โยฮัน บทที่ 10
ข. การเลี้ยงดูของชีวิต — สำหรับผู้เชื่อที่อยู่ภายนอกศาสนา
10:1-42
10:1-42
(ก) คอกแกะ, ประตู, และทุ่งหญ้า — สำหรับแกะ
ข้อ 1-9
ข้อ 1-9
ยฮ.
10:1 เราบอกท่านทั้งหลายจริงๆ ว่า "ผู้ที่มิได้เข้าไปใน1คอกแกะทาง2กประตูนั้น แต่ปีนขึ้นไปทางอื่น ผู้นั้นเป็น3ขขโมยและโจร.
ยฮ.
10:2 แต่ผู้ที่เข้ากทางประตูก็เป็นขผู้เลี้ยงของแกะ.
ยฮ.
10:3 นายประตูจึงเปิดให้แก่ท่านผู้นั้น และ1แกะย่อมกฟังเสียงของท่าน ท่านเรียกแกะของท่านตามชื่อ และนำขออกมา.
ยฮ.
10:4 เมื่อต้อนฝูงแกะของท่านออกแล้วก็เดินนำหน้า แกะนั้นก็กตามท่านไป เพราะรู้จักขเสียงของท่าน.
ยฮ.
10:5 ส่วนคนแปลกหน้า แกะจะไม่ตามเลย แต่จะหนีไปจากเขา เพราะไม่รู้จักเสียงของคนแปลกหน้า."
ยฮ.
10:6 กคำอุปมานั้นพระเยซูได้ตรัสแก่เขา แต่เขามิได้เข้าใจความหมายซึ่งพระองค์ได้ตรัสนั้น.
ยฮ.
10:7 พระเยซูจึงตรัสแก่เขาอีกว่า "เราบอกท่านทั้งหลายจริงๆ ว่า "เราเป็นกประตูของแกะ."
ยฮ.
10:8 บรรดาคนที่ได้มาก่อนเรานั้นเป็นกขโมยและโจร แต่แกะมิได้ฟังเขา.
ยฮ.
10:9 เราเป็น1กประตู ถ้าผู้ใดเข้าไปทางเรา ผู้นั้นจะรอด เขาจะเข้าออกได้โดยสะดวกและจะพบ2ทุ่งหญ้า.
(ข) ผู้เลี้ยง, ชีวิตของพระเจ้า, และชีวิตแห่งจิต — สำหรับฝูงแกะ
ข้อ 10-21
ข้อ 10-21
ยฮ.
10:10 ขโมยนั้นย่อมไม่มานอกจากจะลัก, ฆ่าและทำลายเสีย เราได้มาเพื่อ1แกะจะกได้2ชีวิต และจะได้ชีวิตนั้นครบบริบูรณ์.
ยฮ.
10:11 เราเป็นกผู้เลี้ยงอันดี ผู้เลี้ยงอันดีนั้นย่อมขสละ1ชีวิตของตนเพื่อแกะ.
ยฮ.
10:12 ผู้ที่รับจ้างนั้นมิได้เป็นผู้เลี้ยง แกะนั้นก็มิได้เป็นของเขา เมื่อเขาเห็นสุนัขป่ามา เขาก็ละทิ้งแกะแล้วหนีไป, สุนัขป่าก็ชิงเอาแกะไปเสีย และทำให้ฝูงแกะกระจัดกระจายไป.
ยฮ.
10:13 [ผู้รับจ้างนั้นย่อมหนี]เพราะเป็นลูกจ้าง จึงมิได้เป็นห่วงแกะนั้น.
ยฮ.
10:14 เราเป็นกผู้เลี้ยงอันดี ขเรารู้จัก[แกะ]ของเรา และค[แกะ]ของเราก็รู้จักเรา
ยฮ.
10:15 เหมือนกพระบิดาทรงรู้จักเรา และเราก็รู้จักพระบิดา และเราขสละชีวิตของเราเพื่อแกะ.
ยฮ.
10:16 1กแกะอื่นซึ่งมิได้เป็นของคอกนี้เราก็มีอยู่ แกะเหล่านั้นเราต้องพามาด้วย แกะนั้นจะฟังเสียงของเรา, เราจะรวมเป็น2ขฝูงเดียวกัน, และมีคผู้เลี้ยงผู้เดียว.
ยฮ.
10:17 เหตุฉะนั้นกพระบิดาทรงรักเรา เพราะขเราสละชีวิตของเราเพื่อจะรับเอาชีวิตนั้นอีก.
ยฮ.
10:18 ไม่มีผู้ใดชิงเอาชีวิตนั้นจากเรา แต่เรากสละชีวิตนั้นเอง. เรามีอำนาจที่จะสละชีวิตนั้น และมีอำนาจที่จะขรับคืนอีก. นี่คือคำบัญชาที่เราได้รับมาจากพระบิดาของเรา."
ยฮ.
10:19 พวกยูดายจึงเกิดกแตกแยกกันอีกเพราะคำเหล่านั้น.
ยฮ.
10:20 หลายคนว่า "เขากมีผีสิงและขเป็นบ้า ไปฟังเขาทำไม?"
ยฮ.
10:21 คนอื่นว่า "คำอย่างนั้นไม่ใช่คำของผู้ที่มีผีสิงอยู่. ผีจะกเปิดตาของคนตาบอดได้หรือ?"
(ค) ชีวิตนิรันดร์, พระหัตถ์ของพระบุตร, และพระหัตถ์ของพระบิดา —
สำหรับความมั่นคงของแกะ
ข้อ 22-30
สำหรับความมั่นคงของแกะ
ข้อ 22-30
ยฮ.
10:22 เวลานั้นเป็น1เทศกาลฉลองพระวิหารในกรุงเยรูซาเล็ม และเป็นฤดูหนาว.
ยฮ.
10:23 พระเยซูทรงดำเนินอยู่ในบริเวณพระวิหาร ที่กเฉลียงของซะโลโม.
ยฮ.
10:24 พวกยูดายจึงล้อมพระองค์ไว้ และทูลพระองค์ว่า "จะให้1ใจเราสงสัยนานอีกเท่าใด? ถ้าท่านเป็นพระคริสต์นั้น จงบอกเรากให้แจ้งเถิด."
ยฮ.
10:25 พระเยซู[ตรัส]ตอบเขาว่า "เราได้บอกท่านทั้งหลายแล้ว และท่านมิได้เชื่อ. กการงานซึ่งเรากระทำ1ในพระนามพระบิดาของเรา การงานนั้นเป็นพยานถึงเรา.
ยฮ.
10:26 แต่ท่านทั้งหลายไม่เชื่อ เพราะมิได้เป็นแกะของเรา.
ยฮ.
10:27 แกะของเราย่อมกฟังเสียงของเรา ขเรารู้จักแกะนั้น และแกะนั้นก็คตามเรา.
ยฮ.
10:28 เราให้1กชีวิตนิรันดร์แก่แกะนั้น แกะนั้นจะมิได้พินาศเลยเป็นนิตย์ และจะไม่มีขผู้ใดคชิงแกะนั้นไปจาก1มือของเราได้.
ยฮ.
10:29 พระบิดาของเราที่ประทานแกะนั้นแก่เราเป็นใหญ่กว่าสารพัดทั้งปวง และไม่มีผู้ใดอาจกชิงแกะนั้นจาก1พระหัตถ์พระบิดาของเราได้.
ยฮ.
10:30 1เรากับพระบิดาเป็นกหนึ่ง[เดียวกัน]."
(ง) การข่มเหงของศาสนา
ข้อ 31-39
ข้อ 31-39
ยฮ.
10:31 พวกยูดายจึงกหยิบก้อนหินจะขว้างพระองค์อีก.
ยฮ.
10:32 พระเยซูตรัสแก่เขาว่า "เราได้สำแดงให้ท่านเห็นการดีหลายประการจากพระบิดาของเรา ท่านทั้งหลายหยิบก้อนหินจะขว้างเราเพราะเรื่องใดในการงานเหล่านี้?"
ยฮ.
10:33 พวกยูดายตอบว่า "เรามิได้ขว้างท่านเพราะการดี แต่เพราะการหมิ่นประมาทและเพราะท่านเป็นมนุษย์ แต่กลับตั้งตัวเป็นกพระเจ้า."
ยฮ.
10:34 พระเยซูตรัสตอบเขาว่า "ในกฎบัญญัติของท่านมีคำเขียนไว้มิใช่หรือว่า "เราได้กล่าวว่ากท่านทั้งหลายเป็นพระเจ้า?"
ยฮ.
10:35 ถ้าพระองค์ได้ทรงเรียกผู้ที่รับคำของพระเจ้าว่าเขาเป็นพระเจ้า และพระคัมภีร์นั้นจะถูกทำลายเสียไม่ได้
ยฮ.
10:36 ท่านทั้งหลายกล่าวถึงท่านที่พระบิดากได้ทรงแบ่งแยกบริสุทธิ์ และทรง1ขใช้เข้ามาในโลกว่าท่านกล่าวคำหมิ่นประมาท เพราะเราได้ว่าคเราเป็นบุตรของพระเจ้าหรือ?
ยฮ.
10:37 ถ้าเราไม่ทำกการงานของพระบิดาของเรา อย่าเชื่อเราเลย
ยฮ.
10:38 แต่ถ้าเราทำการงานนั้น แม้ท่านมิได้เชื่อเราก็จงกเชื่อเพราะการงานนั้น เพื่อท่านทั้งหลายจะรู้มากขึ้นเรื่อยๆ ว่า ขพระบิดา[อยู่]ในเรา และเรา[อยู่]ในพระบิดา."
ยฮ.
10:39 เหตุฉะนั้นเขาจึงหาทางที่จะกจับพระองค์อีก แต่พระองค์ทรงดำเนินพ้นมือเขาไป.
(จ) การละทิ้งของชีวิตต่อศาสนา พร้อมกับจุดยืนใหม่ของชีวิต
ข้อ 40-42
ข้อ 40-42
ยฮ.
10:40 แล้ว1พระองค์จึงเสด็จกข้ามแม่น้ำจอร์แดนไปอีก ได้ไปถึงสถานที่ซึ่งโยฮันเคยให้บัพติศมาแต่ก่อน และทรงพักอยู่ที่นั่น.
ยฮ.
10:41 คนเป็นอันมากมาหาพระองค์และกล่าวว่า "โยฮันมิได้ทำการอัศจรรย์ประการใด แต่กสารพัดซึ่งโยฮันได้กล่าวถึงท่านนี้เป็นความจริง."
ยฮ.
10:42 ที่นั่นมีกคนหลายคนที่ได้เชื่อเข้าสู่ในพระองค์.
คำอธิบาย โยฮัน บทที่ 10
ยฮ.
10:1 1 คอกเป็นเครื่องหมายเล็งถึงกฎบัญญัติ หรือศาสนายูดายที่เป็นศาสนาแห่งกฎบัญญัติ. พลไพร่ที่พระเจ้าทรงเลือกสรรถูกดูแลรักษาและอารักขาไว้ในคอกนี้จนกว่าพระคริสต์จะเสด็จมา.
ยฮ.
10:1 ก ยฮ.10:7,9
ยฮ.
10:1 2ก ดูข้อ 9 คำอธิบาย 1 ประโยคต่อไปเหมือนกัน.
ยฮ.
10:1 ข ยฮ.10:8
ยฮ.
10:1 3ข ขโมยและโจร (ข้อ 8) เป็นเครื่องหมายเล็งถึงบรรดาผู้ที่เข้าสู่ศาสนายูดาย โดยไม่ได้อาศัยพระคริสต์.
ยฮ.
10:2 ก ยฮ.10:7, 9
ยฮ.
10:2 ข ยฮ.10:11
ยฮ.
10:3 1 ชายตาบอดที่เห็นได้ในบทที่แล้ว ก็เป็นหนึ่งในแกะเหล่านี้. องค์พระผู้เป็นเจ้าได้ทรงนำเขาออกมาจากคอกของศาสนายูดาย.
ดังนั้นบทนี้จึงเป็นการสืบเนื่องต่อจากบทที่ 9.
ยฮ.
10:3 ก ยฮ.10:4, 16, 27
ยฮ.
10:3 ข ยฮ.10:9
ยฮ.
10:4 ก ยฮ.10:27
ยฮ.
10:4 ข ยฮ.10:3, 16, 27
ยฮ.
10:6 ก ยฮ.16:25, 29
ยฮ.
10:7 ก ยฮ.10:9
ยฮ.
10:8 ก ยฮ.10:1
ยฮ.
10:9 ก ยฮ.10:7
ยฮ.
10:9 1ก พระคริสต์ไม่เพียงเป็นประตูเพื่อพลไพร่ที่พระเจ้าทรงเลือกสรรในยุคพันธสัญญาเดิมดังเช่นโมเซ, ดาวิด, ยะซายา, และยิระมะยา ซึ่งได้เข้าสู่การอารักขาของกฎบัญญัติก่อนที่พระคริสต์จะเสด็จมาเท่านั้น. พระองค์ยังทรงเป็นประตูเพื่อบุคคลที่พระเจ้าทรงเลือกสรรเช่น เปโตร, โยฮัน, ยาโกโบ, และเปาโล ที่ได้ออกมาจากคอกของกฎบัญญัติหลังจากที่พระคริสต์ได้เสด็จมาถึงอีกด้วย.
ดังนั้นองค์พระผู้เป็นเจ้าจึงได้ชี้แจงในที่นี้ว่า พระองค์ไม่เพียงเป็นประตูให้พลไพร่ที่พระเจ้าทรงเลือกสรรได้เข้าไปเท่านั้น แต่ยังเป็นประตูเพื่อบุคคลที่พระเจ้าทรงเลือกสรรได้ออกมาด้วย.
ยฮ.
10:9 2 ทุ่งหญ้าในที่นี้เป็นเครื่องหมายเล็งถึง พระคริสต์ผู้เป็นสถานที่ป้อนเลี้ยงดูแลแกะ. เวลาที่ทุ่งหญ้าไม่สามารถจะใช้ได้เช่น ตอนฤดูหนาวหรือตอนค่ำคืน แกะก็จำเป็นต้องอยู่ในคอก. การอยู่ในคอกเป็นเพียงทางผ่านและเป็นสิ่งชั่วคราว. การรับสุขความอุดมสมบูรณ์บนทุ่งหญ้าจึงจะเป็นเป้าหมายสุดท้ายและเป็นสิ่งถาวรนิรันดร์. ก่อนพระคริสต์จะเสด็จมาถึง กฎบัญญัติเป็นสถานที่สำหรับอารักขามนุษย์ การอยู่ภายใต้กฎบัญญัติเป็นเพียงทางผ่าน. แต่บัดนี้พระคริสต์ได้เสด็จมาถึงแล้วพลไพร่ที่พระเจ้าทรงเลือกสรรทั้งหมดก็จำต้องออกมาจากกฎบัญญัติแล้วเข้าสู่ภายในของพระองค์เพื่อรับสุขพระองค์เป็นทุ่งหญ้า (ฆต.3:23-25; 4:3-5). สิ่งนี้ควรจะเป็นเป้าหมายสุดท้ายและถาวรนิรันดร์. ผู้นำแห่งศาสนายูดายไม่มีการเปิดเผยนี้จึงเห็นว่ากฎบัญญัติซึ่งศาสนายูดายได้ยึดถือเป็นหลักนั้นเป็นสิ่งถาวรชั่วนิรันดร์จนได้สูญเสียพระคริสต์ไปและทำให้ไม่มีส่วนในทุ่งหญ้าของพระองค์.
ยฮ.
10:10 1 หรือ มนุษย์.
ยฮ.
10:10 ก ยฮ.5:40
ยฮ.
10:10 2 ภาษากรีกคือ zoe (โซอี้) ชี้ถึงชีวิตนิรันดร์ที่ศักดิ์สิทธิ์ในพันธสัญญาใหม่.
ยฮ.
10:11 ก ยฮ.10:14; ยซย.40:11; ฮร.13:20; 1ปต.5:4; วว.7:17
ยฮ.
10:11 ข ยฮ.10:15, 17, 18; 1ยฮ.3:16; ยฮ.15:13; ยซย.53:12
ยฮ.
10:11 1 ภาษากรีกคือ psuche (ซุเค่) หมายถึงจิตหรือชีวิตฝ่ายจิต. ประโยคต่อไปก็เหมือนกัน. ในฐานะที่ทรงเป็นมนุษย์ องค์พระผู้เป็นเจ้าทรงมีชีวิตแห่ง psuche (ซุเค่) ซึ่งเป็นชีวิตของมนุษย์. ในฐานะที่ทรงเป็นพระเจ้าพระองค์ก็มีชีวิตแห่ง zoe (โซอี้) ซึ่งเป็นชีวิตของพระเจ้า. พระองค์ได้สละจิต, ชีวิตแห่ง psuche (ซุเค่), หรือชีวิตมนุษย์ของพระองค์ สำหรับสำเร็จการไถ่เพื่อแกะของพระองค์ (ข้อ 15,17-18) เพื่อพวกเขาจะได้มีส่วนในชีวิตแห่ง zoe, (โซอี้) ชีวิตของพระเจ้า (ข้อ 10ข), หรือชีวิตนิรันดร์ของพระองค์ (ข้อ 28). โดยชีวิตนี้พวกเขาก็ได้ถูกรวมเป็นฝูงเดียวภายใต้พระองค์ที่เป็นผู้เลี้ยงผู้เดียว. ในฐานะที่พระองค์เป็นผู้เลี้ยง
อันดี พระองค์ทรงป้อนเลี้ยงแกะของพระองค์ด้วยชีวิตอันศักดิ์สิทธิ์ โดยการกระทำเช่นนี้และเพื่อเป้าหมายนี้.
ยฮ.
10:14 ก ยฮ.10:11
ยฮ.
10:14 ข ยฮ.10:27
ยฮ.
10:14 ค ยฮ.10:4
ยฮ.
10:15 ก มธ.11:27
ยฮ.
10:15 ข ยฮ.10:11, 17, 18
ยฮ.
10:16 ก กจ.11:18; อฟ.2:12; 3:6
ยฮ.
10:16 1ก แกะอื่น ได้ชี้ถึงผู้เชื่อต่างชาติ (กจ.11:18).
ยฮ.
10:16 ข ยฮ.17:21; อฟ. 2:13-16
ยฮ.
10:16 2ข คำว่า "ฝูงเดียว" นี้เป็นเครื่องหมายเล็งถึงคริสตจักรหนึ่งเดียว ซึ่งเป็นพระกายหนึ่งเดียวของพระคริสต์ (อฟ.2:14-16; 3:6) ที่ได้ก่อกำเนิดขึ้นด้วยการแจกจ่ายชีวิตนิรันดร์อันศักดิ์สิทธิ์ขององค์พระผู้เป็นเจ้าเข้าสู่ภายในอวัยวะทั้งหลายโดยการตายของพระองค์นั่นเอง (ข้อ 10-18). คอกแกะนั้นคือ ศาสนายูดายแห่งตัวอักษรและกฎเกณฑ์. ส่วนฝูงแกะนั้นคือคริสตจักรแห่งชีวิตและฝ่ายวิญญาณ.
ยฮ.
10:16 ค ยฮ.10:11, 14; 1ปต.2:25
ยฮ.
10:17 ก ยฮ.3:35; 5:20
ยฮ.
10:17 ข ยฮ.10:11, 15, 18
ยฮ.
10:18 ก ยฮ.10:11, 15, 17
ยฮ.
10:18 ข ยฮ.2:19
ยฮ.
10:19 ก ยฮ.7:43; 9:16
ยฮ.
10:20 ก ยฮ.7:20
ยฮ.
10:20 ข มก.3:21
ยฮ.
10:21 ก ยฮ.9:32
ยฮ.
10:22 1 ประมาณ 170-168 ปีก่อนคริสตกาล อันติโอกัส อีปิฟาเนส (Antiochus Epiphanes) กษัตริย์ซีเรียได้บุกยึดกรุงเยรูซาเล็มและกวาดล้างพระวิหาร. วันที่ 25 ธันวาคม ปีที่ 168 ก่อนคริสตกาล เขาได้ถวายบูชาด้วยสุกรตัวเมียบนแท่นบูชาและตั้งรูปเคารพในพระวิหารด้วย ซึ่งเป็นการทำลายและทำให้พระวิหารเป็นมลทิน. สามปีต่อมาในปีที่ 165 ก่อนคริสตกาล มีขุนศึกผู้กล้าหาญแห่งดินแดนยูดาชื่อ ยูดาส แมคคาเบียส (Judas Maccabaeus) ได้ชำระและซ่อมแซมแท่นบูชากับพระวิหารที่ถูกทำให้เป็นมลทินนั้น โดยกำหนดวันที่ 25 ธันวาคมเป็นเทศกาลบริสุทธิ์ ตามวันเวลาที่แท่นและพระวิหารถูกทำให้เป็นมลทินนั้น และกำหนดให้เลี้ยงฉลองกันเป็นเวลาแปดวันติดต่อกัน. เทศกาลที่บริสุทธิ์ที่ว่านี้ก็คือเทศกาลฉลองพระวิหารที่ได้กล่าวไว้ในข้อนี้นั่นเอง.
ยฮ.
10:23 ก กจ.3:11; 5:12
ยฮ.
10:24 1 แปลตามตรงเป็น จิต.
ยฮ.
10:24 ก ยฮ.16:25, 29
ยฮ.
10:25 ก ยฮ.5:36; 10:38
ยฮ.
10:25 1 ดู 5:43 คำอธิบาย 1.
ยฮ.
10:27 ก ยฮ.10:3, 16
ยฮ.
10:27 ข ยฮ.10:14
ยฮ.
10:27 ค ยฮ.10:4
ยฮ.
10:28 ก ยฮ.17:2; 3:15, 16
ยฮ.
10:28 1ก ชีวิตนิรันดร์ (ดู 3:15 คำอธิบาย 1) มีไว้เพื่อการดำเนินชีวิตของผู้เชื่อ. ทั้งพระหัตถ์ของพระบิดา ซึ่งทรงดำเนินการในการเลือกสรรในความรักตามพระประสงค์ของพระองค์ (17:23; 6:38-39) และพระหัตถ์ของพระบุตรซึ่งได้ทรงช่วยให้รอดโดยพระคุณของพระองค์เพื่อสำเร็จพระดำริของพระบิดา (1:14; 6:37) ทั้งสองพระหัตถ์นี้ล้วนมีฤทธิ์เดชในการปกป้องรักษาเพื่อคุ้มครองผู้เชื่อไว้. ชีวิตนิรันดร์จะไม่แห้งเหือดไป และพระหัตถ์ของพระบิดาและพระบุตรก็จะไม่ผิดพลาดไป. ฉะนั้นผู้เชื่อจึงมั่นคงนิรันดร์ ไม่พินาศเลยเป็นนิตย์.
ยฮ.
10:28 ข ยฮ.6:39
ยฮ.
10:28 ค ยฮ.10:29
ยฮ.
10:29 ก ยฮ.10:28
ยฮ.
10:29 1 ดู ข้อ 28 คำอธิบาย 1.
ยฮ.
10:30 1 ในที่นี้องค์พระผู้เป็นเจ้าได้ทรงยืนยันถึงสภาพพระเจ้าของพระองค์ว่า พระองค์เองก็คือพระเจ้า (ข้อ 33; 5:18; 1:1; 20:28; 1ยฮ.5:20; ฟป.2:6).
ยฮ.
10:30 ก ยฮ.17:22
ยฮ.
10:31 ก ยฮ.8:59; 11:8
ยฮ.
10:33 ก ยฮ.5:18; 1:1; 20:28; 19:7; 1ยฮ.5:20; ฟป.2:6
ยฮ.
10:34 ก บพส.82:6
ยฮ.
10:36 ก ยฮ.6:69
ยฮ.
10:36 ข ยฮ.3:17; 1ยฮ.4:9
ยฮ.
10:36 1ข ดู 1:6 คำอธิบาย 1.
ยฮ.
10:36 ค ยฮ.5:17; 10:30
ยฮ.
10:37 ก ยฮ.5:36; 10:25
ยฮ.
10:38 ก ยฮ.10:25; 14:11
ยฮ.
10:38 ข ยฮ.14:10, 20; 17:21, 23
ยฮ.
10:39 ก ยฮ.7:30
ยฮ.
10:40 1 เมื่อถึงจุดนี้ องค์พระผู้เป็นเจ้าก็เสด็จไปจากพระวิหารมาถึงตำบลที่โยฮันผู้ให้บัพติศมาได้เป็นพยานแห่งพันธสัญญาใหม่ให้กับพระองค์. สิ่งนี้เป็นเครื่องหมายเล็งถึงว่า พระองค์ได้ละทิ้งศาสนายูดายแล้วมาถึงฐานที่มั่นใหม่ ซึ่งที่นั่นมีผู้คนมากมายได้เชื่อเข้าสู่ในพระองค์.
ยฮ.
10:40 ก ยฮ.1:28
ยฮ.
10:41 ก ยฮ.1:27, 29, 30, 34; 3:28-30
ยฮ.
10:42 ก ยฮ.7:31