มัดธาย บทที่ 27
(12) ถูกปีลาตพิพากษา
27:1-26
27:1-26
มธ.
27:1 กครั้นรุ่งเช้าบรรดาหัวหน้าปุโรหิตและผู้อาวุโสแห่งพลเมืองขปรึกษากันด้วยเรื่องพระเยซูเพื่อจะประหารพระองค์เสีย.
มธ.
27:2 เขาจึงมัดพระองค์พาไปมอบไว้แก่1กปีลาตซึ่งเป็นผู้ว่าราชการ.
มธ.
27:3 ในขณะนั้นกยูดาผู้ขายพระองค์เมื่อเห็นว่าพระองค์ถูกปรับโทษ ก็1เสียใจจึงนำขเงินสามสิบแผ่นนั้นมาคืนให้แก่พวกหัวหน้าปุโรหิตและผู้อาวุโส[พร้อมทั้ง]กล่าวว่า
มธ.
27:4 “ข้าพเจ้ามีบาปแล้วที่ได้ขายโลหิตของผู้กบริสุทธิ์” เขาเหล่านั้นจึงว่า “การนั้นเป็นธุระอะไรของเราเล่า? ตัวเจ้าต้องรับธุระเอาเองเถอะ.”
มธ.
27:5 ยูดาจึงทิ้งเงินนั้นไว้ในพระวิหารแล้วออกไปกผูกคอตาย.
มธ.
27:6 1พวกหัวหน้าปุโรหิตจึงเก็บเอาเงินนั้นมาแล้วว่า “เป็นการผิดกฎบัญญัติที่จะเก็บเงินนั้นไว้ใน2กคลังพระวิหาร เพราะเป็นค่าโลหิต.”
มธ.
27:7 เขาจึงปรึกษาตกลงกันว่าให้เอาเงินนั้นไปซื้อทุ่งช่างหม้อไว้สำหรับเป็นที่ฝังศพพวกแขกแปลกหน้า.
มธ.
27:8 ดังนั้นทุ่งนาผืนนั้นจึงถูกเรียกว่ากนาเลือดจนถึงทุกวันนี้.
มธ.
27:9 ครั้งนั้นก็สำเร็จเป็นจริงตามที่ได้กล่าวไว้โดย1ยิระมะยาผู้เผยพระวจนะว่า “กเขาเอาเงินสามสิบแผ่น ซึ่งเป็นราคาของผู้นั้นที่เผ่าพันธุ์แห่งอิสราเอลได้ตีราคาไว้.
มธ.
27:10 แล้วไปซื้อทุ่งช่างหม้อตามที่องค์พระผู้เป็นเจ้าได้ทรงบัญชาแก่ข้าพเจ้า.”
มธ.
27:11 กเมื่อพระเยซูทรงยืนอยู่ต่อหน้าผู้ว่าราชการ ผู้ว่าราชการจึงถามพระองค์ว่า “ท่านเป็นกษัตริย์ของขชาวยูดายหรือ?” พระเยซูตอบว่า “คท่านว่า[ถูก]แล้ว.”
มธ.
27:12 แต่เมื่อพวกหัวหน้าปุโรหิตและผู้อาวุโสได้ฟ้องกล่าวหาพระองค์ พระองค์1กมิได้ทรงตอบประการใด.
มธ.
27:13 ปีลาตจึงกล่าวแก่พระองค์ว่า “ท่านไม่ได้ยินสิ่งที่เขาเป็นพยานกกล่าวหาท่านเป็นหลายประการ?”
มธ.
27:14 แต่พระเยซู1กมิได้ทรงตอบสักคำเดียว จนผู้ว่าราชการประหลาดใจมาก.
มธ.
27:15 กในทุกครั้งที่มีเทศกาล ผู้ว่าราชการจะปล่อยนักโทษคนหนึ่งให้แก่ฝูงชน ตามความต้องการของเขาเหล่านั้นเป็นประจำ.
มธ.
27:16 คราวนั้นมีนักโทษผู้อื้อฉาวคนหนึ่งชื่อบาระบา.
มธ.
27:17 เมื่อคนทั้งปวงประชุมกันแล้ว ปีลาตได้ถามพวกเขาว่า “1เจ้าทั้งหลายปรารถนาให้เราปล่อยผู้ใดแก่พวกเจ้า? บาระบาหรือเยซูที่เรียกว่าพระคริสต์?”
มธ.
27:18 เพราะเขารู้อยู่แล้วว่าพวกเขาได้มอบพระองค์เพราะความอิจฉา.
มธ.
27:19 ขณะเมื่อปีลาตนั่งอยู่บนบัลลังก์แห่งการพิพากษา ภรรยาของท่านได้ใช้[คน]มาเรียนท่านว่า “อย่ายุ่งเกี่ยวกับเรื่องของกคนชอบธรรมนั้นเลย เพราะว่าวันนี้ฉันได้1ขฝันและเป็นทุกข์เพราะท่านผู้นั้นมาก.”
มธ.
27:20 แต่พวกหัวหน้าปุโรหิตและผู้อาวุโสก็โน้มน้าวฝูงชนให้กขอบาระบาไว้ และให้ประหารพระเยซูเสีย.
มธ.
27:21 ผู้ว่าราชการจึงพูดกับพวกเขาว่า “ในสองคนนี้เจ้าจะให้เราปล่อยคนไหนแก่เจ้า?” พวกเขาพูดว่า “บาระบา.”
มธ.
27:22 ปีลาตจึงพูดกับพวกเขาว่า “ถ้าอย่างนั้น เราจะทำอย่างไรแก่พระเยซูที่เรียกว่าพระคริสต์?” ฝูงชนพากันร้องว่า “ตรึงเขาเสียที่กางเขน!”
มธ.
27:23 ผู้ว่าราชการพูดว่า “ทำไม? กเขาได้ทำผิดอะไรเล่า?” แต่เขาทั้งหลายยิ่งร้องว่า “ตรึงเขาเสียที่กางเขน!”
มธ.
27:24 เมื่อปีลาตเห็นว่าไม่ได้การ มีแต่จะกเกิดความวุ่นวายขึ้น ก็เอาน้ำ1ขล้างมือต่อหน้าฝูงชนและกล่าวว่า “ถ้า2คเลือดของชายผู้นี้ได้ไหลออก3ความผิดก็จะไม่ตกแก่เรา. เจ้าทั้งหลายจงรับธุระเอาเองเถิด.”
มธ.
27:25 ประชาชนก็ตอบว่า “ให้กเลือดของเขาตกอยู่บนเรา ทั้งบุตรหลานของเราด้วย.”
มธ.
27:26 ปีลาตจึงปล่อยบาระบาให้พวกเขา และเมื่อให้1กโบยตีพระเยซูแล้วก็มอบให้2ตรึงไว้ที่กางเขน.
(13) ถูกทหารต่างชาติเยาะเย้ย
27:27-32
27:27-32
มธ.
27:27 กในเวลานั้นพวกทหารของผู้ว่าราชการจึงพาพระเยซูเข้าไปใน1ขศาลาปรีโทเรียมแล้ว กลุ่มทหารทั้งกองก็ประชุมล้อมพระองค์ไว้.
มธ.
27:28 แล้วพวกเขาก็เปลื้องฉลองพระองค์ออก เอาเสื้อคลุมสีแดงเข้มมาสวมให้พระองค์
มธ.
27:29 เอา1กหนามสานเป็นมงกุฎสวมบนพระเศียรพระองค์แล้วเอาไม้อ้อให้ถือไว้ในพระหัตถ์เบื้องขวาของพระองค์ และคุกเข่าลงต่อพระพักตร์พระองค์ขเยาะเย้ยว่า “กษัตริย์ของชาวยูดายเจ้าข้า 2ขอให้ทรงชื่นชมยินดีเถิด!”
มธ.
27:30 แล้วกถ่มน้ำลายรดพระองค์ และเอาไม้อ้อตีพระเศียรของพระองค์.
มธ.
27:31 เมื่อเยาะเย้ยเสร็จแล้วก็ถอดเสื้อคลุมของพระองค์ออก เอาเสื้อของพระองค์สวมให้ และ1พาพระองค์ออกไปเพื่อจะตรึงเสียที่กางเขน.
มธ.
27:32 กครั้นพวกเขาออกไปแล้วได้พบชาว1ขกุเรเนคนหนึ่งชื่อซีโมนจึงบังคับให้เขาแบกกางเขนของพระเยซูไป.
(14) ถูกตรึงกางเขน
27:33-56
27:33-56
ก. ถูกมนุษย์ฆ่าและเยาะเย้ย
ข้อ 33-44
ข้อ 33-44
มธ.
27:33 เมื่อมาถึงที่แห่งหนึ่งชื่อว่า1โฆละโฆธาซึ่งเรียกว่าแดนกะโหลกศีรษะ
มธ.
27:34 กพวกเขาให้พระองค์เสวย1เหล้าองุ่นระคนขกับดี. เมื่อพระองค์ทรงชิมแล้วก็2ไม่เสวย.
มธ.
27:35 เมื่อพวกเขาตรึงพระองค์ที่กางเขนแล้วก็เอาฉลองพระองค์มาจับสลาก1กแบ่งกัน.
มธ.
27:36 แล้วก็นั่งกเฝ้าพระองค์อยู่ที่นั่น.
มธ.
27:37 และกพวกเขาได้เขียนข้อกล่าวหาพระองค์ไว้เหนือพระเศียรว่า: ผู้นี้คือเยซูกษัตริย์ของชาวยูดาย.
มธ.
27:38 ขณะนั้นมี1โจรกสองคน ถูกตรึงพร้อมกับพระองค์ ข้างขวาคนหนึ่งข้างซ้ายคนหนึ่ง.
มธ.
27:39 คนทั้งปวงที่เดินผ่านไปมานั้นก็กสั่นศีรษะและกล่าวหมิ่นประมาทพระองค์ว่า
มธ.
27:40 “เจ้าผู้จะกทำลายวิหารและสร้างขึ้นใหม่ในสามวัน จงขช่วยตัวเองให้รอดเถิด! 1คถ้าเจ้าเป็นบุตรของพระเจ้า จงลงมาจากกางเขนเถิด!”
มธ.
27:41 กพวกหัวหน้าปุโรหิตกับพวกธรรมาจารย์และผู้อาวุโสก็เยาะเย้ยพระองค์ว่า
มธ.
27:42 “เขาช่วยคนอื่นให้รอดได้1แต่ช่วยตัวเองไม่ได้. เขาเป็นกกษัตริย์ของชาวอิสราเอล ให้เขาลงมาจากกางเขนเดี๋ยวนี้เถิด เราจะได้เชื่อในพระองค์.
มธ.
27:43 เขาได้ไว้วางใจในพระเจ้า ถ้าพระเจ้าต้องการเขา ก็ให้พระองค์กช่วยเขาเดี๋ยวนี้เถิด ด้วยเขาเคยกล่าวว่า เราเป็นพระบุตรของพระเจ้า.”
มธ.
27:44 ถึงโจรที่ต้องตรึงไว้กับพระองค์ก็ยังกหมิ่นประมาทพระองค์เหมือนกัน.
ข. ถูกพระเจ้าพิพากษาและละทิ้ง
ข้อ 45-50
ข้อ 45-50
มธ.
27:45 เวลานั้นก็บังเกิดมืดมัวทั่วแผ่นดิน1กตั้งแต่เวลาเที่ยงจนถึง1สามนาฬิกาหลังเที่ยง.
มธ.
27:46 ครั้นประมาณ1สามนาฬิกาหลังเที่ยง พระเยซูทรงร้องเสียงดังว่า “เอลี เอลี ลามาซะบัคทานี?” แปลว่า กพระเจ้าของข้าพเจ้า พระเจ้าของข้าพเจ้า 2เหตุใดพระองค์จึงทรงทอดทิ้งข้าพเจ้าเสีย?
มธ.
27:47 บางคนซึ่งยืนอยู่ที่นั่นเมื่อได้ยินก็พูดว่า “คนนี้เรียกเอลียา.”
มธ.
27:48 ในทันใดนั้นคนหนึ่งในพวกเขาวิ่งไปเอาฟองน้ำชุบ1กน้ำองุ่นเปรี้ยวเสียบปลายไม้อ้อส่งให้พระองค์เสวย.
มธ.
27:49 แต่คนอื่นร้องว่า “อย่าเพิ่งก่อน ให้เราคอยดูเอลียาจะมาช่วยเขาให้รอดหรือไม่.”
มธ.
27:50 ฝ่ายพระเยซูทรงร้องเสียงดังอีกครั้งหนึ่งแล้วทรง1กมอบวิญญาณของพระองค์ออกมา.
ค. ประสิทธิผลแห่งการตรึงตายของพระองค์
ข้อ 51-56
ข้อ 51-56
มธ.
27:51 ดูเถิด1กม่านในพระวิหารก็ขาดออกเป็นสองท่อน2ตั้งแต่บนจรดล่าง3แผ่นดินก็ไหว4ศิลาก็แตกออกจากกัน
มธ.
27:52 1อุโมงค์ฝังศพก็เปิดออก2ร่างของวิสุทธิชนหลายคนที่กล่วงหลับไปแล้วได้ตื่นขึ้นมา.
มธ.
27:53 และหลังจากพระเยซูทรงเป็นขึ้นมาแล้ว เขาทั้งหลายก็1ออกจากอุโมงค์พากันเข้าไปในเมืองบริสุทธิ์2ปรากฏแก่คนเป็นอันมาก.
มธ.
27:54 ส่วนนายร้อยและกคนที่เฝ้าพระเยซูอยู่ด้วยกัน เมื่อเห็นแผ่นดินไหวและการทั้งปวงซึ่งบังเกิดขึ้นนั้นก็พากันกลัวยิ่งนัก จึงพูดกันว่า ท่านผู้นี้เป็นขพระบุตรของพระเจ้าอย่างแท้จริง.
มธ.
27:55 ที่นั่นมีหญิงหลายคนที่ได้ติดตามพระองค์มาจากฆาลิลายเพื่อจะกปรนนิบัติพระองค์ได้มองดูแต่ไกลๆ.
มธ.
27:56 ในพวกนั้นมีกมาเรียชาวมัฆดาลา1มาเรียมารดาของยาโกโบและโยเซ ขและมารดาของบุตรเซเบดาย.
(15) ถูกเศรษฐีนำไปฝัง
27:57-66
27:57-66
มธ.
27:57 1กครั้นถึงเวลาพลบค่ำ มีเศรษฐีคนหนึ่งมาจากบ้านอาริมาธายชื่อโยเซฟ เป็นสาวกของพระเยซู.
มธ.
27:58 ท่านผู้นี้ได้มาขอพระวรกายของพระเยซูต่อปีลาต ปีลาตจึงสั่งให้มอบแก่เขา.
มธ.
27:59 โยเซฟจึงรับพระวรกายมาพันหุ้มด้วยผ้าป่านเนื้อละเอียดที่สะอาด.
มธ.
27:60 1ไปวางไว้ในกอุโมงค์ใหม่ของตนซึ่งเขาได้ขเจาะไว้ในศิลา. เขาได้กลิ้งคหินใหญ่ปิดปากอุโมงค์ไว้แล้วก็ไป.
มธ.
27:61 ฝ่ายกมาเรียชาวมัฆดาลากับมาเรียอีกคนหนึ่งนั้นก็นั่งอยู่ที่นั่นตรงหน้าอุโมงค์.
มธ.
27:62 วันรุ่งขึ้นเป็นวันถัดจาก1วันตระเตรียม พวกหัวหน้าปุโรหิตและพวกฟาริซายพากันไปหาปีลาตเรียนว่า
มธ.
27:63 “นายท่านขอรับ ข้าพเจ้าทั้งหลายจำได้ว่าเมื่อกคนล่อลวงผู้นั้นยังมีชีวิตอยู่ เคยพูดว่า ขล่วงไปสามวันแล้ว เราจะเป็นขึ้น.
มธ.
27:64 เหตุฉะนั้นขอท่านสั่งให้เฝ้าอุโมงค์อย่างแน่นหนาจนถึงวันที่สามเกรงว่าพวกสาวกของเขาจะมากลักเอาตัวเขาไป แล้วพูดกับประชาชนว่าเขาเป็นขึ้นมาจากท่ามกลางคนตายแล้ว. และการหลอกลวงครั้งสุดท้ายนี้จะร้ายแรงยิ่งกว่าครั้งก่อนอีก.”
มธ.
27:65 ปีลาตจึงบอกพวกเขาว่า “พวกเจ้าจงพากทหารยามไปเถิด จงไปเฝ้าให้แน่นหนาเท่าที่จะทำได้.”
มธ.
27:66 เขาจึงไปเฝ้าอุโมงค์อย่างแน่นหนา1กปิดผนึกด้วยตราประทับไว้ที่หิน ให้ทหารยามประจำอยู่.
คำอธิบาย มัดธาย บทที่ 27
มธ.
27:1 ก ข้อ 1-2: มก.15:1; ลก.23:1; ยฮ.18:28
มธ.
27:1 ข มธ.26:4
มธ.
27:2 ก กจ.3:13; ลก.13:1
มธ.
27:2 1ก ปีลาตเป็นเจ้าเมืองที่ได้รับการแต่งตั้งจากโรมัน ในระหว่างปี ค.ศ.26 จนถึง ค.ศ.35 ให้เป็นตัวแทนของซีซาร์ทิเบริอัส (Tiberius)ปกครองแผ่นดินยูดาย (ปาเลสไตน์). หลังจากที่ปีลาตได้มอบพระเยซูให้นำไปตรึงบนกางเขนอย่างไม่ยุติธรรมได้ไม่นาน การปกครองของเขาก็จบสิ้นลงอย่างกะทันหัน. เขาถูกเนรเทศแล้วก็ได้ฆ่าตัวตาย ผู้ถือศาสนายูดายได้ใช้อุบายทำให้นักการเมืองชาวต่างชาติ ร่วมมือกับพวกเขามาช่วยกันฆ่าพระเยซู.
มธ.
27:3 ก มธ.26:14-16
มธ.
27:3 1 หรือ กลับใจ.
มธ.
27:3 ข มธ.26:15
มธ.
27:4 ก มธ.23:35
มธ.
27:5 ก เทียบ 2ซมอ.17:23
มธ.
27:6 1 พวกเขาไม่ยอมเอาค่าโลหิต. แท้จริงแล้วสิ่งที่พวกเขาได้กระทำบนตัวพระเยซูนั้นชั่วร้ายยิ่งกว่าที่ยูดาได้กระทำเสียอีก (ข้อ 1).
มธ.
27:6 ก มก.12:41, 43; ยฮ.8:20
มธ.
27:6 2ก เป็นหีบหรือที่ๆ สำหรับเก็บของที่ได้มอบถวายให้แก่พระเจ้า.
มธ.
27:8 ก กจ.1:19
มธ.
27:9 1 คำที่ได้อ้างอิงในข้อ 9-10 เป็นคำพูดของยิระมะยา แต่มีบันทึกอยู่ในหนังสือซะคาระยา (ซคย.11:12-13). มีพวกยูดายบางคนเห็นว่าซะคาระยามีวิญญาณของยิระมะยา.
มธ.
27:9 ก ซคย.11:12-13
มธ.
27:11 ก ข้อ 11-14: มก.15:2-5; ลก.23:2-3; ยฮ.18:29-38
มธ.
27:11 ข มธ.27:29, 37; 2:2
มธ.
27:11 ค มธ.26:25
มธ.
27:12 ก มธ.26:63
มธ.
27:12 1ก องค์พระผู้เป็นเจ้าไม่ยอมแก้ต่างให้แก่ตัวของพระองค์เอง.
มธ.
27:13 ก มธ.26:62
มธ.
27:14 ก มธ.27:12
มธ.
27:14 1ก ดูข้อ 12 คำอธิบาย 1.
มธ.
27:15 ก ข้อ 15-26: มก.15:6-15; ลก.23:17-25; ยฮ.18:39-19:16
มธ.
27:17 1 เป็นความไม่ยุติธรรมของปีลาตที่ถามคำถามเช่นนี้ เพราะเขารู้ว่าองค์พระผู้เป็นเจ้าไม่มีความผิดบาป (ข้อ 18) ส่วนบาระบานั้นมีความผิดบาป.
มธ.
27:19 ก มธ.27:24; ลก.23:47
มธ.
27:19 ข มธ.1:20
มธ.
27:19 1ข นี่เป็นอำนาจสิทธิ์ขาดจากพระเจ้า.
มธ.
27:20 ก กจ.3:14
มธ.
27:23 ก ลก.23:41
มธ.
27:24 ก มธ.26:5
มธ.
27:24 ข พบญ.21:6-8; บพส.26:6; 73:13
มธ.
27:24 1ข นี่เพื่อการระงับความไม่เป็นสุขในมโนธรรมของปีลาต.
มธ.
27:24 ค มธ.27:19
มธ.
27:24 2ค สำเนาต้นฉบับบางเล่มเพิ่มคำว่าชอบธรรม.
มธ.
27:24 3 นี่เป็นการถอยหนีที่ขี้ขลาดและขาดความรับผิดชอบ
มธ.
27:25 ก มธ.23:35-36; กจ.5:28
มธ.
27:26 ก ยซย.53:5; มธ.20:19; 1ปต.2:24
มธ.
27:26 1ก นี่เป็นการเปิดโปงถึงการเมืองที่มืดมนและไม่ยุติธรรมจนหมดเปลือก (ไม่มีเหลือ). การทำโทษที่ไร้ความยุติธรรมนี้ได้สำเร็จพระคำซึ่งกล่าวไว้ใน ยซย.53:5, 8.
มธ.
27:26 2 การประหารชีวิตของชาวยูดาย คือการเอาหินขว้างให้ตาย (ลวต.20:2, 27; 24:14; พบญ.13:10; 17:5). ส่วนการตรึงกางเขนเป็นการทำโทษของชาวต่างชาติ (อษร.6:11) และชาวโรมันได้นำมาใช้สำเร็จโทษต่อพวกทาส และพวกอาชญากรที่โหดเหี้ยมเท่านั้น. การนำพระเยซูตรึงกางเขนไม่เพียงแต่สำเร็จคำพยากรณ์ในพันธสัญญาเดิมเท่านั้น (พบญ.21:23; ฆต.3:13; อฤธ.21:8-9) แต่ยังได้สำเร็จตามพระคำขององค์พระผู้เป็นเจ้าซึ่งได้ตรัสว่าพระองค์ต้องสิ้นพระชนม์อย่างไรด้วย(ยฮ.3:14; 8:28; 12:32). ถ้าหากพระองค์ถูกหินขว้างให้สิ้นพระชนม์ คำเหล่านั้นก็ไม่มีทางที่จะสำเร็จได้เลย. ดู ยฮ.18:32 คำอธิบาย 1.
มธ.
27:27 ก ข้อ 27-31: มก.15:16-20; ยฮ.19:2-3
มธ.
27:27 ข ยฮ.18:28, 33; 19:9; กจ.23:35
มธ.
27:27 1ข นั่นก็คือจวนของผู้ว่าราชการมณฑล.
มธ.
27:29 ก ยนซ.3:18
มธ.
27:29 1ก หนามนั้นเป็นสัญลักษณ์ของการสาปแช่ง (ยนซ.3:17-18). องค์พระเยซูเจ้าทรงถูกสาปแช่งบนกางเขนเพื่อเรา (ฆต.3:13).
มธ.
27:29 ข มธ.20:19; ลก.23:11
มธ.
27:29 2 เป็นการทำความเคารพหรือเป็นคำอวยพรที่เยาะเย้ย. ตามภาษากรีกเป็นคำเดียวกันกับที่บันทึกใน 26:49.
มธ.
27:30 ก มธ.26:67
มธ.
27:31 1 ในที่นี้องค์พระผู้เป็นเจ้าทรงเป็นเหมือนแกะแห่งเทศกาลปัศคา และก็เป็นเครื่องบูชาเพื่อ ความบาปของเราทั้งหลาย, ถูกนำไปฆ่าเหมือนดั่งแกะ ได้สำเร็จพระคำใน ยซย.53:7-8.
มธ.
27:32 ก ข้อ 32-33: มก.15:21-22; ลก.23:26; ยฮ.19:17
มธ.
27:32 ข กจ.2:10; 6:9; 11:20; 13:1
มธ.
27:32 1ข กุเรเนเป็นเมืองหลวงของกุเรไนกา (Cyre-naica) ในแอฟริกาเหนือ ซึ่งเป็นอาณานิคมของกรีกมาก่อน. ดูเหมือนว่าซีโมนจะเป็นชาวยูดายแห่งกุเรเน.
มธ.
27:33 1 โฆละโฆธาเป็นชื่อเรียกภาษาเฮ็บราย (ยฮ.19:17) ซึ่งหมายถึงกะโหลกศีรษะ (มก.15:22) เท่ากับคำว่า “Calvaria” (คัลวาเรีย) ในภาษาละตินและแปลงมาเป็นคำว่า “Calvary” (คัลวารี) ในภาษาอังกฤษ (ลก.23:33, ฉบับคิงเจมส์) ซึ่งไม่ได้หมายถึงสถานที่กองกะโหลกศีรษะของมนุษย์ แต่เป็นการพูดอย่างง่ายๆ ชี้ถึงกะโหลกศีรษะ.
มธ.
27:34 ก ข้อ 34-35: มก.15:23-24; ลก.23:36; ยฮ.19:23-24
มธ.
27:34 1 เหล้าองุ่นระคนกับดี (ซึ่งระคนกับมดยอบด้วย — มก.15:23) ใช้ทำเป็นเครื่องดื่มที่ทำให้มึนชา.
มธ.
27:34 ข บพส.69:21
มธ.
27:34 2 องค์พระผู้เป็นเจ้าไม่ยอมรับการทำให้มึนชา พระองค์ต้องการจะเสวยจอกขมจนหมด.
มธ.
27:35 ก บพส.22:18
มธ.
27:35 1ก องค์พระผู้เป็นเจ้าถูกคนบาปปล้นจนหมดสิ้น ก็ได้สำเร็จซึ่งพระคำใน บพส.22:18. ได้เปิดโปงถึงความมืดมนแห่งการเมืองของโรมันด้วย.
มธ.
27:36 ก มธ.27:54
มธ.
27:37 ก มก.15:26; ลก.23:38; ยฮ.19:19-22
มธ.
27:38 1 กรณีนี้เพื่อสำเร็จพระคำใน ยซย.53:9ก.
มธ.
27:38 ก มก.15:27; ลก.23:32-33, 39; ยฮ.19:18; ยซย.53:12
มธ.
27:39 ก มก.15:29; บพส.22:7; 109:25
มธ.
27:40 ก มธ.26:61; เทียบ ยฮ.2:19
มธ.
27:40 ข ลก.23:35
มธ.
27:40 ค มธ.26:63
มธ.
27:40 1ค นี่เป็นการกระทำซ้ำแห่งการล่อลวงของมารในป่ากันดาร (4:6).
มธ.
27:41 ก มธ.26:61; เทียบ ยฮ.2:19
มธ.
27:42 1 ถ้าหากว่าพระองค์ทรงช่วยตัวของพระองค์เอง ก็จะไม่สามารถช่วยพวกเราได้.
มธ.
27:42 ก ยฮ.1:49
มธ.
27:43 ก บพส.22:8
มธ.
27:44 ก มก.15:32; ลก.23:39
มธ.
27:45 ก ข้อ 45-56: มก.15:33-41; ลก.23:44-49
มธ.
27:45 1ก เวลาเที่ยง แปลตามตรงคือชั่วโมงที่ 6. เวลาสามนาฬิกาหลังเที่ยง แปลตามตรงคือชั่วโมงที่ 9. องค์พระผู้เป็นเจ้าถูกตรึงเมื่อชั่วโมงที่ 3 คือเวลา 9 นาฬิกาก่อนเที่ยง (มก.15:25) จนถึงเวลาชั่วโมงที่ 9 ซึ่งเป็นเวลา 3 นาฬิกาหลังเที่ยง. พระองค์ทรงทนทุกข์บนกางเขนเป็นเวลาหกชั่วโมง. ในสามชั่วโมงแรกพระองค์ทรงถูกข่มเหงจากมนุษย์ เพื่อปฏิบัติตามพระประสงค์ของพระเจ้า สามชั่วโมงหลังพระองค์ทรงถูกพิพากษาจากพระเจ้าเพื่อสำเร็จการช่วยไถ่เรา. ในช่วงเวลานี้พระเจ้าทรงนับว่าพระองค์กลายเป็นบาปเพราะพวกเรา ทรงรับความเจ็บปวดทรมานแทนเรา (ยซย.53:10). ดังนั้นจึงบังเกิดมืดมัวทั่วแผ่นดิน (ข้อ 45) เนื่องจากบาปแห่งนิสัย, บาปแห่งการประพฤติ, และสิ่งของเรื่องราวด้านลบทั้งหมดของเราก็ได้ถูกขจัดอยู่ตรงนั้น พระเจ้าจึงได้ทรงทอดทิ้งพระองค์เสียเพราะเหตุความบาปของเราทั้งหลาย (ข้อ 46).
มธ.
27:46 1 ดูข้อ 45 คำอธิบาย 1.
มธ.
27:46 ก บพส.22:1
มธ.
27:46 2 พระเจ้าทรงทอดทิ้งพระคริสต์ที่อยู่บนกางเขน เพราะพระองค์ทรงรับเอาฐานะของคนบาป (1ปต.3:18) แบกความบาปของเรา (1ปต.2:24; ยซย.53:6) และกลายเป็นความบาปเพราะเห็นแก่เรา (2กธ.5:21).
มธ.
27:48 ก บพส.69:21; ลก.23:36; ยฮ.19:29
มธ.
27:48 1ก นี่เป็นการแก้กระหาย (ยฮ.19:28-30 และ ข้อ 30 คำอธิบาย 1) เป็นการกระทำต่อองค์พระผู้เป็นเจ้าด้วยวิธีที่เยาะเย้ย (ลก.23:36).
มธ.
27:50 ก ยฮ.19:30
มธ.
27:50 1ก นี่เป็นการมอบวิญญาณของพระองค์ (ยฮ.19:30) ซึ่งได้แสดงให้เห็นว่าองค์พระผู้เป็นเจ้าทรงยอมที่จะมอบชีวิตของพระองค์ด้วยความสมัครใจ (มก.15:37; ลก.23:46).
มธ.
27:51 ก อซด.26:31-35; 2คนก.3:14; ฮร.9:3; 10:20
มธ.
27:51 1ก นี่เป็นเครื่องหมายเล็งถึงสิ่งที่กีดกั้นอยู่ระหว่างพระเจ้ากับมนุษย์ได้ถูกทำลายไปแล้วเป็นเพราะพระคริสต์ได้ทรงมารับสภาพในรูปกายเนื้อหนังแห่งความบาป (รม.8:3) (เนื้อหนังมีเครื่องหมายเล็งโดยม่าน) ได้ถูกตรึงบนกางเขนแล้ว (ฮร.10:20 คำอธิบาย 2).
มธ.
27:51 2 วลีที่ว่า “ตั้งแต่บนตลอดล่าง” แสดงให้เห็นว่าการที่ม่านขาดออกเป็นการกระทำของพระเจ้าจากเบื้องบน.
มธ.
27:51 3 นี่เป็นเครื่องหมายเล็งถึงรากฐานแห่งการกบฏของซาตานได้สั่นคลอนแล้ว.
มธ.
27:51 4 นี่เป็นเครื่องหมายเล็งถึงฐานที่มั่นแห่งอาณาจักรฝ่ายโลกของซาตานได้พังทลายแล้ว.
มธ.
27:52 1 นี่เป็นเครื่องหมายเล็งถึงฤทธิ์เดชแห่งความตายและแดนมรณาได้ถูกปราบและถูกสยบแล้ว.
มธ.
27:52 2 นี่เป็นเครื่องหมายเล็งถึงฤทธิ์เดชแห่งการปลดปล่อยแห่งการตายของพระคริสต์.
มธ.
27:52 ก 1กธ.15:6, 20; 1ธซ.4:13-15; 2ปต.3:4
มธ.
27:53 1 ในแบบเล็งนั้นข้าวที่เกี่ยวไว้ก่อน (ลวต.23:10-11) ไม่ใช่รวงข้าวรวงหนึ่ง แต่เป็นฟ่อนข้าวมัดหนึ่ง ซึ่งไม่เพียงเป็นแบบเล็งถึงพระคริสต์ที่เป็นขึ้นมาเท่านั้น แต่ยังเป็นแบบเล็งถึงวิสุทธิชนที่เป็นขึ้นมาจากความตาย หลังจากที่พระองค์เป็นขึ้นมาแล้วด้วย ดังที่ได้เปิดเผยไว้ ณ ที่นี่ เรื่องราวทั้งหมดที่ยกมาใน 27:51-53 เป็นด้านต่างๆที่มีประสิทธิภาพสูงสุดแห่งการตายขององค์พระผู้เป็นเจ้านั่นเอง.
มธ.
27:53 2 จากนั้นพวกเขาไปยังที่ใด เราก็ไม่มีทางที่จะติดตามสืบค้นได้อีก.
มธ.
27:54 ก มธ.27:36
มธ.
27:54 ข มธ.16:16
มธ.
27:55 ก ลก.8:2-3
มธ.
27:56 ก ลก.8:2; ยฮ.19:25; 20:1, 18
มธ.
27:56 1 ก็คือมารดาของพระเยซู (13:55).
มธ.
27:56 ข มธ.20:20
มธ.
27:57 ก ข้อ 57-61: มก.15:42-47; ลก.23:50-56; ยฮ.19:38-42
มธ.
27:57 1ก ให้ดู ยฮ.19:38 คำอธิบาย 1.
มธ.
27:60 1 นี่ก็เพื่อสำเร็จพระคำใน ยซย.53:9ข.
มธ.
27:60 ก ยซย.53:9
มธ.
27:60 ข เทียบ ยซย.22:16
มธ.
27:60 ค มก.16:4
มธ.
27:61 ก มธ.28:1
มธ.
27:62 1 วันตระเตรียมอยู่ในวันศุกร์ เป็นเวลาที่ทำการตระเตรียมงานเลี้ยงเทศกาลปัศคา (26:19; ยฮ.19:14).
มธ.
27:63 ก ยฮ.7:12
มธ.
27:63 ข มธ.16:21; 20:19
มธ.
27:64 ก มธ.28:13
มธ.
27:65 ก มธ.28:11
มธ.
27:66 ก เทียบ ดนอ.6:17
มธ.
27:66 1ก คงจะใช้เชือก แล้วประทับตราที่ปลายทั้งสองข้าง (ดู ดนอ.6:17.) การประทับตราปิดนี้เป็นการป้องกันทางด้านลบที่ผู้นำชาวยูดายซึ่งต่อต้านองค์พระผู้เป็นเจ้าได้คิดขึ้น แต่สิ่งนี้ก็หันเปลี่ยนกลายเป็นพยานด้านบวกที่มีน้ำหนักชัดเจนแห่งการเป็นขึ้นขององค์พระผู้เป็นเจ้า.