ลูกา บทที่ 9
(20) ทรงใช้อัครทูตสิบสองคนออกไปแผ่ขยายการปฏิบัติของพระองค์
9:1-9
9:1-9
ลก.
9:1 พระองค์กทรงเรียก1[สาวก] สิบสองคนมาพร้อมกัน แล้วจึงประทานฤทธิ์เดชและ2ขอำนาจที่จะสยบผีทั้งปวงให้แก่เขาทั้งหลาย และให้รักษาโรคต่างๆให้หาย.
ลก.
9:2 แล้วพระองค์กทรงใช้เขาไปประกาศ1ขอาณาจักรของพระเจ้า และครักษาคนป่วยให้หาย.
ลก.
9:3 พระองค์จึงกล่าวแก่เขาว่า "1อย่าเอาอะไรไปใช้กตามทาง ทั้งไม้เท้า, ย่าม, 2อาหาร, เงิน หรือเสื้อในคนละสองตัว.
ลก.
9:4 และถ้าเข้าไปในเรือนไหน ก็จงอาศัยอยู่ในเรือนนั้นจนกว่าจะไป.
ลก.
9:5 และผู้ใดไม่ต้อนรับพวกท่าน เมื่อท่านจะไปจากเมืองนั้น กจงสะบัดผงคลีดินจากเท้าของท่านออกเสียเพื่อเป็นขพยานต่อต้านเขา."
ลก.
9:6 และเหล่าสาวกจึงออกไปและเดินไปทั่วตลอดบ้านเมือง ประกาศกิตติคุณและรักษา[คนป่วย]ทุกแห่งให้หาย.
ลก.
9:7 ฝ่ายกเฮโรดผู้ครองมณฑลขได้ยินเหตุการณ์ทั้งปวงซึ่งได้เกิดขึ้นนั้น จึงสงสัยมาก เพราะบางคนว่าโยฮันเป็นขึ้นมาจากท่ามกลางคนตาย
ลก.
9:8 และบางคนว่าเป็นกเอลียามาปรากฏ คนอื่นว่าเป็นผู้เผยพระวจนะโบราณกลับเป็นขึ้นมาอีก.
ลก.
9:9 และเฮโรดจึงว่า "โยฮันนั้นข้าพเจ้าได้1กตัดศีรษะแล้ว แต่คนนี้ที่เราได้ยินถึงเรื่องราวของเขาคือใคร?" แล้วเฮโรดจึงคิดขหาโอกาสจะเห็นพระองค์.
(21) ทรงเลี้ยงคนห้าพันคน
9:10-17
9:10-17
ลก.
9:10 ครั้นพวกอัครทูตกลับมาแล้ว เขากทูลพระองค์ถึงบรรดาการซึ่งเขาได้กระทำนั้น. พระองค์จึงขพาเขาทั้งหลายไปแต่ลำพังถึงเมืองหนึ่งที่ชื่อว่า เบธซายะดา.
ลก.
9:11 แต่เมื่อกฝูงชนรู้แล้วจึงตามพระองค์ไป พระองค์ทรงต้อนรับเขาและตรัสเกี่ยวกับเรื่องขอาณาจักรของพระเจ้าให้เขาฟัง และทุกคนที่ต้องการให้รักษาโรค พระองค์ก็คทรงรักษาให้หาย.
ลก.
9:12 ครั้น1กำลังจะเย็นแล้ว [สาวก]สิบสองคนมาทูลพระองค์ว่า "กขอให้ฝูงชนไปตาม2บ้านไร่ บ้านนาที่อยู่รอบๆ นี้ เพื่อหาที่พักและอาหารรับประทาน เพราะที่เราอยู่นี้เป็นสถานที่กันดาร."
ลก.
9:13 แต่พระองค์ตรัสแก่เขาว่า "พวกท่านจงกให้เขากินเถิด." เขาทูลว่า "เราไม่มีอะไรมากไปกว่าขนมปังขห้าก้อนกับปลาสองตัว เว้นเสียแต่เราจะไปซื้ออาหารสำหรับคนทั้งปวงนี้."
ลก.
9:14 เพราะว่าคนเหล่านั้น[นับแต่]ผู้ชายประมาณห้าพันคน. พระองค์จึงตรัสแก่เหล่าสาวกของพระองค์ว่า "จงให้คนทั้งปวงนั่งลงเป็น1หมู่ หมู่ละประมาณห้าสิบ[คน]."
ลก.
9:15 พวกเขาก็กระทำตาม คือให้คนทั้งปวงนั่งลง.
ลก.
9:16 เมื่อพระองค์ทรงหยิบขนมปังห้าก้อนกับปลาสองตัวนั้นแล้ว ก็กเงยพระพักตร์ดูฟ้าสวรรค์ทรงขอวยพระพรแล้วหักขนมปังออกยื่นให้แก่เหล่าสาวกให้เขาแจกแก่ฝูงชน.
ลก.
9:17 คนทั้งปวงก็ได้กินและกินอิ่มทุกคน. แล้วเขาเก็บเศษอาหารที่เหลือนั้นได้1สิบสองตะกร้า.
(22) ทรงถูกผู้คนรู้จักว่าเป็นพระคริสต์
9:18-21
9:18-21
ลก.
9:18 เมื่อพระองค์กำลังอธิษฐานอยู่แต่ลำพัง เหล่าสาวกก็อยู่กับพระองค์ พระองค์จึงตรัส1ถามเขาว่า "กฝูงชนพูดกันว่าเราเป็นผู้ใด?"
ลก.
9:19 เหล่าสาวกทูลตอบว่า "[มีคนว่า]เป็นกโยฮันผู้ให้บัพติศมา บางคนว่าเป็นขเอลียาแต่คนอื่นว่าเป็นคนหนึ่งในพวกผู้เผยพระวจนะโบราณที่เป็นขึ้นมาใหม่."
ลก.
9:20 พระองค์จึงตรัสแก่พวกเขาว่า "แล้วพวกท่านเล่าว่าเราเป็นผู้ใด?" เปโตรทูลตอบว่า "[พระองค์ทรงเป็น]1กพระคริสต์ของพระเจ้า."
ลก.
9:21 พระองค์จึงกำชับกและสั่ง[เขา]ไม่ให้บอกเรื่องนี้แก่ผู้ใด.
(23) ทรงเปิดเผยถึงการตายและการเป็นขึ้นของพระองค์เป็นครั้งแรก
9:22-26
9:22-26
ลก.
9:22 และกตรัสว่า "ขบุตรมนุษย์จะต้องทนทุกข์ทรมานหลายประการ และพวกผู้อาวุโส, พวกหัวหน้าปุโรหิต, และพวกธรรมาจารย์จะ1คปฏิเสธและฆ่าท่านเสีย และในงวันที่สามท่านจะเป็นขึ้นใหม่."
ลก.
9:23 พระองค์จึงตรัสแก่คนทั้งหลายว่า "ถ้าผู้ใดจะใคร่ตามเรามา ให้ผู้นั้นปฏิเสธตัวเองและแบกกกางเขนของตนขทุกวัน และตามเรามา.
ลก.
9:24 เพราะว่าผู้ใดใคร่จะช่วยชีวิตฝ่ายจิตของตนให้รอด ก็จะ1สูญเสียชีวิตฝ่ายจิต แต่ผู้ใดจะ1สูญเสียชีวิตฝ่ายจิตของตนเพราะเห็นแก่เรา ก็จะช่วยชีวิตฝ่ายจิตให้รอด.
ลก.
9:25 เพราะถ้าผู้ใดจะ1ได้สิ้นทั้งโลกแต่ต้องสูญเสียหรือ1ชดเชยด้วยตัวของเขาเอง ผู้นั้นจะได้ประโยชน์อะไร?
ลก.
9:26 ถ้าผู้ใดมีกความอายเพราะเราและถ้อยคำของเรา บุตรมนุษย์ก็จะมีความอายเพราะผู้นั้น เมื่อพระองค์จะขเสด็จมาด้วยสง่าราศีของพระองค์เอง, ของพระบิดา, และของเหล่าคทูตสวรรค์ที่บริสุทธิ์.
(24) ทรงเปลี่ยนรูปลักษณะบนภูเขา
9:27-36
9:27-36
ลก.
9:27 แต่เราบอกท่านทั้งหลายตามจริงว่า ในพวกท่านที่ยืนอยู่ที่นี่มีบางคนที่จะกไม่ขต้องลิ้มชิมความตาย จนกว่าจะได้เห็นอาณาจักรของพระเจ้า."
ลก.
9:28 ภายหลังพระองค์1ได้ตรัสคำเหล่านั้นแล้วประมาณ1แปดวัน พระองค์จึงกพาขเปโตร, โยฮัน, และยาโกโบขึ้นไปบนภูเขาเพื่อจะคอธิษฐาน.
ลก.
9:29 เมื่อพระองค์กำลังอธิษฐานอยู่ พระพักตร์ของพระองค์ก็กเปลี่ยนไปและฉลองพระองค์ก็ขขาว1เป็นมันระยับ.
ลก.
9:30 ดูเถิด มีสองคนสนทนาอยู่กับพระองค์ ซึ่งก็คือโมเซและเอลียา
ลก.
9:31 เขาเหล่านั้นมาปรากฏในสง่าราศีและกล่าวถึงกการจากไปของพระองค์ซึ่งจะสำเร็จในกรุงเยรูซาเล็ม.
ลก.
9:32 ฝ่ายเปโตรและคนที่อยู่ด้วยนั้นต่างก็กง่วงเหงาหาวนอน แต่เมื่อเขาตื่นขึ้นก็ได้เห็นขสง่าราศีของพระองค์ และเห็นสองคนนั้นที่ยืนอยู่กับพระองค์.
ลก.
9:33 เมื่อสองคนนั้นกำลังจะจากพระองค์ไป เปโตรจึงทูลพระเยซูว่า "อาจารย์เจ้าข้าซึ่งเราอยู่ที่นี่ก็ดีนัก ขอให้เราสร้างกกระโจมสามหลัง สำหรับพระองค์หลังหนึ่ง สำหรับโมเซหลังหนึ่ง และสำหรับเอลียาหลังหนึ่ง" เขาไม่รู้ว่าได้พูดอะไรออกไป.
ลก.
9:34 ขณะที่เปโตรพูดคำเหล่านี้ มีกเมฆมาปกคลุมพวกเขาไว้ และเมื่ออยู่ในเมฆนั้นพวกเขาก็กลัว.
ลก.
9:35 และมีกพระสุรเสียงออกมาจากเมฆนั้น1กล่าวว่า "ผู้นี้เป็นบุตรของเรา เป็นผู้ที่[เรา]2เลือกสรรไว้. ขจงฟังท่านเถิด!"
ลก.
9:36 เมื่อพระสุรเสียงนั้นสงบแล้ว ก็พบพระเยซูอยู่ที่นั่นเพียงองค์เดียว. ในวันเวลาเหล่านั้น สิ่งที่เหล่าสาวกได้มองเห็นเขาก็เก็บไว้เงียบๆ และกไม่บอกเล่าแก่ผู้ใดเลย.
(25) ทรงขับผีโสโครกออกจากบุตรของชายคนหนึ่ง
9:37-43ก
9:37-43ก
ลก.
9:37 วันรุ่งขึ้น เมื่อพระองค์กับเหล่าสาวกลงมาจากภูเขาแล้ว มีฝูงชนหมู่ใหญ่มาพบพระองค์.
ลก.
9:38 ดูเถิด มีกชายคนหนึ่งในหมู่ฝูงชนนั้นร้องว่า "อาจารย์เจ้าข้า ขอพระองค์ทรงดูแลบุตรของข้าพเจ้าด้วยเถิด เพราะว่าเขาเป็นขบุตรคนเดียวของข้าพเจ้า.
ลก.
9:39 ดูเถิด เขาถูกวิญญาณจับฉวยไว้ และในทันใดนั้นก็ร้องตะโกนขึ้น วิญญาณนั้นยังทำให้เขากชักและน้ำลายฟูมปาก อีกทั้งทำร้ายเขาอย่างสาหัสและแทบจะไ่ม่ออกไปจากเขา.
ลก.
9:40 ข้าพเจ้าได้ขอเหล่าสาวกของพระองค์ให้กขับมันออกเสีย แต่เขากระทำไม่ได้".
ลก.
9:41 พระเยซูตรัสตอบเขาว่า "โอ กยุคสมัยที่ไม่เชื่อและดื้อด้าน! ขเราจะต้องอยู่กับท่านทั้งหลายและอดทนต่อพวกท่านนานเท่าใด? จงพาบุตรของเจ้ามาที่นี่เถิด."
ลก.
9:42 ขณะที่เด็กนั้นกำลังมาหาพระองค์ ผีก็ทำให้เขาล้มชักดิ้นใหญ่. แต่พระเยซูทรงกติเตียนขวิญญาณโสโครกนั้นและรักษาเด็กให้หาย คแล้วส่งคืนให้บิดาเขา.
ลก.
9:43 คนทั้งปวงก็ประหลาดใจนักเพราะกพระบรมเดชานุภาพของพระเจ้า.
(26) ทรงเปิดเผยถึงการตายของพระองค์เป็นครั้งที่สอง
9:43ข-45
9:43ข-45
แต่เมื่อเขาทั้งหลายยังประหลาดใจอยู่ เพราะเหตุการณ์ทั้งปวงซึ่งพระเยซูได้ทรงกระทำนั้น พระองค์จึงขตรัสแก่เหล่าสาวกของพระองค์ว่า
ลก.
9:44 "ท่านทั้งหลายจงให้คำเหล่านี้เข้าหูของท่าน เพราะว่ากบุตรมนุษย์จะต้องถูกขมอบไว้ในมือมนุษย์."
ลก.
9:45 แต่เหล่าสาวกกลับกไม่เข้าใจถ้อยคำเหล่านี้ เพราะทรงขปิดซ่อนไว้จากเขาเพื่อเขาจะไม่ได้เข้าใจ และเขาก็ไม่กล้าถามพระองค์ถึงคำนั้น.
(27) ทรงสอนให้ถ่อมตัวและอดกลั้น
9:46-50
9:46-50
ลก.
9:46 แล้วเหล่าสาวกก็เกิดกการถกเหตุผลกันว่า ในพวกเขาใครจะเป็นขใหญ่.
ลก.
9:47 ฝ่ายพระเยซูทรงทราบการถกเหตุผลในกใจของเขา จึงพาเด็กคนหนึ่งมายืนอยู่ใกล้พระองค์
ลก.
9:48 แล้วตรัสแก่เขาว่า "ถ้าผู้ใดกรับเด็กเล็กๆ คนนี้1ในนามของเรา ผู้นั้นก็ได้รับเราและผู้ใดได้รับเรา ผู้นั้นก็ได้รับพระองค์ผู้ทรงใช้เรามา เพราะว่าผู้ใดเป็นผู้เล็กน้อยที่สุดในพวกท่าน ผู้นั้นแหละเป็นขใหญ่."
ลก.
9:49 ฝ่ายกโยฮันทูลพระองค์ว่า "อาจารย์เจ้าข้า พวกเราได้เห็นบางคนขับผีออกขในนามของพระองค์และเรา1คได้ห้ามเขาเสีย เพราะเขาไม่ติดตาม[พระองค์]ร่วมกับเรา."
ลก.
9:50 แต่พระเยซูตรัสแก่เขาว่า "1อย่าห้ามเขาเลย เพราะว่า2กผู้ใดไม่ต่อต้านท่านก็ช่วยเหลือท่านแล้ว."
2. จากฆาลิลายไปสู่กรุงเยรูซาเล็ม
9:51—19:27
9:51—19:27
(1) ทรงถูกชาวซะมาเรียปฏิเสธ
9:51-56
9:51-56
ลก.
9:51 ครั้นจวนเวลาที่พระองค์จะทรงถูกกรับขึ้นไป พระองค์ทรงตั้งพระทัยแน่วแน่หันพระพักตร์มุ่งไปยัง1ขกรุงเยรูซาเล็ม.
ลก.
9:52 และพระองค์ทรงใช้ทูตกล่วงหน้าไปก่อน. เขาก็เข้าไปในหมู่บ้านแห่งหนึ่งของขชาวซะมาเรีย เพื่อจะเตรียมไว้สำหรับพระองค์.
ลก.
9:53 ชาวบ้านนั้นไม่รับรองพระองค์ เพราะพระองค์กำลังหันกพระพักตร์ไปยังกรุงเยรูซาเล็ม.
ลก.
9:54 เมื่อสาวกของพระองค์คือยาโกโบและโยฮันได้เห็นดังนั้น จึงทูลว่า "ข้าแต่องค์พระผู้เป็นเจ้า พระองค์ประสงค์จะให้พวกเรา1สั่งกไฟจากฟ้าสวรรค์ลงมาเผาผลาญเขา2หรือไม่?"
ลก.
9:55 แต่พระองค์ทรงหันกลับมาติเตียนเขา1และตรัสว่า "2ท่านไม่รู้ว่า วิญญาณของท่านทั้งหลายเป็นเช่นไร.
ลก.
9:56 1ด้วยว่าบุตรมนุษย์ไม่ได้มาเพื่อทำลายล้าง2ชีวิตของมนุษย์ แต่มาเพื่อช่วย2ชีวิตของมนุษย์." แล้วพระองค์กับเหล่าสาวกก็เข้าไปที่หมู่บ้านอื่น.
(2) ทรงแนะนำผู้คนว่าจะติดตามพระองค์อย่างไร
9:57-62
9:57-62
ลก.
9:57 เมื่อพระองค์กับเหล่าสาวกกำลังเดินทางไปตามทาง มี1คนหนึ่งทูลพระองค์ว่า "ไม่ว่าพระองค์เสด็จไปไหนข้าพเจ้าจะกตามไปด้วย."
ลก.
9:58 พระเยซูตรัสแก่เขาว่า "สุนัขจิ้งจอกยังมีโพรงและนกในอากาศยังมีรัง แต่บุตรมนุษย์1ไม่มีที่ที่จะให้วางศีรษะ."
ลก.
9:59 พระองค์ตรัสแก่1อีกคนหนึ่งว่า "จงตามเรามาเถิด." แต่คนนั้นทูลตอบว่า "ข้าแต่องค์พระผู้เป็นเจ้า ขอโปรดให้ข้าพเจ้าไปฝังศพบิดาของข้าพเจ้าก่อน."
ลก.
9:60 พระองค์จึงตรัสแก่เขาว่า "ปล่อยให้1คนตายฝังคนตายของพวกเขาเองเถิด แต่ท่านจงไป2ประกาศกอาณาจักรของพระเจ้าทั่วทุกแห่งหน."
ลก.
9:61 1อีกคนหนึ่งทูลพระองค์ว่า "ข้าแต่องค์พระผู้เป็นเจ้า ข้าพเจ้าจะตามพระองค์ไปแต่ขอกอนุญาตให้ข้าพเจ้าไปลาคนที่อยู่ในบ้านของข้าพเจ้าก่อน."
ลก.
9:62 แต่พระเยซูตรัสแก่เขาว่า "ผู้ใดเอามือ1จับคันไถแล้วกยังเหลียวมองข้างหลัง ผู้นั้นก็ไม่เหมาะสมกับขอาณาจักรของพระเจ้า."
คำอธิบาย ลูกา บทที่ 9
ลก.
9:1 ก ลก.6:13; มธ.10:1; มก.3:13; 6:7
ลก.
9:1 1 สำเนาต้นฉบับบางฉบับเป็น อัครทูต.
ลก.
9:1 ข มก.3:15
ลก.
9:1 2ข ดู มก.1:27 คำอธิบาย 1 และ มธ.10:1 คำอธิบาย 2.
ลก.
9:2 ก มธ.10:5; ลก.10:1
ลก.
9:2 ข ลก.9:11, 60, 62
ลก.
9:2 1ข ดู 4:43 คำอธิบาย 2. ข้อถัดไปก็เช่นเดียวกัน.
ลก.
9:2 ค ลก.9:11; มธ.10:8
ลก.
9:3 1 ดู มธ.10:9 คำอธิบาย 1.
ลก.
9:3 ก ข้อ 3-5: มธ.10:9-14; มก.6:8-11; ลก.10:4-11
ลก.
9:3 2 แปลตามตรงคือ ขนมปัง.
ลก.
9:5 ก กจ.13:51; เทียบ นฮย.5:13; กจ.18:6
ลก.
9:5 ข ยก.5:3
ลก.
9:7 ก ลก.3:1, 19; กจ.13:1
ลก.
9:7 ข ข้อ 7-9: มธ.14:1-2; มก.6:14-16
ลก.
9:8 ก ลก.9:19
ลก.
9:9 ก มธ.14:6-12; มก.6:21-29
ลก.
9:9 1ก ดู มก.6:27 คำอธิบาย 1.
ลก.
9:9 ข ลก.23:8
ลก.
9:10 ก มก.6:30
ลก.
9:10 ข ข้อ 10-17: มธ.14:13-21; มก.6:31-44; ยฮ.6:1-13; เทียบ มธ.15:32-38; มก.8:1-9
ลก.
9:11 ก ลก.8:40
ลก.
9:11 ข ลก.9:2, 60
ลก.
9:11 ค ลก.9:2
ลก.
9:12 1 ข้อ 12-17 ให้ดูคำอธิบายใน มธ.14:15-21.
ลก.
9:12 ก มธ.15:23
ลก.
9:12 2 หรือ ไร่นา.
ลก.
9:13 ก 2พกษ.4:42-44
ลก.
9:13 ข มธ.16:9
ลก.
9:14 1 ลักษณะเดียวกับการรับประทานอาหารด้วยกันในบ้านซึ่งนั่งเป็นกลุ่มๆ เป็นโต๊ะๆ.
ลก.
9:16 ก มก.7:34; ยฮ.11:41; 17:1
ลก.
9:16 ข มธ.26:26
ลก.
9:17 1 ดู มก.6:43 คำอธิบาย 1.
ลก.
9:18 1 ข้อ 18-27 ให้ดูคำอธิบายใน มธ.16:13-28.
ลก.
9:18 ก ข้อ 18-20: มธ.16:13-16; มก.8:27-29
ลก.
9:19 ก มธ.14:2; มก.6:14; ลก.9:7
ลก.
9:19 ข มธ.17:10; มก.6:15; ลก.9:8
ลก.
9:20 ก มธ.1:17; ลก.2:26; 23:35; วว.11:15; 12:10
ลก.
9:20 1ก แปลตามตรงคือ พระคริสต์นั้น.
ลก.
9:21 ก มธ.16:20
ลก.
9:22 ก ข้อ 22-27: มธ.16:21-28; มก.8:31-9:1
ลก.
9:22 ข มธ.17:12, 22-23; มก.9:31; ลก.18:31; 24:7
ลก.
9:22 ค ลก.17:25; 1ปต.2:4
ลก.
9:22 1ค ศัพท์ในภาษากรีกมีความหมายว่า หลังจากทดสอบแล้วก็ยังปฏิเสธ แสดงถึงการปฏิเสธโดยเจตนา.
ลก.
9:22 ง มธ.27:63; ลก.18:33; 24:7, 46
ลก.
9:23 ก มธ.10:38; ลก.14:27
ลก.
9:23 ข 1กธ.15:31
ลก.
9:24 1 หรือ ทำลาย
ลก.
9:25 1 เป็นคำพูดที่พวกพ่อค้าใช้กัน.
ลก.
9:26 ก รม.1:16; 2ตธ.1:8, 12, 16
ลก.
9:26 ข ซคย.14:5; มธ.24:30; 25:31; 26:64
ลก.
9:26 ค กจ.10:22; วว.14:10
ลก.
9:27 ก มธ.10:23
ลก.
9:27 ข ยฮ.8:52; ฮร.2:9
ลก.
9:28 1 ข้อ 28-36 ให้ดูคำอธิบายใน มธ.17:1-9.
ลก.
9:28 ก ข้อ 28-36: มธ.17:1-9; มก.9:2-9
ลก.
9:28 ข ลก.8:51; มก.14:33
ลก.
9:28 ค มธ.14:23
ลก.
9:29 ก มก.16:12
ลก.
9:29 ข ดนอ.7:9
ลก.
9:29 1 แปลตามตรงคือ มีแสงเจิดจ้าเหมือนสายฟ้าแลบ.
ลก.
9:31 ก เทียบ 2ปต.1:15
ลก.
9:32 ก เทียบ ดนอ.8:18; มธ.26:43
ลก.
9:32 ข ยฮ.1:14
ลก.
9:33 ก เทียบ นฮย.8:15
ลก.
9:34 ก อซด.24: 15-16
ลก.
9:35 ก มธ.3:17; 2ปต.1:17
ลก.
9:35 1 นี่เป็นพระคำที่พระเจ้าทรงเปิดเผย ซึ่งได้ทำให้คำพูดที่เหลวไหลของเปโตรในข้อ 33 หยุดลง.
ลก.
9:35 2 สำเนาต้นฉบับบางฉบับเป็น ที่รัก.
ลก.
9:35 ข กจ.3:22
ลก.
9:36 ก มธ.17:9
ลก.
9:38 ก ข้อ 38-42: มธ.17:14-18; มก.9:17-27
ลก.
9:38 ข ลก.7:12
ลก.
9:39 ก มก.1:26
ลก.
9:40 ก มธ.10:1
ลก.
9:41 ก ฟป.2:15
ลก.
9:41 ข ยฮ.14:9
ลก.
9:42 ก ลก.4:35; ซคย.3:2; ยด.9
ลก.
9:42 ข ลก.8:29
ลก.
9:42 ค ลก.7:15
ลก.
9:43 ก 2ปต.1:16
ลก.
9:43 ข ข้อ 43ข-45: มธ.17:22-23; มก.9:31-32
ลก.
9:44 ก ลก.9:22
ลก.
9:44 ข ลก.18:32; 22:6; 24:7
ลก.
9:45 ก ลก.2:50; ยฮ.12:16; 16:18
ลก.
9:45 ข ลก.18:34
ลก.
9:46 ก ข้อ 46-48: มธ.18:1-5; มก.9:33-37
ลก.
9:46 ข ลก.22:24
ลก.
9:47 ก มธ.9:4
ลก.
9:48 ก มธ.10:40; ยฮ.13:20
ลก.
9:48 1 แปลตามตรงคือ โดยพึ่งในนามของเราหมายถึง ยึดเอา หรือ ตาม นามของเรา.
ลก.
9:48 ข มธ.23:11; ลก. 22:26-27
ลก.
9:49 ก ข้อ 49-50: มก. 9:38-40
ลก.
9:49 ข มธ.7:22; มก.16:17; ลก.10:17
ลก.
9:49 ค อฤธ.11:28
ลก.
9:49 1ค ดู มก.9:38 คำอธิบาย 1.
ลก.
9:50 1 ดู มก.9:39 คำอธิบาย 1.
ลก.
9:50 ก ลก.11:23
ลก.
9:50 2ก ดู มก.9:40 คำอธิบาย 1.
ลก.
9:51 ก เทียบ กจ.1:2, 9
ลก.
9:51 ข มก.10:1, 32; ลก.13:22; 17:11; 18:31; 19:11, 28
ลก.
9:51 1ข ดู มก.10:1 คำอธิบาย 1.
ลก.
9:52 ก ลก.10:1
ลก.
9:52 ข ยฮ.4:4, 9
ลก.
9:53 ก เทียบ ยอค.6:2
ลก.
9:54 1 ยาโกโบและโยฮันถูกเรียกว่า ลูกฟ้าร้อง ชี้บ่งถึงความหุนหันพลันแล่นของพวกเขา (มก.3:17 คำอธิบาย 1). ถ้อยคำที่หุนหันพลันแล่นของพวกเขาในที่นี้เป็นสิ่งที่ตรงข้ามกับคุณธรรมและศีลธรรมขององค์พระผู้ช่วยที่พวกเราได้ติดตาม (ดู มก.9:38 คำอธิบาย 1).
ลก.
9:54 ก เทียบ 2พกษ.1:9-14
ลก.
9:54 2 สำเนาต้นฉบับบางฉบับเพิ่มข้อความว่า "ดังเอลียาได้กระทำนั้น".
ลก.
9:55 1 สำเนาต้นฉบับส่วนมากไม่มีคำว่า "วิญญาณของท่านทั้งหลาย...ท่านไม่รู้".
ลก.
9:55 2 มีเพียงลูกาเพิ่มคำว่า "วิญญาณของท่านทั้งหลายเป็นเช่นไร ท่านไม่รู้" ซึ่งถ้อยคำนี้ได้แสดงถึงศีลธรรมที่สูงส่งขององค์มนุษย์พระผู้ช่วย.
ลก.
9:56 1 สำเนาต้นฉบับส่วนมากไม่มีข้อความ "ด้วยว่าบุตรมนุษย์ไม่ได้มา...แต่มาเพื่อช่วยชีวิตของมนุษย์".
ลก.
9:56 2 แปลตามตรงคือ จิต.
ลก.
9:57 1 เขาเป็นคนหนึ่งในพวกธรรมาจารย์ (มธ.8:19) ซึ่งเคยใช้ชีวิตอย่างสุขสบาย. เขาเห็นฝูงชนถูกดึงดูดมาหาองค์พระผู้ช่วย (มธ.8:18) จึงอยากติดตามพระองค์ด้วยความอยากรู้อยากเห็นของตนเองโดยมิได้คำนวณถึงการจ่ายราคา (ดู มธ.8:19 คำอธิบาย 2). ดังนั้นองค์พระผู้ช่วยจึงได้เตือนเขาโดยชี้ให้เห็นว่าถึงแม้ฝูงชนจะถูกดึงดูดมาหาพระองค์ แต่พระองค์กลับไม่มีที่ใดเป็นที่พัก แสดงว่าการติดตามพระองค์นั้นต้องทนทุกข์ยากมากมาย.
ลก.
9:57 ก ข้อ 57-60: มธ.8:19-22
ลก.
9:58 1 ชีวิตมนุษย์ขององค์พระผู้ช่วยเป็นชีวิตที่ทุกข์ยาก. ในเวลาประสูติก็ไม่มีที่ว่างในโรงแรมให้พระองค์ประทับ (2:7) และขณะที่พระองค์ทำการปฏิบัติก็ยังไม่มีสถานที่ใดๆ ให้พระองค์พักผ่อน. การทนทุกข์เป็นเครื่องหมายแห่งชีวิตมนุษย์ของพระองค์ (2:12).
ลก.
9:59 1 คนนี้ได้รับการทรงเรียกจากองค์พระผู้ช่วยให้ติดตามพระองค์. แต่เขาคิดคำนึงถึงภาระหน้าที่ที่มีต่อบิดาของเขาซึ่งตายไปจึงไม่ยอมติดตามพระองค์ไปในทันที. ดังนั้นองค์พระผู้ช่วยจึงได้หนุนใจให้เขาจ่ายราคา (ดู มธ.8:21 คำอธิบาย 1) เพื่อที่จะกลายเป็นผู้ติดตามรับมอบภารกิจอันยิ่งใหญ่ของพระองค์เพื่อประกาศอาณาจักรของพระเจ้า.
ลก.
9:60 1 ผู้ทำการฝังศพคือพวกที่ตายฝ่ายวิญญาณ(ยฮ.5:25; อฟ.2:1) ส่วนผู้ถูกฝังคือพวกที่ตายฝ่ายร่างกาย. การมีส่วนเกี่ยวข้องกับการฝังศพเช่นนี้เป็นการงานแห่งความตาย.
ลก.
9:60 2 การประกาศอาณาจักรของพระเจ้าเป็นการงานแห่งชีวิต โดยกระทำให้คนตายกลับมีชีวิตเข้าสู่อาณาจักรของพระเจ้า.
ลก.
9:60 ก ลก.9:2
ลก.
9:61 1 คนที่สามนี้ได้อาสาที่จะติดตามองค์พระผู้ช่วย แต่ขอไปลาครอบครัวของเขาก่อน. ดังนั้นองค์พระผู้ช่วยจึงได้เตือนเขาว่า อย่าปล่อยให้สิ่งใดเหนี่ยวรั้งเขาไม่ให้เข้าในอาณาจักรของพระเจ้า.
ลก.
9:61 ก เทียบ 1พกษ.19:20
ลก.
9:62 1 ในการไถนั้น ผู้ไถจะต้องเพ่งความสนใจทั้งสิ้นที่ร่องไถ. อย่าว่าแต่หันหลังกลับเลย หากใจลอยเพียงเล็กน้อยก็จะทำให้คันไถเบี่ยงออกจากแนวตรง. ถ้าหากเราต้องการติดตามองค์พระผู้ช่วยก็จำต้องลืมเสียทุกสิ่งและบากบั่นมุ่งไปสู่อาณาจักรของพระเจ้า.
ลก.
9:62 ก ฟป.3:13
ลก.
9:62 ข ลก.9:2; 4:43; 6:20