มาระโก บทที่ 16
2. การเป็นขึ้นของพระองค์
16:1-18
16:1-18
(1) ทรงถูกพบโดยพี่น้องหญิงสามคน
ข้อ 1-8
ข้อ 1-8
มก.
16:1 1ครั้นกวันซะบาโตล่วงไปแล้ว มาเรียขมัฆดาลา, 2มาเรีย[มารดา]ของยาโกโบ, และ3ซะโลเมได้ซื้อคเครื่องหอมมาเพื่อจะได้4ชโลมพระองค์.
มก.
16:2 เวลารุ่งเช้าวันต้นสัปดาห์ พวกเขามาถึงกอุโมงค์ในเวลาที่ดวงอาทิตย์ขึ้น.
มก.
16:3 และพวกเขากำลังพูดกันอยู่ว่า “ใครจะช่วยกลิ้งก้อนหินออกจากปากอุโมงค์ให้เรา?
มก.
16:4 เมื่อพวกเขาเงยหน้าขึ้นก็เห็นว่ากก้อนหินนั้นกลิ้งออกแล้ว แม้จะเป็นก้อนหินที่โตมาก.
มก.
16:5 ครั้นพวกเขาเข้าไปในอุโมงค์แล้ว ก็เห็นกชายหนุ่มคนหนึ่งสวมเสื้อคลุมสีขาวนั่งอยู่ข้างขวา พวกเขาก็ขตื่นตระหนก.
มก.
16:6 ฝ่ายชายหนุ่มนั้นบอกพวกเขาว่า “อย่าตระหนกเลย. พวกท่านมาหาพระเยซูกชาวนาซาเร็ธ ซึ่งถูกตรึงไว้ที่กางเขน. พระองค์1ทรงเป็นขึ้นแล้ว หาได้อยู่ที่นี่ไม่. จงดูที่ซึ่งเขาได้วางพระองค์ไว้.
มก.
16:7 แต่จงไปบอกเหล่าสาวกของพระองค์1และเปโตรว่า พระองค์เสด็จนำหน้าท่านไปยังมณฑลกฆาลิลาย. ท่านทั้งหลายจะเห็นพระองค์ที่นั่นเหมือนพระองค์ได้ตรัสไว้แก่พวกท่านแล้ว.”
มก.
16:8 ฝ่ายผู้หญิงเหล่านั้นก็ออกไปจากอุโมงค์แล้วรีบหนีไป ด้วย1ความพิศวงและตกใจจนตัวสั่น และมิได้พูดกับผู้ใดเพราะเขากลัว.
(2) ทรงปรากฏแก่มาเรีย
ข้อ 9-11
ข้อ 9-11
มก.
16:9 1ครั้นรุ่งเช้าวันต้นสัปดาห์เมื่อพระองค์ทรงเป็นขึ้นมาแล้ว พระองค์กทรงปรากฏแก่มาเรียขมัฆดาลาก่อน คือมาเรียคนที่พระองค์2ได้ขับผีออกคเจ็ดผี.
มก.
16:10 มาเรียจึงไปกบอกพวกคนที่เคยอยู่กับพระองค์แต่ก่อน ซึ่งพวกเขากำลังขร้องไห้โศกเศร้าอยู่.
มก.
16:11 เมื่อเขาได้ยินว่าพระองค์ทรงพระชนม์อยู่และเธอได้เห็นพระองค์แล้ว เขากลับกไม่เชื่อ.
(3) ทรงปรากฏแก่สาวกสองคน
ข้อ 12-13
ข้อ 12-13
มก.
16:12 ภายหลังเรื่องนี้ พระองค์ทรงกปรากฏแก่ขศิษย์สองคนในอีกลักษณะหนึ่ง เมื่อเขากำลังเดินทางออกไปชนบท.
มก.
16:13 ศิษย์สองคนนั้นจึงไปบอกศิษย์อื่นๆ ที่เหลือ แต่พวกเขาก็มิได้เชื่ออีก.
(4) ทรงปรากฏแก่สาวกสิบเอ็ดคนและบัญชาให้เขาเผยแพร่กิตติคุณ
ข้อ 14-18
ข้อ 14-18
มก.
16:14 ภายหลังพระองค์กทรงปรากฏแก่[สาวก]สิบเอ็ดคน เมื่อเขากำลังเอนกาย[รับประทานอาหาร]อยู่ พระองค์ทรงติเตียนความไม่เชื่อและขใจแข็งกระด้างของพวกเขา เพราะพวกเขาคมิได้เชื่อคนเหล่านั้นที่ได้เห็นพระองค์ หลังจากที่พระองค์ทรงเป็นขึ้นมาแล้ว.
มก.
16:15 ฝ่ายพระองค์จึงตรัสแก่พวกสาวกว่า จงออกไปทั่วกโลก1ประกาศกิตติคุณแก่2ขสิ่งทรงสร้างทั้งสิ้น.
มก.
16:16 ผู้ใด1กได้เชื่อและรับขบัพติศมาแล้ว ผู้นั้นก็ครอด แต่ผู้ใด2งไม่เชื่อต้องถูกปรับโทษ.
มก.
16:17 คนที่เชื่อจะมีการอัศจรรย์เหล่านี้ติดตามเขาไป คือเขาจะขับผีออกในกนามของเรา, เขาจะ1พูดขภาษาใหม่,
มก.
16:18 เขาจะจับกงูได้, ถ้าเขากินยาพิษใดจะไม่เป็นอันตราย, และเขาจะขวางมือบนคนป่วยแล้วคนเหล่านั้นจะคหายเป็นปกติ.
V. การเสด็จสู่สวรรค์เพื่อได้รับการยกชูขององค์ผู้ทาสพระผู้ช่วย
16:19
16:19
มก.
16:19 ครั้นองค์พระเยซูเจ้าตรัสแก่เขาจบลงแล้ว ก็1ถูกรับเข้าไปในกฟ้าสวรรค์ ประทับอยู่ขเบื้องขวาพระหัตถ์ของพระเจ้า.
VI. การเผยแพร่กิตติคุณขององค์ผู้ทาสพระผู้ช่วยไปทุกแห่ง
โดยเหล่าสาวกของพระองค์
16:20
โดยเหล่าสาวกของพระองค์
16:20
มก.
16:20 พวกสาวกเหล่านั้นจึงออกไป1ประกาศทั่วทุกหนทุกแห่ง และองค์พระผู้เป็นเจ้าทรงร่วมงานกับพวกเขา และทรงยืนยันพระคำ[ที่เขาประกาศ]โดยกการอัศจรรย์ที่ติดตามเขาไป.
คำอธิบาย มาระโก บทที่ 16
มก.
16:1 1 ข้อ 1-8 ให้ดูคำอธิบายใน มธ.28:1-8.
มก.
16:1 ก ข้อ 1-8: มธ.28:1-8; ลก.24:1-10; ยฮ.20:1
มก.
16:1 ข มก.15:40, 47; 16:9
มก.
16:1 2 ดู 15:40 คำอธิบาย 1.
มก.
16:1 3 ดู 15:40 คำอธิบาย 3.
มก.
16:1 ค ลก.23:56; เทียบ มธ.26:12
มก.
16:1 4 ไม่เหมือนกับคำว่า “ชโลม” ใน ลก.4:18; 1ยฮ.2:20. การซื้อเครื่องหอมไปชโลมเป็นการแสดงออกถึงความรัก, ความชื่นชม, และการระลึกถึง.
มก.
16:2 ก มก.15:46
มก.
16:4 ก มธ.27:60
มก.
16:5 ก เทียบ ยฮ.20:12
มก.
16:5 ข มก.10:32
มก.
16:6 ก มก.1:24
มก.
16:6 1 การฟื้นคืนชีพขององค์ผู้ทาสพระผู้ช่วยเป็นข้อพิสูจน์ว่า พระเจ้าพอพระทัยในสิ่งที่พระองค์กระทำสำเร็จโดยการตายของพระองค์ (ดูรม.4:25 คำอธิบาย 1) และเป็นการยืนยันถึงประสิทธิภาพของความตายที่ไถ่บาปและประทานชีวิตให้ของพระองค์ (กจ.2:24; 3:15). การเป็นขึ้นของพระองค์ได้กลายมาเป็นหลักฐานแห่งการที่เราได้รับการโปรดให้ชอบธรรม (รม.4:25) และเป็นฤทธิ์เดชที่ให้เราเป็นไทต่อบาปได้ (1กธ.15:17).
มก.
16:7 1 ในข้อความที่ทูตสวรรค์บอกแก่พี่น้องหญิงทั้งสามที่ได้ค้นพบการฟื้นคืนชีพขององค์ผู้ทาสพระผู้ช่วยนั้น มีเพียงบทบันทึกของมาระโกเท่านั้นที่บันทึกว่า “และเปโตร” แทรกไว้. สิ่งนี้อาจเป็นเพราะอิทธิพลของเปโตรที่มีต่อเนื้อหาของกิตติคุณฉบับนี้. อย่างไรก็ดี วลีนี้บ่งชี้ว่า เปโตรมีความสัมพันธ์กับองค์ผู้ทาสพระผู้ช่วยอย่างใกล้ชิดเป็นพิเศษ ดังนั้นแม้ทูตสวรรค์ยังเน้นในจุดนี้.
มก.
16:7 ก มก.14:28
มก.
16:8 1 หรือ เกาะกุม.
มก.
16:9 1 สำเนาต้นฉบับหลายฉบับไม่มีข้อ 9-20.
มก.
16:9 ก ยฮ.20:14-15; เทียบ มธ.28:9
มก.
16:9 ข มก.16:1
มก.
16:9 2 ดู 1:23 คำอธิบาย 1. ข้อ 17 ก็เช่นกัน.
มก.
16:9 ค ลก.8:2
มก.
16:10 ก ยฮ.20:18; มธ.28:10
มก.
16:10 ข ยฮ.16:20
มก.
16:11 ก มก.16:14; ลก.24:11
มก.
16:12 ก เทียบ ยฮ.21:1, 14
มก.
16:12 ข ข้อ 12-13: ลก.24:13-35
มก.
16:14 ก 1กธ.15:5
มก.
16:14 ข มก.10:5
มก.
16:14 ค มก.16:11; ลก.24:41
มก.
16:15 ก มก.14:9; รม.10:18; กซ.1:6, 23
มก.
16:15 1 ดู 1:14 คำอธิบาย 3.
มก.
16:15 ข มธ.28:19
มก.
16:15 2ข สิ่งนี้เปิดเผยว่า การไถ่ของพระเจ้าซึ่งองค์ผู้ทาสพระผู้ช่วยทรงกระทำสำเร็จโดยการตายและการเป็นขึ้นของพระองค์นั้น มิได้มีไว้เพื่อมนุษย์ ซึ่งเป็นสิ่งทรงสร้างอันสำคัญของพระเจ้าเท่านั้นแต่ยังมีเพื่อสิ่งทรงสร้างทั้งสิ้นด้วย. ดังนั้นทุกสิ่งที่อยู่บนโลกหรือในสวรรค์ก็ได้กลับคืนดีกับพระเจ้าและกิตติคุณจะต้องประกาศแก่สิ่งทรงสร้างทั้งสิ้นทั่วใต้ฟ้า (กซ.1:20, 23). บนพื้นฐานของสิ่งนี้ สิ่งทรงสร้างทุกอย่างเฝ้าคอยที่จะถูกปลดปล่อยจากการเป็นทาสของความเสื่อมเสียเข้าสู่เสรีภาพแห่งสง่าราศีของบุตรทั้งหลายของพระเจ้า (รม.8:19-22).
มก.
16:16 ก กจ.16:31
มก.
16:16 1ก การเชื่อ (ดู 1:15 คำอธิบาย 3) ก็คือการต้อนรับองค์ผู้ทาสพระผู้ช่วย (ยฮ.1:12) ไม่เพียงแต่เพื่อการอภัยบาป (กจ.10:43) แต่เพื่อการบังเกิดใหม่ด้วย (1ปต.1:21, 23). ดังนั้นผู้ที่เชื่อจึงกลายเป็นบุตรของพระเจ้า (ยฮ.1:12-13) และอวัยวะของพระคริสต์ (อฟ.5:30) โดยการเข้าสนิทอย่างอินทรียภาพกับพระเจ้าตรีเอกภาพ (มธ.28:19). การรับบัพติศมาเป็นการยืนยันถึงสิ่งนี้ โดยการฝังเพื่อสิ้นสุดสิ่งทรงสร้างเก่าโดยอาศัยการตายขององค์ผู้ทาสพระผู้ช่วย และโดยการเป็นขึ้นเพื่อกลายเป็นสิ่งทรงสร้างใหม่ของพระเจ้าโดยอาศัยการฟื้นคืนชีพขององค์ผู้ทาสพระผู้ช่วย. บัพติศมาดังกล่าวนี้เป็นสิ่งที่ก้าวหน้าไปกว่าบัพติศมาแห่งการกลับใจที่โยฮันได้ประกาศมากนัก (1:4; กจ.19:3-5). การเชื่อและรับบัพติศมาเป็นสองส่วนของขั้นตอนที่สมบูรณ์ขั้นหนึ่งเพื่อได้รับการช่วยให้รอดที่ครบถ้วนของพระเจ้า. การรับบัพติศมาโดยปราศจากความเชื่อเป็นเพียงแต่พิธีกรรมที่ว่างเปล่า. ส่วนการเชื่อโดยปราศจากการรับบัพติศมาเป็นการได้รับความรอดเพียงด้านภายใน โดยไม่มีการยืนยันทางภายนอกถึงการช่วยให้รอดด้านภายใน. ทั้งสองประการนี้ต้องควบคู่กันไป. ยิ่งไปกว่านั้นการรับบัพติศมาด้วยน้ำควรต้องมีการรับบัพติศมาด้วยพระวิญญาณรวมอยู่ด้วย ดังเช่นพลไพร่อิสราเอลที่รับบัพติศมาในทะเล (น้ำ) และในเมฆ (พระวิญญาณ)—1กธ.10:2; 12:13.
มก.
16:16 ข กจ.2:38; 8:12, 36
มก.
16:16 ค รม.10:9
มก.
16:16 ง ยฮ.3:18, 36
มก.
16:16 2ง ในที่นี่มิได้กล่าวว่า “ผู้ใดไม่เชื่อและไม่รับบัพติศมา.” นี่แสดงให้เห็นว่า การปรับโทษเกี่ยวข้องกับการไม่เชื่อเท่านั้น ไม่เกี่ยวกับการไม่รับ บัพติศมา. การเชื่อเพียงอย่างเดียวก็เพียงพอต่อการที่ผู้หนึ่งจะรอดพ้นจากการปรับโทษ. อย่างไรก็ตามความเชื่อยังคงต้องการการรับบัพติศมาด้วย เพื่อเป็นการยืนยันทางภายนอก เพื่อให้การช่วยให้รอดทางภายในนั้นครบถ้วน.
มก.
16:17 ก ลก.10:17; กจ.16:18
มก.
16:17 1 การพูดภาษาใหม่เป็นเพียงการอัศจรรย์หนึ่งในห้าประการที่ติดตามผู้เชื่อที่ได้รับความรอด มิได้เป็นการอัศจรรย์ที่มีเพียงหนึ่งเดียว ซึ่งต่างไปจากที่ผู้เชื่อบางคนได้เน้นนั้น. ตามการเปิดเผยอันศักดิ์สิทธิ์ในหนังสือกิจการและในหนังสือจดหมาย สิ่งที่องค์พระผู้เป็นเจ้าตรัสในที่นี้ ไม่ได้หมายความว่า ผู้เชื่อที่ได้รับความรอดแล้วทุกคน จะมีการอัศจรรย์ทั้งห้าประการนี้ แต่หมายความว่าผู้เชื่อแต่ละคนอาจจะมีเครื่องหมายเหล่านี้ในบางประการ ไม่จำเป็นต้องมีทั้งหมด.
มก.
16:17 ข กจ.10:46; 19:6; 1กธ.12:10, 28, 30
มก.
16:18 ก ลก.10:19; กจ.28:3-5
มก.
16:18 ข มก.5:23; 6:5; กจ.28:8
มก.
16:18 ค ยก.5:14-15; กจ.5:15-16
มก.
16:19 1 การเสด็จสู่สวรรค์เพื่อได้รับการยกชูจากพระเจ้าขององค์ผู้ทาสพระผู้ช่วยนั้นเป็นเครื่องหมาย ประการหนึ่งชี้ถึงการที่พระเจ้าทรงยอมรับทุกสิ่งที่พระองค์ได้ทรงกระทำเพื่อโครงการที่นิรันดร์ตามแผนการบริหารแห่งพันธสัญญาใหม่ของพระเจ้า (กจ.2:33-36). ในการยกชูนี้พระเจ้าทรงสวมมงกุฎแห่งสง่าราศีและเกียรติยศให้แก่พระองค์ (ฮร.2:9) ,ทรงประทานพระนามอันยิ่งใหญ่เหนือนามชื่อทั้งปวงให้แก่พระองค์ (ฟป.2:9), และทรงตั้งพระองค์ให้เป็นองค์พระผู้เป็นเจ้าของทุกสิ่ง (กจ.2:36) และเป็นประมุขเหนือสิ่งสารพัด (อฟ.1:22) เพื่อพระองค์จะมีอำนาจทุกประการทั้งในสวรรค์และในแผ่นดินโลก (มธ.28:18) เพื่อปกครองเหนือฟ้าสวรรค์, แผ่นดินโลก, และชนชาติต่างๆ เพื่อให้ สิ่งต่างๆ เหล่านี้ทำงานร่วมกันเพื่อเผยแพร่การปรนนิบัติด้านกิตติคุณของพระองค์ไปทั่วทั้งจักรวาล.
มก.
16:19 ก ลก.24:51; กจ.1:11
มก.
16:19 ข บพส.110:1; กจ.7:55-56; รม.8:34; อฟ.1:20; กซ.3:1; ฮร.1:3; 8:1; 10:12; 12:2; 1ปต.3:22
มก.
16:20 1 ดู 1:14 คำอธิบาย 3. การประกาศกิตติคุณแก่บรรดาสิ่งทรงสร้าง (ข้อ 15) โดยองค์ผู้ทาสพระผู้ช่วยซึ่งฟื้นคืนชีพและเสด็จสู่สวรรค์ในฐานะเป็นผู้ทาสของพระเจ้าผ่านทางผู้เชื่อของพระองค์นั้นโดยได้เริ่มต้นจากกรุงเยรูซาเล็ม และดำเนินต่อไปจนถึงสุดปลายแผ่นดินโลก (กจ.1:8) ซึ่งได้ดำเนินต่อไปอย่างต่อเนื่องและทั่วถึงตลอดหลายศตวรรษที่ผ่านมา และจะยังคงดำเนินต่อไปจนกว่าพระองค์จะเสด็จมาตั้งแผ่นดินของพระเจ้าบนแผ่นดินโลก (ลก.19:12; ดนอ.7:13-14).
มก.
16:20 ก กจ.5:12; 14:3; ฮร.2:4