การงานบรรณกิจของห้องสมุดกิตติคุณแห่งประเทศไทย
หากท่านต้องการมีส่วนในการงานบรรณกิจของห้องสมุดกิตติคุณแห่งประเทศไทย
ท่านสามารถมอบถวายทรัพย์โดยโอนเงินเข้าบัญชีของห้องสมุด:
ธนาคารกสิกรไทย สาขาพาราไดซ์ พาร์ค
ชื่อบัญชี: นายปิยะ ตั้งเสรีมั่นคง และ
นางสุมิตรา อดุลประวิตรชัย และ
นางสาวทานาธิบดี ชูมณี
เลขที่บัญชี: 218-3-99941-1

รบกวนส่งสลิปการโอนมาที่ Line ID: @gospelbookroom

ลูกา บทที่ 7

(10) ทรงรักษาคนใกล้ตาย
7:1-10
ลก. 7:1 เมื่อพระองค์ตรัสคำเหล่านั้น1ให้ประชาชนทั้งหลายฟังเสร็จแล้ว พระองค์ก็2กเสด็จเข้าไปในขเมืองกัปเรนาอูม.
ลก. 7:2 มีทาสของกนายร้อยคนหนึ่งที่มีคุณค่าต่อนายมาก ป่วยเกือบจะตายแล้ว.
ลก. 7:3 เมื่อนายร้อยได้ยินถึงพระเยซู จึงใช้ผู้อาวุโสของพวกยูดายให้ไปอ้อนวอนเชิญพระองค์เสด็จมารักษาทาสของตนให้หายอย่างสมบูรณ์.
ลก. 7:4 เมื่อเขาเหล่านั้นมาถึงพระเยซูแล้ว เขาก็อ้อนวอนพระองค์ด้วยใจร้อนรนว่า "นายร้อยนั้นคู่ควรที่พระองค์จะกระทำการนั้นให้
ลก. 7:5 เพราะว่าท่านรักพลเมืองของเรา และท่านเองได้สร้างกธรรมศาลาให้เราด้วย."
ลก. 7:6 พระเยซูจึงเสด็จไปกับเขา. เมื่อไปเกือบจะถึงเรือนแล้ว นายร้อยจึงใช้เพื่อนฝูงไปหาพระองค์ทูลว่า "ข้าแต่องค์พระผู้เป็นเจ้า กอย่าได้ลำบากเลย เพราะว่าข้าพเจ้าไม่คู่ควรที่พระองค์จะเสด็จเข้ามาใต้ชายคาเรือนของข้าพเจ้า.
ลก. 7:7 เพราะเหตุนั้น ข้าพเจ้าจึงเห็นว่า ข้าพเจ้าก็ไม่คู่ควรแม้แต่ที่จะไปหาพระองค์ด้วย. แต่ขอพระองค์ทรงโปรดตรัสสักกคำเดียว และทาสของข้าพเจ้าจะหายโรค.
ลก. 7:8 ด้วยว่าข้าพเจ้าเป็นคนที่อยู่ใต้อำนาจเขา แต่ยังมีทหารอยู่ใต้[บังคับ]ข้าพเจ้า. ข้าพเจ้าสั่งคนนี้ว่า 'ไป' เขาก็ไป สั่งอีกคนหนึ่งว่า 'มา' เขาก็มา และสั่งทาสของข้าพเจ้าว่า 'จงทำสิ่งนี้' เขาก็ทำ."
ลก. 7:9 เมื่อพระเยซูได้ยินคำเหล่านั้นแล้ว ก็ประหลาดพระทัยด้วยคนนั้น จึงทรงหันมาตรัสแก่ฝูงชนที่ตามพระองค์มาว่า "เราบอกท่านทั้งหลายว่า ถึงแม้ในพวกอิสราเอลเราหาได้พบกความเชื่อที่ยิ่งใหญ่เช่นนี้ไม่."
ลก. 7:10 เมื่อคนที่ถูกใช้มานั้นกลับไปถึงเรือนก็ได้เห็นทาสนั้นหายเป็นปกติแล้ว.
(11) ทรงสำแดงความเมตตาต่อหญิงม่ายที่ร่ำไห้
โดยทำให้บุตรคนเดียวของเธอกลับเป็นขึ้น
7:11-17
ลก. 7:11 และ1ภายหลังจากนั้นไม่นาน พระองค์ก็เสด็จเข้าไปในเมืองหนึ่งชื่อ นาอิน เหล่าสาวกของพระองค์กับฝูงชนเป็นอันมากก็ตามพระองค์ไป.
ลก. 7:12 เมื่อพระองค์เสด็จมาใกล้ประตูเมือง ดูเถิด มีคนตายคนหนึ่งถูกหามมา เขาเป็นบุตรชายกคนเดียวของมารดาและเธอเป็นม่าย และฝูงชนจากเมืองนั้นเป็นอันมากอยู่กับหญิงนั้น
ลก. 7:13 เมื่อองค์พระผู้เป็นเจ้าได้ทรงเห็นหญิงม่ายนั้น องค์พระผู้เป็นเจ้าทรง1กมีพระทัยกรุณาเธอและตรัสว่า "ขอย่าร้องไห้เลย."
ลก. 7:14 แล้วพระองค์เสด็จเข้าไปใกล้ ทรงสัมผัสโลง คนหาม[โลงนั้น]ก็หยุดยืนอยู่. พระองค์จึงตรัสว่า "ชายหนุ่มเอ๋ย เรา1สั่งเจ้าว่า กจงลุกขึ้นเถิด."
ลก. 7:15 ชายกที่ตายนั้นก็ลุกขึ้นนั่งและเริ่มต้นพูด. พระองค์จึงทรงขมอบชายหนุ่มให้แก่มารดาของเขา.
ลก. 7:16 ฝ่ายคนทั้งปวงมีกความยำเกรงและขถวายสง่าราศีแด่พระเจ้าว่า "ท่านคผู้เผยพระวจนะที่ยิ่งใหญ่ได้เกิดขึ้นท่ามกลางเรา และพระเจ้าได้เสด็จมางดูแลพลเมืองของพระองค์แล้ว!"
ลก. 7:17 และถ้อยคำที่เกี่ยวกับพระองค์นี้ได้เลื่องลือไปตลอดทั่ว1แผ่นดินยูดายและทั่วแถบนั้น.
(12) ทรงกระทำให้ผู้บุกเบิกมั่นคงขึ้น
7:18-35
ลก. 7:18 ฝ่ายพวก1กสาวกของโยฮันก็ได้ขแจ้งเหตุการณ์ทั้งปวงนั้นให้ท่านฟัง.
ลก. 7:19 โยฮันจึงเรียกสาวกของท่านสองคน ใช้เขาไปหา1องค์พระผู้เป็นเจ้า ทูลถามว่า "ท่านเป็นผู้ที่จะกมานั้นหรือ? หรือจะต้องคอยคนอื่น?"
ลก. 7:20 เมื่อคนทั้งสองนั้นมาถึงพระองค์แล้ว เขาทูลว่า "โยฮันผู้ให้บัพติศมาใช้ข้าพเจ้าทั้งสองมาหาท่าน ให้ถามว่า 'ท่านเป็นผู้ที่จะมานั้นหรือ?' หรือจะต้องคอยผู้อื่น?"
ลก. 7:21 ในเวลานั้นพระองค์ได้ทรงกรักษาคนเป็นอันมากให้หายจากความเจ็บป่วยและจากโรคภัย และจากวิญญาณชั่ว และทรงประทานพระคุณให้ขคนตาบอดหลายคนกลับเห็นได้.
ลก. 7:22 แล้วพระองค์ตรัสตอบเขาเหล่านั้นว่า "จงไปแจ้งแก่โยฮันถึงสิ่งซึ่งท่านได้เห็นและได้ยิน คือว่า กคนตาบอดก็เห็นได้ ขคนง่อยก็เดินได้ คคนโรคเรื้อนก็หายสะอาด งคนหูหนวกก็ได้ยิน จคนตายแล้วก็เป็นขึ้นมา และกิตติคุณก็1ประกาศแก่ฉคนยากจน.
ลก. 7:23 บุคคลผู้ใดไม่กสะดุดกระดากเพราะเราก็1เป็นสุข."
ลก. 7:24 เมื่อคนที่โยฮันใช้มานั้นไปแล้ว พระองค์จึงตรัสแก่ฝูงชนถึงโยฮันว่า "ท่านทั้งหลายได้ออกไปดูอะไรในกป่ากันดาร? ดูต้นอ้อไหวโดยถูกลมพัดหรือ?
ลก. 7:25 แต่ท่านทั้งหลายได้ไปดูอะไร? ดูคนนุ่งห่มผ้าอ่อนนิ่มหรือ? ดูเถิด คนที่นุ่งห่มผ้างดงาม และ[เป็นอยู่อย่าง] หรูหราย่อมอยู่ในราชวัง.
ลก. 7:26 แต่ท่านทั้งหลายออกไปดูอะไร? ดูกผู้เผยพระวจนะหรือ? ใช่แล้ว เราบอกท่านทั้งหลายว่า เขาเป็นใหญ่กว่าผู้เผยพระวจนะอีกมาก.
ลก. 7:27 คือโยฮันนี่แหละที่มี[คำ]เขียนกล่าวถึงว่า 'กดูเถิด เราใช้ทูตของเราไปเบื้องหน้าท่าน ผู้นั้นจะจัดเตรียมหนทางไว้ข้างหน้าท่าน.'
ลก. 7:28 เราบอกท่านทั้งหลายว่า ในบรรดาคนที่เกิดมาจากหญิงนั้น ไม่มีผู้ใดใหญ่กว่าโยฮัน แต่ว่าผู้ที่เล็กน้อยที่สุดในกอาณาจักรของพระเจ้าก็ใหญ่กว่าโยฮันอีก."
ลก. 7:29 เมื่อประชาชนทั้งปวงและพวกเก็บภาษีได้ยิน ก็กยอมรับว่า พระเจ้าทรงชอบธรรม เพราะเขาเหล่านั้นได้ขรับคบัพติศมาของโยฮันแล้ว.
ลก. 7:30 แต่พวกกฟาริซายและพวก1ขนักกฎหมายได้2ละทิ้งคพระดำริของพระเจ้าสำหรับเขา โดยที่มิได้รับบัพติศมาของโยฮัน.
ลก. 7:31 "เหตุฉะนั้นเราจะเปรียบคนสมัยนี้เช่นสิ่งใด และเขาเหมือนอะไร?
ลก. 7:32 เขาเปรียบเหมือนเด็กเล็กๆ ที่นั่งกลางกตลาดร้องโต้กันว่า 'เราได้เป่าปี่ให้เจ้าและเจ้ามิได้เต้นรำ เราได้ร้องเพลงไว้อาลัยและเจ้ามิได้ร้องไห้.'
ลก. 7:33 เพราะว่าโยฮันผู้ให้บัพติศมาได้มา ก็ไม่ได้กกินขนมปังขหรือดื่มเหล้าองุ่น และท่านทั้งหลายว่า 'เขามีผีสิงอยู่.'
ลก. 7:34 ฝ่ายบุตรมนุษย์มาทั้งกกินและดื่ม และท่านทั้งหลายว่า 'ดูเถิด [ท่านเป็น]คนกินเติบและดื่มเหล้าองุ่นมาก เป็นขมิตรสหายกับคนที่เก็บภาษีและคนบาป.'
ลก. 7:35 แต่สติปัญญาได้รับการโปรดให้ชอบธรรมโดยบรรดาบุตรแห่งสติปัญญา."
(13) ทรงอภัยคนบาป
7:36-50
ลก. 7:36 มีคนหนึ่งในพวกฟาริซายเชิญพระองค์ไปกรับประทานอาหารกับเขา พระองค์ก็เสด็จเข้าไปเอนพระกายลง[เสวยพระกระยาหาร]ในบ้านของคนฟาริซายคนนั้น.
ลก. 7:37 และดูเถิด มีหญิงผู้หนึ่งในเมืองนั้น เธอเป็นคนบาป เมื่อรู้ว่าพระองค์ทรงเอนพระกายลง[เสวยพระกระยาหาร]อยู่ในบ้านของพวกฟาริซายนั้น เธอจึง1ถือผอบหยกบรรจุกน้ำมันหอม.
ลก. 7:38 มายืนอยู่ข้างหลังที่เบื้องพระบาทของพระองค์ ร้องไห้น้ำตาไหลลงเปียกพระบาท เอา1กเส้นผมบนศีรษะของตนเช็ด และจูบพระบาทของพระองค์2ด้วยความรักใคร่และเอา3น้ำมันหอมนั้นชโลม.
ลก. 7:39 เมื่อพวกกฟาริซายที่เชิญพระองค์ได้เห็นแล้วก็นึกใน[ใจ]ว่า "1ถ้าท่านผู้นี้เป็นขผู้เผยพระวจนะก็คงจะรู้ว่า หญิงผู้นี้ที่ถูกต้องกายของท่านเป็นคผู้ใด และเป็นคนอย่างไร เพราะเธอเป็นคนบาป."
ลก. 7:40 ฝ่ายพระเยซูตรัส1ตอบเขาว่า "ซีโมนเอ๋ย เรามีบางสิ่งจะพูดกับท่าน." เขาทูลว่า "อาจารย์เจ้าข้า ขอทรงพูดไปเถิด."
ลก. 7:41 "เจ้าหนี้คนหนึ่งมี1กลูกหนี้สองคน คนหนึ่งเป็นหนี้ห้าร้อย2เดนาริอัน อีกคนหนึ่งเป็นหนี้ห้าสิบเดนาริอัน.
ลก. 7:42 เมื่อเขา1ไม่มีอะไรจะใช้หนี้แล้ว ท่านจึงโปรด2กยกหนี้ให้เขาทั้งสองคน. 3ฉะนั้นในสองคนนั้น คนไหนจะรักนายมากกว่า?"
ลก. 7:43 ซีโมนจึงทูลตอบว่า "ข้าพเจ้าเห็นว่า คือคนที่นายได้โปรดยกหนี้ให้มากกว่า. พระองค์จึงตรัสแก่เขาว่า "ท่านตัดสินถูกแล้ว."
ลก. 7:44 พระองค์จึงหันไปทางผู้หญิงนั้นและตรัสแก่ซีโมนว่า "ท่านเห็นหญิงผู้นี้ไหม? เราได้เข้ามาในบ้านของท่าน ท่านมิได้1ให้น้ำมา[ล้าง]กเท้าของเรา แต่ผู้หญิงคนนี้ได้หลั่งน้ำตาลงที่เท้าของเราจนเปียก และได้เอาเส้นผมของตนเช็ดจนแห้ง.
ลก. 7:45 ท่านมิได้กจูบเรา แต่หญิงผู้นี้ได้จูบเท้าของเราด้วยความรักใคร่อย่างไม่หยุดตั้งแต่เราเข้ามา.
ลก. 7:46 ท่านมิได้เอากน้ำมันชโลมศีรษะของเรา แต่หญิงผู้นี้ได้เอาน้ำมันหอมชโลมเท้าของเรา.
ลก. 7:47 เหตุฉะนั้นเราบอกท่านว่า ความ1ผิดบาปของหญิงผู้นี้ซึ่งมีกมากได้โปรดอภัยเสียแล้ว เพราะเธอได้2รักมาก แต่ผู้ที่ได้รับการอภัยน้อย ผู้นั้นก็2รักน้อย."
ลก. 7:48 พระองค์จึงตรัสแก่หญิงนั้นว่า "ความ1บาปของเจ้าได้รับการกอภัยแล้ว."
ลก. 7:49 ฝ่ายคนทั้งหลายที่เอนกาย[รับประทาน]ด้วยกันคิดใน[ใจ]ว่า "1กคนนี้เป็นใครจนถึงขั้นความบาปก็ยังอภัยได้?"
ลก. 7:50 แต่พระองค์ตรัสแก่ผู้หญิงนั้นว่า "1กความเชื่อของเจ้าได้ช่วยเจ้าให้รอด. 2ขจงไปอย่างสันติสุขเถิด!"

คำอธิบาย ลูกา บทที่ 7

ลก. 7:1 1 แปลตามตรงคือ หูของประชาชน.
ลก. 7:1 ก ข้อ 1-10: มธ.8:5-13
ลก. 7:1 2ก ข้อ 1-10 ให้ดูคำอธิบายในมัดธาย 8:5-13.
ลก. 7:1 ข ลก.4:23
ลก. 7:2 ก กจ.10:1
ลก. 7:5 ก มก.1:21; ยก.2:2
ลก. 7:6 ก ลก.8:49
ลก. 7:7 ก มธ.8:16; บพส.107:20
ลก. 7:9 ก ลก.5:20
ลก. 7:11 1 หรือ ในวันถัดไป.
ลก. 7:12 ก ลก.8:42; 9:38
ลก. 7:13 ก มธ.20:34; มก.1:41
ลก. 7:13 1ก ความทุกข์โศกที่บรรยายไว้ในกรณีนี้เป็นสิ่งที่พิเศษ—บุตรชายคนเดียวของหญิงม่ายที่อยู่ในโลงได้ถูกหามมา. ความเมตตากรุณาขององค์พระผู้ช่วยที่ได้แสดงออกในความเห็นอกเห็นใจแห่งความรักของพระองค์ก็เป็นสิ่งที่พิเศษ—ไม่มีผู้ใดเรียกร้องให้พระองค์ทำเช่นนี้ แต่ในพระเมตตาอันอ่อนโยนนั้น พระองค์ก็ทรงใช้ฤทธิ์เดชแห่งการเป็นขึ้นของพระองค์มาชุบชีวิตบุตรชายของหญิงม่ายให้เป็นขึ้นจากความตาย. นี่แสดงให้เห็นว่าภารกิจเพียงหนึ่งเดียวของพระองค์ก็คือ การเสด็จมาช่วยคนบาปผู้หลงหาย (19:10) และยังเป็นการแสดงถึงมาตรฐานอันสูงส่งแห่งศีลธรรมของพระองค์ผู้ทรงเป็นองค์มนุษย์พระผู้ช่วยในการช่วยคนบาป.
ลก. 7:13 ข ลก.8:52
ลก. 7:14 1 แปลตามตรงคือ บอก.
ลก. 7:14 ก ลก.8:54; กจ.9:40
ลก. 7:15 ก ลก.7:22
ลก. 7:15 ข ลก.9:42
ลก. 7:16 ก ลก.5:26; มธ.9:8
ลก. 7:16 ข ลก.2:20; 5:25-26; 13:13; 17:15; 23:47; กจ.4:21; 11:18
ลก. 7:16 ค พบญ.18:15; กจ.7:37; ลก.7:39; 24:19; ยฮ.4:19; 6:14; 7:40; 9:17
ลก. 7:16 ง อซด.4:31; ลก.1:68; 19:44
ลก. 7:17 1 เป็นชื่อเรียกแผ่นดินของชาวยูดายที่ใช้กันโดยทั่วไป ซึ่งรวมถึงมณฑลฆาลิลายอันเป็นที่ตั้งของเมืองนาอินด้วย (ดู 4:44 คำอธิบาย 2).
ลก. 7:18 ก มธ.9:14
ลก. 7:18 1ก ข้อ 18-35 ให้ดูคำอธิบายในมัดธาย 11:2-19.
ลก. 7:18 ข ข้อ 18-35: มธ.11:2-19
ลก. 7:19 1 สำเนาต้นฉบับบางเล่มเป็น พระเยซู.
ลก. 7:19 ก ยนซ.49:10; บพส.118:26; ซคย.9:9; รม.5:14
ลก. 7:21 ก มธ.8:16
ลก. 7:21 ข มธ.12:22; 15:31; 21:14; มก.8:23; 10:52; ยฮ.9:6
ลก. 7:22 ก ยซย.35:5-6
ลก. 7:22 ข มธ.15:30-31
ลก. 7:22 ค ลก.17:12-14
ลก. 7:22 ง มก.7:35
ลก. 7:22 จ ลก.7:15; ยฮ.11:44
ลก. 7:22 1 ดู 4:43 คำอธิบาย 1.
ลก. 7:22 ฉ ลก.4:18
ลก. 7:23 ก ยซย. 8:14-15; มธ.26:31
ลก. 7:23 1 ขณะที่ดูเหมือนว่า องค์พระผู้เป็นเจ้าไม่ทรงทำสิ่งใดเพื่อเรานั้น หากเราไม่สะดุดเราก็เป็นสุขแล้ว.
ลก. 7:24 ก ลก.1:80; 3:2
ลก. 7:26 ก มธ.14:5; ลก.1:76; 20:6
ลก. 7:27 ก มลค.3:1; มก.1:2
ลก. 7:28 ก ลก.6:20
ลก. 7:29 ก บพส.51:4; รม.3:4
ลก. 7:29 ข ลก.3:12
ลก. 7:29 ค กจ.18:25; 19:3
ลก. 7:30 ก มธ.23:13
ลก. 7:30 ข ลก.10:25; 11:45; 14:3; มธ.22:35
ลก. 7:30 1ข ไม่ใช่ผู้ประกอบอาชีพทนายความ แต่เป็นผู้สอนกฎบัญญัติของโมเซ.
ลก. 7:30 2 หรือ ผลักทิ้งไป, ลบล้าง.
ลก. 7:30 ค กจ.2:23; 20:27
ลก. 7:32 ก ลก.11:43
ลก. 7:33 ก เทียบ มธ.3:4
ลก. 7:33 ข ลก.1:15
ลก. 7:34 ก มก.2:16; ลก.15:1-2; 7:36
ลก. 7:34 ข ลก.19:7
ลก. 7:36 ก ลก.11:37; 14:1
ลก. 7:37 1 หรือ จัดเตรียม.
ลก. 7:37 ก มธ.26:7; มก.14:3; ยฮ.12:3
ลก. 7:38 ก ยฮ.11:2
ลก. 7:38 1ก เส้นผมเป็นสง่าราศีของหญิง (1กธ.11:15) และเป็นส่วนบนสุดของร่างกาย. เธอได้เช็ดพระบาทซึ่งเป็นส่วนที่ต่ำสุดของ พระวรกายขององค์พระผู้ช่วยด้วยส่วนที่สูงสุดของเธอ คือได้รักพระองค์ด้วยสง่าราศีของเธอ.
ลก. 7:38 2 ในความรัก.
ลก. 7:38 3 บ่งชี้ถึงความชื่นชอบที่ผู้หญิงนั้นมีต่อความหวานชื่นและความล้ำค่าของพระองค์. หากจะพูดถึงความรักของเธอแล้ว แม้แต่พระบาทของพระองค์ก็ยังมีความล้ำค่าและหวานชื่น.
ลก. 7:39 ก ลก.15:2
ลก. 7:39 1 ฝูงชนจำนวนมากในเมืองนาอินซึ่งเป็นประจักษ์พยานถึงฤทธิ์เดชแห่งการเป็นขึ้นของพระองค์ได้ยอมรับว่าองค์พระผู้ช่วยทรงเป็นผู้เผยพระวจนะที่ยิ่งใหญ่ (ข้อ 16). แต่พวกฟาริซายคนนี้ก็ยังสงสัยว่าพระองค์เป็นผู้เผยพระวจนะจริงหรือ. เขาไม่เพียงแต่สงสัยเกี่ยวกับองค์พระผู้ช่วยเท่านั้นแต่ยังดูหมิ่นหญิงคนนี้ว่าเป็นคนบาปด้วย.
ลก. 7:39 ข ลก.7:16; ยฮ.4:19
ลก. 7:39 ค เทียบ ลก.22:64
ลก. 7:40 1 แสดงถึงความรอบรู้ทุกสิ่งขององค์พระผู้ช่วย.
ลก. 7:41 ก เทียบ มธ.18:24-27
ลก. 7:41 1ก ซีโมนคิดไปว่ามีเพียงหญิงคนนั้นที่เป็นคนบาป ส่วนตัวเขาไม่ใช่คนบาป และสงสัยว่าองค์พระผู้ช่วยจะทราบหรือไม่ว่าเธอเป็นคนบาป. แต่คำอุปมาขององค์พระผู้ช่วยแสดงให้เห็นว่า ทั้งตัวเขาและหญิงนั้นต่างก็เป็นคนบาปซึ่งล้วนติดหนี้พระองค์. ทั้งคู่ล้วนต้องการให้พระองค์อภัยบาป.
ลก. 7:41 2 ดู ยฮ.6:7 คำอธิบาย 1.
ลก. 7:42 1 แสดงว่าคนบาปทั้งหมดล้วนไม่มีอะไรที่จะใช้หนี้ให้แก่พระเจ้าองค์พระผู้ช่วยของพวกเขา.
ลก. 7:42 ก อฟ.4:32; กซ.2:13; 3:13
ลก. 7:42 2ก แสดงว่าองค์พระผู้ช่วยได้อภัยเขาทั้งสองแล้ว.
ลก. 7:42 3 แสดงว่าความรักของพวกเขาที่มีต่อองค์พระผู้ช่วยนั้นเป็นผลลัพธ์ มิได้เป็นต้นเหตุให้องค์พระผู้ช่วยอภัยบาป.
ลก. 7:44 1 คำตรัสขององค์พระผู้ช่วยในข้อ 44-46 ชี้บ่งว่าซีโมนควรยึดเอาหญิงนั้นเป็นแบบอย่างและเรียนจากเธอ.
ลก. 7:44 ก ยนซ.18:4
ลก. 7:45 ก 2ซมอ.19:39; 20:9
ลก. 7:46 ก บพส.23:5; 141:5
ลก. 7:47 1 ภาษากรีกเป็นพหูพจน์. ในข้อต่อๆ ไปก็เช่นเดียวกัน.
ลก. 7:47 ก รม.5:20
ลก. 7:47 2 การที่เธอรักมากเป็นข้อพิสูจน์ว่า ความผิดบาปของเธอที่มีมากได้รับการอภัยแล้ว ส่วนการที่ซีโมนรักน้อยนั้นก็แสดงว่าเขาได้รับการอภัยบาปน้อย.
ลก. 7:48 1 ทั้งกรณีนี้และกรณีของบุตรชายคนเดียวของหญิงม่ายในเมืองนาอิน (ข้อ 11-17) มีปรากฏในหนังสือลูกาเท่านั้น. กรณีเหล่านี้เป็นสิ่งที่แสดงถึงการดูแลอย่างอ่อนโยนขององค์พระผู้ช่วยที่มีต่อคนตายและคนบาป และยังนำมาซึ่งหลักการของศีลธรรมซึ่งเป็นลักษณะเฉพาะของหนังสือกิตติคุณนี้.
ลก. 7:48 ก ลก.5:20; 1ยฮ.2:12
ลก. 7:49 ก ลก.5:21
ลก. 7:49 1ก คนที่เอนกายรับประทานร่วมกับพระองค์ไม่รู้ว่า องค์มนุษย์พระผู้ช่วยผู้นี้ทรงเป็นพระเจ้าผู้มีอำนาจอภัยบาปของมนุษย์ได้. ดู มก.2:7 คำอธิบาย 1.
ลก. 7:50 ก ลก.5:20; 8:48; 18:42
ลก. 7:50 1ก หญิงที่ได้รับการอภัยบาปไม่เพียงแต่มีความรักต่อองค์พระผู้ช่วยเท่านั้น แต่มีความเชื่อในพระองค์ด้วย ความเชื่อได้ดำเนินการโดยความรัก (ฆต.5:6) ซึ่งก่อให้เกิดสันติสุข. ความเชื่อซึ่งช่วยเธอให้รอดได้นำเธอมายังองค์พระผู้ช่วยในความรักและผลก็คือให้เธอดำเนินไปสู่สันติสุข. ความเชื่อ, ความรัก, และสันติสุขเป็นคุณธรรมที่สำคัญสามประการในการประสบการณ์และรับสุขการช่วยให้รอดขององค์พระผู้ช่วย. ความเชื่อเกิดขึ้นมาโดยการรู้จักกับฤทธิ์เดชแห่งการช่วยให้รอดขององค์พระผู้ช่วยและคุณธรรมของพระองค์. ความรักเกิดจากความเชื่อและนำไปสู่สันติสุข จากนั้นเราจึงติดตามองค์พระผู้ช่วย. ในการดำเนินชีวิตแห่งการติดตามองค์พระผู้ช่วยนั้น ความเชื่อและความรักจะนำสันติสุขมาให้แก่เราเพื่อให้เรารับสุขชีวิตของพระองค์และเจริญเติบโต.
ลก. 7:50 ข 1ซมอ.1:17; มก.5:34
ลก. 7:50 2ข แปลตามตรงคือ จงไปสู่สันติสุขเถิด!
สารบัญ