มาระโก บทที่ 3
(5) ทรงคำนึงถึงการปลดปล่อยผู้ที่ทนทุกข์
มากกว่าพิธีกรรมทางศาสนา
3:1-6
มากกว่าพิธีกรรมทางศาสนา
3:1-6
มก.
3:1 1ฝ่ายพระองค์ได้เสด็จเข้าไปในธรรมศาลาอีก และที่นั่นมีกชายคนหนึ่งมือลีบ.
มก.
3:2 ผู้คนกคอยจับตาดูว่า พระองค์จะรักษาให้คนนั้นหายโรคขในวันซะบาโตหรือไม่ เพื่อจะหาเหตุคฟ้องพระองค์.
มก.
3:3 พระองค์ตรัสแก่คนมือลีบว่า “จงลุกขึ้นและ[ยืน]อยู่ตรงกลางนี้.”
มก.
3:4 พระองค์จึงตรัสแก่คนทั้งหลายว่า “ในวันซะบาโตนั้น สิ่งใดเป็นการกถูกกฎบัญญัติ คือจะทำการดีหรือจะทำการชั่ว จะ1ช่วย2ชีวิตให้รอดหรือจะผลาญชีวิตเสีย?” ฝ่ายคนทั้งปวงก็นิ่งอยู่.
มก.
3:5 เมื่อพระองค์กทอดพระเนตรดูรอบด้านด้วย1พระพิโรธ และมีพระทัยเป็นทุกข์เพราะขใจเขาแข็งกระด้างนัก พระองค์จึงตรัสแก่คนมือลีบนั้นว่า “คเหยียดมือของเจ้าออกเถิด” เขาก็เหยียด[มือ]ออก และมือของเขาก็2หายเป็นปกติ.
มก.
3:6 พวก1ฟาริซายจึงออกไปกปรึกษากับขพรรคพวกของเฮโรดคทันที [เพื่อจะ]ต่อต้านพระองค์ว่าจะทำอย่างไรจึงจะงกำจัดพระองค์ได้.
3. การกระทำที่ช่วยสนับสนุนการปรนนิบัติด้านกิตติคุณ
3:7-35
3:7-35
(1) ทรงหลบหลีกฝูงชน
ข้อ 7-12
ข้อ 7-12
มก.
3:7 ฝ่ายพระเยซูกับพวกสาวกของพระองค์จึงออกจากที่นั่นไปยังกทะเลและคนเป็นอันมากขได้ตามพระองค์ไปจากมณฑลฆาลิลาย.
มก.
3:8 มีกประชาชนเป็นอันมากทั้งจากมณฑลยูดาย, จากกรุงเยรูซาเล็ม, มณฑลอิดูมายะ, แม่น้ำจอร์แดนฟากข้างโน้น, และบริเวณโดยรอบของขเมืองตุโรและเมืองซีโดน เมื่อเขาเหล่านั้นได้ยินถึงสิ่งที่พระองค์ทรงกระทำนั้นก็มาหาพระองค์.
มก.
3:9 พระองค์จึงตรัสสั่งพวกสาวกให้หา1กเรือลำเล็กๆ คอยรับพระองค์ เพื่อมิให้ฝูงชนขเบียดเสียดพระองค์.
มก.
3:10 ด้วยว่าพระองค์1ได้รักษาคนเป็นอันมากให้หายโรค จนบรรดาผู้ที่มี2กโรคต่างๆ 3เบียดเสียดกันเข้ามาเพื่อจะได้ขถูกต้องพระองค์.
มก.
3:11 และบรรดากวิญญาณโสโครก เมื่อได้เห็นพระองค์ก็หมอบลงกราบพระองค์แล้วขร้องว่า “ท่านเป็นคพระบุตรของพระเจ้า!”
มก.
3:12 ฝ่ายพระองค์จึง1กำชับมันหลายครั้งกมิให้บอกผู้ใดให้รู้ว่าเป็นพระองค์.
(2) ทรงแต่งตั้งอัครทูต
ข้อ 13-19
ข้อ 13-19
มก.
3:13 พระองค์จึงเสด็จขึ้นภูเขา และพอพระทัยจะเรียกผู้ใดพระองค์ก็ทรงกเรียกผู้นั้น แล้วเขาได้มาหาพระองค์.
มก.
3:14 และพระองค์ทรง1แต่งตั้ง2สิบสองคน3ซึ่งพระองค์ได้ทรงเรียกเขาว่าอัครทูตและให้อยู่กับพระองค์ เพื่อพระองค์จะใช้เขาไป4ประกาศพระคำ.
มก.
3:15 และให้มีกอำนาจ1ขับผีออกได้.
มก.
3:16 1และพระองค์ได้แต่งตั้ง[อัครทูต]กสิบสองคน: ซีโมนนั้นพระองค์ทรง2ประทานชื่ออีกว่าขเปโตร,
มก.
3:17 และยาโกโบ[บุตร]กเซเบดาย, กับขโยฮันน้องของยาโกโบ ทั้งสองคนนี้พระองค์ทรงประทานชื่ออีกว่า 1โบอะเนระเฆ แปลว่า ลูกฟ้าร้อง,
มก.
3:18 ยังมีอันดะเรอา, ฟิลิป, บาร์โธโลมาย, กมัดธาย, โธมา, ยาโกโบ[บุตร]อาละฟาย, ธาดาย, ซีโมนผู้เป็นพรรคชาตินิยม,
มก.
3:19 และกยูดาอิศการิโอดผู้ที่1ได้ขายพระองค์นั้น.
(3) ไม่ทรงรับประทานอาหารเพราะความจำเป็น
ข้อ 20-21
ข้อ 20-21
มก.
3:20 1พระองค์จึงเข้าไปในกเรือนๆ หนึ่ง และฝูงชนก็มาประชุมกันอีกจน2ขไม่อาจรับประทาน3อาหารได้.
มก.
3:21 เมื่อกวงศ์ญาติของพระองค์ได้ยินเหตุการณ์นั้น เขาก็ออกไปเพื่อจะจับพระองค์ไว้ เพราะเขาว่า1พระองค์ขเสียสติแล้ว.
(4) ทรงผูกมัดซาตานและกวาดทรัพย์ในเรือนของมัน
ข้อ 22-30
ข้อ 22-30
มก.
3:22 1พวก2ธรรมาจารย์ซึ่งได้ลงมาจากกกรุงเยรูซาเล็มได้ขกล่าวว่า “ผู้นี้คมี3งเบละซะบูลสิงอยู่ และที่เขาขับผีออกได้ก็เพราะ4จนายผีนั้น.”
มก.
3:23 ฝ่ายพระองค์จึงเรียกคนเหล่านั้นมา และตรัสคำอุปมาว่า “ซาตานจะขับซาตานให้ออกอย่างไรได้?
มก.
3:24 ถ้า1กอาณาจักรใดๆ เกิดต่อสู้กันเองแล้ว อาณาจักรนั้นจะตั้งอยู่ไม่ได้.
มก.
3:25 ถ้าบ้านใดๆ เกิดต่อสู้กันเองแล้ว บ้านนั้นจะตั้งอยู่ไม่ได้.
มก.
3:26 และถ้าซาตานจะตั้งตัวต่อสู้กับซาตานเองและแตกแยกกัน มันก็จะตั้งอยู่ไม่ได้มีแต่จะพินาศสิ้นไป.
มก.
3:27 แต่ไม่มีผู้ใดอาจเข้าไปในเรือนของคนมีกำลังมากเพื่อกกวาดเอา1ทรัพย์ของเขาได้ เว้นแต่จะจับคนมีกำลังมากนั้น2ขมัดไว้เสียก่อน แล้วจึงจะกวาด[ทรัพย์ใน]บ้านของเขาได้.
มก.
3:28 เราบอกท่านทั้งหลายตามจริงว่า ความบาปทุกอย่างของ1มนุษย์ทั้งหลาย และกคำหมิ่นประมาทใดๆ ที่เขากล่าวนั้นจะทรงโปรดขอภัยให้ได้
มก.
3:29 แต่ผู้ใดจะกล่าวคำหมิ่นประมาทต่อกพระวิญญาณ1บริสุทธิ์ จะทรงโปรดอภัยให้ผู้นั้นไม่ได้เลยตลอดไป แต่ผู้นั้นจะต้องแบกรับ2ความบาปที่นิรันดร์.”
มก.
3:30 [ที่ตรัสอย่างนั้น]ก็เพราะเขาว่าพระองค์มีวิญญาณโสโครกสิงอยู่.
(5) ทรงปฏิเสธวงศ์ญาติ
แต่ยอมรับผู้ที่ทำตามน้ำพระทัยของพระเจ้าเท่านั้น
ข้อ 31-35
แต่ยอมรับผู้ที่ทำตามน้ำพระทัยของพระเจ้าเท่านั้น
ข้อ 31-35
มก.
3:31 เวลานั้น1มารดากของพระองค์และขพี่น้องของพระองค์มายืนอยู่ข้างนอก แล้วคพวกเขาใช้คนเข้าไปทูลเรียกพระองค์.
มก.
3:32 และฝูงชนกำลังนั่งอยู่รอบพระองค์ เขาจึงทูลพระองค์ว่า “ดูเถิด มารดาและพี่น้องชายหญิงของท่านมาหาท่าน คอยอยู่ข้างนอก.”
มก.
3:33 พระองค์ตรัสตอบเขาว่า “1ใครเป็นมารดาของเราและใครเป็นพี่น้องของเรา?”
มก.
3:34 พระองค์กทอดพระเนตรดูคนที่นั่งล้อมรอบพระองค์ แล้วพระองค์พูดว่า“ดูเถิด มารดาของเราและขพี่น้องของเรา!
มก.
3:35 ด้วยว่าผู้ใดจะ1กปฏิบัติตามน้ำพระทัยของพระเจ้า ผู้นั้นแหละเป็น2พี่น้องชายหญิงและมารดาของเรา.”
คำอธิบาย มาระโก บทที่ 3
มก.
3:1 1 ข้อ 1-6 ให้ดูคำอธิบายใน มธ.12:9-14.
มก.
3:1 ก ข้อ 1-6: มธ.12:9-14; ลก.6:6-11
มก.
3:2 ก ลก.14:1; 20:20
มก.
3:2 ข มก.2:24
มก.
3:2 ค มก.14:55-56; 15:3-4
มก.
3:4 ก ลก.14:3
มก.
3:4 1 หมายความว่า องค์ผู้ทาสพระผู้ช่วยทรงเป็นผู้ปลดปล่อยซึ่งปลดปล่อยผู้ที่ทนทุกข์ให้เป็นอิสระจากพันธะผูกพันของพิธีกรรมทางศาสนา.
มก.
3:4 2 แปลตามตรงคือ จิต.
มก.
3:5 ก มก.3:34; 5:32; 10:23
มก.
3:5 1 พระพิโรธขององค์พระผู้ช่วยได้พลุ่งขึ้นต่อผู้ต่อต้าน และพระองค์ได้เป็นทุกข์ใจมากเพราะใจแข็งกระด้างของพวกเขา. สำหรับคนป่วยนั้นพระองค์ทรงเกิดความกรุณา และพระองค์ทรงรักษามือลีบของเขา. พระพิโรธและความทุกข์ใจอาจถือได้ว่า เป็นสิ่งที่แสดงออกซึ่งสภาพมนุษย์แท้ของพระองค์. ส่วนความกรุณาและการรักษาโรคเป็นการผสมเข้าด้วยกันของคุณธรรมแห่งสภาพมนุษย์กับฤทธิ์เดชอันศักดิ์สิทธิ์ของพระองค์. ทั้งสองฝ่ายก็ได้แสดงแก่มนุษย์ในเวลาเดียวกัน. ดังนั้นสภาพพระเจ้าของพระองค์ก็สำแดงออกในสภาพมนุษย์ของพระองค์อีกครั้งหนึ่ง. (ดู 10:14 คำอธิบาย 1).
มก.
3:5 ข มก.10:5; รม.11:25; อฟ.4:18; ฮร.3:8
มก.
3:5 ค เทียบ 1พกษ.13:4
มก.
3:5 2 ดู 1:31 คำอธิบาย 1. การรักษามือลีบแสดงถึงฤทธิ์เดชอันศักดิ์สิทธิ์แห่งพระนิสัยพระเจ้าขององค์ผู้ทาสพระผู้ช่วย.
มก.
3:6 1 ดู 2:6 คำอธิบาย 1.
มก.
3:6 ก มธ.22:15
มก.
3:6 ข มก.12:13; มธ.22:16
มก.
3:6 ค มก.2:12; 4:5
มก.
3:6 ง มก.11:18; 12:7; 14:1
มก.
3:7 ก มก.2:13; 4:1
มก.
3:7 ข มธ.12:15
มก.
3:8 ก มธ.4:25; ลก.6:17; มก.2:13
มก.
3:8 ข มธ.11:21
มก.
3:9 ก มก.4:1; ลก.5:3; ยฮ.6:22; 21:8
มก.
3:9 1ก ในตอนแรกองค์ผู้ทาสพระผู้ช่วยต้องการทะเล (ข้อ 7) และต่อมาต้องการเรือลำเล็กๆ เพื่อที่จะหลบหลีกจากการเบียดเสียดของฝูงชน แสดงให้เห็นว่า การที่ฝูงชนเบียดเสียดพระองค์นั้นเป็นการขัดขวางการปรนนิบัติด้านกิตติคุณของพระองค์.
มก.
3:9 ข มก.5:24
มก.
3:10 1 ดู 1:31 คำอธิบาย 1.
มก.
3:10 ก มก.5:29; มธ.4:23; ลก.7:21
มก.
3:10 2ก แปลตามตรงคือ เฆี่ยนตี มีความหมายเป็นนัยถึง โรคภัย, ภัยวิบัติ.
มก.
3:10 3 แปลตามตรงคือ ล้มบนตัวเขา
มก.
3:10 ข มก.5:27; 6:56; มธ.9:20-21; 14:36; ลก.6:19
มก.
3:11 ก มก.1:23, 26; ลก.4:33
มก.
3:11 ข ลก.4:41; 8:28
มก.
3:11 ค มก.1:1; มธ.14:33
มก.
3:12 1 การที่วิญญาณโสโครกร้องเรียกองค์ผู้ทาสพระผู้ช่วยก็เป็นสิ่งหนึ่งที่ทำลายการปรนนิบัติด้านการประกาศกิตติคุณของพระองค์ด้วย. พระองค์จึงกำชับมันมิให้บอกผู้ใดให้รู้ว่าเป็นพระองค์.
มก.
3:12 ก มก.5:43; มธ.12:16
มก.
3:13 ก มธ.10:1; ลก.6:13; 9:1; มก.6:7
มก.
3:14 1 สิ่งนี้เพื่อแผ่ขยายการปรนนิบัติด้านกิตติคุณขององค์ผู้ทาสพระผู้ช่วย.
มก.
3:14 2 ดู วว.21:12 คำอธิบาย 2.
มก.
3:14 3 สำเนาต้นฉบับบางเล่มละคำว่า ซึ่งพระองค์ได้ทรงเรียกเขาว่าอัครทูต.
มก.
3:14 4 ดู 1:14 คำอธิบาย 3.
มก.
3:15 ก มก.1:27; 6:7
มก.
3:15 1 ดู 1:23 คำอธิบาย 1. การประกาศ (ข้อ 14) กิตติคุณคือการปรนนิบัติพระเจ้าแก่ผู้คน ส่วนการขับผีก็คือการขับไล่ซาตานออกไปจากผู้คน. สิ่งเหล่านี้เป็นองค์ประกอบในวัตถุประสงค์ที่สำคัญของการปรนนิบัติด้านกิตติคุณขององค์ผู้ทาสพระผู้ช่วย.
มก.
3:16 1 ข้อ 16-19 ให้ดูคำอธิบายใน มธ.10:2-4.
มก.
3:16 ก ข้อ 16-19: มธ.10:2-4; ลก.6:14-16; กจ.1:13
มก.
3:16 2 แปลตามตรงคือ ใส่ชื่อให้ หรือ เพิ่มชื่อให้ เป็นคำเดียวกับคำในข้อ 17.
มก.
3:16 ข ยฮ.1:42; มธ.16:18
มก.
3:17 ก มก.1:19
มก.
3:17 ข มก.5:37
มก.
3:17 1 ภาษากรีกที่มาจากภาษาอาราเมอิค. นี่เป็นชื่อที่ประทานเพิ่มให้ยาโกโบและโยฮัน เพราะความหุนหันพลันแล่นของเขา (เทียบ ลก.9:54-55; มก.9:38 และคำอธิบาย 1).
มก.
3:18 ก มธ.9:9
มก.
3:19 ก ยฮ.6:71; 13:26
มก.
3:19 1 แปลตามตรงคือ มอบออกมา. ความหมายเหมือนกันทั้งเล่ม.
มก.
3:20 1 สำเนาต้นฉบับบางเล่มเป็น พวกเขาได้เข้าไป.
มก.
3:20 ก มก.7:17; 9:28
มก.
3:20 ข มก.6:31
มก.
3:20 2ข นี่แสดงให้เห็นถึงการตรากตรำ, ความขยัน, และความสัตย์ซื่อขององค์ผู้ทาสพระผู้ช่วยในฐานะทรงเป็นผู้ทาสของพระเจ้าในการปรนนิบัติด้านกิตติคุณของพระองค์.
มก.
3:20 3 แปลตามตรงคือ ขนมปัง.
มก.
3:21 ก มก.3:31
มก.
3:21 1 พระองค์เสียสติเสียแล้ว เป็นคำอุทานเพราะนี่เป็นการห่วงใยในตัวพระองค์ตามธรรมชาติของวงศ์ญาติขององค์ผู้ทาสพระผู้ช่วย. จึงเปิดช่องให้พวกธรรมาจารย์หมิ่นประมาทพระองค์ (ข้อ 22).
มก.
3:21 ข กจ.26:24; 2กธ.5:13
มก.
3:22 1 ข้อ 22-30 ให้ดูคำอธิบายใน มธ.12:24-32.
มก.
3:22 2 ดู 2:6 คำอธิบาย 1.
มก.
3:22 ก มก.7:1; มธ.15:1
มก.
3:22 ข ข้อ 22-30: มธ.12:24-32; ลก.11:15-23
มก.
3:22 ค ยฮ.7:20; 8:48, 52; 10:20
มก.
3:22 ง มธ.10:25
มก.
3:22 3ง นี่เป็นคำหมิ่นประมาท ซึ่งถูกนำมาใช้เนื่องจากคำอุทานเพราะความห่วงใยตามธรรมชาติในข้อ 21.
มก.
3:22 จ มธ.9:34; ยฮ.12:31; อฟ.2:2
มก.
3:22 4จ องค์ผู้ทาสพระผู้ช่วยทรงขับผีซึ่งก็คือการขับออกซึ่งผู้ทำการชั่วร้ายเพื่ออาณาจักรแห่งความมืดของซาตานออกไป แต่ฝ่ายผู้ต่อต้านยังกล่าวว่า พระองค์ทรงขับผีโดยนายผีนั้น. นี่เป็นเล่ห์เหลี่ยมของมารร้ายซึ่งยุยงผู้ต่อต้านที่ชั่วร้ายให้กล่าวออกมาเช่นนี้. พวกเขาเป็นผู้ร่วมงานและเป็นอันหนึ่งอันเดียวกับซาตาน.
มก.
3:24 ก มธ.12:26; กจ.26:18; กซ.1:13
มก.
3:24 1ก นี่แสดงว่าซาตานไม่เพียงแต่มีเรือนเท่านั้นแต่มีอาณาจักรด้วย. บ้านของซาตานเป็นบ้านแห่งความบาป (1ยฮ.3:8, 10) และอาณาจักรของมันเป็นอาณาจักรแห่งความมืด (กซ.1:13). พวกคนบาปตกเป็นของฝ่ายบ้านและอาณาจักรของมัน. ส่วนบรรดาผีนั้นเป็นของฝ่ายอาณาจักรของมันและการที่มันสิงในตัวคนก็เพื่ออาณาจักรของมันเอง.
มก.
3:27 ก ยซย.49:24
มก.
3:27 1 คนบาปถูกกักขังอยู่ในบ้านของซาตานเพื่ออาณาจักรของมัน. องค์ผู้ทาสพระผู้ช่วยได้ผูกมัดซาตาน “คนที่มีกำลังมาก” และเข้าไปในบ้านของมัน เพื่อกวาดเอาคนบาปมา เพื่อจะนำเขาเข้ามาสู่บ้านของพระเจ้า (อฟ.2:19) โดยการบังเกิดใหม่ เพื่ออาณาจักรของพระเจ้า (ยฮ.3:5).
มก.
3:27 ข มธ.16:19
มก.
3:27 2ข นี่แสดงว่า ในขณะที่องค์ผู้ทาสพระผู้ช่วยกำลังทำการปรนนิบัติด้านกิตติคุณ พระองค์ได้ผูกมัดซาตาน “คนที่มีกำลังมาก.” การปรนนิบัติด้านกิตติคุณก็คือการทำสงครามเพื่อทำลายซาตานและอาณาจักรแห่งความมืดของมัน.
มก.
3:28 1 แปลตามตรงคือ บุตรของมนุษย์ทั้งหลาย.
มก.
3:28 ก 1ตธ.1:13
มก.
3:28 ข 1ตธ.1:13
มก.
3:29 ก ลก.12:10; เทียบ ฮร.10:29; กจ.7:51
มก.
3:29 1 สิ่งนี้บอกให้เราทราบว่า การปรนนิบัติด้านกิตติคุณขององค์ผู้ทาสพระผู้ช่วยโดยเฉพาะในการขับผีเพื่อทำลายอาณาจักรแห่งความมืดของซาตานนั้น ได้ทรงกระทำโดยพระวิญญาณบริสุทธิ์และพระองค์ยังถูกชโลมและได้รับการนำพาโดยพระวิญญาณบริสุทธิ์นี้อย่างต่อเนื่องในการเคลื่อนไหวของพระองค์ (ลก.4:18, 1; มก.1:12).
มก.
3:29 2 ความบาปที่ไม่สามารถจะได้รับการอภัยตลอดไป.
มก.
3:31 1 หลังจากที่ฝ่ายผู้ต่อต้านได้กล่าวคำหมิ่นประมาทตามการยุยงจากซาตาน เหล่าญาติขององค์ผู้ทาสพระผู้ช่วยก็มารบกวนพระองค์อีก โดยมีความห่วงใยตามธรรมชาติต่อพระองค์. การกระทำนี้ถูกกระตุ้นโดยผู้ชั่วร้ายอย่างไม่ต้องสงสัยด้วยเช่นกัน.
มก.
3:31 ก ข้อ 31-35: มธ.12:46-50; ลก.8:19-21
มก.
3:31 ข มก.6:3; ยฮ.2:12; 7:3, 5, 10; กจ.1:14; 1กธ.9:5; ฆต.1:19
มก.
3:31 ค มก.3:21
มก.
3:33 1 ดู มธ.12:48 คำอธิบาย 1. นี่ชี้ให้เห็นถึงองค์ผู้ทาสพระผู้ช่วยทรงปฏิเสธความห่วงใยตามธรรมชาติของเหล่าญาติของพระองค์. การที่จะเอาชนะกลอุบายของมารร้าย และสำเร็จการปรนนิบัติด้านกิตติคุณของพระองค์ พระองค์จะต้องไม่ดำรงอยู่ในความสัมพันธ์แห่งชีวิตตามธรรมชาติ.สิ่งนี้แสดงให้เห็นถึงความเด็ดขาดเพื่อพระเจ้าในสภาพมนุษย์ของพระองค์.
มก.
3:34 ก
มก.
3:34 ข รม.8:29; ฮร.2:11-12
มก.
3:35 ก มธ.7:21
มก.
3:35 1ก ดู มธ.12:50 คำอธิบาย 1.
มก.
3:35 2 โดยการปรนนิบัติด้านกิตติคุณขององค์ผู้ทาสพระผู้ช่วย พระองค์ทรงทำให้คนบาปที่เชื่อกลายเป็นญาติฝ่ายวิญญาณของพระองค์ ซึ่งได้กลายเป็นพี่น้องมากมาย (รม.8:29; ฮร.2:11) ในบ้านของพระเจ้า (ฮร.3:5) และกลายเป็นอวัยวะมากมายของพระองค์ สำหรับการก่อสร้างพระกายที่ลับลึกของพระองค์ (อฟ.5:30; 1กธ.12:12) เพื่อปฏิบัติตามน้ำพระทัยของพระเจ้า.