มาระโก บทที่ 2
2. หนทางในการสำเร็จการปรนนิบัติด้านกิตติคุณ
2:1—3:6
2:1—3:6
(1) ทรงอภัยบาปของคนเจ็บป่วย
2:1-12
2:1-12
มก.
2:1 1ครั้นล่วงไปหลายวันพระองค์ได้เสด็จเข้าไปในกเมืองกัปเรนาอูมอีก และคนทั้งหลายได้ยินว่าพระองค์อยู่2ในเรือน.
มก.
2:2 และมีคนเป็นอันมากกมาชุมนุมกันจนไม่มีที่ว่างแม้แต่หน้าประตูบ้าน พระองค์จึงกล่าวพระคำแก่เขา.
มก.
2:3 แล้วมีสี่คนหาม1กคนเป็นอัมพาตคนหนึ่งมาหาพระองค์.
มก.
2:4 เมื่อเขาเข้าถึงพระองค์ไม่ได้เพราะคนมาก เขาจึง1รื้อกหลังคาตรงที่พระองค์อยู่นั้น และเมื่อรื้อแล้ว เขาเอา2ที่นอนที่คนเป็นอัมพาตกำลังนอนอยู่นั้นหย่อนลงมา.
มก.
2:5 เมื่อพระเยซูทรงเห็น1กความเชื่อของเขา พระองค์จึงตรัสแก่คนเป็นอัมพาตนั้นว่า “2ลูกเอ๋ย 3ความบาปของเจ้าได้รับขการอภัยแล้ว.”
มก.
2:6 แต่มีพวก1ธรรมาจารย์บางคนนั่งอยู่ที่นั่น และเขาถกเหตุผลในใจว่า
มก.
2:7 “เหตุใดคนนี้จึงพูดเช่นนี้เล่า? เขาได้กพูดคำหมิ่นประมาทแล้ว! ใครจะอภัยขความบาปได้ เว้นแต่1พระเจ้าองค์เดียว?”
มก.
2:8 ในกทันใดนั้น เมื่อพระเยซู1ขทรงทราบอย่างแน่ชัดในวิญญาณของพระองค์ว่าเขาถกเหตุผลในใจอย่างนั้น พระองค์จึงตรัสแก่เขาว่า “เหตุไฉนท่านทั้งหลายจึงถกเหตุผลในใจอย่างนี้เล่า?
มก.
2:9 ซึ่งจะพูดกับคนเป็นอัมพาตว่า ‘ความบาปของเจ้าได้รับการอภัยแล้ว’ หรือจะพูดว่า ‘จงลุกขึ้นยกที่นอนเดินไปเถิด’ อย่างไหนจะ1ง่ายกว่ากัน?
มก.
2:10 แต่เพื่อท่านทั้งหลายจะได้รู้ว่า กบุตร1มนุษย์มีอำนาจที่จะอภัยบาปในแผ่นดินโลกได้” พระองค์จึงตรัสแก่คนเป็นอัมพาตว่า
มก.
2:11 “เรา1สั่งเจ้าว่า2จงลุกขึ้น กยกที่นอนไปยังบ้านของตนเถิด.”
มก.
2:12 ในทันใดนั้นเขา1ได้ลุกขึ้น2ยกที่นอน3เดินออกไปต่อหน้าคนทั้งปวง คนทั้งปวงก็กประหลาดใจนัก จึงขถวายสง่าราศีแด่พระเจ้าว่า “เราไม่เคยเห็นเช่นนี้เลย.”
(2) ทรงร่วมงานเลี้ยงกับคนบาป
2:13-17
2:13-17
มก.
2:13 ฝ่ายพระองค์ได้เสด็จไปตามชายกทะเลอีก ขฝูงชนก็มาหาพระองค์ และพระองค์ได้1ทรงสั่งสอนเขา.
มก.
2:14 1เมื่อพระองค์กำลังเสด็จไปนั้น ได้ทอดพระเนตรเห็นชายคนหนึ่งชื่อเลวี[บุตร]อาละฟายนั่งอยู่ที่2กด่านภาษี พระองค์จึงตรัสแก่เขาว่า “จงตามเรามาเถิด” เขาก็ลุกขึ้น3ตามพระองค์ไป.
มก.
2:15 เมื่อพระองค์เอนพระกาย[เสวยพระกระยาหาร]ในเรือนของเลวี มีกพวกเก็บภาษีและคนบาปหลายคนเอนกายลง[รับประทานอาหาร]ด้วยกันกับพระเยซูและพวกสาวกของพระองค์ เพราะมีคนมากมายติดตามพระองค์ไป.
มก.
2:16 เมื่อ1กพวกธรรมาจารย์ของพวกฟาริซายเห็นพระองค์ทรงเสวยพระกระยาหารกับพวกเก็บภาษีและคนบาป จึงพูดกับสาวกของพระองค์ว่า “พระองค์เสวยพระกระยาหารด้วยกันกับคนเก็บภาษีและคนบาปหรือ?”
มก.
2:17 ครั้นพระเยซูได้ยินดังนั้นจึงตรัสแก่เขาว่า “คนสุขภาพดีไม่ต้องการ1หมอ แต่คนป่วยต้องการหมอ เรามิได้กมาเพื่อจะเรียกขคนชอบธรรม แต่มาเรียก2คนบาป.”
(3) ทรงทำให้ผู้ติดตามพระองค์สุขสำราญโดยมิต้องอดอาหาร
2:18-22
2:18-22
มก.
2:18 1เวลานั้นพวกกสาวกของโยฮันและพวกฟาริซายกำลังขอดอาหาร. พวกเขาจึงมาคทูลพระองค์ว่า “งเหตุไฉนพวกสาวกของโยฮันและของพวกฟาริซายอดอาหาร แต่พวกสาวกของพระองค์ไม่อดอาหาร?”
มก.
2:19 พระเยซูจึงตรัสแก่เขาว่า “สหายของเจ้าบ่าวจะอดอาหารเมื่อกเจ้าบ่าวยังอยู่กับเขาได้หรือ? เจ้าบ่าวอยู่กับสหายนานเท่าใด สหายก็อดอาหารไม่ได้นานเท่านั้น.
มก.
2:20 แต่กวันนั้นจะมาถึงคือเมื่อเจ้าบ่าวจะถูกรับไปจากพวกเขา เวลานั้นพวกเขาจะอดอาหาร.
มก.
2:21 ไม่มีผู้ใดเอาท่อนผ้าที่ยังไม่ได้ฟอกมาปะเสื้อเก่า ถ้าทำอย่างนั้นท่อนผ้าใหม่ที่ปะเข้าไปนั้น ก็จะทำให้เสื้อเก่าขาดกว้างออกไปอีก.
มก.
2:22 และไม่มีผู้ใดเอาเหล้าองุ่นใหม่มาใส่ไว้ในกถุงหนังเก่า ถ้าทำอย่างนั้นเหล้าองุ่นใหม่จะทำให้ถุงหนังนั้นขาดไป ทั้งเหล้าองุ่นและถุงหนังก็จะเสียไปด้วยกัน แต่เหล้าองุ่นใหม่นั้น ต้องใส่ไว้ในถุงหนังใหม่.”
(4) ทรงคำนึงถึงความหิวโหยของผู้ติดตามพระองค์
มากกว่ากฎเกณฑ์ของศาสนา
2:23-28
มากกว่ากฎเกณฑ์ของศาสนา
2:23-28
มก.
2:23 1ในกวันซะบาโตนั้น พระองค์กำลังขเสด็จผ่านนาข้าว พวกสาวกของพระองค์ก็เด็ดครวงข้าวขณะเดินไปตามทาง.
มก.
2:24 ฝ่าย1พวกฟาริซายจึงทูลพระองค์ว่า “ดูเถิด เหตุใดพวกเขาจึงกระทำการในวันกซะบาโตซึ่งกฎบัญญัติได้ขห้ามไว้?”
มก.
2:25 พระองค์จึงตรัสแก่เขาว่า “พวกท่านกยังไม่เคยอ่านหรือซึ่งท่าน1ขดาวิดได้กระทำเมื่อท่านกับผู้ที่ติดตามท่านขาดอาหารและหิวโหย
มก.
2:26 คือคราวเมื่อกอะบีอาธารเป็นมหาปุโรหิต ท่านดาวิดได้เข้าไปใน1พระวิหารของพระเจ้าและกินขขนมปังตั้งถวายที่กฎบัญญัติห้ามไม่ให้ใครคกินเว้นแต่พวกปุโรหิตเท่านั้น และส่งให้ผู้ที่ติดตามท่านกินด้วย?”
มก.
2:27 พระองค์จึงตรัสแก่เขาว่า “กวันซะบาโตนั้นตั้งไว้สำหรับมนุษย์ 1มิใช่ตั้งมนุษย์ไว้ขสำหรับวันซะบาโต.
มก.
2:28 เหตุฉะนั้นกบุตรมนุษย์เป็น1เจ้าแห่งวันซะบาโตด้วย.”
คำอธิบาย มาระโก บทที่ 2
มก.
2:1 1 เหตุการณ์ห้ากรณีที่ถูกบันทึกอย่างมีชีวิตชีวาใน 2:1-3:6 ได้ก่อรูปขึ้นเป็นกลุ่มที่พิเศษกลุ่มหนึ่ง โดยแสดงว่า องค์ผู้ทาสพระผู้ช่วยในฐานะเป็นองค์ผู้ทาสของพระเจ้าได้ทรงดำเนินการปรนนิบัติด้านกิตติคุณของพระองค์ เพื่อตอบสนองความต้องการของผู้คนที่ตกต่ำซึ่งถูกซาตานจับไปเป็นเชลยให้พ้นจากพระเจ้าและการรับสุขพระเจ้า เพื่อให้เขาได้รับการช่วยออกมาจากการเป็นเชลยและถูกนำกลับสู่พระเจ้าผู้เป็นการรับสุขของพวกเขา.
(1) ในฐานะพระเจ้าผู้มีอำนาจอันศักดิ์สิทธิ์ พระองค์ทรงอภัยบาปแก่ผู้ที่ตกเป็นเหยื่อของความเจ็บป่วย เพื่อพระองค์จะได้ปลดปล่อยเขาจากการกดขี่ของซาตาน (กจ.10:38) และนำเขากลับคืนสู่พระเจ้า. พวกธรรมาจารย์ถือว่าการกระทำเช่นนี้เป็นสิ่งที่ขัดกับหลักการของศาสนาของเขา (2:1-12).
(2) ในฐานะแพทย์ สำหรับคนป่วยและคนทุกข์ยาก พระองค์ทรงรับประทานอาหารกับคนเก็บภาษี ซึ่งเป็นคนไม่สัตย์ซื่อต่อคนเชื้อชาติของตนและกับคนบาปซึ่งถูกสังคมเหยียดหยามและรังเกียจ เพื่อให้พวกเขาได้ลิ้มรสพระคุณของพระเจ้าและได้รับการรักษากลับสู่การรับสุขพระเจ้า. สิ่งนี้ถูกปรับโทษโดยพวกธรรมาจารย์ที่อยู่ในท่ามกลางพวกฟาริซาย. พวกเขาตั้งตนเป็นผู้ชอบธรรมแต่ปราศจากความเมตตากรุณา (2:13-17).
(3) ในฐานะเจ้าบ่าว พระองค์ทรงทำให้ผู้ติดตามพระองค์สุขสำราญโดยมิต้องอดอาหาร. ดังนั้นพระองค์ได้ยกเลิกทั้งวิธีปฏิบัติของสาวกของโยฮัน (นักศาสนาใหม่) และของพวกฟาริซาย (นักศาสนาเก่า) เพื่อให้ผู้ติดตามพระองค์ได้รับการปลดปล่อยจากวิธีปฏิบัติของศาสนาเข้าสู่การรับสุขพระคริสต์ของพระเจ้าในฐานะทรงเป็นเจ้าบ่าวของพวกเขา โดยมีความชอบธรรมของพระองค์เป็นเสื้อผ้าทางภายนอก และมีชีวิตของพระองค์เป็นเหล้าองุ่นที่อยู่ภายในพวกเขา ตามแผนการบริหารแห่งพันธสัญญาใหม่ของพระเจ้า(2:18-22).
(4) พระองค์ทรงอนุญาตให้ผู้ติดตามพระองค์เด็ดรวงข้าวที่นาข้าวในวันซะบาโตเพื่อดับความหิว. ดังนั้นหากดูอย่างผิวเผินแล้วเหมือนกับว่าพวกเขาได้ฝ่าฝืนพระบัญญัติของพระเจ้าเกี่ยวกับเรื่องวันซะบาโต. แต่แท้จริงแล้วสิ่งนั้นเป็นที่พอพระทัยพระเจ้า เพราะว่าผู้ที่ติดตามพระคริสต์ได้รับความอิ่มหนำโดยพระองค์ เช่นเดียวกับกษัตริย์ดาวิดและผู้ติดตามได้รับประทานขนมปังที่ตั้งอยู่ในพระวิหารเพื่อความอิ่มหนำ. สิ่งนี้แสดงว่าในแผนการบริหารแห่งพันธสัญญาใหม่ของพระเจ้ามิได้เป็นเรื่องของการถือรักษากฎระเบียบของศาสนา แต่เป็นเรื่องการรับสุขพระคริสต์อย่างอิ่มหนำในฐานะที่ทรงเป็นการพักสงบที่แท้จริงของวันซะบาโต (2:23-28).
(5) พระองค์ได้รักษาคนมือลีบในวันซะบาโต คือไม่สนใจต่อการถือรักษาวันซะบาโต แต่สนใจต่อสุขภาพของแกะของพระองค์. ดังนั้นพระองค์ทรงแสดงให้เห็นว่า แผนการบริหารแห่งพันธสัญญาใหม่ของพระเจ้ามิได้เป็นเรื่องของการถือรักษากฎเกณฑ์ แต่เป็นเรื่องของการแจกจ่ายชีวิต. ด้วยเหตุนี้พระองค์จึงถูกพวกฟาริซายคือนักศาสนาเกลียดชัง (3:1-6).
วิธีการแห่งความเมตตาและมีชีวิตชีวาทั้งห้าประการที่องค์ผู้ทาสพระผู้ช่วยทรงใช้ในการสำเร็จการปรนนิบัติด้านกิตติคุณของพระองค์นี้เป็นสิ่งที่ตรงข้ามกับศาสนาที่สืบทอดตามประเพณีและเต็มด้วยรูปแบบ. ดังนั้นจึงเป็นที่เกลียดชังของพวกผู้นำศาสนาที่อยู่ฝ่ายเนื้อหนัง, ดื้อด้าน, และอยู่ในความตาย.
(1) ในฐานะพระเจ้าผู้มีอำนาจอันศักดิ์สิทธิ์ พระองค์ทรงอภัยบาปแก่ผู้ที่ตกเป็นเหยื่อของความเจ็บป่วย เพื่อพระองค์จะได้ปลดปล่อยเขาจากการกดขี่ของซาตาน (กจ.10:38) และนำเขากลับคืนสู่พระเจ้า. พวกธรรมาจารย์ถือว่าการกระทำเช่นนี้เป็นสิ่งที่ขัดกับหลักการของศาสนาของเขา (2:1-12).
(2) ในฐานะแพทย์ สำหรับคนป่วยและคนทุกข์ยาก พระองค์ทรงรับประทานอาหารกับคนเก็บภาษี ซึ่งเป็นคนไม่สัตย์ซื่อต่อคนเชื้อชาติของตนและกับคนบาปซึ่งถูกสังคมเหยียดหยามและรังเกียจ เพื่อให้พวกเขาได้ลิ้มรสพระคุณของพระเจ้าและได้รับการรักษากลับสู่การรับสุขพระเจ้า. สิ่งนี้ถูกปรับโทษโดยพวกธรรมาจารย์ที่อยู่ในท่ามกลางพวกฟาริซาย. พวกเขาตั้งตนเป็นผู้ชอบธรรมแต่ปราศจากความเมตตากรุณา (2:13-17).
(3) ในฐานะเจ้าบ่าว พระองค์ทรงทำให้ผู้ติดตามพระองค์สุขสำราญโดยมิต้องอดอาหาร. ดังนั้นพระองค์ได้ยกเลิกทั้งวิธีปฏิบัติของสาวกของโยฮัน (นักศาสนาใหม่) และของพวกฟาริซาย (นักศาสนาเก่า) เพื่อให้ผู้ติดตามพระองค์ได้รับการปลดปล่อยจากวิธีปฏิบัติของศาสนาเข้าสู่การรับสุขพระคริสต์ของพระเจ้าในฐานะทรงเป็นเจ้าบ่าวของพวกเขา โดยมีความชอบธรรมของพระองค์เป็นเสื้อผ้าทางภายนอก และมีชีวิตของพระองค์เป็นเหล้าองุ่นที่อยู่ภายในพวกเขา ตามแผนการบริหารแห่งพันธสัญญาใหม่ของพระเจ้า(2:18-22).
(4) พระองค์ทรงอนุญาตให้ผู้ติดตามพระองค์เด็ดรวงข้าวที่นาข้าวในวันซะบาโตเพื่อดับความหิว. ดังนั้นหากดูอย่างผิวเผินแล้วเหมือนกับว่าพวกเขาได้ฝ่าฝืนพระบัญญัติของพระเจ้าเกี่ยวกับเรื่องวันซะบาโต. แต่แท้จริงแล้วสิ่งนั้นเป็นที่พอพระทัยพระเจ้า เพราะว่าผู้ที่ติดตามพระคริสต์ได้รับความอิ่มหนำโดยพระองค์ เช่นเดียวกับกษัตริย์ดาวิดและผู้ติดตามได้รับประทานขนมปังที่ตั้งอยู่ในพระวิหารเพื่อความอิ่มหนำ. สิ่งนี้แสดงว่าในแผนการบริหารแห่งพันธสัญญาใหม่ของพระเจ้ามิได้เป็นเรื่องของการถือรักษากฎระเบียบของศาสนา แต่เป็นเรื่องการรับสุขพระคริสต์อย่างอิ่มหนำในฐานะที่ทรงเป็นการพักสงบที่แท้จริงของวันซะบาโต (2:23-28).
(5) พระองค์ได้รักษาคนมือลีบในวันซะบาโต คือไม่สนใจต่อการถือรักษาวันซะบาโต แต่สนใจต่อสุขภาพของแกะของพระองค์. ดังนั้นพระองค์ทรงแสดงให้เห็นว่า แผนการบริหารแห่งพันธสัญญาใหม่ของพระเจ้ามิได้เป็นเรื่องของการถือรักษากฎเกณฑ์ แต่เป็นเรื่องของการแจกจ่ายชีวิต. ด้วยเหตุนี้พระองค์จึงถูกพวกฟาริซายคือนักศาสนาเกลียดชัง (3:1-6).
วิธีการแห่งความเมตตาและมีชีวิตชีวาทั้งห้าประการที่องค์ผู้ทาสพระผู้ช่วยทรงใช้ในการสำเร็จการปรนนิบัติด้านกิตติคุณของพระองค์นี้เป็นสิ่งที่ตรงข้ามกับศาสนาที่สืบทอดตามประเพณีและเต็มด้วยรูปแบบ. ดังนั้นจึงเป็นที่เกลียดชังของพวกผู้นำศาสนาที่อยู่ฝ่ายเนื้อหนัง, ดื้อด้าน, และอยู่ในความตาย.
มก.
2:1 ก มก.1:21
มก.
2:1 2 หรือ อยู่ในบ้าน.
มก.
2:2 ก มก.1:33, 45
มก.
2:3 ก ข้อ 3-12: มธ.9:2-8; ลก.5:18-26
มก.
2:3 1ก เล็งถึงคนบาป เป็นอัมพาตเนื่องจากความบาปไม่สามารถที่จะเดินและเคลื่อนไหวต่อเบื้องพระพักตร์พระเจ้า.
มก.
2:4 1 ความกระตือรือร้นของพวกเขาในการเสาะหาการรักษาโรคขององค์ผู้ทาสพระผู้ช่วยทำให้ผู้แสวงหาต้องฝ่าฟันสิ่งขัดขวางที่ถูกต้อง. นี่เป็นการกระทำที่ดูออกจะป่าเถื่อน. (ดู มธ.9:2 คำอธิบาย 1).
มก.
2:4 ก 1ซมอ.9:25; นฮย.8:16; กจ.10:9
มก.
2:4 2 ฟูกผืนเล็กๆ หรือเบาะ. ข้อ 9, 11, 12 ก็เหมือนกัน.
มก.
2:5 ก มก.10:52; มธ. 8:10, 13; 9:22, 29; 15:28; ลก.7:50; 17:19; 18:42; กจ.14:9
มก.
2:5 1ก ความเชื่อเกิดขึ้นจากการได้ฟังพระคำของพระคริสต์ (รม.10:17) แสดงว่าผู้แสวงหาเหล่านี้ได้ยินเกี่ยวกับองค์ผู้ทาสพระผู้ช่วย.
มก.
2:5 2 ถ้อยคำแห่งความรักขององค์ผู้ทาสพระผู้ช่วยแสดงให้เห็นถึงความเมตตา ดังนี้คุณธรรมแห่งสภาพมนุษย์ของพระองค์จึงได้สำแดงออกมา.
มก.
2:5 3 ความบาป (พหูพจน์) เป็นต้นเหตุแห่งความเจ็บป่วย. พระคำขององค์ผู้ทาสพระผู้ช่วยในที่นี้ ได้สัมผัสต้นเหตุแห่งความเจ็บป่วยนี้ จึงทำให้เกิดผลในการรักษา. เมื่อความบาปได้รับการอภัยแล้ว ความเจ็บป่วยก็ได้รับการรักษา.
มก.
2:5 ข ลก.7:48; ยก.5:15
มก.
2:6 1 พวกธรรมาจารย์และพวกฟาริซายในฐานะที่เป็นนักศาสนาแห่งศาสนาที่เก่าแก่และตายนั้นถูกซาตานซึ่งเป็นศัตรูของพระเจ้ากระตุ้นและใช้ให้ขัดขวาง, ต่อต้าน, และทำลายการปรนนิบัติด้านกิตติคุณขององค์ผู้ทาสของพระเจ้าตลอดช่วงเวลาแห่งการปฏิบัติของพระองค์ (2:16, 24; 3:22;7:5; 8:11; 9:14; 10:2; 11:27; 12:13, 28). พวกเขาคิดว่า เขานมัสการพระเจ้าและมีความร้อนรนเพื่อพระองค์ แต่หารู้ไม่ว่าพระเจ้าของบรรพบุรุษของเขาคือ พระเจ้าของอับราฮาม, ยิศฮาค, และยาโคบองค์นี้ได้มาอยู่ต่อหน้าเขาแล้ว โดยมารับสภาพขององค์ผู้ทาสเพื่อมาปรนนิบัติพวกเขา. เพราะประเพณีที่สืบทอดแห่งศาสนาของพวกเขาทำให้เขาตาบอดมองไม่เห็นองค์ผู้ทาสพระผู้ช่วยที่อยู่ในแผนการบริหารอันศักดิ์สิทธิ์ของพระเจ้า พวกเขาจึงได้วางแผนสังหารพระองค์ (3:6; 11:18; 14:1) และพวกเขาก็ได้ฆ่าพระองค์จริงๆ (8:31; 10:33; 14:43,53; 15:1, 31).
มก.
2:7 ก มก.14:64; ยฮ.10:36
มก.
2:7 ข บพส.32:5; ยซย.43:25
มก.
2:7 1 พวกธรรมาจารย์ที่ถกเหตุผลในใจคิดว่าพวกเขาได้ดำเนินตามความรู้ทางพระคัมภีร์ และศาสนศาสตร์นั้น ยอมรับองค์ผู้ทาสพระผู้ช่วยเป็นเพียงมนุษย์คนหนึ่ง และยังเป็นชาวนาซาเร็ธที่ถูกดูหมิ่นอีกด้วย (ยฮ.1:45-46) โดยมิได้รู้เลยว่าพระองค์ผู้ได้ทรงอภัยความบาปของคนที่เป็นอัมพาตคนนั้น ก็คือพระเจ้าผู้อภัยบาปแก่มนุษย์ซึ่งได้มาบังเกิดในรูปกายมนุษย์ที่ต่ำต้อย (ดู มธ.9:3คำอธิบาย 2) โดยเป็นผู้ทาสที่มาปรนนิบัติพวกเขาด้วยความรอดของพระองค์.
มก.
2:8 ก มก.1:42, 43; 2:12
มก.
2:8 ข ยฮ.2:25
มก.
2:8 1ข องค์ผู้ทาสพระผู้ช่วยทรงทราบถึงความเชื่อของผู้แสวงหาและความบาปของผู้ที่เจ็บป่วย (ข้อ 5) และยังทราบถึงความคิดในใจของพวกธรรมาจารย์. สิ่งนี้แสดงให้เห็นว่า พระองค์ทรงหยั่งรู้ทุกสิ่งทุกอย่าง. การหยั่งรู้ทุกสิ่งทุกอย่างนั้นแสดงถึงคุณลักษณะที่ศักดิ์สิทธิ์ของพระองค์ซึ่งได้เปิดเผยถึงสภาพพระเจ้าของพระองค์. พระองค์ก็คือพระเจ้าผู้หยั่งรู้ทุกสิ่ง. (ดู 11:2 คำอธิบาย 1).
มก.
2:9 1 ดู มธ.9:5 คำอธิบาย 3.
มก.
2:10 ก มก.2:28
มก.
2:10 1 องค์ผู้ทาสพระผู้ช่วยก็คือพระเจ้ามาบังเกิดเป็นเนื้อหนัง. พระองค์ไม่ทรงคำนึงว่า ความเท่า เทียมกับพระเจ้าเป็นสิ่งที่ต้องสงวนเอาไว้. แม้ด้านภายนอกพระองค์ทรงมีลักษณะและรูปแบบของมนุษย์ กระทั่งเหมือนรูปลักษณะของทาส. แต่ด้านภายในแล้ว พระองค์ก็คือพระเจ้า (ฟป.2:6-7). พระองค์ได้มาเป็นองค์ผู้ทาสพระผู้ช่วย และเป็นพระเจ้าพระผู้ช่วยด้วย. ดังนั้นพระองค์ไม่เพียงแต่มีฤทธิ์เดชที่จะช่วยคนบาปเท่านั้น แต่มีอำนาจที่จะอภัยความบาปของเขาด้วย. ในเหตุการณ์ตอนนี้ พระองค์ได้ทรงยกโทษความบาปของผู้คนในฐานะที่ทรงเป็นพระเจ้า แต่กลับตรัสว่า พระองค์ทรงเป็นบุตรมนุษย์. นี่แสดงให้เห็นว่า พระองค์ทรงเป็นพระเจ้าเที่ยงแท้และเป็นมนุษย์แท้จริง คือมีทั้งสภาพพระเจ้าและสภาพมนุษย์อยู่ในตัวของพระองค์. มนุษย์สามารถมองเห็นทั้งคุณลักษณะที่ศักดิ์สิทธิ์ของพระเจ้าพร้อมทั้งคุณธรรมแห่งสภาพมนุษย์ของพระองค์.
มก.
2:11 1 แปลตามตรงคือ บอก
มก.
2:11 2 ดู มธ.9:5 คำอธิบาย 2. นี่คือการรักษาคนง่อย. ดู 1:31 คำอธิบาย 1.
มก.
2:11 ก ยฮ.5:8
มก.
2:12 1 นี่คือการสำเร็จตามคำตรัสขององค์ผู้ทาสพระผู้ช่วยที่ว่า “จงลุกขึ้น ยกที่นอน.” การกล่าวว่า “ความบาปของเจ้าได้รับการอภัยแล้ว” เป็นการง่ายกว่าที่จะกล่าวว่า “จงลุกขึ้น ยกที่นอนและเดินไป.” เนื่องจากประการหลังได้สำเร็จเป็นจริง ดังนั้นคำกล่าวประการแรกซึ่งง่ายกว่าก็ย่อมต้องสำเร็จแล้วด้วย. นี่เป็นพยานที่แน่นหนาว่า องค์ผู้ทาสพระผู้ช่วยมีอำนาจในการอภัยบาปแก่มนุษย์บนโลกได้.
มก.
2:12 2 ดู มธ.9:6 คำอธิบาย 3.
มก.
2:12 3 ดู มธ.9:6 คำอธิบาย 4.
มก.
2:12 ก มก.1:27; 5:42
มก.
2:12 ข ลก.7:16
มก.
2:13 ก มก.1:16; 3:7
มก.
2:13 ข มก.1:45; 3:7-9; 5:24
มก.
2:13 1 ดู 1:21 คำอธิบาย 2.
มก.
2:14 1 ข้อ 14-17 ให้ดูคำอธิบายใน มธ.9:9-13.
มก.
2:14 ก ข้อ 14-17: มธ.9:9-13; ลก.5:27-32
มก.
2:14 2ก เป็นสำนักงานเก็บภาษีให้พวกโรมัน. มัดธายเป็นคนเก็บภาษีคนหนึ่ง ซึ่งอาจมีตำแหน่งใหญ่โต (มธ.10:3). คนเก็บภาษีนั้นถูกพวกยูดายติเตียน, เหยียดหยาม, และจงเกลียดจงชัง (ลก.18:11; มธ.5:46 และคำอธิบาย 2). ถึงกระนั้นองค์ผู้ทาสพระผู้ช่วยก็ยังทรงเรียกเขา และต่อมาภายหลังยังทรงเลือกและแต่งตั้งเขาให้เป็นคนหนึ่งในจำนวนอัครทูต 12 คน (3:18). ช่างเป็นพระเมตตาจริงๆ!
มก.
2:14 3 กิริยาท่าทีเช่นนี้มีนัยว่า เขาได้ละทิ้งงานที่สกปรกและชีวิตแห่งความบาปของเขา เพื่อเป็นการตอบสนองต่อการทรงเรียกขององค์ผู้ทาสพระผู้ช่วย.
มก.
2:15 ก มธ.11:19; ลก.15:1-2; 18:10-14
มก.
2:16 ก กจ.4:5; 23:9
มก.
2:16 1ก ดูข้อ 6 คำอธิบาย 1. พวกธรรมาจารย์นั้นนึกเอาว่าตนเองเป็นผู้ชอบธรรม จึงได้มาปรับโทษองค์ผู้ทาสพระผู้ช่วยในการที่พระองค์รับประทานอาหารร่วมกับพวกเก็บภาษีและคนบาป.
มก.
2:17 1 นี่แสดงว่า องค์ผู้ทาสพระผู้ช่วยถือว่าพระองค์เองเป็นแพทย์สำหรับคนที่ป่วยเนื่องจากความบาป.
มก.
2:17 ก ลก.19:10; 1ตธ.1:15
มก.
2:17 2 นี่แสดงว่า องค์ผู้ทาสพระผู้ช่วยทรงเป็นพระผู้ช่วยให้รอดเสด็จมาเพื่อช่วยคนบาปโดยเฉพาะ.
มก.
2:17 ข ลก.15:7
มก.
2:18 1 ข้อ 18-22 ให้ดูคำอธิบายใน มธ.9:14-17.
มก.
2:18 ก มธ.11.2; 14:12; ลก.11:1; ยฮ.1:35; 3:25
มก.
2:18 ข ลก.18:12
มก.
2:18 ค ข้อ 18-22: มธ.9:14-17; ลก.5:33-38
มก.
2:18 ง มก.2:24; 7:5; มธ.9:11
มก.
2:19 ก ยฮ.3:29; มธ.25:1
มก.
2:20 ก ลก.17:22
มก.
2:22 ก ยฮซ.9:4
มก.
2:23 1 ข้อ 23-28 ให้ดูคำอธิบายใน มธ.12:1-8.
มก.
2:23 ก ยนซ.2:2; พบญ.5:15; ยอค.20:12; ยซย.58:13-14
มก.
2:23 ข ข้อ 23-28: มธ.12:1-8; ลก.6:1-5
มก.
2:23 ค พบญ.23:25
มก.
2:24 1 ดูข้อ 6 คำอธิบาย 1.
มก.
2:24 ก อซด.20:10; พบญ.5:14
มก.
2:24 ข มก.3:4; ลก.13:14; 14:3; ยฮ.5:9-10; 9:14, 16
มก.
2:25 ก มธ.21:16
มก.
2:25 ข 1ซมอ.21:1-6
มก.
2:25 1ข หมายความว่า องค์ผู้ทาสพระผู้ช่วยทรงเป็นดาวิดแท้ เป็นกษัตริย์แห่งอาณาจักรของพระเจ้าที่จะมาถึง.
มก.
2:26 ก 2ซมอ.8:17; 1คนก.24:6
มก.
2:26 1 แปลตามตรงคือ บ้าน.
มก.
2:26 ข อซด.25:30; ลวต.24:5-9
มก.
2:26 ค อซด.29:33
มก.
2:27 ก อซด.23:12
มก.
2:27 1 มนุษย์มิได้ถูกเนรมิตสร้างขึ้นเพื่อวันซะบาโต แต่วันซะบาโตถูกตั้งขึ้นสำหรับมนุษย์ เพื่อให้เขารับสุขวันซะบาโตร่วมกับพระเจ้า (ยนซ.2:2-3).
มก.
2:27 ข กซ.2:16
มก.
2:28 ก มก.2:10
มก.
2:28 1 นี่แสดงถึงสภาพพระเจ้าในสภาพมนุษย์ขององค์ผู้ทาสพระผู้ช่วย. บุตรมนุษย์ผู้นี้ก็คือพระเจ้าผู้ทรงตั้งวันซะบาโตขึ้น และมีสิทธิ์ที่จะเปลี่ยนแปลงสิ่งที่พระองค์ได้ทรงตั้งขึ้นเกี่ยวกับวันซะบาโต.