การงานบรรณกิจของห้องสมุดกิตติคุณแห่งประเทศไทย
หากท่านต้องการมีส่วนในการงานบรรณกิจของห้องสมุดกิตติคุณแห่งประเทศไทย
ท่านสามารถมอบถวายทรัพย์โดยโอนเงินเข้าบัญชีของห้องสมุด:
ธนาคารกสิกรไทย สาขาพาราไดซ์ พาร์ค
ชื่อบัญชี: นายปิยะ ตั้งเสรีมั่นคง และ
นางสุมิตรา อดุลประวิตรชัย และ
นางสาวทานาธิบดี ชูมณี
เลขที่บัญชี: 218-3-99941-1

รบกวนส่งสลิปการโอนมาที่ Line ID: @gospelbookroom

ลูกา บทที่ 18

(32) ทรงสอนเกี่ยวกับการอธิษฐานอย่างมั่นคงแน่วแน่
18:1-8
ลก. 18:1 พระองค์ตรัสกคำอุปมาข้อหนึ่งให้เขาฟัง เพื่อสอนว่าคนทั้งหลายควรขอธิษฐานอยู่เสมอ คไม่อ่อนระอาใจโดยตรัสว่า
ลก. 18:2 "ในเมืองแห่งหนึ่งมีผู้พิพากษาคนหนึ่งที่กมิได้เกรงกลัวพระเจ้าและมิได้เห็นแก่หน้ามนุษย์.
ลก. 18:3 ในเมืองนั้นมี1หญิงม่ายคนหนึ่งมาหาผู้พิพากษาคนนั้นเสมอ และพูดว่า '2โปรดแก้แค้น3ศัตรูคนหนึ่งให้ข้าพเจ้าเถิด.'
ลก. 18:4 ฝ่ายผู้พิพากษานั้นไม่ยอมทำอยู่เป็นเวลานาน แต่ภายหลังเขานึกใน[ใจ]ว่า 'แม้ว่าเรามิได้ยำเกรงพระเจ้าและมิได้เห็นแก่หน้ามนุษย์
ลก. 18:5 แต่เพราะหญิงม่ายคนนี้มารบกวนเราอยู่เสมอ เราจะแก้แค้นให้เธอ เพื่อมิให้เธอมารบกวนเราให้เหนื่อยอ่อนเรื่อยไป.' "
ลก. 18:6 องค์พระผู้เป็นเจ้าจึงตรัสว่า "จงฟังคำที่ผู้พิพากษากอธรรมนี้ได้พูด.
ลก. 18:7 แม้พระองค์จะทรงกอดกลั้นพระทัยต่อเขาไว้ช้านาน แต่เพราะเขาร่ำร้องต่อพระองค์ทั้งขกลางวันกลางคืนพระองค์จะไม่ทรงคแก้แค้นให้คนที่พระองค์ทรงงเลือกไว้หรือ?
ลก. 18:8 เราบอกท่านทั้งหลายว่า พระองค์จะทรงแก้แค้นให้เขาโดยเร็ว. ไม่เช่นนั้นแล้วเมื่อบุตรมนุษย์1กมา พระองค์จะพบ2ความเชื่อบนแผ่นดินโลกหรือ?"
(33) ทรงสอนเกี่ยวกับการเข้าสู่อาณาจักรของพระเจ้า
18:9-30
ก. ถ่อมตัว
ข้อ 9-14
ลก. 18:9 สำหรับบางคนที่กไว้ใจในตัวเองว่าตนเป็นขคนชอบธรรมและได้ดูหมิ่นผู้อื่นนั้น 1พระองค์ตรัสคำอุปมานี้ว่า
ลก. 18:10 "มีสองคนกขึ้นไปอธิษฐานที่พระวิหาร คนหนึ่งเป็นขพวกฟาริซาย และอีกคนหนึ่งเป็นพวกเก็บภาษี
ลก. 18:11 ฟาริซายคนนั้นกยืนอธิษฐานโดยพูดต่อตนเองว่า 'ข้าแต่พระเจ้า ข้าพเจ้าขอบพระคุณพระองค์ เพราะข้าพเจ้า1ไม่เหมือนคนอื่นที่เป็นคนขูดรีด, คนอธรรม, หรือคนคบชู้, และไม่เหมือนคนเก็บภาษีคนนี้.
ลก. 18:12 ข้าพเจ้า1กอดอาหาร2สัปดาห์ละสองหน และสิ่งสารพัดซึ่งข้าพเจ้าได้รับมาข้าพเจ้าได้ถวายขหนึ่งในสิบ'.
ลก. 18:13 ฝ่ายคนเก็บภาษีนั้นยืนอยู่แต่ไกล กไม่กล้าแม้จะแหงนหน้าดูฟ้า แต่ขตีอกของตนว่า 'ข้าแต่พระเจ้า ขอทรงโปรด1ระงับ[ข้อพิพาท]ต่อคข้าพเจ้าผู้เป็นคนบาปนี้เถิด!'
ลก. 18:14 เราบอกท่านทั้งหลายว่า คนนี้แหละเมื่อกลับไปยังบ้านของตนก็นับว่ากชอบธรรม มิใช่อีกคนหนึ่งนั้น เพราะว่าทุกคนที่ยกตัวขึ้นจะต้องถูกขเหยียดลง แต่ทุกคนที่ถ่อมตัวลงจะต้องถูกยกขึ้น."
ข. เหมือนเด็กเล็กๆ
ข้อ 15-17
ลก. 18:15 แล้วเขาอุ้มกทารกมาหาพระองค์เพื่อจะให้พระองค์ทรงถูกต้องทารกนั้น. แต่เมื่อเหล่าสาวกได้เห็นก็ขติเตียนคนเหล่านั้น.
ลก. 18:16 แต่พระเยซูทรงเรียกเขามาและตรัสว่า "จงยอมให้เด็กเล็กๆ เข้ามาหาเรา อย่า1กห้ามเขาเลย เพราะว่า2ขอาณาจักรของพระเจ้าย่อมเป็นของคนเช่นนั้น.
ลก. 18:17 เราบอกท่านทั้งหลายตามจริงว่า ผู้ใดมิได้รับกอาณาจักรของพระเจ้าเหมือนอย่าง1ขเด็กเล็กๆ ผู้นั้นจะเข้าไปไม่ได้เลย."
ค. ละทิ้งทุกอย่างติดตามองค์มนุษย์พระผู้ช่วย
ข้อ 18-30
ลก. 18:18 มี1ขุนนางผู้หนึ่งทูลถามพระองค์ กว่า "ท่านอาจารย์ผู้ประเสริฐ 2ข้าพเจ้าควรทำประการใดจึงจะขได้คชีวิตนิรันดร์เป็นมรดก?"
ลก. 18:19 พระเยซูตรัสแก่เขาว่า "ท่านเรียกเราว่าประเสริฐทำไม? ไม่มีผู้ใดประเสริฐเว้นแต่พระเจ้าองค์เดียว.
ลก. 18:20 ท่านรู้จักพระบัญญัติแล้วซึ่งว่า 'กอย่าคบชู้, อย่าฆ่าคน, อย่าลักทรัพย์, อย่าเป็นพยานเท็จ, จงขนับถือบิดามารดาของตน.'
ลก. 18:21 คนนั้นจึงทูลว่า "กบรรดาข้อเหล่านี้ ข้าพเจ้าได้ถือรักษาไว้ตั้งแต่เป็นเด็กมา."
ลก. 18:22 เมื่อพระเยซูได้ยิน [อย่างนั้น] จึงตรัสแก่เขาว่า "ท่านยังขาดสิ่งหนึ่ง: จงไปกขายบรรดาสิ่งของซึ่งท่านมีอยู่ และแจกจ่ายให้แก่ขคนจน แล้วท่านจะมีทรัพย์สมบัติในคสวรรค์ทั้งหลาย และจงงตามเรามา."
ลก. 18:23 แต่เมื่อเขากได้ยินเช่นนี้ก็เป็นทุกข์นัก เพราะเขามั่งมีมาก.
ลก. 18:24 เมื่อพระเยซูเห็นเขาเป็นทุกข์เช่นนั้น จึงตรัสว่า "คนกมั่งมีจะเข้าในอาณาจักรของพระเจ้าก็ยากยิ่งนัก.
ลก. 18:25 เพราะว่าตัวอูฐจะลอดรู1เข็มก็ง่ายกว่าคนมั่งมีจะเข้าในอาณาจักรของพระเจ้า."
ลก. 18:26 ฝ่ายคนทั้งหลายที่ได้ยินจึงว่า "1ถ้าอย่างนั้นใครจะรอดได้?"
ลก. 18:27 แต่พระองค์ตรัสว่า "สิ่งที่มนุษย์เหลือกำลังที่จะกระทำได้ แต่พระเจ้าทรงกกระทำได้สารพัด."
ลก. 18:28 เปโตรจึงทูลว่า "ดูเถิด ข้าพเจ้าทั้งหลายได้กสละทุกสิ่งที่ตนมีและได้ขติดตามพระองค์มา."
ลก. 18:29 พระองค์จึงตรัสแก่เขาเหล่านั้นว่า "เราบอกท่านทั้งหลายตามจริงว่า ไม่มีผู้ใดที่ได้สละเรือน, ภรรยา, กพี่น้อง, บิดามารดา, หรือบุตร 1เพราะเห็นแก่ขอาณาจักรของพระเจ้า
ลก. 18:30 แล้วจะไม่ได้รับผลตอบแทนหลายเท่าใน1ยุคนี้ และกชีวิตนิรันดร์ในขยุคหน้าด้วย."
(34) ทรงเปิดเผยถึงการตาย และการเป็นขึ้นของพระองค์เป็นครั้งที่สาม
18:31-34
ลก. 18:31 พระองค์จึงพาก[สาวก] สิบสองคนมาอยู่ข้างๆ และตรัสแก่เขาว่า "ดูเถิด พวกเราจะขขึ้นไปยังคกรุงเยรูซาเล็ม และสิ่งสารพัดซึ่งบรรดาผู้เผยพระวจนะได้เขียนไว้เกี่ยวกับบุตรมนุษย์จะงสำเร็จ
ลก. 18:32 ด้วยว่าบุตรมนุษย์นั้นจะต้องถูก1กมอบไว้กับพวกต่างชาติ และจะถูกขเยาะเย้ย, ถูกกระทำการอัปยศ, ถูกคถ่มน้ำลายรด,
ลก. 18:33 และเมื่อเขากโบยตีท่านแล้ว เขาจะฆ่าท่านเสีย และในขวันที่สามท่านจะเป็นขึ้นมาใหม่."
ลก. 18:34 ฝ่ายเหล่าสาวกมิได้เข้าใจในสิ่งเหล่านั้นเลย และคำนั้นถูกกปิดซ่อนไว้จากเขาและเขาไม่รู้ว่า[พระองค์]ตรัสอะไร.
(35) ทรงรักษาคนตาบอดใกล้เมืองยะริโฮ
18:35-43
ลก. 18:35 เมื่อพระองค์1กเสด็จมาใกล้ขเมืองยะริโฮ มีคคนตาบอดคนหนึ่งนั่งขอทานอยู่ริมถนน.
ลก. 18:36 เมื่อเขาได้ยินเสียงฝูงชนเดินผ่านไป จึงถามว่ามีเรื่องอะไร.
ลก. 18:37 คนเหล่านั้นบอกเขาว่า "พระเยซูกชาวนาซาเร็ธกำลังเสด็จผ่านมา."
ลก. 18:38 คนตาบอดนั้นจึงร้องตะโกนว่า "พระเยซู1กบุตรดาวิดเจ้าข้า ขอโปรดสงสารข้าพเจ้าเถิด!"
ลก. 18:39 คนที่เดินไปข้างหน้านั้นจึงกติเตียนเขาให้นิ่งเสีย แต่เขายิ่งร้องตะโกนดังขึ้นอีกว่า "บุตรดาวิดเจ้าข้า ขอโปรดสงสารข้าพเจ้าเถิด!"
ลก. 18:40 พระเยซูจึงทรงหยุดยืนอยู่ ทรงสั่งเขาให้พาคนตาบอดมาหาพระองค์. เมื่อเขามาใกล้แล้ว พระองค์ทรงถามเขาว่า
ลก. 18:41 "1เจ้าปรารถนาจะให้เรากทำอะไรให้เจ้า?" เขาทูลว่า "ข้าแต่องค์พระผู้เป็นเจ้าขอให้ข้าพเจ้ามองเห็นได้!"
ลก. 18:42 พระเยซูตรัสแก่เขาว่า "จงเห็นเถิดกความเชื่อของเจ้าได้ช่วยเจ้าให้รอดแล้ว."
ลก. 18:43 ในทันใดนั้นเขาก็เห็นได้ และตามพระองค์ไป พร้อมกับกถวายสง่าราศีแด่พระเจ้า. เมื่อคนทั้งปวงได้เห็นก็ขสรรเสริญพระเจ้า.

คำอธิบาย ลูกา บทที่ 18

ลก. 18:1 ก เทียบ ลก.11:5-9
ลก. 18:1 ข กจ.1:14; รม.12:12; อฟ.6:18; กซ.4:2; 1ธซ.5:17
ลก. 18:1 ค ฆต.6:9
ลก. 18:2 ก บพส.36:1; รม.3:18
ลก. 18:3 1 ในนัยหนึ่ง ผู้เชื่อในพระคริสต์ก็คือหญิงม่ายในยุคนี้ เพราะสามีของเธอซึ่งก็คือพระคริสต์ (2กธ.11:2) มิได้อยู่กับเธอแล้ว.
ลก. 18:3 2 หรือ ข้าพเจ้ามีศัตรูอยู่คนหนึ่ง ขอโปรดให้ความยุติธรรมแก่ข้าพเจ้า.
ลก. 18:3 3 ผู้เชื่อในพระคริสต์ก็มีปรปักษ์ ซึ่งก็คือมารซาตาน เราต้องการให้พระเจ้าแก้แค้นต่อปรปักษ์นี้. เพื่อสิ่งนี้เราจำต้องอธิษฐานอย่าง มั่นคงแน่วแน่ (เทียบ วว.6:9-10) โดยไม่ควรท้อใจ.
ลก. 18:6 ก ลก.16:8, 9
ลก. 18:7 ก 2ปต.3:9; เทียบ ยก.5:7-8
ลก. 18:7 ข บพส.88:1
ลก. 18:7 ค วว.6:10; รม.12:19
ลก. 18:7 ง มก.13:20; กซ.3:12; 1ปต.1:2
ลก. 18:8 ก ฮร.10:37
ลก. 18:8 1ก พระเจ้าจะทรงแก้แค้นศัตรูให้กับเราในเวลาที่พระองค์เสด็จกลับมา (2ธซ.2:6-9).
ลก. 18:8 2 นี่คือความเชื่ออย่างมั่นคงแน่วแน่ที่ทำให้เราอธิษฐานอย่างมั่นคงแน่วแน่ เหมือนดังความเชื่อของหญิงม่าย. ฉะนั้นจึงเป็นความเชื่อแห่งทัศนะภายในไม่ใช่ความเชื่อตามทัศนะภายนอก.
ลก. 18:9 ก ลก.16:15; สภษ.30:12
ลก. 18:9 ข เทียบ มธ.5:20
ลก. 18:9 1 สิ่งที่กล่าวไว้ในข้อ 9-30 อาจถือเป็นเงื่อนไขและข้อเรียกร้องในการเข้าสู่อาณาจักรของพระเจ้า คือ (1) ถ่อมตนต่อพระพักตร์พระเจ้า ยอมรับว่าตนเป็นคนบาปและตระหนักถึงความต้องการให้พระเจ้าระงับข้อพิพาท (ข้อ 9-14); (2) ต้องเหมือนเด็กเล็กๆ ไม่ถูกครอบงำไว้ก่อนโดยทัศนะใดๆ (ข้อ15-17) และ (3) ติดตามองค์พระผู้เป็นเจ้าโดยมีชัยชนะต่อความมั่งมีและการครอบงำด้วยสิ่งของฝ่ายวัตถุอื่นๆ (ข้อ 18-30).
ลก. 18:10 ก 1พกษ.10:5; 2พกษ.20:5, 8; กจ.3:1
ลก. 18:10 ข ลก.15:1-2
ลก. 18:11 ก บพส. 135:2; มธ.6:5; มก.11:25
ลก. 18:11 1 ฟังแล้วไม่เหมือนคำอธิษฐาน แต่เหมือนคำฟ้องร้องกล่าวหาผู้อื่น.
ลก. 18:12 ก มธ.9:14; ยซย.58:3
ลก. 18:12 1ก ฟังแล้วไม่เหมือนคำอธิษฐาน แต่เหมือนกำลังอวดตัวอย่างทะนงต่อพระเจ้า. การอวดตัวเช่นนี้เป็นความบาปที่น่าสะอิดสะเอียนที่สุดต่อเบื้องพระพักตร์พระเจ้า.
ลก. 18:12 2 ในภาษากรีกเป็นคำเดียวกับคำว่า "ซะบาโต" ใน มธ.28:1 กับคำว่า "สัปดาห์" ใน ยฮ.20:1. สัปดาห์หนึ่งที่มีเจ็ดวันนี้เป็นสัปดาห์แห่งซะบาโตซึ่งชาวยูดายได้ตั้งขึ้นตามเยเนซิศบทที่ 2.
ลก. 18:12 ข อฤธ.18:21, 24; ลก.11:42
ลก. 18:13 ก อษร.9:6; โยบ 10:15
ลก. 18:13 ข มธ.11:17; ลก.23:48
ลก. 18:13 1 หรือ เมตตาต่อข้าพเจ้าผู้เป็นคนบาปนี้เถิด! คนเก็บภาษีรู้ว่าความบาปที่ตัวเองทำนั้นผิดต่อพระเจ้าดังนั้นเขาจึงได้ขอให้พระเจ้าระงับข้อพิพาทต่อเขาโดยเครื่องบูชาแห่งการระงับข้อพิพาทเพื่อพระเจ้าจะได้เมตตาต่อเขา และปรานีต่อเขา (เทียบ รม.3:25 คำอธิบาย 2; ฮร.2:17 คำอธิบาย 4; 1ยฮ.2:2 คำอธิบาย 1).
ลก. 18:13 ค ลก.5:32; 7:39; 1ตธ.1:15
ลก. 18:14 ก รม.3:20-26; 5:9
ลก. 18:14 ข ลก.14:11
ลก. 18:15 ก ข้อ 15-17: มธ.19:13-15; มก.10:13-16
ลก. 18:15 ข ลก.18:39
ลก. 18:16 ก มก.9:39
ลก. 18:16 1ก หรือ หน่วงเหนี่ยว, กีดกัน.
ลก. 18:16 ข ยฮ.3:3, 5
ลก. 18:16 2ข ดู 4:43 คำอธิบาย 2.
ลก. 18:17 ก ยก.2:5
ลก. 18:17 ข มธ.18:3; 1กธ.14:20; 1ปต.2:2
ลก. 18:17 1ข พวกเด็กๆ ที่ไม่ถูกเติมเต็มหรือครอบงำด้วยทัศนะที่เก่าๆ ย่อมง่ายที่จะต้อนรับความคิดใหม่ๆ. ดังนั้นมนุษย์จำต้องเหมือนกับเด็กเล็กๆ คือมีใจซึ่งไม่ถูกครอบงำ และต้อนรับอาณาจักรของพระเจ้าดุจเป็นของใหม่.
ลก. 18:18 1 ข้อ 18-30 ให้ดูคำอธิบายในมัดธาย 19:16-29.
ลก. 18:18 ก ข้อ 18-30: มธ.19:16-29; มก.10:17-30; ลก.10:25-28
ลก. 18:18 2 ดู 10:25 คำอธิบาย 2.
ลก. 18:18 ข 1กธ.6:9-10; ฆต.5:21; อฟ.5:5; ฮร.1:14
ลก. 18:18 ค ลก.18:30
ลก. 18:20 ก อซด.20:13-16; พบญ.5:17-20
ลก. 18:20 ข อซด.20:12; พบญ.5:16
ลก. 18:21 ก เทียบ ฟป.3:6
ลก. 18:22 ก ลก.12:33
ลก. 18:22 ข ลก.19:8
ลก. 18:22 ค มธ.6:19-20
ลก. 18:22 ง ลก.9:57-62
ลก. 18:23 ก เทียบ ยอค.33:31
ลก. 18:24 ก สภษ.11:28; มธ.13:22; 1ตธ.6:17
ลก. 18:25 1 ในภาษากรีก เป็นคำศัพท์ที่แตกต่างกับเข็มในมัดธายและมาระโก. นี่เป็นศัพท์ที่ศัลยแพทย์ใช้กัน.
ลก. 18:26 1 ถ้าอย่างนั้น แปลตามตรงคือ และ.
ลก. 18:27 ก รม.4:21; โยบ 42:2
ลก. 18:28 ก ลก.14:33
ลก. 18:28 ข มธ.4:20, 22
ลก. 18:29 ก ลก.14:26; พบญ.33:9
ลก. 18:29 1 ใน มธ.19:29 เป็น "เพราะเห็นแก่นามของเรา." นี่เป็นการชี้บ่งว่า อาณาจักรของพระเจ้าก็คือตัวขององค์พระผู้ช่วย (ดู 17:21 คำอธิบาย 1.)
ลก. 18:29 ข ลก.9:62
ลก. 18:30 1 แปลตามตรงคือ ในเวลานี้.
ลก. 18:30 ก ลก.18:18
ลก. 18:30 ข มธ.12:32; อฟ.1:21; ฮร.6:5
ลก. 18:31 ก ลก.6:13-16
ลก. 18:31 ข ข้อ 31-33: มธ.20:17-19; มก.10:32-34
ลก. 18:31 ค ลก.9:51; 19:28
ลก. 18:31 ง มธ.1:22; 21:4; 26:56
ลก. 18:32 ก ลก.9:44
ลก. 18:32 1ก ดู มธ.20:18 คำอธิบาย 1 และ มก.10:33 คำอธิบาย 1.
ลก. 18:32 ข มธ.27:28-31
ลก. 18:32 ค ยซย.50:6; มธ.26:67; มก.14:65; 15:19
ลก. 18:33 ก มธ.27:26; มก.15:15
ลก. 18:33 ข ลก.9:22
ลก. 18:34 ก ลก.9:45
ลก. 18:35 ก ข้อ 35-43: มธ.20:29-34; มก.10:46-52
ลก. 18:35 1ก แสดงว่าองค์พระผู้ช่วยทรงรักษาคนตาบอดก่อนที่พระองค์จะเสด็จเข้าไปในเมืองยะริโฮ. แต่ใน มธ.20:29 และ มก.10:46 ว่า พระองค์ทรงรักษาคนตาบอดขณะที่เสด็จออกจากเมืองยะริโฮ. การบรรยายของลูกามีความหมายฝ่ายวิญญาณ. หลังจากที่คนตาบอดได้รับการรักษาแล้วก็ต่อด้วยลก.19:1-9 คือเรื่องความรอดของซักคาย. กรณีนี้ชี้แจงว่า การที่คนๆ หนึ่งจะได้รับความรอดเขาจำต้องฟื้นฟูสายตาเพื่อจะได้มองเห็นองค์พระผู้ช่วยก่อน. ทั้งสองเรื่องเกิดขึ้นใกล้เมืองยะริโฮ และต่อเนื่องกัน ในด้านฝ่ายวิญญาณแล้วอาจพิจารณาว่าเป็นเรื่องที่สมบูรณ์หนึ่งเรื่อง. คนบาปที่อยู่ในความมืดจำต้องถูกฟื้นฟูสายตาจึงจะรู้ว่าเขาต้องการความรอด (กจ.26:18).
สิ่งที่กล่าวไว้ใน 18:35—19:10 ชี้แจงว่าคนผู้หนึ่งจะปฏิบัติตามเงื่อนไขที่เปิดเผยในข้อ 9-30 เพื่อจะเข้าสู่อาณาจักรของพระเจ้าได้อย่างไร ประการแรกเขาต้องได้รับการฟื้นฟูสายตาจากองค์พระผู้ช่วยเสียก่อน (ข้อ 35-43) จากนั้นเขาต้องต้อนรับองค์พระผู้ช่วยเป็นความรอดอันทรงฤทธิ์ (19:1-10). เมื่อเป็นเช่นนี้คนตาบอดก็จะเหมือนคนเก็บภาษีที่กลับใจและเหมือนเด็กเล็กๆ ที่ไม่ถูกครอบงำมาต้อนรับองค์พระผู้ช่วย และซักคายก็จะสามารถละทิ้งสมบัติทั้งหมดแล้วมาติดตามองค์พระผู้ช่วย. หนทางที่จะเข้าสู่เรื่องราวฝ่ายวิญญาณก็คือต้อนรับการมองเห็นจากองค์พระผเูป็นเจ้าและต้อนรับตัวขององค์พระผู้เป็นเจ้าเอง.
ลก. 18:35 ข ลก.10:30
ลก. 18:35 ค ยฮ.9:1, 8
ลก. 18:37 ก มธ.2:23; มก.1:24
ลก. 18:38 ก มธ.1:1; 9:27
ลก. 18:38 1ก ดู มธ.20:30 คำอธิบาย 1.
ลก. 18:39 ก ลก.18:15
ลก. 18:41 1 ดู มก.10:51 คำอธิบาย 1.
ลก. 18:41 ก มก.10:36
ลก. 18:42 ก ลก.17:19; มธ.9:22
ลก. 18:43 ก ลก.17:15
ลก. 18:43 ข ลก.19:37
สารบัญ