มาระโก บทที่ 11
III. การตระเตรียมเพื่อการปรนนิบัติด้านการไถ่ขององค์ผู้ทาสพระผู้ช่วย
11:1—14:42
11:1—14:42
1. เสด็จเข้าสู่กรุงเยรูซาเล็มและพำนักในหมู่บ้านเบธาเนีย
11:1-11
11:1-11
มก.
11:1 1ครั้นพระองค์กับเหล่าสาวกมาใกล้กกรุงเยรูซาเล็ม ถึงขหมู่บ้านเบธฟาเฆและคหมู่บ้านเบธาเนียที่งภูเขามะกอกเทศ พระองค์จทรงใช้สาวกสองคนออกไป
มก.
11:2 ตรัสกับเขาว่า “จงเข้าไปในหมู่บ้านที่อยู่ตรงหน้าท่าน กในทันทีที่เข้าไปจะ1พบลูกลาที่ขยังไม่มีใครขึ้นขี่เลยตัวหนึ่งผูกอยู่ จงแก้เชือกแล้วจูงมาเถิด.
มก.
11:3 ถ้ามีผู้ใดกล่าวแก่ท่านว่า ‘ท่านทำอย่างนี้ทำไม?’ จงบอกเขาว่า ‘องค์พระผู้เป็นเจ้าทรงประสงค์ลูกลานี้ และพระองค์จะรีบส่งกลับคืนมาให้ที่นี่.’ ”
มก.
11:4 พวกเขาจึงไป แล้วพบลูกลาตัวหนึ่งผูกอยู่นอกประตูที่ถนน เขาจึงแก้เชือกออก.
มก.
11:5 บางคนซึ่งยืนอยู่ที่นั่นกล่าวกับเขาว่า “พวกท่านแก้เชือกลูกลานั้นทำไม?”
มก.
11:6 สาวกก็กล่าวตามที่พระเยซูได้ตรัสไว้. แล้วเขาก็ยอมให้[จูงไป].
มก.
11:7 สาวกก็จูง1กลูกลามาถึงพระเยซู แล้วเอา2ขเสื้อผ้าของตนปูลงบนหลังลา แล้วพระองค์จึงทรงลูกลานั้น.
มก.
11:8 มีคนเป็นอันมากเอาเสื้อผ้าของตนปูลงตามถนน และบางคนก็ตัด1กิ่งไม้ที่เต็มด้วย2ใบอ่อนจากทุ่งมา[ปู]ซ้อนกันเป็น3ชั้นๆ.
มก.
11:9 ฝ่ายคนที่เดินไปข้างหน้ากับผู้ที่ตามมาข้างหลังก็โห่ร้องว่า “โฮซันนา! ขอให้คำสรรเสริญจงมีแด่ผู้ที่เสด็จมาในกพระนามขององค์พระผู้เป็นเจ้า!
มก.
11:10 ขอให้คำสรรเสริญจงมีแด่กอาณาจักรที่จะมาตั้งอยู่ของขดาวิดบรรพบุรุษของเรา! โฮซันนาในคที่สูงสุด!”
มก.
11:11 พระเยซูก็เสด็จไปยังกกรุงเยรูซาเล็มและเข้าไปในพระวิหาร เมื่อทอดพระเนตรสิ่งทั้งปวงแล้ว เวลาก็จวนค่ำ จึงเสด็จขออกไปยังคหมู่บ้านเบธาเนียกับ[เหล่าสาวก]สิบสองคนนั้น.
2. ทรงสาปแช่งต้นมะเดื่อเทศและชำระพระวิหาร
11:12-26
11:12-26
มก.
11:12 1ครั้นวันต่อมา เมื่อกพวกเขาออกจากหมู่บ้านเบธาเนียแล้วพระองค์ก็ทรงขหิว.
มก.
11:13 พอทอดพระเนตรเห็นกต้นมะเดื่อเทศต้นหนึ่งแต่ไกลบนต้นนั้นมีใบ จึงเสด็จเข้าไปดูว่าจะมีอะไรบนต้นหรือไม่. ครั้นมาถึงต้นนั้นแล้ว ไม่เห็นมีอะไรนอกจากขใบเท่านั้นเพราะว่ายังไม่ถึงฤดูออกผลมะเดื่อเทศ.
มก.
11:14 พระองค์จึงตรัสแก่ต้นนั้นว่า “จะ1ไม่มีใครได้กินผลจากเจ้าอีกเลยตลอดไป!” เหล่าสาวกก็ได้ยิน[คำนั้น].
มก.
11:15 พวกเขามาถึงกรุงเยรูซาเล็ม. พระองค์ก็เสด็จเข้าไปในกพระวิหาร แล้วลงมือ1ขับไล่บรรดาผู้ซื้อขายในพระวิหารนั้น และทรงคว่ำโต๊ะขผู้รับแลกเงินกับม้านั่งของผู้ขายนกคพิราบเสีย.
มก.
11:16 และทรงห้ามมิให้ผู้ใดขนภาชนะใดๆ เดินผ่าน[ลาน]พระวิหาร.
มก.
11:17 พระองค์1ตรัสสอนว่า “มีคำเขียนไว้มิใช่หรือว่า ‘2พระวิหารของเราจะเรียกว่า2พระวิหารแห่งกการอธิษฐานสำหรับคนนานาประเทศ?’ แต่เจ้าทั้งหลายมากระทำให้เป็นขถ้ำของพวกโจร.”
มก.
11:18 เมื่อพวกหัวหน้าปุโรหิตและ1พวกธรรมาจารย์ได้ยินอย่างนั้น เขาจึงกหาทางที่จะกำจัดพระองค์เสีย เพราะเขากลัวพระองค์ ด้วยว่าฝูงชนขประหลาดใจด้วยคำสั่งสอนของพระองค์.
มก.
11:19 และเมื่อถึงเวลาเย็นของทุกวัน พระองค์ได้เสด็จกออกไปจากกรุง.
มก.
11:20 ครั้นเวลาเช้า เมื่อพวกเขาได้เดินผ่าน[ที่นั่น]ไป ก็ได้เห็นกต้นมะเดื่อเทศนั้นขเหี่ยวแห้งไปตั้งแต่รากขึ้นมา.
มก.
11:21 ฝ่ายเปโตรระลึกขึ้นได้ จึงทูลพระองค์ว่า “กรับบี ดูเถิดต้นมะเดื่อเทศที่พระองค์ทรงสาปไว้นั้นได้เหี่ยวแห้งไปแล้ว.”
มก.
11:22 พระเยซูจึงตรัสตอบเหล่าสาวกว่า “จงมีกความเชื่อในพระเจ้า.
มก.
11:23 เราบอกท่านทั้งหลายตามจริงว่า ถ้าผู้ใดจะสั่งกภูเขานี้ว่า ‘จงเลื่อนไปลงในขทะเล’ และมิได้คสงสัยในใจ แต่เชื่อว่าได้เป็นไปตามที่เขาว่านั้น ก็จะเป็นตามนั้นจริง.
มก.
11:24 เหตุฉะนั้นเราบอกท่านทั้งหลายว่า ทุกสิ่งที่ท่านอธิษฐานและกขอ จงเชื่อว่าท่านได้รับสิ่งเหล่านั้นแล้ว และท่านก็จะได้สิ่งนั้น.
มก.
11:25 เมื่อท่านกยืนอธิษฐานอยู่ ถ้าท่านมี1เหตุขขัดเคืองใจกับผู้ใด 2คจงอภัยให้ผู้นั้นเสีย เพื่องพระบิดาของท่านผู้ทรงสถิตในสวรรค์ทั้งหลายจะทรงโปรดอภัยการล่วงละเมิดของท่านด้วย
มก.
11:26 1แต่ถ้าท่านทั้งหลายไม่ยอมอภัยให้ พระบิดาของท่านผู้ทรงสถิตในสวรรค์ทั้งหลายก็จะไม่ทรงอภัยการล่วงละเมิดของท่านเหมือนกัน.”
3. ทรงถูกทดสอบและถูกตรวจสอบ
11:27—12:44
11:27—12:44
(1) โดยพวกหัวหน้าปุโรหิต, พวกธรรมาจารย์, และพวกผู้อาวุโส
11:27—12:12
11:27—12:12
มก.
11:27 แล้วพวกเขามายังกรุงเยรูซาเล็มอีก. เมื่อพระองค์ทรงดำเนินอยู่ใน[ลาน]กพระวิหาร พวกหัวหน้าปุโรหิต, พวกธรรมาจารย์, และพวกผู้อาวุโสก็มาหาพระองค์
มก.
11:28 ทูลพระองค์ว่า “ท่านกระทำการเหล่านี้โดยอำนาจอะไร? ใครให้ท่านมีกอำนาจทำการอย่างนี้ได้?”
มก.
11:29 พระเยซูจึงตรัสแก่เขาว่า “เราจะถามท่านทั้งหลายสักข้อหนึ่ง จงตอบเราแล้วเราจะบอกท่านว่า เรากระทำการนี้โดยอำนาจอะไร.
มก.
11:30 คือกบัพติศมาของโยฮันนั้นมาจากขสวรรค์หรือมาจากมนุษย์? จงตอบเราเถิด.”
มก.
11:31 เขาจึงหารือกันว่า “ถ้าเราจะว่า ‘มาจากสวรรค์’ ท่านจะถามเราว่า ‘เหตุไฉนพวกเจ้าจึงกไม่เชื่อโยฮันเล่า?’
มก.
11:32 แต่ถ้าเราจะว่า ‘มาจากมนุษย์ — พวกเขาก็กกลัวฝูงชน เพราะฝูงชนทั้งปวงถือว่าขโยฮันเป็นคผู้เผยพระวจนะจริงๆ.’ ”
มก.
11:33 เขาจึงทูลตอบพระเยซูว่า “พวกข้าพเจ้า1ไม่ทราบ.” พระเยซูจึงตรัสกับพวกเขาว่า “เราก็จะ2ไม่บอกท่านทั้งหลายเหมือนกันว่า เรากระทำการเหล่านี้โดยอำนาจอะไร.”
คำอธิบาย มาระโก บทที่ 11
มก.
11:1 1 ข้อ 1-11 ให้ดูคำอธิบายใน มธ.21:1-10.
มก.
11:1 ก มก.10:32-33; 11:11
มก.
11:1 ข ข้อ 1-10: มธ.21:1-9; ลก.19:29-38
มก.
11:1 ค มก.11:11; มธ.21:17; ยฮ.11:18; ลก.24:50
มก.
11:1 ง มธ.24:3; 26:30; ยฮ.8:1; กจ.1:12; ซคย.14:4
มก.
11:1 จ มก.14:13
มก.
11:2 ก มก.10:52; 14:43
มก.
11:2 1 การที่องค์ผู้ทาสพระผู้ช่วยทรงรอบรู้ทุกสิ่งทุกอย่างแสดงให้เห็นถึงสภาพพระเจ้าของพระองค์. ดู 2:8 คำอธิบาย 1.
มก.
11:2 ข เทียบ ลก.23:53
มก.
11:7 ก ซคย.9:9; ยฮ.12:14-15
มก.
11:7 1ก เป็นเครื่องหมายเล็งถึง ความต่ำต้อยและความอ่อนสุภาพ (มธ.21:5 และคำอธิบาย 2).
มก.
11:7 ข 2พกษ.9:13
มก.
11:7 2ข เป็นเครื่องหมายเล็งถึงความประพฤติของผู้คนและคุณธรรมที่ได้สำแดงออกในความประพฤติของผู้คน (ดู ยซย.64:6; วว.19:8). การที่เหล่าสาวกปูเสื้อผ้าของตนบนหลังลูกลาให้พระองค์ประทับ และมีคนมากมายเอาเสื้อผ้าของตนปูลงตามถนนให้พระองค์เสด็จผ่านไปนี้ (ข้อ 8) ในด้านหนึ่งเป็นเครื่องหมายเล็งว่า พวกเขาเคารพยำเกรงพระองค์. ในอีกด้านหนึ่งยังเป็นเครื่องหมายเล็งว่า ความประพฤติของพวกเขาซึ่งเป็นที่ให้คุณธรรมแห่งสภาพมนุษย์ของพวกเขาได้สำแดงออกนั้นเป็นที่ให้พระองค์ประทับนั่งและเป็นทางที่ให้พระองค์เสด็จผ่านไป (ดู มธ.21:7 และคำอธิบาย 1). การกระทำและความประพฤติของเรานั้นควรจะต้องปูทางให้พระองค์ และเป็นที่ประทับนั่งให้พระองค์พักสงบ.
มก.
11:8 1 คำศัพท์ในภาษากรีกมีนัยถึง ใบไม้, แขนง,ไม้อ้อ, หรือใบหญ้า ที่นำมาซ้อนกันเป็นชั้นๆ เพื่อให้ผู้คนเดินหรือนอนบนนั้น ดังนั้นเมื่อขยายความจึงมีความหมายว่า กิ่งไม้ที่เต็มด้วยใบอ่อน. ในที่นี้ฝูงชนได้นำกิ่งไม้ชนิดนี้มาปูซ้อนเป็นชั้นๆ เป็นเหมือนพรมบนท้องถนน เพื่อให้องค์ผู้ทาสพระผู้ช่วยที่พวกเขารักและเคารพได้เสด็จดำเนินไปในขณะที่พระองค์เข้าเมืองหลวง.
มก.
11:8 2 เป็นเครื่องหมายเล็งถึง ความบริบูรณ์และความสดใหม่แห่งชีวิตมนุษย์ เป็นสิ่งที่ตรงข้ามกับใบไม้ที่เหี่ยวเฉา, และเหี่ยวแห้ง (บพส.1:3).
มก.
11:8 3 สิ่งนี้ไม่เพียงแสดงว่า มีกิ่งไม้มากมายถูกซ้อนไว้อย่างหนาแน่น แต่ยังบ่งชี้ด้วยว่า ผู้คนสามารถเดินบนกิ่งไม้เหล่านี้ได้อย่างปลอดภัย.
มก.
11:9 ก บพส.118:26; มธ.23:39; ยฮ.5:43
มก.
11:10 ก 2ซมอ.7:16; กจ.1:6
มก.
11:10 ข ยอค.37:24-25; ลก.1:32; กจ.2:29-30
มก.
11:10 ค ลก.2:14; บพส.148:1
มก.
11:11 ก มก.11:1; มธ.21:10
มก.
11:11 ข มก.11:19
มก.
11:11 ค มก.11:1; มธ.21:17
มก.
11:12 1 ข้อ 12-14 ดูคำอธิบายใน มธ.21:18-19.
มก.
11:12 ก ข้อ 12-14: มธ.21:18-19
มก.
11:12 ข มธ.4:2
มก.
11:13 ก มก.11:20; ลก.13:6-9
มก.
11:13 ข มก.13:28
มก.
11:14 1 ในข้อ 12-26 เรื่องที่องค์ผู้ทาสพระผู้ช่วยทรงสาปแช่งต้นมะเดื่อเทศและทรงชำระพระวิหารนั้นถูกบันทึกต่อเนื่องไว้ด้วยกัน บ่งชี้ถึงการที่พระองค์ทรงจัดการกับชนชาติอิสราเอลที่เสื่อมเสียและกบฏ ในด้านที่ต่างกันในเวลาเดียวกัน. ต้นมะเดื่อเทศเป็นสัญลักษณ์ของประเทศอิสราเอล (ยรม.24:2, 5, 8) และพระวิหารก็เป็นศูนย์กลางในด้านความสัมพันธ์ของชาวอิสราเอลกับพระเจ้า. ในฐานะที่เป็นต้นมะเดื่อเทศที่พระเจ้าทรงปลูกไว้ ประเทศอิสราเอลไม่บังเกิดผลให้กับพระองค์. ในฐานะที่เป็นศูนย์กลางในด้านความสัมพันธ์กับพระเจ้า พระวิหารก็เต็มไปด้วยความเสื่อมเสีย. ดังนั้นองค์ผู้ทาสพระผู้ช่วยจึงทรงสาปแช่งต้นมะเดื่อเทศที่ไม่มีผลและทรงชำระพระวิหารที่แปดเปื้อนมลทิน. การจัดการเช่นนี้อาจถือเป็นสัญญาณล่วงหน้าถึงการทำลายซึ่งได้พยากรณ์ไว้ใน 12:9 และ 13:2.
มก.
11:15 ก ข้อ 15-18: มธ.21:12-16; ลก.19:45-48; เทียบ ยฮ.2:13-17
มก.
11:15 1 การปฏิบัติ เพื่อเผยแพร่กิตติคุณของพระองค์ที่ฆาลิลายใน 1:14-10:52 นั้น การงานขององค์ผู้ทาสพระผู้ช่วยคือ ประกาศกิตติคุณ, สอนหลักความจริง, ขับผี, และรักษาคนป่วย. ในการงานเหล่านั้น คุณธรรมแห่งสภาพมนุษย์และคุณลักษณะอันศักดิ์สิทธิ์ของพระองค์ก็ได้สำแดงออกเป็นคุณสมบัติและความงดงามในการปรนนิบัติอันศักดิ์สิทธิ์ที่พระองค์ทรงมอบให้แก่คนบาปเพื่อพระเจ้า. ส่วนการจัดเตรียมเพื่อการไถ่ของพระองค์ในกรุงเยรูซาเล็มนั้น (11:15-14:42) งานหลักของพระองค์คือ การเผชิญหน้ากับผู้นำชาวยูดายซึ่งขัดขวางพระองค์ซึ่งผู้นำชาวยูดายเหล่านั้น ควรจะเป็นช่างก่อสร้างของพระเจ้า (12:9-10) แต่ในความเป็นจริงแล้วกลับถูกศัตรูของพระเจ้าคือซาตานครอบงำและยั่วยุให้วางแผนฆ่าพระองค์. ในการเผชิญหน้าภายใต้การสอบสวน, การทดสอบ, และการตรวจสอบอันชั่วร้ายและเต็มด้วยเล่ห์เหลี่ยมของพวกเขานั้น ความสง่างามแห่งสภาพมนุษย์ของพระองค์ก็ได้ปรากฏในความจริงแห่งสภาพมนุษย์ของพระองค์ (ข้อ 15-18) ส่วนพระปัญญาและอำนาจอันศักดิ์สิทธิ์ของพระองค์ก็ได้ปรากฏในความประพฤติและความสมบูรณ์ฝ่ายมนุษย์ ของพระองค์ (11:27-12:37). จนกระทั่งในที่สุด ผู้ที่จับผิดพระองค์ก็กลับกลายเป็นผู้พิสูจน์คุณสมบัติของพระองค์. นี่เป็นการปูหนทางไปสู่การแสดงให้ผู้ต่อต้านที่ตาบอดเหล่านี้เห็นว่าพระองค์ผู้เป็นพระคริสต์บุตรของดาวิดทรงเป็นองค์พระผู้เป็นเจ้าของดาวิดและทรงเป็นพระเจ้า (12:35-37) เพื่อให้พวกเขารู้ถึงสภาพพระเจ้าในสภาพมนุษย์ของพระองค์ว่า พระองค์ก็คือพระเจ้าอาศัยอยู่ในมนุษย์.
มก.
11:15 ข อซด.30:13; พบญ.14:25-26
มก.
11:15 ค ลวต.1:14; 5:7; 12:8; ลก.2:24
มก.
11:17 1 ดู 1:21 คำอธิบาย 2.
มก.
11:17 2 แปลตามตรงคือ บ้าน, พระนิเวศน์.
มก.
11:17 ก ยซย.56:7
มก.
11:17 ข ยรม.7:11
มก.
11:18 1 ดู 2:6 คำอธิบาย 1. ข้อ 27 ก็เช่นกัน.
มก.
11:18 ก มก.12:12; มธ.21:46
มก.
11:18 ข มก.1:22; มธ.7:28; ลก.4:32
มก.
11:19 ก มก.11:11; ลก.21:37
มก.
11:20 ก มก.11:13
มก.
11:20 ข ข้อ 20-24: มธ.21:20-22
มก.
11:21 ก ยฮ.1:38
มก.
11:22 ก ยฮ.14:1
มก.
11:23 ก มธ.17:20; 1กธ.13:2
มก.
11:23 ข ลก.17:6
มก.
11:23 ค รม.4:20; ยก.1:6
มก.
11:24 ก มธ.7:7; ลก.11:9; ยฮ.14:13; 15:7; 16:24; ยก.1:5
มก.
11:25 ก มธ.6:5; ลก.18:11
มก.
11:25 1 เนื่องมาจากการที่ผู้อื่นล่วงละเมิดต่อเรา.
มก.
11:25 ข มธ.5:23
มก.
11:25 ค มธ.6:14; กซ.3:13
มก.
11:25 2ค การอภัยความผิดของคนอื่นนั้นเป็นพื้นฐานที่จะให้พระบิดาฝ่ายสวรรค์อภัยแก่เราทั้งหลาย. โดยเฉพาะในขณะที่เราอธิษฐานก็ยิ่งเป็นเช่นนี้. หากจะกล่าวอย่างเคร่งครัดแล้ว เราจะไม่สามารถอธิษฐานได้ ถ้าใจเรายังขัดเคืองกับผู้อื่น หรือมีความรู้สึกว่าผู้อื่นผิดต่อเรา หรือไม่ยอมอภัยความผิดของผู้อื่น.
มก.
11:25 ง มธ.7:11
มก.
11:26 1 สำเนาต้นฉบับบางฉบับละข้อนี้ไว้.
มก.
11:27 ก ข้อ 27-33: มธ.21:23-27; ลก.20:1-8
มก.
11:28 ก กจ.4:7
มก.
11:30 ก มก.1:4
มก.
11:30 ข ยฮ.3:27; ลก.15:18, 21
มก.
11:31 ก มธ.21:32
มก.
11:32 ก มก.12:12
มก.
11:32 ข มก.6:20; มธ.3:5; ยฮ.5:35
มก.
11:32 ค มธ.11:9; 14:5; 21:46
มก.
11:33 1 นี่เป็นการโกหก.
มก.
11:33 2 ดู มธ.21:27 คำอธิบาย 2.