ลูกา บทที่ 13
(15) ทรงสอนให้กลับใจ
13:1-9
13:1-9
ลก.
13:1 1ขณะนั้นมีบางคนอยู่ที่นั่นเล่าเรื่องชาวกฆาลิลายซึ่งขปีลาตเอาเลือดเขาระคนกับเครื่องบูชาให้พระองค์ฟัง.
ลก.
13:2 พระเยซูจึงตรัสตอบเขาว่า "ท่านทั้งหลายคิดว่า ชาวฆาลิลายเหล่านั้นเป็นคนบาปยิ่งกว่าชาวฆาลิลายอื่นๆ ทั้งปวง เพราะว่าเขาได้ถูกทำร้ายอย่างนั้นหรือ?
ลก.
13:3 เราบอกท่านทั้งหลายว่า มิใช่ แต่ถ้าท่านทั้งหลายมิได้กกลับใจเสียใหม่จะต้องขพินาศเหมือนกัน.
ลก.
13:4 หรือสิบแปดคนนั้นซึ่งหอที่กซีโลอามได้พังทับเขาตายเสียนั้น ท่านทั้งหลายคิดว่า เขาเป็นหนี้บาปยิ่งกว่าคนทั้งปวงที่อาศัยในกรุงเยรูซาเล็มหรือ?
ลก.
13:5 เราบอกท่านทั้งหลายว่า มิใช่ แต่ถ้าท่านทั้งหลายมิได้กลับใจเสียใหม่จะต้องพินาศเหมือนกัน?
ลก.
13:6 1และพระองค์ตรัส2คำอุปมาต่อไปนี้ว่า "ชายคนหนึ่งมีกต้นมะเดื่อเทศต้นหนึ่งปลูกไว้ในขสวนองุ่นของตน. และท่านมาหาผลที่ต้นนั้นก็ไม่พบ.
ลก.
13:7 ท่านจึงว่าแก่ผู้ดูแลสวนองุ่นว่า 'ดูเถิด เรามาหาผลที่ต้นมะเดื่อเทศนี้ได้สามปีแล้วแต่ไม่พบ. จงกตัดโค่นทิ้งเสีย จะให้1รกดินเปล่าๆ ทำไม?'
ลก.
13:8 แต่ผู้ดูแลสวนองุ่นตอบเขาว่า 'นายเจ้าข้า ขอปล่อยไว้อีกปีหนึ่ง ให้ข้าพเจ้าพรวนดิน เอาปุ๋ยใส่.
ลก.
13:9 แล้วถ้าวันข้างหน้ามันเกิดผลก็ดีอยู่ ถ้าไม่[เกิดผล]แล้วค่อยโค่นมันเสีย.' "
(16) ทรงรักษาหญิงหลังโกงในวันซะบาโต
13:10-17
13:10-17
ลก.
13:10 พระองค์กำลังสั่งสอนอยู่ที่กธรรมศาลาแห่งหนึ่งในวันซะบาโต.
ลก.
13:11 ดูเถิด มีหญิงคนหนึ่งซึ่งมี1กวิญญาณที่ทำให้เจ็บป่วยเข้าสิงอยู่สิบแปดปีมาแล้ว2หลังโกงยืดตัวขึ้นไม่ได้เลย.
ลก.
13:12 เมื่อพระเยซูเห็นจึงเรียกเธอมาและตรัสแก่เธอว่า "หญิงเอ๋ย ตัวเจ้าหลุดพ้นจากโรคของเจ้าแล้ว."
ลก.
13:13 พระองค์ทรงกวางพระหัตถ์ทั้งสองข้างบนเธอและในทันใดนั้น เธอก็ได้ยืดตัวตรงและขถวายสง่าราศีแด่พระเจ้า.
ลก.
13:14 แต่กนายธรรมศาลาก็1โกรธมาก เพราะพระเยซูได้ทรงรักษาโรคในวันซะบาโตจึงว่าแก่ฝูงชนว่า "มีขหกวันที่ควรจะทำการ ในหกวันนั้นจงมารับการรักษาโรคเถิด แต่คในวันซะบาโตนั้นอย่าเลย."
ลก.
13:15 แต่องค์พระผู้เป็นเจ้าตรัสตอบเขาว่า "โอ1กคนหน้าซื่อใจคด! เจ้าทั้งหลายทุกคนได้แก้โคแก้ลาจากรางหญ้า พาไปให้กินน้ำในขวันซะบาโตมิใช่หรือ?
ลก.
13:16 ฝ่ายผู้หญิงนี้เป็น1เชื้อสายของกอับราฮาม ซึ่งดูเถิด เธอถูก2ขซาตานผูกมัดไว้ได้สิบแปดปีแล้ว ไม่ควรที่จะให้เธอหลุดพ้นจากเครื่องจำจองนี้ใน3วันซะบาโตหรือ?"
ลก.
13:17 เมื่อพระองค์ตรัสคำเหล่านั้นแล้ว บรรดาคนที่ต่อต้านพระองค์ก็กอับอาย ส่วนฝูงชนก็ยินดีเพราะกิจการแห่งขสง่าราศีที่พระองค์ทรงกระทำ.
(17) ทรงสอนเกี่ยวกับอาณาจักรของพระเจ้าว่าเป็นเหมือนเมล็ดพันธุ์ผักกาด
และเชื้อในแป้ง
13:18-21
และเชื้อในแป้ง
13:18-21
ลก.
13:18 1พระเยซูจึงตรัสว่า "กอาณาจักรของพระเจ้าเหมือนสิ่งใด? และเราจะเปรียบอาณาจักรนั้นกับอะไรดี?
ลก.
13:19 ก็เปรียบเหมือนกเมล็ดมัสตาร์ดเมล็ดหนึ่งที่คนหนึ่งได้เอาไปปลูกในสวนของตน มันก็งอกขึ้นเป็นต้นไม้ และนกในอากาศมาทำรังที่กิ่งก้านของมัน."
ลก.
13:20 พระองค์ตรัสอีกว่า "เราจะเปรียบอาณาจักรของพระเจ้ากับสิ่งใด?
ลก.
13:21 ก็เปรียบเหมือนกเชื้อซึ่งผู้หญิงคนหนึ่งเอาเจือลงในแป้งขสามทะนาน จนแป้งนั้นคฟูขึ้นทั้งหมด."
(18) ทรงสอนเกี่ยวกับการเข้าสู่อาณาจักรของพระเจ้า
13:22-30
13:22-30
ลก.
13:22 พระองค์เสด็จไปสั่งสอนกตามบ้านตามเมือง ในระหว่างทางที่ดำเนินไปยังขกรุงเยรูซาเล็ม.
ลก.
13:23 มีคนหนึ่งทูลถามพระองค์ว่า "ข้าแต่องค์พระผู้เป็นเจ้า คนที่กรอดนั้นมีเพียงจำนวนน้อยหรือ?"
ลก.
13:24 พระเยซูตรัสแก่คนทั้งหลายว่า "จงกพยายามเข้าทาง1ขประตูคับแคบ เพราะเราบอกท่านทั้งหลายว่า ในอนาคตจะมีคนเป็นอันมากพยายามเข้าไป แต่จะเข้า2ไม่ได้.
ลก.
13:25 เมื่อเจ้าของบ้านลุกขึ้นมากปิดประตูแล้ว และท่านทั้งหลายยืนอยู่ภายนอกเคาะที่ประตูว่า 'ขข้าแต่องค์พระผู้เป็นเจ้า ขอเปิดให้ข้าพเจ้าเถิด' และพระองค์จะตอบท่านทั้งหลายว่า 'เราไม่รู้จักเจ้า และ[ไม่รู้ว่า]เจ้ามาจากไหน.'
ลก.
13:26 ขณะนั้นท่านทั้งหลายจะว่า 'พวกเราได้กกินได้ดื่มกับท่าน และท่านได้สั่งสอนตามถนนของพวกเรา.'
ลก.
13:27 พระองค์จะตรัสว่า 'เราบอกท่านทั้งหลายว่า เราไม่รู้ว่าพวกเจ้ามาจากไหน. เจ้าทั้งหลายผู้ทำการอธรรม จงกถอยไปจากเราเถิด.'
ลก.
13:28 ท่านทั้งหลายจะเห็นอับราฮาม, ยิศฮาค, ยาโคบ, และบรรดาผู้เผยพระวจนะใน1อาณาจักรของพระเจ้า แต่ท่านเองจะถูกกผลักทิ้งเสียภายนอก ซึ่งที่นั่นจะมี2ขการร้องไห้ขบเขี้ยวเคี้ยวฟัน.
ลก.
13:29 คนที่มาจากทิศตะวันออก, ทิศตะวันตก, ทิศเหนือ, และทิศใต้ จะมาเอนกาย[รับประทานอาหาร]ในกอาณาจักรของพระเจ้า.
ลก.
13:30 ดูเถิด จะมีผู้ที่อยู่1ข้างปลายกลับไปอยู่ข้างต้น และผู้ที่อยู่2ข้างต้นกลับไปอยู่ข้างปลาย."
(19) ทรงมุ่งตรงไปยังกรุงเยรูซาเล็ม
13:31-35
13:31-35
ลก.
13:31 ในโมงนั้นมีพวกกฟาริซายบางคนมาทูลพระองค์ว่า "ท่านจงไปจากที่นี่เถิดเพราะว่า ขเฮโรดใคร่จะ1ประหารชีวิตของท่านเสีย."
ลก.
13:32 พระองค์จึงตรัสแก่เขาว่า "จงไปบอกสุนัขจิ้งจอกนั้นว่า 'ดูเถิด เราขับผีและรักษาโรคใน1วันนี้และพรุ่งนี้ แล้วกวันที่สาม2การของเราขก็จะสำเร็จ.'
ลก.
13:33 แต่ถึงกระนั้น เรา1จำเป็นต้องเดินไปในวันนี้ พรุ่งนี้ และมะรืนนี้ เพราะว่า กผู้เผยพระวจนะจะถูกฆ่านอกขกรุงเยรูซาเล็มก็เป็นการไม่สมควร.
ลก.
13:34 โอ กเยรูซาเล็ม เยรูซาเล็มที่ได้1ฆ่าบรรดาผู้เผยพระวจนะและเอาขหินขว้างผู้ที่ถูกใช้มาหาเจ้าให้ถึงตาย! เราใคร่จะครวบรวมลูกของเจ้าไว้เนืองๆ เหมือนแม่ไก่กกลูกอยู่งใต้ปีกของมัน แต่พวกเจ้าจไม่ยอม
ลก.
13:35 ดูเถิด 1เรือนของเจ้าก็ถูกทิ้งไว้ให้เจ้า. และเราบอกเจ้าทั้งหลายว่า เจ้าจะไม่เห็นเราอีก จนกว่าเจ้าจะออกปากกล่าวว่า 'กขอให้คำสรรเสริญจงมีแด่ผู้ที่เสด็จมาในพระนามขององค์พระผู้เป็นเจ้า!'"
คำอธิบาย ลูกา บทที่ 13
ลก.
13:1 1 ขณะนั้น บ่งบอกว่า ข้อ 1-9 นี้ต่อเนื่องจากตอนจบของบทที่ 12 โดยจะกล่าวถึงการกลับใจให้ก้าวหน้าไปอีกขั้นหนึ่ง. ในข้อ 1-5 องค์พระผู้เป็นเจ้าทรงใช้เรื่องราวสองประการมาเตือนสติชาวยูดายว่า บัดนี้ก็เป็นเวลาที่เขาจะต้องกลับใจถ้าไม่เช่นนั้นแล้วพวกเขาคงจะต้องพินาศเหมือนกับผู้ถูกทำร้ายในเรื่องราวทั้งสองนั้น.
ลก.
13:1 ก กจ.5:37
ลก.
13:1 ข ลก.3:1
ลก.
13:3 ก ลก.3:3, 8; 5:32
ลก.
13:3 ข ยฮ.3:16
ลก.
13:4 ก นฮย.3:15; ยซย.8:6; ยฮ.9:7, 11
ลก.
13:6 1 คำว่า "และ" บ่งบอกว่า ข้อ 6-9 นี้ต่อเนื่องจากข้อที่กล่าวถึงการกลับใจในตอนต้นนั้น.
ลก.
13:6 2 คำอุปมานี้ชี้แจงว่าพระเจ้าผู้เป็นเจ้าของสวนได้เสด็จมาในพระบุตรเพื่อหาผลท่ามกลางชาวยูดาย ซึ่งก็คือต้นมะเดื่อเทศต้นนั้น (ดู มธ.21:19 คำอธิบาย 1) ที่ถูกปลูกไว้ในสวนองุ่นซึ่งก็คือแผ่นดินที่พระเจ้าทรงสัญญา (เทียบ มธ.21:33 คำอธิบาย 1). พระองค์ทรงมาเสาะหาผลที่ต้นมะเดื่อเทศนั้นมานานถึงสามปีแล้ว (ข้อ 7) ยังไม่พบอะไรเลยจึงประสงค์จะตัดมันทิ้งเสีย แต่พระบุตรของพระเจ้าซึ่งเป็นผู้ดูแลสวนได้อธิษฐานเผื่อเขาให้พระบิดาทรงอดทนต่อพวกเขาจนกว่าพระองค์จะทรงมาตายเพื่อเขา (พรวนดินรอบต้นมะเดื่อเทศ) และให้สารอาหารแก่เขา (เอาปุ๋ยใส่) โดยทรงหวังว่า เมื่อถึงเวลานั้นพวกเขาจะกลับใจเสียใหม่และบังเกิดผล ถ้าไม่เช่นนั้นแล้วพวกเขาก็จะถูกตัดทิ้ง. ใน 11:29-32 และ 42-52 ซึ่งเปิดเผยว่าพวกยูดายเป็นยุคสมัยที่ชั่วร้ายจึงยืนยันถึงการตีความเช่นนี้.
ลก.
13:6 ก มธ.21:19
ลก.
13:6 ข ยซย.5:1-2
ลก.
13:7 ก ลก.3:9; มธ.7:19
ลก.
13:7 1 ซึ่งก็คือทำให้สิ้นเปลืองดิน, แย่งแสงแดด, และรกเนื้อที่ (Bengel: เบงเกล).
ลก.
13:10 ก มธ.4:23; มก.6:2
ลก.
13:11 ก กจ.16:16
ลก.
13:11 1ก ดู มก.1:23 คำอธิบาย 1.
ลก.
13:11 2 แปลตามตรงคือ งอเข้าหากัน. ซึ่งเล็งถึงการที่ผีมารได้กดขี่มนุษย์จนถึงที่สุดจนทำให้มนุษย์ ตัวงอก้มลงสู่โลกของซาตานได้เพียงอย่างเดียว โดยไม่อาจยืนตรงมองดูฟ้าสวรรค์.
ลก.
13:13 ก ลก.4:40; มก.5:23; 16:18
ลก.
13:13 ข ลก.5:25; ลก.7:16; 17:15; 18:43
ลก.
13:14 ก ลก.8:41
ลก.
13:14 1 ซาตานไม่เพียงแต่ใช้วิญญาณชั่วมาสิงในผู้หญิงแต่ยังใช้นายธรรมศาลาที่มีใจร้อนรนต่อศาสนามาต่อต้านการที่องค์พระผู้เป็นเจ้าทรงปลดปล่อยหญิงนั้น. ศาสนามักจะถูกผู้ครอบงำหลอกใช้มากักกันให้พลไพร่ที่พระเจ้าทรงเลือกสรรต้องอยู่ภายใต้การกดขี่ของมันอยู่เสมอ.
ลก.
13:14 ข อซด.20:9; ยอค.46:1
ลก.
13:14 ค มธ.12:2
ลก.
13:15 ก ลก.12:56
ลก.
13:15 1ก ดู มธ.6:2 คำอธิบาย 2.
ลก.
13:15 ข ลก.14:5; มธ.12:11
ลก.
13:16 1 แปลตามตรงคือ บุตรี. เธอเป็นหนึ่งในเหล่าผู้ที่พระเจ้าทรงเลือกสรร.
ลก.
13:16 ก ลก.3:8; 19:9
ลก.
13:16 ข 1กธ.5:5; กจ.10:38
ลก.
13:16 2ข การที่ผีสิงในคน นั่นก็คือซาตานได้ผูกมัดคนไว้. ฉะนั้นการขับผีก็คือการทำให้ซาตานพ่ายแพ้ (มธ.12:29 คำอธิบาย 4).
ลก.
13:16 3 วันซะบาโตเป็นวันที่พระเจ้าทรงกำหนดให้มนุษย์ได้พักสงบ (ยนซ.2:3) ไม่ใช่ให้มนุษย์ถูกจำจอง.
ลก.
13:17 ก 1ปต.3:16
ลก.
13:17 ข ลก.13:13
ลก.
13:18 1 ข้อ 18-21 ให้ดูคำอธิบายใน มธ.13:31-33.
ลก.
13:18 ก ลก.4:43; 17:20-21
ลก.
13:19 ก มธ.13:31-32; 17:20; ลก.17:6
ลก.
13:21 ก มธ.13:33
ลก.
13:21 ข ยนซ.18:6
ลก.
13:21 ค 1กธ.5:6; ฆต.5:9
ลก.
13:22 ก มธ.9:35; มก.6:6
ลก.
13:22 ข ลก.13:33; 9:51; มก.10:32-33
ลก.
13:23 ก กจ.2:47; 1กธ.1:18; 2กธ.2:15
ลก.
13:24 ก มธ.11:12; ฮร.4:11
ลก.
13:24 ข มธ.7:13-14
ลก.
13:24 1ข ดู มธ.7:14 คำอธิบาย 1.
ลก.
13:24 2 หรือ ไม่มีกำลังเพียงพอที่จะเข้าได้.
ลก.
13:25 ก เทียบ มธ.25:10-12
ลก.
13:25 ข มธ.7:22-23; ลก.6:46
ลก.
13:26 ก เทียบ อซด.24:1
ลก.
13:27 ก มธ.7:23; 25:41
ลก.
13:28 1 ดู 4:43 คำอธิบาย 2. ชาวยูดายถามปัญหาเกี่ยวกับการได้รับความรอด (ข้อ 23). แต่องค์พระผู้เป็นเจ้าทรงตอบเกี่ยวกับการมีส่วนในอาณาจักรของพระเจ้าในยุคของอาณาจักรพันปี (ดู มธ.8:11 คำอธิบาย 2) ซึ่งเป็นส่วนที่รับสุขมากที่สุดในความรอดที่ครบสมบูรณ์ของพระเจ้าก่อนการรับสุขแห่งกรุงเยรูซาเล็มใหม่ในฟ้าสวรรค์ใหม่และแผ่นดินโลกใหม่ (วว.21:1-3ก, 5-7; 22:1-5).
ลก.
13:28 ก ลก.14:35
ลก.
13:28 ข มธ.24:51; 13:42, 50
ลก.
13:28 2ข ดู มธ.8:12 คำอธิบาย 4.
ลก.
13:29 ก ลก.14:15; 22:16, 30
ลก.
13:30 1 เล็งถึงชาวต่างชาติที่ได้รับความรอด เขาจะได้ต้อนรับองค์พระผู้ช่วยก่อนที่ชาวยูดายบางส่วนจะได้รับความรอด และเขาจะมีส่วนในอาณาจักรของพระเจ้าในอาณาจักรพันปี (ข้อ 29).
ลก.
13:30 2 เล็งถึงชาวยูดายที่เชื่อองค์พระผู้เป็นเจ้าหลัง จากที่ชาวต่างชาติได้เชื่อ (รม.11:25-26). ถ้อยคำนี้ถูกปรับใช้ในอีกนัยหนึ่งของ มธ.19:30; 20:16; มก.10:31 (ดู มธ.20:16 คำอธิบาย 1).
ลก.
13:31 ก มธ.19:3
ลก.
13:31 ข ลก.3:1; 9:7, 9; มธ.14:1-13
ลก.
13:31 1 นี่คือคำข่มขู่ของผู้ต่อต้าน.
ลก.
13:32 1 สิ่งนี้ชี้บ่งว่าองค์พระผู้เป็นเจ้าทรงมีตารางเวลาที่แน่นอนในการสำเร็จการปฏิบัติของพระองค์, ในการเดินจนสุดทางของพระองค์, และในการบรรลุถึงเป้าหมายของพระองค์โดยอาศัยการตายและเป็นขึ้นของพระองค์ซึ่งไม่มีผู้ใด แม้แต่เฮโรด
ก็ไม่สามารถขัดขวางการสำเร็จของเรื่องนี้.
ลก.
13:32 ก เทียบ ฮซอ.6:2; ลก.9:22; 24:7
ลก.
13:32 2 หรือ เราจะเดินจนสุดทางของเรา, เราก็จะบรรลุถึงเป้าหมายของเรา.
ลก.
13:32 ข ฮร.7:27-28; เทียบ ยฮ.17:4
ลก.
13:33 1 พระองค์ไม่ได้ถูกขัดขวางเพราะเหตุการข่มขู่ (ข้อ 31) จนไม่เสด็จไปที่กรุงเยรูซาเล็มเพื่อสำเร็จการตายแห่งการไถ่ แต่พระองค์ทรงเดินไปด้วยใจกล้า (มก.10:33) จนบรรลุถึงเป้าหมายแห่งการปฏิบัติทั้งหมดของพระองค์.
ลก.
13:33 ก มธ.21:11
ลก.
13:33 ข ลก.13:22
ลก.
13:34 ก ข้อ 34-35: มธ.23:37-39
ลก.
13:34 1 ข้อ 34-35 ให้ดูคำอธิบายใน มธ.23:37-39.
ลก.
13:34 ข มธ.21:35; กจ.7:59
ลก.
13:34 ค บพส.147:2 เทียบ มธ.24:31
ลก.
13:34 ง พบญ. 32:11; นรธ.2:12; บพส.17:8; 91:4; เทียบ อซด.19:4
ลก.
13:34 จ ยฮ.5:40
ลก.
13:35 1 เรือนนี้ก็คือบ้านของพระเจ้า, พระวิหารของพระเจ้า. เพราะเหตุชาวยูดายได้ปฏิเสธองค์พระผู้เป็นเจ้าผู้ทรงเป็นพระเจ้าที่ได้เสด็จมาในพระบุตรองค์พระผู้เป็นเจ้าจึงได้ปฏิเสธพระวิหาร โดยถือว่านั่นเป็นเรือนของพวกยูดายเองและทิ้งเรือนนั่น
ไว้ให้พวกเขา และปล่อยให้เรือนต้องเผชิญกับการถูกทำลายและกลายเป็นที่ร้างเปล่าไป.
ลก.
13:35 ก บพส.118:26; เทียบ ลก.19:38