การงานบรรณกิจของห้องสมุดกิตติคุณแห่งประเทศไทย
หากท่านต้องการมีส่วนในการงานบรรณกิจของห้องสมุดกิตติคุณแห่งประเทศไทย
ท่านสามารถมอบถวายทรัพย์โดยโอนเงินเข้าบัญชีของห้องสมุด:
ธนาคารกสิกรไทย สาขาพาราไดซ์ พาร์ค
ชื่อบัญชี: นายปิยะ ตั้งเสรีมั่นคง และ
นางสุมิตรา อดุลประวิตรชัย และ
นางสาวทานาธิบดี ชูมณี
เลขที่บัญชี: 218-3-99941-1

รบกวนส่งสลิปการโอนมาที่ Line ID: @gospelbookroom
1 2 3 4 5 6 7 8 9 10 11 12 13 14 15 16

มาระโก บทที่ 8

(13) ทรงเลี้ยงคนสี่พันคน
8:1-10
มก. 8:1 1คราวนั้นฝูงชนพากันมามากมายอีก และพวกเขาไม่มีอาหารกิน พระเยซูจึงเรียกเหล่าสาวกมาหา กตรัสแก่พวกเขาว่า
มก. 8:2 “เรามี1ใจกรุณาต่อฝูงชนเหล่านี้ เพราะพวกเขา1ค้างอยู่กับเราได้สามวันแล้วและ1ไม่มีอะไรจะกิน.
มก. 8:3 ถ้าเราจะให้พวกเขากลับไปบ้านเมื่อยังอดอาหารอยู่ พวกเขาจะ1หิวโหยสิ้นแรงลงกลางทาง เพราะว่าบางคน1มาแต่ไกล.”
มก. 8:4 เหล่าสาวกทูลตอบพระองค์ว่า “ในป่ากันดารนี้จะหาขนมปังให้ประชาชนเหล่านี้กินอิ่มได้ที่ไหน?”
มก. 8:5 พระองค์ตรัสถามพวกเขาว่า “พวกท่านมีขนมปังกี่ก้อน?” พวกเขาทูลว่า “มีเจ็ดก้อน.”
มก. 8:6 และพระองค์จึงสั่งฝูงชนให้นั่งลงที่ดิน ทรงหยิบขนมปังเจ็ดก้อนนั้น ทรงกล่าวกขอบพระคุณและหักออกแล้วยื่นให้เหล่าสาวกเพื่อแจกออกไป เหล่าสาวกจึงแจกให้ฝูงชน.
มก. 8:7 และพวกเขาก็ยังมีปลาเล็กๆ อยู่บ้าง พระองค์ทรงอวยพระพร แล้วจึงสั่งให้เอาปลานั้นแจกด้วย.
มก. 8:8 คนทั้งปวงก็ได้กินและกินอิ่มทุกคน. กเศษขนมปังที่เหลือนั้น พวกเขาเก็บได้1เจ็ดกระบุง.
มก. 8:9 1พวกเขามีจำนวนประมาณสี่พันคน. แล้วพระองค์ทรงให้พวกเขากลับไป.
มก. 8:10 กในทันใดนั้น พระองค์จึงเสด็จลงเรือกับเหล่าสาวกมาถึงเขตเมือง1ดาลมะนุธา.
(14) ไม่ทรงสำแดงการอัศจรรย์แก่พวกฟาริซาย
8:11-13
มก. 8:11 1และ2กพวกฟาริซายออกมาโต้เถียงกับพระองค์ พวกเขาได้แสวงหา3ขการอัศจรรย์ที่มาจากฟ้าสวรรค์จากพระองค์ หมายจะคล่อลวงพระองค์.
มก. 8:12 พระองค์ทรง1กถอนพระทัยอย่างลึกๆ ในวิญญาณของพระองค์แล้วตรัสว่า “คนยุคนี้แสวงหาการอัศจรรย์ทำไม? เราบอกเจ้าทั้งหลายตามจริงว่า จะ2ไม่โปรดให้มีการอัศจรรย์แก่คนยุคนี้.”
มก. 8:13 แล้วพระองค์เสด็จไปจากพวกเขาและลงเรือข้ามฟากไปอีก.
(15) ทรงเตือนพวกสาวก
ให้ระวังเชื้อของพวกฟาริซายและเฮโรด
8:14-21
มก. 8:14 ฝ่ายเหล่าสาวกลืมเอาขนมปังไป และในเรือพวกเขามีขนมปังอยู่ก้อนเดียวเท่านั้นและไม่มี[อาหาร]อื่นเลย.
มก. 8:15 และพระองค์ทรงกำชับเหล่าสาวกว่า “จงระวังและป้องกัน1กเชื้อของพวกฟาริซายและเชื้อของขเฮโรดให้ดี.”
มก. 8:16 เหล่าสาวกจึง1ถกเหตุผลกันว่า “เห็นจะเป็นเพราะพวกเราไม่มีขนมปัง.”
มก. 8:17 เมื่อพระเยซูกทรงทราบจึงตรัสแก่พวกเขาว่า “เหตุไฉนพวกท่านจึงพูดกันถึงเรื่องไม่มีขนมปัง? ท่านยังไม่รู้และยังไม่ขเข้าใจอีกหรือ? ใจของท่านยังคแข็งกระด้างหรือ?
มก. 8:18 มีตาแล้วยังกไม่เห็นหรือ? มีหูแล้วยังไม่ได้ยินหรือ? ท่านทั้งหลายจำไม่ได้หรือ?
มก. 8:19 เมื่อเราหักขนมปังกห้าก้อนให้แก่คนห้าพันคนนั้น ท่านทั้งหลายเก็บเศษที่เหลือนั้นได้กี่ตะกร้า?” พวกเขาทูลตอบว่า “สิบสองตะกร้า.”
มก. 8:20 “เมื่อ[เราหัก]ขนมปังกเจ็ดก้อนให้แก่คนสี่พันคนนั้น ท่านทั้งหลายเก็บเศษที่เหลือนั้นได้กี่กระบุง?” เขาทูลตอบว่า “เจ็ดกระบุง.”
มก. 8:21 พระองค์จึงตรัสแก่พวกเขาว่า “พวกท่านยังไม่กเข้าใจอีกหรือ?”
(16) ทรงรักษาคนตาบอดที่เบธซายะดา
8:22-26
มก. 8:22 พระองค์กับสาวกจึงมาถึงกเมืองเบธซายะดา และเขาพา1คนตาบอดคนหนึ่งมาหาพระองค์ ทูลอ้อนวอนขอให้พระองค์โปรดถูกต้องคนนั้น.
มก. 8:23 พระองค์1กได้ทรงจูงมือคนตาบอด2พาออกไปนอกหมู่บ้าน. เมื่อได้ทรง3ขบ้วนน้ำลายลงที่ตาของคนนั้น และ4ควางพระหัตถ์บนเขาแล้ว พระองค์จึงตรัสถามว่า “เจ้าเห็นสิ่งใดบ้างหรือไม่?”
มก. 8:24 คนนั้นเงยหน้าดูแล้วทูลว่า “ข้าพเจ้า1แลเห็นคนเหมือนต้นไม้ เดินไปเดินมา.”
มก. 8:25 ดังนั้นพระองค์จึงวางพระหัตถ์บนตาเขาอีก แล้วเขาก็เพ่งดูและตาก็1หายเป็นปกติ และเห็นสิ่งทั้งหลายได้ชัด.
มก. 8:26 พระองค์ให้คนนั้นกลับไปยังบ้านของตน แล้วตรัสว่า “1อย่าเข้าไปในหมู่บ้านนั้นเลย2.”
(17) ทรงเปิดเผยถึงการตายและการเป็นขึ้นของพระองค์เป็นครั้งแรก
8:27—9:1
มก. 8:27 1และพระเยซูกับเหล่าสาวกออกไปยังหมู่บ้านต่างๆ ในเมืองกกายซาไรอาฟิลิปปอย. เมื่ออยู่ตามทางนั้นพระองค์ตรัสถามเหล่าสาวกว่า ขคนทั้งหลายพูดกันว่าเราเป็นผู้ใด?
มก. 8:28 พวกเขาทูลตอบพระองค์ว่า “มีคนว่าเป็นกโยฮันผู้ให้บัพติศมา แต่บางคนว่าเป็นขเอลียา และบางคนว่าเป็นคนหนึ่งในพวกผู้เผยพระวจนะ.”
มก. 8:29 พระองค์จึงตรัสถามพวกเขาว่า “ฝ่ายพวกท่านว่าเราเป็นผู้ใดเล่า?” เปโตรทูลตอบว่า “พระองค์ทรงเป็นกพระคริสต์นั้น!”
มก. 8:30 แล้วพระองค์จึงตรัสกำชับเหล่าสาวก1ไม่ให้พวกเขาบอกกผู้ใดเกี่ยวกับพระองค์.
มก. 8:31 1แล้วพระองค์กก็เริ่มต้นกล่าวสั่งสอนเหล่าสาวกว่า “ขบุตรมนุษย์จะต้องทนทุกข์ทรมานหลายประการ พวกผู้อาวุโส, พวกหัวหน้าปุโรหิต, และพวกธรรมาจารย์จะคปฏิเสธพระองค์ และงฆ่าพระองค์เสีย เมื่อล่วงไปได้จสามวัน พระองค์จะฉเป็นขึ้น.”
มก. 8:32 คำเหล่านี้พระองค์ตรัสกอย่างเปิดเผย. ฝ่ายเปโตรดึงพระองค์ไปด้านข้างแล้วทูลติเตียนพระองค์.
มก. 8:33 พระองค์จึงหันมาดูเหล่าสาวกแล้วติเตียนเปโตรว่า “กอ้ายซาตานจงถอยไปข้างหลังเรา! เพราะเจ้ามิได้ขคิดในเรื่องราวของพระเจ้า แต่คิดในเรื่องราวของมนุษย์.”
มก. 8:34 พระองค์จึงทรงร้องเรียกฝูงชนกับเหล่าสาวกให้เข้ามาหาแล้วตรัสแก่พวกเขาว่า “ถ้าผู้ใดจะใคร่ตามเรามา ให้ผู้นั้นปฏิเสธตนเองและแบกกกางเขนของตนตามเรามา.
มก. 8:35 เพราะว่าผู้ใดใคร่จะช่วยกชีวิตฝ่ายจิตของตนให้รอด ก็จะสูญเสียชีวิตฝ่ายจิตแต่ผู้ใดยอมสูญเสียชีวิตฝ่ายจิตของตนเพราะเห็นแก่เราและขกิตติคุณ ผู้นั้นก็ได้ช่วยชีวิตฝ่ายจิตให้รอด
มก. 8:36 เพราะถ้าผู้ใดจะกได้[สิ่งของ]สิ้นทั้งโลก แต่ต้องชดเชยด้วยชีวิตฝ่ายจิตของตน ผู้นั้นจะได้ประโยชน์อะไร?
มก. 8:37 เพราะใครจะสามารถเอาอะไรมากแลกกับชีวิตฝ่ายจิตของตนได้เล่า?
มก. 8:38 เพราะถ้าผู้ใดกมีความอับอายต่อเราและถ้อยคำของเราในขยุคแห่งความบาปชั่วและคบชู้ บุตรมนุษย์ก็จะมีความอับอายต่อผู้นั้น ในเวลาเมื่อพระองค์จะคเสด็จมาด้วยสง่าราศีแห่งพระบิดาร่วมกับเหล่างทูตสวรรค์ผู้บริสุทธิ์.”

คำอธิบาย มาระโก บทที่ 8

มก. 8:1 1 ข้อ 1-10 ให้ดูคำอธิบายใน มธ.15:32-39.
มก. 8:1 ก ข้อ 1-10: มธ.15:32-39; เทียบ มก.6:34-44
มก. 8:2 1 ในที่นี้ คุณธรรม, ความกรุณา, ความเห็นใจ, และการทะนุถนอมเอาใจใส่ขององค์ผู้ทาสพระผู้ช่วย ก็ได้สำแดงออกอย่างมีชีวิตชีวาและหวานชื่นในสภาพมนุษย์ของพระองค์.
มก. 8:3 1 ดูข้อ 2 คำอธิบาย 1.
มก. 8:6 ก ลก.22:19; ยฮ.6:11; กจ.27:35
มก. 8:8 ก 2พกษ.4:43-44
มก. 8:8 1 ดู 6:43 คำอธิบาย 1.
มก. 8:9 1 สำเนาต้นฉบับบางเล่มเป็น พวกที่ได้กินแล้ว.
มก. 8:10 ก มก.7:35; 9:15
มก. 8:10 1 ดาลมะนุธาบางทีคงจะเป็นหมู่บ้านหนึ่งในเมืองมากาดาน (มธ.15:39). อาจเป็นที่แห่งหนึ่งซึ่งอยู่ทางตะวันตกของทะเลฆาลิลาย.
มก. 8:11 1 ข้อ 11-21 ให้ดูคำอธิบายใน มธ.16:1-12.
มก. 8:11 ก ข้อ 11-21: มธ.16:1-12
มก. 8:11 2ก ดู 2:6 คำอธิบาย 1. มีความหมายเหมือนกันตลอดทั้งบท.
มก. 8:11 ข มธ.12:38; ลก.11:16; 21:11; ยฮ.6:30; 1กธ.1:22
มก. 8:11 3ข แปลตามตรงคือ เครื่องหมาย, เครื่องหมาย. ชี้ถึงการอัศจรรย์ที่มีความหมายฝ่ายวิญญาณ.
มก. 8:11 ค มก.10:2; 12:15; ยฮ.8:6
มก. 8:12 ก มก.7:34
มก. 8:12 1ก สิ่งนี้ก็เป็นคุณธรรมแห่งสภาพมนุษย์ขององค์พระผู้เป็นเจ้าด้วย โดยได้บ่งบอกถึงความรู้สึกที่หดหู่ของพระองค์ที่มีต่อมนุษย์.
มก. 8:12 2 แปลตามตรงคือ ถ้าจะทรงโปรดประทานการอัศจรรย์แก่คนยุคนี้. นี่เป็นไวยากรณ์ของภาษาเฮ็บราย เช่นเดียวกับ ฮร.3:11.
มก. 8:15 ก ลก.12:1; 1กธ.5:6-8; ฆต.5:9
มก. 8:15 1ก ดู มธ.13:33 คำอธิบาย 1. เชื้อของพวกฟาริซายก็คือความหน้าซื่อใจคดของพวกเขา (ลก.12:1) และเชื้อของเฮโรดก็คือความเสื่อมโทรมและความอยุติธรรมในด้านการเมืองของเขา (ดู 6:27 คำอธิบาย 1).
มก. 8:15 ข ลก.13:31-32; มก.3:6; 12:13
มก. 8:16 1 สำเนาต้นฉบับบางเล่มเป็น พูดต่อกันและกันว่า พวกเขาไม่มีขนมปัง.
มก. 8:17 ก มธ.26:10
มก. 8:17 ข มก.4:12; 7:18
มก. 8:17 ค มก.6:52
มก. 8:18 ก ยซย.42:18, 20; ยรม.5:21; ยอค.12:2; มธ.13:13-14
มก. 8:19 ก มก.6:41
มก. 8:20 ก มก.8:6
มก. 8:21 ก มก.6:52
มก. 8:22 ก มก.6:45
มก. 8:22 1 เป็นเครื่องหมายเล็งถึง ผู้ที่สูญเสียสายตาภายใน, ผู้ที่ตาบอดฝ่ายวิญญาณ (กจ.26:18; 2ปต.1:9)
มก. 8:23 ก มก.5:41; 9:27
มก. 8:23 1ก ในที่นี้ความรัก, ความสนิทสนม, และความเอาใจใส่ขององค์ผู้ทาสพระผู้ช่วยที่มีต่อมนุษย์ที่มีความต้องการก็ได้สำแดงออกซึ่งสภาพมนุษย์ของพระองค์. ดู 9:36 คำอธิบาย 1.
มก. 8:23 2 สิ่งนี้อาจชี้ให้เห็นว่า องค์ผู้ทาสพระผู้ช่วยจะไม่ยอมให้สิ่งที่พระองค์ทรงกระทำแก่คนตาบอดผู้นี้ได้ปรากฏแก่สายตาและเป็นที่รู้จักของฝูงชนเพราะพระองค์สั่งห้ามเขามิให้เข้าไปในหมู่บ้าน (ข้อ 26). ถ้าพูดในด้านฝ่ายวิญญาณแล้ว สิ่งนี้อาจจะชี้ให้เห็นอีกว่าองค์ผู้ทาสพระผู้ช่วยทรงประสงค์ให้คนตาบอดมีเวลามาติดต่อกับพระองค์เป็นการส่วนตัวและสนิทสนมเพื่อให้พระองค์สามารถซึมซาบองค์ประกอบแห่งการฟื้นฟูสายตาเข้าสู่ภายในเขา. ผู้ที่ตาบอดฝ่ายวิญญาณทุกคนจำต้องมีเวลาเช่นนี้มาติดต่อกับองค์ผู้ทาสพระผู้ช่วย
มก. 8:23 ข มก.7:33
มก. 8:23 3ข ตาบอดมีความสัมพันธ์เกี่ยวข้องกับความมืด (กจ.26:18). ถ้าต้องการมองเห็นก็ต้องมีแสงสว่าง. น้ำลายขององค์ผู้ทาสพระผู้ช่วยเป็นเครื่องหมายเล็งถึงพระคำที่ออกมาจากพระโอษฐ์ของพระองค์ (ดู ยฮ.9:6 คำอธิบาย 1) ซึ่งถ่ายทอดความสว่างแห่งชีวิตให้แก่ผู้ที่ต้อนรับ เพื่อฟื้นฟูสายตาของเขา. การบ้วนน้ำลายขององค์ผู้ทาสพระผู้ช่วยประกอบกับการวางพระหัตถ์ของพระองค์ ย่อมอุดมสมบูรณ์กว่าคำขอร้องของผู้ที่พาคนตาบอดมาให้พระองค์สัมผัส.
มก. 8:23 ค มก.5:23
มก. 8:23 4ค บ่งชี้ว่าองค์ผู้ทาสพระผู้ช่วยเป็นอันหนึ่งอันเดียวกับคนตาบอด เพื่อถ่ายเทองค์ประกอบแห่งการรักษาของพระองค์เข้าสู่ภายในเขา.
มก. 8:24 1 นี่อาจแสดงให้เห็นถึงสายตาฝ่ายวิญญาณของคนๆ หนึ่ง. ในระยะแรกของการได้รับการฟื้นฟูฝ่ายวิญญาณนั้น เขาอาจจะมองเห็นสิ่งของฝ่ายวิญญาณ ในทำนองเดียวกันกับคนตาบอดคนนี้ ซึ่งมองเห็นคนเหมือนต้นไม้เดินไปเดินมา. เมื่อสายตาของเขาได้ฟื้นฟูก้าวหน้าไปอีกขั้นหนึ่งแล้ว เขาก็สามารถมองเห็นทุกสิ่งชัดเจน.
มก. 8:25 1 ดู 1:31 คำอธิบาย 1.
มก. 8:26 1 ตั้งแต่ต้นจนปลายแห่งการปรนนิบัติขององค์ผู้ทาสพระผู้ช่วยซึ่งเป็นผู้ทาสของพระเจ้าผู้นี้พระองค์ไม่เคยชอบที่จะแพร่งพรายตัวเอง. ดู 1:44 คำอธิบาย 1. นี่เป็นหนึ่งในคุณธรรมที่พระองค์ทรงแสดงออกมา ซึ่งเป็นสิ่งที่หวานชื่นและน่ารัก.
มก. 8:26 2 สำเนาต้นฉบับบางเล่มเพิ่มข้อความว่า “และห้ามบอกคนที่อยู่ในหมู่บ้านนั้น”.
มก. 8:27 1 ข้อ 27-29 ให้ดูคำอธิบายใน มธ.16:13-16.
มก. 8:27 ก ข้อ 27-29: มธ.16:13-16
มก. 8:27 ข ลก.9:18
มก. 8:28 ก มก.6:14; มธ.14:2
มก. 8:28 ข มก.9:13; ลก.9:8; ยฮ.1:21
มก. 8:29 ก มธ.1:17; ยฮ.11:27; 20:31
มก. 8:30 1 องค์ผู้ทาสพระผู้ช่วย ไม่ประสงค์จะป่าวประกาศตัวเอง.
มก. 8:30 ก มธ.16:20; ลก.9:21
มก. 8:31 1 ข้อ 8:31-9:1 ดูคำอธิบายใน มธ.16:21-28.
มก. 8:31 ก 8:31-9:1; มธ.16:21-28; ลก.9:22-27
มก. 8:31 ข มก.9:12; มธ.17:22-23; ลก.24:7
มก. 8:31 ค มก.12:10; ลก.17:25; กจ.4:11; 1ปต.2:4
มก. 8:31 ง มก.9:31; 10:33-34
มก. 8:31 จ มธ.27:63; 12:40; ยฮ.2:19; เทียบ ลก.13:32
มก. 8:31 ฉ มก.9:9
มก. 8:31 ฉ มก.9:9
มก. 8:32 ก ยฮ.16:25
มก. 8:33 ก มธ.4:10; เทียบ ยฮ.6:70
มก. 8:33 ข รม.8:5-6
มก. 8:34 ก มธ.10:38-39; ลก.14:27
มก. 8:35 ก ยฮ.12:25
มก. 8:35 ข มก.10:29; 1กธ.9:23; 2ตธ.1:8; ฟม.13
มก. 8:36 ก เทียบ ลก.12:20
มก. 8:37 ก เทียบ บพส. 49:7-9
มก. 8:38 ก รม.1:16; 2ตธ.1:8, 12, 16
มก. 8:38 ข มธ.12:39; ยก.4:4
มก. 8:38 ค ซคย.14:5; มธ.25:31; 1ธซ.4:16; ยด.14; วว.1:7
มก. 8:38 ง กจ.10:22; วว.14:10
สารบัญ