มาระโก บทที่ 6
(4) ทรงถูกมนุษย์ดูหมิ่น
6:1-6
6:1-6
มก.
6:1 ฝ่ายพระเยซูได้เสด็จจากที่นั่นกไปยังภูมิลำเนาของพระองค์และเหล่าสาวกก็ตามพระองค์ไป.
มก.
6:2 เมื่อถึงวันซะบาโตแล้ว พระองค์1ทรงสอนในกธรรมศาลา และเมื่อคนเป็นอันมากได้ยินพระองค์ก็ขประหลาดใจนักพูดกันว่า “ชายคนนี้ได้สิ่งต่างๆ เหล่านี้มาแต่ไหน? สติปัญญาที่[ได้]ประทานแก่ผู้นี้เป็นสติปัญญาอย่างใด จึงทำการอิทธิฤทธิ์อย่างนี้สำเร็จได้ด้วยมือของเขา?
มก.
6:3 คนนี้เป็น1ช่างไม้บุตรนางมาเรียมิใช่หรือ? และเป็นกพี่ชายของยาโกโบ, โยเซ, ยูดา, และซีโมนมิใช่หรือ? และน้องสาวของเขาก็อยู่ที่นี่กับเรามิใช่หรือ?” เขาทั้งหลายจึงพากันขสะดุดเพราะพระองค์.
มก.
6:4 ฝ่ายพระเยซูตรัสแก่พวกเขาว่า “กผู้เผยพระวจนะไม่ขาดการนับถือเว้นแต่ในภูมิลำเนาของตน, ท่ามกลางญาติพี่น้องของตน, และในเรือนของตน.”
มก.
6:5 และพระองค์1ไม่สามารถกระทำการอิทธิฤทธิ์ที่นั่น นอกจากได้กวางพระหัตถ์บนคนป่วยบางคน และ2รักษาพวกเขาให้หายโรค.
มก.
6:6 และพระองค์ก็กอัศจรรย์ในพระทัย เพราะความไม่เชื่อของพวกเขา แล้วพระองค์จึงเสด็จไปสั่งสอนทั่วขหมู่บ้านโดยรอบ.
(5) ทรงใช้สาวกออกไป
6:7-13
6:7-13
มก.
6:7 พระเยซูทรงกเรียก[สาวก]สิบสองคนมา แล้วทรงใช้พวกเขาให้ออกไปกลุ่มละสองคน ทรงโปรดให้เขามี1ขอำนาจเหนือวิญญาณโสโครก.
มก.
6:8 และตรัสสั่งพวกเขากไม่ให้เอาอะไรไปใช้ตามทาง เว้นแต่ไม้เท้าสิ่งเดียว 1ห้ามเอา2อาหาร หรือย่าม หรือสตางค์ใส่ไถ้ไป.
มก.
6:9 แต่ให้สวมรองเท้า และไม่ให้สวม1เสื้อในสองตัวไป.
มก.
6:10 แล้วพระองค์ตรัสกับพวกเขาว่า “ถ้าไปแห่งไหนเมื่อเข้าในเรือนใด ก็จงอาศัยในเรือนนั้นกว่าจะ1ไปจากที่นั่น.
มก.
6:11 และถ้าแห่งใดไม่ต้อนรับหรือไม่ฟังท่านทั้งหลาย เมื่อจะไปจากที่นั่น กจงสะบัดผงคลีดินใต้ฝ่าเท้าของท่านออก เพื่อเป็นพยาน1ต่อต้านพวกเขา.”
มก.
6:12 ฝ่ายเหล่าสาวกก็ออกไป1กประกาศให้[ผู้คน]ขกลับใจเสียใหม่.
มก.
6:13 เขาได้1ขับผีให้ออกเสียหลายผี และได้เอาน้ำมันกชโลมคนเจ็บป่วยหลายคนให้หายโรค.
(6) การพลีชีพของผู้บุกเบิก
6:14-29
6:14-29
มก.
6:14 ฝ่ายกษัตริย์เฮโรดกได้ยินถึงพระองค์ เพราะว่าชื่อเสียงของพระองค์ได้เลื่องลือไป บางคนพูดว่า “ขโยฮันผู้ให้บัพติศมาเป็นขึ้นมาจากท่ามกลางคนตายแล้ว เพราะเหตุการอิทธิฤทธิ์เหล่านี้1ได้ปรากฏบนตัวเขา.”
มก.
6:15 แต่คนอื่นๆ ว่า พระองค์เป็นกเอลียา และยังมีบางคนว่าเป็นขผู้เผยพระวจนะเหมือนคนหนึ่งในพวกผู้เผยพระวจนะ.
มก.
6:16 ฝ่ายเฮโรดเมื่อทรงฟังแล้วจึงตรัสว่า “คือโยฮันนั่นเองที่เราได้กตัดศีรษะเสีย ท่านได้เป็นขึ้นมาแล้ว.”
มก.
6:17 ด้วยว่าเฮโรดได้ใช้[คน]ไปจับโยฮันล่ามโซ่ขังไว้ในกคุก เพราะเห็นแก่นางขเฮโรเดียภรรยาของฟีลิปผู้เป็นน้องชายของตน ด้วยเฮโรดได้รับนางนั้นเป็นภรรยาของตน.
มก.
6:18 เพราะโยฮันได้เคยทูลเฮโรดว่า “ท่านรับภรรยาของกน้องชายมาเป็นภรรยาของตนเป็นเรื่องที่ไม่ถูกต้องตามกฏบัญญัติ.”
มก.
6:19 นางเฮโรเดียจึงผูกพยาบาทโยฮันและปรารถนาจะฆ่าเสีย แต่ฆ่าไม่ได้.
มก.
6:20 เพราะเฮโรดยำเกรงกโยฮัน ด้วยรู้ว่าท่านเป็นขคนชอบธรรมและบริสุทธิ์ เฮโรดจึงได้ป้องกันไว้. เมื่อเฮโรดได้ยิน[คำสั่งสอน]ของท่านก็ทำให้ฉงนสนเท่ห์นัก แต่ก็ยังยินดีอยากคฟัง.
มก.
6:21 ครั้นอยู่มาวันหนึ่งเป็นโอกาสดี คือเป็นกวันเกิดของเฮโรด เฮโรดได้จัดขงานเลี้ยงให้กับขุนนางกับพวกนายพันและคนสำคัญๆ ทั้งปวงในมณฑลฆาลิลาย.
มก.
6:22 เมื่อบุตรีของนางเฮโรเดียเข้ามาเต้นรำ ทำให้กษัตริย์เฮโรดและคนทั้งปวงซึ่งเอนกาย[รับประทาน]อยู่ด้วยกันนั้นชอบใจ. กษัตริย์จึงตรัสกับหญิงสาวนั้นว่า “เจ้าจะขอสิ่งใดจากเรา เราก็จะให้.”
มก.
6:23 และกษัตริย์จึงปฏิญาณอย่างจริงจังว่า “เจ้าจะขอสิ่งใดจากเรา เราจะให้สิ่งนั้นจนถึงกครึ่งหนึ่งของอาณาจักร.”
มก.
6:24 หญิงสาวนั้นจึงออกไปถามมารดาว่า “ฉันจะขอสิ่งใดดี? มารดาจึงบอกว่าจงขอศีรษะของโยฮันผู้ให้บัพติศมาเถิด.”
มก.
6:25 กในทันใดนั้นหญิงสาวก็รีบเข้าไปเฝ้ากษัตริย์ทูลว่า “หม่อมฉันขอศีรษะของโยฮันผู้ให้บัพติศมาใส่ถาดมาให้หม่อมฉันเดี๋ยวนี้.”
มก.
6:26 กษัตริย์ทรงเป็นทุกข์นัก แต่เพราะเหตุได้ปฏิญาณไว้ และเพราะเห็นแก่คนทั้งปวงซึ่งเอนกาย[รับประทาน]อยู่นั้นก็ปฏิเสธไม่ได้.
มก.
6:27 กในทันใดนั้นกษัตริย์จึงสั่งทหารยามให้ไปตัดศีรษะโยฮันมา. เพชฌฆาตก็ไป1ขตัดศีรษะโยฮันในคุก
มก.
6:28 และนำศีรษะของเขาใส่ถาดมาให้แก่หญิงสาวนั้น หญิงสาวนั้นก็เอาไปให้แก่มารดา.
มก.
6:29 เมื่อกสาวกของโยฮันได้ยิน ก็พากันมารับเอาศพของท่านไปฝังไว้ในอุโมงค์.
(7) ทรงเลี้ยงคนห้าพันคน
6:30-44
6:30-44
มก.
6:30 ฝ่ายกอัครทูตชุมนุมกันมาหาพระเยซู และได้ขทูลพระองค์ถึงทุกสิ่งซึ่งเขาได้กระทำและได้สั่งสอน.
มก.
6:31 แล้วพระองค์ตรัสแก่พวกเขาว่า “มาเถิด ท่านทั้งหลายจงไปหาที่สงัดในกป่า หยุดพักหายเหนื่อยสักหน่อยหนึ่ง. เพราะว่ามีคนไปมาเป็นอันมากจน1ไม่มีโอกาสที่จะขรับประทาน[อาหาร]ได้.”
มก.
6:32 1กพระองค์จึงเสด็จลงเรือกับเหล่าสาวกไปยังที่สงัดตามลำพัง.
มก.
6:33 คนเป็นอันมากได้เห็นพระองค์กับสาวกเดินทางไปและกจำได้ จึงพากันวิ่งออกจากบ้านเมืองทั้งปวงไปถึงที่นั่นก่อน.
มก.
6:34 เมื่อเสด็จลงจากเรือแล้ว พระองค์ได้เห็นฝูงชนหมู่ใหญ่ พระองค์ก็ทรง1กมีใจกรุณาต่อพวกเขา เพราะว่าพวกเขาเป็นเหมือนกับฝูงแกะที่ไม่มีผู้เลี้ยง พระองค์จึงสั่งสอนพวกเขาเป็นหลายข้อหลายประการ.
มก.
6:35 เมื่อเวลาเย็นลงมากแล้ว เหล่าสาวกมาทูลว่า “ที่นี่เป็นที่สงัดและบัดนี้เวลาก็เย็นลงมากแล้ว.
มก.
6:36 กขอ[พระองค์]ให้ฝูงชนไปเสียเถิด เพื่อเขาจะได้ไปซื้ออาหารรับประทานตามหมู่บ้านที่อยู่รอบๆ แถบนี้.”
มก.
6:37 แต่พระองค์ตรัสตอบเหล่าสาวกว่า “พวกท่านกจงให้พวกเขารับประทานเถิด.” พวกเขาทูลพระองค์ว่า “จะให้พวกข้าพเจ้าไปซื้อขนมปังสองร้อย1เดนาริอันให้เขากินหรือ?”
มก.
6:38 พระองค์ตรัสกับพวกเขาว่า “กพวกท่านมีขนมปังอยู่กี่ก้อน? ไปดูเถิด.” เมื่อพวกเขารู้แล้วจึงทูลว่า “มีขนมปังห้าก้อนกับปลาสองตัว.”
มก.
6:39 พระองค์จึงสั่งเหล่าสาวกให้คนทั้งปวงนั่งรวมกันที่หญ้าเขียวสดเป็น1หมู่ๆ.
มก.
6:40 คนทั้งปวงก็ได้นั่งรวมกันเป็น1กลุ่ม กลุ่มละร้อยคนบ้าง ห้าสิบคนบ้าง.
มก.
6:41 พระองค์จึงทรงรับขนมปังห้าก้อนกับปลาสองตัวกเงยพระพักตร์ดูฟ้าสวรรค์ ทรงขอวยพระพรและหักขนมปังออกแล้วยื่นให้เหล่าสาวกเพื่อแจกแก่คนทั้งปวง และปลาสองตัวนั้นพระองค์ก็ทรงแบ่งให้ทั่วกันด้วย.
มก.
6:42 คนทั้งปวงก็ได้กิน และกินอิ่มกันทุกคน.
มก.
6:43 ฝ่ายสาวกเก็บเศษขนมปังและปลาที่เหลือนั้นได้1สิบสองตะกร้าเต็ม.
มก.
6:44 จำนวนผู้ชายที่ได้กินขนมปังนั้น มีห้าพันคน.
(8) ทรงดำเนินบนทะเล
6:45-52
6:45-52
มก.
6:45 1ในกทันใดนั้นพระองค์ทรงขเร่งให้เหล่าสาวกลงเรือคข้ามฟากไปยังงเมืองเบธซายะดาก่อน ส่วนพระองค์ได้รอส่งฝูงชนกลับบ้าน.
มก.
6:46 เมื่อลาจากพวกเขาแล้ว พระองค์ได้เสด็จขึ้นกภูเขาเพื่อจะ1ขอธิษฐาน.
มก.
6:47 เมื่อค่ำลงกเรือของเหล่าสาวกอยู่กลางทะเล ส่วนพระองค์อยู่บนฝั่งแต่ผู้เดียว.
มก.
6:48 แล้วทรงทอดพระเนตรเห็นเหล่าสาวกตีกรรเชียงลำบากเพราะทวนลมอยู่. ครั้นเวลายามสี่ของคืนนั้นพระองค์จึง1เสด็จดำเนินบนน้ำทะเลไปหาเหล่าสาวก และพระองค์ทรงตั้งพระทัยว่า จะดำเนินพ้นเขาไป.
มก.
6:49 แต่เมื่อเหล่าสาวกเห็นพระองค์ทรงดำเนินบนทะเล เขาสำคัญว่าเป็นผีแล้วพากันร้องอึงไป
มก.
6:50 เพราะว่าทุกคนเห็นพระองค์แล้วก็กตกใจ. แต่ขในทันใดนั้นพระองค์ตรัสแก่พวกเขาว่า “1คจงวางใจเถิด คือ2เราเอง อย่างกลัวเลย.”
มก.
6:51 พระองค์จึงเสด็จขึ้นไปหาพวกเขาบนเรือ แล้วลมก็กสงบเงียบลง. เหล่าสาวกก็ขประหลาดใจยิ่งนัก.
มก.
6:52 เหตุว่าเรื่องขนมปังนั้นเขายังไม่กเข้าใจ เพราะใจเขายังแข็งกระด้างอยู่.
(9) ทรงรักษาคนเจ็บป่วยในทุกแห่งหน
6:53-56
6:53-56
มก.
6:53 ครั้นกข้ามฟากไปแล้ว เขามาถึงแดนขเฆ็นเนซาเร็ธ และได้จอดเรือที่นั่น.
มก.
6:54 เมื่อขึ้นจากเรือแล้ว คนทั้งปวงก็กจำพระองค์ขได้ทันที.
มก.
6:55 พวกเขาก็รีบไปทั่วตลอดดินแดนนั้นเอาคนเจ็บใส่กที่นอนหามมายังที่ซึ่งเขาได้ยินข่าวว่าพระองค์อยู่นั้น.
มก.
6:56 และไม่ว่าพระองค์เสด็จเข้าไปในกหมู่บ้านใด, เมืองใด, หรือตำบลใด เขาก็เอาคนเจ็บป่วยมาวางขตามตลาด ทูลขอพระองค์โปรดให้คนเจ็บคแตะต้องแต่1พู่ห้อยเสื้อของพระองค์ และผู้ใดที่แตะต้องพระองค์ก็2หายโรคสิ้นทุกคน.
คำอธิบาย มาระโก บทที่ 6
มก.
6:1 ก ข้อ 1-6: มธ.13:54-58; ลก.4:16-24
มก.
6:2 1 ดู 1:21 คำอธิบาย 2. มีความหมายเหมือนกันตลอดทั้งบท.
มก.
6:2 ก มก.1:21, 39; มธ.4:23; ลก.6:6; 13:10; กจ.13:14
มก.
6:2 ข มก.6:51; 1:22; มธ.7:28
มก.
6:3 1 ดู มธ.13:55 คำอธิบาย 1. ถ้อยคำของผู้ดูหมิ่นซึ่งตาบอดในที่นี้อาจถือได้ว่าเป็นการสำเร็จตามคำพยากรณ์เกี่ยวกับองค์ผู้ทาสพระผู้ช่วยใน ยซย. 53:2-3 “เหมือนอย่างรากที่ผุดออกมาจากดินแห้ง ไม่มีรูปร่างที่ต้องตาหรือน่าเสน่หาที่จะชวนให้เรามองดู ไม่มีความสวยงามที่จะให้เราเชยชมเขาเป็นที่ดูหมิ่นและคนไม่คบหา.” นี่คือการรู้จักพระองค์ตามเนื้อหนังแห่งสภาพมนุษย์ของพระองค์ (2กธ.5:16) มิใช่ตามพระวิญญาณนั้นและตามสภาพพระเจ้าของพระองค์ (รม1:4). ในสภาพมนุษย์ของพระองค์ พระองค์ทรงเป็นรากที่ผุดออกมาจากดินแห้ง, หน่อที่ออกมาจากต้นของยิซัยและกิ่งที่แตกออกจากรากของยิซัย (ยซย.11:1), หน่อที่เกิดมาแต่ดาวิด (ยรม.23:5; 33:15), หน่อซึ่งเป็นมนุษย์และผู้รับใช้ของพระยะโฮวา (ซคย.3:8,6:12), ผู้เกิดมาจากเชื้อวงศ์ของดาวิดตามเนื้อหนัง (รม.1:3). ส่วนในสภาพพระเจ้าของพระองค์นั้น พระองค์ทรงเป็นหน่อแห่งพระยะโฮวาซึ่งมีความงามและสง่าราศี (ยซย.4:2), เป็นพระบุตรของพระเจ้าซึ่งถูกชี้หมายโดยฤทธิ์เดชตามพระวิญญาณนั้น (รม.1:4).
มก.
6:3 ก มก.3:31; มธ.12:46; ฆต.1:19
มก.
6:3 ข ยฮ.6:61
มก.
6:4 ก ยฮ.4:44
มก.
6:5 1 ดู มธ.13:58 คำอธิบาย 1.
มก.
6:5 ก มก.5:23
มก.
6:5 2 ดู 1:31 คำอธิบาย 1. มีความหมายเหมือนกันตลอดทั้งบท.
มก.
6:6 ก ยซย.59:16
มก.
6:6 ข มก.6:56; มธ.9:35; ลก.8:1; 13:22
มก.
6:7 ก มก.3:13-15; มธ.10:1; ลก.9:1-2
มก.
6:7 ข มก.3:15
มก.
6:7 1ข ดู 1:23 คำอธิบาย 1; มธ.10:1 คำอธิบาย 2.
มก.
6:8 ก ข้อ 8-11: มธ.10:9-14; ลก.9:3-5; 10:4-11
มก.
6:8 1 ดู มธ.10:9 คำอธิบาย 1.
มก.
6:8 2 แปลตามตรงคือ ขนมปัง.
มก.
6:9 1 คล้ายเสื้อเชิ้ตแต่สวมอยู่ด้านใน. มีความหมายเหมือนกันตลอดทั้งเล่ม.
มก.
6:10 1 แปลตามตรงคือ เดินออกไปจากที่นั่น.
มก.
6:11 ก กจ.13:51; เทียบ นฮย.5:13; กจ.18:6
มก.
6:11 1 หรือ เป็นพยานต่อเขาทั้งหลาย.
มก.
6:12 ก มธ.4:17; 10:7; ลก.9:6
มก.
6:12 1ก ดู 1:14 คำอธิบาย 3.
มก.
6:12 ข มก.1:4, 15
มก.
6:13 1 ดู 1:23 คำอธิบาย 1.
มก.
6:13 ก ยก.5:14
มก.
6:14 ก ข้อ 14-29: มธ.14:1-12; ลก.9:7-9
มก.
6:14 ข มก.8:28
มก.
6:14 1 ความหมายคือ ดำเนินการและปรากฏออกมา.
มก.
6:15 ก มก.9:11
มก.
6:15 ข พบญ.18:15; กจ.3:22; มธ.21:11; ลก.24:19
มก.
6:16 ก มก.6:27
มก.
6:17 ก มธ.11:2; ยฮ.3:24
มก.
6:17 ข ลก.3:19-20
มก.
6:18 ก ลวต.18:16; 20:21
มก.
6:20 ก มธ.21:26
มก.
6:20 ข ลก.1:75; อฟ.4:24; ฮร.12:10-11
มก.
6:20 ค มก.4:16; 12:37
มก.
6:21 ก เทียบ ยนซ.40:20
มก.
6:21 ข อธร.1:3; 2:18
มก.
6:23 ก อธร.5:3, 6; 7:2
มก.
6:25 ก มก.5:42; 6:27
มก.
6:27 ก มก.6:25, 45
มก.
6:27 ข มก.6:16
มก.
6:27 1ข สิ่งนี้บ่งบอกถึงความเกลียดชังของซาตานที่แสดงออกโดยความมืดและความอยุติธรรมของอำนาจฝ่ายโลกที่มีต่อผู้บุกเบิกที่สัตย์ซื่อขององค์ผู้ทาสพระผู้ช่วย. ดู มธ.14:10 คำอธิบาย 1.
มก.
6:29 ก มธ.9:14
มก.
6:30 ก มธ.10:2; ลก.6:13; 17:5; 22:14; 24:10
มก.
6:30 ข ลก.9:10
มก.
6:31 ก มธ.14:13
มก.
6:31 1 ดู 3:20 คำอธิบาย 2.
มก.
6:31 ข มก.3:20
มก.
6:32 ก ข้อ 32-44: มธ.14:13-21; ลก.9:10-17; ยฮ.6:1-13
มก.
6:32 1ก ข้อ 32-44 ให้ดูคำอธิบายใน มธ.14:13-21.
มก.
6:33 ก มก.6:54
มก.
6:34 ก มก.8:2; มธ.9:36; 15:32
มก.
6:34 1ก สิ่งนี้ได้แสดงถึงคุณธรรมในสภาพมนุษย์ขององค์ผู้ทาสพระผู้ช่วย ซึ่งได้ปฏิบัติออกมาโดยฤทธิ์เดชแห่งสภาพพระเจ้าของพระองค์ (เทียบ ข้อ 43 คำอธิบาย 1). คุณธรรมแห่งสภาพมนุษย์ของพระองค์ได้ผสมกลมกลืนเป็นหนึ่งกับฤทธิ์เดชแห่งสภาพพระเจ้าของพระองค์. สิ่งนี้แสดงว่าพระองค์ทรงเป็นทั้งพระเจ้าและมนุษย์.
มก.
6:36 ก มธ.15:39
มก.
6:37 ก 2พกษ.4:42-44
มก.
6:37 1 ดู ยฮ.6:7 คำอธิบาย 1.
มก.
6:38 ก มก.8:5
มก.
6:39 1 ในภาษากรีกชี้ถึงการแบ่งหมู่ในงานเลี้ยง. การนั่งลงเป็นหมู่ๆ ก็เท่ากับการนั่งลงเป็นโต๊ะๆ นั่นเอง. สิ่งนี้มีความหมายแฝงไว้เป็นนัยว่า การที่องค์พระผู้เป็นเจ้านำขนมปังและปลาให้คนทั้งปวงกินอิ่ม ก็เหมือนกับการจัดงานเลี้ยงให้กับแขก.
มก.
6:40 1 แปลตามตรงคือ แปลง. ในที่นี้เป็นการแบ่งแปลงของสวนดอกไม้ชี้ให้เห็นภาพของฝูงชนที่จัดนั่งเรียงกันเป็นรูปสี่เหลี่ยม. คนทั้งปวงได้นั่งเป็นรูปสี่เหลี่ยมทีละกลุ่มอย่างเป็นระเบียบ เมื่อดูแล้วก็เป็นเหมือนกับแปลงไม้ดอกไม้ประดับเป็นแปลงๆที่อยู่ในสวนดอกไม้. สิ่งนี้มีความหมายแฝงไว้เป็นนัยว่า ผู้ที่ได้รับการป้อนเลี้ยงจากองค์พระผู้เป็นเจ้านั้นก็เหมือนกับแปลงดอกไม้ที่หอมหวนและงดงาม (พพร.5:13; 6:2).
มก.
6:41 ก มก.7:34; ยฮ.11:41
มก.
6:41 ข มก.8:7; 14:22
มก.
6:43 1 นี่ไม่เพียงแต่แสดงให้เห็นถึงฤทธิ์เดชแห่งสภาพพระเจ้าในฐานะพระผู้สร้างขององค์ผู้ทาสพระผู้ช่วยผู้ทรงเรียกสิ่งของที่ไม่มีให้
มีขึ้นเท่านั้น (รม.4:17) แต่ยังเป็นเครื่องหมายเล็งถึงการหล่อเลี้ยงแห่งชีวิตอันศักดิ์สิทธิ์ที่ครบสมบูรณ์และไม่รู้สิ้นสุดของพระองค์อีกด้วย (อฟ.3:8; ฟป.1:19).
มก.
6:45 1 ข้อ 45-51 ให้ดูคำอธิบาย ใน มธ.14:22-32.
มก.
6:45 ก มก.6:27, 50
มก.
6:45 ข ข้อ 45-51: มธ.14:22-32; ยฮ.6:16-21
มก.
6:45 ค มก.4:35; มธ.8:18
มก.
6:45 ง มก.8:22; ลก.9:10
มก.
6:46 ก มก.3:13; ยฮ.6:15
มก.
6:46 ข มก.1:35; ลก.5:16; 6:12; 9:28
มก.
6:46 1ข ดู 1:35 คำอธิบาย 1.
มก.
6:47 ก มก.4:37
มก.
6:48 1 ใน 4:38 องค์ผู้ทาสพระผู้ช่วยทรงบรรทมหลับในเรือที่ถูกลมพายุพัดกระหน่ำ ในขณะที่ผู้ติดตามพระองค์กลับหวาดกลัว. ณ ที่นี้พระองค์เสด็จดำเนินบนทะเลในขณะที่เหล่าผู้ติดตามพายเรือด้วยความลำบากเนื่องจากคลื่นจัด. เหตุการณ์เหล่านี้แสดงให้เห็นว่า องค์ผู้ทาสพระผู้ช่วยผู้ทรงเป็นผู้สร้างและผู้ควบคุมจักรวาล (โยบ 9:8) ไม่ได้รับความเดือดร้อนใดๆ จากสภาพการณ์เลยและยินดีดูแลเอาใจใส่ต่อความทุกข์ยากของผู้ติดตามของพระองค์ในระหว่างทางที่ติดตามพระองค์.
มก.
6:50 ก ลก.24:37
มก.
6:50 ข มก.6:45, 54
มก.
6:50 ค ยฮ.16:33
มก.
6:50 1ค แปลตามตรงคือ กล้าหาญ.
มก.
6:50 2 แปลตามตรงคือ เราเป็น.
มก.
6:50 ง พบญ.31:6; ยซย.41:13; 43:1-2; มธ.17:7
มก.
6:51 ก มก.4:39
มก.
6:51 ข มก.6:2; 7:37
มก.
6:52 ก มก.8:17-21
มก.
6:53 ก ข้อ 53-56: มธ.14:34-36
มก.
6:53 ข ลก.5:1
มก.
6:54 ก มก.6:33
มก.
6:54 ข มก.6:50; 7:25
มก.
6:55 ก ลก.5:18
มก.
6:56 ก มก.6:6
มก.
6:56 ข กจ.5:15
มก.
6:56 ค มก.3:10; 5:27-28; ลก.6:19; เทียบ กจ.19:12
มก.
6:56 1 ดู มธ.9:20 คำอธิบาย 4 และ มก.5:30 คำอธิบาย 1.
มก.
6:56 2 หรือ แข็งแรงเป็นปกติ. ดู 5:28 คำอธิบาย 1.