โยฮัน บทที่ 11
(9) ความต้องการของคนตาย — การเป็นขึ้นของชีวิต
11:1-57
11:1-57
ก. คนตายและความต้องการของเขา
ข้อ 1-4
ข้อ 1-4
ยฮ.
11:1 มีคนป่วยคนหนึ่งชื่อลาซะโรมาจาก1เบธาเนีย คือหมู่บ้านที่มาเรียและมาธาสองพี่น้องอยู่นั้น.
ยฮ.
11:2 มาเรียคนนี้คือหญิงที่เอาน้ำมันหอมกชโลมองค์พระผู้เป็นเจ้า และเอาผมของเธอเช็ดพระบาทของพระองค์ ลาซะโรที่ป่วยเป็นน้องชายของหญิงนั้น
ยฮ.
11:3 เหตุฉะนั้นพี่น้องหญิงทั้งสองจึงใช้[คน]ไปหาพระองค์ทูลว่า "ข้าแต่องค์พระผู้เป็นเจ้า ดูเถิด ผู้ที่พระองค์ทรงรักนั้นป่วยอยู่."
ยฮ.
11:4 เมื่อพระเยซูได้ยินแล้วก็ตรัสว่า "โรคนั้นจะไม่ถึงตาย แต่เกิดขึ้นเพื่อสำแดงกสง่าราศีของพระเจ้า เพื่อพระบุตรของพระเจ้าจะได้รับสง่าราศีเพราะโรคนั้น."
ข. การขัดขวางแห่งความเห็นของมนุษย์
ข้อ 5-40
ข้อ 5-40
ยฮ.
11:5 ฝ่ายพระเยซูทรงรักมาธากับน้องสาวของเขาและลาซะโร.
ยฮ.
11:6 ครั้นพระองค์ทรงได้ยินว่าลาซะโรป่วยอยู่ พระองค์ก็ยังทรงรออยู่ในที่ซึ่งพระองค์อยู่นั้นอีกสองวัน.
ยฮ.
11:7 หลังจากนั้นพระองค์จึงตรัสแก่เหล่าสาวกว่า "ให้เราเข้าไปในมณฑลยูดายกันอีกเถิด."
ยฮ.
11:8 เหล่าสาวก1ทูลพระองค์ว่า "รับบี พวกยูดายเพิ่งหาทางที่จะกเอาก้อนหินขว้างพระองค์ พระองค์ยังจะเสด็จไปที่นั่นอีกหรือ?"
ยฮ.
11:9 พระเยซู[ตรัส]ตอบว่า "วันหนึ่งมีสิบสองชั่วโมงมิใช่หรือ? ถ้าผู้ใดเดินในกตอนกลางวันเขาจะไม่สะดุดล้ม เพราะเห็นขความสว่างของโลกนี้.
ยฮ.
11:10 แต่ถ้าผู้ใดเดินในเวลาค่ำคืน เขาจะสะดุดล้ม เพราะไม่มีความสว่างในตัว."
ยฮ.
11:11 พระองค์ตรัสอย่างนั้นแล้วจึงตรัสแก่เขาว่า "ลาซะโรสหายของพวกเรากหลับไปแล้ว แต่เราไปเพื่อจะปลุกเขาให้ตื่น."
ยฮ.
11:12 ฝ่ายเหล่าสาวกทูลว่า "ข้าแต่องค์พระผู้เป็นเจ้า ถ้าเขาหลับอยู่ เขาก็จะ1ฟื้น."
ยฮ.
11:13 พระเยซูตรัสถึงความตายของลาซะโร แต่เหล่าสาวกคิดว่า พระองค์ตรัสถึงการนอนหลับพักผ่อน.
ยฮ.
11:14 เหตุฉะนั้นพระเยซูจึงตรัสแก่เขาตรงๆ ว่า "ลาซะโร1ตายแล้ว.
ยฮ.
11:15 เรายินดีที่เรามิได้อยู่ที่นั่น เพราะเห็นแก่ท่านทั้งหลาย เพื่อท่านจะได้เชื่อ แต่อย่างไรก็ดีให้เราไปหาเขากันเถิด."
ยฮ.
11:16 โธมาที่เรียกว่า1ดิดุโมจึงพูดกับเพื่อนสาวกว่า "ให้เราทั้งหลายไปด้วย เพื่อจะได้ตายด้วยกันกับพระองค์."
ยฮ.
11:17 ครั้นพระเยซูเสด็จมาถึงก็ทรงพบว่าลาซะโรอยู่ในอุโมงค์ฝังศพมากสี่วันแล้ว.
ยฮ.
11:18 หมู่บ้านเบธาเนียนั้นอยู่ใกล้กับกรุงเยรูซาเล็มประมาณสามกิโลเมตร.
ยฮ.
11:19 พวกยูดายหลายคนจึงมาหามาธาและมาเรีย เพื่อจะประเล้าประโลมเธอเรื่องน้องชายของพวกเธอ.
ยฮ.
11:20 ครั้นมาธาได้ยินว่าพระเยซูกำลังเสด็จมา เธอจึงออกไปต้อนรับพระองค์ แต่มาเรียยังนั่งอยู่ในเรือน.
ยฮ.
11:21 มาธาจึงทูลพระเยซูว่า "ข้าแต่องค์พระผู้เป็นเจ้า กหากพระองค์ได้อยู่ที่นี่ น้องชายของข้าพเจ้าก็คงไม่ตาย.
ยฮ.
11:22 ถึงแม้เดี๋ยวนี้ ข้าพเจ้าก็รู้ว่าสิ่งใดๆ ซึ่งพระองค์จะทูลขอจากพระเจ้า พระเจ้าจะทรงโปรดประทานให้แก่พระองค์.?
ยฮ.
11:23 พระเยซูจึงตรัสแก่เธอว่า "น้องชายของเจ้าจะเป็นขึ้นอีก."
ยฮ.
11:24 มาธาทูลพระองค์ว่า "ข้าพเจ้ารู้อยู่ว่า เขาจะเป็นขึ้นอีก1ในวันที่สุดเมื่อคนทั้งปวงจะกเป็นขึ้นนั้น."
ยฮ.
11:25 พระเยซูตรัสแก่เธอว่า "เราคือการเป็นขึ้นและเป็นกชีวิต ผู้ใดที่เชื่อเข้าสู่เราแม้ว่าเขาตายแล้วก็จะกลับขมีชีวิต[เป็นขึ้นมา]อีก
ยฮ.
11:26 และทุกคนที่มีชีวิตและเชื่อเข้าสู่เราจะกไม่ตายเลยเป็นนิตย์. เจ้าเชื่อข้อนี้หรือไม่?"
ยฮ.
11:27 มาธาทูลว่า "ใช่แล้ว ข้าแต่องค์พระผู้เป็นเจ้า ข้าพเจ้า1เชื่อว่ากพระองค์เป็นพระคริสต์นั้น คือพระบุตรของพระเจ้า ผู้ที่จะขเสด็จเข้ามาในโลก."
ยฮ.
11:28 เมื่อมาธาทูลอย่างนั้นแล้ว เธอก็แอบไปเรียกมาเรียน้องสาว บอกกับเธอว่า "พระอาจารย์มาแล้วและ1ทรงเรียกเจ้า."
ยฮ.
11:29 ครั้นมาเรียได้ยินแล้ว เธอจึงรีบลุกขึ้นแล้วไปหาพระองค์.
ยฮ.
11:30 ในเวลานั้นพระเยซูยังไม่เสด็จเข้าไปในหมู่บ้าน แต่ยังอยู่ ณ ที่ซึ่งมาธาได้พบพระองค์นั้น.
ยฮ.
11:31 ส่วนพวกยูดายที่อยู่กับมาเรียในเรือนและกำลังประเล้าประโลมเธออยู่ เมื่อเห็นเธอรีบลุกขึ้นเดินไป เขาจึงตามไป นึกว่าหญิงนั้นจะไป1ร้องไห้ที่อุโมงค์.
ยฮ.
11:32 ครั้นมาเรียมาถึงที่ซึ่งพระเยซู[ประทับ]อยู่และเห็นพระองค์แล้ว จึงกราบลงที่พระบาทของพระองค์ทูลว่า "ข้าแต่องค์พระผู้เป็นเจ้า กหากพระองค์ได้อยู่ที่นี่ น้องชายของข้าพเจ้าก็คงไม่ตาย."
ยฮ.
11:33 เมื่อพระเยซูทรงเห็นมาเรียร้องไห้ และพวกกยูดายที่มากับเขาร้องไห้ด้วย พระองค์ทรงขเดือดดาลในวิญญาณ และคถูกรบกวนมาก
ยฮ.
11:34 แล้วตรัสว่า "พวกเจ้าเอาตัวเขาไปไว้ที่ไหน?" เขาทูลพระองค์ว่า "ข้าแต่องค์พระผู้เป็นเจ้า เชิญเสด็จมาดูเถิด."
ยฮ.
11:35 ฝ่ายพระเยซูก็1กันแสง
ยฮ.
11:36 พวกยูดายจึงว่า "ดูเถิด พระองค์ทรงกรักเขามากยิ่งนัก!"
ยฮ.
11:37 แต่บางคนว่า "พระองค์ผู้นี้ได้ทรงกเปิดตาของคนตาบอด จะกระทำให้คนนี้ไม่ตายไม่ได้หรือ?"
ยฮ.
11:38 พระเยซูทรงเดือดดาลใน[วิญญาณ]อีก จึงเสด็จมาถึงอุโมงค์ฝังศพ. อุโมงค์ฝังศพนั้นเป็นถ้ำ มีศิลาวางปิดปากไว้.
ยฮ.
11:39 พระเยซูตรัสว่า "จงยกศิลานั้นออกเสีย." มาธาพี่สาวของผู้ตายจึงทูลว่า "ข้าแต่องค์พระผู้เป็นเจ้า ป่านนี้คงมีกลิ่นเหม็นแล้ว เพราะว่านี่เป็นกวันที่สี่แล้ว."
ยฮ.
11:40 พระเยซูจึงตรัสว่า "เราบอกเจ้าแล้วมิใช่หรือว่า ถ้าเจ้าเชื่อ ก็จะได้เห็นกสง่าราศีของพระเจ้า?"
ค. การเป็นขึ้นของชีวิต
ข้อ 41-44
ข้อ 41-44
ยฮ.
11:41 เขาจึง1ยกศิลาออกเสีย. ฝ่ายพระเยซูทรงกแหงนพระพักตร์แล้วตรัสว่า "ขพระบิดาเจ้าข้า ข้าพเจ้าขอบพระคุณพระองค์ เพราะพระองค์ได้ทรงฟังข้าพเจ้าแล้ว.
ยฮ.
11:42 ข้าพเจ้าทราบอยู่ว่า พระองค์ได้ทรงฟังข้าพเจ้าอยู่เสมอ แต่ข้าพเจ้ากล่าวอย่างนี้ เพราะเห็นแก่ฝูงชนที่ยืนรายล้อมอยู่ เพื่อเขาจะกเชื่อว่าพระองค์ได้1ทรงใช้ข้าพเจ้ามา."
ยฮ.
11:43 เมื่อพระองค์ได้ตรัสอย่างนั้นแล้ว จึงร้องเสียงดังว่า "ลาซะโรเอ๋ย จงออกมาเถิด!"
ยฮ.
11:44 ผู้ตายนั้นจึงออกมาทั้งผ้ากพันมือและเท้าทั้งยังมีขผ้าปิดหน้าอยู่ด้วย. พระเยซูตรัสแก่เขาทั้งหลายว่า "จงแก้ปล่อยให้เขาไปเถิด."
ง. การร่วมวางแผนร้ายของศาสนาและการตายแทนของชีวิต
ที่มีเพื่อชุมนุมบุตรทั้งหลายของพระเจ้าเข้าด้วยกัน
ข้อ 45-57
ที่มีเพื่อชุมนุมบุตรทั้งหลายของพระเจ้าเข้าด้วยกัน
ข้อ 45-57
ยฮ.
11:45 เหตุฉะนั้นกชาวยูดายหลายคนที่มาหามาเรีย และได้เห็นการที่พระเยซูทรงกระทำจึงเชื่อเข้าสู่พระองค์.
ยฮ.
11:46 แต่บางคนในพวกเขาไปหาพวกฟาริซาย เล่าเหตุการณ์ซึ่งพระเยซูทรงกระทำให้พวกเขาฟัง.
ยฮ.
11:47 เหตุฉะนั้น พวกหัวหน้าปุโรหิตกับพวกฟาริซายจึงเรียกประชุมสภา[แซนเฮดริน] แล้วกล่าวว่า "เราจะทำอย่างไร? ด้วยว่าคนนั้นทำกการอัศจรรย์หลายประการ.
ยฮ.
11:48 ถ้าเราปล่อยเขาไว้เช่นนี้ คนทั้งปวงจะเชื่อเข้าสู่เขา แล้วพวกโรมันจะมาริบเอาทั้งที่ดินและพลเมืองของเราไป."
ยฮ.
11:49 ฝ่ายคนหนึ่งในพวกเขาชื่อกายะฟา เป็นกมหาปุโรหิตในปีนั้นจึงกล่าวแก่เขาทั้งหลายว่า "ท่านทั้งหลายไม่รู้อะไร.
ยฮ.
11:50 และไม่คิดดูว่า ถ้าจะให้กคนหนึ่งตายแทนพลเมือง เพื่อไม่ให้คนทั้งประเทศพินาศไป ก็จะเป็นประโยชน์แก่ท่านทั้งหลาย."
ยฮ.
11:51 เขาไม่ได้กล่าวอย่างนั้นจากตัวเขาเอง แต่เพราะเขาเป็นมหาปุโรหิตในปีนั้นจึงกล่าวคำพยากรณ์ว่า "พระเยซูจะตายแทนพลเมืองแห่งประเทศนั้น"
ยฮ.
11:52 และมิใช่แทนพลเมืองแห่งประเทศนั้นอย่างเดียว แต่เพื่อจะ1ชุมนุมบุตรทั้งหลายของพระเจ้าที่กระจัดกระจายไปนั้นเข้าเป็นกหนึ่งเดียว.
ยฮ.
11:53 ตั้งแต่วันนั้นมา เขาทั้งหลายจึงกปรึกษากันว่าจะฆ่าพระองค์เสีย.
ยฮ.
11:54 เหตุฉะนั้นพระเยซูจึงกไม่ทรงดำเนินอยู่ในท่ามกลางพวกยูดายโดยเปิดเผยอีก แต่ได้เสด็จจากที่นั่นไปยังบริเวณใกล้ป่ากันดาร ถึงเมืองชื่อเอฟรายิม และทรงพักอยู่ที่นั่นกับเหล่าสาวก.
ยฮ.
11:55 ขณะนั้นใกล้จะถึงกเทศกาลปัศคาของพวกยูดายแล้ว และคนเป็นอันมากได้ออกจากชนบทนั้นขึ้นไปยังกรุงเยรูซาเล็ม ก่อนเทศกาลปัศคาเพื่อจะขชำระตัว.
ยฮ.
11:56 เขาทั้งหลายจึงเสาะหาพระเยซู และเมื่อเขายืนอยู่ในพระวิหารก็พูดกันว่า "ท่านทั้งหลายคิดเห็นอย่างไร? พระองค์จะไม่เสด็จมาที่เทศกาลนี้เชียวหรือ?"
ยฮ.
11:57 ฝ่ายพวกหัวหน้าปุโรหิตกับพวกฟาริซายได้สั่งไว้แล้วว่า "ถ้าผู้ใดรู้ว่าพระองค์อยู่ที่ไหน ก็ให้มาบอกเขาเพื่อจะได้ไปจับพระองค์."
คำอธิบาย โยฮัน บทที่ 11
ยฮ.
11:1 1 ในขณะนี้องค์พระผู้เป็นเจ้าได้ละจากศาสนายูดายมาถึงสถานที่แห่งหนึ่งซึ่งสามารถเดินทางต่อจากที่นั่นไปยังหมู่บ้านเบธาเนียได้. เบธาเนียนั้นเป็นภาพย่อของคริสตจักรในจุดแรกเริ่ม.
ยฮ.
11:2 ก ยฮ.12:3; เทียบ ลก.7:38
ยฮ.
11:4 ก ยฮ.11:40
ยฮ.
11:8 1 ในเรื่องราวแปดประการที่อยู่ในบทที่ 3-10 นั้น สิ่งสำคัญที่คอยขัดขวางและต่อต้านกับชีวิตก็คือศาสนา. บัดนี้เมื่ออยู่ภายนอกศาสนาและอยู่บนฐานใหม่ ชีวิตกำลังจะทำให้คนที่ตายแล้วกลับมีชีวิตเป็นขึ้นมา. ในที่นี้ชีวิตไม่ได้เผชิญหน้ากับศาสนาและพิธีการอีก แต่กลับต้องถูกขัดขวางโดยความคิดเห็นมากมายซึ่งได้แก่ความคิดเห็นของสาวก (ข้อ 8-16), ความคิดเห็นของมาธา (ข้อ 21-28), ความคิดเห็นของมาเรีย (ข้อ 32-33), ความคิดเห็นของชาวยูดาย (ข้อ 36-38), และความคิดเห็นอีกครั้งหนึ่ง
ของมาธา (ข้อ 39-40). ความคิดเห็นนี้มาจากความรู้ซึ่งเป็นของฝ่ายต้นไม้แห่งความรู้ แต่ในที่นี้องค์พระผู้เป็นเจ้าทรงเป็นต้นไม้แห่งชีวิตที่แท้จริง เพื่อให้มนุษย์ได้รับสุข.
ยฮ.
11:8 ก ยฮ.8:59; 10:31
ยฮ.
11:9 ก ยฮ.9:4; 12:35
ยฮ.
11:9 ข ยฮ.8:12; 9:5; 12:46
ยฮ.
11:11 ก มธ.27:52; 1ธซ.4:13-16
ยฮ.
11:12 1 แปลตามตรงคือ ได้รับการช่วย.
ยฮ.
11:14 1 ในการช่วยให้รอดขององค์พระผู้เป็นเจ้าพระองค์ไม่เพียงรักษาผู้ป่วยเท่านั้น แต่ยังทรงประทานชีวิตให้แก่คนตายด้วย. ดังนั้นพระองค์จึงยัง คงรออยู่ในที่ซึ่งพระองค์อยู่นั้นอีกสองวันจนกระ ทั่งผู้ป่วยนั้นได้ตายไป (ข้อ 6). องค์พระผู้เป็นเจ้า ไม่ทรงดัดแปลงมนุษย์หรือปรับปรุงแก้ไขมนุษย์ แต่ทรงให้มนุษย์บังเกิดใหม่ และให้มนุษย์เป็นขึ้นมาจากความตาย. ดังนั้นในเรื่องราวทั้งเก้าประการนั้น เรื่องแรกก็คือการบังเกิดใหม่ ส่วนเรื่องสุดท้ายคือการเป็นขึ้น. ในที่นี้ได้เปิดเผยว่า ในด้านต่างๆของการที่
พระคริสต์ทรงเป็นชีวิตของเรา ดังที่ได้เปิดเผยไว้ในเรื่องราวอีกเจ็ดประการนั้น ล้วนแต่อยู่ในหลักการของการบังเกิดใหม่และการเป็นขึ้นทั้งสิ้น. เรื่องราวประการสุดท้ายนี้เป็นการเปลี่ยนความตายเป็นชีวิตที่แท้จริง.
ยฮ.
11:16 1 หมายถึง ลูกฝาแฝด.
ยฮ.
11:17 ก ยฮ.11:39
ยฮ.
11:21 ก ยฮ.11:32
ยฮ.
11:24 1 องค์พระผู้เป็นเจ้าตรัสแก่มาธาว่า "น้องชายของเจ้าจะเป็นขึ้นอีก" (ข้อ 23). นี่หมายความว่าพระองค์จะทรงให้เขาเป็นขึ้นมาในทันที. แต่มาธาไปอธิบายถ้อยคำขององค์พระผู้เป็นเจ้าโดยได้ทำให้การเป็นขึ้นในปัจจุบันถูกเลื่อนให้ล่าช้าไปสู่วันที่สุด. นี่เป็นการอธิบายพระคัมภีร์อย่างไรกันแน่! ความรู้แห่งคำสอนพื้นฐานบางอย่างนั้นได้ทำลายมนุษย์ และได้ขัดขวางการรับสุขชีวิต
แห่งการเป็นขึ้นขององค์พระผู้เป็นเจ้าในปัจจุบันนี้อย่างแท้จริง.
ยฮ.
11:24 ก ดนอ.12:2; กจ.24:15
ยฮ.
11:25 ก ยฮ.1:4; 5:26
ยฮ.
11:25 ข ยฮ.6:39
ยฮ.
11:26 ก ยฮ.6:50, 51; 8:51
ยฮ.
11:27 1 องค์พระผู้เป็นเจ้าตรัสแก่มาธาว่า "เราคือการเป็นขึ้นและเป็นชีวิต" และก็ถามเขาอีกว่า "เจ้าเชื่อข้อนี้หรือ?" มาธาทูลตอบว่า "พระองค์เจ้าข้าข้าพเจ้าเชื่อว่า พระองค์เป็นพระคริสต์พระบุตรของพระเจ้า." เธอตอบไม่ตรงคำถามเลย. เธอถูกความรู้เก่าๆ ซึ่งฝังอยู่ในตัวเธอมาก่อนปิดบังไว้จนไม่สามารถที่จะเข้าใจในถ้อยคำใหม่ขององค์พระผู้เป็นเจ้า. ความรู้และความเห็นที่เก่าแก่ของมนุษย์นั้นเป็นสิ่งที่ปิดบังมนุษย์ไว้ไม่ให้เข้าใจการเปิดเผยใหม่ขององค์พระผู้เป็นเจ้าอย่างแจ่มแจ้ง.
ยฮ.
11:27 ก มธ.16:16
ยฮ.
11:27 ข ยฮ.6:14
ยฮ.
11:28 1 นี่เป็นความเห็นของมาธา ไม่ใช่คำสั่งขององค์พระผู้เป็นเจ้า.
ยฮ.
11:31 1 แปลตามตรงคือโอดครวญ. ข้อ 33 ก็เช่นเดียวกัน.
ยฮ.
11:32 ก ยฮ.11:21
ยฮ.
11:33 ก ยฮ.11:19
ยฮ.
11:33 ข ยฮ.11:38; รม.8:26
ยฮ.
11:33 ค ยฮ.12:27; 13:21
ยฮ.
11:35 1 ในภาษากรีก ศัพท์คำนี้เป็นคำที่ต่างกับคำว่า "ร้องไห้" ในข้อ 31, 33. ความหมายในที่นี้คือ การร้องไห้หลั่งน้ำตาอย่างเงียบๆ. คำนี้ได้ปรากฏในพันธสัญญาใหม่เพียงครั้งเดียวเท่านั้น.
ยฮ.
11:36 ก ยฮ.11:3
ยฮ.
11:37 ก ยฮ.9:7, 32
ยฮ.
11:39 ก ยฮ.11:17
ยฮ.
11:40 ก ยฮ.11:4
ยฮ.
11:41 1 การยกศิลาออกและการแก้ปล่อยลาซะโรไปนั้นล้วนเป็นการนอบน้อมเชื่อฟังและการร่วมมือกับชีวิตแห่งการเป็นขึ้นนี้นั่นเอง.
ยฮ.
11:41 ก ยฮ.17:1
ยฮ.
11:41 ข มธ.11:25
ยฮ.
11:42 ก ยฮ.17:8, 21
ยฮ.
11:42 1 ดู 1:6 คำอธิบาย 1.
ยฮ.
11:44 ก ยฮ.19:40
ยฮ.
11:44 ข ยฮ.20:7
ยฮ.
11:45 ก ยฮ.11:19
ยฮ.
11:47 ก ยฮ.2:11, 23; 3:2; 4:54; 6:2, 14
ยฮ.
11:49 ก ยฮ.11:51; 18:13
ยฮ.
11:50 ก ยฮ.18:14
ยฮ.
11:51 ก ยฮ.11:49; 18:13
ยฮ.
11:52 1 การชุมนุมบุตรทั้งหลายของพระเจ้าเข้าเป็นหนึ่งเดียวที่กล่าวไว้ในบทนี้ได้เปิดเผยเป็นนัยว่าไม่เพียงการตายขององค์พระผู้เป็นเจ้าเท่านั้นที่มีเพื่อการก่อสร้างบุตรทั้งหลายของพระเจ้า แต่ยังมีชีวิตแห่งการเป็นขึ้นขององค์พระผู้เป็นเจ้าอีกด้วย. การตายขององค์พระผู้เป็นเจ้านั้นมีเพื่อปลดปล่อยชีวิตของพระองค์ออกมา แล้วแจกจ่ายให้แก่ผู้ที่เชื่อเข้าสู่ในพระองค์. เราสามารถ
ประสบการณ์ชีวิตนี้ได้ในการเป็นขึ้นของพระองค์. ในการเป็นขึ้นขององค์พระผู้เป็นเจ้านี้เอง เราจึงได้จำเริญขึ้นด้วยกันจวบจนเป็นหนึ่งเดียวโดยชีวิตของพระองค์เพื่อกลายเป็นพระกายของพระองค์.
ยฮ.
11:52 ก เทียบ ยฮ.10:16
ยฮ.
11:53 ก มธ.26:4
ยฮ.
11:54 ก ยฮ.7:1
ยฮ.
11:55 ก ยฮ.2:13, 6:4
ยฮ.
11:55 ข 2คนก.30:17-19; ยฮ.18:28