การงานบรรณกิจของห้องสมุดกิตติคุณแห่งประเทศไทย
หากท่านต้องการมีส่วนในการงานบรรณกิจของห้องสมุดกิตติคุณแห่งประเทศไทย
ท่านสามารถมอบถวายทรัพย์โดยโอนเงินเข้าบัญชีของห้องสมุด:
ธนาคารกสิกรไทย สาขาพาราไดซ์ พาร์ค
ชื่อบัญชี: นายปิยะ ตั้งเสรีมั่นคง และ
นางสุมิตรา อดุลประวิตรชัย และ
นางสาวทานาธิบดี ชูมณี
เลขที่บัญชี: 218-3-99941-1

รบกวนส่งสลิปการโอนมาที่ Line ID: @gospelbookroom
1 2 3 4 5 6 7 8 9 10 11 12 13 14 15 16

มาระโก บทที่ 12

มก. 12:1 1พระองค์จึงตั้งต้นกตรัสแก่เขาเป็นขคำอุปมาว่า “ยังมีชายคนหนึ่งได้ปลูกคสวนองุ่นแล้วล้อมรั้วไว้รอบ เขาได้ขุดบ่อไว้งย่ำองุ่นและก่อหอเฝ้า ให้จพวกผู้ดูแลสวนเช่าแล้วก็ไปฉเมืองอื่นเสีย.
มก. 12:2 ครั้นถึงเวลา ท่านจึงใช้กทาสคนหนึ่งไปหาผู้ดูแลสวนเหล่านั้น เพื่อจะรับผลจากสวนองุ่นจากผู้ดูแลสวนนั้น.
มก. 12:3 พวกผู้ดูแลสวนก็จับทาสนั้นกเฆี่ยนตี แล้วไล่ให้กลับไปมือเปล่า.
มก. 12:4 ท่านก็ใช้ทาสอีกคนหนึ่งไปหาพวกเขาอีก พวกเขาก็ตีศีรษะของทาสนั้นแตก และทำการน่าอัปยศต่างๆ.
มก. 12:5 ภายหลังท่านใช้ทาสไปอีกคนหนึ่ง เขาก็กฆ่าทาสนั้นเสีย. แล้วยังใช้ทาสไปอีกหลายคน เขาก็เฆี่ยนตีบ้าง ฆ่าเสียบ้าง.
มก. 12:6 แต่ยังมีอีกคนหนึ่งซึ่งเป็นกบุตรชายที่รักของเจ้าของสวน ท่านจึงใช้บุตรคนนั้นไปเป็นคนสุดท้าย แล้วพูดว่า ‘เขาคงจะเคารพบุตรของเรา.’
มก. 12:7 แต่พวกผู้ดูแลสวนเหล่านั้นพูดกันว่า ‘คนนี้แหละเป็นกทายาท. มาเถอะให้เราฆ่าเขาเสีย แล้วมรดกนั้นจะตกเป็นของพวกเรา.’
มก. 12:8 เขาจึงพากันจับบุตรนั้นกฆ่าเสีย และทิ้งเขาไว้ขนอกสวน.
มก. 12:9 แล้วกเจ้าของสวนจะทำประการใด? ท่านก็จะมาขล้างผลาญผู้ดูแลสวนเหล่านั้นเสีย และสวนองุ่นนั้นจะให้1คผู้อื่น[เช่า].
มก. 12:10 ท่านทั้งหลายยังไม่ได้อ่านพระคัมภีร์ตอนนี้หรือซึ่งว่า ‘ศิลาที่กช่างก่อได้ทอดทิ้งเสีย ได้กลายเป็นศิลา1หัวมุมก้อนแรกแล้ว.
มก. 12:11 การนี้เป็นมาจากองค์พระผู้เป็นเจ้า เป็นการมหัศจรรย์ประจักษ์แก่ตาของเรา?’ ”
มก. 12:12 ฝ่ายเขาจึงกหาทางจับพระองค์ แต่ว่าเขาขกลัวฝูงชน เพราะเขารู้อยู่ว่า พระองค์ได้ตรัสคำอุปมานี้เพื่อชี้ถึงพวกเขา แล้วเขาก็ไปคจากพระองค์.
(2) โดยพวกฟาริซายและพวกเฮโรด
12:13-17
มก. 12:13 1ต่อมาเขาจึงกใช้บางคนใน2พวกฟาริซายและขพวกเฮโรดไปหาพระองค์ เพื่อจะคอยจับผิดในคถ้อยคำของพระองค์.
มก. 12:14 ครั้นพวกเขามาถึงแล้วก็ทูลพระองค์ว่า “อาจารย์เจ้าข้า ข้าพเจ้าทั้งหลายทราบอยู่ว่า ท่านนั้นสัตย์จริง และ1มิได้เกรงกลัวผู้ใด เพราะท่านมิได้เห็นแก่2กหน้ามนุษย์ แต่ได้สั่งสอนขทางของพระเจ้าอย่างสัตย์จริง. การส่งคส่วยให้งซีซาร์นั้นผิดกฎบัญญัติหรือไม่? เราจะส่งดีหรือไม่ส่งดี?”
มก. 12:15 แต่พระองค์ทรงทราบกความหน้าซื่อใจคดของพวกเขา จึงตรัสแก่เขาว่า “ท่านทั้งหลายมาขล่อลวงเราทำไม? จงเอาเงินหนึ่งเดนาริอันมาให้เราดู.”
มก. 12:16 เขาก็เอามาให้. พระองค์จึงตรัสแก่เขาว่า “รูปและคำจารึกนี้เป็นของใคร?” เขาทูลพระองค์ว่า “ของซีซาร์.”
มก. 12:17 พระเยซูจึงตรัสแก่เขาว่า “ของของซีซาร์ กจงส่งมอบให้แก่ซีซาร์ และขของของพระเจ้า จงถวายคแด่พระเจ้า.” ฝ่ายเขาก็อัศจรรย์ใจในพระองค์ยิ่งนัก.
(3) โดยพวกซาดูกาย
12:18-27
มก. 12:18 1มีกพวกซาดูกายบางคนมาหาพระองค์ พวกนี้กล่าวว่า ขไม่มีการเป็นขึ้นจึงคทูลถามพระองค์ว่า
มก. 12:19 “อาจารย์เจ้าข้า โมเซได้เขียน[สั่ง]ข้าพเจ้าทั้งหลายว่า ‘ถ้าพี่ชายของผู้ใดตาย และละกภรรยาไว้ แต่ไม่มีบุตร ก็ให้น้องชายรับภรรยานั้นไว้สืบตระกูลให้พี่ชาย.’
มก. 12:20 ยังมีพี่น้องผู้ชายเจ็ดคน พี่หัวปีมีภรรยา แล้วเมื่อเขาตายก็ยังไม่มีบุตรสืบตระกูล.
มก. 12:21 คนที่สองจึงรับหญิงนั้นไว้เป็นภรรยา แล้วก็ตายโดยที่ยังไม่มีบุตรสืบตระกูลและคนที่สามก็เช่นเดียวกัน.
มก. 12:22 ทั้งเจ็ดคนต่างก็ไม่มีบุตรสืบตระกูล. ในที่สุดผู้หญิงนั้นก็ตายด้วย.
มก. 12:23 ในเวลาที่เป็นขึ้น พวกเขาทุกคนล้วนเป็นขึ้นแล้ว หญิงนั้นจะเป็นภรรยาของใคร? ด้วยพวกเขาทั้งเจ็ดล้วนได้นางเป็นภรรยาแล้ว.”
มก. 12:24 พระเยซูจึงตรัสแก่เขาว่า “พวกท่านผิดแล้ว เป็นเพราะท่านทั้งหลายกไม่เข้าใจพระคัมภีร์และขฤทธิ์เดชของพระเจ้ามิใช่หรือ?
มก. 12:25 เพราะเมื่อมนุษย์กเป็นขึ้นมาจากท่ามกลางคนตายนั้น เขาจะไม่มีการสมรสหรือยกให้เป็นสามีภรรยากันอีก แต่เป็นเหมือนทูตสวรรค์ในสวรรค์ทั้งหลาย.
มก. 12:26 แต่เรื่องคนซึ่งตายแล้วจะกลับเป็นขึ้นอีกนั้น ท่านทั้งหลายยังไม่ได้อ่านคัมภีร์ของโมเซตอนที่ว่าด้วยกพุ่มไม้หนามนั้นหรือ ซึ่งพระเจ้าได้ตรัสไว้แก่โมเซว่า ‘เราเป็นขพระเจ้าของอับราฮาม และพระเจ้าของยิศฮาค และพระเจ้าของยาโคบ?’
มก. 12:27 พระองค์มิได้เป็นพระเจ้าของคนตาย แต่ทรงเป็นพระเจ้าของกคนเป็น. ท่านทั้งหลายเข้าใจผิดไปมาก.”
(4) โดยธรรมาจารย์คนหนึ่ง
12:28-34
มก. 12:28 มี1ธรรมาจารย์2คนหนึ่งเข้ามาใกล้ ได้ยินเขา3โต้เถียงกัน และเห็นว่า พระองค์ทรงตอบเขาได้ดี จึงทูลกถามพระองค์ว่า “พระบัญญัติข้อใดเป็นข้อแรกในพระบัญญัติทั้งปวง?”
มก. 12:29 พระเยซูจึงทรงตอบว่า “ข้อแรกนั้นคือ ‘โอ ชนอิสราเอล จงฟังเถิด พระองค์ผู้เป็นพระเจ้าของเราทรงเป็นองค์พระผู้เป็นเจ้ากองค์เดียว.
มก. 12:30 และพวกเจ้าจงกรักองค์พระผู้เป็นเจ้าผู้เป็นพระเจ้าของเจ้า1ด้วยสุดใจ, ด้วยสุดจิต, ด้วยสุดความคิด, และด้วยสิ้นสุด2กำลังของเจ้า.’
มก. 12:31 และข้อที่สองนั้นคือ ‘จงกรักเพื่อนบ้านเหมือนรักตนเอง.’ ไม่มีพระบัญญัติอื่นอีกที่ใหญ่กว่า1[สองข้อ]นี้.
มก. 12:32 ฝ่ายธรรมาจารย์คนนั้นทูลว่า “ดีจริง อาจารย์เจ้าข้า ท่านกล่าวอย่างสัตย์จริงว่า[พระเจ้า]มีเพียงองค์เดียว และกนอกจากพระองค์นั้นไม่มี[พระเจ้า]อื่นอีกเลย.
มก. 12:33 และซึ่งจะรักพระองค์1ด้วยสุดใจ, ด้วยสุดความเข้าใจ, และด้วยสิ้นสุดกำลัง, และรักเพื่อนบ้านเหมือนรักตนเองก็ประเสริฐกว่าเครื่องกบูชาเผาและเครื่องบูชาต่างๆ.”
มก. 12:34 เมื่อพระเยซูทรงเห็นแล้วว่าคนนั้นตอบอย่างมีชาญฉลาด จึงตรัสแก่เขาว่า “ท่านมิได้ห่างไกลจากกอาณาจักรของพระเจ้า. และไม่มีใครขกล้าซักถามพระองค์ต่อไปอีก.”
(5) ทรงปิดปากคนทั้งหลาย
12:35-37
มก. 12:35 1เมื่อพระเยซู2กทรงสั่งสอนอยู่ในพระวิหารได้ขตรัสว่า “เหตุใด3คพวกธรรมาจารย์จึงว่า พระคริสต์เป็นบุตรหลานของดาวิด?
มก. 12:36 ด้วยว่าดาวิดเองกล่าวในกพระวิญญาณบริสุทธิ์ว่า ‘องค์พระผู้เป็นเจ้าได้ตรัสแก่องค์พระผู้เป็นเจ้าของข้าพเจ้าว่า ขจงนั่งที่ข้างขวาพระหัตถ์ของเราจนกว่าเราจะปราบบรรดาศัตรูของท่านให้อยู่ คใต้พระบาทของท่าน.’
มก. 12:37 ดาวิดเองยังเรียกพระองค์ว่า องค์พระผู้เป็นเจ้า แล้วพระองค์จะเป็น1บุตรหลานของกดาวิดได้อย่างไร?” ฝ่ายฝูงชนเป็นอันมากก็ได้ขฟังพระองค์ด้วยความยินดี.
(6) ทรงเตือนให้ระวังพวกธรรมาจารย์
12:38-40
มก. 12:38 และในกคำสั่งสอนของพระองค์นั้น พระองค์ได้ขตรัสว่า “จงระวังพวกคธรรมาจารย์ให้ดี พวกเขาชอบใส่เสื้อยาวเดินไปมา [ชอบให้คน]ทักทายกลางตลาด
มก. 12:39 [ชอบ]กที่นั่งอันสำคัญในธรรมศาลา และขที่นั่งอันมีเกียรติในงานเลี้ยง
มก. 12:40 พวกเขากริบเอาเรือนของหญิงม่าย และแสร้งอธิษฐานเสียยืดยาว. เขาทั้งหลายจะต้องถูก1ลงโทษขหนักยิ่งขึ้น.”
(7) ทรงสรรเสริญหญิงม่ายผู้ยากจน
12:41-44
มก. 12:41 พระเยซูทรงนั่งอยู่ตรงหน้ากตู้เก็บเงินถวาย 1ขทรงเฝ้าดูฝูงชนเอา2คเงินมาใส่ลงในตู้. และคนมั่งมีหลายคนเอาเงินมากมายมาใส่ลงไป.
มก. 12:42 มีกหญิงม่ายยากจนคนหนึ่งเอาเงินสองเลฟตันมาใส่ลงไปซึ่งมีค่าเท่ากับหนึ่ง1โคแดรนท์.
มก. 12:43 พระองค์จึงทรงเรียกเหล่าสาวกมาตรัสแก่เขาว่า “เราบอกท่านทั้งหลายตามจริงว่า หญิงม่ายยากจนคนนี้ได้ถวายใส่ตู้มากกว่าที่คนทั้งปวงได้ใส่ลงไป.
มก. 12:44 เพราะคนทั้งปวงนั้นได้เอาเงินที่เหลือใช้ของตนมาใส่ลงไป แต่ผู้หญิงนี้ได้นำ[เงิน]จากความขัดสนของเธอเท่าที่เธอมีสำหรับกเลี้ยงชีวิตของตนมาใส่จนหมด.”

คำอธิบาย มาระโก บทที่ 12

มก. 12:1 1 ข้อ 1-12 ให้ดูคำอธิบายใน มธ.21:33-46.
มก. 12:1 ก ข้อ 1-12: มธ.21:33-46; ลก.20:9-19
มก. 12:1 ข มก.4:2
มก. 12:1 ค มธ.21:28; ยซย.5:1; บพส.80:8; ยรม.2:21
มก. 12:1 ง ยซย.5:2; ยอล.3:13
มก. 12:1 จ เทียบ พพร.8:11-12
มก. 12:1 ฉ มก.13:34; มธ.25:14-15
มก. 12:2 ก เทียบ 2คนก.24:19; 36:15-16; มธ.23:37
มก. 12:3 ก ยรม.37:15
มก. 12:5 ก นฮย.9:26; มธ.23:37; กจ.7:52
มก. 12:6 ก มก.9:7
มก. 12:7 ก ฮร.1:2
มก. 12:8 ก มก.8:31; 9:31; 10:34; กจ.2:23; 3:15
มก. 12:8 ข เทียบ ฮร.13:12-13
มก. 12:9 ก มธ.25:19
มก. 12:9 ข มก.13:2
มก. 12:9 ค เทียบ กจ.13:46
มก. 12:9 1ค ผู้นำชาวยูดายซึ่งเป็นช่างก่อสร้างอาคารของพระเจ้านั้นได้ปฏิเสธองค์ผู้ทาสพระผู้ช่วยผู้ทรงเป็นศิลาซึ่งได้กลายเป็นศิลาหัวมุมของสิ่งก่อสร้างของพระเจ้า (ข้อ 10). ด้วยเหตุนี้ พระเจ้าจึงปฏิเสธพวกเขาและได้ทรงมอบงานก่อสร้างของพระองค์ให้แก่ผู้อื่น ซึ่งก็คือคริสตจักร. นี่เป็นสิ่งที่ บ่งชี้ถึงคริสตจักรโดยตรงเพียงจุดเดียวในกิตติคุณเล่มนี้.
มก. 12:10 ก มธ.25:19
มก. 12:10 1 เล็งถึงหัวมุมของการก่อสร้างคริสตจักร (อฟ.2:20). นี่เป็นการพูดถึงคริสตจักรทางอ้อม.
มก. 12:12 ก มก.11:18; ยฮ.7:25, 30
มก. 12:12 ข มก.11:32
มก. 12:12 ค มธ.22:22
มก. 12:13 1 ข้อ 13-17 ให้ดูคำอธิบายใน มธ.22:15-22.
มก. 12:13 ก ข้อ 13-17: มธ.22:15-22; ลก.20:20-26
มก. 12:13 2 ดู 2:6 คำอธิบาย 1.
มก. 12:13 ข มก.3:6; 8:15
มก. 12:13 ค ลก.11:54
มก. 12:14 1 แปลตามตรงคือ ท่านไม่สนว่าจะเป็นใคร.
มก. 12:14 ก พบญ.1:17
มก. 12:14 2ก แปลตามตรงคือ ใบหน้า.
มก. 12:14 ข กจ.13:10; 18:25-26
มก. 12:14 ค มธ.17:25
มก. 12:14 ง ลก.2:1; 3:1
มก. 12:15 ก มธ.23:28; ลก.12:1
มก. 12:15 ข มก.8:11; 10:2; ยฮ.8:6
มก. 12:17 ก รม.13:7
มก. 12:17 ข เทียบ อซด.30:12-16
มก. 12:17 ค เทียบ มธ.17:24, 25, 27
มก. 12:18 1 ข้อ 18-27 ให้ดูคำอธิบายใน มธ.22:23-33.
มก. 12:18 ก มธ.3:7; กจ.4:1; 5:17
มก. 12:18 ข กจ.23:8; เทียบ กจ.4:2
มก. 12:18 ค ข้อ 18-27: มธ.22:23-33; ลก.20:27-38
มก. 12:19 ก พบญ.25:5
มก. 12:24 ก ยฮ.20:9
มก. 12:24 ข อฟ.1:19-20; รม.1:16
มก. 12:25 ก 1กธ.15:42, 52
มก. 12:26 ก อซด.3:2-4; กจ.7:30
มก. 12:26 ข อซด.3:6, 16; กจ.7:32
มก. 12:27 ก ยฮ.14:19
มก. 12:28 1 ดู 2:6 คำอธิบาย 1.
มก. 12:28 2 ใน มธ.22:35 เขาถูกเรียกว่า “นักกฎหมาย”. ธรรมาจารย์ เป็นคำที่มีความหมายกว้างๆ ซึ่งรวมถึงนักกฎหมายด้วย พวกนี้เป็นผู้เชี่ยวชาญกฎบัญญัติของโมเซโดยเป็นผู้ตีความกฎบัญญัติ.
มก. 12:28 3 ความรู้ที่ตายในพระคัมภีร์เป็นเหตุให้ผู้คนมาโต้เถียงกับองค์พระผู้เป็นเจ้า. ช่างน่ากลัวจริงๆ!
มก. 12:28 ก ข้อ 28-34: มธ.22:34-40; ลก.20:39-40
มก. 12:29 ก พบญ.6:4; ยฮ.5:44; 17:3; 1ตธ.1:17; ยด.24
มก. 12:30 ก พบญ.6:5; ลก.10:27; 1ยฮ.4:21
มก. 12:30 1 หรือ ด้วยทั้งใจ, ด้วยทั้งจิต, ด้วยความคิดทั้งหมด, และด้วยกำลังทั้งหมดของเจ้า. คำว่า “ด้วย” ทุกตัว หากแปลตามตรงคือ จาก.
มก. 12:30 2 มีนัยถึงกำลังกาย. เราต้องใช้ทุกส่วนมารักพระองค์ผู้เป็นพระเจ้าของเรา คือ จากใจของเรา, ผ่านจิตของเรา, ความคิดของเรา, จนถึงร่างกายของเรา.
มก. 12:31 ก พบญ.6:5; ลก.10:27; 1ยฮ.4:21
มก. 12:31 1 ดู มธ.22:40 คำอธิบาย 1 และคำอธิบายใน ยก.2:8.
มก. 12:32 ก พบญ.4:35, 39; ยซย.45:6, 14
มก. 12:33 1 หรือ ด้วยทั้งใจ, ด้วยความเข้าใจทั้งหมด, และด้วยกำลังทั้งหมดของเจ้า. คำว่า “ด้วย” ทุกคำ หากแปลตามตรงคือ “จาก”.
มก. 12:33 ก 1ซมอ.15:22; บพส.40:6; 51:16; ฮซอ.6:6; มคา.6:6-8
มก. 12:34 ก มก.1:15
มก. 12:34 ข มธ.22:46
มก. 12:35 1 ข้อ 35-37 ให้ดูคำอธิบายใน มธ.22:41-45.
มก. 12:35 ก มก.14:49
มก. 12:35 2ก ดู 1:21 คำอธิบาย 2.
มก. 12:35 ข ข้อ 35-37: มธ.22:41-45; ลก.20:41-44
มก. 12:35 ค อษร.7:6; นฮย.8:4
มก. 12:35 3ค พวกธรรมาจารย์กล่าวตามตัวอักษร. การกล่าวของพวกเขาแตกต่างจากการกล่าวใน ข้อ 36 ซึ่งเป็นการกล่าวในพระวิญญาณบริสุทธิ์.
มก. 12:36 ก 2ซมอ.23:2; 1กธ.12:3
มก. 12:36 ข บพส.110:1; กจ.2:34; ฮร.1:13
มก. 12:36 ค 1กธ.15:25
มก. 12:37 1 ตามแบบเล็งแล้ว แกะปัศคาจะต้องถูกตรวจสอบเป็นเวลาสี่วันก่อนที่จะถูกฆ่า (อซด.12:3-6). ในฐานะที่ทรงเป็นแกะปัศคาที่แท้จริง (1กธ.5:7) องค์ผู้ทาสพระผู้ช่วยก็ถูกตรวจสอบเป็นเวลาสี่วันก่อนพระองค์จะถูกฆ่าเช่นกัน. พระองค์เสด็จมายังบ้านเบธาเนียก่อนเทศกาลปัศคาหกวัน (ยฮ.12:1; มก.11:1). วันต่อมาพระองค์เสด็จเข้าสู่กรุงเยรูซาเล็มแล้วกลับไปเบธาเนียอีก (ยฮ.12:12; มก.11:11). ในวันที่สามพระองค์ก็เสด็จมายังกรุงเยรูซาเล็มอีก (11:12-15) และเริ่มถูกตรวจสอบโดยพวกผู้นำชาวยูดายตามกฎบัญญัติของพวกยูดาย (11:27-12:37; 14:53-65; ยฮ.18:13, 19-24) และโดยปีลาตเจ้าเมืองชาวโรมันตามกฎหมายโรมัน (ยฮ.18:28-19:6; ดู 15:1 คำอธิบาย 2). พระองค์ถูกตรวจสอบจนถึงวันปัศคาซึ่งเป็นวันที่พระองค์ถูกตรึงกางเขน (14:12; ยฮ.18:28; ดู 14:12 คำอธิบาย 2). การตรวจสอบในแง่มุมต่างๆ อันเต็มด้วยเล่ห์เหลี่ยมและกับดักนี้ใช้เวลาสี่วันพอดี และพระองค์ก็ผ่านการตรวจสอบนี้ จึงพิสูจน์ได้ว่าพระองค์ทรงมีคุณสมบัติครบถ้วนที่จะเป็นพระเมษโปดกตามความต้องการของพระเจ้า เพื่อมาสำเร็จการไถ่ของพระองค์ เพื่อพระองค์จะข้ามผ่านคนบาปทั้งหลายที่เป็นชาวยูดายและชาวต่างชาติไป. ดู 15:1 คำอธิบาย 2; มธ.26:2 คำอธิบาย 1; และโยฮัน 18:13 คำอธิบาย 1.
มก. 12:37 ก รม.1:3-4
มก. 12:37 ข มก.6:20
มก. 12:38 ก มก.4:2
มก. 12:38 ข ข้อ 38-40: มธ.23:1-7; ลก.20:45-47
มก. 12:38 ค มก.12:28; 2:6
มก. 12:39 ก ลก.11:43
มก. 12:39 ข ลก.14:7-8
มก. 12:40 ก มธ.23:14
มก. 12:40 1 หรือ พิพากษา, ปรับโทษ.
มก. 12:40 ข ยก.3:1
มก. 12:41 ก มธ.27:6; ยฮ.8:20
มก. 12:41 ข ข้อ 41-44: ลก.21:1-4
มก. 12:41 1ข องค์ผู้ทาสพระผู้ช่วยทรงเป็นพระเจ้าที่ทรงพระชนม์อยู่ในสภาพมนุษย์ของพระองค์. ด้วยเหตุนี้พระองค์จึงสนพระทัยใคร่จะเห็นว่าพลไพร่ของพระเจ้านั้นแสดงความซื่อสัตย์ในการมอบถวายต่อพระองค์อย่างไร. โดยการเฝ้าสังเกตเช่นนี้ พระองค์จึงได้สรรเสริญความสัตย์ซื่อของหญิงม่ายที่มีต่อพระเจ้า. การเฝ้าสังเกตขององค์ผู้ทาสพระผู้ช่วยนั้นมีความละเอียดถี่ถ้วนกว่ามนุษย์มากนัก.
มก. 12:41 ค 2พกษ.12:9
มก. 12:41 2ค แปลตามตรงคือ ทองแดง หมายถึงเงิน ที่ทำด้วยทองแดง.
มก. 12:42 ก 2กธ.8:2
มก. 12:42 1 เท่ากับ หนึ่งในสี่ของหนึ่งเพนนี.
มก. 12:44 ก ลก.8:43
สารบัญ