มัดธาย บทที่ 25
ค. คำอุปมาของการเฝ้าระวัง
25:1-13
25:1-13
มธ.
25:1 ขณะนั้น1กอาณาจักรแห่งสวรรค์ทั้งหลายจะเปรียบเหมือน2ขหญิงพรหมจารี3สิบคนถือ4คตะเกียงของตน5ออกไปงรับ6จเจ้าบ่าว.
มธ.
25:2 เป็น1กพวกที่โง่2ขห้าคน เป็นคพวกที่ฉลาด1ห้าคน.
มธ.
25:3 พวกที่โง่นั้นถือตะเกียงของเขาไป [แต่]ไม่ได้เอา1น้ำมันไปด้วย
มธ.
25:4 ส่วนพวกที่ฉลาดนั้นได้ถือตะเกียงของเขาไปพร้อมทั้งเอาน้ำมันใส่1กภาชนะไปด้วย.
มธ.
25:5 เมื่อเจ้าบ่าวยังกช้าอยู่ พวกเขาก็พากัน1ขง่วงเหงา2คหลับไป.
มธ.
25:6 ครั้นเวลา1เที่ยงคืนก็มี2กเสียงร้องว่า ‘ดูเถิด เจ้าบ่าว[มาแล้ว]จงออกมา3รับท่านเถิด.’
มธ.
25:7 พวกหญิงพรหมจารีเหล่านั้น1กก็ลุกขึ้น2ตกแต่งตะเกียงของพวกเขา.
มธ.
25:8 พวกที่โง่นั้นก็พูดกับพวกที่ฉลาดว่า ‘ขอ1แบ่งน้ำมันให้เราบ้าง เพราะว่าตะเกียงของเราจวน2จะดับอยู่แล้ว.’
มธ.
25:9 พวกที่ฉลาดจึงตอบว่า ‘น่ากลัวจะ1ไม่พอสำหรับเราและเจ้า จงไปหา2กคนขายน้ำมันและ3ขซื้อสำหรับตัวเองจะดีกว่า.’
มธ.
25:10 และเมื่อเขากำลังไปซื้อนั้น เจ้าบ่าว1กก็มาถึง2ผู้ที่3ขเตรียมพร้อมอยู่แล้วก็4ได้เข้าไปกับท่านใน5คงานเลี้ยงสมรสแล้ว6ประตูก็งปิดเสีย.
มธ.
25:11 ภายหลังหญิงพรหมจารี[อีกห้าคน]ที่เหลืออยู่ก็1มาร้องว่า ‘ข้าแต่กองค์พระผู้เป็นเจ้า ข้าแต่องค์พระผู้เป็นเจ้า ขอเปิดประตูให้พวกข้าพเจ้าด้วย.’
มธ.
25:12 ฝ่ายท่านตอบว่า ‘เราบอกท่านทั้งหลายตามจริงว่า เรา1ไม่รู้จักพวกเจ้า.’
มธ.
25:13 เหตุฉะนั้นท่านทั้งหลายจง1กเฝ้าระวังอยู่ เพราะพวกท่านไม่รู้กำหนดขวันหรือโมงนั้น.
ง. คำอุปมาของความสัตย์ซื่อ
25:14-30
25:14-30
มธ.
25:14 และ1ก[อาณาจักรแห่งสวรรค์ทั้งหลายยัง]เปรียบเหมือน2ชายผู้หนึ่ง2จะไปขยังต่างประเทศ จึงเรียก3คพวกทาสของตนมา และฝาก4งทรัพย์สินของท่านไว้กับพวกเขา.
มธ.
25:15 คนหนึ่งท่านให้ห้า1กตะลันต์ คนหนึ่งสองตะลันต์และอีกคนหนึ่งตะลันต์เดียวตาม2ความสามารถของทาสนั้น แล้วท่านก็ไป.
มธ.
25:16 คนที่ได้ห้าตะลันต์ก็นำเงินนั้นไป1ค้าขายทันทีและ2ได้กำไรมาห้าตะลันต์.
มธ.
25:17 คนที่[ได้รับ]สองตะลันต์นั้นก็ได้กำไรมาสองตะลันต์เหมือนกัน.
มธ.
25:18 แต่คนที่ได้รับ1ตะลันต์เดียวได้ไปขุดหลุมลงใน2แผ่นดิน3ฝังซ่อนเงินของนายไว้.
มธ.
25:19 ครั้นอยู่มา1ช้านานนายของทาสเหล่านั้น2จึง3มา4กคิดบัญชีกับพวกเขา.
มธ.
25:20 คนที่ได้รับห้าตะลันต์นั้นก็เอาเงินกำไรอีกห้าตะลันต์1มาพูดว่า ‘นายเจ้าข้าท่านได้มอบเงินห้าตะลันต์ไว้กับข้าพเจ้า ดูเถิด ข้าพเจ้า2ได้กำไรมาอีกห้าตะลันต์.’
มธ.
25:21 นายจึงกล่าวกับเขาว่า ‘ดีแล้ว เจ้าเป็นทาสที่ดีและกสัตย์ซื่อ เจ้าสัตย์ซื่อใน1ของเล็กน้อย เราจะขตั้งเจ้าให้2ดูแล3ของมาก. เจ้าจงเข้ามา4คร่วม[รับสุข]ความยินดีของ5นายเถิด.’
มธ.
25:22 คนที่ได้รับสองตะลันต์นั้นก็มาพูดว่า ‘นายเจ้าข้า ท่านได้มอบเงินสองตะลันต์ไว้กับข้าพเจ้า ดูเถิด ข้าพเจ้าได้กำไรมาอีกสองตะลันต์.’
มธ.
25:23 นายจึงกล่าวกับเขาว่า ‘1ดีแล้ว เจ้าเป็นทาสที่ดีและสัตย์ซื่อ เจ้าสัตย์ซื่อในของเล็กน้อย เราจะ2ตั้งเจ้าให้ดูแลของมาก. เจ้าจงเข้ามาร่วม[รับสุข]ความยินดีของนายเถิด.’
มธ.
25:24 ฝ่ายคนที่ได้รับตะลันต์เดียวนั้นก็1มาพูดว่า ‘นายเจ้าข้า ข้าพเจ้า2รู้อยู่ว่าท่านเป็น3คนใจแข็ง เกี่ยวผลในที่ซึ่งท่าน4มิได้หว่าน เก็บส่ำสมในที่ซึ่งท่าน4มิได้ฝัด.
มธ.
25:25 ข้าพเจ้า1กลัว จึงเอาหนึ่งตะลันต์ของท่าน2ไปฝังซ่อนไว้ใต้ดิน ดูเถิด3ของของท่านเท่าไร ท่านก็ได้เท่านั้น.
มธ.
25:26 นายจึงตอบเขาว่า ‘อ้ายทาสกชั่วช้าและขเกียจคร้าน เจ้าก็รู้อยู่ว่า1เราเกี่ยวผลในที่ซึ่งเรามิได้หว่าน เก็บส่ำสมในที่ซึ่งเรามิได้ฝัด.
มธ.
25:27 เหตุฉะนั้น เจ้าควรเอาเงินของเราไป1ฝากไว้กับผู้ที่แลกเปลี่ยนเงินตรา เมื่อเรามาจะได้รับเงินของเราทั้ง2ดอกเบี้ยด้วย.
มธ.
25:28 เพราะฉะนั้น จง1เอาเงินตะลันต์เดียวนั้นไป2ให้แก่ผู้ที่มีสิบตะลันต์.
มธ.
25:29 ด้วยว่า1กผู้ใดมีอยู่แล้ว จะเพิ่มเติมให้ผู้นั้นมีบริบูรณ์ แต่ผู้ที่ไม่มี แม้ว่าซึ่งเขามีอยู่นั้นก็จะต้องเอาไปจากเขา.
มธ.
25:30 เอาทาสที่ใช้การไม่ได้นี้ไป1กทิ้งเสีย2ที่มืดภายนอก3ซึ่งที่นั่นจะมีแต่4ขการร้องไห้ขบเขี้ยวเคี้ยวฟัน.’
(3) เกี่ยวกับชนนานาประเทศ
25:31-46
25:31-46
ก. พระคริสต์เสด็จมาประทับบนพระที่นั่งในสง่าราศี
ข้อ 31
ข้อ 31
มธ.
25:31 1แต่เมื่อ2กบุตรมนุษย์จะ3ขเสด็จมาใน4สง่าราศีของพระองค์พร้อมทั้งหมู่ทูตสวรรค์ เมื่อนั้นพระองค์จะทรงประทับบน5พระที่นั่งแห่งสง่าราศีของพระองค์.
ข. รวบรวมชนนานาประเทศ เพื่อทำการพิพากษา
ข้อ 32-46
ข้อ 32-46
มธ.
25:32 1กบรรดาประชาชาติต่างๆ จะถูกรวบรวมมาอยู่ขต่อพระพักตร์พระองค์ และพระองค์จะทรงแยกเขาทั้งหลายออกจากกัน เหมือนอย่าง2คผู้เลี้ยงแยกแกะออกจากแพะ.
มธ.
25:33 ฝูงแกะนั้นจะทรงจัดให้อยู่เบื้อง1กขวาพระหัตถ์ของพระองค์แต่ฝูงแพะนั้นจะทรงจัดให้อยู่เบื้องซ้าย.
มธ.
25:34 ขณะนั้นกกษัตริย์จะตรัสแก่บรรดาผู้ที่อยู่เบื้องขวาพระหัตถ์ของพระองค์ว่า ‘ท่านทั้งหลายที่ขได้รับพระพรจากพระบิดาของเรา จงมา1รับเอาอาณาจักรซึ่งได้ตระเตรียมไว้สำหรับท่านทั้งหลาย2คตั้งแต่แรกสร้างโลกเป็นมรดก.
มธ.
25:35 เพราะว่าเมื่อเรา1หิว ท่านก็ได้ให้เรากิน เรากระหายน้ำ ท่านก็ได้ให้เรากดื่ม เราเป็นแขกแปลกหน้า ท่านก็ได้ต้อนรับเราไว้
มธ.
25:36 เราเปลือยกายท่านก็ได้ให้เสื้อผ้าเรานุ่งห่ม เราเจ็บป่วย ท่านก็ได้มาดูแลเรา เราต้องจำอยู่ในคุก ท่านก็ได้มา[เยี่ยม]เรา.’
มธ.
25:37 เวลานั้นบรรดาผู้ชอบธรรมจะทูลตอบพระองค์ว่า ‘ข้าแต่องค์พระผู้เป็นเจ้าเมื่อใดที่ข้าพเจ้าเห็นพระองค์ทรงอยากพระกระยาหาร แล้วได้ให้พระองค์เสวย หรือทรงกระหายน้ำ แล้วได้จัดมาถวายให้แก่พระองค์ดื่ม?
มธ.
25:38 เมื่อใดที่ข้าพเจ้าได้เห็นพระองค์ทรงเป็นแขกแปลกหน้าและได้ต้อนรับไว้หรือเปลือยพระวรกายและได้สวมฉลองพระองค์ให้?
มธ.
25:39 เมื่อใดที่ข้าพเจ้าเห็นพระองค์ทรงประชวร หรือต้องจำอยู่ในคุกและได้มา[เยี่ยม]พระองค์?’
มธ.
25:40 แล้วกษัตริย์ตรัสตอบเขาว่า ‘เราบอกท่านทั้งหลายตามจริงว่า ซึ่งท่านได้1กระทำแก่ผู้กเล็กน้อยที่สุดคนหนึ่งใน2ขพวกพี่น้องของเรา3นี้ ก็เหมือนท่านได้กระทำแก่4คเราด้วย.’
มธ.
25:41 จากนั้นพระองค์จะตรัสแก่บรรดาผู้ที่อยู่เบื้องซ้ายว่า ‘เจ้าทั้งหลายผู้ต้องถูกสาปแช่ง จงถอยไปจากเราเข้าไปอยู่ใน1กไฟ ที่ไหม้อยู่เป็นนิตย์ ซึ่ง2เตรียมไว้สำหรับมารและขเหล่าทูตของมันนั้น.
มธ.
25:42 เพราะว่าเมื่อเราหิว เจ้ามิได้ให้เรากิน เรากระหายน้ำ เจ้าก็มิได้ให้เราดื่ม
มธ.
25:43 เราเป็นแขกเเปลกหน้า เจ้าก็ไม่ได้ต้อนรับเราไว้ เราเปลือยกาย เจ้าก็ไม่ได้ให้เสื้อผ้าสำหรับนุ่งห่ม เราเจ็บป่วยและถูกจำอยู่ในคุก เจ้าก็ไม่ได้มาดูแลเรา.’
มธ.
25:44 เวลานั้นเขาทั้งหลายก็จะทูลตอบว่า ‘ข้าแต่องค์พระผู้เป็นเจ้า เมื่อใดที่ข้าพเจ้าได้เห็นพระองค์ทรงอยากพระกระยาหาร หรือทรงกระหายน้ำ หรือทรงเป็นแขกแปลกหน้าหรือเปลือยพระวรกาย หรือทรงประชวรหรือถูกจำอยู่ในคุก และมิได้ปรนนิบัติพระองค์เล่า?’
มธ.
25:45 เมื่อนั้นพระองค์จะตรัสตอบเขาว่า ‘เราบอกท่านทั้งหลายตามจริงว่า ซึ่งท่าน1มิได้กระทำแก่ผู้เล็กน้อยที่สุดสักคนหนึ่งในพวกนี้ ก็มิได้กระทำกแก่เราด้วย.
มธ.
25:46 และพวกเหล่านี้จะต้องไป1รับโทษอยู่เป็นนิตย์ แต่2ผู้ชอบธรรมจะ3กเข้าในชีวิตนิรันดร์.’ ”
คำอธิบาย มัดธาย บทที่ 25
มธ.
25:1 ก มธ.13:24
มธ.
25:1 1ก ดู 5:3 คำอธิบาย 4; 13:3 คำอธิบาย 1; 13:24 คำอธิบาย 1.
มธ.
25:1 ข 2กธ.11:2
มธ.
25:1 2ข หญิงพรหมจารีเป็นเครื่องหมายเล็งถึงผู้เชื่อในด้านของชีวิต (2กธ.11:2). ผู้เชื่อคือพลไพร่แห่งอาณาจักรเป็นเหมือนกับหญิงพรหมจารีบริสุทธิ์เป็นพยาน (ตะเกียง) เพื่อองค์พระผู้เป็นเจ้าในยุคแห่งความมืดนี้และได้เดินออกไปจากโลกเพื่อไปต้อนรับองค์พระผู้เป็นเจ้า. ด้วยเหตุนี้พวกเธอจึงไม่เพียงต้องการอาศัยอยู่ภายในพระวิญญาณบริสุทธิ์เท่านั้น แต่ก็ยังต้องการการเติมเต็มของพระวิญญาณบริสุทธิ์อีกด้วย.
มธ.
25:1 3 หมายเลข 10 เป็นจำนวนส่วนใหญ่ของเลข 12 (ยนซ.42:3-4; 1พกษ.11:30-31; มธ.20:24). ดังนั้นหญิงพรหมจารีสิบคนจึงเป็นตัวแทนของผู้เชื่อส่วนใหญ่ พวกเขาได้ตายไปแล้วก่อนที่องค์พระผู้เป็นเจ้าจะเสด็จมา. ส่วนชายสองคนหรือหญิงสองคน ใน 24:40-41 จึงเป็นตัวแทนของผู้เชื่อที่เหลืออยู่และมีชีวิตอยู่จนถึงเวลาที่องค์พระผู้เป็นเจ้าจะเสด็จมา.
มธ.
25:1 ค ลก.12:35; มธ.5:15-16
มธ.
25:1 4ค ตะเกียงเล็งถึงวิญญาณของผู้เชื่อ (สภษ.20:27) ภายในได้เติมเต็มด้วยพระวิญญาณของพระเจ้าซึ่งเป็นน้ำมัน (รม.8:16). ผู้เชื่อได้ส่องความสว่างแห่งพระวิญญาณของพระเจ้าออกมาจากภายในวิญญาณของเขา. ดังนั้นเขาทั้งหลายจึงปรากฏดุจดวงสว่างของโลก เหมือนตะเกียงที่ส่องสว่างอยู่ในยุคแห่งความมืดนี้ (5:14-16; ฟป.2:15-16) เป็นพยานเพื่อองค์พระผู้เป็นเจ้าเพื่อให้พระเจ้าได้รับสง่าราศี.
มธ.
25:1 5 คำว่า “ออกไป” เล็งถึงผู้เชื่อได้ออกไปจากโลกเพื่อต้อนรับการเสด็จมาของพระคริสต์.
มธ.
25:1 ง เทียบ ฟป.3:20; ตต.2:13
มธ.
25:1 จ ยฮ.3:29; มธ.9:15
มธ.
25:1 6จ คำว่า “เจ้าบ่าว” เป็นเครื่องหมายเล็งถึงพระคริสต์ ผู้เป็นที่รักชอบของผู้คนและเป็นผู้ที่เต็มด้วยแรงดึงดูด (ยฮ.3:29; มธ.9:15).
มธ.
25:2 ก มธ.7:26
มธ.
25:2 1ก เป็นหญิงพรหมจารีที่โง่ห้าคน ไม่ได้แสดงว่าพวกเธอเป็นหญิงพรหมจารีปลอม. ในด้านธาตุแท้นั้น พวกเธอเหมือนกับหญิงพรหมจารีที่ฉลาดห้าคนนั้น.
มธ.
25:2 ข เทียบ อซด.26:3, 26-27, 37; 27:1, 18
มธ.
25:2 2ข เลขห้านั้นประกอบไปด้วยเลข 4 บวกกับ 1 เป็นเครื่องหมายเล็งถึงมนุษย์ (มีแบบเล็งโดยเลข 4) บวกด้วยพระเจ้า (มีแบบเล็งโดยเลข 1) เพื่อที่จะแบกรับสิ่งที่เป็นภาระหน้าที่. พวกที่โง่ห้าคนและพวกที่ฉลาดห้าคน ไม่ได้หมายถึงผู้เชื่อครึ่งหนึ่งที่เป็นพวกที่โง่และครึ่งหนึ่งเป็นพวกที่ฉลาด แต่ได้ชี้ให้เห็นว่าผู้เชื่อทั้งหมดจะต้องรับภาระหน้าที่ในการที่ถูกพระวิญญาณบริสุทธิ์เติมเต็ม.
มธ.
25:2 ค มธ.7:24; 24:45; ลก.16:8
มธ.
25:3 1 น้ำมัน เป็นเครื่องหมายเล็งถึงพระวิญญาณบริสุทธิ์ (ยซย.61:1; ฮร.1:9).
มธ.
25:4 ก รม.9:21, 23
มธ.
25:4 1ก มนุษย์เป็นภาชนะที่ถูกสร้างขึ้นเพื่อพระเจ้า (รม.9:21, 23-24) ตัวตนของมนุษย์อยู่ในจิตของเขา. ดังนั้นภาชนะในที่นี้เป็นเครื่องหมายเล็งถึงจิตของผู้เชื่อ. หญิงพรหมจารีที่ฉลาดห้าคนไม่เพียงแต่มีน้ำมันในตะเกียงของเขาเท่านั้น ยังได้เอาน้ำมันใส่ภาชนะอีกด้วย. ตะเกียงมีน้ำมันเป็นเครื่องหมายเล็งถึงว่า พวกเขามีพระวิญญาณของพระเจ้าอาศัยอยู่ในวิญญาณของเขา (รม.
8:9, 16) มีน้ำมันใส่ในภาชนะ เป็นเครื่องหมายถึงพวกเขามีพระวิญญาณของพระเจ้าเติมเต็มและซึมซาบในจิตของเขา.
มธ.
25:5 ก มธ.24:48
มธ.
25:5 ข เทียบ 1กธ.11:30
มธ.
25:5 1ข คำว่า “ง่วงเหงา” นี่เป็นเครื่องหมายเล็งถึงการป่วย (กจ.9:37; 1กธ.11:30).
มธ.
25:5 ค 1ธซ. 4:13-14, 16
มธ.
25:5 2ค คำว่า “หลับไป” เป็นเครื่องหมายเล็งถึงได้ตายไป (1ธซ.4:13-16; ยฮ.11:11-13). ในขณะที่องค์พระผู้เป็นเจ้าล่าช้ายังไม่เสด็จกลับมา ผู้เชื่อส่วนใหญ่ได้ป่วยแล้วก็ตายไป.
มธ.
25:6 1 คำว่า “เที่ยงคืน” เป็นเครื่องหมายเล็งถึงยามที่มืดที่สุดในยุคที่มืดมน (เวลากลางคืน) ก็คือเวลาของภัยพิบัติใหญ่ในยุคสุดปลายของยุคสมัยนี้.
มธ.
25:6 ก 1ธซ.4:16
มธ.
25:6 2ก คำว่า “เสียงร้อง” เป็นเครื่องหมายเล็งถึงเสียงของหัวหน้าทูตสวรรค์ (1ธซ.4:16).
มธ.
25:6 3 ในภาษากรีกต่างกับข้อ 1. ในข้อ 1 ชี้ถึงการต้อนรับอย่างโดดเดี่ยวและอย่างลับๆ แต่ในข้อนี้ชี้ถึงการต้อนรับอย่างเปิดเผยตามที่วางแผนเอาไว้และอย่างเป็นพิธีการ.
มธ.
25:7 ก 1กธ.15:52; 1ธซ.4:16
มธ.
25:7 1ก คำว่า “ลุกขึ้น” เป็นเครื่องหมายเล็งถึงการเป็นขึ้นมาจากความตาย (1ธซ.4:14) นี่ก็คือการเป็นขึ้นที่ได้พยากรณ์ไว้ใน 1ธซ.4:16; 1กธ.15:52.
มธ.
25:7 2 ตกแต่งตะเกียงของพวกเขา เป็นเครื่องหมายเล็งถึงการเป็นพยานของพวกเขาในการจัดการกับการดำเนินชีวิตของตนเอง. ซึ่งได้ชี้ให้เห็นว่า ถ้าหากการดำเนินชีวิตแห่งการเป็นพยานของเราเพื่อองค์พระผู้เป็นเจ้ายังไม่ครบสมบูรณ์ก่อนจากโลกนี้ไป จนกระทั่งหลังจากเป็นขึ้นมาแล้วก็ยังจะต้องถูกจัดการอีก.
มธ.
25:8 1 ถ้อยคำนี้ได้เปิดเผยเป็นนัยว่า ผู้เชื่อที่โง่แม้กระทั่งหลังจากที่เป็นขึ้นมาแล้วก็ยังต้องการพระวิญญาณบริสุทธิ์เติมเต็มอีก.
มธ.
25:8 2 วลีที่ว่า “จวนจะดับอยู่แล้ว” ก็พิสูจน์ว่าตะเกียงของหญิงพรหมจารีที่โง่นั้น ได้จุดไว้ในตะเกียงมีน้ำมันแต่ไม่มีการหล่อเลี้ยงที่เพียงพอ. พวกเขาได้เป็นตัวแทนของผู้เชื่อบางคนที่ได้บังเกิดใหม่โดยพระวิญญาณของพระเจ้า มีพระวิญญาณของพระเจ้าอาศัยอยู่ภายในเขา แต่ไม่ยอมให้พระวิญญาณของพระเจ้าเติมเต็ม เพื่อให้พระวิญญาณของพระเจ้าได้ซาบซ่านทั่วทั้งตัวของเขา.
มธ.
25:9 1 ไม่มีใครผู้ใดสามารถได้รับการเติมเต็มจากพระวิญญาณบริสุทธิ์แทนผู้อื่นได้.
มธ.
25:9 ก เทียบ ซคย.4:3, 12-14; วว.11:4
มธ.
25:9 2ก คนขายน้ำมัน จะต้องเป็นพยานบุคคลสองคนในช่วงเวลาแห่งภัยพิบัติใหญ่อย่างแน่นอนซึ่งก็คือต้นมะกอกเทศทั้งสอง และบุตรแห่งน้ำมันทั้งสองนั่นเอง (วว.11:3-4 และคำอธิบาย; ซคย.4:11-14 ในฉบับแปลของภาษาจีนคือคำว่า “ผู้ถูกเจิม” ตามภาษากรีกคือบุตรแห่งน้ำมัน).
มธ.
25:9 ข เทียบ วว.3:18
มธ.
25:9 3ข คำว่า “ซื้อ” ชี้ให้เห็นว่าต้องจ่ายราคา. การเติมเต็มด้วยพระวิญญาณบริสุทธิ์จะต้องจ่ายราคา ดังเช่นละทิ้งโลก, ขจัดตัวตน, รักองค์พระผู้เป็นเจ้าเหนือสิ่งสารพัด, มองเห็นสิ่งสารพัดเป็นที่ไร้ประโยชน์เพราะเห็นแก่พระคริสต์ เป็นต้น. ถ้าหากเราไม่จ่ายราคาในวันนี้ เมื่อถึงวันที่เป็นขึ้นมาแล้วก็ยังต้องจ่ายราคาอีก.
มธ.
25:10 ก 1ธซ.4:16
มธ.
25:10 1ก นี่เป็นการเสด็จมาในท้องฟ้าขององค์พระผู้เป็นเจ้า (1ธซ.4:16) ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของการเสด็จมา (parousia) ขององค์พระผู้เป็นเจ้า.
มธ.
25:10 2 พวกเธอจะต้องเป็นผู้ที่ถูกเชิญมาร่วมงานเลี้ยงสมรสแห่งพระเมษโปดกอย่างแน่นอน (วว.19:9 คำอธิบาย 2).
มธ.
25:10 ข มธ.24:44 เทียบ วว.19:7
มธ.
25:10 3ข เราก็ควรจะต้องเตรียมพร้อมให้ดี (24:44) ภายในภาชนะต้องมีน้ำมันอยู่ตลอดเวลา ยอมให้พระวิญญาณของพระเจ้าเติมเต็มทั่วทั้งตัวของเราอยู่ตลอดเวลา. เราต้องเฝ้าระวังและเตรียมพร้อมทุกๆ วัน เพื่อการเสด็จมาพารุสเซียขององค์พระผู้เป็นเจ้า.
มธ.
25:10 4 นี่เป็นช่วงเวลาแห่งการเสด็จมา (parousia) ในท้องฟ้าขององค์พระผู้เป็นเจ้า ผู้เชื่อที่เป็นขึ้นมาจะถูกองค์พระผู้เป็นเจ้ารับขึ้นไปอยู่ในท้องฟ้า(1ธซ.4:17).
มธ.
25:10 ค มธ.22:4; วว.19:9
มธ.
25:10 5ค นี่เป็นงานสมรสแห่งพระเมษโปดก (วว.19:9) งานสมรสจะถูกจัดขึ้นในท้องฟ้า (1ธซ.4:17) ในขณะที่องค์พระผู้เป็นเจ้าเสด็จมาใหม่ (parousia). ซึ่งเกิดขึ้นก่อนการปรากฏของอาณาจักรเพื่อประทานเป็นบำเหน็จให้แก่ผู้เชื่อที่เตรียมพร้อมอยู่แล้วคือเหล่าผู้เชื่อที่ถูกพระวิญญาณบริสุทธิ์เติมเต็มและตกแต่งไว้เรียบร้อยแล้วในขณะที่เขายังมีชีวิตอยู่ เพื่อให้เขารับสุของค์พระผู้เป็นเจ้าและองค์พระผู้เป็นเจ้าได้รับสุขพวกเขาเช่นกัน.
มธ.
25:10 6 นี่ไม่ใช่ประตูแห่งความรอด แต่เป็นประตูที่ใช้ในการเข้าสู่การรับสุขในงานสมรสขององค์พระผู้เป็นเจ้า.
มธ.
25:10 ง เทียบ ลก.13:25-27
มธ.
25:11 1 นี่เป็นผู้เชื่อที่เป็นขึ้น แต่เนื่องจากพวกเขายังเตรียมตัวไม่พร้อมจึงถูกรับไปล่าช้า.
มธ.
25:11 ก เทียบ มธ.7:21-23
มธ.
25:12 1 การไม่รู้จักในที่นี้ได้ชี้ให้เห็นถึงการไม่ยอมรับและไม่รับรอง ดังใน ลก.13:25. หญิงพรหมจารีที่โง่นั้นตะเกียงของเขาก็จุดอยู่ และได้ออกไปรับองค์พระผู้เป็นเจ้า, ได้ตายไป, และได้เป็นขึ้น อีกทั้งยังถูกรับขึ้นไปด้วยเช่นกัน แต่พวกเขาได้จ่ายราคาเพื่อรับการเติมเต็มจากพระวิญญาณบริสุทธิ์ช้าไป. ด้วยเหตุนี้องค์พระผู้เป็นเจ้าจึงไม่ยอมรับและไม่รับรองพวกเขา ไม่อนุญาตให้พวกเขามีส่วนในงานสมรสของพระองค์. เขาจึงได้สูญเสียบำเหน็จในยุคนี้ไป แต่ก็ไม่ได้สูญเสียความรอดที่นิรันดร์ไป.
มธ.
25:13 ก มธ.24:42; ลก.12:37; วว.16:15
มธ.
25:13 1ก ถ้อยคำนี้เหมือนกับใน 24:42 ชี้ให้เห็นว่าข้อ 1-13 เป็นการสำเร็จของถ้อยคำใน 24:40-44 เพื่อการถูกรับขึ้นไปและเฝ้าระวังอยู่. ใน 24:40-44 เปิดเผยแค่การถูกรับขึ้นไปของผู้เชื่อที่เตรียมพร้อมอยู่แล้วในขณะที่มีชีวิตอยู่ แต่ยังต้องการข้อ 1-13 ที่ได้เปิดเผยการถูกรับขึ้นไปของผู้เชื่อที่ตายแล้วเป็นขึ้นอีกด้วย.
มธ.
25:13 ข มธ.24:36
มธ.
25:14 ก ข้อ 14-30: เทียบ ลก.19:12-27
มธ.
25:14 1ก คำเปรียบเรื่องเงินตะลันต์ก็เหมือนกับคำเปรียบของหญิงพรหมจารีสิบคน และเกี่ยวกับอาณาจักรแห่งสวรรค์ทั้งหลายด้วย.
มธ.
25:14 2 คำว่า “คนหนึ่ง” นี่เป็นเครื่องหมายเล็งถึงพระคริสต์ที่จะไปยังต่างประเทศ ก็คือเสด็จขึ้นไปยังสวรรค์ทั้งหลายนั่นเอง.
มธ.
25:14 ข มธ.21:33; มก.13:34
มธ.
25:14 ค 1กธ.7:22-23; 2ปต.1:1; ยก.1:1; รม.1:1
มธ.
25:14 3ค คำว่า “ทาส” เป็นเครื่องหมายเล็งถึงด้านแห่งการปรนนิบัติของผู้เชื่อ (1กธ.7:22-23; 2ปต.1:1; ยก.1:1; รม.1:1). สถานภาพของผู้เชื่อที่มีต่อพระคริสต์มีอยู่สองด้านด้วยกันคือ ในด้านของชีวิตนั้น พวกเขาคือหญิงพรหมจารีและเป็นอยู่เพื่อพระองค์; และในด้านของการปรนนิบัติ, กับด้านการงานพวกเขาถูกพระองค์ซื้อมาเพื่อเป็นทาสมาปรนนิบัติพระองค์.
มธ.
25:14 ง อฟ.1:18
มธ.
25:14 4ง ทรัพย์สินของท่านเป็นเครื่องหมายเล็งถึงคริสตจักร (อฟ.1:18) พร้อมบรรดาผู้เชื่อทั้งหมด. พวกเขาเป็นครอบครัวของพระเจ้า (24:45).
มธ.
25:15 ก รม.12:6; 1กธ.12:4; 1ปต.4:10; 2ตธ.1:6
มธ.
25:15 1ก ตะลันต์คือหน่วยน้ำหนักที่หนักที่สุด. เงินหนึ่งตะลันต์มีค่าเท่ากับเงินโรมันหกพันเหรียญ. (ดู ยฮ.6:7 คำอธิบาย 1) น้ำมันในคำอุปมาของหญิงพรหมจารี เป็นเครื่องหมายเล็งถึงพระวิญญาณของพระเจ้า (ข้อ 3-4) เงินตะลันต์ในคำอุปมาข้อนี้เป็นเครื่องหมายเล็งถึงของประทานฝ่ายวิญญาณ (รม.12:6; 1กธ.12:4; 1ปต.4:10; 2ตธ.1:6). สำหรับชีวิตแล้วเราทั้งหลายต้องการน้ำมันคือพระวิญญาณของพระเจ้า ยิ่งกว่านั้นก็ยังต้องการการเติมเต็มของพระองค์ เพื่อให้เราสามารถดำเนินชีวิตของหญิงพรหมจารีเพื่อเป็นพยานขององค์พระผู้เป็นเจ้า; สำหรับการปรนนิบัติและการงานแล้ว เราต้องการเงินตะลันต์, ของประทานฝ่ายวิญญาณ เพื่อให้เราสามารถตกแต่งตัวเป็นทาสที่ดี มาสำเร็จในสิ่งซึ่งองค์พระผู้เป็นเจ้าต้องการจะสำเร็จ. การเติมเต็มของพระวิญญาณนั้นในชีวิต นี่ก็เพื่อให้เราใช้ของประทานฝ่ายวิญญาณในการปรนนิบัติ (การงาน) และของประทานฝ่ายวิญญาณในการปรนนิบัติรวมกับการเติมเต็มของพระวิญญาณนั้นในชีวิตจะทำให้เรากลายเป็นอวัยวะที่ครบถ้วนสวยงามของพระคริสต์.
มธ.
25:15 2 ความสามารถของตนเองนั้น เป็นเครื่องหมายเล็งถึงความสามารถตามธรรมชาติของเราซึ่งก่อรูปขึ้นมาจากการเนรมิตสร้างของพระเจ้าและการฝึกหัดเรียนรู้ของเรานั่นเอง.
มธ.
25:16 1 ทำการค้าขายด้วยเงินตะลันต์เหล่านี้ ก็เป็นเครื่องหมายเล็งถึงการใช้ของประทานที่องค์พระผู้เป็นเจ้าให้แก่เรา.
มธ.
25:16 2 ได้กำไรอีกห้าตะลันต์ เป็นเครื่องหมายเล็งถึง เราได้ใช้ของประทานที่รับมาจากองค์พระผู้เป็นเจ้าโดยสมบูรณ์ โดยที่ปราศจากการสูญเสียหรือสิ้นเปลือง.
มธ.
25:18 1 ส่วนที่เน้นในคำอุปมานี้อยู่ที่คนที่ได้รับตะลันต์เดียว ซึ่งก็คือคนที่ได้รับของประทานเล็กน้อยที่สุด. ผู้ที่ได้รับของประทานที่เล็กน้อยที่สุดก็ง่ายที่จะใช้ของประทานของตัวเองไปในทางที่ผิดและละเลยของประทานเสีย.
มธ.
25:18 2 คำว่า “แผ่นดิน” เป็นเครื่องหมายเล็งถึงโลก ดังนั้น การขุดหลุมลงในแผ่นดินจึงมีเครื่องหมายเล็งถึงการเจาะทะลวงเข้าไปในโลกด้วย. สิ่งใดที่เข้าสนิทกับโลกก็ได้พัวพันกันกับโลก แม้กระทั่งการพูดคุยสนทนาที่เกี่ยวกับทางโลก ก็เป็นการฝังของประทานที่องค์พระผู้เป็นเจ้าได้ทรงประทานให้แก่เราได้ทั้งนั้น.
มธ.
25:18 3 ฝังซ่อนเงินของนายไว้ เป็นเครื่องหมายเล็งถึงการไม่ยอมใช้ของประทานขององค์พระผู้เป็นเจ้าให้เป็นประโยชน์ ปล่อยให้สูญเสียไปโดยใช้ข้ออ้างฝ่ายโลกมาเป็นเครื่องปกปิด. ข้ออ้างใดๆ ก็ตามที่ไม่ใช้ของประทานขององค์พระผู้เป็นเจ้าก็ล้วนเป็นการนำเอาของประทานไปฝังซ่อนไว้. สิ่งนี้จึงมักเป็นอันตรายที่เกิดขึ้นกับผู้ที่ได้รับตะลันต์เดียวอยู่เสมอ คือคนเหล่านั้นที่คิดว่าตนเองมีของประทานที่เล็กน้อยที่สุด.
มธ.
25:19 1 คำว่า “ช้านาน” เป็นเครื่องหมายเล็งถึงยุคของคริสตจักรทั้งหมด.
มธ.
25:19 2 ทาสที่ชั่วช้านำเงินไปฝังไว้ในดิน คิดว่าจะมีความสงบไม่มีอะไรเกิดขึ้น หารู้ไม่ว่านายของเขาจะกลับมาคิดบัญชีกับเขา.
มธ.
25:19 3 คำว่า “มา” เป็นเครื่องหมายเล็งถึงองค์พระผู้เป็นเจ้าจะเสด็จมาในท้องฟ้า (1ธซ.4:16) ในการเสด็จมา (parousia) ของพระองค์.
มธ.
25:19 ก มธ.18:23; 2กธ.5:10; รม.14:10; 1กธ.4:5; มธ.16:27
มธ.
25:19 4ก วลีที่ว่า “คิดบัญชี” เป็นเครื่องหมายเล็งถึงองค์พระผู้เป็นเจ้าจะทำการพิพากษาที่หน้าบัลลังก์แห่งการพิพากษา (2กธ.5:10; รม.14:10) ในท้องฟ้า (คือใน parousia ของพระองค์ ) ณ
ที่นั่น การดำเนินชีวิต, การประพฤติ, และการงานของผู้เชื่อจะต้องถูกพิพากษาทั้งสิ้น ไม่ว่าจะได้รับบำเหน็จหรือว่าจะถูกลงโทษ (1กธ.4:5; มธ.
16:27; วว.22:12; 1กธ.3:13-15) ดู ฮร.10:35 คำอธิบาย 1.
มธ.
25:20 1 นี่เป็นการมาถึงต่อหน้าบัลลังก์แห่งการพิพากษาของพระคริสต์.
มธ.
25:20 2 ได้กำไรมาอีกห้าตะลันต์ นี่เป็นผลลัพธ์ของการใช้ของประทานห้าตะลันต์อย่างเต็มที่.
มธ.
25:21 ก มธ.25:23; 24:45
มธ.
25:21 1 วลีที่ว่า “ของเล็กน้อย” นี่เป็นเครื่องหมายเล็งถึงการงานขององค์พระผู้เป็นเจ้าในยุคสมัยนี้.
มธ.
25:21 ข มธ.24:47; ลก.12:44
มธ.
25:21 2 คำว่า “ดูแล” เป็นเครื่องหมายเล็งถึงอำนาจของการดูแลในอาณาจักรที่จะมาถึง.
มธ.
25:21 3 คำว่า “ของมาก” เป็นเครื่องหมายเล็งถึงภาระความรับผิดชอบในอาณาจักรที่จะมาถึง.
มธ.
25:21 ค ฮร.12:2
มธ.
25:21 4ค แปลตามตรงคือ เข้าสู่ในความยินดีของนายเถิด ข้อ 23 ก็เหมือนกัน.
มธ.
25:21 5 ความยินดีของนาย เป็นเครื่องหมายเล็งถึงการรับสุขต่อองค์พระผู้เป็นเจ้าในอาณาจักรที่จะมาถึง. ซึ่งไม่ใช่ตำแหน่งทางภายนอกแต่เป็นความอิ่มหนำทางภายใน. การมีส่วนในความยินดีขององค์พระผู้เป็นเจ้านั้น เป็นบำเหน็จที่ใหญ่ที่สุดซึ่งดีกว่าสง่าราศีและตำแหน่งในอาณาจักรอีก.
มธ.
25:23 1 กรณีนี้ก็เหมือนกับการรับรองขององค์พระผู้เป็นเจ้าที่มีต่อผู้ที่ได้รับห้าตะลันต์.
มธ.
25:23 2 กรณีนี้ก็เหมือนกับการยอมรับขององค์พระผู้เป็นเจ้าที่มีต่อผู้ที่ได้รับห้าตะลันต์. ถึงแม้ว่าของประทานของคนที่ได้รับสองตะลันต์จะเล็กน้อยกว่าคนที่ได้รับห้าตะลันต์ แต่การยอมรับและบำเหน็จที่องค์พระผู้เป็นเจ้าจะให้แก่ทั้งสองคนนั้นก็เหมือนกัน. นี่แสดงให้เห็นว่าการยอมรับและบำเหน็จขององค์พระผู้เป็นเจ้านั้น ไม่เกี่ยวกับขนาดใหญ่เล็กและปริมาณแห่งการงานของเราแต่ได้เกี่ยวกับความสัตย์ซื่อของเราในการใช้ของประทานของพระองค์อย่างสิ้นเชิง. ถ้าหากคนที่ได้รับตะลันต์เดียวนั้นมีความสัตย์ซื่อเช่นเดียวกัน ก็จะได้รับการยอมรับและบำเหน็จอย่างเดียวกันด้วย.
มธ.
25:24 1 คนที่ได้รับตะลันต์เดียว แล้วไม่ทำผลกำไรเพื่อองค์พระผู้เป็นเจ้าก็ต้องมาถึงหน้าบัลลังก์แห่งการพิพากษาของพระคริสต์ในท้องฟ้าเช่นกัน. ข้อนี้ได้พิสูจน์แล้วว่า เขาไม่เพียงแต่ได้รับความรอดเท่านั้น แต่ยังถูกรับขึ้นไปในท้องฟ้าอีกด้วย. ผู้ที่ไม่ได้รับความรอด จะไม่มีสักคนเดียวที่สามารถถูกรับขึ้นไปในท้องฟ้าและมาถึงหน้าบัลลังก์แห่งการพิพากษาของพระคริสต์ได้เลย.
มธ.
25:24 2 ตามภาษากรีก ชี้ถึงความรู้แห่งทัศนะภายนอก ไม่ใช่ความเข้าใจแห่งทัศนะภายใน.
มธ.
25:24 3 ผิวเผินแล้วในความเข้มงวดขององค์พระผู้เป็นเจ้านั้น พระองค์ทรงใจแข็งและทรงเรียกร้องเราให้ทำงานเพื่อพระองค์ โดยใช้ของประทานของพระองค์อย่างเต็มความสามารถ และยังต้องการให้เรามีความเด็ดขาดในการงานของพระองค์.
มธ.
25:24 4 ถ้าดูอย่างผิวเผินแล้ว การงานขององค์พระผู้เป็นเจ้ามักจะเริ่มต้นจากไม่มีอะไรเลย ดูเหมือน พระองค์จะทรงเรียกร้องให้เราทำงานเพื่อพระองค์ภายใต้สภาพที่ไม่มีอะไรเลย ข้อความ “เกี่ยวผลในที่ซึ่งท่านมิได้หว่าน เก็บส่ำสมในที่ซึ่งท่านมิได้ฝัด.” นี่ไม่ควรใช้เป็นข้ออ้างสำหรับคนที่ได้รับตะลันต์เดียวนำมาอ้างเพื่อจะละเลยการใช้ของประทานของเขาเสีย แต่นี่ควรจะบีบบังคับให้เขาใช้ความเชื่อนำเอาของประทานของเขามาใช้ให้ถึงจุดสูงสุด.
มธ.
25:25 1 การกลัวนั้นเป็นด้านลบ. เราควรจะต้องมุ่งหน้าด้วยความบากบั่น ในการใช้ของประทานขององค์พระผู้เป็นเจ้าในด้านบวก.
มธ.
25:25 2 นี่ช่างเป็นผู้ที่เฉื่อยชาเสียเหลือเกิน. เราต้องเป็นผู้ที่กระตือรือร้นเพื่อการงานขององค์พระผู้เป็นเจ้า.
มธ.
25:25 3 การเก็บรักษาของประทานขององค์พระผู้เป็นเจ้าไม่ให้สูญเสียไปเท่านั้นยังไม่พอ เรายังต้องทำกำไรโดยใช้ของประทานขององค์พระผู้เป็นเจ้า.
มธ.
25:26 ก มธ.18:32
มธ.
25:26 ข สภษ.20:4; รม.12:11
มธ.
25:26 1 นี่เป็นเครื่องหมายเล็งถึงการใช้ของประทานขององค์พระผู้เป็นเจ้าช่วยผู้คน อีกทั้งยังนำเอาความอุดมสมบูรณ์ของพระองค์ไปทำการหล่อเลี้ยงพวกเขา.
มธ.
25:27 1 นี่เป็นเครื่องหมายเล็งถึงการใช้ของประทานขององค์พระผู้เป็นเจ้าช่วยผู้คน อีกทั้งยังนำเอาความอุดมสมบูรณ์ของพระองค์ไปทำการหล่อเลี้ยงพวกเขา.
มธ.
25:27 2 คำว่า “ดอกเบี้ย” เป็นเครื่องหมายเล็งถึงผลลัพธ์ที่เป็นประโยชน์ ซึ่งเราได้รับเนื่องจากการงานขององค์พระผู้เป็นเจ้า ด้วยการใช้ของประทานขององค์พระผู้เป็นเจ้านั่นเอง.
มธ.
25:28 1 กรณีนี้เป็นเครื่องหมายเล็งถึงในอาณาจักรที่จะมาถึงนั้น ของประทานขององค์พระผู้เป็นเจ้าจะต้องเอาไปจากผู้เชื่อที่เกียจคร้าน.
มธ.
25:28 2 กรณีนี้เป็นเครื่องหมายเล็งถึงของประทานของผู้เชื่อที่สัตย์ซื่อจะได้เพิ่มมากขึ้น.
มธ.
25:29 ก มธ.13:12; มก.4:25; ลก.8:18
มธ.
25:29 1ก ด้วยว่าเหล่าผู้ที่ทำผลกำไรได้ในยุคคริสตจักร ก็จะได้ของประทานเพิ่มเติมมากขึ้นในยุคอาณาจักรที่จะมาถึง แต่สำหรับผู้ที่ไม่มีผลกำไรในยุคคริสตจักร แม้ว่าของประทานซึ่งเขามีอยู่ทั้งหมดก็จะต้องเอาไปเสียจากเขาในยุคของอาณาจักรที่จะมาถึงด้วย.
มธ.
25:30 ก มธ.8:12; 22:13
มธ.
25:30 1ก ดู 22:13 คำอธิบาย 2.
มธ.
25:30 2 ดู 8:12 คำอธิบาย 2; 22:13 คำอธิบาย 2.
มธ.
25:30 3 ประโยคนี้เหมือนกับ 24:51 แสดงให้เห็นว่า ข้อ 14-30 นั้นเป็นการสำเร็จของ 24:45-51 ซึ่งล้วนกล่าวถึงการทำงานเพื่อองค์พระผู้เป็นเจ้าด้วยความสัตย์ซื่อ. ใน 24:45-51 นั้น เรื่องของการสำเร็จการมอบหมายขององค์พระผู้เป็นเจ้าจึงได้จัดการกับความไม่สัตย์ซื่อของทาสแล้ว แต่ก็ยังต้องการข้อ 14-30 ซึ่งกล่าวถึงเรื่องของการใช้เงินตะลันต์ขององค์พระผู้เป็นเจ้า เพื่อจัดการความไม่สัตย์ซื่อของทาสอีกด้วย.
มธ.
25:30 ข มธ.24:51
มธ.
25:30 4ข ดู 8:12 คำอธิบาย 3.
มธ.
25:31 1 คำว่า “แต่” แสดงให้เห็นว่าสิ่งที่ได้กล่าวใน 31-46 เป็นอีกตอนหนึ่ง ซึ่งเป็นตอนที่เกี่ยวกับบรรดาชาวต่างชาติ.
มธ.
25:31 ก มธ.8:20
มธ.
25:31 2ก บุตรมนุษย์เป็นนามของพระคริสต์ ซึ่งมีไว้เพื่ออาณาจักรของพระองค์ คือเพื่ออาณาจักรของพระมาซีฮา (13:41).
คำพิพากษาของพระองค์ในที่นี้เป็นการตระเตรียมเพื่ออาณาจักรนี้.
มธ.
25:31 ข มธ.16:27; ซคย.14:5; ยด.14
มธ.
25:31 3ข นี่คือการเสด็จมาขององค์พระผู้เป็นเจ้าในด้านที่เปิดเผย (ดู 24:27 คำอธิบาย 2 และ ข้อ37 คำอธิบาย 1) เป็นการต่อเนื่องของการเสด็จมาขององค์พระผู้เป็นเจ้าที่ได้กล่าวใน 24:30.
มธ.
25:31 4 สง่าราศีของพระองค์ครอบคลุมไปถึงสง่าราศีแห่งสภาพพระเจ้าของพระองค์ (ยฮ.17:22, 24). สง่าราศีแห่งสภาพมนุษย์ (บพส.45:3) สง่าราศีแห่งการเป็นขึ้น (ยฮ.7:39; กจ.3:13-15) และสง่าราศีแห่งการเสด็จสู่สวรรค์ด้วย (ฮร.2:9).
มธ.
25:31 5 นี่เป็นพระที่นั่งของดาวิด (ลก.1:32-33) ซึ่งจะตั้งที่กรุงเยรูซาเล็ม (19:28; ยรม.3:17).
มธ.
25:32 ก ยอล.3:12
มธ.
25:32 1ก บรรดาประชาชาติต่างๆ คือชาวต่างประเทศที่เหลืออยู่หลังจากการเสด็จกลับมายังแผ่นดินโลกของพระคริสต์ นั่นคือหลังจากที่พระองค์ได้ทรงทำลายชาวต่างประเทศที่ได้ติดตามผู้ต่อต้านพระคริสต์ที่อะระมะเฆโดนนั่นเอง (วว.16:14, 16; 19:11-15, 19-21). บรรดาประชาชาติที่ยังหลงเหลืออยู่นั้นจะถูกรวบรวมและถูกพิพากษาต่อหน้าพระที่นั่งแห่งสง่าราศีของพระคริสต์ นี่เป็นการพิพากษาของพระคริสต์ต่อคนที่มีชีวิตอยู่ก่อนอาณาจักรพันปีนั่นเอง (กจ.10:42; 2ตธ.4:1). กรณีนี้แตกต่างไปจากการพิพากษาของพระองค์ที่หน้าพระที่นั่งใหญ่สีขาวต่อบรรดาคนตายหลังอาณาจักรพันปี (วว.20:11-15) และจะถูกปฏิบัติการบนแผ่นดินโลกหลังจากการพิพากษาของพระองค์ที่มีต่อบรรดาผู้เชื่อ ณ พระที่นั่งของพระองค์ในท้องฟ้า (ข้อ 19-30).
มธ.
25:32 ข กจ.10:42; 2ตธ.4:1
มธ.
25:32 ค บพส.100:1-3
มธ.
25:32 2ค องค์พระผู้เป็นเจ้าไม่เพียงแต่เป็นผู้เลี้ยงของผู้เชื่อ (ยฮ.10:11; ฮร.13:20), และผู้เลี้ยงของชาวยูดาย (บพส.80:1; ยรม.31:10) แต่ยังเป็นผู้เลี้ยงของชาวต่างประเทศอีกด้วย (บพส.100:1-3).
มธ.
25:33 ก มธ.26:64
มธ.
25:33 1ก นี่ได้ชี้ถึงสถานที่ที่มีเกียรติ (1พกษ.2:18; บพส.45:9).
มธ.
25:34 ก ลก.19:38; วว.17:14; 19:16
มธ.
25:34 ข บพส.37:22
มธ.
25:34 1 ภายหลังจากการพิพากษาตรงหน้าพระที่นั่งแห่งสง่าราศีของพระคริสต์แล้ว “แกะ” ก็จะถูกย้ายเข้าสู่อาณาจักรพันปี และอยู่ภายใต้การปกครองแห่งกษัตริย์ของพระคริสต์และของผู้เชื่อที่มีชัยชนะ (วว.2:26-27; 12:5; 20:4-6) และเป็นพลไพร่ซึ่งอยู่ใต้การปฏิบัติแห่งปุโรหิตของชาวยูดายที่ได้รับความรอด (ซคย.8:20-23). ในหนทางนี้ “แกะ” จะได้รับอาณาจักร (ที่จะมาถึง). อาณาจักรพันปีแบ่งเป็นสามส่วนด้วยกันคือ(1) ส่วนที่อยู่บนแผ่นดินโลก ซึ่งเป็นแผ่นดินที่มีพระพรแห่งการเนรมิตสร้างของพระเจ้าได้มาถึง ดังที่กล่าวไว้ใน ยนซ.1:28-30; (2) ส่วนของประเทศอิสราเอลในแผ่นดินคะนาอัน ตั้งแต่แม่น้ำไนล์จนถึงแม่น้ำยูเฟรติส ซึ่งชนชาติยูดายผู้ได้รับความรอดจะปกครองทั่วทั้งแผ่นดินที่นั่น (ยซย.60:10-12; ซคย.14:16-18); และ (3) ส่วนของฝ่ายสวรรค์และฝ่ายวิญญาณ (1กธ.15:50-52)ซึ่งเป็นการปรากฏออกของอาณาจักรแห่งสวรรค์ทั้งหลาย วิสุทธิชนที่มีชัยชนะก็จะได้รับสุขในบำเหน็จแห่งอาณาจักร (5:20; 7:21). อาณาจักรที่พวก “แกะ” ได้รับนั้น ก็คือส่วนที่หนึ่งนั่นเอง.
มธ.
25:34 ค มธ.13:35
มธ.
25:34 2ค พระพรของอาณาจักรพันปีในส่วนที่หนึ่งก็คือพระพรแห่งการเนรมิตสร้างของพระเจ้า ซึ่งได้ตระเตรียมไว้สำหรับพวก “แกะ” ตั้งแต่แรกสร้างโลก พระพรในส่วนที่สามคือพระพรฝ่ายสวรรค์และพระพรแห่งอาณาจักรฝ่ายวิญญาณ
ซึ่งได้มีการตระเตรียมไว้สำหรับผู้เชื่อก่อนทรงสร้างโลก (อฟ.1:3-4).
มธ.
25:35 1 ความทุกข์ลำบากทั้งหมดในข้อ 35-39 จะมาถึงผู้เชื่อที่เหลืออยู่เพื่อรับการทดสอบ (วว.3:10 คำอธิบาย 2) ในระหว่างช่วงเวลาภัยพิบัติใหญ่ (24:21).
มธ.
25:35 ก มธ.10:42
มธ.
25:40 1 เหตุการณ์นี้จะเกิดขึ้นในระหว่างภัยพิบัติใหญ่ ในเวลานั้นผู้เชื่อจะต้องประสบกับการข่มเหงของผู้ต่อต้านพระคริสต์ (วว.13:6-7; 20:4).
มธ.
25:40 ก มธ.10:42
มธ.
25:40 ข มธ.28:10; ยฮ.20:17; รม.8:29; ฮร.2:11-12, 17
มธ.
25:40 2ข บึงไฟไม่ใช่เตรียมไว้สำหรับมนุษย์ แต่ได้เตรียมไว้สำหรับมารและพวกทูตของมัน. แต่อย่างไรก็ตามถ้าหากมีมนุษย์คนใดติดตามมารและต่อต้านองค์พระผู้เป็นเจ้า เขาก็จะต้องร่วมรับความทุกข์แห่งบึงไฟด้วยกันกับมารพร้อมทั้งเหล่าทูตสวรรค์ที่ตกต่ำด้วย.
มธ.
25:40 3 คำว่า “นี้” จะต้องชี้ถึงผู้เชื่อที่มีชัยชนะต่อการข่มเหงของผู้ต่อต้านพระคริสต์ (วว.15:2 และ คำอธิบาย 2). พวกเขาจะร่วมพิพากษาด้วยกันกับพระคริสต์.
มธ.
25:40 ค มธ.10:40
มธ.
25:40 4ค พระคริสต์ทรงเป็นหนึ่งกับบรรดาผู้เชื่อ ผู้ที่เป็นอวัยวะของพระองค์ เหมือนกับที่ได้ชี้แจงไว้ใน กจ.9:4.
มธ.
25:41 ก วว.20:10, 15; 19:20; 14:10; มธ.18:8; มก.9:48
มธ.
25:41 1ก หมายถึงไฟในบึงไฟ (วว.20:14-15).พวก “ฝูงแพะ” จะต้องถูกทิ้งลงในบึงไฟและพินาศเสียจะเกิดขึ้นภายหลังที่ผู้ต่อต้าน
พระคริสต์และผู้เผยพระวจนะเท็จถูกทิ้งลงในบึงไฟ (วว.19:20) แต่ก็เกิดขึ้นก่อนที่มารและคนบาปที่ได้เป็นขึ้นมาจะถูกทิ้งลงในบึงไฟ (วว.20:10, 15). นี่เป็นการสำเร็จพระคำใน วว.14:10 นั่นเอง.
มธ.
25:41 2 บึงไฟไม่ใช่เตรียมไว้สำหรับมนุษย์ แต่ได้เตรียมไว้สำหรับมารและพวกทูตของมัน. แต่อย่างไรก็ตามถ้าหากมีมนุษย์คนใดติดตามมารและต่อต้านองค์พระผู้เป็นเจ้า เขาก็จะต้องร่วมรับความทุกข์แห่งบึงไฟด้วยกันกับมารพร้อมทั้งเหล่าทูตสวรรค์ที่ตกต่ำด้วย.
มธ.
25:41 ข วว.12:7; 2ปต.2:4; ยด.6
มธ.
25:45 1 สิ่งนี้ก็เกิดอยู่ภายใต้การขู่เข็ญทำร้ายของผู้ต่อต้านพระคริสต์ด้วยเช่นกัน.
มธ.
25:45 ก กจ.9:4-5; ลก.10:16
มธ.
25:46 1 นี่เป็นความพินาศในบึงไฟ (ข้อ 41).
มธ.
25:46 2 เพื่อระลึกถึงผู้เชื่อที่ยังเหลืออยู่บนแผ่นดินโลกในระหว่างการขู่เข็ญทำร้ายของผู้ต่อต้านพระคริสต์, จะมีกิตติคุณที่นิรันดร์ประกาศแก่บรรดาชนชาติต่างๆ (วว.14:6-7 และคำอธิบาย) เหมือนกับคำชี้แจงที่ใช้คำอุปมาของอวนใน 13: 47-50. หลังจากนั้นองค์พระผู้เป็นเจ้าจะมาพิพากษาชนนานาประเทศ ซึ่งไม่ได้ปฏิบัติตามกฎบัญญัติของโมเซหรือตามกิตติคุณของพระคริสต์ แต่ตามกิตติคุณที่นิรันดร์. นี่ก็คือเรื่องของแผนการบริหารของพระเจ้า. ผู้ที่เชื่อฟังกิตติคุณนี้และทำการดีต่อผู้เชื่อที่ทนทุกข์อยู่ก็จะได้รับพระพร, จะถูกนับว่าเป็นผู้ชอบธรรม, และจะได้รับอาณาจักรนั้น (ข้อ 34) แต่พวกที่ไม่เชื่อฟังก็จะต้องถูกสาปแช่ง (ข้อ 41) และจะต้องพินาศชั่วนิรันดร์.
มธ.
25:46 ก เทียบ ยฮ.3:15-16; มธ.19:29
มธ.
25:46 3ก กิตติคุณแห่งพระคุณ (กจ.20:24) ได้นำเอาชีวิตนิรันดร์เข้าสู่ภายในผู้เชื่อ (ยฮ.3:15-16) เพื่อเขาสามารถมีชีวิตเป็นอยู่โดยชีวิตของพระเจ้า, ในขณะที่กิตติคุณที่นิรันดร์จะนำเอา “แกะ” เข้าสู่ในชีวิตนิรันดร์ เพื่อให้เขาสามารถมีชีวิตเป็นอยู่ในขอบเขตแห่งชีวิตของพระเจ้า.