเปโตร. เขาทูลถามพระองค์ว่า "ข้าแต่องค์พระผู้เป็นเจ้าพระองค์จะล้างเท้าของข้าพเจ้าหรือ?"
ยฮ. 13:7 พระเยซูตรัสตอบเขาว่า "สิ่งที่เรากระทำอยู่ ตอนนี้ท่านยังไม่1รู้ แต่ภายหลังท่านจะ1เข้าใจ."
ยฮ. 13:8 เปโตรจึงทูลว่า "พระองค์จะทรงล้างเท้าของข้าพเจ้าไม่ได้ตลอดไปโดยเด็ดขาด." พระเยซูจึงตรัสตอบว่า "ถ้าเราไม่ชำระล้างท่านแล้ว ท่านจะมีส่วนในเราไม่ได้."
ยฮ. 13:9 ซีโมนเปโตรจึงทูลว่า "ข้าแต่องค์พระผู้เป็นเจ้า มิใช่แต่เท้าของข้าพเจ้าเท่านั้นแต่ทั้งมือและศีรษะด้วย."
ยฮ. 13:10 พระเยซูตรัสแก่เขาว่า "ผู้ที่1กอาบน้ำแล้วไม่จำเป็นต้องล้างอีก เว้นแต่เท้าเท่านั้น เพราะขสะอาดทั้งตัวแล้ว ท่านทั้งหลายก็สะอาด แต่ไม่ใช่ทุกคน."
ยฮ. 13:11 เพราะพระองค์ทรงกทราบว่าใครจะเป็นผู้ขายพระองค์ เหตุฉะนั้นพระองค์จึงตรัสว่า "ท่านทั้งหลายไม่ใช่จะสะอาดทุกคน."
(2) การชำระซึ่งกันและกันของผู้เชื่อ
ข้อ12-17
ยฮ. 13:12 เมื่อพระองค์ทรงล้างเท้าของเขาทั้งหลายแล้ว จึงทรงฉลองพระองค์ชั้นนอกอีก จากนั้นจึงทรงนั่งลงตรัสแก่เขาว่า "ท่านทั้งหลายเข้าใจถึงสิ่งที่เราได้กระทำแก่ท่านนั้นหรือไม่?
ยฮ. 13:13 ท่านทั้งหลายเรียกเราว่า อาจารย์และองค์พระผู้เป็นเจ้า ท่านพูดถูกแล้ว เพราะเราเป็นอย่างนั้น.
ยฮ. 13:14 เหตุฉะนั้นถ้าเราผู้เป็นองค์พระผู้เป็นเจ้าและอาจารย์ได้ล้างเท้าของพวกท่าน ท่านทั้งหลายก็ควรจะล้างเท้าซึ่งกันและกัน.
ยฮ. 13:15 ด้วยว่าเราได้วางกแบบอย่างให้แก่ท่านทั้งหลายแล้ว เพื่อให้ท่านทำเหมือนกับที่เราได้กระทำแก่ท่าน.
ยฮ. 13:16 เราบอกท่านทั้งหลายจริงๆ ว่า กทาสจะเป็นใหญ่กว่านายก็หามิได้ และ1ผู้ที่ถูกใช้ออกไปจะเป็นใหญ่กว่าผู้ที่ใช้เขาไปก็หามิได้.
ยฮ. 13:17 ถ้าท่านทั้งหลายรู้สิ่งเหล่านั้นแล้ว และประพฤติตามท่านก็จะกเป็นสุข.
(3) ได้รับการชำระ
แต่ไม่อยู่ในการสามัคคีธรรม
ข้อ 18-30
ยฮ. 13:18 เรามิได้พูดถึงกท่านทั้งหลายสิ้นทุกคน. เรารู้จักผู้ที่เราขเลือกไว้แล้ว แต่เพื่อจะสำเร็จเป็นจริงตามคพระคัมภีร์ซึ่งว่า 'งผู้ที่1รับประทานอาหารกับเราได้ยกส้นเท้าใส่เรา.'
ยฮ. 13:19 1ตอนนี้เรากบอกท่านทั้งหลายก่อนที่เหตุการณ์นี้จะเกิดขึ้น เพื่อเมื่อเกิดขึ้นแล้วท่านจะได้เชื่อว่า2ขเราเป็น.
ยฮ. 13:20 เราบอกท่านทั้งหลายจริงๆ ว่า กผู้ใดต้อนรับผู้ที่เราใช้มา ผู้นั้นก็ต้อนรับเรา และผู้ใดต้อนรับเรา ผู้นั้นก็ต้อนรับพระองค์ที่ทรงใช้เรามา."
ยฮ. 13:21 ครั้นพระเยซูตรัสอย่างนั้นแล้ว ก็ได้รับการรบกวนในกวิญญาณ และตรัสยืนยันว่า "เราบอกท่านทั้งหลายจริงๆ ว่า ในพวกท่านมีขผู้หนึ่งจะขายเรา."
ยฮ. 13:22 เหล่าสาวกจึงมองหน้ากันสงสัยว่า พระองค์ได้ตรัสคำนั้นเล็งถึงผู้ใด.
ยฮ. 13:23 มีสาวกคนหนึ่งกที่พระเยซูทรงรักเอนกายลงที่พระทรวงของพระองค์.
ยฮ. 13:24 ซีโมนเปโตรจึงพยักหน้าแก่สาวกคนนั้นให้ทูลถามว่าเป็นผู้ใดที่พระองค์ตรัสถึงนั้น.
ยฮ. 13:25 ขณะที่สาวกคนนั้นยังเอนกายอยู่ที่พระทรวงของพระองค์ จึงทูลถามพระองค์ว่า "ข้าแต่องค์พระผู้เป็นเจ้า คือผู้ใดเล่า?"
ยฮ. 13:26 พระเยซู[ตรัส]ตอบว่า "เราจะเอาขนมปังนี้จิ้มแล้วยื่นให้แก่ผู้ใด ก็เป็นผู้นั้นแหละ." เมื่อพระองค์ทรงจิ้มขนมปังนั้นแล้ว จึงส่งให้แก่ยูดาอิศการิโอด[บุตร]ของซีโมน.
ยฮ. 13:27 เมื่อยูดา[รับ]ขนมปังนั้นแล้ว กซาตานจึงเข้าสิงอยู่ในเขา พระเยซูจึงตรัสแก่เขาว่า "ท่านจะทำอะไร ก็จงกระทำโดยเร็วเถิด."
ยฮ. 13:28 แต่ในพวกนั้นที่เอนกายลง[รับประทานอาหาร] ไม่มีผู้ใดเข้าใจว่า เหตุใดพระองค์จึงตรัสแก่เขาเช่นนั้น.
ยฮ. 13:29 บางคนคิดว่า เป็นเพราะยูดาถือถุงเงิน พระองค์จึงตรัสสั่งเขาว่า "จงไปซื้อสิ่งที่เราต้องการสำหรับงานเทศกาลนั้น หรือให้เขาแจกทานแก่คนจน."
ยฮ. 13:30 ฝ่ายยูดาเมื่อรับขนมปังชิ้นนั้นแล้วจึงออกไปทันที ในขณะนั้นเป็นเวลากลางคืน.
(4) ได้รับการชำระและยอมอยู่ในการสามัคคีธรรม แต่กลับพ่ายแพ้
ข้อ 31-38
ยฮ. 13:31 เมื่อยูดาออกไปแล้ว พระเยซูจึงตรัสว่า "เดี๋ยวนี้บุตรมนุษย์ก็1กได้รับสง่าราศีแล้วและพระเจ้าก็2ขได้รับสง่าราศีในบุตรมนุษย์.
ยฮ. 13:32 1ถ้าพระเจ้าได้2กรับสง่าราศีในบุตรมนุษย์ พระเจ้าจะทรงให้บุตรมนุษย์มี3ขสง่าราศีในพระองค์เอง และจะ3ให้มีสง่าราศีเดี๋ยวนี้.
ยฮ. 13:33 ลูกเล็กๆ เอ๋ย กเรายังอยู่กับท่านทั้งหลายอีกหน่อยหนึ่ง ขท่านจะเสาะหาเราแต่เหมือนเราได้บอกพวกยูดายว่า คที่ซึ่งเราไปนั้นท่านจะไปไม่ได้ บัดนี้เราก็บอกท่านทั้งหลายเหมือนกัน.
ยฮ. 13:34 เราให้1กบัญญัติใหม่ข้อหนึ่งไว้แก่ท่านทั้งหลาย คือให้ท่านขรักซึ่งกันและกัน เรารักท่านทั้งหลายมาแล้วฉันใด ท่านจงรักซึ่งกันและกันด้วยฉันนั้น.
ยฮ. 13:35 คนทั้งปวงจะรู้ได้ว่าท่านเป็นสาวกของเรา ก็เพราะว่าท่านทั้งหลายรักซึ่งกันและกัน."
ยฮ. 13:36 กซีโมนเปโตรจึงทูลพระองค์ว่า "ข้าแต่องค์พระผู้เป็นเจ้า พระองค์จะไปที่ไหน?" พระเยซู[ตรัส]ตอบว่า "ขที่ซึ่งเราจะไปนั้น ท่านจะตามไปเดี๋ยวนี้ไม่ได้ แต่ภายหลังท่านจะคตามเรามา."
ยฮ. 13:37 เปโตรทูลพระองค์ว่า "ข้าแต่องค์พระผู้เป็นเจ้า เหตุใดข้าพเจ้าจะตามพระองค์ไปเดี๋ยวนี้ไม่ได้? ข้าพเจ้าจะยอมสละ1ชีวิตเพื่อพระองค์."
ยฮ. 13:38 พระเยซู[ตรัส]ตอบว่า "ท่านจะสละชีวิตของท่านเพื่อเราหรือ? เราบอกท่านจริงๆ ว่าก่อนกไก่ขัน ท่านจะปฏิเสธเราสามครั้ง."

คำอธิบาย โยฮัน บทที่ 13

ยฮ. 13:1 1 ในตอนที่หนึ่งของหนังสือกิตติคุณเล่มนี้ซึ่งก็คือบทที่ 1-13 ได้บรรยายว่า องค์พระผู้เป็นเจ้าผู้ทรงเป็นพระเจ้าและเป็นพระบุตรของพระเจ้าได้เสด็จมานำพระเจ้าเข้าสู่ในมนุษย์โดยการกลายเป็นเนื้อหนัง เพื่อทรงเป็นชีวิตของมนุษย์เพื่อก่อกำเนิดคริสตจักร. ตอนที่สองตั้งแต่บทที่ 14-21 ได้บรรยายว่า องค์พระผู้เป็นเจ้าผู้ทรงเป็นบุตรมนุษย์ได้ทรงผ่านการตายและการเป็นขึ้น จึงได้นำมนุษย์เข้าสู่ในพระเจ้า เพื่อให้มนุษย์กับพระเจ้าและพระเจ้ากับมนุษย์ได้ก่อสร้างเข้าด้วยกันกลายเป็นที่อาศัยซึ่งกันและกัน. บทที่ 13 ซึ่งเป็นบทสรุปของตอนที่หนึ่งนี้ เป็นเส้นแบ่งเขตและก็เป็นจุดหันเปลี่ยนด้วย.
ยฮ. 13:1 ก ลวต.23:5
ยฮ. 13:1 ข ยฮ.12:23
ยฮ. 13:1 ค ยฮ.16:28
ยฮ. 13:2 ก ยฮ.6:70-71; 13:27
ยฮ. 13:2 ข ยฮ.13:11
ยฮ. 13:3 ก ยฮ.3:35
ยฮ. 13:3 ข ยฮ.8:42; 16:27
ยฮ. 13:4 1 ฉลองพระองค์ชั้นนอกในที่นี้เป็นเครื่องหมายเล็งถึงคุณธรรมและคุณลักษณะขององค์พระผู้เป็นเจ้าที่สำแดงออกมา. ดังนั้นการที่พระองค์ได้ถอดฉลองพระองค์ชั้นนอกออกนั้นจึงเป็นเครื่องหมายเล็งถึงการถอดสิ่งทรงเป็นที่พระองค์ได้สำแดงออกมานั่นเอง.
ยฮ. 13:4 2 รากศัพท์เดิมมาจากภาษาลาตินชี้ถึง ผ้าป่านที่ใช้เช็ดมือ.
ยฮ. 13:4 3 การคาดเอวเล็งถึง การผูกมัดและจำกัดตัวเองด้วยการถ่อมตัว (เทียบ 1ปต.5:5).
ยฮ. 13:5 1 น้ำในที่นี้เล็งถึงพระวิญญาณบริสุทธิ์ (ตต.3:5), พระคำ (อฟ.5:26; ยฮ.15:3), และชีวิต (19:34).
ยฮ. 13:5 2 ในบทที่ 1-12 ชีวิตได้มาและได้ก่อกำเนิดคริสตจักรซึ่งประกอบไปด้วยผู้ที่ได้รับการบังเกิดใหม่ในวิญญาณของเขา ผู้ที่ได้รับการบังเกิดใหม่เหล่านี้ได้อยู่ในพระเจ้าและอยู่ในขอบเขตแห่งสวรรค์ทั้งหลายด้วย แต่ในร่างกายของเขายังคงอยู่ในเนื้อหนังและได้ดำเนินชีวิตอยู่บนโลกนี้. โดยการที่เขาต้องติดต่อกับฝ่ายโลกเป็นประจำเช่นนี้ เขาจึงเป็นมลทินอยู่เสมอ. นี่เป็นสิ่งที่ขัดขวางการสามัคคีธรรมระหว่างเขากับองค์พระผู้เป็นเจ้า. ดังนั้นเขาจำต้องชำระล้างความมลทินของเขาด้วยพระวิญญาณบริสุทธิ์, พระคำ, และชีวิตเพื่อรักษาการสามัคคีธรรมกับองค์พระผู้เป็นเจ้าและการสามัคคีธรรมซึ่งกันและกันไว้. ประการนี้ต่างกับการชำระความบาปของเขาด้วยพระโลหิต (1ยฮ.1:7, 9). นี่เป็นสาเหตุที่หลังจากบทที่ 12 แล้วยังต้องมีการล้างเท้าเป็นเครื่องหมายในบทนี้อีก. กิตติคุณโยฮันเป็นหนังสือแห่งเครื่องหมายเล่มหนึ่ง. เรื่องราวที่ได้บันทึกในบทนี้ก็ควรจะถูกพิจารณาว่าเป็นเครื่องหมายซึ่งมีความหมายฝ่ายวิญญาณด้วย. เราอย่าได้ต้อนรับเรื่องการล้างเท้าตามตัวอักษรเท่านั้น แต่ควรเป็นไปตามความหมายฝ่ายวิญญาณ.
ยฮ. 13:5 3 รองเท้าที่ชาวยูดายสวมใส่ในสมัยโบราณสานด้วยเชือกจึงเต็มไปด้วยรู และเนื่องจากถนนมีฝุ่นมาก จึงทำให้เท้าสกปรกได้ง่าย. ขณะที่เขามาร่วมงานเลี้ยง ถ้าหากเขายื่นเท้าที่ทั้งสกปรกทั้งเหม็นออกมา ก็จะรบกวนและทำลายการสามัคคีธรรมอย่างแน่นอน. ดังนั้นหากต้องการงานเลี้ยงที่เต็มด้วยความสุขสันต์ก็ต้องมีการล้างเท้า. การที่องค์พระผู้เป็นเจ้าทรงล้างเท้าให้แก่เหล่าสาวกก็เพื่อแสดงว่า พระองค์ทรงรักเขาจนถึงที่สุดนั่นเอง (ข้อ 1) และพระองค์ยังกำชับเขาให้ล้างเท้าซึ่งกันและกันในความรักด้วย (ข้อ 14, 34). วันนี้โลกเต็มไปด้วยมลทิน เราทั้งหลายดำเนินชีวิตอยู่ในโลกนี้ก็ง่ายที่จะแปดเปื้อนไปด้วยสิ่งมลทิน. ดังนั้นเพื่อที่จะรักษาการสามัคคีธรรมที่เต็มด้วยความสุขสันต์กับองค์พระผู้เป็นเจ้าและกับวิสุทธิชนด้วยกัน เราก็ต้องรับการล้างเท้าฝ่าย วิญญาณด้วยพระวิญญาณบริสุทธิ์แห่งการชำระ, พระคำแห่งการชำระ, และชีวิตแห่งการชำระจากองค์พระผู้เป็นเจ้าในความรักของพระองค์และจากกันและกันในความรัก. นี่คือสิ่งจำเป็นอย่างยิ่งยวดในการที่จะเป็นอยู่ในการสามัคคีธรรมแห่งชีวิตอันศักดิ์สิทธิ์ ซึ่งเปิดเผยไว้ในหนังสือโยฮันฉบับต้นที่เป็นการสืบเนื่องจากกิตติคุณโยฮัน.
ยฮ. 13:7 1 คำว่า "รู้" ในภาษากรีกชี้ถึงความรู้สึกแห่งทัศนะภายใน ส่วนคำว่า "เข้าใจ" ชี้ถึงความรู้แห่งทัศนะภายนอก. ดู 8:55 คำอธิบาย 1.
ยฮ. 13:10 ก ตต.3:5
ยฮ. 13:10 1ก การอาบน้ำในที่นี้เป็นเครื่องหมายเล็งถึงการชำระแห่งการบังเกิดใหม่ (ตต.3:5; ยฮ.3:5).
ยฮ. 13:10 ข ยฮ.15:3
ยฮ. 13:11 ก ยฮ.6:64
ยฮ. 13:15 ก 1ปต.2:21
ยฮ. 13:16 ก มธ.10:24
ยฮ. 13:16 1 วลีที่ว่า "ผู้ที่ถูกใช้ออกไป" แปลตามตรงคืออัครทูต.
ยฮ. 13:17 ก ลก.11:28; ยก.1:22, 25
ยฮ. 13:18 ก ยฮ.13:10, 11
ยฮ. 13:18 ข ยฮ.6:70
ยฮ. 13:18 ค ยฮ.17:12
ยฮ. 13:18 ง บพส.41:9
ยฮ. 13:18 1 แปลตามตรงคือ เคี้ยวอย่างละเอียด.
ยฮ. 13:19 1 คำว่า "ตอนนี้" แปลตามตรงคือ "ตั้งแต่บัดนี้เป็นต้นไป."
ยฮ. 13:19 ก ยฮ.14:29
ยฮ. 13:19 ข ยฮ.8:24, 28, 58
ยฮ. 13:19 2ข ดู 8:24 คำอธิบาย 2.
ยฮ. 13:20 ก มธ.10:40
ยฮ. 13:21 ก ยฮ.11:33
ยฮ. 13:21 ข มธ.26:21; มก.14:18; ลก.22:21
ยฮ. 13:23 ก ยฮ.19:26
ยฮ. 13:27 ก ลก.22:3
ยฮ. 13:31 ก ยฮ.12:23; 17:1
ยฮ. 13:31 1ก ดู 12:23 คำอธิบาย 1.
ยฮ. 13:31 ข ยฮ.17:1
ยฮ. 13:31 2ข ดู 12:28 คำอธิบาย 1.
ยฮ. 13:32 1 สำเนาต้นฉบับบางเล่มไม่มีวลีที่ว่า "ถ้าพระเจ้าได้รับสง่าราศีในบุตรมนุษย์."
ยฮ. 13:32 ก ยฮ.12:28
ยฮ. 13:32 2ก ดู 12:28 คำอธิบาย 1.
ยฮ. 13:32 ข ยฮ.17:1
ยฮ. 13:32 3ข ดู 12:23 คำอธิบาย 1.
ยฮ. 13:33 ก ยฮ.7:33
ยฮ. 13:33 ข ยฮ.7:34, 36; 8:21
ยฮ. 13:33 ค ยฮ.13:36
ยฮ. 13:34 ก 1ยฮ.3:11, 23; ยฮ.15:12, 17
ยฮ. 13:34 1ก คำว่า "พระบัญญัติ" ในภาษากรีกเป็นคำเดียวกันกับที่ใช้ใน มธ.5:19 และใน รม.7:8, 9, 10, 11, 12, 13 เป็นต้น. แต่ที่กล่าวไว้ในมัดธายบทที่ 5 และโรมบทที่ 7 นั้นชี้ถึงพระบัญญัติเก่าของกฎบัญญัติในพันธสัญญาเดิม. ส่วนที่กล่าว ณ ที่นี้ชี้ถึงพระบัญญัติใหม่ที่องค์พระผู้เป็นเจ้าประทานให้แก่เราในพันธสัญญาใหม่. เช่นเดียวกับใน 14:15, 21; 15:10, 12; 1ยฮ.2:3, 4, 7, 8; 3:22, 23, 24; 4:21; 5:2, 3; 2ยฮ.4, 5, 6 ก็ล้วนชี้ถึงพระบัญญัติใหม่ที่องค์พระเยซูเจ้าหรือพระเจ้าทรงประทานแก่เราในพันธสัญญาใหม่ซึ่งต่างกับพระบัญญัติเก่าในพันธสัญญาเดิม.
ยฮ. 13:34 ข 1ธซ.4:9; 1ปต.1:22; 1ยฮ.4:7
ยฮ. 13:36 ก ข้อ 36-38: เทียบ มธ.26:31-35; มก.14:27-31; ลก.22:31-34
ยฮ. 13:36 ข ยฮ.13:33; 7:34
ยฮ. 13:36 ค ยฮ.21:19
ยฮ. 13:37 1 แปลตามตรงคือ จิต หรือ ชีวิตฝ่ายจิต. ข้อถัดไปก็เช่นเดียวกัน.
ยฮ. 13:38 ก ยฮ.18:27
สารบัญ