การงานบรรณกิจของห้องสมุดกิตติคุณแห่งประเทศไทย
หากท่านต้องการมีส่วนในการงานบรรณกิจของห้องสมุดกิตติคุณแห่งประเทศไทย
ท่านสามารถมอบถวายทรัพย์โดยโอนเงินเข้าบัญชีของห้องสมุด:
ธนาคารกสิกรไทย สาขาพาราไดซ์ พาร์ค
ชื่อบัญชี: นายปิยะ ตั้งเสรีมั่นคง และ
นางสุมิตรา อดุลประวิตรชัย และ
นางสาวทานาธิบดี ชูมณี
เลขที่บัญชี: 218-3-99941-1

รบกวนส่งสลิปการโอนมาที่ Line ID: @gospelbookroom

มัดธาย บทที่ 6

(4) เกี่ยวกับการประพฤติที่ชอบธรรมของพลไพร่แห่งอาณาจักร
6:1-18
มธ. 6:1 1แต่ท่านจงระวังให้ดีอย่าทำ2ความชอบธรรมของท่าน3ต่อหน้ามนุษย์ เพื่อหวังจะให้กเขาเห็น ถ้าทำอย่างนั้นท่านจะไม่ได้รับบำเหน็จจาก4พระบิดาของท่านผู้สถิตในสวรรค์ทั้งหลาย.
มธ. 6:2 เหตุฉะนั้น เมื่อท่านกทำทาน อย่า1เป่าแตรข้างหน้าท่าน เหมือน2ขคนหน้าซื่อใจคดกระทำใน3ธรรมศาลาและตามถนน เพื่อจะได้ครับสง่าราศีจากมนุษย์. เราบอกท่านทั้งหลายตามจริงว่า เขาได้รับบำเหน็จของเขาครบบริบูรณ์แล้ว.
มธ. 6:3 ฝ่ายท่านทั้งหลายเมื่อทำทาน อย่าให้1มือซ้ายรู้การซึ่งมือขวากระทำนั้น
มธ. 6:4 เพื่อทานของท่านจะเป็นทาน1กลับ และพระบิดาของท่านผู้ทรง2เห็นในที่ลับลี้จะทรง3ขตอบแทนท่าน.
มธ. 6:5 เมื่อท่านทั้งหลายจะอธิษฐาน อย่าได้เป็นเหมือนกคนหน้าซื่อใจคด เพราะเขาชอบยืนขอธิษฐานในธรรมศาลาและตามสี่แยกเพื่อจะให้คนทั้งปวงเห็น. เราบอกท่านตามจริงว่า เขาได้รับ1บำเหน็จของเขาครบบริบูรณ์แล้ว.
มธ. 6:6 ฝ่ายท่านเมื่ออธิษฐาน จงเข้าใน1ห้องชั้นใน และเมื่อกปิดประตูแล้วจงอธิษฐานขอจากพระบิดาของท่านผู้อยู่ในที่ลับลี้ และพระบิดาของท่านขผู้ทรงเห็นในที่ลับลี้จะทรงตอบแทนท่าน.
มธ. 6:7 แต่เมื่อท่านอธิษฐาน1อย่ากล่าวคำซ้ำซากให้มากเหมือนคนต่างชาติ เพราะเขาคิดว่ากพูดมากหลายคำแล้วจะโปรดสดับฟัง.
มธ. 6:8 อย่าทำเหมือนเขาเลย เพราะว่าสิ่งใดซึ่งท่านต้องการ พระบิดาของท่านกทรงทราบก่อนที่ท่านจะ1ทูลขอต่อพระองค์.
มธ. 6:9 กท่านทั้งหลายจงอธิษฐาน1ตามอย่างนี้ว่า ‘ข้าแต่ขพระบิดาของข้าพเจ้าทั้งหลายผู้สถิตในสวรรค์ทั้งหลาย 2ขอให้พระนามของพระองค์3เป็นที่นับถือคอันบริสุทธิ์
มธ. 6:10 ขอให้กอาณาจักรของพระองค์มาตั้งอยู่ ขน้ำพระทัยของพระองค์ได้สำเร็จในสวรรค์อย่างไร ก็ให้สำเร็จ1บนแผ่นดินโลกเหมือนกัน.
มธ. 6:11 ขอทรงโปรด1ประทาน2อาหาร3ประจำวันให้ข้าพเจ้าทั้งหลายใน4กาลวันนี้.
มธ. 6:12 และขอทรงโปรด1กยกหนี้ของข้าพเจ้า เหมือนข้าพเจ้า1ยกหนี้ของผู้ที่เป็นหนี้ข้าพเจ้านั้น.
มธ. 6:13 และขอ1อย่านำข้าพเจ้าตกเข้าไปในกการล่อลวง แต่ขอให้ขพ้นจาก2คผู้ชั่วร้ายนั้น. 3เหตุว่า4งอาณาจักรและจฤทธิ์เดชและฉสง่าราศีเป็นของพระองค์สืบๆ ไปเป็นนิตย์. 5ชเอเมน.’
มธ. 6:14 1เพราะว่าถ้าท่านกอภัยการล่วงละเมิดของมนุษย์ พระบิดาของท่านผู้สถิตในสวรรค์จะทรงโปรดอภัยท่านด้วย.
มธ. 6:15 แต่ถ้าท่านกไม่อภัยการล่วงละเมิดของมนุษย์ พระบิดาของท่านก็จะไม่ทรง โปรดอภัยการล่วงละเมิดของท่านเหมือนกัน.
มธ. 6:16 เมื่อท่าน1กอดอาหาร อย่าทำหน้าเศร้าหมองเหมือนคนหน้าซื่อใจคด ด้วยเขาทำหน้าเศร้าหมอง เพื่อจะให้ขปรากฏแก่มนุษย์ว่าเขาอดอาหาร. เราบอกท่านตามจริงว่าเขาได้รับบำเหน็จของเขาครบบริบูรณ์แล้ว.
มธ. 6:17 ส่วนท่าน เมื่ออดอาหาร จงเอากน้ำมันทาศีรษะและล้างหน้า
มธ. 6:18 เพื่อท่านจะไม่ปรากฏแก่มนุษย์ว่าอดอาหาร แต่ให้ปรากฏแก่พระบิดาของท่านผู้อยู่ในที่กลับลี้และพระบิดาของท่านผู้ทรงเห็นในที่ลับลี้ก็จะทรงตอบแทนท่าน.
(5) เกี่ยวกับทรัพย์สมบัติของพลไพร่แห่งอาณาจักร
6:19-34
มธ. 6:19 1กอย่าสะสมทรัพย์สมบัติไว้สำหรับตนในโลก ที่ขแมลงและสนิมอาจทำลายเสียได้ และที่ขโมยอาจขุดช่องลักเอาไปได้.
มธ. 6:20 แต่จง1สะสมกทรัพย์สมบัติไว้สำหรับตนในสวรรค์ ที่แมลงหรือสนิมทำลายเสียไม่ได้ และที่ไม่มีขโมยขขุดช่องลักเอาไปได้.
มธ. 6:21 เพราะว่าทรัพย์สมบัติของท่านอยู่ที่ไหน1กใจของท่านก็อยู่ที่นั่นด้วย.
มธ. 6:22 ตาเป็นกตะเกียงของร่างกาย. เหตุฉะนั้น ถ้าตาของท่าน1มีความเป็นหนึ่งเดียวทั้งตัวของท่านก็พลอยสว่างไปด้วย.
มธ. 6:23 แต่ถ้าตาของท่าน1ไม่เฉพาะเจาะจง ทั้งตัวของท่านก็พลอยมืดไปด้วย. เหตุฉะนั้น ถ้า2ความสว่างซึ่งอยู่ในตัวของท่านกมืดไป ความมืดนั้นจะหนาทึบสักเพียงใด!
มธ. 6:24 ไม่มีคนใด1ปรนนิบัติกนายสองคนได้ เพราะว่าจะชังนายคนหนึ่ง และจะรักนายอีกคนหนึ่ง หรือ 2จะนับถือนายคนหนึ่งและจะดูหมิ่นนายอีกคนหนึ่ง. ท่านจะปรนนิบัติพระเจ้าและจะปรนนิบัติ3ขเงินทองด้วยก็ไม่ได้.
มธ. 6:25 เหตุฉะนั้นเราบอกท่านทั้งหลายว่า ‘กอย่าขกระวนกระวายถึง1ชีวิตของตนว่าจะเอาอะไรกิน หรือจะเอาอะไรดื่ม และอย่ากระวนกระวายถึงร่างกายของตนว่าจะเอาอะไรนุ่งห่ม.’ 1ชีวิต2สำคัญยิ่งกว่าอาหาร และร่างกายสำคัญยิ่งกว่าเครื่องนุ่งห่มมิใช่หรือ?
มธ. 6:26 จงดูกฝูงนกในอากาศ มันมิได้หว่าน มิได้เกี่ยว มิได้ส่ำสมไว้ในยุ้งฉาง แต่พระบิดาฝ่ายสวรรค์ของท่านทั้งหลายทรงเลี้ยงนกไว้. ท่านทั้งหลายมิได้มีค่ายิ่งกว่าฝูงนกหรือ?
มธ. 6:27 มีใครในพวกท่านโดยความกระวนกระวายอาจเพิ่ม1สัดส่วนของร่างกายให้ยาวออกไปอีกสักศอกหนึ่งได้หรือ?
มธ. 6:28 ท่านกกระวนกระวายถึงขเครื่องนุ่งห่มทำไม? จงพิจารณาดูว่า1คดอกลิลลี่ที่ทุ่งนามันงอกขึ้นอย่างไร มันไม่ทำงาน มันไม่ปั่นด้าย.
มธ. 6:29 แต่เราบอกท่านทั้งหลายว่า ‘กกษัตริย์ซะโลโมเมื่อบริบูรณ์ด้วยสง่าราศีก็มิได้ทรงเครื่องงามเท่าดอกไม้นี้ดอกหนึ่ง.’
มธ. 6:30 ถ้าพระเจ้าทรงกตกแต่งขหญ้าที่ทุ่งนาอย่างนั้น ซึ่งเป็นอยู่วันนี้และรุ่งขึ้นต้องทิ้งในเตาไฟ โอ ผู้ที่มีคความเชื่อน้อย พระองค์จะไม่ทรงตกแต่งสวมใส่ให้ท่านมากยิ่งกว่านั้นหรือ?
มธ. 6:31 เหตุฉะนั้นอย่ากกระวนกระวายว่าจะเอาอะไรกิน? หรือจะเอาอะไรดื่ม? หรือจะเอาอะไรนุ่งห่ม?
มธ. 6:32 เพราะว่าพวกต่างชาติขวนขวายหาสิ่งของทั้งปวงเหล่านี้. แต่ว่า1พระบิดาของท่านผู้สถิตอยู่ในสวรรค์ทรงทราบแล้วว่าท่านกต้องการสิ่งทั้งปวงเหล่านี้.
มธ. 6:33 แต่จงแสวงหา1กอาณาจักรของพระองค์และ1ขความชอบธรรมของพระองค์ก่อน แล้วพระองค์จะทรงเพิ่มเติมสิ่งทั้งปวงเหล่านี้ให้.
มธ. 6:34 เหตุฉะนั้นอย่ากกระวนกระวายถึง1ขพรุ่งนี้ เพราะว่าพรุ่งนี้2ย่อมมีความกระวนกระวายสำหรับพรุ่งนี้เอง3ความทุกข์ของวันใดก็พอสำหรับวันนั้น.

คำอธิบาย มัดธาย บทที่ 6

มธ. 6:1 1 ข้อ 1-18 เป็นหมวดที่สี่ของรัฐธรรมนูญแห่งอาณาจักรที่กษัตริย์ได้ทรงประกาศอยู่บนภูเขา กล่าวถึงการประพฤติที่ชอบธรรมของพลไพร่แห่งอาณาจักร.
มธ. 6:1 2 ความชอบธรรมตรงนี้เป็นความชอบธรรมตามการประพฤติ เหมือนกับการทำทานที่กล่าวไว้ในข้อ 2-4, การอธิษฐานที่กล่าวไว้ในข้อ 5-15 การถือศีลอดอาหารที่กล่าวไว้ในข้อ 16-18.
มธ. 6:1 3 เนื้อหนังของมนุษย์ที่แสวงหาสง่าราศีของตัวเองนั้น ชอบคิดกระทำการดีต่อหน้ามนุษย์เพื่อจะได้รับคำยกย่องสรรเสริญจากมนุษย์. แต่พลไพร่แห่งอาณาจักรที่อยู่ภายใต้การปกครองของอาณาจักรฝ่ายสวรรค์ เป็นอยู่โดยการเทตัวให้ว่างเปล่าและถ่อมตัวอยู่ในวิญญาณและดำเนินชีวิตด้วยใจบริสุทธิ์หมดจดภายใต้การปกครองฝ่ายสวรรค์ของอาณาจักร จึงไม่อาจกระทำสิ่งใดอยู่ในเนื้อหนัง เพื่อรับคำยกย่องสรรเสริญจากมนุษย์ แต่ว่าทุกสิ่งจะต้องกระทำอยู่ในวิญญาณเพื่อเป็นที่ชอบพระทัยพระบิดาของเขาผู้สถิตในสวรรค์.
มธ. 6:1 ก มธ.6:5, 16; 23:5
มธ. 6:1 4 สำหรับพลไพร่แห่งอาณาจักรนี้พระเจ้าไม่เพียงแต่เป็นพระเจ้าของเขาทั้งหลาย แต่ยังเป็นพระบิดาของเขาทั้งหลายด้วย เขาทั้งหลายไม่เพียงเป็นผู้ที่พระเจ้าทรงเนรมิตสร้างเท่านั้น แต่ยังเป็นผู้ที่พระบิดาให้บังเกิดใหม่อีกด้วย. เขาทั้งหลายไม่เพียงแต่มีชีวิตธรรมชาติของมนุษย์ที่ถูกเนรมิตสร้างเท่านั้น แต่ก็ยังมีชีวิตฝ่ายวิญญาณของพระเจ้าที่ไม่ได้ถูกเนรมิตสร้าง ดังนั้นการที่กษัตริย์ได้ทำการประกาศกฎบัญญัติใหม่ของอาณาจักรให้เขาทั้งหลายเมื่ออยู่บนภูเขา จุดประสงค์ก็เพื่อต้องการให้เขาทั้งหลายถือปฏิบัติตามชีวิตอันศักดิ์สิทธิ์ที่นิรันดร์ของพระบิดา ไม่ใช่ตามชีวิตที่ตกต่ำของมนุษย์ จึงไม่ต้องการสง่าราศีของมนุษย์ แต่ประสงค์จะได้รับบำเหน็จของพระบิดา.
มธ. 6:2 ก พบญ. 15:7-8; บพส.112:9; รม.12:8; 2กธ.9:9
มธ. 6:2 1 พลไพร่แห่งอาณาจักรได้รับวิญญาณแห่งการปกครองของสวรรค์ทั้งหลายมาจำกัดการโอ้อวดแห่งเนื้อหนังของเขาทั้งหลาย.
มธ. 6:2 ข มธ.6:5; 7:5; 23:13, 14, 15, 25, 26, 27, 29
มธ. 6:2 2ข นักแสดงบนเวทีได้รับการแต่งตัวเป็นผู้แสดง. นักแสดงของกรีกกับโรมันนั้นมีความเคยชินที่พูดจาอยู่ในหน้ากากอันใหญ่ซึ่งติดเครื่องยนต์กลไกเอาไว้เพื่อขยายเสียงของเขา. ดังนั้นจึงกลายเป็นผู้เสแสร้ง ข้อหลังก็เช่นเดียวกัน.
มธ. 6:2 3 ดู 4:23 คำอธิบาย 1. ข้อหลังก็เช่นกัน.
มธ. 6:2 ค ยฮ.5:41, 44; 12:43; 1ธซ.2:6
มธ. 6:3 1 ข้อความนี้ได้ชี้ให้เห็นว่าการทำความชอบธรรมของพลไพร่แห่งอาณาจักรนั้นควรจะต้องถือรักษาไว้เป็นการลับ. เรื่องที่พวกเขาทำในวิญญาณภายใต้การปกครองฝ่ายสวรรค์เพื่อจะเป็นที่ชอบพระทัยของพระบิดาแต่เพียงผู้เดียวนั้น ไม่ควรถูกแทรกแซงจากเนื้อหนังของเขาที่อยากได้รับสง่าราศีของมนุษย์.
มธ. 6:4 ก มธ.6:6, 18
มธ. 6:4 1ก พลไพร่แห่งอาณาจักรนั้นเป็นอยู่โดยชีวิตอันศักดิ์สิทธิ์ของพระบิดาตามวิญญาณของพวกเขา. ดังนั้นพวกเขาจึงถูกเรียกร้องให้ทำดีในที่ลับลี้ ไม่ใช่ต่อหน้าสาธารณชน. การจัดแสดงต่อหน้าสาธารณชนนั้นไม่สอดคล้องกับพระนิสัยที่ซ่อนเร้นและลับลี้ของชีวิตอันศักดิ์สิทธิ์.
มธ. 6:4 2 พลไพร่แห่งอาณาจักรเป็นบุตรของพระบิดาฝ่ายสวรรค์ก็ต้องเป็นอยู่ในการสถิตของพระบิดาและคำนึงถึงการสถิตของพระบิดาด้วย. สิ่งที่เขาได้กระทำในที่ลับลี้เพื่ออาณาจักรของพระบิดานั้น “พระบิดาผู้ทรงเห็นในที่ลับลี้” จะทรงโปรดตอบแทนให้แก่พวกเขา. การมองดูของพระบิดาฝ่ายสวรรค์ของเขาทั้งหลายในที่ลับลี้จะต้องเป็นการหนุนใจต่อการทำการดีในที่ลับลี้ของเขาทั้งหลาย. ข้อ 6 และ 18 ก็เช่นเดียวกัน.
มธ. 6:4 ข ลก.14:14
มธ. 6:4 3ข สิ่งนี้อาจจะเกิดขึ้นในยุคนี้ (2กธ.9:10-11) หรือเป็นบำเหน็จในยุคหน้า (ลก.14:14).
มธ. 6:5 ก มธ.6:2
มธ. 6:5 ข ลก.18:11; 20:47
มธ. 6:5 1 การอธิษฐานที่ต้องการได้รับการสรรเสริญจากมนุษย์นั้น แม้ว่าจะได้รับบำเหน็จจากมนุษย์แต่ก็ไม่อาจจะได้รับคำตอบจากพระบิดา ฉะนั้นจึงเป็นการอธิษฐานที่ว่างเปล่า.
มธ. 6:6 1 พลไพร่แห่งอาณาจักรต้องมีประสบการณ์แห่งการอธิษฐานที่ห้องชั้นใน ทำการติดต่อกับพระบิดาของเขาผู้สถิตอยู่ในสวรรค์ในที่ลับลี้ประสบการณ์ต่อการรับสุขในที่ลับลี้จากพระบิดาและต้อนรับคำตอบที่ลับลี้จากพระองค์ด้วย.
มธ. 6:6 ก 2พกษ.4:32-33; ยซย.26:20
มธ. 6:6 ข มธ.6:4, 18
มธ. 6:7 1 นี่ไม่ได้หมายความว่าเราทั้งหลายไม่ควรกล่าวซ้ำในคำอธิษฐานของเรา. องค์พระผู้เป็นเจ้าเคยอธิษฐานซ้ำถึงสามครั้งที่สวนเฆ็ธเซมาเน(26:44) อัครทูตเปาโลก็เคยอธิษฐานซ้ำเช่นนี้สามครั้งเหมือนกัน (2กธ.12:8) ชุมนุมชนเป็นอันมากในสวรรค์ก็ใช้คำว่า ฮาลีลูยา ซ้ำๆ กันมาสรรเสริญพระเจ้า (วว.19:1-6). ความหมายในที่นี้ก็คือเราไม่ควรกล่าวคำซ้ำที่ว่างเปล่าและไร้ประโยชน์.
มธ. 6:7 ก 1พกษ. 18:26-29
มธ. 6:8 ก มธ.6:32
มธ. 6:8 1 ถึงแม้พระบิดาของเราทรงทราบถึงความต้องการของเรา แต่เรายังคงต้องทูลขอพระองค์เพราะว่าทุกคนที่ขอก็จะได้ (7:8).
มธ. 6:9 ก ข้อ 9-13: ลก.11:2-4
มธ. 6:9 1 “จง...ตามอย่างนี้” ไม่ได้มีความหมายว่าต้องท่องคำอธิษฐานนี้. ในหนังสือกิจการและหนังสือจดหมายก็ไม่มีตัวอย่างการท่องเช่นนี้.
มธ. 6:9 ข มธ.6:32
มธ. 6:9 2 ในแบบอย่างของการอธิษฐานที่องค์พระผู้เป็นเจ้าอธิษฐานให้ดูเป็นตัวอย่างนั้น การทูลขอสามรายการแรกก็ได้เปิดเผยเป็นนัยถึงตรีเอกภาพแห่งฐานันดรของพระเจ้า วลีที่ว่า “ขอให้พระนามของพระองค์เป็นที่นับถืออันบริสุทธิ์” ประการที่สำคัญนั้นเกี่ยวข้องกับพระบิดา วลีที่ว่า “ขอให้อาณาจักรของพระองค์มาตั้งอยู่” ประการที่สำคัญนั้นเกี่ยวข้องกับพระบุตร วลีที่ว่า “ขอให้น้ำพระทัยของพระองค์สำเร็จบนแผ่นดินโลก” ประการที่สำคัญนั้นเกี่ยวข้องกับพระวิญญาณ. ซึ่งในยุคสมัยนี้กำลังจะได้รับการสำเร็จและจะได้รับการสำเร็จอย่างสมบูรณ์ในยุคของอาณาจักรที่กำลังจะมาถึงด้วย เมื่อถึงตอนนั้นพระนามของพระเจ้าจะประเสริฐยิ่งทั่วโลกสักเท่าใด (บพส.8:1) อาณาจักรบนแผ่นดินโลกจะกลายเป็นอาณาจักรของพระคริสต์ (วว.11:15) น้ำพระทัยของพระเจ้าก็จะสำเร็จด้วย.
มธ. 6:9 3 แปลตามตรงคือ ถูกแบ่งแยกบริสุทธิ์.
มธ. 6:9 ค ยซย.29:23; ยอค.36:23; 1ปต.3:15
มธ. 6:10 ก มธ.3:2; 4:17; ดนอ.2:44; วว.11:15
มธ. 6:10 ข มธ.7:21; 12:50; 26:39, 42; ยฮ.6:38; ฮร.10:7, 9
มธ. 6:10 1 ภายหลังที่ซาตานได้ก่อกบฏ (ยอค.28:17; ยซย.14:13-15) แผ่นดินก็ได้ตกอยู่ในเงื้อมมือของซาตานถูกมันยึดครอง. ดังนั้นพระทัยของพระเจ้าจึงไม่สามารถที่จะสำเร็จบนแผ่นดินโลกเหมือนกับที่ได้สำเร็จในสวรรค์. ดังนั้นพระประสงค์ของพระเจ้าในการเนรมิตสร้างมนุษย์ก็เพื่อฟื้นฟูแผ่นดินโลกนี้เพื่อพระองค์เอง (ยนซ.1:26-28). ภายหลังเมื่อมนุษย์ได้ตกต่ำไป พระคริสต์ก็เสด็จมานำเอาการปกครองฝ่ายสวรรค์มายังแผ่นดินโลกทำให้แผ่นดินโลกได้รับการฟื้นฟูเพื่อผลประโยชน์ของพระเจ้าเพื่อให้น้ำพระทัยของพระเจ้าสำเร็จบนแผ่นดินโลกเหมือนกับที่ได้สำเร็จในสวรรค์ นี่เป็นจุดประสงค์ในการก่อตั้งอาณาจักรแห่งสวรรค์ทั้งหลายของกษัตริย์ใหม่ร่วมกับผู้ติดตามของพระองค์. พลไพร่แห่งอาณาจักรนั้นจะต้องทำการอธิษฐานเพื่อเรื่องนี้จนกว่าแผ่นดินโลกจะได้รับการฟื้นฟูอย่างสมบูรณ์ เพื่อน้ำพระทัยของพระเจ้าในยุคอาณาจักรที่จะมาถึง.
มธ. 6:11 1 การอธิษฐานที่ให้ถือเป็นแบบอย่างนี้ ในประการแรกจะต้องคำนึงถึงพระนามของพระเจ้าอาณาจักรของพระเจ้า และพระทัยของพระเจ้า ประการที่สองจึงมาคำนึงถึงความต้องการของเราทั้งหลาย.
มธ. 6:11 2 แปลตามตรงคือ ขนมปัง.
มธ. 6:11 3 ใช้ประจำ หรือ ถึงวันพรุ่งนี้ หรือ ของวันนี้. วลีที่ว่า “อาหารประจำวัน” นี้ชี้ให้เห็นถึงการดำเนินชีวิตโดยความเชื่อ พลไพร่แห่งอาณาจักรไม่ควรจะดำเนินชีวิตโดยพึ่งสิ่งที่ได้สะสมไว้ แต่ควรจะอาศัยความเชื่อเท่านั้น มีการดำเนินชีวิตโดยพึ่งพิงการหล่อเลี้ยงแต่ละวันของพระบิดา.
มธ. 6:11 4 กษัตริย์ไม่ต้องการให้พลไพร่ของพระองค์มากระวนกระวายถึงวันพรุ่งนี้ (ข้อ 34) แต่ให้เขาทั้งหลายอธิษฐานเพื่อความต้องการต่างๆในวันนี้เท่านั้น.
มธ. 6:12 ก มธ.18:21-35
มธ. 6:12 1ก ยก หมายถึง อภัย. การอธิษฐานที่ถือเป็นแบบอย่างในประการที่สามคือ คำนึงถึงความพ่ายแพ้ของพลไพร่แห่งอาณาจักรต่อเบื้องพระพักตร์พระเจ้ารวมทั้งความสัมพันธ์ระหว่างเขาทั้งหลายกับผู้อื่น. เขาทั้งหลายจะต้องทูลขอพระบิดาให้ยกหนี้ของเขา, โปรดอภัยความพ่ายแพ้, ความผิดของเขาเหมือนที่เขาทั้งหลายยกหนี้ของผู้ที่เป็นหนี้ของพวกเขาเพื่อจะถือรักษาสันติสุขไว้.
มธ. 6:13 1 แปลตามตรงคือ นำเราทั้งหลายเข้าสู่การล่อลอง กษัตริย์เคยถูกพระวิญญาณนำไปรับการล่อลองจากมาร (4:1).
มธ. 6:13 ก มธ.26:41; ลก.11:4; 1กธ.10:13
มธ. 6:13 ข 2ตธ.4:18; ฮร.2:18
มธ. 6:13 ค มธ.5:37; ยฮ.17:15; 2ธซ.3:3
มธ. 6:13 2ค หรือ ความชั่วร้าย. การอธิษฐานที่ถือเป็นแบบอย่างในประการที่สี่คือ คำนึงถึงเรื่องที่ให้พลไพร่แห่งอาณาจักรได้หลุดพ้นจากผู้ชั่วร้ายนั้นและเรื่องชั่วร้าย เขาทั้งหลายจะต้องทูลขอพระบิดาขออย่าให้พวกเขาตกเข้าไปในการทดลอง แต่ช่วยเขาทั้งหลายให้พ้นจากผู้ชั่วร้ายนั้นคือมารและความชั่วร้ายที่ออกมาจากมันด้วย.
มธ. 6:13 3 สำเนาต้นฉบับเก่าแก่นั้นไม่มี “เหตุว่า...อาเมน.”
มธ. 6:13 ง 1คนก.29:11; วว.11:15; 12:10
มธ. 6:13 4ง คำว่า “อาณาจักร” เป็นขอบเขตที่พระเจ้าทรงใช้ “ฤทธิ์เดช” ของพระองค์เพื่อพระเจ้าสามารถสำแดงสง่าราศีของพระองค์.
มธ. 6:13 จ วว.12:10
มธ. 6:13 ฉ รม.16:27; วว.5:13
มธ. 6:13 ช บพส.41:13; 2กธ.1:20; วว.3:14
มธ. 6:13 5ช คำว่า “เอเมน” มาจากภาษาเฮ็บรายหมายถึงมั่นคงแน่นอน หรือน่าไว้วางใจ.
มธ. 6:14 1 คำว่า “เพราะว่า” ได้ชี้แจงให้เห็นถึงว่าถ้อยคำในข้อ 14-15 นั้นได้อธิบายว่าทำไมพลไพร่แห่งอาณาจักรจะต้องยกหนี้ของผู้ที่เป็นหนี้เขาทั้งหลาย (ข้อ 12). หากเขาทั้งหลายไม่ยอมอภัยความบาปของมนุษย์ พระบิดาของเขาผู้สถิตในสวรรค์ก็จะไม่อภัยความบาปของเขาด้วย. เมื่อเป็นเช่นนี้จึงทำให้การอธิษฐานของเขาถูกขัดขวาง.
มธ. 6:14 ก มก.11:25; ลก.6:37; อฟ.4:32; กซ.3:13
มธ. 6:15 ก มธ.18:35
มธ. 6:16 ก ยซย. 58:6-7; มธ.9:14; 17:21; กจ.13:2
มธ. 6:16 1ก การอดอาหารไม่ใช่ละเว้นจากการกินการดื่ม แต่เป็นการมีภาระที่ร้อนรนในการอธิษฐานเพื่อเรื่องราวบางอย่างจนถึงกับไม่สามารถกินดื่มได้. การอดอาหารก็เป็นการถ่อมตัวเองอย่างหนึ่งเป็นการแสดงออกถึงการเสาะหาความเมตตาจากพระเจ้า. การทำทานนั้นเป็นการมอบสิ่งที่เรามีสิทธิ์ครอบครองให้แก่ผู้อื่น ส่วนการอดอาหารเป็นการสละสิ่งที่เรามีสิทธิ์ในการรับสุขนั้นทิ้งไป.
มธ. 6:16 ข มธ.6:1, 5
มธ. 6:17 ก ผปก.9:8
มธ. 6:18 ก มธ.6:4, 6
มธ. 6:19 ก ลก.12:15-21; ฮร.13:5
มธ. 6:19 1ก ข้อ 19-34 เป็นหมวดที่ห้าของรัฐธรรมนูญแห่งอาณาจักรที่กษัตริย์ทรงประกาศกล่าวถึงการจัดการกับทรัพย์สมบัติของพลไพร่แห่งอาณาจักร.
มธ. 6:19 ข ยก.5:2-3
มธ. 6:20 1 วลีที่ว่า “สะสมทรัพย์สมบัติไว้ในสวรรค์” ก็คือนำเอาทรัพย์สมบัติมาแจกจ่ายให้คนอนาถา (19:21) อีกทั้งคำนึงถึงวิสุทธิชนที่มีความต้องการ(ขัดสน) (กจ.2:45; 4:34-35; 11:29; รม.15:26) รวมทั้งผู้รับใช้ขององค์พระผู้เป็นเจ้าด้วย (ฟป.4:16-17).
มธ. 6:20 ก มธ.19:21; ลก.12:33; 18:22
มธ. 6:20 ข มธ.24:43; ลก.12:39
มธ. 6:21 ก ลก.12:34
มธ. 6:21 1ก พลไพร่แห่งอาณาจักรต้องนำทรัพย์สมบัติของเขาส่งไปที่สวรรค์ เพื่อให้ใจของเขาสามารถอยู่ในสวรรค์ด้วย.
มธ. 6:22 ก ข้อ 22-23: ลก.11:34-36
มธ. 6:22 1 ดวงตาทั้งสองดวงของเราสามารถเพ่งมองสิ่งของในเวลาเดียวกันได้เพียงอย่างเดียว. ถ้าหากตาของเรามองของสองอย่างในเวลาเดียวกันสายตาก็จะพร่ามัวไป. ถ้าหากดวงตาของเรามองของอย่างเดียว สายตาก็จะมีความเป็นหนึ่งเดียวทั่วทั้งตัวของเราก็จะพลอยสว่างไปด้วย. ถ้าเราสะสมทรัพย์สมบัติไว้ในสวรรค์และสะสมไว้ในในโลกด้วย เช่นนี้สายตาของเราก็จะพร่ามัว. ถ้าหากเราต้องการที่จะมีสายตาที่มีความเป็นหนึ่งเดียวก็ต้องนำทรัพย์สมบัติสะสมไว้ในที่แห่งเดียว.
มธ. 6:23 1 แปลตามตรงคือ ชั่ว. การที่มองดูของสองอย่างในเวลาเดียวกันและไม่ได้มองอย่างเฉพาะเจาะจงแล้ว ก็จะทำให้ตาของเราเปลี่ยนเป็นชั่วร้ายไป (เทียบ 20:15; พบญ.15:9; สภษ.28:22). เมื่อเป็นเช่นนี้ทั้งตัวของเราก็จะมืดไป.
มธ. 6:23 2 ใจของเราถ้าหากสนใจแต่ทรัพย์สมบัติที่สะสมอยู่บนโลก ความสว่างที่อยู่ภายในเราก็จะกลายเป็นความมืดไป และความมืดนั้นก็หนาทึบใหญ่หลวงนัก.
มธ. 6:23 ก 1ยฮ.1:6-7
มธ. 6:24 1 แปลตามตรงคือ ปรนนิบัติรับใช้อย่างทาส.
มธ. 6:24 ก ลก.16:13
มธ. 6:24 2 ภาษากรีกมีความหมายว่า จะสัตย์ซื่อต่อคนหนึ่งและจะต่อต้านอีกคนหนึ่ง.
มธ. 6:24 ข ลก.16:9, 11, 13
มธ. 6:24 3ข แปลตามตรงคือ แมมมอน ซึ่งเป็นภาษาอาราเมอิคที่หมายถึงทรัพย์สินเงินทอง, ทรัพย์สมบัติ. ในที่นี้แมมมอนเป็นปรปักษ์กับพระเจ้า จึงชี้ให้เห็นอย่างชัดเจนว่าทรัพย์สินหรือเงินทองนั้นเป็นศัตรูของพระเจ้า ได้แย่งชิงการปรนนิบัติของพลไพร่แห่งพระเจ้าที่มีต่อพระเจ้าไปเสีย.
มธ. 6:25 ก ข้อ 25-33: ลก. 12:22-31
มธ. 6:25 ข มธ.6:27-28, 31, 34; 13:22; ฟป.4:6; 1ปต.5:7
มธ. 6:25 1 แปลตามตรงคือ จิต. ชี้ถึงชีวิตฝ่ายจิต ในที่นี้ก็รวมทั้งความใคร่และความรักชอบในการกินดื่มและการสวมใส่ด้วย (ยซย.29:8).
มธ. 6:25 2 ชีวิตของเราสำคัญยิ่งกว่าอาหาร ร่างกายสำคัญยิ่งกว่าเครื่องนุ่งห่ม. ทั้งชีวิตและร่างกายของเรานั้นไม่ได้มีขึ้นเพราะเหตุความกระวนกระวายแต่มีขึ้นเพราะเหตุพระเจ้า. ในเมื่อพระเจ้าได้ทรงเนรมิตสร้างชีวิตและร่างกายให้เราแล้ว พระองค์ก็จะต้องระลึกถึงความต้องการของชีวิตและร่างกายของเราด้วย. ดังนั้นพลไพร่แห่งอาณาจักรไม่ควรกระวนกระวายเพื่อสิ่งเหล่านี้เลย.
มธ. 6:26 ก มธ.10:29-31; โยบ 38:41; บพส.147:9
มธ. 6:27 1 เป็นความยืนยาวแห่งชีวิตของเขา (เหมือนคำว่า “ชั่วชีวิต” ในภาษาเฮ็บรายใน บพส.39:5).
มธ. 6:28 ก มธ.6:25
มธ. 6:28 ข 1ตธ.6:8
มธ. 6:28 ค พพร.2:1-2
มธ. 6:28 1ค ดอกลิลลี่เป็นเครื่องหมายเล็งถึงผู้ที่อยู่ภายใต้การดูแลของพระเจ้า (พพร.2:1-2).
มธ. 6:29 ก 1พกษ. 10:4-7
มธ. 6:30 ก พบญ.29:5
มธ. 6:30 ข ยซย.40:6-8; ยก.1:10-11
มธ. 6:30 ค มธ.8:26; 14:31; 16:8; 17:20
มธ. 6:31 ก มธ. 6:25, 28
มธ. 6:32 1 พลไพร่แห่งอาณาจักรมีชีวิตอันศักดิ์สิทธิ์ของพระบิดาผู้สถิตในสวรรค์เป็นกำลังของเขาในการปฏิบัติตามกฎบัญญัติใหม่ของอาณาจักร. เขาทั้งหลายยังมีพระบิดาฝ่ายสวรรค์ทรงระลึกถึงความต้องการด้านวัตถุของพวกเขาให้เขาไม่ต้องกระวนกระวายเพราะสิ่งเหล่านี้. พระบิดาฝ่ายสวรรค์ทรงเป็นต้นกำเนิดแห่งกำลังและเป็นการหล่อเลี้ยงของเขา. ดังนั้นเขาจึงไม่ควรอ่อนแอและขัดสน.
มธ. 6:32 ก มธ.6:8
มธ. 6:33 ก มธ. 5:3, 10, 20; 6:10; 7:21; ลก. 12:31-32; กจ.14:22; รม.14:17
มธ. 6:33 1ก อาณาจักรของพระบิดาทรงเป็นความจริงของอาณาจักรแห่งสวรรค์ทั้งหลายในวันนี้ (ก็คือความเที่ยงแท้แห่งการดำเนินชีวิตคริสตจักร) และจะเป็นการปรากฏของอาณาจักรแห่งสวรรค์ทั้งหลายในโลกหน้า. ความชอบธรรมของพระบิดาทรงเป็นความชอบธรรมที่ปรากฏออกโดยการถือปฏิบัติตามกฎบัญญัติใหม่ของอาณาจักร (ก็คือพระคริสต์ที่พลไพร่แห่งอาณาจักรได้ดำเนินชีวิตออกมา) ดังที่ได้กล่าวไว้ในบทที่ 5 ข้อ 20. เนื่องจากพลไพร่แห่งอาณาจักรได้แสวงหาแผ่นดินของพระบิดาฝ่ายสวรรค์และความชอบธรรมของพระองค์ก่อน ดังนั้นพระองค์จึงไม่เพียงแต่ประทานอาณาจักรและพระองค์ความชอบธรรมของพระองค์ให้แก่เขาเท่านั้น แม้กระทั่งความต้องการทั้งปวงของเขาก็จะทรงเพิ่มเติมให้เขาอีกด้วย.
มธ. 6:33 ข มธ.5:6, 10, 20; ซฟย.2:3; วว.19:8
มธ. 6:34 ก มธ.6:25
มธ. 6:34 ข ยก.4:13-14
มธ. 6:34 1ข พลไพร่แห่งอาณาจักรไม่ควรเป็นอยู่สำหรับวันพรุ่งนี้ แต่ควรจะเป็นอยู่สำหรับวันนี้.
มธ. 6:34 2 แปลตามตรงคือ มีความกระวนกระวายของวันพรุ่งนี้.
มธ. 6:34 3 หรือความชั่วร้าย. (ความหมายเดิมตามภาษากรีกต่างกับคำว่า “ชั่วร้าย” ในข้อที่ 13 คำอธิบาย 2). ตรงนี้มีความหมายชี้ถึงความยุ่งยากกวนใจและความทุกข์ยากลำบาก. ซึ่งได้ชี้ให้เห็นว่ากษัตริย์แห่งอาณาจักรได้ชี้แจงแก่พลไพร่แห่งอาณาจักรอย่างชัดเจนถึงวันเวลาที่เขาดำเนินอยู่บนโลกนี้นั้นเป็นเวลาที่มีความยุ่งยากใจและมีความทุกข์ยากลำบาก ไม่ใช่วันเวลาที่มีความสงบสุขและมีความสบาย.
สารบัญ