ลูกา บทที่ 16
(25) ทรงสอนให้เป็นคนต้นเรือนที่ฉลาด
16:1-13
16:1-13
ลก.
16:1 1และพระองค์ตรัสแก่เหล่าสาวกของพระองค์ว่า "ยังมีเศรษฐีที่มีคน2ต้นเรือนคนหนึ่ง และมีคนมาฟ้องเศรษฐีว่า คนต้นเรือนนั้นได้ผลาญทรัพย์สินของท่านเสีย.
ลก.
16:2 เศรษฐีจึงเรียกคนต้นเรือนนั้นมาว่าแก่เขาว่า 'เรื่องราวที่เราได้ยินเกี่ยวกับเจ้านั้นเป็นอย่างไร? จงมอบบัญชีในฐานะแห่งการปฏิบัติของคนต้นเรือนของเจ้า เพราะว่าเจ้าจะเป็นคนต้นเรือนต่อไปอีกไม่ได้.'
ลก.
16:3 คนต้นเรือนนั้นจึงพูดใน[ใจ]ว่า 'เราจะทำอย่างไรดี เพราะนายจะถอดเราเสียจากฐานะแห่งการปฏิบัติของคนต้นเรือน? จะ1ขุดดินก็ไม่มีกำลัง จะ2ขอทานก็อายเขา.
ลก.
16:4 เรารู้แล้วว่าจะทำอะไรดี เพื่อเมื่อเราถูกถอดจากฐานะแห่งการปฏิบัติของคนต้นเรือนแล้ว เขาจะ1รับเราไว้ในเรือนของเขาได้.'
ลก.
16:5 คนนั้นจึงเรียกลูกหนี้ของนายมาทีละคน แล้วถามคนแรกว่า 'ท่านเป็นหนี้นายข้าพเจ้าอยู่เท่าไร?'
ลก.
16:6 เขาตอบว่า '[เป็นหนี้]น้ำมันหนึ่งร้อย1ถัง.' คนต้นเรือนจึงบอกเขาว่า 'เอาบัญชีของท่านมา รีบนั่งลงแล้วแก้เป็นห้าสิบถัง.'
ลก.
16:7 แล้วเขาก็ถามอีกคนหนึ่งว่า 'ท่านเป็นหนี้อยู่เท่าไร?' เขาตอบว่า '[เป็นหนี้]ข้าวสาลีร้อย1กระสอบ.' คนต้นเรือนจึงตอบว่า 'จงแก้บัญชีของท่านเป็นแปดสิบ.'
ลก.
16:8 แล้วนายก็ยกย่องคนต้นเรือนกอธรรมนั้น เพราะเขาได้กระทำโดย1ความฉลาดด้วยว่า2ขลูกของยุคนี้จัดการกับคนในยุคสมัยของเขาได้คฉลาดกว่าลูกของ3งความสว่างเสียอีก.
ลก.
16:9 และเราบอกท่านทั้งหลายว่า จง1กระทำให้มีมิตรสหายแก่ตนด้วย2เงินทองที่อธรรมนั้น เพื่อเมื่อเงินทองนั้น3ใช้การไม่ได้แล้ว เขาจะได้ต้อนรับท่านเข้าใน4กพลับพลาที่นิรันดร์.
ลก.
16:10 คนที่กสัตย์ซื่อใน1[ของ]เล็กน้อยที่สุดจะสัตย์ซื่อใน1[ของ]มากด้วย และคนที่อธรรมใน[ของ]เล็กน้อยที่สุดก็จะอธรรมใน[ของ]มากด้วย.
ลก.
16:11 ถ้าท่านทั้งหลายไม่สัตย์ซื่อในเงินทองอธรรม ใครจะไว้ใจมอบสิ่งที่1จริงแท้ให้แก่ท่านเล่า?
ลก.
16:12 ถ้าท่านทั้งหลายมิได้สัตย์ซื่อใน1สิ่งของของคนอื่น ใครจะมอบ2สิ่งของของท่านเองให้แก่ท่านเล่า?
ลก.
16:13 ไม่มีคนรับใช้ในเรือนใดที่จะ1ปรนนิบัตินายกสองคนได้ เพราะจะชังนายคนหนึ่งและจะ2รักนายอีกคนหนึ่ง หรือจะ2นับถือนายคนหนึ่งและจะดูหมิ่นนายอีกคนหนึ่ง. ท่านทั้งหลายจะ1ปรนนิบัติพระเจ้าและจะ3ปรนนิบัติเงินทองด้วยก็ไม่ได้."
(26) ทรงสอนเกี่ยวกับการเข้าสู่อาณาจักรของพระเจ้า
16:14-18
16:14-18
ลก.
16:14 ฝ่ายกพวกฟาริซายเป็นคนขรักเงินทอง เมื่อได้ยินคำเหล่านั้นแล้วจึง1คเยาะเย้ยพระองค์
ลก.
16:15 พระองค์ตรัสแก่เขาว่า "เจ้าทั้งหลายถือตนเป็นกคนชอบธรรมขในสายตามนุษย์แต่พระเจ้าทรงทราบคใจของเจ้าทั้งหลาย ด้วยว่าสิ่งที่มีค่าในท่ามกลางมนุษย์นั้นก็เป็นสิ่งที่1งน่าสะอิดสะเอียดในสายพระเนตรของพระเจ้า.
ลก.
16:16 มี1กฎบัญญัติและผู้เผยพระวจนะ2มาจนถึงโยฮัน ตั้งแต่นั้นมา3อาณาจักรของพระเจ้าได้ถูกประกาศออกไปเป็น4กิตติคุณ และคนทั้งปวงก็5กแย่งชิงกันเข้าไปด้วยความเข้มแข็ง.
ลก.
16:17 ฟ้าและดินจะกล่วงไปก็ง่ายกว่าที่กฎบัญญัติ1สักขีดหนึ่งจะ2ตกเป็นโมฆะไป.
ลก.
16:18 ผู้ใด1กหย่าภรรยาของตนแล้วไปมีภรรยาใหม่ก็คบชู้ และผู้ใดรับหญิงที่สามีได้หย่าแล้วมาเป็นภรรยาของตนก็ขคบชู้ด้วย.
(27) ทรงเตือนสติคนมั่งมี
16:19-31
16:19-31
ลก.
16:19 ยัง1มีเศรษฐีคนหนึ่งนุ่งห่มผ้ากสีม่วงและผ้าป่านเนื้อดี กินเลี้ยงรื่นเริงอย่างหรูหราทุกๆ วัน.
ลก.
16:20 และมีคนขอทานคนหนึ่งชื่อ ลาซะโร เป็นฝีทั้งตัว ได้ถูกคนทอดทิ้งไว้หน้าประตูบ้านของเศรษฐี
ลก.
16:21 และเขาใคร่จะกได้อิ่มท้องด้วยเศษอาหารที่ตกจากขโต๊ะของเศรษฐีนั้น และแม้สุนัขก็มาเลียฝีของเขา.
ลก.
16:22 อยู่มาขอทานคนนั้นตาย และกเหล่าทูตสวรรค์ได้รับเขาไปไว้ที่1ขอ้อมอกของอับราฮาม ฝ่ายเศรษฐีนั้นก็ตายด้วยและถูกฝังไว้.
ลก.
16:23 และเมื่ออยู่ใน1กแดนมรณาขทุกข์ทรมานยิ่งนัก เศรษฐีนั้นจึงแหงนหน้ามองดูแต่ไกล เห็นอับราฮามและเห็นลาซะโรอยู่ที่อกของท่าน
ลก.
16:24 เศรษฐีจึงร้องว่า 'กอับราฮามบิดาเจ้าข้า โปรดสงสารข้าพเจ้าเถิด โปรดใช้ลาซะโรมาเพื่อจะเอาปลายนิ้วจุ่มน้ำมาแตะขลิ้นของข้าพเจ้าให้เย็น ด้วยว่าข้าพเจ้าอยู่ในคเปลวไฟนี้ทนทุกข์ทรมานยิ่งนัก.'
ลก.
16:25 อับราฮามจึงกล่าวว่า 'ลูกเอ๋ย เจ้าจงระลึกว่าเมื่อเจ้ายังมีชีวิตอยู่ เจ้าได้รับความสุขสบาย และลาซะโรได้รับความทุกข์ยาก เดี๋ยวนี้เขาได้รับการปลอบโยน แต่เจ้าได้รับความทุกข์ทรมาน.
ลก.
16:26 นอกจากนั้นระหว่างพวกเรากับพวกเจ้ามี1เหวใหญ่ขวางอยู่ เพื่อถ้าผู้ใดปรารถนาจะข้ามจากที่นี่ไปถึงเจ้าก็ไม่อาจทำได้ หรือถ้าจะข้ามจากที่นั่นมาถึงเราก็ไม่อาจทำได้.'
ลก.
16:27 เศรษฐีนั้นจึงว่า 'บิดาเจ้าข้า ถ้าอย่างนั้นขอท่านใช้ลาซะโรไปยังบ้านบิดาของข้าพเจ้า
ลก.
16:28 เพราะว่าข้าพเจ้ายังมีพี่น้องอีกห้าคน ให้ลาซะโรเป็นพยานอย่างหนักแน่นแก่เขา เพื่อมิให้เขาเข้ามาถึงที่ทุกข์ทรมานนี้.'
ลก.
16:29 อับราฮามจึงกล่าวว่า 'เขามี1กโมเซและพวกผู้เผยพระวจนะนั้นแล้ว ให้เขาฟังคนเหล่านั้นเถิด.'
ลก.
16:30 เศรษฐีนั้นจึงว่า 'มิได้ อับราฮามบิดาเจ้าข้า แต่ถ้าคนหนึ่งจะ[เป็นขึ้น]จากความตายไปหาเขา เขาจะกลับใจเสียใหม่เป็นแน่.' "
ลก.
16:31 อับราฮามจึงตอบว่า 'ถ้าเขา1ไม่ฟังโมเซและผู้เผยพระวจนะ แม้คนหนึ่งจะเป็นขึ้นมาจากท่ามกลางคนตาย เขาก็ยังคงไม่เชื่อฟัง.' "
คำอธิบาย ลูกา บทที่ 16
ลก.
16:1 1 บ่งบอกถึงการต่อเนื่อง. ในบทที่แล้วองค์พระผู้เป็นเจ้าได้พูดถึงคำอุปมาสามประการซึ่งเกี่ยวกับการได้รับความรอดของคนบาป. ในบทนี้พระองค์ตรัสคำอุปมาอีกประการหนึ่งเกี่ยวกับการปรนนิบัติของผู้เชื่อ. หลังจากที่คนบาปได้กลายเป็นผู้เชื่อแล้วจำต้องเป็นคนต้นเรือนที่ฉลาดมาปรนนิบัติองค์พระผู้เป็นเจ้า.
ลก.
16:1 2 ชี้แจงว่าผู้เชื่อที่ได้รับการช่วยให้รอดโดยความรักและพระคุณของพระเจ้าตรีเอกภาพจะกลายเป็นคนต้นเรือนขององค์พระผู้เป็นเจ้าอย่างไร เพื่อองค์พระผู้เป็นเจ้าจะทรงมอบหมายทรัพย์สินของพระองค์ให้แก่เขา (12:42; 1กธ.4:1-2; 1ปต.4:10).
ลก.
16:3 1 หมายถึงเป็นชาวนาไปไถนา.
ลก.
16:3 2 หมายถึงเป็นขอทานที่ขอความช่วยเหลือ.
ลก.
16:4 1 เป็นเครื่องหมายเล็งถึงถูกรับเข้าไปสู่พลับพลาที่นิรันดร์ (ข้อ 9).
ลก.
16:6 1 เป็นหน่วยวัดปริมาตรของเหลวของชาวเฮ็บรายซึ่งมีค่าเท่ากับ 8-9 แกลลอน.
ลก.
16:7 1 เป็นหน่วยวัดปริมาตรของแห้งซึ่งมีค่าประมาณ 10-12 บุชเชล (bushel).
ลก.
16:8 ก เทียบ ลก.18:6
ลก.
16:8 1 ไม่ใช่ยกย่องพฤติกรรมที่อธรรมของคนต้นเรือน แต่ยกย่องความฉลาดของเขา.
ลก.
16:8 ข ลก.20:34
ลก.
16:8 2ข เล็งถึงคนที่ยังไม่ได้รับความรอด, คนฝ่ายโลก.
ลก.
16:8 ค ลก.12:42; มธ.25:2
ลก.
16:8 ง กจ.26:18; 1ปต.2:9
ลก.
16:8 3ง เล็งถึงคนที่ได้รับความรอดก็คือผู้เชื่อ (ยฮ.12:36; 1ธซ.5:5; อฟ.5:8).
ลก.
16:9 1 ใช้ทรัพย์นั้นช่วยเหลือผู้อื่นโดยกระทำตามการนำพาของพระเจ้า.
ลก.
16:9 2 เงินทองเป็นสิ่งที่อยู่ในโลกของซาตาน. ฐานะและการดำรงอยู่ของมันเป็นสิ่งที่อธรรม. คนต้นเรือนในคำอุปมานี้ได้แสดงความฉลาดของเขาโดยพฤติกรรมที่อธรรม. องค์พระผู้เป็นเจ้าได้สอนเราทั้งหลายที่เชื่อในพระองค์ให้ใช้ความฉลาดในการใช้สอยเงินทองที่อธรรมนี้.
ลก.
16:9 3 เมื่อโลกของซาตานผ่านพ้นไปแล้ว เงินทองก็เป็นของไร้ค่าในอาณาจักรของพระเจ้า.
ลก.
16:9 ก เทียบ 2กธ.5:1
ลก.
16:9 4ก คือที่อาศัยอันนิรันดร์. คนที่ได้ร่วมรับผลประโยชน์เพราะความฉลาดของผู้เชื่อนั้นจะต้อนรับผู้เชื่อที่ฉลาดเข้าสู่ที่อาศัยอันนิรันดร์. สิ่งนี้จะสำเร็จในยุคอาณาจักรที่จะมาถึง (เทียบ 14:13-14; มธ.10:42).
ลก.
16:10 ก ลก.19:17; มธ.25:21, 23
ลก.
16:10 1 ของเล็กน้อยที่สุด ก็คือเงินทองที่เป็นทรัพย์สินในโลกนี้. ของมาก หมายถึงทรัพย์สินอันอุดมสมบูรณ์ในโลกหน้า (เทียบ มธ.25:21, 23).
ลก.
16:11 1 เล็งถึงทรัพย์สินอันแท้ในยุคอาณาจักรที่จะมาถึง (เทียบ มธ.24:47).
ลก.
16:12 1 ในแผนการบริหารแห่งพันธสัญญาใหม่ของพระเจ้า พระองค์ไม่เคยให้ผู้เชื่อในพันธสัญญาใหม่สนใจทรัพย์ฝ่ายวัตถุ. แม้ว่าทรัพย์ฝ่ายวัตถุในโลกนี้จะมีพระเจ้าเป็นผู้เนรมิตสร้าง และเป็นกรรมสิทธิ์ของพระองค์ (1คนก.29:14, 16) แต่สิ่งเหล่านี้ก็เสื่อมเสียไปเพราะการตกต่ำของมนุษย์ (รม.8:20-21) และได้ถูกซาตานที่ชั่วร้ายครอบงำ (1ยฮ.5:19) ดังนั้นสิ่งเหล่านี้จึงเป็นของมนุษย์ที่ตกต่ำและไม่ชอบธรรม (ข้อ 9). ในขณะที่พระเจ้าได้ทรงใช้สิ่งของฝ่ายวัตถุในโลกนี้มาตอบสนองความต้องการในชีวิตประจำวัน
ของผู้เชื่อ (มธ.6:31-33) และได้มอบหมายทรัพย์สมบัติส่วนหนึ่งให้แก่พวกเขาผู้เป็นคนต้นเรือนของพระเจ้า ให้พวกเขาได้ฝึกฝนและเรียนรู้เพื่อเป็นการทดสอบเขาในยุคนี้อย่างไรก็ดีพวกเขาไม่ควรมองว่าทรัพย์สมบัติเหล่านี้เป็นของตนเองจนกว่าสรรพสิ่งจะได้รับการฟื้นฟูแล้วในโลกหน้า (กจ.3:21). เวลานั้นผู้เชื่อจึงจะได้รับโลกนี้เป็นมรดก (รม.4:13) และเขาจะได้รับมรดกที่นิรันดร์ (ฮร.10:34) สำหรับตัวเอง. ในโลกนี้เขาควรจะฝึกฝนสัตย์ซื่อต่อทรัพย์สมบัติที่ดำรง อยู่ชั่วคราวซึ่งพระเจ้าได้
มอบแก่เขา เพื่อเป็นการ ฝึกฝนให้เขาสัตย์ซื่อต่อทรัพย์สมบัติที่นิรันดร์ซึ่ง มีอยู่ในโลกหน้า.
ลก.
16:12 2 สำเนาต้นฉบับบางฉบับเป็น สิ่งของของเรา.
ลก.
16:13 1 แปลตามตรงคือ เป็นทาสรับใช้.
ลก.
16:13 ก มธ.6:24
ลก.
16:13 2 หรือ จงรักภักดี. ในภาษากรีกมีความหมายถึงการจงรักภักดีฝ่ายหนึ่งแล้วต่อต้านอีกฝ่ายหนึ่ง. กรณีนี้ชี้แจงว่าการปรนนิบัติพระเจ้านั้น เราจำต้องรักพระองค์, มอบใจของเราให้พระองค์, และเกาะติดกับพระองค์, มอบทั้งตัวของเราให้กับพระองค์. เช่นนี้เราจึงจะได้รับการปลดปล่อยจากการครอบงำและการช่วงชิงของเงินทองและสามารถปรนนิบัติองค์พระผู้เป็นเจ้าอย่างถี่ถ้วนและครบสมบูรณ์. ในที่นี้องค์พระผู้เป็นเจ้าได้เน้นว่า หากเราทั้งหลายต้องการปรนนิบัติองค์พระผู้เป็นเจ้าเราก็จำต้องชนะต่อเงินทองอธรรมที่มาล่อลวงและหลอกลวงเรา.
ลก.
16:13 3 ดู มธ.6:24 คำอธิบาย 3.
ลก.
16:14 ก ลก.11:39
ลก.
16:14 ข 2ตธ.3:2; 1ตธ.6:10
ลก.
16:14 ค ลก.23:35
ลก.
16:14 1ค แปลตามตรงคือ เงยจมูกขึ้น.
ลก.
16:15 ก ลก.10:29; 18:9
ลก.
16:15 ข มธ.23:5
ลก.
16:15 ค 1ซมอ. 16:7; 1คนก.28:9; บพส.7:9; สภษ.21:2; ยรม.17:10
ลก.
16:15 ง สภษ.16:5
ลก.
16:15 1ง การที่พวกฟาริซายถือว่าตัวเองเป็นผู้ชอบธรรมนั้นเป็นการยกชูตัวเองอย่างเย่อหยิ่ง ดังนั้นจึงเป็นสิ่งที่น่าสะอิดสะเอียนในสายพระเนตรของพระเจ้า.
ลก.
16:16 1 กฎบัญญัติและผู้เผยพระวจนะ หมายถึงพันธสัญญาเดิม.
ลก.
16:16 2 ชี้บ่งว่ายุคของกฎบัญญัติได้หันเปลี่ยนมาสู่ยุคของกิตติคุณแล้ว. ดู มธ.11:13 คำอธิบาย 1.
ลก.
16:16 3 ดู 4:43 คำอธิบาย 2.
ลก.
16:16 4 ในที่นี้ องค์พระผู้ช่วยได้ประกาศอาณาจักรของพระเจ้าเป็นกิตติคุณให้แก่พวกฟาริซายที่โลภในทรัพย์สมบัติ (ข้อ 14). เงินทองและราคะตัณหาที่ยั่วเย้าโดยเงินทองได้ขัดขวางไม่ให้พวกเขาได้เข้าสู่อาณาจักรของพระเจ้า. ฉะนั้นถ้อยคำขององค์พระผู้ช่วยในข้อ 18-31 จึงจงใจโจมตีสองสิ่งนี้อย่างรุนแรง.
ลก.
16:16 ก มธ.11:12
ลก.
16:16 5ก หากพวกฟาริซายต้องการแย่งชิงกันเข้าไปอาณาจักรของพระเจ้าด้วยความเข้มแข็ง เขาก็ควรถ่อมตัวเองลง (เทียบ ข้อ 15) และหย่าขาดจากเงินทอง (เทียบข้อ 14) ไม่ใช่หย่าร้างกับภรรยา (เทียบข้อ 18) ซึ่งก็คือชนะต่อเงินทอง และราคะตัณหาที่มีเงินทองเป็นสิ่งยั่วเย้า.
ลก.
16:17 ก มธ.5:18; ลก.21:33
ลก.
16:17 1 หมายถึง สิ่งที่มีลักษณะเหมือนกับเขาเล็กๆที่ยื่นออกมาในตัวอักษรเฮ็บรายซึ่งใช้ในการแยกแยะตัวอักษรที่แตกต่างกัน.
ลก.
16:17 2 หรือ ตกหล่นไป.
ลก.
16:18 ก มก.10:11; มลค.2:16
ลก.
16:18 1ก แปลตามตรงคือ ปลดปล่อย.
ลก.
16:18 ข มธ.5:32; 19:9
ลก.
16:19 1 เรื่องนี้ไม่ใช่คำอุปมา เพราะมีการอ้างถึงชื่อของอับราฮาม และลาซะโรซึ่งอยู่ในแดนมรณา. เรื่องนี้เป็นเรื่องที่องค์พระผู้ช่วยได้ใช้เป็นคำตอบมาเตือนสติพวกฟาริซายผู้โลภเงินทอง และถือว่าตัวเองเป็นผู้ชอบธรรม (ข้อ 14-15) โดยเปิดเผยว่าอนาคตของพวกเขาจะต้องมีผลลัพธ์ที่น่าเวทนาเหมือนเศรษฐีคนนั้น ซึ่งสิ่งนี้เป็นผลมาจากการที่พวกเขาปฏิเสธกิตติคุณขององค์พระผู้ช่วย.
ลก.
16:19 ก อธร.8:15; วว.18:12, 16
ลก.
16:21 ก ลก.15:16
ลก.
16:21 ข มธ.15:27
ลก.
16:22 ก กจ.12:15; ฮร.1:13-14
ลก.
16:22 ข เทียบ ยฮ.13:23
ลก.
16:22 1ข เป็นสำนวนของรับบีชาวเฮ็บราย มีค่าเท่ากับการอยู่ร่วมกับอับราฮามที่สวนบรมสุขเกษม. ดู 2กธ.12:4 คำอธิบาย 1.
ลก.
16:23 ก โยบ 21:13; มธ.11:23
ลก.
16:23 1ก ดู มธ.11:23 คำอธิบาย 1.
ลก.
16:23 ข วว. 14:10-11
ลก.
16:24 ก ยฮ.8:33, 39, 53
ลก.
16:24 ข เทียบ ซคย.14:12
ลก.
16:24 ค มธ.25:41; มก.9:48; ยซย.66:24
ลก.
16:26 1 เหวนี้ได้แบ่งแดนมรณาออกเป็นสองส่วนคือ ส่วนที่มีความสุขอันเป็นที่ซึ่งอับราฮาม ลาซะโรและบรรดาวิสุทธิชนที่ได้รับความรอดอาศัยอยู่(ข้อ 22) อีกส่วนหนึ่งคือส่วนที่ทนทุกข์อันเป็นที่ซึ่งเศรษฐีและบรรดาคนบาปที่ต้องพินาศอาศัยอยู่ (ข้อ 23ก, 28). ทั้งสองส่วนนี้แยกจากกัน และไม่มีสะพานเชื่อมโยง. แต่คนที่อยู่ทั้งสองแห่งนี้ยังคงมองเห็นกันและกัน และยังสนทนากันได้ (ข้อ23-25).
ลก.
16:29 ก ลก.24:27; ยฮ. 5:45-47; กจ.15:21; 26:22; 28:23
ลก.
16:29 1ก หมายถึงหนังสือบัญญัติของโมเซ และหนังสือของผู้เผยพระวจนะ (เทียบข้อ 16) ซึ่งเป็นพระคำของพระเจ้า (มธ.4:4). การที่มนุษย์จะฟังพระคำของพระเจ้าหรือไม่นั้นเป็นข้อตัดสินว่าเขาจะได้รับความรอดหรือพินาศ. การที่ขอทานได้รับความรอดนั้นไม่ได้เป็นเพราะความยากจนแต่เป็นเพราะเขาได้ฟังพระคำของพระเจ้า (ยฮ.5:24; อฟ.1:13). การที่เศรษฐีพินาศก็ไม่ได้เป็นเพราะความร่ำรวย แต่เป็นเพราะเขาปฏิเสธพระคำของพระเจ้า (กจ.13:46).
ลก.
16:31 1 ถ้ามนุษย์ไม่ฟังพระคำของพระเจ้าที่ได้ตรัสไว้ แม้จะมีคนหนึ่งเป็นขึ้นมาจากท่ามกลางคนตายด้วยการอัศจรรย์ เขาก็ยังคงไม่ฟังอยู่ดี. พระคำขององค์พระผู้ช่วยในที่นี้ได้ชี้เป็นนัยว่าถ้าหากพวกฟาริซายซึ่งเป็นตัวแทนของชาวยูดายไม่เชื่อฟังพระคำในพันธสัญญาเดิมที่พระเจ้าได้ใช้ให้โมเซกับเหล่าผู้เผยพระวจนะกล่าวไว้นั้น แม้พระองค์ได้เป็นขึ้นมาจากท่ามกลางคนตายแล้วพวกเขาก็คงไม่เชื่อฟังอยู่ดี. เรื่องเศร้าเช่นนี้ได้เกิดขึ้นจริงหลังจากที่พระองค์ทรงเป็นขึ้นแล้ว (มธ.28:11-15; กจ.13:30-40, 44-45).