การงานบรรณกิจของห้องสมุดกิตติคุณแห่งประเทศไทย
หากท่านต้องการมีส่วนในการงานบรรณกิจของห้องสมุดกิตติคุณแห่งประเทศไทย
ท่านสามารถมอบถวายทรัพย์โดยโอนเงินเข้าบัญชีของห้องสมุด:
ธนาคารกสิกรไทย สาขาพาราไดซ์ พาร์ค
ชื่อบัญชี: นายปิยะ ตั้งเสรีมั่นคง และ
นางสุมิตรา อดุลประวิตรชัย และ
นางสาวทานาธิบดี ชูมณี
เลขที่บัญชี: 218-3-99941-1

รบกวนส่งสลิปการโอนมาที่ Line ID: @gospelbookroom

มัดธาย บทที่ 26

6. การสำเร็จแห่งการปฎิเสธ
26:12—27:66
(1) การเปิดเผยถึงการถูกตรึงตายเป็นครั้งที่สี่
26:1-2
มธ. 26:1 เมื่อพระเยซูตรัสถ้อยคำเหล่านี้เสร็จแล้ว จึงรับสั่งแก่พวกสาวกของพระองค์ว่า
มธ. 26:2 “ท่านทั้งหลายรู้อยู่ว่าอีกสองวันจะถึง1กเทศกาลปัศคา บุตรมนุษย์จะต้องขถูกมอบไว้ให้มนุษย์ตรึงที่กางเขน.”
(2) ถูกนักศาสนาคบคิดกันวางแผนต่อต้าน
26:3-5
มธ. 26:3 ครั้งนั้นพวกหัวหน้าปุโรหิตและพวกผู้อาวุโสของพลเมือง ได้กประชุมกันที่ลานบ้านของมหาปุโรหิตชื่อขกายะฟา
มธ. 26:4 กปรึกษาร่วมกันเพื่อจะขจับพระเยซูด้วยอุบาย เพื่อเอาพระองค์ไปคฆ่าเสีย.
มธ. 26:5 แต่พวกเขากล่าวว่า “1อย่าลงมือในช่วงเทศกาล เกรงว่าจะเกิดกวุ่นวายในฝูงคน.”
(3) ถูกหลงรักโดยสาวกผู้เป็นที่รัก
26:6-13
มธ. 26:6 ในกเวลาที่พระเยซูประทับอยู่ที่ขหมู่บ้านเบธาเนีย ในเรือนของซีโมน1คนโรคเรื้อน
มธ. 26:7 มีหญิงคนหนึ่งถือผอบหยกใส่น้ำมันหอมที่มีราคามากมาเฝ้าพระองค์ แล้วเทน้ำมันนั้นลงบนพระเศียรของพระองค์ ขณะเมื่อพระองค์ทรงเอนพระกาย[เสวยพระกระยาหาร]อยู่.
มธ. 26:8 เมื่อพวกสาวกเห็นก็เดือดดาลจึงพูดว่า “เหตุใดจึงทำให้ของนี้1เสียเปล่า?
มธ. 26:9 น้ำมันนั้น ถ้าขายคงได้เงินมาก แล้วจะแจกให้กคนจนก็ได้.”
มธ. 26:10 พระเยซูทรงทราบแล้วจึงตรัสแก่เขาว่า “ทำให้หญิงนี้ต้องลำบากใจทำไมเล่า? เธอได้กระทำสิ่งดีงามบนกายของเรา.
มธ. 26:11 เพราะว่ากคนยากจนมีอยู่กับท่านเสมอ1แต่เราจะขไม่อยู่กับท่านเสมอไป.
มธ. 26:12 ซึ่งหญิงนี้ได้เทน้ำมันหอมบนกายของเรา เธอได้กระทำ1เพื่อกการฝังศพของเรา.
มธ. 26:13 เราบอกท่านทั้งหลายตามจริงว่า 1กไม่ว่ากิตติคุณนี้จะประกาศที่ไหนๆ ทั่วโลก การซึ่งหญิงนี้ได้กระทำ2ก็จะเลื่องลือไปเป็นขที่ระลึกถึงเธอที่นั่น.”
(4) ถูกขายโดยสาวกเทียมเท็จ
26:14-16
มธ. 26:14 1กครั้งนั้นในท่ามกลาง[พวกสาวก]สิบสองคนมีคนหนึ่งชื่อขยูดาอิศการิโอดได้ไปหาพวกหัวหน้าปุโรหิตกล่าวว่า
มธ. 26:15 “ถ้าข้าพเจ้าจะมอบพระองค์ไว้แก่พวกท่าน พวกท่านจะให้อะไรแก่ข้าพเจ้า?” ฝ่ายพวกเขาก็ชั่งเงินให้แก่ยูดา1กสามสิบแผ่น.
มธ. 26:16 ตั้งแต่นั้นมายูดาคอยหาช่องที่จะกมอบพระองค์ให้แก่เขา.
(5) การถือเทศกาลปัศคาครั้งสุดท้าย
26:17-25
มธ. 26:17 กเมื่อวันต้น1ขเทศกาล[กิน]ขนมปังไม่มีเชื้อ พวกสาวกมาทูลพระเยซูว่า “จะให้ข้าพเจ้าทั้งหลายจัดเตรียมปัศคาให้พระองค์เสวยที่ไหน?”
มธ. 26:18 พระองค์จึงตรัสว่า “จงเข้าไปหาผู้หนึ่งในเมืองบอกเขาว่า ‘กอาจารย์กล่าวว่าขเวลาของเรามาใกล้แล้ว เราจะถือปัศคาที่[บ้าน]ของท่านพร้อมพวกสาวกของเรา.’ ”
มธ. 26:19 ฝ่ายสาวกเหล่านั้นได้ไปกระทำตามที่พระเยซูได้รับสั่งและได้จัดเตรียมปัศคาไว้พร้อม.
มธ. 26:20 กครั้นถึงเวลาพลบค่ำ พระองค์ทรงเอนพระกาย[เสวยพระกระยาหาร]ร่วมกับ[พวกสาวก]สิบสองคน.
มธ. 26:21 ขณะเมื่อรับประทานอยู่ พระเยซูจึงตรัสว่า “เราบอกท่านทั้งหลายตามจริงว่า กคนหนึ่งในพวกท่านจะขายเรา.”
มธ. 26:22 ฝ่ายพวกสาวกก็พากันเป็นทุกข์นัก ต่างคนต่างทูลถามพระองค์ว่า “ข้าแต่องค์พระผู้เป็นเจ้า คือข้าพเจ้าหรือ?”
มธ. 26:23 พระเยซูตรัสตอบว่า “ผู้ที่จิ้มในชามเดียวกันกับเรา ผู้นั้นแหละที่จะขายเรา.
มธ. 26:24 บุตรมนุษย์จะต้องจากไปเหมือนกับที่ได้กเขียนไว้ใน[คัมภีร์]ว่าด้วยพระองค์นั้นแต่วิบัติแก่ผู้ที่ขายบุตรมนุษย์ ถ้าคนนั้นมิได้บังเกิดมาก็จะดีกว่า.”
มธ. 26:25 และยูดาที่ได้ขายพระเยซูทูลถามว่า “กรับบี คือข้าพเจ้าหรือ?” พระองค์ตรัสแก่เขาว่า “1ขท่านว่าถูกแล้ว.”
(6) การก่อตั้งงานเลี้ยงของกษัตริย์
26:26-30
มธ. 26:26 กและเมื่อเขาเหล่านั้น1กำลังรับประทานอาหารอยู่ พระเยซูทรงหยิบ2ขนมปังมาขอวยพระพร แล้วทรงหักยื่นให้แก่พวกสาวกและตรัสว่า “จงเอาไปรับประทานเถิด นี่เป็น2กายของเรา.”
มธ. 26:27 แล้วทรงหยิบ1กจอกมาขขอบพระคุณแล้วยื่นให้แก่เขาตรัสว่า “จงดื่มจากจอกนี้ ทุกคนเถิด
มธ. 26:28 เพราะนี่เป็น1กโลหิตแห่ง2ขพันธสัญญาของเราซึ่งต้องเทออกคเพื่อการอภัย3บาปของงคนเป็นอันมาก.
มธ. 26:29 แต่เราบอกท่านทั้งหลายว่า ตั้งแต่นี้เราจะไม่ดื่ม1ผลผลิตจากต้นองุ่นอีกต่อไป จนกว่าวันนั้นจะมาถึง คือวันที่เราจะดื่มร่วมกันกับพวกท่านใหม่ ใน2กอาณาจักรแห่งพระบิดาของเรา.”
มธ. 26:30 กเมื่อพวกเขา1ร้องเพลงสรรเสริญแล้ว ก็พากันออกไปยังขภูเขามะกอกเทศ.
(7) ทรงตักเตือนเหล่าสาวก
26:31-35
มธ. 26:31 ครั้งนั้น พระเยซูตรัสแก่พวกเขาว่า “ในคืนวันนี้ พวกท่านทุกคนจะสะดุดล้มเพราะเรา ด้วยมีคำกล่าวไว้[ในพระคัมภีร์]ว่า ‘เราจะกตีผู้เลี้ยงแกะ และฝูงแกะนั้นจะขกระจัดกระจายไป.’
มธ. 26:32 แต่หลังจากที่เราเป็นขึ้นมาแล้ว เราจะไปยังกมลฑลฆาลิลายก่อนหน้าพวก ท่าน.”
มธ. 26:33 ฝ่ายเปโตรทูลตอบพระองค์ว่า “แม้คนทั้งปวงจะสะดุดล้มเพราะพระองค์ ข้าพเจ้าจะไม่สะดุดล้มเลย.”
มธ. 26:34 พระเยซูตรัสแก่เขาว่า “เราบอกท่านตามจริงว่า ในคืนวันนี้กก่อนไก่ขัน ท่านเองจะปฏิเสธเราถึงสามครั้ง.”
มธ. 26:35 เปโตรทูลพระองค์ว่า “ถึงแม้ข้าพเจ้าจะต้องกร่วมตายกับพระองค์ ข้าพเจ้าก็จะไม่ปฏิเสธพระองค์เลย.” เหล่าสาวกทุกคนก็ทูลเช่นนั้นเหมือนกัน.
(8) ถูกบีบคั้นที่เฆ็ธเซมาเน
26:36-46
มธ. 26:36 กแล้วพระเยซูพร้อมกับเหล่าสาวกมายังขที่แห่งหนึ่งเรียกว่า 1เฆ็ธเซมาเน แล้วตรัสกับพวกเขาว่า “พวกท่านจงนั่งอยู่ที่นี่ ขณะที่เราจะไปอธิษฐานที่โน่น.”
มธ. 26:37 และทรงพาเปโตรกับบุตรสองคนของกเซเบดายไปยังอีกที่หนึ่ง ขณะนั้นพระองค์ทรงโศกเศร้าและเป็นทุกข์ยิ่งนัก.
มธ. 26:38 จึงตรัสแก่พวกเขาว่า “กจิตของเราทุกข์โศกเศร้ายิ่งนักจวนจะตาย. เจ้าทั้งหลาย จงเฝ้าระวังกับเราที่นี่เถิด.”
มธ. 26:39 แล้วทรงดำเนินไปจากเขาหน่อยหนึ่งก็ซบพระพักตร์ลงถึง[ดิน]กอธิษฐานว่า “โอ พระบิดาของข้าพเจ้า ถ้าเป็นได้ขอให้1ขจอกนี้พ้นไปจากข้าพเจ้าเถิด แต่อย่างไรก็ดีอย่าให้เป็นไปตามคความประสงค์ของข้าพเจ้า แต่ให้เป็นไปตามพระประสงค์ของพระองค์.
มธ. 26:40 และพระองค์เสด็จกลับมายังสาวกเหล่านั้น เห็นพวกเขานอนหลับอยู่จึงตรัสแก่เปโตรว่า “เป็นอย่างไรนะ ท่านทั้งหลายจะเฝ้าระวังอยู่กับเราสักชั่วโมงเดียวไม่ได้หรือ?
มธ. 26:41 กจงเฝ้าระวังและอธิษฐาน เพื่อท่านจะไม่ได้เข้าในการล่อลวง.1วิญญาณ2พร้อมแล้วก็จริง แต่เนื้อหนังยังอ่อนกำลัง.”
มธ. 26:42 พระองค์จึงเสด็จไปอธิษฐานครั้งที่สองอีกว่า “โอ พระบิดาของข้าพเจ้า ถ้าจอกนี้พ้นไปจากข้าพเจ้าไม่ได้ และข้าพเจ้าจำต้องดื่มแล้ว ก็ให้เป็นไปตามกน้ำพระทัยของพระองค์.”
มธ. 26:43 ครั้นเสด็จกลับมาก็ทรงเห็นพวกเขานอนหลับอยู่เพราะตาของเขาลืมไม่ขึ้น.
มธ. 26:44 จึงทรงละพวกเขาไว้ เสด็จไปกอธิษฐานครั้งที่สาม ตรัสคำเหมือนคราวก่อนๆอีก.
มธ. 26:45 แล้วเสด็จมายังพวกสาวกและตรัสแก่พวกเขาว่า “ท่านยังจะนอนหลับและพักผ่อนอยู่อีกหรือ? ดูเถิด กเวลาซึ่งบุตรมนุษย์จะต้องถูกมอบไว้ในมือคนบาปนั้นมาใกล้แล้ว.
มธ. 26:46 ลุกขึ้น ให้เราพากันไปเถอะ. ดูเถิด ผู้ที่จะขายเรามาใกล้แล้ว.”
(9) ถูกนักศาสนาจับกุม
26:47-56
มธ. 26:47 ขณะที่กพระเยซูตรัสยังไม่ทันขาดคำ ดูเถิด ขยูดาซึ่งเป็นคนหนึ่งใน[พวกสาวก]สิบสองคนนั้นได้เข้ามาพร้อมกับฝูงชนเป็นอันมาก ถือดาบถือไม้กระบองซึ่งมาจากพวกหัวหน้าปุโรหิตและผู้อาวุโสแห่งพลเมือง.
มธ. 26:48 ผู้ที่จะขายพระเยซูนั้นได้ให้อาณัติสัญญาณแก่พวกเขาว่า “เราจะจูบผู้ใดก็เป็นผู้นั้นแหละจงจับกุมพระองค์ไว้.”
มธ. 26:49 ขณะนั้นยูดาตรงมาหาพระเยซูทูลว่า “กรับบี1ขอให้ทรงชื่นชมยินดีเถิด” แล้วก็ขจูบพระองค์อย่างรักใคร่.
มธ. 26:50 พระเยซูตรัสแก่เขาว่า “กสหายเอ๋ย1ขท่านทำอะไรอยู่ที่นี่?” คนเหล่านั้นก็เข้ามาจับพระเยซูและคุมไป.
มธ. 26:51 ดูเถิด มี1คนหนึ่งที่อยู่กับพระเยซูชักกดาบออก ฟันขหูทาสคนหนึ่งของมหาปุโรหิตขาด.
มธ. 26:52 พระเยซูจึงตรัสแก่เขาว่า “จงเอาดาบของท่านใส่ฝักเสีย ด้วยว่าบรรดาผู้ที่กใช้ดาบจะต้องตายเพราะดาบ.
มธ. 26:53 ท่านคิดว่าเราไม่อาจ1ขอพระบิดาของเรา และพระองค์จะทรง1ใช้กทูตสวรรค์กว่าสิบสอง1กองมาในทันทีหรือ?
มธ. 26:54 ถ้าอย่างนั้น[คำที่กล่าวไว้ใน]กพระคัมภีร์ว่า “จะต้อง1เป็นอย่างนั้น” จะสำเร็จเป็นจริงได้อย่างไร?”
มธ. 26:55 ขณะนั้นพระเยซูตรัสแก่ฝูงชนว่า “ท่านทั้งหลายถือดาบถือกระบองออกมาจับเราเหมือนจะจับโจรหรือ? เรานั่งกสั่งสอนในพระวิหารทุกวันพวกท่านก็ไม่ได้จับเรา.”
มธ. 26:56 แต่เหตุการณ์ที่ได้บังเกิดขึ้นครั้งนี้เพื่อจะสำเร็จเป็นจริงตามที่ผู้เผยพระวจนะได้เขียนไว้. เหล่าสาวกทั้งหมดก็ได้ละทิ้งพระองค์ไว้ แล้วพากันกหนีไป.
(10) ถูกสภาแซนเฮดรินของชาวยูดายพิพากษา
26:57-68
มธ. 26:57 กผู้ที่จับพระเยซูได้พาพระองค์ไปถึง[บ้านของ]ขกายะฟามหาปุโรหิตที่พวกธรรมาจารย์และผู้อาวุโสได้ประชุมกันอยู่นั้น.
มธ. 26:58 เปโตรได้กติดตามพระเยซูไปห่างๆ จนมาถึงลานบ้านของมหาปุโรหิตแล้วเข้าไปข้างใน นั่งร่วมกับเหล่าคนใช้เพื่อจะคอยดูว่าเรื่องจะจบอย่างไร.
มธ. 26:59 พวกหัวหน้าปุโรหิตกับทั้งกสภาแซนเฮดรินจึงหาขพยานเท็จมาปรักปรำพระเยซู เพื่อจะประหารพระองค์เสีย
มธ. 26:60 ถึงแม้มีพยานเท็จหลายคนมาให้การ แต่ก็หา[หลักฐาน]ไม่ได้. ภายหลังมีกสองคนมาให้การว่า
มธ. 26:61 “คนนี้ได้ว่า1เราสามารถจะกทำลายพระวิหารของพระเจ้าและจะสร้างขึ้นใหม่ในสามวัน.”
มธ. 26:62 มหาปุโรหิตจึงลุกขึ้นพูดกับพระเยซูว่า “1กท่านจะไม่ตอบอะไรหรือ? คนเหล่านี้เป็นพยานขปรักปรำท่านด้วยเรื่องอะไร?”
มธ. 26:63 พระเยซูก็ทรง1กนิ่งอยู่. ขมหาปุโรหิตพูดกับพระองค์ว่า “เราขอสั่งให้ท่านคสาบานต่อพระเจ้าผู้ทรงพระชนม์อยู่ ให้บอกเราว่า2งท่านเป็นจพระคริสต์นั้นผู้เป็นพระบุตรของพระเจ้าหรือไม่?”
มธ. 26:64 พระเยซูตรัสแก่เขาว่า “กท่านว่า[ถูก]แล้ว. อย่างไรก็ตาม เราบอกท่านทั้งหลายว่า หลังจากนี้ท่านทั้งหลายจะได้เห็น1ขบุตรมนุษย์คนั่งอยู่เบื้องขวาพระหัตถ์ของผู้ทรงฤทธานุภาพ และงเสด็จมาบนจเมฆแห่งฟ้าสวรรค์.”
มธ. 26:65 ขณะนั้นมหาปุโรหิตจึงกฉีกเสื้อของตนแล้วว่า “เขาขพูดหมิ่นประมาทแล้ว! เราต้องการพยานอะไรอีกเล่า? ดูเถิด ท่านทั้งหลายก็ได้ยินคำหมิ่นประมาทนี้แล้ว.
มธ. 26:66 ท่านทั้งหลายคิดเห็นอย่างไร?” พวกเขาก็ตอบว่า “เขาเป็นผู้ที่สมควรกตาย.”
มธ. 26:67 แล้วเขากถ่มน้ำลายรดพระพักตร์และใช้กำปั้นชกพระองค์และบางคนขเอามือตบพระองค์แล้วว่า
มธ. 26:68 “เจ้าพระคริสต์ จง1พยากรณ์ให้เรารู้ว่าใครได้ตบเจ้า?”
(11) ถูกเปโตรปฏิเสธ
26:69-75
มธ. 26:69 กเวลานั้นเปโตรนั่งอยู่ข้างนอกที่ลานบ้าน มี1สาวใช้คนหนึ่งมาพูดกับเขาว่า “เจ้าได้อยู่กับเยซูชาวฆาลิลายด้วยเหมือนกัน.”
มธ. 26:70 แต่เปโตรได้ปฏิเสธต่อหน้าคนทั้งปวงว่า “ที่เจ้าว่านั้นข้าไม่รู้เรื่อง.”
มธ. 26:71 เมื่อเขาได้ออกไปที่ประตูบ้าน สาวใช้อีกคนหนึ่งแลเห็นเขา จึงบอกกับคนทั้งปวงที่อยู่ที่นั่นว่า “คนนี้ได้อยู่กับเยซูกชาวนาซาเร็ธด้วย.”
มธ. 26:72 เปโตรจึงปฏิเสธพร้อมทั้งสาบานว่า “ข้าไม่รู้จักคนนั้น.”
มธ. 26:73 อีกสักครู่หนึ่งคนทั้งหลาย1ที่ยืนอยู่ใกล้ๆ นั้นก็มาว่าแก่เปโตรว่า “เจ้าเป็นคนหนึ่งในพวกนั้นแน่แล้ว ด้วยว่ากสำเนียงของเจ้าส่อตัวเจ้าเอง.”
มธ. 26:74 เปโตรก็1สบถสาบานและว่า “ข้าไม่รู้จักคนนั้น.” ในทันใดนั้นไก่ก็ขัน.
มธ. 26:75 เปโตรก็ระลึกถึงคำที่พระเยซูตรัสไว้ว่า “กก่อนไก่ขันท่านจะปฏิเสธเราถึงสามครั้ง.” แล้วเขาก็ออกไปข้างนอกร้องไห้อย่างขมขื่น.

คำอธิบาย มัดธาย บทที่ 26

มธ. 26:2 ก ลวต.23:5; ยฮ.13:1; 1กธ.5:7
มธ. 26:2 1ก เทศกาลปัศคาก็เป็นแบบเล็งประการหนึ่งของพระคริสต์ (1กธ.5:7). พระคริสต์ทรงเป็นพระเมษโปดกของพระเจ้า เพื่อให้พระเจ้าสามารถข้ามผ่านพวกเราซึ่งเป็นคนบาปไปได้, ดังที่ได้บรรยายโดยแบบเล็งในเอ็กโซโดบทที่ 12 ดังนั้นพระคริสต์ผู้เป็นแกะแห่งเทศกาลปัศคาก็จำต้องถูกฆ่าในวันเทศกาลปัศคา เพื่อให้แบบเล็งนี้ได้รับการสำเร็จ.
ตามแบบเล็งแล้วก่อนเทศกาลปัศคาสี่วัน แกะของเทศกาลปัศคาจะต้องได้รับการตรวจตราดูว่าสมบูรณ์หรือไม่ (อซด.12:3-6). ในทำนองเดียวกันก่อนวัน เทศกาลปัศคาหกวัน (ยฮ.12:1) คือก่อนที่พระคริสต์จะถูกตรึงที่กางเขน พระองค์ได้ขึ้นไปยังกรุงเยรูซาเล็มเป็นครั้งสุดท้าย เพื่อที่จะรับการตรวจสอบจากผู้นำชาวยูดาย (21:23—22:46) เป็นเวลาหลายวัน. มนุษย์หาข้อตำหนิบนตัวพระองค์ไม่พบ ซึ่งพิสูจน์ว่าพระองค์เป็นผู้ที่ครบสมบูรณ์ จึงมีคุณสมบัติเป็นแกะของเทศกาลปัศคาของเราดู มก.12:37 คำอธิบาย 1.
มธ. 26:2 ข มธ.16:21; 17:22-23; 20:18-19
มธ. 26:3 ก ยฮ.11:47; กจ.4:26-27
มธ. 26:3 ข มธ.26:57; ลก.3:2; ยฮ.11:49; 18:13; กจ.4:6
มธ. 26:4 ก มธ.22:15
มธ. 26:4 ข มธ.21:46; ยฮ.7:30
มธ. 26:4 ค ลก.19:47; ยฮ.11:53
มธ. 26:5 1 ในที่สุด ภายใต้อำนาจสิทธิ์ขาดของพระเจ้า พวกเขาก็ได้ฆ่าพระเยซูเสียในวันเทศกาลนี้ (27:15) เพื่อให้แบบเล็งนี้ได้รับการสำเร็จ.
มธ. 26:5 ก มธ.27:24
มธ. 26:6 ก ข้อ 6-13: มก.14:3-9; ยฮ.12:1-8 เทียบ ลก.7:36-39
มธ. 26:6 ข มธ.21:17; ยฮ.11:1, 18
มธ. 26:6 1 คนโรคเรื้อนได้เป็นเครื่องหมายเล็งถึงคนบาป (8:2 คำอธิบาย 1). ซีโมนคนที่เป็นโรคเรื้อนได้รับการรักษาจากองค์พระผู้เป็นเจ้าแล้วอย่างแน่นอน. เขาจึงรู้สึกซาบซึ้งในพระคุณขององค์พระผู้เป็นเจ้าและรักองค์พระผู้เป็นเจ้า จึงจัดงานเลี้ยงในบ้านของเขาสำหรับองค์พระผู้เป็นเจ้าและสาวกของพระองค์ (ข้อ 7) เพื่อรับสุขการสถิตอยู่ของพระองค์. คนบาปที่ได้รับความรอดมักจะทำเช่นนี้เสมอ.
มธ. 26:8 1 พวกเหล่าสาวกเข้าใจว่าการมอบถวายแห่งความรักของมาเรียที่มีต่อองค์พระผู้เป็นเจ้านั้นเป็นการเสียเปล่า. ตลอดยี่สิบศตวรรษที่ผ่านมาชีวิตอันมีค่านับพันหมื่น, จิตใจอันล้ำค่า, ฐานะที่สูงส่ง, อีกทั้งอนาคตที่รุ่งโรจน์ก็ล้วนเคย “เสียเปล่า” อยู่บนตัวของพระเยซู. แต่สำหรับผู้ที่รักพระองค์นั้น พระองค์ทรงเป็นผู้ที่น่ารักกว่าผู้ใดทั้งสิ้น ทรงเป็นผู้ที่คู่ควรที่จะได้รับการถวายทุกสิ่งจากเขาทั้งหลาย. สิ่งที่เขาทั้งหลายได้ทุ่มเทลงบนตัวพระองค์นั้น ไม่ใช่เป็นการเสียเปล่า แต่กลายเป็นพยานที่หอมหวล และเป็นพยานแห่งความหวานชื่นของพระองค์.
มธ. 26:9 ก ยฮ.13:29
มธ. 26:11 ก พบญ.15:11
มธ. 26:11 1 เราทั้งหลายต้องรักองค์พระผู้เป็นเจ้าและต้องฉวยโอกาสรักพระองค์ด้วย.
มธ. 26:11 ข เทียบ มธ.18:20; 28:20
มธ. 26:12 1 จากพระคำขององค์พระผู้เป็นเจ้าซึ่งอยู่ใน 16:21; 17:22-23; 20:18-19 และ 26:2 มาเรียได้รับการเปิดเผยถึงการตายขององค์พระผู้เป็นเจ้า. ดังนั้นเธอจึงฉวยโอกาสที่จะนำเอาสิ่งดีเลิศทั้งหมดของเธอมาเทบนกายขององค์พระผู้เป็นเจ้า. เพื่อที่จะรักองค์พระผู้เป็นเจ้าด้วยสิ่งที่ดีเลิศที่สุดของเรานั้น เราจำต้องมีการเปิดเผยเกี่ยวกับพระองค์.
มธ. 26:12 ก ยฮ.19:40; มธ.27:59-60
มธ. 26:13 ก มธ.24:14
มธ. 26:13 1ก ในข้อ 12 องค์พระผู้เป็นเจ้าได้กล่าวถึงการฝังศพของพระองค์ ซึ่งเปิดเผยเป็นนัยถึงการตายและการเป็นขึ้นจากตายของพระองค์ เพื่อที่จะสำเร็จการไถ่เพื่อพวกเรา. ดังนั้นในข้อนี้องค์พระผู้เป็นเจ้าจึงเรียกกิตติคุณว่าเป็น “กิตติคุณนี้” เพื่อชี้ถึงการตาย, การฝัง, และการเป็นขึ้นจากตายของพระองค์นั่นเอง (1กธ.15:1-4).
มธ. 26:13 2 เรื่องราวของกิตติคุณนั่นก็คือ องค์พระผู้เป็นเจ้าทรงรักเราทั้งหลาย, และเรื่องราวของนางมาเรียนั่นก็คือเธอรักองค์พระผู้เป็นเจ้า. เราทั้งหลายจะต้องประกาศถึงองค์พระผู้เป็นเจ้าทรงรักเรา และจะต้องประกาศว่าเราก็รักองค์พระผู้เป็นเจ้าด้วย. สิ่งหนึ่งมีไว้สำหรับการได้รับความรอดของเรา อีกสิ่งหนึ่งมีไว้สำหรับการมอบถวายของเรา.
มธ. 26:13 ข เทียบ กจ.10:4
มธ. 26:14 ก ข้อ 14-16: มก.14:10-11; ลก.22:3-6
มธ. 26:14 1ก คำว่า “ครั้งนั้น” แสดงให้เห็นว่า ในขณะที่ท่ามกลางเหล่าสาวกได้มีคนหนึ่งแสดงความรักของเขาต่อองค์พระผู้เป็นเจ้าและรักพระองค์จนถึงที่สุด แต่มีอีกคนหนึ่งกลับต้องการขายพระองค์. คนหนึ่งรักและมีความล้ำค่าต่อองค์พระผู้เป็นเจ้า แต่ในเวลาเดียวกันอีกคนหนึ่งคิดจะมอบพระองค์ให้แก่ผู้อื่น.
มธ. 26:14 ข มธ.10:4; ยฮ.6:71; มธ.27:3-5
มธ. 26:15 ก ซคย.11:12; มธ.27:3, 9
มธ. 26:15 1ก หมายถึงเงินสามสิบเชกไกละซึ่งเป็นราคาของทาสคนหนึ่ง (อซด.21:32).
มธ. 26:16 ก มธ.20:18-19
มธ. 26:17 ก ข้อ 17-19: มก.14:12-16; ลก.22:7-13
มธ. 26:17 ข อซด.12:15-20
มธ. 26:17 1ข เทศกาลกินขนมปังไม่มีเชื้อมีกำหนดระยะเวลาเจ็ดวัน (ลวต.23:6). เรียกอีกอย่างหนึ่งว่าเทศกาลปัศคา (ลก.22:1; มก.14:1). ความจริงแล้วเทศกาลปัศคาก็เป็นวันแรกของเทศกาลกินขนมปังไม่มีเชื้อ (อซด.12:6, 11, 15-20; ลวต.23:5).
มธ. 26:18 ก มธ.23:8; ยฮ.11:28
มธ. 26:18 ข มธ.26:45; ยฮ.13:1
มธ. 26:20 ก ข้อ 20-25: มก.14:17-21; ลก. 22:14-18, 21-23; ยฮ.13:21-30
มธ. 26:21 ก ยฮ.6:70; 13:21
มธ. 26:24 ก ลก.24:46
มธ. 26:25 ก มธ.26:49; ยฮ.1:38
มธ. 26:25 ข มธ.26:64; 27:11
มธ. 26:25 1ข องค์พระผู้เป็นเจ้าทรงปล่อยให้ยูดาใช้คำพูดของเขาปรับโทษตัวเอง.
มธ. 26:26 ก ข้อ 26-29: มก.14:22-25; ลก.22:19-20; 1กธ.11:23-26
มธ. 26:26 1 องค์พระผู้เป็นเจ้าและเหล่าสาวกรับประทานอาหารของเทศกาลปัศคาก่อน (ข้อ 20-25; ลก.22:14-18). จากนั้นองค์พระผู้เป็นเจ้าทรงใช้ขนมปังและจอกมาก่อตั้งงานเลี้ยงของพระองค์ขึ้น (ข้อ 26-28; ลก.22:19-20; 1กธ.11:23-26) แทนเทศกาลปัศคา นี่เป็นเพราะพระองค์ได้ทรงสำเร็จเครื่องหมายนี้ให้กลายเป็นเทศกาลปัศคาที่แท้จริงของเรา (1กธ.5:7). บัดนี้เราทั้งหลายได้ถือเทศกาลกินขนมปังไม่มีเชื้อที่แท้จริง (ข้อ 17; 1กธ.5:8).
มธ. 26:26 2 ขนมปังบนโต๊ะขององค์พระผู้เป็นเจ้าเป็นเครื่องหมายที่เป็นสัญลักษณ์ประการหนึ่ง ซึ่งมีเครื่องหมายเล็งถึงพระกายขององค์พระผู้เป็นเจ้าที่ได้แยกออกเพื่อเราทั้งหลายบนกางเขนแล้วนำเอาชีวิตของพระองค์ปลดปล่อยออกมา เพื่อให้เรามีส่วนในชีวิตนี้. โดยการมีส่วนในชีวิตนี้เราก็ได้กลายเป็นพระกายที่ลึกลับของพระคริสต์ (1กธ.12:27). และพระกายที่ลึกลับนี้ยังมีเครื่องหมายเล็งถึงโดยขนมปังที่ตั้งบนโต๊ะด้วยเช่นกัน (1กธ.10:17). ดังนั้นการที่เราทั้งหลายแบ่งปันรับสุขขนมปังนี้ เราทั้งหลายก็มีส่วนในการสามัคคีธรรมแห่งพระกายด้วย (1กธ.10:16).
มธ. 26:26 ข มธ.14:19
มธ. 26:27 ก 1กธ.10:21
มธ. 26:27 1ก พระโลหิตขององค์พระผู้เป็นเจ้าได้ไถ่เราทั้งหลายออกจากสภาพการณ์ที่ตกต่ำของเรากลับคืนสู่เบื้องพระพักตร์ของพระเจ้า และได้กลับคืนสู่ส่วนแห่งพระพรที่ครบบริบูรณ์ของพระเจ้า. เกี่ยวกับโต๊ะขององค์พระผู้เป็นเจ้า (1กธ.10:21) ขนมปังมีเครื่องหมายเล็งถึงเราทั้งหลายมีส่วนในชีวิต จอกมีเครื่องหมายเล็งถึงการรับสุขของเราในส่วนแห่งพระพรของพระเจ้า. ดังนั้นจอกนี้จึงได้ชื่อว่าเป็นจอกแห่งพระพร (1กธ.10:16). ในจอกนี้มีส่วนแห่งพระพรทั้งสิ้นของพระเจ้า ยิ่งไปกว่านั้นพระเจ้าพระองค์เองทรงได้กลายเป็นส่วนของเรา (บพส.16:5). ส่วนของเราในอาดามก็คือจอกแห่งพระพิโรธของพระเจ้า (วว.14:10). แต่พระคริสต์ทรงดื่มจอกนั้นเพื่อเราทั้งหลายแล้ว (ยฮ.18:11) และพระโลหิตของพระองค์ได้ก่อรูปขึ้นเป็นจอกแห่งความรอด (บพส.116:13) ซึ่งเป็นจอกที่เปี่ยมล้น (บพส.23:5). เมื่อเราทั้งหลายแบ่งปันรับสุขจอกนี้ เราก็จะมีส่วนในการสามัคคีธรรมแห่งพระโลหิตของพระคริสต์ด้วย (1กธ.10:16).
มธ. 26:27 ข มธ.15:36
มธ. 26:28 ก ฮร.13:20; 9:18; อซด.24:8; ซคย.9:11
มธ. 26:28 1ก ผลิตผลจากต้นองุ่น (ข้อ 29) ในจอกซึ่งอยู่บนโต๊ะขององค์พระผู้เป็นเจ้านั้น เป็นสัญลักษณ์ประการหนึ่งด้วย ซึ่งมีเครื่องหมายเล็งถึงพระโลหิตขององค์พระผู้เป็นเจ้าได้ไหลออกเพื่อความบาปของเราบนกางเขน. พระโลหิตนี้เป็นข้อเรียกร้องตามความชอบธรรมของพระเจ้า เพื่อการอภัยบาปของเราทั้งหลาย (ฮร.9:22).
มธ. 26:28 ข ยรม.31:31
มธ. 26:28 2ข มีสำเนาต้นฉบับบางเล่มเป็นพันธสัญญาใหม่. พระโลหิตขององค์พระผู้เป็นเจ้าได้ตอบสนองต่อความชอบธรรมของพระเจ้า และได้ตั้งพันธสัญญาใหม่ขึ้น. ในพันธสัญญาใหม่นี้พระเจ้าทรงประทานการอภัยบาป, ชีวิต, ความรอด, และส่วนแห่งพระพรทั้งสิ้นของฝ่ายวิญญาณ, ฝ่ายสวรรค์, และศักดิ์สิทธิ์แก่เราทั้งหลาย. ขณะที่พระเจ้าได้ทรงประทานพันธสัญญาใหม่นี้ให้แก่เรา คำสัญญานี้คือจอกใบหนึ่ง (ลก.22:20) ซึ่งเป็นส่วนของเรา. องค์พระผู้เป็นเจ้าได้หลั่งโลหิตของพระองค์ พระเจ้าได้ตั้งพันธสัญญา และเรามารับสุขจอกนี้ ซึ่งในจอกนี้ทั้งพระเจ้าและทุกสิ่งที่เป็นของพระเจ้าล้วนเป็นส่วนของเรา. พระโลหิตคือราคาที่พระคริสต์ทรงจ่ายเพื่อเราทั้งหลายพันธสัญญาคือหนังสือสัญญาที่พระเจ้าได้ทรงทำไว้เพื่อเรา จอกคือส่วนที่เรารับมาจากพระเจ้า.
มธ. 26:28 ค มธ.20:28
มธ. 26:28 3 ความหมายตามภาษากรีกเป็นพหูพจน์.
มธ. 26:28 ง ฮร.9:22
มธ. 26:29 1 ชี้ถึงน้ำองุ่น.
มธ. 26:29 ก มธ.13:43
มธ. 26:29 2ก นี่เป็นส่วนของฝ่ายสวรรค์แห่งอาณาจักรพันปี ซึ่งเป็นการปรากฏออกของอาณาจักรแห่งสวรรค์ทั้งหลาย. หลังจากที่องค์พระผู้เป็นเจ้าได้เสด็จกลับมาแล้ว ก็จะร่วมดื่มกับพวกเราที่นั่น.
มธ. 26:30 ก ข้อ 30-35: มก.14:26-31
มธ. 26:30 1 นี่เป็นเพลงสรรเสริญที่องค์พระผู้เป็นเจ้าทรงร้องร่วมกับเหล่าสาวกต่อพระบิดา หลังจากที่ทรงหักขนมปังแล้ว.
มธ. 26:30 ข มธ.24:3
มธ. 26:31 ก ซคย.13:7
มธ. 26:31 ข มธ.26:56; ยฮ.16:32
มธ. 26:32 ก มธ.28:7, 10, 16; 4:12, 15
มธ. 26:34 ก ยฮ.13:38; ลก.22:34
มธ. 26:35 ก ลก.22:33
มธ. 26:36 ก ข้อ 36-46: มก.14:32-42; ลก.22:40-46
มธ. 26:36 ข ยฮ.18:2
มธ. 26:36 1 เฆ็ธเซมาเน หมายถึงที่บีบน้ำมัน. องค์พระผู้เป็นเจ้าทรงถูกบีบคั้นที่นี่ แล้วไหลออกมาซึ่งน้ำมัน (พระวิญญาณบริสุทธิ์).
มธ. 26:37 ก มธ.4:21
มธ. 26:38 ก ยฮ.12:27
มธ. 26:39 ก เทียบ ฮร.5:7
มธ. 26:39 ข มธ.20:22
มธ. 26:39 1ข นี่เป็นการชี้ถึงการตายของพระองค์บนกางเขน.
มธ. 26:39 ค ยฮ.5:30; 6:38
มธ. 26:41 ก มก.13:33; อฟ.6:18; 1ปต.4:7
มธ. 26:41 1 ในเรื่องราวฝ่ายวิญญาณ เราทั้งหลายก็มักจะเป็นเช่นนี้อยู่เสมอ.
มธ. 26:41 2 หรือ ยินยอม, สมัครใจ.
มธ. 26:42 ก มธ.6:10
มธ. 26:44 ก เทียบ 2กธ.12:8
มธ. 26:45 ก มธ.26:18
มธ. 26:47 ก ข้อ 47-56: มก.14:43-50; ลก.22:47-53; ยฮ.18:3-11
มธ. 26:47 ข มธ.26:14
มธ. 26:49 ก มธ.26:25
มธ. 26:49 1 เป็นถ้อยคำที่ถามทุกข์สุข เหมือนใน บทที่ 27:29 ทั้งสองแห่งนี้ล้วนเป็นการถามทุกข์สุขที่เสแสร้ง (เทียบ 28:9).
มธ. 26:49 ข เทียบ 2ซมอ.20:9
มธ. 26:50 ก บพส.41:9; 55:13 เทียบ มธ.20:13; 22:12
มธ. 26:50 ข ยฮ.13:27
มธ. 26:50 1ข ถ้อยคำนี้เท่ากับข้อความที่ว่า “ท่านทำอะไรอยู่ที่นี่? ท่านจะขายเราหรือ!” คำนี้ได้เปิดโปงถึงความตั้งใจที่ชั่วของยูดาในการคิดขายองค์พระผู้เป็นเจ้า.
มธ. 26:51 1 คนๆ นี้ก็คือ เปโตร (ยฮ.18:10, 26).
มธ. 26:51 ก ลก.22:38, 49
มธ. 26:51 ข ลก.22:50; ยฮ.18:10
มธ. 26:52 ก วว.13:10; เทียบ ยนซ.9:6
มธ. 26:53 1 ตามภาษากรีกทั้งสามคำล้วนเป็นคำที่ใช้ในกองทัพ.
มธ. 26:53 ก มธ.4:11; ลก.22:43; เทียบ ยฮ.18:36; ดนอ.7:10
มธ. 26:54 ก มธ.26:24; ลก.24:27, 46; ดู ยซย.53:7-9
มธ. 26:54 1 คำว่า “เป็นอย่างนั้น” ชี้ถึงการตายของพระองค์บนกางเขน. ซึ่งเป็นคำที่ได้พยากรณ์กล่าวไว้ในพระคัมภีร์นั้นจะต้องสำเร็จ.
มธ. 26:55 ก มธ.4:23; 21:23; ยฮ.8:2; 18:20
มธ. 26:56 ก มธ.26:31
มธ. 26:57 ก ข้อ 57-68: มก.14:53-65; ลก.22:54; ยฮ.18:12-14, 19-24
มธ. 26:57 ข มธ.26:3
มธ. 26:58 ก ลก.22:54; ยฮ.18:15
มธ. 26:59 ก มธ.5:22; 10:17
มธ. 26:59 ข บพส.27:12; 35:11; มก.14:55; เทียบ กจ.6:13
มธ. 26:60 ก พบญ.19:15
มธ. 26:61 1 เป็นการบิดเบือนคำตรัสขององค์พระผู้เป็นเจ้าใน ยฮ.2:19 ที่ว่า “พวกท่าน ทำลายวิหารนี้.”
มธ. 26:61 ก มธ.27:40; เทียบ ยฮ.2:19; กจ.6:13-14
มธ. 26:62 ก มธ.27:12, 14; ยฮ.19:9; ยซย.53:7
มธ. 26:62 1ก องค์พระผู้เป็นเจ้าอยู่ตรงหน้าบรรดาสภาแซนเฮดรินเหมือนดั่งแกะซึ่งอยู่ต่อหน้าคนตัดขนไม่ได้ปริปากสักคำเพื่อพิสูจน์ว่าพระองค์เองทรงบริสุทธิ์ ซึ่งได้สำเร็จคำใน ยซย.53:7.
มธ. 26:62 ข มธ.27:13
มธ. 26:63 ก มธ.26:62
มธ. 26:63 1ก ดูข้อ 62 คำอธิบาย 1.
มธ. 26:63 ข ข้อ 63-65: ลก.22:67-71
มธ. 26:63 ค ลวต.5:1; 1ซมอ. 14:24, 26
มธ. 26:63 ง มธ.4:3, 6
มธ. 26:63 2ง ถ้อยคำนี้เหมือนกับคำถามที่มารใช้ล่อลวงองค์พระผู้เป็นเจ้าก่อนที่พระองค์จะเริ่มต้นในการปฏิบัติของพระองค์ (4:3, 6).
มธ. 26:63 จ ยฮ.10:24 ยฮ.10:24; เทียบ ลก.3:15; ยฮ.1:20, 25
มธ. 26:64 ก มธ.26:25
มธ. 26:64 ข ดนอ.7:13; กจ.7:56
มธ. 26:64 1ข มหาปุโรหิตใหญ่ได้ถามองค์พระผู้เป็นเจ้าว่า พระองค์เป็นพระบุตรของพระเจ้าหรือไม่แต่ องค์พระผู้เป็นเจ้าตรัสตอบเขาโดยใช้คำว่า “บุตรมนุษย์.” ในขณะที่พระองค์ถูกมารล่อลวงก็ตรัสตอบเช่นนี้ (4:4 คำอธิบาย 2). ก่อนถูกตรึงบนกางเขนนั้น องค์พระผู้เป็นเจ้าไม่เพียงเป็นบุตรมนุษย์ที่อยู่บนแผ่นดินโลกเท่านั้นหลังจากเป็นขึ้นจากตายแล้วทรงนั่งอยู่เบื้องขวาพระหัตถ์พระบิดาบนฟ้าสวรรค์ ก็ยังเป็นบุตรมนุษย์อยู่ (กจ.7:56) ยิ่งกว่านั้นในขณะที่เสด็จประทับบนเมฆกลับมาก็ยังเป็นบุตรมนุษย์. เพื่อสำเร็จพระประสงค์ของพระเจ้าและเพื่อก่อตั้งอาณาจักรแห่งสวรรค์ทั้งหลาย องค์พระผู้เป็นเจ้าจึงจำเป็นต้องมาเป็นมนุษย์. ถ้าไม่มีมนุษย์พระประสงค์ของพระเจ้าก็ไม่สามารถที่จะปฏิบัติการบนโลกนี้และอาณาจักรแห่งสวรรค์ทั้งหลายก็ไม่อาจก่อรูปขึ้นบนแผ่นดินโลกนี้ด้วย.
มธ. 26:64 ค บพส.110:1; มก.16:19; ฮร.1:3
มธ. 26:64 ง มธ.24:30; ลก.21:27; วว.1:7
มธ. 26:64 จ กจ.1:9, 11; วว.14:14; 1ธซ.4:17
มธ. 26:65 ก อฤธ.14:6; 2พกษ.18:37; 19:1; กจ.14:14
มธ. 26:65 ข มธ.9:3; ยฮ.10:33, 36
มธ. 26:66 ก ยฮ.19:7; ลวต.24:16
มธ. 26:67 ก มธ.27:30; มก.10:34; ยซย.50:6
มธ. 26:67 ข ยฮ.18:22; 19:3; ลก.22:63; เทียบ กจ.23:2
มธ. 26:68 1 หรือเผยพระวจนะ มีความหมายว่าพูดออกมาอย่างมหัศจรรย์เหมือนดั่งผู้เผยพระวจนะ. คำพูดเยาะเย้ยเหล่านี้มีความหมายเป็นนัยว่า “เมื่อท่านเป็นผู้เผยพระวจนะของพระเจ้า เช่นนั้นก็จงพูดเผยออกมาอย่างมหัศจรรย์เถิดว่า ใครได้เป็นคนตบท่าน.”
มธ. 26:68 ก ลก.22:64
มธ. 26:69 ก ข้อ 69-75: มก.14:66-72; ลก.22:55-62; ยฮ.18:15-18, 25-27
มธ. 26:69 1 แม้แต่คำถามของผู้หญิงตัวเล็กๆ ที่เปราะบาง เปโตรก็ไม่อาจอดทนได้.
มธ. 26:71 ก มธ.2:23
มธ. 26:73 1 ภายใต้อำนาจสิทธิ์ขาดของพระเจ้า สภาพแวดล้อมก็ไม่ปล่อยเปโตรไป จนกว่าเขาได้ถูกทดสอบอย่างตลอดถี่ถ้วน เพื่อให้เขาได้เข้าใจว่าตัวเองนั้นพึ่งไม่ได้อย่างสิ้นเชิง ไม่ควรไว้วางใจและเชื่อตัวเองอีก.
มธ. 26:73 ก วนฉ.12:6
มธ. 26:74 1 ครั้งแรกที่เปโตรปฏิเสธองค์พระผู้เป็นเจ้า ได้แต่พูดเท่านั้น (ข้อ 70) ครั้งที่สองที่ปฏิเสธก็ได้พูดทั้งสาบาน (ข้อ 72) แต่ครั้งที่สามที่ปฏิเสธก็ได้พูดด้วยการสบถสาบาน.
มธ. 26:75 ก มธ.26:34; มก.14:30; ยฮ.13:38
สารบัญ