มาระโก บทที่ 14
(2) ทรงถูกวางแผนทำร้าย, ถูกทรยศ, และเป็นที่รักใคร่
14:1-11
14:1-11
มก.
14:1 1อีกกสองวันก็จะถึงขเทศกาลปัศคาและคเทศกาลกินขนมปังไร้เชื้อ. พวกหัวหน้าปุโรหิตและพวกธรรมาจารย์ก็หาทางที่จะงจับพระองค์ด้วยเล่ห์เหลี่ยมและจฆ่าพระองค์เสีย
มก.
14:2 แต่เขาพูดกันว่า “ในวันเทศกาลอย่าทำเลย กลัวว่าประชาชนจะเกิดกวุ่นวาย.”
มก.
14:3 1ในเวลาที่พระองค์ประทับอยู่ที่กหมู่บ้านเบธาเนียในขเรือนของซีโมนคคนโรคเรื้อนนั้น ขณะเมื่อทรงเอนพระกาย[เสวยพระกระยาหาร]อยู่ มีหญิงคนหนึ่งถือผอบหยกบรรจุน้ำมันหอม คือน้ำมันนาระดาอันบริสุทธิ์ที่มีราคามากมาเฝ้าพระองค์ แล้วทุบผอบหยกนั้น เทน้ำมันหอมลงบนพระเศียรของพระองค์.
มก.
14:4 แต่มีบางคนโกรธมากและพูดกันว่า “1เหตุใดจึงทำให้น้ำมันหอมนี้เสียเปล่า?
มก.
14:5 เพราะว่าถ้าขายน้ำมันหอมนี้ก็ได้เงินกว่ากสามร้อย1เดนาริอัน แล้วแจกให้ขคนจนก็ได้.” พวกเขาก็โกรธเกรี้ยวผู้หญิงนั้น.
มก.
14:6 แต่พระเยซูตรัสว่า “ให้เธอทำไปเถิด. ไปกวนใจเธอทำไม? เธอได้กระทำสิ่งดีงามบนกายของเรา.
มก.
14:7 ด้วยว่ากคนยากจนมีอยู่กับพวกท่านเสมอ และท่านจะทำการดีแก่พวกเขาเมื่อไรก็ทำได้. แต่พวกท่านไม่ได้มี1เราอยู่กับท่านเสมอไป.
มก.
14:8 1เธอได้กระทำตามที่เธอสามารถทำได้ เธอได้2ชโลมกายของเราล่วงหน้าสำหรับกการฝังศพ[ของเรา].
มก.
14:9 เราบอกท่านทั้งหลายตามจริงว่า กิตติคุณนี้จะ1ประกาศในที่ไหนๆ กทั่วโลก การซึ่งหญิงนี้ได้กระทำก็จะเลื่องลือไปเป็นขที่ระลึกถึงเธอที่นั่น.”
มก.
14:10 ฝ่ายกยูดาอิศการิโอดซึ่งเป็นคนหนึ่งในข[พวกสาวก]สิบสองคนได้ออกไปหาพวกหัวหน้าปุโรหิตเพื่อจะคมอบพระองค์ให้พวกเขา.
มก.
14:11 ครั้นพวกเขาได้ยินแล้วก็ดีใจ และสัญญาว่าจะให้1เงินแก่ยูดา. แล้วยูดาจึงคอยหาวิธีการที่จะฉวยโอกาส2มอบพระองค์ให้แก่เขา.
(3) ทรงจัดตั้งอาหารค่ำของพระองค์
14:12-26
14:12-26
มก.
14:12 ในวันแรกของ1เทศกาลกินกขนมปังไร้เชื้อ ซึ่งเป็นวันที่เขา2ฆ่า[แกะ]ขปัศคาเหล่าสาวกมาทูลพระองค์ว่า “จะให้พวกข้าพเจ้าไปจัดเตรียมปัศคาให้พระองค์เสวยที่ไหน?”
มก.
14:13 พระองค์จึงกทรงใช้สาวกสองคนไปโดยสั่งว่า “จงเข้าไปในเมือง แล้วจะมีชายคนหนึ่งถือเหยือกน้ำมาพบท่าน จงตามคนนั้นไป.
มก.
14:14 เขาจะเข้าไปในที่ใด ท่านจงบอก1เจ้าของเรือนนั้นว่า กอาจารย์กล่าวว่า ‘ห้องรับแขกที่เราจะกินขปัศคากับเหล่าสาวกของเรานั้นอยู่ที่ไหน?’
มก.
14:15 เจ้าของเรือนจะชี้ให้ท่านเห็นห้องใหญ่กชั้นบนที่ตกแต่งไว้พร้อมแล้ว. ที่นั่นแหละ จงจัดเตรียมไว้สำหรับพวกเราเถิด.”
มก.
14:16 สาวก[สองคน]นั้นจึงออกไปและเข้าไปในเมือง และพบเหมือนดังคำที่พระองค์ได้ตรัสแก่เขา แล้วได้จัดเตรียมปัศคาไว้.
มก.
14:17 ครั้นกพลบค่ำแล้ว พระองค์จึงเสด็จมากับ[เหล่าสาวก]สิบสองคน.
มก.
14:18 เมื่อกำลังเอนกาย1รับประทานอาหารอยู่ พระเยซูจึงตรัสว่า “เราบอกท่านทั้งหลายตามจริงว่า 2คนหนึ่งในพวกท่านจะกขายเรา คือคนหนึ่งที่ขรับประทานอยู่กับเรานี่แหละ.”
มก.
14:19 ฝ่ายเหล่าสาวกก็พากันเป็นทุกข์ และทูลถามพระองค์ทีละคนว่า “คือข้าพเจ้าหรือ?”1
มก.
14:20 พระองค์จึงตรัสแก่เขาว่า “เป็นคนหนึ่งในสิบสองคนนี้ คือ1คนที่จิ้มในชามเดียวกันกับเรา.
มก.
14:21 เพราะว่าบุตรมนุษย์1จะเสด็จจากไปเป็นแน่ ตามที่ได้กมีคำเขียนไว้เกี่ยวกับพระองค์นั้น แต่วิบัติแก่ผู้ที่จะขายบุตรมนุษย์! ถ้าผู้นั้นมิได้บังเกิดมาก็จะดีกว่า.”
มก.
14:22 1ในระหว่างที่พวกเขากำลัง2รับประทานอยู่นั้น พระเยซูทรงหยิบกขนมปังมาขอวยพระพรแล้วก็หักออกและยื่นให้แก่เหล่าสาวก ตรัสว่า “จงรับเถิด นี่เป็นคกายของเรา.”
มก.
14:23 แล้วพระองค์จึงทรงหยิบจอกมาขอบพระคุณ และยื่นให้พวกเขา เขาก็รับไปดื่มกันทุกคน.
มก.
14:24 แล้วพระองค์ตรัสแก่เขาว่า “นี่เป็นกโลหิตแห่ง1พันธสัญญาของเรา ซึ่งต้องหลั่งออกเพื่อขคนเป็นอันมาก.
มก.
14:25 เราบอกท่านทั้งหลายตามจริงว่า เราจะไม่ดื่ม1ผลผลิตจากต้นองุ่นอีกต่อไป จนวันนั้นมาถึง คือวันที่เราจะดื่มกันใหม่ในกอาณาจักรของพระเจ้า.”
มก.
14:26 เมื่อกร้องเพลงสรรเสริญแล้ว เขาก็พากันออกไปยังขภูเขามะกอกเทศ.
(4) ทรงเตือนเหล่าสาวก
14:27-31
14:27-31
มก.
14:27 พระเยซูจึงตรัสแก่เหล่าสาวกว่า “ท่านทั้งหลายจะกสะดุดกันหมด1ด้วยมีคำเขียนไว้ว่า ‘เราจะตีผู้เลี้ยงแกะ และแกะฝูงนั้นจะขกระจัดกระจายไป.’
มก.
14:28 แต่เมื่อเราเป็นขึ้นแล้ว เราจะไปยังกมณฑลฆาลิลายก่อนหน้าพวกท่าน.
มก.
14:29 แต่เปโตรทูลพระองค์ว่า “แม้ทุกคนจะสะดุดล้ม แต่ข้าพเจ้าจะไม่สะดุดล้มเลย!”
มก.
14:30 พระเยซูจึงตรัสแก่เขาว่า “เราบอกท่านตามจริงว่า ในคืนวันนี้เอง ก่อนกไก่จะขันสองหน ท่านจะ1ปฏิเสธเราถึงสามครั้ง.”
มก.
14:31 แต่เปโตรกลับทูลหนักแน่นยิ่งขึ้นว่า “ถึงแม้ข้าพเจ้าจะต้องกร่วมตายกับพระองค์ ข้าพเจ้าก็จะไม่ปฏิเสธพระองค์เลย!” พวกเขาทุกคนก็ทูลเช่นนั้นเหมือนกัน.
(5) ทรงประสบการณ์ถึงเฆ็ธเซมาเน —
กำชับให้เหล่าสาวกเฝ้าระวังและอธิษฐาน
14:32-42
กำชับให้เหล่าสาวกเฝ้าระวังและอธิษฐาน
14:32-42
มก.
14:32 1พระเยซูกับเหล่าสาวกมายังที่แห่งหนึ่งชื่อเฆ็ธเซมาเน พระเยซูก็กตรัสแก่เหล่าสาวกว่า “จงนั่งอยู่ที่นี่ขณะเมื่อเราอธิษฐาน.”
มก.
14:33 พระองค์ก็พากเปโตร, ยาโกโบ, และโยฮันไปด้วย แล้วพระองค์1ก็เริ่มหวาดกลัวและโทมนัสในพระทัยยิ่งนัก.
มก.
14:34 พระองค์จึงตรัสแก่เหล่าสาวกว่า “จิตของเราเป็นกทุกข์โศกยิ่งนักจนแทบจะตาย. จงคอยขเฝ้าระวังอยู่ที่นี่เถิด.”
มก.
14:35 พระองค์จึงเสด็จดำเนินไปอีกหน่อยหนึ่ง ก็ก้มพระกายลงที่ดินกอธิษฐานว่าถ้าเป็นไปได้ก็ขอให้1ขเวลานั้นล่วงพ้นไปจากพระองค์.
มก.
14:36 พระองค์ทูลว่า “กอับบา พระบิดาเจ้าข้า พระองค์อาจขกระทำได้สารพัด ขอให้คจอกนี้เลื่อนพ้นไปจากข้าพเจ้าเถิด แต่ว่าอย่าให้เป็นไปตามงความประสงค์ของข้าพเจ้าแต่ให้เป็นไปตาม1พระประสงค์ของพระองค์.”
มก.
14:37 พระองค์เสด็จกลับมา ทรงเห็นเหล่าสาวกนอนหลับอยู่ จึงตรัสแก่เปโตรว่า “ซีโมนเอ๋ย ท่านนอนหลับหรือ? ท่านจะเฝ้าระวังอยู่สักชั่วโมงเดียวไม่ได้หรือ?
มก.
14:38 กจงเฝ้าระวังและขอธิษฐานเพื่อท่านจะไม่ได้เข้าในคการล่อลวง. งวิญญาณ1พร้อมแล้วก็จริง แต่จเนื้อหนังยังอ่อนกำลัง.”
มก.
14:39 พระองค์จึงเสด็จไปอธิษฐานอีกครั้งหนึ่ง ทรงกล่าวถ้อยคำเหมือนคราวก่อน.
มก.
14:40 พระองค์ก็เสด็จกลับมาอีก ทรงเห็นพวกเขานอนหลับอยู่ เพราะตาเขาลืมไม่ขึ้น และเขากไม่รู้ว่าจะทูลตอบประการใด.
มก.
14:41 เมื่อเสด็จกลับมาครั้งที่สาม พระองค์จึงตรัสแก่เขาว่า “ท่านยังจะนอนหลับพักผ่อนอยู่อีกหรือ? พอเถอะ. ดูเถิด กเวลาซึ่งบุตรมนุษย์ต้องขถูกมอบไว้ในมือคนบาปนั้นมาถึงแล้ว.
มก.
14:42 ลุกขึ้น ให้เราไปกันเถอะ. ดูเถิด ผู้ที่จะขายเรามาใกล้แล้ว.”
IV. การตายและการเป็นขึ้นขององค์ผู้ทาสพระผู้ช่วย
เพื่อสำเร็จการไถ่ของพระเจ้า
14:43—16:18
เพื่อสำเร็จการไถ่ของพระเจ้า
14:43—16:18
1. การตายของพระองค์
14:43—15:47
14:43—15:47
(1) ทรงถูกจับ
14:43-52
14:43-52
มก.
14:43 พระองค์กตรัสยังไม่ทันขาดคำ ขในทันใดนั้น คยูดาซึ่งเป็นคนหนึ่งใน[เหล่าสาวก]สิบสองคนกับฝูงชนเป็นอันมาก ถือดาบถือไม้ตะบอง มาจากพวกหัวหน้าปุโรหิต, พวกธรรมาจารย์, และพวกผู้อาวุโสทั้งหลาย.
มก.
14:44 ผู้ที่จะกขายพระองค์นั้นได้ให้อาณัติสัญญาณแก่เขาว่า “เราจะจูบผู้ใดก็เป็นผู้นั้นแหละ จงจับกุมเขาไว้และคุมตัวไปอย่างแน่นหนา.”
มก.
14:45 ครั้นมาถึง กในทันใดนั้นยูดาได้เข้าไปหาพระองค์และกล่าวว่า “ขรับบี! แล้วคจูบพระองค์อย่างรักใคร่.”
มก.
14:46 คนทั้งหลายก็ลงมือกจับกุมพระองค์ไป.
มก.
14:47 แต่1คนหนึ่งที่ยืนอยู่ที่นั่น ชักกดาบออกฟันหูทาสคนหนึ่งของมหาปุโรหิตขาด.
มก.
14:48 พระเยซูจึงตรัสแก่พวกเหล่านั้นว่า “ท่านทั้งหลายถือดาบถือไม้ตะบองออกมาจับเราเหมือนจะจับโจรหรือ?
มก.
14:49 เราได้อยู่กับท่านทั้งหลายทุกวัน 1กสั่งสอนใน2พระวิหาร ท่านก็หาได้จับเราไม่แต่สิ่งเหล่านี้ก็เพื่อขพระคัมภีร์จะได้คสำเร็จเป็นจริง.”
มก.
14:50 แล้วสาวกทั้งหมดได้กละทิ้งพระองค์ไว้และพากันหนีไป.
มก.
14:51 มีชายหนุ่มคนหนึ่งห่มผ้าป่านคลุมกายที่เปลือย ติดตามพระองค์ไป พวกเขาก็จับชายคนนั้น.
มก.
14:52 แต่เขาได้สลัดผ้าป่านผืนนั้นทิ้งเสียแล้วเปลือยกายหนีไป.
(2) ทรงถูกพิพากษา
14:53—15:15
14:53—15:15
ก. โดยผู้นำชาวยูดายซึ่งเป็นตัวแทนของชาวยูดาย
14:53-72
14:53-72
มก.
14:53 1เขา2กพาพระเยซูไปหามหาปุโรหิต และมีพวกหัวหน้าปุโรหิต, พวกผู้อาวุโส, และพวกธรรมาจารย์ได้ชุมนุมพร้อมกันอยู่ที่นั่น.
มก.
14:54 ฝ่ายเปโตรได้กติดตามพระองค์ไปห่างๆ จนเข้าไปในขลานบ้านของมหาปุโรหิต. เขานั่งผิงไฟอยู่กับคพวกเจ้าหน้าที่.
มก.
14:55 พวกหัวหน้าปุโรหิตกับ1กสภาแซนเฮดรินทั้งหมดจึงหาพยานมาฟ้องพระเยซูเพื่อจะประหารพระองค์เสีย แต่เขาหาไม่ได้.
มก.
14:56 ด้วยว่ามีหลายคนเป็นกพยานเท็จปรักปรำพระองค์ แต่คำพยานของเขาไม่ตรงกัน.
มก.
14:57 มีกบางคนยืนขึ้นเป็นพยานเท็จปรักปรำพระองค์ว่า
มก.
14:58 “พวกข้าพเจ้าได้ยินคนนี้ว่าเราจะกทำลายพระวิหารนี้ที่สร้างไว้ด้วยขมือมนุษย์และ1ในสามวันจะสร้างวิหารขึ้นอีกหลังหนึ่งซึ่งมิได้สร้างด้วยมือมนุษย์เลย.”
มก.
14:59 แม้เช่นนั้น คำพยานของคนเหล่านั้นเองก็ยังไม่ตรงกัน.
มก.
14:60 มหาปุโรหิตจึงลุกขึ้นยืนท่ามกลาง[คนเหล่านั้น]ถามพระเยซูว่า “ท่านไม่ตอบอะไรบ้างหรือ? คนเหล่านี้เป็นพยานปรักปรำท่านด้วยเรื่องอะไร?”
มก.
14:61 แต่พระองค์ทรงนิ่งอยู่มิได้ตอบกประการใด. มหาปุโรหิตจึงถามพระองค์อีกว่า “ขท่านเป็น1คพระคริสต์ พระบุตรของ2งพระองค์ผู้ควรรับการสรรเสริญนั้นหรือ?”
มก.
14:62 พระเยซูตรัสว่า “1เราเป็น! และท่านทั้งหลายจะได้เห็นกบุตรมนุษย์นั่งอยู่ขเบื้องขวาพระหัตถ์ของผู้ทรงฤทธานุภาพ และเสด็จมาบนเมฆแห่งฟ้าสวรรค์.”
มก.
14:63 มหาปุโรหิตจึงกฉีก1เสื้อผ้าของตนแล้วกล่าวว่า “เรายังต้องการพยานอะไรอีกเล่า?
มก.
14:64 ท่านทั้งหลายได้ยิน1กคำหมิ่นประมาทแล้ว! ท่านทั้งหลายคิดเห็นอย่างไร?”คนทั้งปวงจึงร่วมกันปรับโทษพระองค์ว่า สมควรขตาย.
มก.
14:65 บางคนก็ถ่มน้ำลายรดพระองค์ ปิดพระพักตร์พระองค์ใช้กำปั้นชกพระองค์ แล้วว่าแก่พระองค์ว่า “จงพยากรณ์ซิ!” และพวกเจ้าหน้าที่ก็ลากพระองค์ไปเอามือตบพระองค์.
มก.
14:66 1ฝ่ายเปโตรเมื่อยังอยู่ที่กลานบ้านข้างล่าง มีหญิงคนหนึ่งในพวกสาวใช้ของมหาปุโรหิตเดินมา
มก.
14:67 เมื่อเห็นเปโตรผิงไฟอยู่ เธอจ้องดูเขาแล้วว่า “เจ้าได้อยู่กับเยซูกชาวนาซาเร็ธด้วยเหมือนกัน.”
มก.
14:68 แต่เปโตรปฏิเสธว่า “ที่เจ้าว่านั้น ข้าไม่รู้เรื่องและไม่เข้าใจ.” เปโตรจึงออกไปที่ลานด้านหน้า แล้วไก่ก็ขัน.
มก.
14:69 และสาวใช้คนนั้นเมื่อเห็นเขา ก็บอกกับผู้คนที่ยืนอยู่ที่นั่นอีกว่า “คนนี้แหละเป็นพวกเขา.”
มก.
14:70 แต่เปโตรก็ปฏิเสธอีก. แล้วอีกสักครู่หนึ่ง คนทั้งหลายซึ่งยืนอยู่ที่นั่นได้ว่าแก่เปโตรว่า “เจ้าเป็นพวกเขาแน่แล้ว ด้วยว่าเจ้าก็เป็นกชาวฆาลิลายเหมือนกัน1”
มก.
14:71 แต่เปโตร1สบถสาบานว่า “คนที่พวกเจ้าพูดถึงนั้นข้าไม่รู้จัก!”
มก.
14:72 ในกทันใดนั้น ขไก่ก็ขันเป็นครั้งที่สอง. เปโตรจึงระลึกถึงคำที่พระเยซูตรัสแก่เขาได้ว่า “ก่อนไก่ขันสองหน ท่านจะปฏิเสธเราถึงสามครั้ง.” เมื่อเปโตรหวนคิดขึ้นได้ก็ร้องไห้.
คำอธิบาย มาระโก บทที่ 14
มก.
14:1 1 ข้อ 1-2 ให้ดูคำอธิบายใน มธ.26:2-5.
มก.
14:1 ก ข้อ 1-2: มธ.26:2-5; ลก.22:1-2
มก.
14:1 ข มก.14:12, 14, 16; อซด.12:11; ลวต.23:5; ยฮ.12:1; 13:1
มก.
14:1 ค มก.14:12; อซด.12:15-20; ลวต.23:6
มก.
14:1 ง มก.14:46
มก.
14:1 จ มก.8:31; 9:31; 10:34; ยฮ.11:53
มก.
14:2 ก มธ.27:24
มก.
14:3 1 ข้อ 3-9 ให้ดูคำอธิบายใน มธ.26:6-13.
มก.
14:3 ก มก.11:1, 11; มธ.21:17; ยฮ.11:18
มก.
14:3 ข ข้อ 3-9: มธ.26:6-13; ยฮ.12:1-8; เทียบ ลก.7:36-39
มก.
14:3 ค มก.1:40
มก.
14:4 1 แปลตามตรงคือ เหตุใดจึงเกิดการสูญเสียน้ำมันหอมไปเปล่าๆ เช่นนี้?
มก.
14:5 ก เทียบ มธ.26:15; 27:3, 9
มก.
14:5 1 ดู ยฮ.6:7 คำอธิบาย 1.
มก.
14:5 ข ยฮ.13:29
มก.
14:7 ก พบญ.15:11
มก.
14:7 1 องค์พระผู้เป็นเจ้าปรารถนาให้เรายึดเอาพระองค์เป็นที่หนึ่ง (ประมุข) ในทุกสิ่ง (กซ.1:18).
มก.
14:8 1 แปลตามตรงคือ เธอได้กระทำตามที่เธอมีอยู่จนหมดสิ้น.
มก.
14:8 2 หรือ ชโลมกายของเราไว้ล่วงหน้า (หรือฉวยโอกาสชโลมกายของเรา) สำหรับการฝังศพของเรา.
มก.
14:8 ก ยฮ.19:40
มก.
14:9 1 ดู 1:14 คำอธิบาย 3.
มก.
14:9 ก มก.16:15; มธ.24:14
มก.
14:9 ข กจ.10:4
มก.
14:10 ก มก.3:19; ยฮ.6:70-71; มก.14:42-43; มธ.27:3
มก.
14:10 ข ข้อ 10-11: มธ.26:14-16; ลก.22:3-6
มก.
14:10 ค มก.14:18; 9:31; 10:33
มก.
14:11 1 เป็นเงิน 30 แผ่น (มธ.26:15) ซึ่งเป็นราคาสำหรับทาสคนหนึ่ง (อซด.21:32).
มก.
14:11 2 ในขณะที่ผู้ติดตามขององค์ผู้ทาสพระผู้ช่วยคนหนึ่งแสดงความรักที่เธอมีต่อพระองค์อย่างเหลือล้น อีกคนหนึ่งกลับจะขายพระองค์. คนหนึ่งรักและมีความล้ำค่าในตัวพระองค์ แต่ในเวลาเดียวกันอีกคนหนึ่งกำลังจะมอบพระองค์.
มก.
14:12 1 ดู มธ.26:17 คำอธิบาย 1.
มก.
14:12 ก มก.14:1
มก.
14:12 2 ในปฏิทินของชาวยูดายซึ่งเป็นไปตามพระคัมภีร์ของพวกเขานั้นจะเริ่มต้นวันใหม่ในตอนเย็น (ยนซ.1:5). ในคืนวันสุดท้ายของเทศกาลปัศคานั้น องค์ผู้ทาสพระผู้ช่วยทรงเสวยงานเลี้ยงปัศคากับเหล่าสาวกของพระองค์ก่อน และได้จัดตั้งอาหารค่ำของพระองค์ขึ้นสำหรับพวกเขา (ข้อ 12-25) ต่อมาพระองค์ได้เสด็จไปยังสวนเฆ็ธเซมาเนที่ภูเขามะกอกเทศพร้อมกับเหล่าสาวก (ข้อ26-42). ณ ที่นั่น พระองค์ก็ถูกจับไปมอบให้มหาปุโรหิต แล้วถูกพิพากษาที่สภาแซนเฮดรินกลางดึกคืนนั้น (ข้อ 43-72). ในตอนเช้าวันเดียวกันพระองค์ถูกส่งตัวไปให้ปีลาตพิพากษาและถูกตัดสินให้ลงโทษประหารชีวิต (15:1-15). ต่อมาพระองค์ถูกนำตัวมาตรึงกางเขนที่โฆละโฆธาในเวลาเช้า 9:00 น.และทรงอยู่บนกางเขนจนถึง 15:00 น. (15:16-41) เพื่อให้สำเร็จตามแบบเล็งของเทศกาลปัศคา (อซด.12:6-11; ดู 12:37 คำอธิบาย 1).
มก.
14:12 ข ข้อ 12:16: มธ.26:17-19; ลก.22:7-13
มก.
14:13 ก มก.11:1
มก.
14:14 1 หรือ นายของเรือนนั้น.
มก.
14:14 ก มธ.23:8; ยฮ.11:28; 13:13
มก.
14:14 ข มก.14:1
มก.
14:15 ก กจ.1:13
มก.
14:17 ก ข้อ 17-21: มธ.26:20-25; ลก. 22:14-18, 21-23; ยฮ.13:21-26
มก.
14:18 1 เป็นการกินเลี้ยงปัศคา (ข้อ 16) ไม่ใช่การรับประทานอาหารค่ำขององค์ผู้ทาสพระผู้ช่วยซึ่งอยู่ในข้อ 22-24.
มก.
14:18 2 ยูดาอิศการิโอด.
มก.
14:18 ก มก.14:10, 11
มก.
14:18 ข บพส.41:9; ยฮ.13:18
มก.
14:19 1 สำเนาต้นฉบับบางเล่มเพิ่มข้อความว่า “อีกคนหนึ่งถามว่า คือข้าพเจ้าหรือ?”
มก.
14:20 1 หลังจากถูกเปิดโปง ยูดาก็ละจากไป (ยฮ.13:21-30) ก่อนอาหารค่ำขององค์ผู้ทาสพระผู้ช่วย (มธ.26:20-26). เขามิได้มีส่วนร่วมในพระกายและพระโลหิตขององค์ผู้ทาสพระผู้ช่วย เพราะเขามิได้เป็นผู้เชื่อในพระองค์ที่แท้จริง แต่เป็นลูกแห่งความพินาศ (ยฮ.17:12) และแม้แต่องค์ผู้ทาสพระผู้ช่วยยังทรงถือว่าเขาเป็นมารร้าย (ยฮ.6:70-71). ตามบทบันทึกใน ลก.22:21-23 ดูเหมือนจะระบุว่า ยูดาได้ออกไปภายหลังอาหารค่ำขององค์ผู้ทาสพระผู้ช่วย เพราะอาหารค่ำของพระองค์ได้ถูกกล่าวถึงไว้ก่อนในข้อ 19-20. อย่างไรก็ตามบทบันทึกของมาระโกซึ่งเหมือนกับบทบันทึกของมัดธายแสดงให้เห็นว่า ยูดาถูกองค์ผู้ทาสพระผู้ช่วยชี้ตัวว่าเป็นผู้ขายพระองค์ (ข้อ 18-21) ก่อนที่พระองค์จะจัดตั้งอาหารค่ำของพระองค์ (ข้อ 22-24). บทบันทึกของมาระโกเป็นไปตามลำดับเหตุการณ์ทางประวัติศาสตร์ ส่วนบทบันทึกของลูกาเป็นไปตามลำดับของหลักศีลธรรม. ดู มธ.8:16 คำอธิบาย 1 ย่อหน้าที่ 2.
มก.
14:21 1 ตรัสเล็งถึงการที่พระองค์จะเสด็จไปวายพระชนม์.
มก.
14:21 ก มก.9:12; ลก.24:46
มก.
14:22 1 ข้อ 22-26 ให้ดูคำอธิบายในมัดธาย.26:26-30.
มก.
14:22 2 นี่คือการรับประทานอาหารค่ำขององค์ผู้ทาสพระผู้ช่วย ซึ่งเกิดขึ้นหลังจากที่พระองค์และเหล่าผู้ติดตามพระองค์ได้รับประทานงานเลี้ยงปัศคาแล้วในข้อ 16-18. พระองค์ทรงริเริ่มงานเลี้ยงแบบใหม่นี้เพื่อให้บรรดาผู้เชื่อมาระลึกถึงพระองค์แทนที่งานเลี้ยงปัศคาซึ่งเป็นภาคปฏิบัติตามพันธสัญญาเดิมที่ให้พลไพร่ที่ถูกเลือกสรรมาระลึกถึงความรอดของพระยะโฮวา (อซด.12:14; 13:3). งานเลี้ยงใหม่ที่อยู่ในพันธสัญญาใหม่นี้ มีเพื่อการระลึกถึงองค์ผู้ทาสพระผู้ช่วย โดยการกินขนมปังซึ่งเล็งถึงพระกายของพระองค์ที่ทรงประทานแก่ผู้เชื่อพระองค์ (1กธ.11:24) และดื่มจากจอกซึ่งเล็งถึงพระโลหิตของพระองค์ที่ไหลออกเพื่อความบาปของพวกเขา (มธ.26:28). ขนมปังเป็นสัญลักษณ์เล็งถึงชีวิต (ยฮ.6:35) คือชีวิตของพระเจ้า, ชีวิตนิรันดร์; และจอกเป็นสัญลักษณ์เล็งถึงพระพร (1กธ.10:16) ซึ่งก็คือตัวของพระเจ้าเองที่ได้เป็นส่วนของผู้เชื่อ (บพส.16:5). ในฐานะที่เป็นคนบาป ส่วนของคนเหล่านี้ควรจะเป็นจอกแห่งพระพิโรธของพระเจ้า (วว.14:10). แต่องค์ผู้ทาสพระผู้ช่วยได้ดื่มจอกนั้นแทนพวกเขาแล้ว (ยฮ.18:11) และความรอดของพระองค์ก็ได้กลายเป็นส่วนของพวกเขา เป็นจอกแห่งความรอด (บพส.116:13) ที่เปี่ยมล้น (บพส. 23:5). สิ่งที่บรรจุอยู่ภายในก็คือพระเจ้าผู้ทรงเป็นพระพรที่ครอบคลุมสรรพสิ่งของพวกเขา. ขนมปังและจอกเช่นนี้เป็นส่วนประกอบในอาหารค่ำขององค์ผู้ทาสพระผู้ช่วย ซึ่งก็คือโต๊ะ (1กธ.10:21), หรืองานเลี้ยงที่พระองค์ได้ทรงจัดตั้งขึ้น เพื่อผู้เชื่อของพระองค์จะได้ระลึกถึงพระองค์โดยการรับสุขพระองค์ผู้เป็นงานเลี้ยงเช่นนี้. ดังนั้นในขณะที่บรรดาผู้เชื่อของพระองค์ร่วมกันระลึกถึงพระองค์ พวกเขาก็ได้ประกาศถึงการตายแห่งการไถ่และการแจกจ่ายชีวิตของพระองค์ (1กธ.11:26—การที่พระโลหิตแยกออกจากกายของพระองค์ก็ได้ชี้ถึงการตายของพระองค์) และได้เป็นพยานต่อจักรวาลถึงความอุดมสมบูรณ์และความรอดอันมหัศจรรย์ของพระองค์.
มก.
14:22 ก ข้อ 22-25: มธ.26:26-29; ลก.22:19-20; 1กธ.11:23-26
มก.
14:22 ข มก.8:7; มธ.14:19
มก.
14:22 ค 1กธ.10:16
มก.
14:24 ก 1กธ.10:16; ฮร.13:20; เทียบ อซด.24:8; ซคย.9:11
มก.
14:24 1 ในเอ็กโซโด 24:3-8 พระเจ้าทรงตั้งพันธสัญญากับพวกอิสราเอลที่ทรงไถ่ไว้ (ฮร.9:18-21) ซึ่งได้กลายมาเป็นพินัยกรรมเดิม ซึ่งเป็นบรรทัดฐานให้พระองค์มาปฏิบัติต่อไพร่พลที่พระองค์ได้ทรงไถ่ไว้ในยุคกฎบัญญัติ. องค์ผู้ทาสพระผู้ช่วยได้เสด็จมาสำเร็จการไถ่ที่นิรันดร์ของพระเจ้าให้กับพลไพร่ที่พระเจ้าทรงเลือกสรร โดยการตายของพระองค์ ตามน้ำพระทัยของพระเจ้า (ฮร.10:7, 9-10) และทรงตั้งพันธสัญญาใหม่ด้วยพระโลหิตของพระองค์เอง โดยเป็นพันธสัญญาอันประเสริฐกว่า (ฮร.8:6-13) และหลังจากที่พระองค์ทรงคืนพระชนม์ได้กลายมาเป็นพินัยกรรมใหม่ (ฮร.9:16-17) อันเป็นบรรทัดฐานให้พระเจ้าสามารถเป็นหนึ่งกับผู้ที่พระองค์ทรงไถ่และให้บังเกิดใหม่ในยุคพระคุณ. พันธสัญญาใหม่นี้ได้มาแทนที่พันธสัญญาเดิม และในเวลาเดียวกันก็ได้หันเปลี่ยนยุคสมัยเดิมของพระเจ้ามาเป็นยุคสมัยใหม่ของพระเจ้า. องค์ผู้ทาสพระผู้ช่วยทรงประสงค์ให้ผู้ติดตามพระองค์รู้ถึงสิ่งนี้ และดำรงชีวิตโดยยึดถือและเป็นไปตามสิ่งนี้ หลังจากที่พระองค์ทรงคืนพระชนม์.
มก.
14:24 ข มก.10:45
มก.
14:25 1 สิ่งนี้ก็หมายถึง น้ำจากผลองุ่น.
มก.
14:25 ก มก.10:14-15
มก.
14:26 ก ข้อ 26-31: มธ.26:30-35
มก.
14:26 ข ลก.22:39; มก.11:1; 13:3
มก.
14:27 ก มธ.11:6
มก.
14:27 1 สำเนาต้นฉบับบางฉบับเพิ่มข้อความว่า“เพราะเราในคืนนี้”.
มก.
14:27 ข ซคย.13:7; ยฮ.16:32; มก.14:50
มก.
14:28 ก มก.16:7; มธ.28:7, 10, 16
มก.
14:30 ก มก.14:72; ลก.22:34; ยฮ.13:38
มก.
14:30 1 ในภาษากรีกเป็นคำกริยาผสม โดยมีความหมายว่า ปฏิเสธอย่างสิ้นเชิง. สำหรับข้อ 31 และ 72 ก็เช่นเดียวกัน.
มก.
14:31 ก ลก.22:33
มก.
14:32 1 ข้อ 32-42 ให้ดูคำอธิบายใน มธ.26:36-46.
มก.
14:32 ก ข้อ 32-42: มธ.26:36-46; ลก.22:40-46
มก.
14:33 ก มก.5:37; 9:2
มก.
14:33 1 “พระองค์ทรงหวาดกลัวต่อเหตุการณ์อันน่าสะพรึงกลัวซึ่งจะประสบอยู่เบื้องหน้า” (Cran-field: แครนฟิลด์).
มก.
14:34 ก ยฮ.12:27
มก.
14:34 ข มก.14:38; 13:33, 37; 1ธซ.5:6
มก.
14:35 ก ฮร.5:7
มก.
14:35 ข มก.14:41
มก.
14:35 1ข ความเศร้าโศกและคำอธิษฐานขององค์ผู้ทาสพระผู้ช่วยในข้อ 34 เป็นเช่นเดียวกับในโยฮัน.12:27. ในที่นั่นพระองค์ตรัสว่า พระองค์ได้เสด็จมาเพื่อเวลานี้ นั่นก็คือพระองค์ทรงทราบถึงน้ำพระทัยของพระบิดาว่า พระองค์จะต้องตายบนไม้กางเขนเพื่อสำเร็จโครงการนิรันดร์ของพระเจ้า.
มก.
14:36 ก รม.8:15; ฆต.4:6
มก.
14:36 ข มธ.19:26
มก.
14:36 ค มธ.19:26
มก.
14:36 ง ยฮ.5:30; 6:38
มก.
14:36 1 พระเจ้าตรีเอกภาพได้ทรงกำหนดโครงการอันศักดิ์สิทธิ์ของพระองค์ไว้ตั้งแต่นิรันดร์กาลในอดีตว่า พระภาคที่สองแห่ง
ตรีเอกภาพอันศักดิ์สิทธิ์นั้นจะต้องมาบังเกิดเป็นเนื้อหนังและตายบนกางเขนจึงสำเร็จการไถ่ที่นิรันดร์นี้ก็เพื่อให้สำเร็จตามพระประสงค์ที่นิรันดร์ของพระองค์ (อฟ.1:7-9). ดังนั้นตั้งแต่ก่อนทรงสร้างโลก ซึ่งก็คือนิรันดร์กาลในอดีต (1ปต.1:19-20) พระภาคที่สองแห่งตรีเอกภาพอันศักดิ์สิทธิ์ก็ถูกกำหนดให้เป็นพระเมษโปดกของพระเจ้า (ยฮ.1:29); และในสายพระเนตรของพระเจ้า พระองค์ได้ถูกฆ่าในฐานะเป็นพระเมษโปดกของพระเจ้าแล้วตั้งแต่เนรมิตสร้างโลกมา นั่นคือตั้งแต่การดำรงอยู่ของบรรดาสิ่งทรงสร้างทั้งหลายที่ได้ตกต่ำไปแล้วนั้น (วว.13:8). ตั้งแต่มนุษย์ได้ตกต่ำเป็นต้นมา ลูกแกะ, แกะ, ลูกโค, และโคจึงถูกใช้เป็นแบบเล็งเพื่อไพร่พลที่ทรงเลือกสรร (ยนซ.3:21; 4:4; 8:20; 22:13; อซด.12:3-8; ลวต.1:2) โดยชี้ถึงพระองค์ผู้จะเสด็จมาในฐานะลูกแกะแท้ที่พระเจ้าทรงกำหนดไว้ล่วงหน้า. เมื่อเวลากำหนดครบบริบูรณ์ พระเจ้าตรีเอกภาพจึงทรงส่งพระภาคที่สองแห่ง
ตรีเอกภาพอันศักดิ์สิทธิ์คือ พระบุตรของพระเจ้ามาบังเกิดในรูปกายมนุษย์ (ฮร.10:5) เพื่อให้พระองค์ถูกมอบถวายให้กับพระเจ้าบนกางเขน (ฮร.9:14; 10:12) เพื่อกระทำตามน้ำพระทัยของพระเจ้าตรีเอกภาพ (ฮร.10:7) นั่น คือเป็นการแทนที่เครื่องบูชาและเครื่องถวายที่เป็นแบบเล็งนั้นด้วยพระองค์เองในสภาพมนุษย์ของพระองค์ผู้เป็นเครื่องบูชาและเครื่องถวายหนึ่งเดียว เพื่อแบ่งแยกพลไพร่ที่พระเจ้าทรงเลือกสรรให้บริสุทธิ์ (ฮร.10:9-10). คำอธิษฐานของพระองค์ในที่นี้ เป็นเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นก่อนการถูกตรึงกางเขนเพียงเล็กน้อย พระองค์ทรงเตรียมพระองค์เองเพื่อดื่มจอกแห่งกางเขน (มธ.26:39, 42) ทรงเต็มพระทัยที่จะทำตามน้ำพระทัยหนึ่งเดียวของพระบิดา เพื่อสำเร็จโครงการที่นิรันดร์ของพระเจ้าตรีเอกภาพ.
มก.
14:38 ก มก.14:34
มก.
14:38 ข ลก.21:36; 1ปต.4:7
มก.
14:38 ค 1ธซ.3:5; ยก.1:14
มก.
14:38 ง 1ธซ.5:23; ฮร.4:12
มก.
14:38 1 หรือ ยินยอม, สมัครใจ.
มก.
14:38 จ ฆต.5:16, 17; รม.7:18
มก.
14:40 ก มก.9:6
มก.
14:41 ก มก.14:35; ยฮ.13:1
มก.
14:41 ข มก.14:18, 44
มก.
14:43 ก ข้อ 43-50: มธ.26:47-56; ลก.22:47-53; ยฮ.18:3-11
มก.
14:43 ข มก.11:2, 3; 14:45
มก.
14:43 ค มก.14:10; กจ.1:16
มก.
14:44 ก มก.14:41
มก.
14:45 ก มก.14:43, 72
มก.
14:45 ข ยฮ.1:38
มก.
14:45 ค เทียบ ลก.15:20; กจ.20:37
มก.
14:46 ก มก.14:1
มก.
14:47 1 นี่คือเปโตร (ยฮ.18:10, 26).
มก.
14:47 ก ลก.22:38
มก.
14:49 ก มก.12:35; มธ.21:23; ยฮ.8:2; 18:20
มก.
14:49 1ก ดู 1:21 คำอธิบาย 2.
มก.
14:49 2 ผู้ต่อต้านซึ่งละทิ้งพระเจ้าและผิดต่อพระเจ้าเหล่านี้เกรงกลัวประชาชนที่ต้อนรับองค์ผู้ทาสพระผู้ช่วยอย่างอบอุ่น (11:7-11) และมีความยินดีต่อคำตรัสของพระองค์ (12:37) จึงไม่กล้าจับพระองค์ในเวลากลางวันหรือในที่สาธารณะเช่นในพระวิหาร. แต่พวกเขาใช้เล่ห์เหลี่ยมจับพระองค์ในเวลากลางดึก (ข้อ 1) เหมือนดังจับโจร (ข้อ 48).
มก.
14:49 ข ลก.24:27; 1กธ.15:3
มก.
14:49 ค มธ.1:22; ลก.24:44
มก.
14:50 ก มก.14:27
มก.
14:53 1 ข้อ 53-65 ให้ดูคำอธิบายใน มธ.26:57-68.
มก.
14:53 ก ข้อ 53-65: มธ.26:57-68; ยฮ.18:12-13, 19-24
มก.
14:53 2ก องค์ผู้ทาสพระผู้ช่วยถูกจับเหมือนโจร (ข้อ 48) และถูกนำไปฆ่าเหมือนลูกแกะ (ยซย.53:7).
มก.
14:54 ก ลก.22:54-55; ยฮ.18:15
มก.
14:54 ข มธ.26:3; ยฮ.18:15
มก.
14:54 ค ยฮ.7:32; 18:18
มก.
14:55 ก มธ.5:22; 10:17
มก.
14:55 1ก ดู มธ.5:22 คำอธิบาย 7.
มก.
14:56 ก บพส.27:12
มก.
14:57 ก เทียบ พบญ.17:6; 19:15
มก.
14:58 ก มก.15:29; กจ.6:14; เทียบ ยฮ.2:19
มก.
14:58 ข กจ.7:48; 17:24
มก.
14:58 1 แปลตามตรงคือ ผ่านไปสามวัน.
มก.
14:61 ก ยซย.53:7; มก.15:5; ยฮ.19:9
มก.
14:61 ข ข้อ 61-63: ลก.22:67-71
มก.
14:61 ค มก.8:29
มก.
14:61 1ค แปลตามตรงคือ พระคริสต์นั้น.
มก.
14:61 ง รม.1:25; 2กธ.1:3; 11:31
มก.
14:61 2ง มหาปุโรหิตผู้เลอะเลือน ที่อยู่ในศาสนาตามประเพณีซึ่งละทิ้งพระเจ้าและถูกพระเจ้าละทิ้งได้เรียกพระเจ้าว่า “พระองค์ผู้ควรรับการสรรเสริญ” เพื่อแสดงให้เห็นว่าเขามีความเคารพยำเกรงพระเจ้ามากเพียงใด.
มก.
14:62 1 ถึงแม้องค์ผู้ทาสพระผู้ช่วยไม่สนใจตอบคำฟ้องเท็จของผู้วิพากษ์วิจารณ์ในด้านที่เกี่ยวกับความประพฤติของพระองค์ แต่ในด้านฐานันดรอันศักดิ์สิทธิ์คือสภาพพระเจ้าของพระองค์นั้น พระองค์มิได้นิ่งเฉยอีก แต่ทรงตอบอย่างเข้มแข็งและแน่ชัดโดยยืนยันถึงสภาพพระเจ้าในสภาพมนุษย์ของพระองค์ โดยกล่าวว่า พระองค์จะนั่งอยู่เบื้องขวาพระหัตถ์ของพระเจ้าในฐานะบุตรมนุษย์.
มก.
14:62 ก มธ.16:27; 24:30
มก.
14:62 ข บพส.110:1; ฮร.1:3
มก.
14:63 ก อฤธ.14:6; กจ.14:14
มก.
14:63 1 แปลตามตรงคือ เสื้อใน. เนื่องจากศัพท์ภาษากรีกในที่นี้เป็นพหูพจน์ การแปลว่า เสื้อผ้า ในที่นี้จึงเหมาะสมกว่า.
มก.
14:64 ก มก.2:7; ยฮ.10:36
มก.
14:64 1ก ผู้ต่อต้านซึ่งตาบอดได้ปรับโทษองค์ผู้ทาส พระผู้ช่วยว่า พระองค์หมิ่นประมาท ในขณะที่ทรงยืนยันถึงความเป็นพระเจ้าของพระองค์ โดยไม่ตระหนักเลยว่า แท้จริงแล้วพวกเขาเองต่างหากกำลังหมิ่นประมาทพระเจ้า ซึ่งก็คือพระองค์ที่พวกเขากำลังใส่ร้ายและหัวเราะเยาะอยู่ในเวลานั้น.
มก.
14:64 ข ลวต.24:16
มก.
14:65 ก มก.10:34; 15:19; ยซย.50:6
มก.
14:65 1ก นี่เป็นการที่ชาวยูดายเหยียดหยามและปฏิเสธองค์ผู้ทาสพระผู้ช่วยอย่างสิ้นเชิง เหมือนดังที่พยากรณ์ไว้ใน ยซย.53:3.
มก.
14:65 ข อธร.7:8
มก.
14:65 ค ลก.22:63, 64
มก.
14:65 2 หรือเผยพระวจนะ. นี่เป็นคำพูดเยาะเย้ยและล้อเลียน.
มก.
14:65 3 แปลตามตรงคือ ลากไป อีกทั้งตบพระองค์.
มก.
14:65 ง ยฮ.18:22; 19:3; มธ.5:39
มก.
14:66 1 ข้อ 66-72 ให้ดูคำอธิบายใน มธ.26:69-75.
มก.
14:66 ก ข้อ 66-72: มธ.26:69-75; ลก.22:55-62
มก.
14:67 ก มก.1:24; 16:6
มก.
14:70 ก กจ.1:11; 2:7
มก.
14:70 1 สำเนาต้นฉบับบางฉบับเพิ่มข้อความว่า “และสำเนียงพูดของเจ้าก็เหมือนกับพวกนั้น.”
มก.
14:71 1 หรือ แช่งตัวเอง.
มก.
14:72 ก มก.14:45; 15:1
มก.
14:72 ข มก.14:30