มาระโก บทที่ 13
4. ทรงตระเตรียมเหล่าสาวกเพื่อการตายของพระองค์
13:1—14:42
13:1—14:42
(1) ทรงบอกพวกเขาถึงสิ่งที่จะเกิดขึ้น
13:1-37
13:1-37
มก.
13:1 1เมื่อพระเยซูกำลังเสด็จออกจากกพระวิหาร 2มีสาวกของพระองค์คนหนึ่งทูลว่า “อาจารย์เจ้าข้า ดูเถิด ศิลาและอาคารเหล่านี้ช่างน่าอัศจรรย์จริง!”
มก.
13:2 พระเยซูจึงตรัสแก่สาวกนั้นว่า “ท่านเห็นอาคารใหญ่เหล่านี้หรือไม่? 1จะไม่มีกศิลาสักก้อนที่เหลือวางทับกันซึ่งจะไม่ถูกทำลายลง.”
มก.
13:3 1และเมื่อพระองค์ทรงนั่งอยู่บนกภูเขามะกอกเทศตรงหน้าพระวิหาร ขเปโตร,คยาโกโบ, โยฮัน, และงอันดะเรอา มาจทูลถามพระองค์เป็นการส่วนตัวว่า
มก.
13:4 “ขอโปรดบอกให้ข้าพเจ้าทั้งหลายทราบว่า สิ่งเหล่านี้จะบังเกิดขึ้นเมื่อไร? และสิ่งใดจะเป็นเครื่องหมายว่ากเรื่องราวทั้งปวงนี้กำลังจะเกิดขึ้นโดยสมบูรณ์?”
มก.
13:5 พระเยซูจึงตรัสแก่เขาว่า “กจงระวังอย่าให้ผู้ใดขชักจูงท่านให้หลง
มก.
13:6 ด้วยจะมีหลายคนมาอ้างกนามของเรา โดยกล่าวว่า ‘ข้าพเจ้าเป็น[พระคริสต์!]’และจะชักจูงคนเป็นอันมากให้หลงไป.
มก.
13:7 เมื่อท่านทั้งหลายจะได้ยินถึงการสงครามและข่าวลือเรื่องการสงคราม อย่ากตื่นตระหนกเลย ด้วยว่าบรรดาสิ่งเหล่านี้จำต้องบังเกิดขึ้น แต่ขช่วงสุดปลายยังไม่มาถึง.
มก.
13:8 ‘เพราะประชาชาติต่อประชาชาติ อาณาจักรต่ออาณาจักรจะต่อสู้กัน’ จะเกิดกแผ่นดินไหวในที่ต่างๆ และจะเกิดขกันดารอาหาร. เหตุการณ์ทั้งปวงนี้เป็นขั้นแรกของความเจ็บปวดแห่งการคลอดบุตร.
มก.
13:9 1แต่ท่านจงระวังตัวไว้ให้ดี. เพราะเขาจะกอายัดท่านไว้กับขสภาแซนเฮดริน และจะคเฆี่ยนท่านในธรรมศาลา และท่านจะต้องยืนต่อหน้า2ผู้ว่าราชการและงกษัตริย์เพราะเหตุเราเพื่อจะได้เป็นพยานแก่เขา.
มก.
13:10 แต่กิตติคุณจะต้องถูกประกาศแก่กประชาชาติทั้งปวงก่อน.
มก.
13:11 และเมื่อเขาจะจับท่านไปและอายัดท่านไว้นั้น อย่ากกระวนกระวายไปก่อนว่าจะพูดอย่างไรดี1 แต่ขจงพูดตามซึ่งได้ทรงโปรดให้ท่านพูดในเวลานั้น เพราะว่าผู้ที่พูดนั้นมิใช่ตัวท่านเอง แต่เป็นคพระวิญญาณบริสุทธิ์.
มก.
13:12 แม้ว่าพี่ก็จะมอบน้องให้ถึงแก่ความตาย กพ่อก็จะมอบลูก และลูกก็จะลุกขึ้นต่อสู้พ่อแม่ให้ถึงแก่ความตาย.
มก.
13:13 คนทั้งปวงจะเกลียดชังท่านเพราะกนามของเรา แต่ผู้ใดขทนได้จนถึงที่สุดผู้นั้นจะรอด.
มก.
13:14 1แต่เมื่อท่านทั้งหลายกเห็นสิ่งอันน่าสะอิดสะเอียนขที่มาทำลาย2 ตั้งอยู่ใน3ที่ซึ่งไม่สมควรจะตั้ง (ให้ผู้อ่านเข้าใจเอาเถิด) เวลานั้นให้ผู้ที่อยู่ในคมณฑลยูดายหนีไปยังภูเขา,
มก.
13:15 ผู้ที่อยู่บนกดาดฟ้าหลังคาตึก อย่าให้ลงมาหรือเข้าไปเอาข้าวของออกจากตึกของตน,
มก.
13:16 ผู้ที่อยู่ตามทุ่งนา อย่าให้กลับไปเอาเสื้อผ้าของตน.
มก.
13:17 แต่ในวันเหล่านั้น วิบัติจะเกิดแก่กหญิงที่มีครรภ์และแก่หญิงที่มีลูกอ่อนกินนมอยู่.
มก.
13:18 แต่จงอธิษฐานขอเพื่อ1เหตุการณ์นี้จะไม่เกิดขึ้นในฤดูหนาว
มก.
13:19 ด้วยว่าในวันเหล่านั้นจะเกิดกภัยพิบัติอย่างที่ขไม่เคยมี ตั้งแต่คแรกเริ่มที่พระเจ้าได้ทรงเนรมิตสร้างสรรพสิ่งมาจนถึงทุกวันนี้ และในเบื้องหน้าจะไม่มีต่อไป[อีก].
มก.
13:20 ถ้าองค์พระผู้เป็นเจ้ามิได้ทรงให้วันเหล่านั้นย่นสั้นเข้า จะไม่มี[มนุษย์ฝ่าย]เนื้อหนังรอดได้เลย แต่เพราะทรงเห็นแก่กผู้ถูกเลือกสรรซึ่งพระองค์ได้ทรงเลือกไว้ พระองค์จึงทรงให้วันเหล่านั้นขย่นสั้นเข้า.
มก.
13:21 ในเวลานั้น ถ้าผู้ใดจะบอกพวกท่านว่า ‘ดูเถิด พระคริสต์นั้นอยู่กที่นี่! ดูเถิด พระคริสต์นั้นอยู่ที่นั่น!’ อย่าได้เชื่อเลย.
มก.
13:22 ด้วยว่าจะมีพระคริสต์เทียมเท็จและกผู้เผยพระวจนะเทียมเท็จหลายคนเกิดขึ้นและจะ1แสดงขเครื่องหมายและการอัศจรรย์เพื่อคลวงให้หลง ถ้าเป็นได้ ถึงแม้ผู้ถูกเลือกสรรแล้วก็จะหลงด้วย.
มก.
13:23 แต่ท่านทั้งหลายกจงระวังให้ดี 1เราได้บอกทุกสิ่งแก่ท่านขไว้ก่อนแล้ว.
มก.
13:24 แต่ในกวันเหล่านั้น หลังจากที่ขภัยพิบัตินั้นคผ่านพ้นไปแล้ว ‘ดวงอาทิตย์จะงมืดไปและดวงจันทร์จะไม่ส่องแสง.
มก.
13:25 และดวงดาวมากมายจะกตกจากฟ้า และสภาวะในท้องฟ้าจะสะเทือนสะท้าน.
มก.
13:26 เมื่อนั้นเขาจะเห็นกบุตรมนุษย์ขเสด็จมาในเมฆ’ พร้อมด้วยฤทธิ์เดชและสง่าราศีเป็นอันมาก.
มก.
13:27 ในเวลานั้นพระองค์จะใช้เหล่าทูตสวรรค์ของพระองค์ให้กรวบรวมคนทั้งปวงที่พระองค์ทรงเลือกสรรไว้แล้วจากทั้งสี่1ทิศนั้น ตั้งแต่ที่สุดปลายแผ่นดินโลกจนถึงที่สุดขอบฟ้า.
มก.
13:28 1แต่จงเรียนคำอุปมาเรื่องกต้นมะเดื่อเทศ: เมื่อมันแตกกิ่งอ่อน และผลิขใบ ท่านก็รู้ว่าฤดูร้อนใกล้จะถึงแล้ว.
มก.
13:29 เช่นนั้นแหละ เมื่อท่านทั้งหลายเห็นเหตุการณ์เหล่านี้เกิดขึ้น ก็ให้รู้ว่า1ฤดูร้อนใกล้มาถึงคือ กอยู่ที่ประตูแล้ว.
มก.
13:30 เราบอกท่านทั้งหลายตามจริงว่า คนในสมัยนี้จะไม่ล่วงลับไปก่อน จนกว่าเหตุการณ์ทั้งปวงนั้นล้วนได้บังเกิดขึ้น.
มก.
13:31 ฟ้าและดินจะกล่วงไป แต่ขถ้อยคำของเราจะไม่ล่วงไปเลย.
มก.
13:32 แต่ไม่มีผู้ใดรู้ถึงกวันนั้นหรือโมงนั้น แม้ทูตสวรรค์หรือพระบุตรก็ไม่รู้ รู้แต่ขพระบิดาองค์เดียว.
มก.
13:33 กจงระวังและขตื่นตัวไว้1เพราะท่านไม่รู้ว่าเวลานั้น[จะมาถึง]เมื่อไร.
มก.
13:34 เปรียบเหมือนเจ้าของบ้านคนหนึ่งที่ได้ออกจากบ้านกไปยังต่างประเทศ และได้มอบอำนาจให้แก่ทาสทุกคนไว้, มอบการงานให้เขาแต่ละคน, และได้สั่งคนเฝ้าประตูให้ระวังอยู่.
มก.
13:35 เหตุฉะนั้นท่านทั้งหลายกจงเฝ้าระวังอยู่ เพราะท่านไม่รู้ว่าเจ้าของบ้านจะมาเมื่อไร จะมา1หัวค่ำ, หรือเที่ยงคืน, หรือเวลาไก่ขัน, หรือรุ่งเช้า
มก.
13:36 เกรงว่าพระองค์จะเสด็จมาอย่างฉับพลัน และจะพบท่านกนอนหลับอยู่.
มก.
13:37 ซึ่งเราบอกพวกท่าน เราก็บอกคนทั้งปวงด้วยว่า กจงเฝ้าระวังอยู่!”
คำอธิบาย มาระโก บทที่ 13
มก.
13:1 1 ข้อ 1-2 ให้ดูคำอธิบายใน มธ.24:1-2.
มก.
13:1 ก ข้อ 1-2: มธ.24:1-2; ลก.21:5-6
มก.
13:1 2 ในการตระเตรียมเพื่อการไถ่บาปของพระองค์นั้น (11:15-14:42) หลังจากที่ทรงเผชิญหน้ากับผู้ต่อต้านแล้ว (11:15-12:37) องค์ผู้ทาสพระผู้ช่วยก็ทรงอยู่กับผู้ติดตามพระองค์ และทรงเตรียมพวกเขาเพื่อการตายของพระองค์ (13:1-14:42) การตายของพระองค์เป็นเหตุการณ์ที่น่าสะเทือนขวัญและน่าผิดหวังซึ่งเป็นเรื่องทีี่เหล่าสาวกไม่เคยคาดคิดมาก่อน. พระองค์ทำการนี้โดย (1) บอกพวกเขาถึงสิ่งที่จะเกิดขึ้น (13:2-37); (2) รับสุขความรักที่พวกเขาแสดงออกในงานเลี้ยง และถูกชโลมด้วยน้ำมันนาระดาบริสุทธิ์อันมีค่า (14:3-9); (3) ทรงจัดตั้งอาหารค่ำของพระองค์ (1กธ.11:20) เพื่อพวกเขาจะได้ระลึกถึงพระองค์ (14:12-26); และ
(4) ทรงเตือนพวกเขาถึงการที่พวกเขาจะสะดุดล้มและกำชับให้พวกเขาเฝ้าระวังและอธิษฐาน (14:27-42). หลังจากการ
ตระเตรียมดังกล่าวแล้วพระองค์ก็ถูกจับกุมเพื่อตรึงกางเขนทันที (14:43-15:28).
มก.
13:2 1 การเตรียมสาวกเพื่อการวายพระชนม์ของพระองค์ในบทนี้ ประการแรกองค์ผู้ทาสพระผู้ช่วยได้บอกพวกเขาถึงสิ่งที่จะเกิดขึ้น, สิ่งที่จะเกิดขึ้นในโลกคือระหว่างยุคคริสตจักร ภายหลังการคืนพระชนม์ของพระองค์จนถึงเวลาที่พระองค์เสด็จกลับมา. เกี่ยวกับการมาถึงของวันเหล่านั้น พระองค์มิได้ทรงปล่อยให้พวกเขาตกอยู่ในความมืดโดยไม่บอกให้รู้เลย แต่ทรงบอกเขาถึง (1) การทำลายพระวิหารซึ่งจะเกิดขึ้นในปี ค.ศ.70 (ข้อ 1-2); (2) วิบัติในตอนต้นของความทุกข์แห่งการให้กำเนิดซึ่งจะเริ่มขึ้นภายหลังการเสด็จสู่สวรรค์และจะดำเนินต่อเนื่องไปจนถึงภัยพิบัติครั้งใหญ่ (ข้อ 3-8); (3) การประกาศกิตติคุณและการข่มเหงในยุคคริสตจักร (ข้อ 9-13); (4) ภัยพิบัติครั้งใหญ่และการเสด็จกลับมาของพระองค์ซึ่งจะเกิดขึ้นในช่วงสามปีครึ่งสุดท้ายของยุคนี้ (ข้อ 14-27); และ (5) การเฝ้าระวัง, อธิษฐาน, และคอยท่าองค์ผู้ทาสพระผู้ช่วยตลอดยุคคริสตจักร (ข้อ 28-37). ถ้อยคำขององค์ผู้ทาสพระผู้ช่วยที่ส่องสว่างแก่บรรดาผู้ติดตามที่ได้ทนทุกข์อยู่นี้เป็นเหมือนดัง “แสงตะเกียงส่องสว่างในที่มืด จนกว่าแสงอรุณจะขึ้น”
(2ปต.1:19).
มก.
13:2 ก ลก.19:44
มก.
13:3 1 ข้อ 3-8 ให้ดูคำอธิบายใน มธ.24:3-8.
มก.
13:3 ก มก.11:1
มก.
13:3 ข มก.5:37; 9:2
มก.
13:3 ค มก.1:19-20
มก.
13:3 ง มก.1:16-18; ยฮ.1:40
มก.
13:3 จ ข้อ 3-8: มธ.24:3-8; ลก.21:7-11
มก.
13:4 ก กจ.1:6-7
มก.
13:4 ก กจ.1:6-7
มก.
13:5 ก มก.13:9, 23, 33; กซ.2:8
มก.
13:5 ข มก.13:22; ยก.5:19
มก.
13:6 ก ยรม.14:14
มก.
13:7 ก 2ธซ.2:2
มก.
13:7 ข มธ.24:14
มก.
13:8 ก วว.6:12
มก.
13:8 ข กจ.11:28; วว.6:8
มก.
13:9 1 ข้อ 9-13 ให้ดูคำอธิบายใน มธ.10:17-22 และ 24:9-13.
มก.
13:9 ก ข้อ 9-13: มธ.10:17-22; 24:9-13
มก.
13:9 ข มธ.5:22; 26:59
มก.
13:9 ค มธ.23:34
มก.
13:9 2 ในภาษากรีกเป็นคำเดียวกันกับคำว่า “เจ้านาย” ใน มธ.2:6.
มก.
13:9 ง กจ.27:24
มก.
13:10 ก มธ.24:14; 28:19; เทียบ มก.16:15
มก.
13:11 ก ลก.12:11
มก.
13:11 1 สำเนาต้นฉบับบางฉบับมีข้อความแทรกไว้ว่า “และไม่ต้องไตร่ตรองล่วงหน้า”.
มก.
13:11 ข เทียบ พบญ.18:18
มก.
13:11 ค กจ.2:4; 6:10; 13:9
มก.
13:12 ก มธ.10:35-36; มคา.7:6
มก.
13:13 ก ลก.21:17; ยฮ.15:21
มก.
13:13 ข ฮร.10:36, 39; วว.2:3; ยก.5:11
มก.
13:14 1 ข้อ 14-23 ให้ดูคำอธิบายใน มธ.24:15-26.
มก.
13:14 ก ข้อ 14-23: มธ.24:15-25
มก.
13:14 ข ดนอ.9:27; 11:31; 12:11
มก.
13:14 2 สำเนาต้นฉบับบางฉบับมีข้อความแทรกไว้ ว่า “ตามที่ดานิเอลผู้เผยพระวจนะได้กล่าวถึง”.
มก.
13:14 3 หมายถึง สถานที่บริสุทธิ์ นั่นคือภายในพระวิหารของพระเจ้า (มธ.24:15).
มก.
13:14 ค ข้อ 14-23: มธ.24:15-25
มก.
13:15 ก มธ.10:27; ลก.17:31
มก.
13:17 ก ลก.21:23; 23:29
มก.
13:18 1 สำเนาต้นฉบับบางฉบับเป็น การที่ท่านต้องหนีนั้น.
มก.
13:19 ก มก.13:24; ดนอ.12:1
มก.
13:19 ข ยอล.2:2; วว.16:18
มก.
13:19 ค มก.10:6; พบญ.4:32-33
มก.
13:20 ก ยซย.65:9; ลก.18:7
มก.
13:20 ข เทียบ วว.12:12, 14
มก.
13:21 ก ลก.17:23
มก.
13:22 ก 2ปต.2:1; วว.19:20
มก.
13:22 1 แปลตามตรงคือ ให้.
มก.
13:22 ข 2ธซ.2:9; วว.13:13
มก.
13:22 ค มก.13:5-6; วว.13:14
มก.
13:23 ก มก.13:5
มก.
13:23 1 สำเนาต้นฉบับบางฉบับเพิ่มคำว่า “ดูเถิด”.
มก.
13:23 ข ยฮ.14:29
มก.
13:24 ก ซฟย.1:14-15
มก.
13:24 ข มก.13:19
มก.
13:24 ค ข้อ 24-27: มธ.24:29-31; ลก.21:25-28
มก.
13:24 ง ยซย.13:10; ยอล.2:31; อมศ.5:20; กจ.2:20; เทียบ วว.6:12
มก.
13:25 ก เทียบ วว.6:13
มก.
13:26 ก ดนอ.7:13-14; มธ.16:27; 25:31
มก.
13:26 ข 1ธซ.4:16-17; วว.1:7
มก.
13:27 ก พบญ.30:4; นฮย.1:9
มก.
13:27 1 แปลตามตรงคือ ลม.
มก.
13:28 1 ข้อ 28-31 ให้ดูคำอธิบายใน มธ.24:32-35.
มก.
13:28 ก ข้อ 28-31: มธ.24:32-35; ลก.21:29-33
มก.
13:28 ข มก.11:13
มก.
13:29 1 วลีที่ว่า “ฤดูร้อนนั้น” แปลตามตรงคือ [มัน] ซึ่งชี้ถึงการฟื้นฟูเอกราชของประเทศอิสราเอลโดยมีฤดูร้อนในข้อ 28 เป็นแบบเล็ง.
มก.
13:29 ก ยก.5:9
มก.
13:31 ก มธ.5:18; ลก.16:17; 2ปต.3:10; วว.20:11; 21:1
มก.
13:31 ข บพส.119:89; ยซย.40:8
มก.
13:32 ก มธ.25:13; 1ธซ.5:2; 2ปต.3:10
มก.
13:32 ข ซคย.14:7
มก.
13:33 ก มก.13:5, 23; ลก.21:34
มก.
13:33 ข ลก.21:36
มก.
13:33 1 สำเนาต้นฉบับบางฉบับเพิ่มข้อความว่า “และจงอธิษฐาน”.
มก.
13:34 ก มธ.25:14
มก.
13:35 ก 1ธซ.5:6; วว.3:2-3; 16:15
มก.
13:35 1 คำว่า “หัวค่ำ, เที่ยงคืน, เวลาไก่ขัน” และ “รุ่งเช้า” เป็นคำที่ใช้สำหรับบอกเวลาในตอนกลางคืนของโรมัน.
มก.
13:36 ก 1ธซ.5:6; รม.13:11; อฟ.5:14
มก.
13:37 ก ลก.12:37