การงานบรรณกิจของห้องสมุดกิตติคุณแห่งประเทศไทย
หากท่านต้องการมีส่วนในการงานบรรณกิจของห้องสมุดกิตติคุณแห่งประเทศไทย
ท่านสามารถมอบถวายทรัพย์โดยโอนเงินเข้าบัญชีของห้องสมุด:
ธนาคารกสิกรไทย สาขาพาราไดซ์ พาร์ค
ชื่อบัญชี: นายปิยะ ตั้งเสรีมั่นคง และ
นางสุมิตรา อดุลประวิตรชัย และ
นางสาวทานาธิบดี ชูมณี
เลขที่บัญชี: 218-3-99941-1

รบกวนส่งสลิปการโอนมาที่ Line ID: @gospelbookroom

มัดธาย บทที่ 4

3. ถูกทดสอบ
4:1-11
มธ. 4:1 แล้วพระวิญญาณนั้นทรงนำ1พระเยซูเข้าไปในกป่าเพื่อ2ขมารจะได้3คล่อลวงพระองค์.
มธ. 4:2 และเมื่อพระองค์ทรงกอดพระกระยาหาร1ขสี่สิบวันสี่สิบคืนแล้ว ภายหลังพระองค์ก็ทรงคหิว[พระกระยาหาร].
มธ. 4:3 และ1กผู้ล่อลวงนั้นก็มาทูลพระองค์ว่า “ถ้าท่านเป็น2ขพระบุตรของพระเจ้า จงสั่งให้3ก้อนหินเหล่านี้กลายเป็นขนมปังเถิด.”
มธ. 4:4 ฝ่ายพระองค์ตรัสตอบว่า “1มี[พระคำ]เขียนไว้ว่า ‘2กมนุษย์จะมีชีวิตเป็นอยู่ด้วย3อาหารสิ่งเดียวก็หามิได้ แต่ด้วยบรรดา4ขพระคำซึ่งออกมาจาก5พระโอษฐ์ของพระเจ้า.’ ”
มธ. 4:5 แล้วมารก็นำพระองค์ไปยังเมืองกบริสุทธิ์ และให้พระองค์ยืนอยู่บน1ปีกของ2ขพระวิหาร
มธ. 4:6 แล้วได้ทูลพระองค์ว่า “ถ้าท่านเป็นกพระบุตรของพระเจ้า จง1กระโดดลงไปเถิด เพราะ2มี[พระคำ]เขียนไว้ว่า ‘องค์พระผู้เป็นเจ้าจะรับสั่งขให้เหล่าทูตของพระองค์ใช้มือประคองท่านไว้ เกรงว่าเท้าของท่านจะกระทบหิน.’”
มธ. 4:7 พระเยซูจึงตรัสตอบมารว่า “1ยังมี[พระคำ]เขียนไว้อีกว่า ‘กท่านอย่า2ทดลององค์พระผู้เป็นเจ้าผู้เป็นพระเจ้าของท่าน.’ ”
มธ. 4:8 แล้วมารก็ได้นำพระองค์ขึ้นไปบนภูเขาอันสูงยิ่ง และได้ชี้ให้พระองค์เห็น1กบรรดาอาณาจักรขในโลก ทั้งคสง่าราศีของอาณาจักรเหล่านั้น.
มธ. 4:9 แล้วได้ทูลพระองค์ว่า “ถ้าท่านจะกก้มลงและกราบไหว้เรา เราจะยก1สิ่งทั้งปวงเหล่านี้ให้ท่าน.”
มธ. 4:10 พระเยซูจึงตรัสตอบว่า “1กซาตาน จงไปเสียให้พ้น! เพราะมี[พระคำ]เขียนไว้ว่า ‘ขจงนมัสการองค์พระผู้เป็นเจ้าผู้เป็นพระเจ้าของท่านและปรนนิบัติพระองค์2คเพียงผู้เดียว.’”
มธ. 4:11 แล้วมารจึง1ละพระเยซูไป ดูเถิด2กเหล่าทูตสวรรค์ก็มาปรนนิบัติพระองค์.
III. การปฏิบัติของกษัตริย์
4:12—11:30
1. การเริ่มต้นแห่งการปฏิบัติ
4:12-25
มธ. 4:12 ครั้นพระเยซูทรงได้ยินว่ากโยฮัน1ถูกจำไว้ในคุกแล้ว พระองค์ก็2เสด็จกลับไปยังขมณฑลฆาลิลาย.
มธ. 4:13 แล้วออกจากกบ้านนาซาเร็ธมาอาศัยที่ขเมืองกัปเรนาอูม ซึ่งอยู่ริมทะเลที่เขตแดนคซะบูโลนและงนัฟธาลี.
มธ. 4:14 เพื่อจะให้สำเร็จเป็นจริงตามที่ได้กล่าวไว้โดยยะซายาผู้เผยพระวจนะว่า
มธ. 4:15 “กเขตแดนซะบูโลนและเขตแดนนัฟธาลีจดทะเลฟากแม่น้ำจอร์แดนข้างโน้นคือ1ฆาลิลายของพวกต่างชาติ:
มธ. 4:16 พลเมืองเหล่านั้นซึ่งนั่งอยู่ในความมืดได้เห็นกความสว่าง1ยิ่งใหญ่และผู้ที่นั่งในเขตแดนและเงาแห่งความตายก็มีความสว่างปรากฏขึ้นส่องมาถึงเขาทั้งหลายแล้ว.”
มธ. 4:17 ตั้งแต่นั้นมาพระเยซูได้ทรงตั้งต้นป่าวประกาศว่า “จง1กกลับใจเสียใหม่ เพราะว่าอาณาจักรแห่งสวรรค์ทั้งหลายได้มาใกล้แล้ว.”
มธ. 4:18 เมื่อพระเยซูได้ทรงดำเนินอยู่กตามชาย1ทะเลฆาลิลายก็ทรงเห็นพี่น้องสองคนคือขซีโมนที่เรียกว่าเปโตรกับอันดะเรอาน้องชายกำลัง2ทอด3แหอยู่ที่ทะเล เพราะว่าเขาทั้งสองเป็นชาวประมง.
มธ. 4:19 พระเยซูตรัสแก่เขาทั้งสองว่า “จงกตามเรามาเถิด เราจะให้ท่านเป็นชาวประมงที่[หา]คน.”
มธ. 4:20 เขาทั้งสองก็ละ1แหทันที2กติดตามพระองค์ไป.
มธ. 4:21 ครั้นพระองค์เสด็จไปจากที่นั่น ก็ทรงทอดพระเนตรเห็นพี่น้องอีกสองคนชื่อยาโกโบ[บุตร]เซเบดายกับกโยฮันน้องชาย กำลัง1ชุนอวนอยู่ในเรือกับเซเบดายบิดาของพวกเขา พระองค์ได้ทรงขเรียกเขาทั้งสอง.
มธ. 4:22 แล้วเขาทั้งสองก็ละเรือและบิดาของพวกเขาทันที1กติดตามพระองค์ไป.
มธ. 4:23 พระเยซูได้เสด็จไปทั่วมณฑลฆาลิลาย ทรงสอนใน1กธรรมศาลาของพวกเขา ทรงประกาศ2ขกิตติคุณแห่ง3ขอาณาจักร และทรงครักษาโรคภัยไข้ต่างๆ ของชาวเมืองให้หาย.
มธ. 4:24 กิตติศัพท์ของพระองค์ก็ลือไปทั่วมณฑลซีเรีย ประชาชนที่นั่นจึงพาคนป่วยที่เจ็บทรมานด้วยโรคต่างๆ รวมทั้งคนถูกผีกสิง คนเป็นลมบ้าหมู และคนง่อยมาหาพระองค์ พระองค์ก็ทรงรักษาพวกเขาให้หาย.
มธ. 4:25 และมี1กคนมากมายมาจากมณฑลฆาลิลาย, 2มณฑลเดกาโปลี, กรุงเยรูซาเล็ม, มณฑลยูดาย, และแม่น้ำจอร์แดนฟากข้างโน้นติดตามพระองค์ไป.

คำอธิบาย มัดธาย บทที่ 4

มธ. 4:1 1 พระเยซูที่เป็นมนุษย์ได้รับบัพติศมาในน้ำ และหลังจากที่ได้รับการชโลมจากพระวิญญาณของพระเจ้าแล้ว พระองค์ก็ได้เคลื่อนไหวตามการนำพาของพระวิญญาณนั้น. นี่ชี้ให้เห็นว่าพระองค์ทรงทำการปฏิบัติในฐานะกษัตริย์ในสภาพมนุษย์ของพระองค์ตามพระวิญญาณนั้น.
มธ. 4:1 ก ข้อ 1-11: มก. 1:12-13; ลก.4:1-13
มธ. 4:1 ข วว.12:9; 20:10
มธ. 4:1 2ข ตามภาษากรีกหมายถึง ผู้ฟ้องร้อง, หรือ ผู้พูดใส่ร้าย (วว.12:9-10). มารก็คือซาตานได้อยู่ต่อพระพักตร์พระเจ้าเพื่อฟ้องร้องเราทั้งหลายและยังอยู่ต่อหน้ามนุษย์ทำการพูดใส่ร้ายเราทั้งหลายอีกด้วย.
มธ. 4:1 ค ฮร.2:18; 4:15
มธ. 4:1 3ค ก่อนอื่นพระวิญญาณนั้นได้นำพากษัตริย์ที่ถูกชโลมไปรับการล่อลวงจากมาร. การล่อลวงเช่นนี้เป็นการทดสอบชนิดหนึ่ง เพื่อพิสูจน์ว่าพระองค์นั้นทรงมีคุณสมบัติที่จะเป็นกษัตริย์ของอาณาจักรแห่งสวรรค์ทั้งหลายได้.
มธ. 4:2 ก มธ.9:15; 17:21
มธ. 4:2 ข วว.12:9; 20:10
มธ. 4:2 1ข “สี่สิบวันสี่สิบคืน” เป็นช่วงเวลาแห่งการทดสอบและทนทุกข์ (พบญ.9:9, 18; 1พกษ.19:8). กษัตริย์ที่ถูกชโลมใหม่ได้รับการนำพาโดยพระวิญญาณนั้นให้ทำการอดพระกระยาหารเป็นเวลาช่วงหนึ่ง เพื่อทำให้พระองค์สามารถเข้าสู่การปฏิบัติในฐานะกษัตริย์ของพระองค์ได้.
มธ. 4:2 ค มก.11:12
มธ. 4:3 ก 1ธซ.3:5
มธ. 4:3 1ก ผู้ล่อลวงนั้นคือมาร (ข้อ 1; 1ธซ.3:5).
มธ. 4:3 ข มธ.4:6; 27:40, 43; 8:29; 3:17; 14:33; 16:16; 27:54; ยฮ.1:49; 20:31
มธ. 4:3 2ข กษัตริย์ที่ถูกชโลมใหม่นั้นยืนอยู่บนฐานของมนุษย์มาอดพระกระยาหาร ในสภาพมนุษย์ของพระองค์.  อีกด้านหนึ่งพระองค์ก็เป็นพระบุตรของพระเจ้า เหมือนกับที่พระเจ้าพระบิดาได้ประกาศในขณะที่พระองค์รับบัพติศมา (3:17) พระองค์ต้องการที่จะสำเร็จการปฏิบัติของพระองค์เพื่ออาณาจักรแห่งสวรรค์ทั้งหลายก็จำต้องยึดฐานะของมนุษย์มาโจมตีศัตรูของพระเจ้าซึ่งก็คือมารซาตานให้พ่ายแพ้ไป. ดังนั้นพระองค์จึงได้ยืนอยู่บนฐานะของมนุษย์มาเผชิญหน้ากับศัตรูของพระเจ้า เมื่อมารรู้เรื่องนี้มันก็มาล่อลวงพระองค์เพื่อต้องการที่จะให้พระองค์ออกจากฐานะของมนุษย์ไปอยู่ในฐานะพระบุตรของพระเจ้า.  ก่อนหน้านั้นสี่สิบวันพระเจ้าพระบิดาได้ประกาศจากฟ้าว่า พระองค์เป็นพระบุตรที่รักของพระบิดา. ผู้ล่อลวงที่เจ้าเล่ห์ ก็ได้ยึดถือคำประกาศของพระเจ้าพระบิดามาทำการล่อลวงพระองค์.  ถ้าหากว่าพระองค์อยู่ในฐานะบุตรของพระเจ้าต่อหน้าศัตรู พระองค์ก็จะสูญเสียฐานะที่จะมาโจมตีศัตรูให้พ่ายแพ้ไป (ดูข้อ 4 คำอธิบาย 2).
มธ. 4:3 3 การที่นำเอาก้อนหินมาเปลี่ยนเป็นขนมปังนั้นต้องเป็นการอัศจรรย์อย่างแน่นอน. นี่เป็นการล่อลวงที่มารได้เสนอแนะขึ้นมา. หลายครั้งในสถานการณ์ใดๆ ที่คิดจะทำการอัศจรรย์ก็คือการล่อลวงที่มาจากมาร. การล่อลวงของมารที่มีต่ออาดามผู้เป็นมนุษย์คนแรกก็มีความเกี่ยวข้องกับเรื่องของการกิน (ยนซ.3:1-6) บัดนี้การล่อลวงที่มีต่อพระคริสต์ผู้เป็นมนุษย์คนที่สองก็มีความเกี่ยวข้องกับเรื่องของการกินด้วย. การกินย่อมเป็นกับดักที่มารใช้ดักจับทำร้ายมนุษย์ทำให้มนุษย์ได้รับการล่อลวงที่ใกล้ตัวที่สุด.
มธ. 4:4 1 กษัตริย์ผู้ถูกชโลมใหม่ไม่ใช้คำพูดของพระองค์เอง แต่ได้ใช้พระคำในพระคัมภีร์มาต่อสู้กับการล่อลวงของศัตรู.
มธ. 4:4 ก พบญ.8:3
มธ. 4:4 2ก ผู้ล่อลวงได้ทำการล่อลวงกษัตริย์ใหม่ต้องการให้พระองค์ยืนอยู่บนฐานะแห่งพระบุตรของพระเจ้า. แต่พระองค์ทรงใช้พระคำที่เขียนไว้มาตอบว่า “มนุษย์...” ชี้ให้เห็นว่าพระองค์ได้ยืนอยู่บนฐานะของมนุษย์มาจัดการกับศัตรู. ผีมารเรียกพระเยซูว่าเป็นพระบุตรของพระเจ้า (8:29) แต่วิญญาณชั่วไม่ยอมรับว่าพระเยซูได้เสด็จมาในเนื้อหนัง (1ยฮ.4:3) ก็เพราะว่าทันทีที่พวกมันยอมรับว่าพระเยซูเป็นมนุษย์ นั่นก็หมายความว่าได้ยอมรับว่าตัวมันเองได้พ่ายแพ้แล้ว. ผีมารนั้นแม้ว่าจะยอมรับว่าพระเยซูเป็นพระบุตรของพระเจ้า แต่มารกลับไม่ยอมให้มนุษย์เชื่อว่าพระองค์เป็นพระบุตรของพระเจ้า เพราะถ้าเมื่อใดที่มนุษย์เชื่อเช่นนี้ก็จะได้รับความรอดอย่างแน่นอน (ยฮ.20:31).
มธ. 4:4 3 แปลตามตรงคือ ขนมปัง. คำพูดนี้ชี้ให้เห็นว่าพระเยซูได้ทรงนำเอาพระคำของพระเจ้าในพระคัมภีร์มาเป็นอาหารของพระองค์. อีกทั้งยังทรงมีชีวิตอยู่โดยพึ่งสิ่งนี้ด้วย.
มธ. 4:4 ข ยรม.15:16; ยฮ.6:63; 2ตธ.3:16
มธ. 4:4 4ข ภาษากรีกคือ rhema (เรมา) ชี้ถึงพระคำในยามฉับพลัน ต่างกับ logos (โลกอส) ซึ่งเป็นพระคำในยามปกติ. ในการล่อลวงนี้พระคำที่องค์พระผู้เป็นเจ้าใช้ยกมาอ้างจากพระบัญญัตินั้น ก็ล้วนเป็นlogos ทั้งสิ้น ซึ่งเป็นพระคำที่เขียนไว้ในพระคัมภีร์แบบพระคำในยามปกติ แต่ในขณะที่องค์พระผู้เป็นเจ้าอ้างพระคำเหล่านี้ พระคำเหล่านี้ก็กลายเป็น rhema เป็นพระคำยามฉับพลันที่พระองค์ปรับใช้เข้ากับสถานการณ์ที่พระองค์ได้ประสบ.
มธ. 4:4 5 พระคัมภีร์ล้วนเป็นการระบายออกแห่งลมปราณของพระเจ้า (2ตธ.3:16) เพราะฉะนั้นพระคำที่เขียนในพระคัมภีร์ก็คือพระคำที่ออกมาจากพระโอษฐ์ของพระเจ้านั่นเอง.
มธ. 4:5 ก มธ.27:53; นฮย. 11:1, 18; ยซย.52:1; ดนอ.9:24; วว.11:2
มธ. 4:5 1 ระเบียงด้านหน้าวิหาร ส่วนที่ยื่นออกมาเหมือนปีกทางด้านซ้ายขวา ซึ่งจะสูงกว่าตัววิหาร.
มธ. 4:5 ข มธ.23:17; ลก.2:37
มธ. 4:5 2ข การล่อลวงประการแรกที่มารนำมาใช้กับกษัตริย์ใหม่นั้น อยู่ในเรื่องของการดำเนินชีวิตของมนุษย์. เมื่อการล่อลวงนี้พ่ายแพ้ไปแล้วมารก็นำการล่อลวงประการที่สองหันสู่ศาสนา เพื่อจะให้กษัตริย์ใหม่กระโดดลงไปจากปีกของวิหารเพื่อที่จะยืนยันว่าพระองค์เป็นพระบุตรของพระเจ้า.
มธ. 4:6 ก มธ.4:3
มธ. 4:6 1 พระเยซูไม่จำต้องกระทำเช่นนี้. เพราะนี่เป็นการล่อลวงเพื่อให้พระองค์แสดงตัวเองว่าเป็นพระบุตรของพระเจ้า ซึ่งสามารถที่จะกระทำการอัศจรรย์ได้ ความคิดใดๆ ที่คิดจะทำการอัศจรรย์ในศาสนาล้วนเป็นการล่อลวงของมารทั้งสิ้น.
มธ. 4:6 2 พระเยซูได้ยกอ้างพระคำในพระคัมภีร์มาโจมตีผู้ล่อลวงจนพ่ายแพ้ไป ผู้ล่อลวงก็เลียนแบบพระองค์ อ้างพระคำในพระคัมภีร์มาล่อลวงพระองค์ด้วย แต่ได้ยกอ้างอย่างเต็มไปด้วยเล่ห์เหลี่ยม.
มธ. 4:6 ข บพส. 91:11-12
มธ. 4:7 1 เรายกอ้างพระคำที่เขียนไว้จากด้านหนึ่ง แต่ก็ต้องสนใจระวังอีกด้านหนึ่งเพื่อจะได้รับการปกป้อง ไม่ถูกผู้ล่อลวงหลอกลวงเอาได้. นี่เป็นการตอบโต้ที่กษัตริย์ใหม่ได้ใช้สำหรับการล่อลวงประการที่สองของผู้ล่อลวง. หลายครั้งที่เราจะต้องพูดกับผู้ล่อลวงว่า “ยังมีพระคำเขียนไว้อีกว่า.”
มธ. 4:7 ก พบญ.6:16
มธ. 4:7 2 ความหมายในภาษากรีกคือ การทดสอบที่ถึงขีดสุด คือการทดลองที่ใช้ความพยายามจนสุดความสามารถ.
มธ. 4:8 ก วว.11:15
มธ. 4:8 1ก หลังจากมารได้พ่ายแพ้ในการล่อลวงแห่งขอบเขตของศาสนาแล้ว มันก็ได้นำเสนอการล่อลวงประการที่สามของมันต่อกษัตริย์ใหม่อีกครั้งนี้อยู่ในขอบเขตแห่งสง่าราศีในชาตินี้. มารได้ชี้บรรดาอาณาจักรในโลก อีกทั้งสง่าราศีของอาณาจักรเหล่านั้นให้พระองค์ทอดพระเนตร. การล่อลวงของผู้ที่เจ้าเล่ห์ผู้นี้จะต้องตามลำดับดังนี้เสมอคือ อันดับแรกเป็นการดำเนินชีวิตมนุษย์, อันดับต่อมาเป็นศาสนา, อันดับที่สามเป็นสง่าราศีฝ่ายโลก ซึ่งเกี่ยวกับเรื่องราวที่เที่ยงแท้ของชีวิตมนุษย์อันเป็นสิ่งที่ล่อลวงมนุษย์เป็นพิเศษ.
มธ. 4:8 ข ยฮ.12:31; 14:30
มธ. 4:8 ค เทียบ ดนอ.4:30
มธ. 4:9 ก วว.13:4
มธ. 4:9 1 ลก.4:6 กล่าวว่า บรรดาอาณาจักรในโลกและสง่าราศีของอาณาจักรเหล่านั้นได้มอบไว้แก่มารแล้ว” ดังนั้นมันปรารถนาจะยกให้แก่ผู้ใดก็จะให้แก่ผู้นั้น. ก่อนที่ซาตานจะตกต่ำมันเป็นหัวหน้าทูตสวรรค์ที่พระเจ้าทรงใช้ให้ปกครองโลก (ยอค.28:13-14) ฉะนั้นมันจึงได้ชื่อว่าเป็นเจ้าผู้ครองโลก (ยฮ.12:31) บรรดาอาณาจักรในโลกและสง่าราศีของอาณาจักรเหล่านั้นล้วนอยู่ในกำมือของมัน. มันได้นำเอาสิ่งเหล่านี้มาวางไว้เบื้องหน้าของกษัตริย์ผู้ถูกชโลมใหม่เพื่อล่อลวงพระองค์หวังจะได้รับการกราบไหว้จากพระองค์. กษัตริย์ฝ่ายสวรรค์ทรงชัยชนะต่อการล่อลวงเหล่านี้ แต่ผู้ต่อต้านพระคริสต์ที่จะมานั้นกลับไม่สามารถมีชัยชนะต่อการล่อลวงนี้ (วว.13:2, 4).
มธ. 4:10 ก
มธ. 4:10 1ก มธ.16:23; 1คนก.21:1; โยบ.1:6; ซคย.3:1; วว.12:9
มธ. 4:10 ข พบญ.6:13
มธ. 4:10 ค 1ซมอ.7:3
มธ. 4:10 2ค กษัตริย์ใหม่ได้ทรงติเตียนข้อเสนอแนะของมาร และโดยที่พระองค์ได้ยืนอยู่บนฐานะของมนุษย์ทำการนมัสการพระเจ้าและทำการปรนนิบัติพระเจ้าผู้เดียว ก็ได้โจมตีมารให้พ่ายแพ้. การนมัสการและการปรนนิบัติต่อสิ่งของที่อยู่นอกเหนือพระเจ้าเพื่อหาผลประโยชน์ ล้วนเป็นการล่อลวงของมารทั้งนั้น มันต้องการจะได้รับการกราบไหว้จากมนุษย์นั่นเอง.
มธ. 4:11 1 ถึงแม้ว่าการล่อลวงของมารที่มีต่อมนุษย์คนแรกคืออาดามประสบผลสำเร็จแล้ว แต่การล่อลวงของมันที่มีต่อมนุษย์คนที่สองคือพระคริสต์กลับต้องพ่ายแพ้อย่างสิ้นเชิง กรณีนี้ได้ชี้ให้เห็นว่ามารไม่มีฐานะตำแหน่งใดๆ ทั้งสิ้นในอาณาจักรแห่งสวรรค์ทั้งหลายของกษัตริย์ใหม่นี้เลย.
มธ. 4:11 ก ลก.22:43; มธ.26:53; ฮร.1:14
มธ. 4:11 2ก เหล่าทูตสวรรค์ก็ได้มาปรนนิบัติกษัตริย์ที่ถูกล่อลวง ผู้เป็นมนุษย์ที่ทนทุกข์ในที่นี่ (เทียบ ลก.22:43).
มธ. 4:12 ก มธ.14:3; มก.1:14; ลก.3:20; ยฮ.3:24
มธ. 4:12 1 ถูกจองจำไว้ในคุก แปลตามตรงคือได้ถูกมอบออกมา.
มธ. 4:12 2 แม้ว่าโยฮันผู้ให้บัพติศมาจะทำการปฏิบัติในป่ากันดารไม่ได้อยู่ในพระวิหารแห่งเมืองบริสุทธิ์แต่ก็ยังคงอยู่ในแผ่นดินยูดายซึ่งห่างจากเรื่องราวและสิ่งของที่ “บริสุทธิ์” ไม่ไกล. เนื่องจากเหล่าประชาชนได้ปฏิเสธโยฮัน พระเยซูจึงได้ละจากพระวิหารและเมืองบริสุทธิ์ แล้วเสด็จกลับไปยังมณฑลฆาลิลาย และได้เริ่มต้นการปฏิบัติของพระองค์. นี่ก็คืออำนาจสิทธิ์ขาดที่ยิ่งใหญ่ของพระเจ้าเพื่อสำเร็จคำพยากรณ์ใน ยซย.9:1-2.
มธ. 4:12 ข มก.1:14; ลก.4:14; ยฮ.1:43; 2:11
มธ. 4:13 ก มธ.2:23; ยฮ.1:45-46
มธ. 4:13 ข มธ.8:5; 11:23
มธ. 4:13 ค ยฮซ.19:10-16
มธ. 4:13 ง ยฮซ.19:32-39
มธ. 4:15 ก ยซย.9:1-2
มธ. 4:15 1 มณฑลฆาลิลาย เป็นมณฑลที่ชาวยูดายกับคนต่างประเทศอาศัยอยู่ปะปนกัน ดังนั้นจึงเรียกว่าฆาลิลายของคนต่างประเทศ ถูกดูหมิ่นจากชาวยูดายที่เป็นต้นฉบับดั้งเดิม (ยฮ.7:41, 52). กษัตริย์ผู้ถูกแต่งตั้งขึ้นใหม่นี้ได้เริ่มต้นการปฏิบัติแห่งกษัตริย์ของพระองค์เพื่ออาณาจักรแห่งสวรรค์ทั้งหลาย. ในสถานที่ซึ่งถูกดูหมิ่นเช่นนี้ เป็นที่ซึ่งห่างไกลจากกรุงเยรูซาเล็มเมืองหลวงที่มีเกียรติพร้อมด้วยพระวิหารซึ่งเป็นศูนย์กลางของศาสนาที่เป็นต้นฉบับดั้งเดิม นี่ก็ได้ชี้เป็นนัยว่าการปฏิบัติของกษัตริย์ที่รับการชโลมใหม่นั้นมีไว้เพื่ออาณาจักรฝ่ายสวรรค์ ซึ่งต่างกับอาณาจักรฝ่ายแผ่นดินโลกนี้ของดาวิด (อาณาจักรพระมาซีฮา).
มธ. 4:16 ก ลก.1:78-79; ยฮ.1:5, 7-9; 8:12; 9:5; ยซย.60:1-2
มธ. 4:16 1 การปฏิบัติของกษัตริย์ใหม่เพื่ออาณาจักรแห่งสวรรค์ทั้งหลายนั้นไม่ได้เริ่มต้นตามฤทธิ์เดชฝ่ายโลก แต่ตามความสว่างที่ใหญ่ยิ่งฝ่ายสวรรค์ ความสว่างนี้ก็คือตัวของกษัตริย์เองซึ่งเป็นความสว่างแห่งชีวิตได้ส่องเข้ามาในเงาแห่งความตาย.
มธ. 4:17 ก มธ.3:2; 10:7; มก.1:15
มธ. 4:17 1ก กษัตริย์ใหม่ได้เริ่มต้นการปฏิบัติซึ่งเป็นการเทศนาที่รับช่วงต่อเนื่องมาจากผู้บุกเบิกของพระองค์คือโยฮันผู้ให้บัพติศมา (3:2).
มธ. 4:18 ก ข้อ 18-22: มก. 1:16-20; ลก.5:1-11
มธ. 4:18 1 การปฏิบัติของกษัตริย์ใหม่นั้นไม่ได้อยู่ในเมืองหลวง แต่อยู่ตามชายทะเล. การปฏิบัติของผู้บุกเบิกของพระองค์ได้เริ่มต้นตามริมแม่น้ำเพื่อฝังนักศาสนา และทำการสิ้นสุดศาสนาของพวกเขา ส่วนการปฏิบัติของกษัตริย์ใหม่ได้ทรงเริ่มต้นตามชายทะเล เพื่อจะได้คนกลุ่มหนึ่งที่อาศัยอยู่ตามชายทะเล ไม่ใช่ผู้ที่อาศัยอยู่ในที่บริสุทธิ์ ไม่ใช่ผู้ที่เคร่งในศาสนา เพื่อให้เขากลายเป็นชาวประมงที่หาคนมาก่อตั้งอาณาจักรแห่งสวรรค์ทั้งหลาย.
มธ. 4:18 ข ยฮ.1:40-42; มธ.10:2; 16:16
มธ. 4:18 2 องค์พระผู้เป็นเจ้าได้ทรงเรียกเปโตรกับอันดะเรอา ในขณะที่พวกเขากำลังทอดแหอยู่ที่ทะเล. พวกเขาได้เป็นชาวประมงผู้หาคน (ข้อ 19). ในที่สุดในวันเพ็นเทคอสนั้น เปโตรก็ได้เป็นชาวประมงผู้ใหญ่ยิ่ง ผู้มาทำการก่อตั้งอาณาจักรแห่งสวรรค์ทั้งหลายเป็นคนแรก (กจ.2:37-42; 4:4).
มธ. 4:18 3 แปลตามตรงคือ แหรูปโค้ง.
มธ. 4:19 ก มธ.8:22; 9:9
มธ. 4:20 1 ภาษากรีกเป็นพหูพจน์. ข้อ 21 ก็เช่นเดียวกัน.
มธ. 4:20 ก มธ.4:22; มก.10:28; ลก.18:28
มธ. 4:20 2ก อันดะเรอาเป็นสาวกคนหนึ่งในสองคนของโยฮันผู้ให้บัพติศมา. ก่อนหน้านี้เขาเคยอยู่ในสถานที่ซึ่งโยฮันประกาศพระคำอยู่ แล้วพาเปโตรมายังเบื้องพระพักตร์องค์พระผู้เป็นเจ้า (ยฮ.1:35-36, 40-42). นั่นเป็นการพบกับองค์พระผู้เป็นเจ้าครั้งแรกของพวกเขา. ส่วนในครั้งนี้เป็นครั้งที่สอง องค์พระผู้เป็นเจ้าทรงพบเขาทั้งสองที่ชายทะเลฆาลิลาย. เมื่อเขาทั้งสองได้รับการดึงดูดจากองค์พระผู้เป็นเจ้าซึ่งเป็นความสว่างอันใหญ่ที่ได้ส่องสว่างเข้ามาในความมืดแห่งความตาย พวกเขาก็ได้ติดตามพระองค์ไปเพื่อจะทำการก่อตั้งอาณาจักรแห่งสวรรค์ทั้งหลายในแสงสว่างแห่งชีวิตนั้น.
มธ. 4:21 ก เทียบ ยฮ.1:35, 37, 40
มธ. 4:21 1 ขณะที่องค์พระผู้เป็นเจ้าทรงเรียกยาโกโบกับโยฮัน พวกเขากำลังปะชุนอวนอยู่ในเรือ. ในที่สุดโยฮันก็ได้เป็นผู้ปะชุนโดยแท้จริง คือใช้การปฏิบัติแห่งชีวิตของเขามาปะชุนรอยแตกร้าวของคริสตจักร (ดูหนังสือจดหมายสามฉบับของเขากับวิวรณ์บทที่ 2—3).
มธ. 4:21 ข เทียบ ยฮ.1:35, 37, 40
มธ. 4:22 ก มธ.4:20
มธ. 4:22 1ก ใน ยฮ.1:40 ท่ามกลางสาวกสองคนของโยฮันผู้ให้บัพติศมา มีคนหนึ่งก็คืออัครทูตโยฮันก่อนหน้านี้ในสถานที่ซึ่งเปโตรได้พบกับองค์พระผู้เป็นเจ้าครั้งแรกนั้น ท่านโยฮันผู้นี้ได้พบกับองค์พระผู้เป็นเจ้ามาแล้วด้วย. และที่ชายทะเลฆาลิลายครั้งนี้เป็นครั้งที่สอง. โยฮันกับพี่ชายของเขาก็เหมือนกับเปโตรและอันดะเรอา ล้วนได้รับการดึงดูดจากองค์พระผู้เป็นเจ้าแล้วได้ “ติดตามพระองค์ไป.”
มธ. 4:23 ก มธ.9:35; 13:54; มก.1:39; ลก.4:44; ยฮ.6:59
มธ. 4:23 1ก ธรรมศาลาเป็นสถานที่ซึ่งใช้ในการอ่านค้นคว้าพระคัมภีร์ของชาวยูดาย (ลก.4:16-17; กจ.13:14-15).
มธ. 4:23 ข มธ.9:35; 24:14; มก. 1:14-15; ลก.4:43; 8:1; 16:16
มธ. 4:23 2ข หรือ ข่าวประเสริฐ, ข่าวแห่งความยินดี.
มธ. 4:23 ข มธ.9:35; 24:14; มก. 1:14-15; ลก.4:43; 8:1; 16:16
มธ. 4:23 3ข ในหนังสือเล่มนี้ กิตติคุณถูกเรียกว่าเป็นกิตติคุณแห่งอาณาจักร ไม่ได้ครอบคลุมเพียงการอภัยบาป (เทียบ ลก.24:47) กับการแจกจ่ายชีวิต (เทียบ ยฮ.20:31) เท่านั้น แต่ยังได้ครอบคลุมถึงอาณาจักรแห่งสวรรค์ทั้งหลาย (24:14) มีฤทธิ์เดชแห่งยุคที่จะมาถึงนั้น (ฮร.6:5) ในการขับผีร้ายและรักษาโรค (ยซย.35:5-6; มธ.10:1) ทั้งการอภัยบาปและการแจกจ่ายชีวิตนี้ก็ล้วนเพื่ออาณาจักรทั้งสิ้น.
มธ. 4:23 ค มธ. 8:16, 17; 9:35; มก.1:34; 6:55-56; ลก.7:21; กจ.10:38
มธ. 4:24 ก มธ.8:16; 9:32
มธ. 4:25 ก มก.3:7, 8
มธ. 4:25 1ก กษัตริย์ใหม่เป็นความสว่างในท่ามกลางความมืด ภายใต้การส่องสว่างนี้ฝูงชนมากมายได้รับการดึงดูดมาติดตามพระองค์ เพื่ออาณาจักรแห่งสวรรค์ทั้งหลาย.
มธ. 4:25 2 หมายถึงเขตที่มีเมืองใหญ่สิบเมือง.
สารบัญ