การงานบรรณกิจของห้องสมุดกิตติคุณแห่งประเทศไทย
หากท่านต้องการมีส่วนในการงานบรรณกิจของห้องสมุดกิตติคุณแห่งประเทศไทย
ท่านสามารถมอบถวายทรัพย์โดยโอนเงินเข้าบัญชีของห้องสมุด:
ธนาคารกสิกรไทย สาขาพาราไดซ์ พาร์ค
ชื่อบัญชี: นายปิยะ ตั้งเสรีมั่นคง และ
นางสุมิตรา อดุลประวิตรชัย และ
นางสาวทานาธิบดี ชูมณี
เลขที่บัญชี: 218-3-99941-1

รบกวนส่งสลิปการโอนมาที่ Line ID: @gospelbookroom

ลูกา บทที่ 14

(20) ทรงรักษาคนท้องมานในวันซะบาโต
14:1-6
ลก. 14:1 เมื่อพระองค์เสด็จเข้าไปในเรือนของผู้นำคนหนึ่งในพวกฟาริซายในวันซะบาโตจะกรับประทาน1อาหาร เขาทั้งหลายก็คอย2ขจับตาดูพระองค์.
ลก. 14:2 ดูเถิด มีชายคนหนึ่งเป็นโรค1ท้องมานอยู่ต่อพระพักตร์พระองค์.
ลก. 14:3 พระเยซูจึงตรัสแก่พวกกนักกฎหมายและพวกฟาริซายว่า "ถ้าจะรักษาคนป่วยในขวันซะบาโตจะผิดกฎบัญญัติหรือไม่?"
ลก. 14:4 เขาทั้งหลายก็นิ่งอยู่. พระองค์จึงทรงพยุงเขาและรักษาเขาให้หาย แล้วก็ให้เขาไป.
ลก. 14:5 หลังจากนั้นพระองค์จึงตรัสแก่เขาทั้งหลายว่า "ถ้าคนไหนในพวกท่านมี1กลาหรือโคตกบ่อจะไม่รีบฉุดลากมันขึ้นมาในวันซะบาโตหรือ?"
ลก. 14:6 เขาทั้งหลายกตอบข้อนี้ไม่ได้.
(21) ทรงสอนผู้ถูกเชื้อเชิญและผู้เชื้อเชิญ
14:7-14
ลก. 14:7 เมื่อพระองค์ทรงเห็นคนทั้งหลายที่รับเชิญมานั้นได้เลือกเอากที่[นั่ง]อันมีเกียรติจึงตรัสแก่เขาเป็นคำอุปมาว่า
ลก. 14:8 "เมื่อผู้ใดเชิญท่านไปในงานเลี้ยงสมรส อย่านั่งในที่อันมีเกียรติ เกรงว่าเขายังได้เชิญคนที่มีเกียรติมากกว่าท่านด้วย
ลก. 14:9 และเจ้าภาพที่ได้เชิญท่านและผู้นั้นจะมาพูดกับท่านว่า 'จงให้ที่นั่งแก่ท่านผู้นี้เถิด' แล้วท่านจะได้รับความอับอายและเลื่อนไปนั่งที่ด้อยสุด.
ลก. 14:10 แต่เมื่อท่านได้รับเชิญแล้ว จงไปนั่งที่ด้อยสุด เพื่อว่าเมื่อเจ้าภาพมาพูดกับท่านว่า 'สหายเอ๋ย กเชิญเลื่อนขึ้นไปนั่ง[ที่มีเกียรติ]' แล้วท่านก็จะได้รับเกียรติยศต่อหน้าคนทั้งหลายที่นั่งด้วยกันนั้น.
ลก. 14:11 เพราะว่าทุกคนที่ยกตัวขึ้นจะต้องถูกกเหยียดลง และผู้ที่ขถ่อมตัวลงจะถูกยกขึ้น."
ลก. 14:12 ฝ่ายพระองค์ตรัสแก่คนที่เชิญพระองค์ว่า "เมื่อท่านจะทำการเลี้ยง จะเป็นอาหารมื้อเที่ยงหรือมื้อเย็น อย่าเชิญมิตรสหาย หรือพี่น้อง หรือญาติ หรือเพื่อนบ้านที่มั่งมีเกรงว่าเขาจะเชิญท่านอีกเป็นกการตอบแทน.
ลก. 14:13 แต่เมื่อท่านทำการเลี้ยง จงเชิญ1คนจน, คนพิการ, คนง่อย, และคนตาบอดแล้วท่านจะเป็นสุข
ลก. 14:14 เพราะว่าเขาไม่มีอะไรจะตอบแทนท่าน ด้วยว่าท่านจะได้รับการตอบแทนในเวลาที่1คนชอบธรรมจะกเป็นขึ้น."
(22) ทรงสอนให้ต้อนรับการเชื้อเชิญของพระเจ้า
14:15-24
ลก. 14:15 ฝ่ายคนหนึ่งที่เอนกาย[รับประทานอาหาร]ด้วยกัน เมื่อได้ยินคำเหล่านั้นจึงทูลพระองค์ว่า "ผู้ที่จะรับประทานอาหารในกอาณาจักรของพระเจ้าก็ขเป็นสุข."
ลก. 14:16 พระองค์ตรัสแก่เขาว่า "ยังมีคนหนึ่งได้จัด1งานเลี้ยงใหญ่และได้เชิญคนเป็นอันมาก
ลก. 14:17 เมื่อถึงเวลาเลี้ยงแล้ว เขาก็ใช้ทาสของตนไปบอกคนทั้งหลายที่ได้รับเชิญไว้แล้วว่า 'เชิญมาเถิด เพราะสิ่งสารพัดเตรียมไว้พร้อมแล้ว.'
ลก. 14:18 บรรดาคนเหล่านั้นก็พากันขอตัว. คนแรกว่า 'ข้าพเจ้าได้ซื้อนาไว้ และจะต้องไปดูนานั้น. ข้าพเจ้าขอตัวเถอะ.'
ลก. 14:19 อีกคนหนึ่งว่า 'ข้าพเจ้าได้ซื้อโคไว้ห้าคู่ และจะต้องไปลองดูโคนั้น. ข้าพเจ้าขอตัวด้วย.'
ลก. 14:20 อีกคนหนึ่งว่า 'ข้าพเจ้าเพิ่งกแต่งงาน เหตุฉะนั้นข้าพเจ้าไปไม่ได้.'
ลก. 14:21 ทาสนั้นจึงกลับมาเล่าเนื้อความนั้นให้นายฟัง. นายก็โกรธ จึงสั่งทาสว่า ?จงรีบออกไปตามถนนใหญ่ตรอกน้อยในเมืองโดยเร็ว พากคนจน, คนพิการ, คนตาบอด, และคนง่อยเข้ามาที่นี่!
ลก. 14:22 แล้วทาสจึงบอกว่า 'นายเจ้าข้า ข้าพเจ้าได้กระทำตามท่านสั่งแล้ว และยังมีที่ว่างอยู่!
ลก. 14:23 นายจึงกล่าวแก่ทาสนั้นว่า 'จงออกไปตามถนนและตามรั้วบ้าน บังคับฝืนใจ[เขา]ให้เข้ามาเพื่อจะได้นั่งเต็มในเรือนของเรา.
ลก. 14:24 เราบอกท่านทั้งหลายว่า ในพวกคนทั้งหลายที่ได้รับเชิญไว้พวกแรกนั้นไม่มีสักคนหนึ่งจะได้ลิ้มรสงานเลี้ยงของเราเลย.' "
(23) ทรงสอนว่าจะติดตามองค์มนุษย์พระผู้ช่วยอย่างไร
14:25-35
ลก. 14:25 มีฝูงชนเป็นอันมากได้เดินไปกับพระองค์ พระองค์จึงทรงหันกลับมาตรัสแก่เขาว่า
ลก. 14:26 "1ถ้าผู้ใดกมาหาเราและไม่ชังบิดา, มารดา, บุตร, ภรรยา, พี่น้องชาย, และพี่น้องหญิง กระทั่งขชีวิตฝ่ายจิตของตนเองด้วย ผู้นั้นจะเป็นสาวกของเราไม่ได้.
ลก. 14:27 ผู้ใดมิได้แบก1กกางเขนของตนตามเรามา ผู้นั้นก็จะเป็นสาวกของเราไม่ได้.
ลก. 14:28 ด้วยว่ามีผู้ใดในพวกท่านที่ปรารถนาจะสร้างหอคอยหลังหนึ่ง แล้วจะไม่นั่งลงคิดราคาดูเสียก่อนว่าจะ1สามารถสร้างให้สำเร็จได้หรือไม่?
ลก. 14:29 เกรงว่าเมื่อลงฐานรากแล้ว และกระทำให้สำเร็จไม่ได้ คนทั้งปวงที่เห็นจะเยาะเย้ยเขาว่า
ลก. 14:30 'คนนี้ตั้งต้นก่อ แต่ทำให้สำเร็จไม่ได้.'
ลก. 14:31 หรือมีกษัตริย์องค์ใดที่จะยกทัพไปทำสงครามกับกษัตริย์อื่น แล้วจะมิได้นั่งลงคิดดูให้รอบคอบก่อนว่า ทหารหนึ่งหมื่นคนที่ตนมีอยู่จะสู้กับทหารที่มีสองหมื่นคนซึ่งยกมารบนั้นได้หรือไม่?
ลก. 14:32 ถ้าสู้ไม่ได้ เมื่อศัตรูยังอยู่ห่างไกลกันก็จะใช้พวกทูตไปขอเป็นไมตรีกัน.
ลก. 14:33 ก็เช่นนั้นแหละทุกคนในพวกท่านที่มิได้กสละสิ่งสารพัดที่ตนมีอยู่จะเป็นสาวกของเราไม่ได้.
ลก. 14:34 1, 2เกลือเป็นสิ่งที่ดี แต่ถ้าเกลือนั้นหมดรสเค็มไปแล้ว จะทำให้กลับเค็มอีกได้อย่างไร?
ลก. 14:35 จะใส่ไว้ในนาก็ไม่เหมาะ หรือจะใส่ไว้ในกองมูลก็ไม่เหมาะ มีแต่ทิ้งไว้กภายนอกเท่านั้น. ใครมีหูฟังได้ก็จงขฟังเถิด."

คำอธิบาย ลูกา บทที่ 14

ลก. 14:1 ก ลก.7:36; 11:37
ลก. 14:1 1 แปลตามตรงคือ ขนมปัง. ในข้อถัดไปก็เช่นเดียวกัน.
ลก. 14:1 ข ลก.20:20
ลก. 14:1 2ข ด้วยเจตนาร้ายที่จะฟ้องร้องพระองค์ (มก.3:2).
ลก. 14:2 1 โรคชนิดหนึ่งที่ทำให้ร่างกายบวมขึ้นหรือพองขึ้นเพราะมีของเหลวก่อตัวในช่องท้องและเนื้อเยื่อในร่างกาย. กรณีนี้เล็งถึงการใช้งานทางภายในของชีวิตที่ไม่ปกติซึ่งก่อให้เกิดความตายฝ่ายวิญญาณต่อพระพักตร์ของพระเจ้า.
ลก. 14:3 ก ลก.7:30
ลก. 14:3 ข มธ.12:10; มก.3:4
ลก. 14:5 ก ลก.13:15
ลก. 14:5 1ก สำเนาต้นฉบับบางฉบับเป็น บุตร.
ลก. 14:6 ก มธ.22:46
ลก. 14:7 ก ลก.11:43; มธ.23:6
ลก. 14:10 ก สภษ.25:6-7
ลก. 14:11 ก ลก.18:14; มธ.23:12; บพส.18:27; สภษ.29:23
ลก. 14:11 ข โยบ 22:29; 1ปต.5:5-6
ลก. 14:12 ก เทียบ ลก.6:34
ลก. 14:13 1 คนเหล่านี้คือ ผู้ที่พระเจ้าเชิญให้มารับความรอดของพระองค์ (ข้อ 21).
ลก. 14:14 1 เล็งถึงการเป็นขึ้นแห่งชีวิต (ยฮ.5:29; วว.20:4-6) ซึ่งเมื่อองค์พระผู้เป็นเจ้าเสด็จกลับมา (1กธ.4:5) จะประทานให้เป็นบำเหน็จแก่วิสุทธิชน(วว.11:18).
ลก. 14:14 ก 1กธ.15:23; 1ธซ.4:16
ลก. 14:15 ก ลก.13:29; 22:16, 30
ลก. 14:15 ข วว.19:9
ลก. 14:16 1 งานเลี้ยงใหญ่นี้แตกต่างกับงานเลี้ยงสมรสใน มธ.22:2-14 อันเป็นบำเหน็จแห่งอาณาจักร. แต่งานเลี้ยงใหญ่ในที่นี้มีเพื่อความรอดที่ครบสมบูรณ์ของพระเจ้า. พระเจ้าทรงเป็น "ชายคนหนึ่ง" ที่ได้ตระเตรียมความรอดที่ครบสมบูรณ์เป็นงานเลี้ยงใหญ่และได้ทรงใช้ผู้ทาสของพระองค์ซึ่งก็คืออัครทูตกลุ่มแรกออกไปเชิญพวกยูดาย (ข้อ 16-17). แต่ว่าเขาได้ถูกครอบงำด้วยความมั่งมีเช่นที่ดิน โค หรือภรรยา เขาจึงได้ปฏิเสธคำเชิญของพระองค์ (ข้อ 18-20). จากนั้นพระเจ้าจึงทรงใช้อัครทูตออกไปเชิญผู้คนตามท้องถนนซึ่งเป็นคนจน คนพิการ คนตาบอด และคนเขยก. เขาได้ต้อนรับคำเชิญของพระเจ้า (ข้อ 21-22ก). เพราะ เหตุความยากจนและทุกข์ยาก. แต่ความรอดนี้ยังมีที่ว่างสำหรับคนอีกมาก ดังนั้น จึงได้ใช้ผู้ทาส (บ่าว) ไปยังโลกของชาวต่างชาติ ซึ่งมีถนนและรั้วบ้านเป็นแบบเล็ง เพื่อบังคับฝืนใจชาวต่างชาติเข้ามาจนนั่งเต็มในที่ว่างแห่งความรอดนั้น (ข้อ 22ข-23; กจ.13:46-48; รม.11:25).
ลก. 14:20 ก พบญ.24:5
ลก. 14:21 ก ลก.14:13
ลก. 14:26 1 ในข้อ 26-33 องค์พระผู้เป็นเจ้าได้เปิดเผยถึงการจ่ายราคาต่อคนทั้งหลายที่จะติดตามพระองค์ (ข้อ 25). การต้อนรับความรอดก็คือการได้รับความรอด (13:23); การติดตามองค์พระผู้เป็นเจ้าก็คือการรับสุขพระองค์เป็นพระพรแห่งความรอดของพระเจ้า. สิ่งนี้เรียกร้องให้เราต้องสละทุกสิ่ง แม้กระทั่งชีวิตของเราและแบกกางเขนของเราเอง (ข้อ 26-27, 33).
ลก. 14:26 ก ข้อ 26-27: มธ.10:37-38
ลก. 14:26 ข กจ.20:24; ฟป.2:30; วว.12:11
ลก. 14:27 ก ลก.9:23
ลก. 14:27 1ก เป้าหมายของกางเขนไม่ได้มีไว้ให้ใครทนทุกข์ แต่เพื่อให้ผู้นั้นสิ้นสุด. ผู้เชื่อในพระคริสต์ล้วนได้ร่วมตรึงกางเขน (ได้สิ้นสุด) กับพระองค์แล้ว (ฆต.2:20; รม.6:6). หลังจากที่พวกเขาได้เข้าสนิททางอินทรียภาพกับพระองค์โดยความเชื่อ แล้วพวกเขาก็ต้องตรึงบนกางเขน คือให้คนเก่าถูกตรึงบนกางเขนแห่งการสิ้นสุดตลอดไป (เทียบ รม.6:3; กซ.2:20-21). นี่ก็คือการแบกกาง เขนของตัวเขาเอง. พระคริสต์ได้ทรงแบกกางเขนก่อน จากนั้นจึงถูกตรึง (ยฮ.19:17-18). แต่ผู้เชื่อในพระคริสต์นั้นต้องถูกตรึงกางเขนเสียก่อน จากนั้นจึงแบกกางเขน เพื่อคนเก่าของพวกเขาจะได้ถูกสิ้นสุดตลอดเวลา เช่นนี้พวกเขาจึงจะได้ ประสบการณ์และรับสุขพระคริสต์เป็นชีวิตและการหล่อเลี้ยงแห่งชีวิต.
ลก. 14:28 1 พระคำในข้อนี้กับข้อ 31 ชี้แจงว่า ตลอดชีวิตในการติดตามองค์พระผู้เป็นเจ้าของเรา จำต้องมอบถวายทุกสิ่งที่เรามีและที่เราสามารถทำได้ มิเช่นนั้น เราก็จะต้องพ่ายแพ้กลายเป็นเกลือที่หมดรสเค็มและถูกทิ้งไปจากขอบเขตที่มีสง่าราศีไปสู่ขอบเขตที่มีแต่ความอับอาย (ข้อ 34-35).
ลก. 14:33 ก ลก.18:28
ลก. 14:34 1, ข้อ 34-35 ให้ดูคำอธิบายใน มธ.5:13 และ มก.9:50 คำอธิบาย 1.
ลก. 14:34 2 ผู้เชื่อที่อยู่ในพระคริสต์ก็คือเกลือแห่งแผ่นดินโลกที่พระเจ้าทรงใช้ฆ่าและทำลายความเสื่อมโทรมของโลก. รสเค็มของเขาขึ้นอยู่กับการละทิ้งสิ่งของฝ่ายโลก. ถ้าพวกเขาละทิ้งสิ่งของฝ่ายโลกยิ่งมาก เขาก็ยิ่งมีรสเค็ม. ถ้าพวกเขาไม่ยอมละทิ้งสิ่งของในชีวิตปัจจุบันของโลกนี้ เขาก็จะสูญเสียรสเค็มไป. ถ้าหากมีสภาพการณ์เช่นนี้ เขาก็ไม่เหมาะที่จะใส่ไว้ในนา เพราะนาเป็นเครื่องหมายเล็งถึงคริสตจักรซึ่งเป็นไร่นาของพระเจ้า (1กธ.3:9) ซึ่งจะนำไปสู่อาณาจักรที่จะมาถึงในอนาคต (วว.11:15) และก็ไม่เหมาะที่จะใส่ไว้ในกองมูลด้วยเพราะกองมูลเป็นเครื่องหมายเล็งถึงบึงไฟอันเป็นสถานที่โสโครกที่สุดในจักรวาล (วว.21:8; 22:15). พวกเขาจะต้องถูกทิ้งออกไปจากอาณาจักรของพระเจ้า โดยเฉพาะในยุคอาณาจักรพันปีนั้น พวกเขาจะต้องถูกทิ้งออกจากสง่าราศีของยุคอาณาจักร (ดู มธ.8:12 คำอธิบาย 2). พวกเขาได้รับความรอดและได้พ้นจากความพินาศนิรันดร์แล้ว แต่พวกเขายังไม่ได้ละทิ้งสิ่งของฝ่ายโลก จึงได้สูญเสียการใช้งานในอาณาจักรของพระเจ้า ดังนั้นพวกเขาจึงไม่เหมาะสมกับอาณาจักรที่จะมาถึงและจะถูกทิ้งไว้ข้างหนึ่ง เพื่อรับการเฆี่ยนตี (ดู 17:32 คำอธิบาย 1).
ลก. 14:35 ก ลก.13:28
ลก. 14:35 ข มธ.11:15; วว.2:7, 11, 17, 29; 3:6, 13, 22
สารบัญ