การงานบรรณกิจของห้องสมุดกิตติคุณแห่งประเทศไทย
หากท่านต้องการมีส่วนในการงานบรรณกิจของห้องสมุดกิตติคุณแห่งประเทศไทย
ท่านสามารถมอบถวายทรัพย์โดยโอนเงินเข้าบัญชีของห้องสมุด:
ธนาคารกสิกรไทย สาขาพาราไดซ์ พาร์ค
ชื่อบัญชี: นายปิยะ ตั้งเสรีมั่นคง และ
นางสุมิตรา อดุลประวิตรชัย และ
นางสาวทานาธิบดี ชูมณี
เลขที่บัญชี: 218-3-99941-1

รบกวนส่งสลิปการโอนมาที่ Line ID: @gospelbookroom

มัดธาย บทที่ 8

3. การสืบเนื่องของการปฏิบัติ
8:1—9:34
(1) การอัศจรรย์ต่างๆ ที่มีความหมายของยุคสมัย
8:1-17
มธ. 8:1 เมื่อพระองค์เสด็จ1ลงมาจากกภูเขาแล้วขฝูงชนเป็นอันมากก็ได้ติดตามพระองค์ไป.
มธ. 8:2 กดูเถิด มีคน1ขโรคเรื้อนมา2คนมัสการพระองค์แล้วทูลว่า “ข้าแต่องค์พระผู้เป็นเจ้า ถ้าพระองค์พอพระทัย พระองค์ย่อมสามารถให้ข้าพเจ้าสะอาดได้.”
มธ. 8:3 พระเยซูทรงเหยียดพระหัตถ์1กแตะตัวเขาแล้วตรัสว่า “เราพอใจแล้ว จงสะอาดเถิด!” ในทันใดนั้นโรคเรื้อนของเขาก็[หาย]สะอาด.
มธ. 8:4 ฝ่ายพระเยซูตรัสกับเขาว่า “จงระวังกอย่าบอกผู้ใด แต่จงไป1แสดง2ตัวแก่ขปุโรหิตและถวายคเครื่องบรรณาการ ตามซึ่งโมเซได้สั่งไว้เพื่อเป็นพยานหลักฐานแก่พวกเขา.”
มธ. 8:5 เมื่อกพระเยซูเสด็จเข้าไปในขเมืองกัปเรนาอูม มี1คนายร้อยคนหนึ่งมาอ้อนวอนพระองค์ว่า
มธ. 8:6 “ข้าแต่องค์พระผู้เป็นเจ้า บ่าวของข้าพเจ้านอนป่วยเป็นอัมพาตอยู่ที่บ้านทนทุกข์เวทนามาก.”
มธ. 8:7 พระเยซูจึงตรัสแก่เขาว่า “เราจะไปรักษาเขาให้หาย.”
มธ. 8:8 นายร้อยทูลตอบว่า “ข้าแต่องค์พระผู้เป็นเจ้า ข้าพเจ้าไม่คู่ควรที่จะให้พระองค์เสด็จเข้าใต้ชายคาของข้าพเจ้า แต่ขอพระองค์ตรัสเพียงกคำเดียว บ่าวของข้าพเจ้าก็จะหายโรค.
มธ. 8:9 เหตุว่าข้าพเจ้าก็เป็นคนอยู่ใต้1อำนาจ แต่ยังมีทหารอยู่ใต้[บังคับ]ข้าพเจ้าด้วย ข้าพเจ้าจะสั่งแก่คนนี้ว่า ‘ไป’ เขาก็ไป สั่งแก่คนนั้นว่า ‘มา’ เขาก็มา บอกทาสของข้าพเจ้าว่า ‘จงทำสิ่งนี้’ เขาก็ทำ.”
มธ. 8:10 ครั้นพระเยซูทรงได้ยิน[ดังนั้น]ก็ทรงประหลาดพระทัย ตรัสแก่บรรดาคนที่ตามพระองค์ว่า “เราบอกท่านทั้งหลายตามจริงว่า เราหาได้พบความเชื่อที่ยิ่งใหญ่เช่นนี้ในพวกอิสราเอลไม่.
มธ. 8:11 เราบอกท่านทั้งหลายว่าคนเป็นอันมากจะมา1กจากทิศตะวันออกและทิศตะวันตก และจะเอนกายลง[รับประทาน]ร่วมกับอับราฮาม, ยิศฮาค, และยาโคบใน2อาณาจักรแห่งสวรรค์ทั้งหลาย
มธ. 8:12 แต่1บุตรแห่งอาณาจักรนั้นจะถูกกโยนออกไปสู่2ที่มืดภายนอก. ณ ที่นั่น3จะมีแต่4ขการร้องไห้ขบเขี้ยวเคี้ยวฟัน.”
มธ. 8:13 แล้วพระเยซูจึงตรัสแก่นายร้อยว่า “ไปเถิด. ท่านได้เชื่ออย่างไรกก็ให้สำเร็จแก่ท่านอย่างนั้น.” ขในโมงนั้นบ่าวของเขาก็หายเป็นปกติ.
มธ. 8:14 กครั้นพระเยซูเสด็จเข้าไปในเรือนของเปโตรก็ทรงเห็น1ขแม่ยายของเปโตรนอนเป็นไข้อยู่.
มธ. 8:15 พระองค์ทรงกแตะต้องมือของนาง ไข้ก็หายไป. นางจึงลุกขึ้นปรนนิบัติพระองค์.
มธ. 8:16 ครั้นพลบค่ำ เขาพา1คนเป็นอันมากที่ถูกผีสิงมาหาพระองค์ พระองค์ก็ทรงขับวิญญาณเหล่านั้นออกด้วยกการตรัสเพียงคำเดียว และบรรดาคนเจ็บป่วยนั้นพระองค์ได้ทรงรักษาให้หายทุกคน.
มธ. 8:17 เพื่อจะให้กสำเร็จเป็นจริงตามที่ได้กล่าวไว้โดยยะซายาผู้เผยพระวจนะว่า“1ขพระองค์ทรงรับเอาบรรดาความอ่อนแอของเราและทรงคแบกเอาความเจ็บไข้ของเรา.”
(2) หนทางแห่งการติดตามองค์กษัตริย์
8:18-22
มธ. 8:18 ครั้นพระเยซูทรงเห็นฝูงชนมาล้อมพระองค์ไว้ พระองค์จึงตรัสสั่ง1ให้ข้ามฟากไป.
มธ. 8:19 ขณะนั้นกมีธรรมาจารย์คนหนึ่งมาหาพระองค์ทูลว่า “อาจารย์เจ้าข้า ท่านจะ1เสด็จไปที่ไหน ข้าพเจ้าจะ2ตามท่านไปด้วย.”
มธ. 8:20 พระเยซูจึงตรัสกับเขาว่า “สุนัขจิ้งจอกยังมีโพรง และนกในอากาศยังมีรัง แต่1กบุตรมนุษย์2ไม่มีที่ที่จะวางศีรษะ.”
มธ. 8:21 อีกคนหนึ่งในพวกสาวกของพระองค์มาทูลพระองค์ว่า “ข้าแต่องค์พระผู้เป็นเจ้า กขอทรงโปรดอนุญาตให้ข้าพเจ้า1ไปฝังศพบิดาข้าพเจ้าก่อน.”
มธ. 8:22 แต่พระเยซูตรัสแก่เขาว่า “กจงตามเรามาและให้1ขคนตายฝัง1คคนตายของพวกเขาเองเถิด.”
(3) อำนาจของกษัตริย์
8:23—9:8
ก. ควบคุมลมและทะเลได้
8:23-27
มธ. 8:23 กเมื่อพระองค์เสด็จลงเรือ พวกสาวกของพระองค์ก็ตามพระองค์ไปด้วย.
มธ. 8:24 และดูเถิด เวลานั้นก็เกิด1กพายุใหญ่ในทะเลจนคลื่นซัดท่วมเรือ แต่พระองค์บรรทมหลับอยู่.
มธ. 8:25 และพวกสาวกได้เข้ามาใกล้และปลุกพระองค์ทูลว่า “ข้าแต่องค์พระผู้เป็นเจ้ากช่วยพวกข้าพเจ้าด้วย [พวกข้าพเจ้า]กำลังจะพินาศอยู่แล้ว!”
มธ. 8:26 พระองค์จึงตรัสแก่เขาว่า “โอ คนมี1ความเชื่อกน้อย เจ้าขกลัวทำไม? และพระองค์ทรงลุกขึ้น2คติเตียนลมและทะเล ลมและทะเลก็งสงบเงียบอย่างยิ่ง3ใหญ่นัก.”
มธ. 8:27 ฝ่ายคนเหล่านั้นก็อัศจรรย์ใจพูดกันว่า “พระองค์เป็นคนอย่างไรหนอ แม้แต่ลมและทะเลก็ 1เชื่อฟังพระองค์?”
ข. ควบคุมพวกผีได้
8:28-34
มธ. 8:28 กครั้นพระองค์ข้ามฟากไปถึงแดนฆะดาราแล้ว มีคนสองคนที่มีผีสิงอยู่ออกจากป่าช้ามาพบพระองค์ เขาดุร้ายยิ่งนักจนไม่มีผู้ใดอาจผ่านทางนั้นได้.
มธ. 8:29 ดูเถิด พวกเขาร้องตะโกนว่า “1กพระบุตรของพระเจ้า 2ขพวกข้าพเจ้ามีอะไรเกี่ยวข้องกับพระองค์หรือ? พระองค์จะมาทรมานพวกข้าพเจ้า3คก่อนเวลาหรือ?”
มธ. 8:30 ไกลจากที่เขาอยู่นั้นมีสุกรฝูงใหญ่กำลังหากินอยู่.
มธ. 8:31 ผีเหล่านั้น1ได้อ้อนวอนพระองค์ว่า “ถ้าพระองค์ขับพวกข้าพเจ้าออก ขอโปรดให้พวกข้าพเจ้าเข้าสิงฝูงสุกรนั้นเถิด.”
มธ. 8:32 พระองค์จึงตรัสแก่ผีเหล่านั้นว่า “1ไปเถอะ!” ผีเหล่านั้นก็ออกไปเข้าสิงฝูงสุกร. ดูเถิด[สุกร]ทั้งฝูงก็วิ่งกระโจนจากหน้าผาชัน2ลงไปในทะเลจมน้ำตายหมด.
มธ. 8:33 ฝ่ายคนที่เลี้ยงสุกรก็หนีเข้าไปในเมือง เล่าเรื่องทั้งหมดรวมทั้งเหตุการณ์[ที่เกิดกับ]คนที่มีผีสิงนั้น.
มธ. 8:34 ดูเถิด [คน]ทั้งเมืองก็ออกมาหาพระเยซู เมื่อพบพระองค์แล้ว เขาจึงวิงวอนขอให้พระองค์1กไปเสียจากเขตแดนของเขา.

คำอธิบาย มัดธาย บทที่ 8

มธ. 8:1 1 หลังจากที่กษัตริย์ใหม่ได้ทำการประกาศกฎบัญญัติใหม่แห่งอาณาจักรแล้ว ก็เสด็จลงมาจากภูเขาทำการปฏิบัติในฐานะกษัตริย์ของพระองค์ต่อไป. เรื่องแรกที่พระองค์ได้ทรงกระทำนั้นก็คือชำระผู้ที่มลทินให้สะอาด, รักษาผู้ที่เจ็บป่วย, และทำการขับไล่ผีที่สิงอยู่ในผู้คน เพื่อทำให้เขาทั้งหลายกลายเป็นพลไพร่แห่งอาณาจักรสวรรค์ทั้งหลายได้ (ข้อ 2-17).
มธ. 8:1 ก มธ.5:1
มธ. 8:1 ข มธ.4:25; 5:1
มธ. 8:2 ก ข้อ 2-4: มก.1:40-44; ลก.5:12-14
มธ. 8:2 ข ลวต.13:2, 44-46; อฤธ.12:10, 14-15; 2คนก.26:21
มธ. 8:2 1ข ผู้ซึ่งได้รับการช่วยให้รอดจากพระผู้ช่วยแห่งกษัตริย์นั้นเป็นบุคคลกลุ่มแรกซึ่งกลายเป็นพลไพร่แห่งอาณาจักรโดยมีคนโรคเรื้อนมาเป็นตัวแทน. จากเรื่องราวที่เป็นตัวอย่างในพระคัมภีร์นั้น โรคเรื้อนมาจากการก่อกบฏและการไม่นอบน้อม. การที่มิระยามเป็นโรคเรื้อนก็เนื่องจากเธอได้กบฏต่อตัวแทนอำนาจของพระเจ้า (อฤธ.12:1-10). การที่นามานได้หายโรคและสะอาดจากโรคเรื้อนก็เนื่องจากการเชื่อฟังของเขา (2พกษ.5:1, 9-14). มวลมนุษยชาติได้ตกต่ำเนื่องจากการเป็นกบฏต่อพระเจ้า มนุษย์จึงล้วนกลายเป็นคนโรคเรื้อนในสายพระเนตรของพระเจ้า. บัดนี้พระผู้ช่วยแห่งกษัตริย์ได้เสด็จมาแล้ว ก็ได้ช่วยให้พวกเขาพ้นจากการกบฏของเขาทั้งหลายและได้ทรงชำระเขาให้หายสะอาดจากโรคเรื้อน เพื่อให้เขาทั้งหลายสามารถที่จะกลายเป็นพลไพร่แห่ง อาณาจักรของพระองค์.
มธ. 8:2 ค มธ.2:11; 9:18; 15:25; 20:20; ยฮ.9:38
มธ. 8:2 2ค ผู้ที่เป็นโรคเรื้อนมากราบไหว้กษัตริย์ใหม่และเรียกพระองค์เป็น “ข้าแต่องค์พระผู้เป็นเจ้า” ซึ่งยอมรับว่า พระองค์คือพระเจ้าผู้เป็นองค์พระผู้เป็นเจ้า. แท้จริงแล้วกษัตริย์ใหม่ก็คือพระเยซู ผู้เป็นยะโฮวาพระผู้ช่วยนั่นเอง (ดู 1:21 คำอธิบาย 1).
มธ. 8:3 ก มธ.8:15; 9:29; 20:34
มธ. 8:3 1ก ตามกฎบัญญัตินั้นผู้ที่เป็นโรคเรื้อนเพราะเหตุที่เขาเป็นคนมลทินควรจะต้องแยกไว้ให้ห่างจากผู้คน. ไม่อนุญาตให้ผู้ใดมาแตะต้องเขา (ลวต.13:45-46). แต่กษัตริย์ใหม่ผู้เป็นทั้งมนุษย์และเป็นพระผู้ช่วย ซึ่งเป็นกษัตริย์ได้มาแตะต้องผู้ที่เป็นโรคเรื้อน นี่ช่างเป็นพระเมตตาและเปี่ยมไปด้วยความเห็นอกเห็นใจจริงๆ ทันทีที่พระองค์ถูกต้องตัวเขา ทันใดนั้นโรคเรื้อนของเขาก็หายและก็สะอาด นี่เป็นการชำระให้สะอาดที่อัศจรรย์จริงๆ!
มธ. 8:4 ก มธ.9:30; มก.7:36
มธ. 8:4 1 กษัตริย์ใหม่ตรัสกับคนที่เป็นโรคเรื้อนซึ่งถูกชำระให้สะอาดว่า, เพื่อการได้รับการชำระจึงยังต้องปฏิบัติตามกฎเกณฑ์ของกฎบัญญัติเก่าเพราะในเวลานั้นยังเป็นช่วงเวลาที่เป็นหัวเลี้ยวหัวต่ออยู่ กฎบัญญัติเก่าก็ยังไม่ได้ถูกกระทำให้สำเร็จโดยการตายแห่งการช่วยไถ่ของพระองค์เลย.
มธ. 8:4 2 แปลตามตรงคือ ตัวเอง.
มธ. 8:4 ข ลวต.13:49; 14:2-9; ลก.17:14
มธ. 8:4 ค ลวต.14:10-32
มธ. 8:5 ก ข้อ 5-13: ลก.7:1-10
มธ. 8:5 ข ยฮ.4:46
มธ. 8:5 ค มธ.27:54; กจ.10:1
มธ. 8:5 1ค เป็นข้าราชการทหารที่ปกครองนายทหารหนึ่งร้อยคนในกองทัพแห่งโรมัน. คนที่เป็นโรคเรื้อนใน ข้อ 2-4 เป็นตัวแทนของชาวยูดาย ส่วนนายร้อยในข้อ 5-13 นั้นเป็นตัวแทนของชาวต่างชาติ. ในสายพระเนตรของพระเจ้านั้นเนื่องจากชาวยูดายได้กบฏและไม่นอบน้อมจึงทำให้เป็นโรคเรื้อนที่ไม่สะอาด ส่วนชาวต่างชาตินั้นเนื่องจากความบาปของเขาทั้งหลายจึงทำให้เขากลายเป็นคนนอนป่วยเป็นอัมพาตสูญเสียประสิทธิภาพการใช้งานเสีย. พระผู้ช่วยผู้เป็นกษัตริย์ก็ได้มาถึงชาวยูดายก่อน จากนั้นจึงได้มาถึงชาวต่างชาติ (กจ.3:26; 13:46; รม.1:16; 11:11). ชาวยูดายที่เชื่อได้รับความรอดเนื่องมาจากการแตะต้องโดยตรงจากพระองค์ (ข้อ 3)ส่วนชาวต่างชาติที่เชื่อได้รับความรอดโดยอาศัยการที่เชื่อพระคำของพระองค์ (ข้อ 8, 10, 13).
มธ. 8:8 ก บพส.107:20; มธ.8:16
มธ. 8:9 1 นายร้อยของชาวต่างชาติยอมรับอำนาจของพระผู้ช่วยผู้เป็นกษัตริย์ และรู้จักในพระคำของพระองค์ว่ามีอำนาจแห่งการรักษา. ดังนั้นเขาไม่เพียงแต่ได้เชื่อพระผู้ช่วยผู้เป็นกษัตริย์เท่านั้นยังได้เชื่อในคำตรัสของพระองค์อีกด้วยโดยได้ทูลว่า “พระองค์ไม่ต้องไปด้วยพระองค์เองเพียงแต่ตรัสคำเดียวก็พอแล้ว.” นี่เป็นความเชื่อที่เข้มแข็งกว่า ซึ่งทำให้พระผู้ช่วยรู้สึกประหลาดพระทัย (ข้อ 10).
มธ. 8:11 ก ลก.13:29; รม.15:9-12; อฟ.3:6
มธ. 8:11 1ก สิ่งนี้ได้ชี้ให้เห็นว่าชาวต่างชาติจะมีส่วนในกิตติคุณของอาณาจักร (อฟ.3:6, 8; ฆต.2:8-9; รม.1:13-16).
มธ. 8:11 2 สิ่งนี้ได้ชี้ถึงการปรากฏของอาณาจักรแห่งสวรรค์ทั้งหลาย. ในการปรากฏของอาณาจักรนั้นผู้เชื่อชาวต่างชาติที่มีชัยชนะจะร่วมงานเลี้ยงกับอับราฮาม, ยิศฮาค, และยาโคบ.
มธ. 8:12 1 บุตรแห่งอาณาจักรชี้ถึงชาวยูดายที่ได้รับความรอด พวกเขาเป็นเมล็ดพันธุ์ดี (13:38) แต่ทว่าเขาทั้งหลายไม่มีความเชื่อที่เข้มแข็งเพียงพอเพื่อทำให้เขาสามารถเข้าสู่ประตูคับ และเดินทางแคบได้ (7:13-14). เขาจึงสูญเสียไปซึ่งงานเลี้ยงแห่งการปรากฏของอาณาจักร (ลก.13:24-30).
มธ. 8:12 ก ลก.13:28; มธ.22:13; 25:30
มธ. 8:12 2 ที่มืดภายนอกชี้ถึงความมืดที่อยู่ภายนอกของความสว่างอันสง่าราศีในการปรากฏของอาณาจักรแห่งสวรรค์ทั้งหลาย (16:28; 25:30). การที่ถูกโยนออกไปสู่ที่มืดภายนอกในยุคอาณาจักรที่จะมาถึงนั้นต่างกับการที่ต้องถูกโยนลงในบึงไฟชั่วนิรันดร์ภายหลังอาณาจักรพันปี (วว.20:15).
มธ. 8:12 3 แปลตามตรงคือ มี.
มธ. 8:12 ข มธ.13:42, 50; 22:13; 24:51; 25:30; ลก.13:28
มธ. 8:12 4ข การร้องไห้เป็นการชี้ให้เห็นถึงการเสียใจ ส่วนการขบเขี้ยวเคี้ยวฟันเป็นการชี้ให้เห็นถึงการติเตียนตัวเอง.
มธ. 8:13 ก มธ.9:29
มธ. 8:13 ข มธ.9:22; ยฮ.4:53
มธ. 8:14 ก ข้อ 14-16: มก. 1:29-34; ลก.4:38-41
มธ. 8:14 ข เทียบ 1กธ.9:5
มธ. 8:14 1ข ในข้อ 14-15 นั้น แม่ยายของเปโตรเป็นตัวแทนของชาวยูดายในยุคสุดปลาย เขาจะได้รับความรอดเพราะเหตุได้ต้อนรับองค์กษัตริย์พระผู้ช่วยให้รอด (รม.11:25-26). ในช่วงเวลาแห่งภัยพิบัติใหญ่นั้น ชาวยูดายได้เป็น “ไข้” ในสายพระเนตรของพระเจ้าเป็น (ข้อ 14) เขามีความเร่าร้อนในสิ่งของที่อยู่นอกเหนือจากพระเจ้า. หลังจากที่องค์กษัตริย์พระผู้ช่วยให้รอดได้เพิ่มจำนวนผู้ที่ได้รับความรอดที่เป็นชาวต่างชาติจนครบจำนวนแล้วก็จะกลับไปหาชาวยูดายส่วนที่เหลือเพื่อให้เขาได้รับความรอด (รม.11:25-26; ซคย.12:10). แม่ยายของเปโตรได้รับการรักษาที่บ้านของเปโตร. ในยุคสุดปลายนี้ชาวยูดายส่วนที่เหลือล้วนได้รับความรอดในบ้านของชาวอิสราเอล. พวกเขาได้รับความรอดโดยการถูกสัมผัสโดยตรงจากองค์กษัตริย์พระผู้ช่วย (ข้อ 15) เหมือนดั่งชาวยูดายที่เป็นโรคเรื้อนคนนั้น (ข้อ 3).
มธ. 8:15 ก มธ.8:3
มธ. 8:16 1 “คนเป็นอันมากที่ถูกผีสิง” และ “บรรดาคนเจ็บป่วย” เป็นตัวแทนของชนนานาประเทศบนโลกที่อยู่ในอาณาจักรพันปี. อาณาจักรพันปีเป็นยุคสุดท้ายของฟ้าเก่าแผ่นดินโลกเก่า ดังนั้นจึงถือเป็นเวลา “พลบค่ำ” ของฟ้าเก่าแผ่นดินโลกเก่า. ในอาณาจักรพันปีนั้นฤทธิ์เดชของการขับผี และการรักษาโรคจะบรรลุถึงจุดสุดยอด. ดังนั้นคนที่ถูกผีสิงทั้งหมดและที่เจ็บป่วยล้วนจะต้องได้รับการรักษา. ฤทธิ์เดชที่กว้างใหญ่ไพศาลเช่นนี้ก็เป็นฤทธิ์เดชของโลกหน้า (ฮร.6:5). การขับผีและการรักษาโรคในโลกนี้เป็นแค่การลิ้มรสล่วงหน้าของฤทธิ์เดชที่กว้างใหญ่ไพศาลของโลกหน้า การอัศจรรย์ที่บันทึกไว้ในข้อ 2-17 มีความหมายแห่งยุคสมัยเป็นรูปภาพย่อของอาณาจักรในโลกหน้า.
ลำดับของเรื่องราวสี่อย่างที่บันทึกในข้อ 2-16 นั้นต่างกับลำดับใน มก.1:29—2:1 และ ลก.4:38-41; 5:12-14; 7:1-10. การบันทึกของมาระโกได้ชี้แจงถึงพระเยซูเป็นผู้ทาสของพระเจ้าโดยเรียงลำดับตามประวัติศาสตร์. การบันทึกของมัดธายนั้นได้แสดงให้เห็นว่าพระคริสต์ทรงเป็นกษัตริย์ของอาณาจักรแห่งสวรรค์ทั้งหลายโดยเรียงลำดับตามหลักธรรม คือได้นำเอาเรื่องราวบางเรื่องมาวางไว้ด้วยกัน ก็เพื่อที่จะชี้แจงหลักธรรมประการหนึ่ง. การบันทึกของลูกาได้เปิดเผยถึงพระเยซูทรงเป็นมนุษย์ที่ถูกต้องเที่ยงตรงมาเป็นพระผู้ช่วยของมนุษยชาติ โดยเรียงลำดับตามศีลธรรม. ส่วนการบันทึกของโยฮันนั้นได้เป็นพยานถึงพระคริสต์ว่าทรงเป็นพระบุตรของพระเจ้าซึ่งก็คือตัวพระเจ้าพระองค์เองโดยได้เรียงลำดับตามประวัติศาสตร์ไม่มากก็น้อย.
มธ. 8:16 ก มธ.8:8
มธ. 8:17 ก มธ.1:22
มธ. 8:17 ข ยซย.53:4
มธ. 8:17 1ข การรักษาทั้งหมดที่ได้ทำสำเร็จบนตัวของมนุษย์ที่ตกต่ำ ล้วนได้มาจากการช่วยไถ่ขององค์พระผู้เป็นเจ้า. พระองค์อยู่บนกางเขนได้รับเอาความอ่อนแอของเราไปเสียและทรงแบกเอาโรคภัยไข้เจ็บของเราไปด้วย ณ ที่นั่นพระองค์ก็ได้ทรงสำเร็จการรักษาที่สมบูรณ์เพื่อเราทั้งหลายแล้ว. แต่ว่าการปรับใช้ฤทธิ์เดชแห่งการรักษาอันศักดิ์สิทธิ์ของเราในโลกนี้ได้แค่ลิ้มรสล่วงหน้าเท่านั้นจะต้องถึงโลกหน้าจึงรับสุขได้อย่างสมบูรณ์.
มธ. 8:17 ค เทียบ 1ปต.2:24
มธ. 8:18 1 ในการบันทึกของกิตติคุณทั้งสี่เล่มนั้นในขณะที่องค์พระผู้เป็นเจ้าทำการปฏิบัติอยู่นั้นมักจะละจากฝูงชนเป็นอันมากไป ทรงไม่ประสงค์ที่จะอยู่ด้วยกันกับผู้ที่สนใจแต่การอัศจรรย์ พระองค์ไม่สนใจต่อฝูงชนแต่ได้สนใจถึงผู้ที่เสาะหาพระองค์ด้วยจริงใจเท่านั้น.
มธ. 8:19 ก ข้อ 19-22: ลก.9:57-60
มธ. 8:19 1 แปลตามตรงคือ ออกจากที่นั่น.
มธ. 8:19 2 ในขณะที่พูดประโยคนี้เขาไม่ได้นึกถึงเรื่องการจ่ายราคา. ดังนั้นคำตอบของกษัตริย์ในข้อที่ 20 ก็ได้ทำให้เขานึกถึงปัญหาของการจ่ายราคาขึ้นมา.
มธ. 8:20 ก มธ.9:6; 11:19; 12:8, 32, 40; 13:37, 41; 16:13, 27, 28; 26:64
มธ. 8:20 1ก ก่อน 16:13-17 ในขณะที่กษัตริย์ใหม่ทำการปฏิบัติของกษัตริย์อยู่นั้น ได้ยืนอยู่บนฐานะของบุตรมนุษย์ตลอดเวลา.
มธ. 8:20 2 ทั้งสุนัขจิ้งจอกและนกในอากาศล้วนมีที่พักผ่อน แต่กษัตริย์แห่งอาณาจักรแม้แต่ที่ที่จะพักสงบก็ไม่มี. นี่ได้ยืนยันให้เห็นว่าอาณาจักรที่พระองค์ทรงก่อตั้งนั้นไม่ใช่ของฝ่ายวัตถุ ไม่มีลักษณะของฝ่ายแผ่นดินโลก แต่ว่าเป็นของฝ่ายวิญญาณมีลักษณะของฝ่ายสวรรค์.
มธ. 8:21 ก เทียบ 1พกษ. 19:20
มธ. 8:21 1 สาวกคนนี้ไม่ใช่พวกธรรมาจารย์ การที่เขาพูดเช่นนี้ก็เพราะได้คำนึงการจ่ายราคาจนเกินไปในการที่จะติดตามกษัตริย์แห่งอาณาจักรฝ่ายสวรรค์. ดังนั้นขณะที่กษัตริย์ตรัสตอบนั้นก็ได้หนุนใจเขาให้มาติดตามพระองค์โดยให้เขาวางลงซึ่งการคำนึงถึงเรื่องการจ่ายราคาและเอาเรื่องการฝังศพของบิดาของเขาให้ผู้อื่นไปทำ.
มธ. 8:22 ก มธ.4:19, 20, 22; 9:9; ยฮ. 21:19, 22
มธ. 8:22 ข อฟ.2:1, 5; กซ.2:13; ยฮ.5:25
มธ. 8:22 1ข คนตายคนแรกชี้ถึงคนที่ได้ตายแล้วทางด้านฝ่ายวิญญาณ ดังที่ได้กล่าวไว้ใน อฟ.2:1, 5 คนตายคนที่สองชี้ถึงบิดาของสาวกคนนั้นที่ตายแล้วทางด้านฝ่ายเนื้อหนังนั่นเอง.
มธ. 8:22 ค ยฮ.5:28
มธ. 8:23 ก ข้อ 23-27: มก.4:36-41; ลก.8:22-25
มธ. 8:24 ก ยฮ.6:18
มธ. 8:24 1ก แปลตามตรงคือ สั่นไหวหรือโคลงเคลง.
มธ. 8:25 ก มธ.14:30
มธ. 8:26 1 “ความเชื่อ” มาจากพระคำขององค์พระผู้เป็นเจ้า และขึ้นอยู่กับพระคำขององค์พระผู้เป็นเจ้าด้วย (รม.10:17). ในข้อ 18 องค์พระผู้เป็นเจ้าตรัสสั่งให้พวกเขาเตรียมข้ามฟากไป. หากเขาเชื่อในพระคำเหล่านี้ก็ไม่ต้องมีการอธิษฐานเหมือนอย่างข้อ 25. พวกเขาไม่เข้าใจต่อพระคำขององค์พระผู้เป็นเจ้า ดังนั้นความเชื่อของเขาจึงน้อย.
มธ. 8:26 ก มธ.6:30; 14:31; 16:8
มธ. 8:26 ข ยฮ.14:27
มธ. 8:26 ค บพส.104:7
มธ. 8:26 2ค การติเตียนไม่ใช่กระทำต่อสิ่งที่ไม่มีชีวิต แต่กระทำต่อสิ่งที่มีตัวตน. การที่กษัตริย์ทรงติเตียนลมและทะเลนั้น ก็เพราะว่าในลมมีทูตสวรรค์ที่ตกต่ำของซาตาน (อฟ.6:12) ในทะเลมีผีโสโครก (ข้อ 32). ทูตสวรรค์ที่ตกต่ำในสถานอากาศกับผีที่อยู่ในน้ำร่วมแรงกันขัดขวางไม่ให้กษัตริย์ข้ามฟากไป เพราะพวกมันรู้ว่าพระองค์จะไปขับผีที่ฟากโน้น (ข้อ 28-32).
มธ. 8:26 ง บพส.107:29
มธ. 8:26 3 คำว่า “ใหญ่” ในที่นี้ตรงข้ามกับคำว่า “น้อย” ในข้อเดียวกัน.
มธ. 8:27 1 ในความเป็นจริงแล้วผู้ที่เชื่อฟังต่ออำนาจของกษัตริย์นั้นไม่ใช่ลมและทะเล แต่เป็นทูตสวรรค์ที่ตกต่ำซึ่งอยู่เหนือลมและผีที่อยู่ใต้ทะเลต่างหาก.
มธ. 8:28 ก ข้อ 28-34: มก.5:1-17; ลก.8:26-37
มธ. 8:29 ก มก.1:24; ลก.4:34
มธ. 8:29 1ก กษัตริย์ทรงเรียกตัวเองว่าบุตรมนุษย์ (ข้อ 20) แต่ผีนั้นเรียกพระองค์ว่าเป็นพระบุตรของพระเจ้า เพื่อล่อลวงให้พระองค์ออกจากฐานะของบุตรมนุษย์ (ดู 4:3 คำอธิบาย 2).
มธ. 8:29 ข มธ.4:3, 6
มธ. 8:29 2ข แปลตามตรงคือ นี่มีอะไรเกี่ยวข้องกับพวกข้าพเจ้าและกับท่านเล่า? (สำนวนเฮ็บราย).
มธ. 8:29 ค วว.20:13
มธ. 8:29 3ค นี่เปิดเผยเป็นนัยว่าพระเจ้าได้ทรงกำหนดเวลาไว้แล้วสำหรับให้ผีถูกทรมาน ผีเหล่านั้นก็รู้เวลาซึ่งก็คือหลังอาณาจักรพันปีจนถึงนิรันดร์ (ดู วว.20:13 คำอธิบาย1).
มธ. 8:31 1 นี่ก็ได้แสดงว่าผีเหล่านั้นอยู่ภายใต้ฤทธิ์เดชและอำนาจของกษัตริย์.
มธ. 8:32 1 นี่ก็คือคำสั่งที่มีอำนาจของกษัตริย์ผีเหล่านั้นก็ต้องเชื่อฟัง. กษัตริย์ก็ได้ตอบคำอ้อนวอนของผีเหล่านั้น ยอมให้พวกมันเข้าสิงในฝูงสุกร เพราะว่าในสายพระเนตรของพระเจ้านั้นสุกรเป็นสัตว์ที่มลทิน (ลวต.11:7).
มธ. 8:32 2 ฝูงสุกรทนไม่ไหวต่อการสิงของผีเหล่านั้นก็กระโจนลงไปในทะเล. ผีก็เห็นดีด้วย เพราะว่าน้ำเป็นที่อยู่อาศัยของพวกมัน (12:43-44 ดูบทเรียนชีวิตเยเนซิศตอนที่ 2).
มธ. 8:34 ก กจ.16:39
มธ. 8:34 1ก คนในเมืองเมื่อสูญเสียสุกรไป ก็ปฏิเสธละทิ้งกษัตริย์. พวกเขาต้องการสุกรที่เป็นมลทิน แต่กลับไม่ต้องการกษัตริย์แห่งอาณาจักรสวรรค์. พวกเขาอาจจะเป็นชาวต่างชาติ (ฆะดาราอยู่ที่ชายทะเลฆาลิลาย อยู่ฟากตรงข้ามกับฆาลิลาย (4:15) ของชาวต่างชาติ). เนื่องจากเขาทั้งหลายได้เลี้ยงชีพในทางที่ไม่สะอาดจึงได้ปฏิเสธละทิ้งกษัตริย์ฝ่ายสวรรค์เสีย.
สารบัญ