การงานบรรณกิจของห้องสมุดกิตติคุณแห่งประเทศไทย
หากท่านต้องการมีส่วนในการงานบรรณกิจของห้องสมุดกิตติคุณแห่งประเทศไทย
ท่านสามารถมอบถวายทรัพย์โดยโอนเงินเข้าบัญชีของห้องสมุด:
ธนาคารกสิกรไทย สาขาพาราไดซ์ พาร์ค
ชื่อบัญชี: นายปิยะ ตั้งเสรีมั่นคง และ
นางสุมิตรา อดุลประวิตรชัย และ
นางสาวทานาธิบดี ชูมณี
เลขที่บัญชี: 218-3-99941-1

รบกวนส่งสลิปการโอนมาที่ Line ID: @gospelbookroom

มัดธาย บทที่ 24

5. คำพยากรณ์ของอาณาจักร
24:1—25:46
(1) เกี่ยวกับชนชาติอิสราเอล
24:1-31
ก. ตั้งแต่พระคริสต์เสด็จสู่สวรรคจนถึงสิ้นสุดยุคสมัยนี้
ข้อ 1-14
มธ. 24:1 กฝ่ายพระเยซู1เสด็จออกจาก2พระวิหารแล้ว ขณะเสด็จจากไปสาวกของพระองค์ก็มาชี้2อาคารทั้งหลายของพระวิหารให้พระองค์ทอดพระเนตร.
มธ. 24:2 แต่พระองค์ตรัสแก่เขาว่า “สิ่งสารพัดเหล่านี้พวกท่านเห็นแล้วมิใช่หรือ? เราบอกแก่ท่านตามจริงว่ากจะไม่มีศิลาสักก้อนหนึ่งที่เหลือวางทับกันแต่จะถูก1ทำลายลงหมด.”
มธ. 24:3 กเมื่อพระองค์ประทับอยู่บน1ขภูเขามะกอกเทศ พวกสาวกมาเฝ้าพระองค์เป็นการส่วนตัวทูลว่า “โปรดบอกข้าพเจ้าทั้งหลายเถิดว่า2เหตุการณ์เหล่านี้จะบังเกิดขึ้นเมื่อไร? จะมีอะไรเป็นคเครื่องหมายในการ3งเสด็จมาของพระองค์และช่วงจสำเร็จสุดยอดของยุคนี้?”
มธ. 24:4 พระเยซู1ตรัสตอบเขาว่า “2ระวังให้ดี อย่าให้ผู้ใดกชักจูงท่านให้หลง.
มธ. 24:5 ด้วยจะมีหลายคนมาโดยอ้างนามของเราว่า ข้าพเจ้าเป็นพระคริสต์นั้น และจะชักจูงคนเป็นอันมากให้หลงไป.
มธ. 24:6 ท่านทั้งหลายจะได้ยินถึง1สงคราม และข่าวเล่าลือถึงสงคราม. จงระวังเถิด อย่าวิตกเลยบรรดาสิ่งเหล่านี้จำต้องบังเกิดขึ้น แต่ยังไม่ถึง2กช่วงสุดปลาย.
มธ. 24:7 เพราะ1ประชาชาติจะลุกขึ้นกต่อสู้กับประชาชาติ และ1อาณาจักรจะลุกขึ้นต่อสู้กับอาณาจักร ทั้งจะเกิด2ขกันดารอาหารและ3แผ่นดินไหวในที่ต่างๆ.
มธ. 24:8 เหตุการณ์ทั้งปวงนี้เป็นจุดเริ่มต้นของ1ความเจ็บปวดแห่งการคลอดบุตร.
มธ. 24:9 ในเวลานั้นเขาจะมอบ1ท่านทั้งหลายไว้2ให้กทนทุกข์ลำบากและขฆ่าท่านเสียและประชาชาติต่างๆ จะคเกลียดชังพวกท่านเพราะนามของเรา.
มธ. 24:10 คราวนั้นคนเป็นอันมากจะสะดุดไป และจะปรักปรำซึ่งกันและกัน ทั้งจะเกลียดชังซึ่งกันและกันด้วย.
มธ. 24:11 จะเกิดมีกผู้เผยพระวจนะเทียมเท็จหลายคนเที่ยวชักจูงคนเป็นอันมากให้หลงไป.
มธ. 24:12 เพราะการล่วงกฎบัญญัติทวีขึ้นกความรักของคนเป็นอันมากจะค่อยๆ เยือกเย็นลง.
มธ. 24:13 แต่ถ้าหากผู้ใดกทนได้จนถึงที่สุด ผู้นั้นจะ1รอด.
มธ. 24:14 1กกิตติคุณแห่งอาณาจักรนี้จะประกาศไปทั่วทุกแห่งที่มีผู้คนอาศัยอยู่ ให้2เป็นพยานแก่บรรดาประชาชาติ แล้ว3ขช่วงสุดปลายจะมาถึง.
ข. ในช่วงสำเร็จสุดยอดของยุคนี้
ข้อ 15-31
(ก) การเกิดภัยพิบัติครั้งใหญ่
ข้อ15-26
มธ. 24:15 เหตุฉะนี้1กเมื่อท่านทั้งหลายเห็น2ขสิ่งที่น่าสะอิดสะเอียน3คซึ่งมาทำลายตามที่งดานิเอลผู้เผยพระวจนะได้กล่าวถึงนั้น ตั้งอยู่ใน4ที่บริสุทธิ์ (ให้ผู้อ่านจเข้าใจเอาเถิด)
มธ. 24:16 เวลานั้นให้ผู้ที่อยู่ในมณฑลยูดายหนีไปยังภูเขา
มธ. 24:17 ผู้ที่อยู่บนกดาดฟ้าหลังคาบ้าน อย่าให้ลงมาเอาข้าวของออกจากบ้านของตน
มธ. 24:18 ผู้ที่อยู่ตามทุ่งนา อย่าให้กลับไปเอาเสื้อผ้าของตน
มธ. 24:19 แต่วิบัติแก่1หญิงที่มีครรภ์และหญิงที่ให้นมลูกอ่อนในวันเหล่านั้น.
มธ. 24:20 ท่านทั้งหลายจงอธิษฐานขอ เพื่อเวลาที่ท่านต้องหนีนั้นจะไม่ตกใน1ฤดูหนาวหรือใน2วันซะบาโต
มธ. 24:21 ในเวลานั้นจะมี1กภัยพิบัติใหญ่อย่างที่ไม่เคยเกิดขึ้นตั้งแต่เริ่มแรกของโลกมาจนถึงบัดนี้ และในเบื้องหน้าจะไม่เกิดขึ้นอีกเลย.
มธ. 24:22 ถ้ามิได้ให้วันเหล่านั้น1ย่นสั้นเข้า จะไม่มี[มนุษย์ฝ่าย]เนื้อหนังรอดเลย แต่เพราะทรงเห็นแก่2กผู้ถูกเลือกสรร วันเหล่านั้นจึงย่นสั้นเข้า.
มธ. 24:23 ในเวลานั้นถ้าผู้ใดจะบอกพวกท่านว่า ‘ดูเถิด1กพระคริสต์นั้นอยู่ที่นี่! หรือ พระคริสต์นั้นอยู่ที่โน่น!’ พวกท่านอย่าได้เชื่อเลย.
มธ. 24:24 ด้วยว่าจะมี1กพระคริสต์เทียมเท็จและ2ขผู้เผยพระวจนะเทียมเท็จหลายคนเกิดขึ้น จะ3สำแดงคเครื่องหมายและการอัศจรรย์อันยิ่งใหญ่ ถ้าเป็นได้ถึงแม้งผู้ที่ถูกเลือกสรรแล้วก็จะถูกชักจูงให้หลงไปด้วย.
มธ. 24:25 ดูเถิด เราได้บอกท่านทั้งหลายไว้ก่อนแล้ว.
มธ. 24:26 เหตุฉะนั้นกถ้าเขาจะบอกท่านทั้งหลายว่า ‘ดูเถิด พระคริสต์อยู่1ในป่า’ ท่านทั้งหลายอย่าได้ออกไป [หรือจะว่า] ‘ดูเถิด พระคริสต์อยู่2ในห้อง พวกท่านอย่าได้เชื่อ.’
(ข) พระคริสต์เสด็จมายังแผ่นดินโลก
ข้อ 27-30
มธ. 24:27 ด้วยว่า1ฟ้าแลบมาจากทิศตะวันออกส่องไปถึงทิศตะวันตกอย่างไร การที่บุตรมนุษย์จะ2กเสด็จมาก็เป็นอย่างนั้น.
มธ. 24:28 1กซากศพอยู่ที่ไหน ฝูง1นกแร้งก็จะรุมกันอยู่ที่นั่น.
มธ. 24:29 ทันทีที่กสิ้นภัยพิบัติใน1วันเหล่านั้นแล้ว2ดวงอาทิตย์จะมืดไปและดวงจันทร์จะไม่ส่องสว่าง ดวงดาวทั้งปวงจะตกจากฟ้า อานุภาพทั้งสิ้นในท้องฟ้าจะสะเทือนสะท้านหวั่นไหว.
มธ. 24:30 เมื่อนั้น1กเครื่องหมายแห่งบุตรมนุษย์จะปรากฏขึ้นในท้องฟ้า 2ขทุกเผ่า2บนแผ่นดินนั้นจะ3ร้องไห้คร่ำครวญ และเขาเหล่านั้นจะเห็นคบุตรมนุษย์4งเสด็จมาบนเมฆในท้องฟ้าด้วย5ฤทธิ์เดชและสง่าราศีอันยิ่งใหญ่.
(ค) การรวบรวมบรรดาชนชาติอิสราเอล
ข้อ 31
มธ. 24:31 ท่านจะใช้ทูตสวรรค์ของท่านมาด้วยเสียงแตรอันดังยิ่งนัก ให้1กรวบรวมขบรรดาผู้ที่ถูกเลือกสรรของพระองค์จาก2ทิศทั้งคสี่ ตั้งแต่งที่สุดขอบ3ฟ้าข้างนี้จนถึงที่สุดขอบฟ้าข้างโน้น.
(2) เกี่ยวกับคริสตจักร
24:32—25:30
ก. จงเฝ้าระวังและเตรียมตัวไว้ให้พร้อม
24:32-44
มธ. 24:32 1กแต่จงเรียนคำอุปมาจาก2ขต้นมะเดื่อเทศ: เมื่อมันแตกกิ่ง3อ่อนและ4ผลิใบ ท่านก็รู้ว่า5ฤดูร้อนใกล้มาถึงแล้ว.
มธ. 24:33 เช่นนั้นแหละ เมื่อท่านทั้งหลายเห็น1บรรดาสิ่งเหล่านั้น ก็ให้รู้ว่า2ฤดูร้อนใกล้มาถึง คืออยู่ที่ประตูแล้ว.
มธ. 24:34 เราบอกท่านทั้งหลายตามจริงว่า 1กคนสมัยนี้จะไม่ล่วงลับไปก่อนสิ่งทั้งปวงนั้นจะบังเกิดขึ้น.
มธ. 24:35 ฟ้าและดินจะกล่วงไป แต่ขคำของเราจะไม่ล่วงไปเลย.
มธ. 24:36 แต่กวันนั้น โมงนั้นไม่มีผู้ใดรู้ ถึงบรรดาทูตสวรรค์ที่อยู่บนสวรรค์ทั้งหลายหรือ1พระบุตรก็ไม่รู้ รู้แต่พระบิดาองค์เดียว.
มธ. 24:37 ด้วย1กวันของโนฮาได้เป็นอย่างไร เมื่อบุตรมนุษย์ขเสด็จมาก็จะเป็นอย่างนั้น.
มธ. 24:38 1เพราะว่าก็เหมือนเมื่อก่อนวันน้ำท่วมนั้น คนทั้งหลายกำลัง2กินดื่ม, สมรส, และยกให้เป็นสามีภรรยากัน จนถึงวันที่กโนฮาเข้าในนาวา
มธ. 24:39 และไม่รู้ว่า[การพิพากษาจะมาถึง] จนกระทั่งน้ำท่วมมากวาดเอาเขาไปสิ้นฉันใด ขณะที่บุตรมนุษย์จะเสด็จกมาก็จะเป็นฉันนั้น.
มธ. 24:40 1เวลานั้นชายกสอง2คน3อยู่ที่ทุ่งนา 4จะถูกรับไปคนหนึ่ง ละไว้คนหนึ่ง.
มธ. 24:41 1หญิงสองคน2โม่แป้งอยู่ที่โรงโม่ จะ3ถูกรับไปคนหนึ่ง ละไว้คนหนึ่ง.
มธ. 24:42 1เหตุฉะนั้นกท่านทั้งหลายจงขเฝ้าระวัง เพราะไม่รู้ว่า1องค์พระผู้เป็นเจ้าของท่านจะเสด็จมาวันไหน.
มธ. 24:43 แต่ท่านทั้งหลายต้องรู้ว่า ถ้าเจ้าของบ้านล่วงรู้ได้ว่า1กขโมยจะมายามไหน เขาจะเฝ้าระวังไว้ ไม่ยอมให้ทะลวง2เรือนของเขาได้.
มธ. 24:44 เหตุฉะนั้นท่านทั้งหลายจงกเตรียมตัวไว้ให้พร้อม เพราะในโมงที่ท่านไม่ทันคิดนั้น บุตรมนุษย์จะ1เสด็จมา.
ข. จงสัตย์ซื่อและฉลาด
24:45-51
มธ. 24:45 ใครเป็นทาสที่1กสัตย์ซื่อและ1ฉลาดที่นายได้ตั้งไว้ดูแลคนใน2ครอบครัวสำหรับ3แจกอาหารแก่พวกเขาตามเวลา?
มธ. 24:46 เมื่อนายมาพบเขากระทำอยู่อย่างนั้น ทาสผู้นั้นก็จะ1เป็นสุข.
มธ. 24:47 เราบอกท่านตามจริงว่า นายจะกตั้งเขาไว้ให้1ดูแลบรรดาทรัพย์สินของท่าน.
มธ. 24:48 แต่ถ้า1ทาสนั้นชั่ว และพูดในใจว่า นายของข้ามากช้า.
มธ. 24:49 แล้วตั้งต้น1โบยตีผู้ที่เป็นทาสด้วยกันและ2กินดื่มอยู่กับคนเมา
มธ. 24:50 ในกวันที่เขาไม่ทันคิด ในโมงที่เขาไม่ทันรู้ นายของทาสผู้นั้นจะมา.
มธ. 24:51 และจะ1ตัดขาดกับเขา ให้เขาได้2รับโทษด้วยกันกับ3คนหน้าซื่อใจคด และจะมี4กการร้องไห้ขบเขี้ยวเคี้ยวฟันอยู่ที่นั่น.

คำอธิบาย มัดธาย บทที่ 24

มธ. 24:1 ก ข้อ 1-2: มก.13:1-2; ลก.21:5-6
มธ. 24:1 1 องค์พระผู้เป็นเจ้าทรงเสด็จออกจากวิหาร นี่ชี้ให้เห็นว่าพระองค์ละจากพระวิหารไป. และก็สำเร็จตามที่พระองค์ตรัสไว้ใน 23:38 ว่า พระวิหารจะร้างไปได้เก็บเหลือไว้ให้แก่ชาวยูดายที่ปฏิเสธพระองค์. กรณีนี้จึงเหมือนในสมัยโบราณที่สง่าราศีของพระเจ้าได้ไปจากพระวิหารนั่นเอง (ยอค.10:18).
มธ. 24:1 2 ชี้ถึงขอบเขตทั้งหมดของวิหาร.
มธ. 24:2 ก ลก.19:44
มธ. 24:2 1 เหตุการณ์นี้ได้สำเร็จเป็นจริงในปี ค.ศ.70 ขณะที่ติตัสยกกองทัพโรมันมาทำลายกรุงเยรูซาเล็มนั่นเอง.
มธ. 24:3 ก ข้อ 3-13; มก.13:3-13; ลก.21:7-19
มธ. 24:3 ข มธ.21:1; 26:30; ลก.22:39; ยฮ.8:1; กจ.1:12
มธ. 24:3 1ข หากเราต้องการที่จะรับนิมิตซึ่งเกี่ยวกับคำพยากรณ์ของยุคสมัยนี้ ก็ต้องขึ้นไปยังภูเขาสูงมาถึงเบื้องพระพักตร์พระองค์.
มธ. 24:3 2 คำถามของพวกสาวกได้ครอบคลุมถึงสามประเด็นด้วยกัน: (1) เหตุการณ์เหล่านี้บังเกิดขึ้นเมื่อไร? ซึ่งไม่เพียงครอบคลุมถึงพระวิหารถูกทำลาย (ข้อ 2) แต่ยังครอบคลุมถึงเหตุการณ์ต่างๆที่กล่าวไว้ใน 23:32-39 ด้วย; (2) มีอะไรเป็นเครื่องหมายแห่งการเสด็จมาของพระคริสต์; (3) อะไรเป็นเครื่องหมายในช่วงสำเร็จสุดยอดของยุคนี้. ตั้งแต่ 24:4 ถึง 25:46 คำตรัสขององค์พระผู้เป็นเจ้าก็ให้คำตอบเกี่ยวกับคำถามทั้งสามประเด็นของสาวกแล้ว.
มธ. 24:3 ค มธ.24:30
มธ. 24:3 ง มธ.24:27, 37, 39
มธ. 24:3 3ง ภาษากรีก คำว่า “parousia” (พารุสเซีย) หมายถึงการสถิตอยู่. การเสด็จมาของพระคริสต์คือการสถิตอยู่กับพลไพร่ของพระองค์. การสถิตอยู่นี้ (parousia) เริ่มต้นขณะที่บุตรชายถูกรับขึ้นไป (วว.12:5) รวมทั้งขณะที่ผลสุกงอมรุ่นแรกถูกรับขึ้นไป (วว.14:1-4) และสิ้นสุดลงเมื่อพระองค์มาปรากฏบนแผ่นดินโลกร่วมกับวิสุทธิชน. ในช่วงเวลาของการสถิตอยู่ของพระองค์นั้น ก็จะเริ่มเกิดภัยพิบัติใหญ่ (ข้อ 21; วว.9:1-21; 11:14; 16:1-21) ซึ่งเป็นภัยพิบัติที่เหนือธรรมชาติ (วว.6:12-17; 8:7-12) จากนั้นพระคริสต์ก็เสด็จมาถึงท้องฟ้า (วว.14:14) วิสุทธิชนส่วนใหญ่ถูกรับขึ้นไปบนท้องฟ้า (1ธซ.4:15-17) แล้วมีบัลลังก์แห่งการพิพากษาของพระคริสต์ (2กธ.5:10) รวมทั้งการสมรสของพระเมษโปดก (วว.19:7-9) (ดูรูปภาพประกอบหลังวิวรณ์)
มธ. 24:3 จ มธ.13:39, 40
มธ. 24:4 1 คำตอบขององค์พระผู้เป็นเจ้าแบ่งเป็นสามตอนคือ ตอนที่หนึ่ง (ข้อ 4-31) เกี่ยวกับพลไพร่ชาวยูดายที่ทรงเลือกสรร ตอนที่สอง (ข้อ 32-25:30) เกี่ยวกับคริสตจักร ตอนที่สาม (25:31-46) เกี่ยวกับชนต่างชาติ (ชนนานาประเทศ). ในตอนที่หนึ่งซึ่งเกี่ยวกับชาวยูดายควรจะอธิบายตามตัวอักษร ตอนที่สองซึ่งเกี่ยวกับคริสตจักร ควรจะอธิบายตามฝ่ายวิญญาณ เพราะว่าตอนนี้เป็นผลมาจาก 13:11-13 คือได้พูดโดยใช้คำอุปมานั่นเอง. ตัวอย่างเช่นฤดูหนาวในข้อ 20 เป็นฤดูหนาวจริงๆ แต่ฤดูร้อนในข้อ 32 เป็นสัญลักษณ์ซึ่งเล็งถึงเวลาแห่งการฟื้นฟู. ส่วนตอนที่สามซึ่งเกี่ยวกับชนชาวต่างชาติก็ควรจะอธิบายตามตัวอักษรด้วย.
มธ. 24:4 2 คำพยากรณ์ในข้อ 4-14 มีบางด้านได้สำเร็จไปแล้ว และมีบางด้านกำลังอยู่ในขั้นตอนของการทำสำเร็จ จนถึงเวลาที่ภัยพิบัติใหญ่มาถึงคือช่วงสำเร็จสุดยอดหรือช่วงสุดปลายของยุคนี้จึงจะสำเร็จได้อย่างสมบูรณ์.
มธ. 24:4 ก 2ยฮ.7
มธ. 24:6 1 สงครามในที่นี้ ชี้ถึงการสู้รบทั้งหมดตั้งแต่ศตวรรษที่หนึ่งเป็นต้นมา มีสัญลักษณ์โดยม้าสีแดงของตราที่สองใน วว.6:3-4.
มธ. 24:6 ก มธ.24:14; ดนอ. 8:17, 19; 11:27, 35, 40; 12:4, 9, 6-7
มธ. 24:6 2ก ช่วงสุดปลายคือช่วงสำเร็จสุดยอดของยุคนี้ (ข้อ 3;ดนอ.12:4, 9, 6-7) ก็คือสามปีครึ่งแห่งภัยพิบัติใหญ่. ถึงแม้ข้อ 6-9, 14 จะอยู่ในตอนที่กล่าวถึงชนชาติอิสราเอล แต่เนื้อหาของภัยพิบัติและการประกาศของกิตติคุณที่กล่าวถึงนั้นก็เกิดขึ้นไปทั่วทุกแห่งหนบนโลก ตั้งแต่พระคริสต์ได้เสด็จสู่สวรรค์ไปจนถึงช่วงสุดปลายของยุคนี้ ต่อจากข้อ 14 คือในข้อที่ 15 นั้น ได้กล่าวถึงการเริ่มต้นของภัยพิบัติใหญ่ในทันที (ข้อ 21) นั่นคือผู้ต่อต้านพระคริสต์ได้ตั้งรูปปั้นของมันไว้ในวิหารของพระเจ้า ซึ่งรูปปั้นนั้นได้กลายเป็น “สิ่งน่าสะอิดสะเอียนแห่งการทำลาย”.
มธ. 24:7 1 ประชาชาติชี้ถึงบรรดาพลเมือง, ชนชาวต่างชาติ; อาณาจักรชี้ถึงจักรวรรดิ.
มธ. 24:7 ก วว.6:4
มธ. 24:7 ข วว.6:8
มธ. 24:7 2ข การกันดารอาหารก็เป็นผลลัพธ์จากการสู้รบ. ตามประวัติศาสตร์แล้วการสู้รบก็นำมาซึ่งการกันดารอาหาร การกันดารอาหารมีสัญลักษณ์เล็งโดยม้าสีดำของตราที่สามใน วว.6:5-6.
มธ. 24:7 3 ตั้งแต่พระคริสต์เสด็จสู่สวรรค์เป็นต้นมา ในทุกยุคทุกสมัยก็เกิดแผ่นดินไหวอย่างไม่ขาดสาย และก็จะเพิ่มมากขึ้นในช่วงท้ายสุดของยุคนี้ (วว.6:12; 8:5; 11:13, 19; 16:18).
มธ. 24:8 1 ความเจ็บปวดแห่งการคลอดบุตรนี้มีเพื่อการให้กำเนิดบุตรนั่นเอง พระประสงค์และเป้าหมายของพระองค์ซึ่งอยู่ในแผนการบริหารแห่งพันธสัญญาใหม่ของพระเจ้า ก็มีเพื่อการก่อกำเนิดบุตรมากมาย (ฆต.3:26; ฮร.2:10) เพื่อเป็นการสำแดงของพระองค์ ดังนั้นความทุกข์ตรงนี้จึงชี้ถึงภัยพิบัติทั้งหมดในยุคพันธสัญญาใหม่ และยังครอบคลุมถึงการสงคราม, การกันดารอาหาร, แผ่นดินไหว, ความทุกข์ลำบากและการเคี่ยวเข็ญ ซึ่งกล่าวไว้ในข้อ 6-9, 21 อีกด้วย. (ความทุกข์ในที่นี้ เป็นความทุกข์ที่ผู้เชื่อในพันธสัญญาใหม่เท่านั้นต้องทนเพื่อองค์พระผู้เป็นเจ้าแต่ความทุกข์ทรมานใน วว.12:2 เป็นความทุกข์ทรมานที่พลไพร่ของพระเจ้าทั้งหมดในพันธสัญญาเดิมและพันธสัญญาใหม่ในทุกยุคทุกสมัยได้รับทั้งหมด). ภัยพิบัติเหล่านี้ได้ถูกพระเจ้าใช้ควบคู่ไปกับการประกาศแห่งกิตติคุณ (ข้อ 14) เพื่อก่อกำเนิดบุตรทั้งหลายของพระองค์ สำหรับก่อรูปเป็นคริสตจักรในยุคนี้ สำเร็จเป็นอาณาจักรในยุคหน้าและก่อกำเนิดเป็นกรุงเยรูซาเล็มใหม่ในโลกนิรันดร์ ซึ่งเป็นบทสรุปสุดยอดของคริสตจักรและอาณาจักร เพื่อให้พระเจ้ามีการสำแดงที่นิรันดร์ ในนิรันดร์กาลในอนาคต. ทั้ง ฆต.4:19 และ วว.12:2, 5 ล้วนได้ยืนยันแง่มุมประเด็นนี้.
มธ. 24:9 1 ชี้ถึงสาวกแห่งพวกยูดาย พวกเขาคือพวกผู้เผยพระวจนะและนักปราชญ์ที่ถูกใช้ให้ไปยังชนชาติยูดายนั่นเอง (23:34).
มธ. 24:9 2 แปลตามตรงคือ มอบให้. ประโยคต่อไปมีความหมายเหมือนกัน.
มธ. 24:9 ก วว.2:10
มธ. 24:9 ข มธ.23:34; ยฮ.16:2
มธ. 24:9 ค มธ.10:22
มธ. 24:11 ก 1ยฮ.4:1
มธ. 24:12 ก วว.2:4
มธ. 24:13 ก มธ.10:22
มธ. 24:13 1 ดู 10:22 คำอธิบาย 1.
มธ. 24:14 ก มธ.4:23; 9:35
มธ. 24:14 1ก กิตติคุณแห่งอาณาจักรครอบคลุมถึงกิตติคุณแห่งพระคุณ (กจ.20:24) ไม่เพียงนำมนุษย์เข้าสู่ความรอดของพระเจ้า แต่ยังนำมนุษย์เข้าสู่อาณาจักรแห่งสวรรค์ทั้งหลาย (วว.1:9). กิตติคุณแห่งพระคุณเน้นที่การอภัยบาป, การช่วยไถ่ของพระเจ้าและชีวิตนิรันดร์ ส่วนกิตติคุณแห่งอาณาจักรเน้นที่การปกครองฝ่ายสวรรค์ของพระเจ้า และอำนาจขององค์พระผู้เป็นเจ้า. ก่อนที่จะสิ้นสุดยุคสมัยนี้กิตติคุณแห่งอาณาจักรจะถูกประกาศไปทั่วโลกที่มีคนอาศัยอยู่ ให้เป็นพยานแก่บรรดาประชาชาติเหมือนที่ได้มีสัญลักษณ์เล็งโดยใช้ม้าสีขาวของตราที่หนึ่งใน วว.6:1-2. ดังนั้นการประกาศนี้จึงได้เป็นเครื่องหมายแห่งช่วงสำเร็จสุดยอดของยุคนี้.
มธ. 24:14 2 กิตติคุณแห่งอาณาจักรนั้นได้เป็นพยานแก่บรรดาประชาชาติ (ชนต่างประเทศ). ก่อนสิ้นสุดยุคสมัยนี้ นั่นก็คือก่อนภัยพิบัติใหญ่ พยานนี้จะถูกประกาศออกไปทั่วโลก.
มธ. 24:14 ข มธ.24:6
มธ. 24:14 3ข ดูข้อ 6 คำอธิบาย 2.
มธ. 24:15 ก ข้อ 15-26: มก.13:14-23
มธ. 24:15 1ก เวลาที่ผ่านไปตั้งแต่ในข้อ 4-14 นั้น แท้จริงนานแค่ไหนไม่มีใครทราบ. แต่คำพยากรณ์เกี่ยวกับพลไพร่ชาวยูดายที่เหลือในข้อที่ 15-31 จะต้องสำเร็จอย่างแน่นอนในสามปีครึ่งแห่งช่วงสุดปลายของยุคสมัยนี้ ซึ่งก็คือช่วงเวลาของภัยพิบัติใหญ่และก็คือครึ่งหลังของสัปตะสุดท้ายที่พยากรณ์ใน ดนอ.9:27 นั่นเอง. การสำเร็จของคำพยากรณ์นี้เริ่มต้นตั้งแต่ผู้ต่อต้านพระคริสต์ได้ตั้งรูปปั้น (รูปเคารพ) ขึ้นในวิหาร (ข้อ 15) และจะสิ้นสุดเมื่อพระคริสต์ได้เสด็จมาอย่างเปิดเผย (ข้อ 30).
มธ. 24:15 ข พบญ.29:17; 1พกษ.11:5-7; ยรม.4:1
มธ. 24:15 2ข สิ่งอันน่าสะอิดสะเอียนนี้หมายถึงรูปเคารพ. (พบญ.29:17) ณ ที่นี่ได้ชี้ถึงรูปปั้นของผู้ต่อต้านพระคริสต์ ซึ่งจะตั้งไว้เป็นรูปเคารพในวิหารของพระเจ้า (วว.13:14-15; 2ธซ.2:4). ขณะเวลาเริ่มต้นแห่งภัยพิบัติใหญ่ (ข้อ 21) ดังนั้นรูปเคารพนี้จึงเป็นเครื่องหมายอีกอย่างหนึ่งแห่งช่วงสำเร็จสุดยอดของยุคนี้.
มธ. 24:15 ค ดนอ.8:11; บพส.74:3-7; ยซย.64:10-11; พรท.4:1
มธ. 24:15 3ค แปลตามตรงคือ ทำให้ร้างไปจนถูกทอดทิ้งให้ปราศจากผู้คน สิ่งอันน่าสะอิดสะเอียนนี้ก็คือรูปปั้นของผู้ต่อต้านพระคริสต์ จะก่อให้เกิดความร้างขึ้น ผู้ต่อต้านพระคริสต์มีชื่อเรียกอีกว่าผู้ทำลาย (อะโปลุโอน — วว.9:11) มันจะปฏิบัติการทำลายอย่างยิ่งใหญ่ (ดนอ.8:13, 23-25; 9:27).
มธ. 24:15 ง ดนอ.9:27; 12:11
มธ. 24:15 4 ที่บริสุทธิ์ในที่นี้ ชี้ถึงที่บริสุทธิ์ภายในพระวิหารของพระเจ้า (บพส.68:35; ยอค.7:24; 21:2).
มธ. 24:15 จ ดนอ.9:23
มธ. 24:17 ก ลก.17:31
มธ. 24:19 1 หญิงที่มีครรภ์หรือหญิงที่ให้นมลูกอ่อนอยู่ล้วนยากต่อการหลบหนี.
มธ. 24:20 1 ฤดูหนาวเป็นเวลาที่หลบหนียาก.
มธ. 24:20 2 ในวันซะบาโตอนุญาตให้เดินได้เพียงระยะทางที่สั้นๆ (กจ.1:12) ไม่พอสำหรับใช้หนี. ในที่นี้ได้กล่าวถึงวันซะบาโต ได้ชี้ให้เห็นว่าหลังจากที่ประเทศอิสราเอลถูกฟื้นฟูแล้ว ชนชาติ ยูดายยังคงถือรักษาวันซะบาโตอยู่. สาวกที่ฟังถ้อยคำขององค์พระผู้เป็นเจ้านั้นมีสถานภาพอยู่สองอย่างคือสถานภาพหนึ่งเป็นตัวแทนของชนชาติยูดายที่เหลือ อีกสถานภาพหนึ่งเป็นตัวแทนของผู้เชื่อแห่งพันธสัญญาใหม่ที่ก่อรูปขึ้นเป็นคริสตจักร. ในคำตรัสตอนหนึ่งขององค์พระผู้เป็นเจ้าที่เกี่ยวกับชนชาติยูดาย (ข้อ 4-31) พวกเขาเป็นตัวแทนของชาวยูดายที่เหลืออยู่ ในคำตรัสอีกตอนหนึ่งขององค์พระผู้เป็นเจ้าซึ่งเกี่ยวกับคริสตจักร (24:32—25:30) นั้น พวกเขาเป็นตัวแทนของผู้เชื่อแห่งพันธสัญญาใหม่. ในหนังสือกิตติคุณทั้งสี่เล่มที่พูดถึงเรื่องราวที่เกี่ยวกับสภาวะแวดล้อมทางภายนอกนั้น องค์พระผู้เป็นเจ้าทรงถือว่าสาวกเป็นชนชาติยูดาย แต่ในเรื่องที่เกี่ยวกับวิญญาณและชีวิตนั้น พระองค์ทรงมองดูพวกเขาเป็นผู้เชื่อแห่งพันธสัญญาใหม่.
มธ. 24:21 ก มธ.24:29; ดนอ.12:1; ยรม.30:6-7
มธ. 24:21 1ก ภัยพิบัติใหญ่จะเกิดในสามปีครึ่งสุดท้ายของยุคสมัยนี้. ดู วว.11:2 คำอธิบาย 4. ภัยพิบัติใหญ่ในที่นี้ได้ยึดเอากรุงเยรูซาเล็มเป็นศูนย์กลางและยึดเอาแผ่นดินยูดายเป็นรอบนอก แต่การทดลองใน วว.3:10 จะยึดเอาโรมเป็นศูนย์กลางและยึดเอาทั่วทั้งโลกนั้นเป็นรอบนอก.
มธ. 24:22 1 ภัยพิบัติใหญ่จะยาวนานเพียงสามปีครึ่งดู วว.11:2 คำอธิบาย 4.
มธ. 24:22 ก มธ.24:24, 31; พบญ.7:6; ยซย.65:9; 45:4
มธ. 24:22 2ก ผู้ที่ถูกเลือกสรรในที่นี้ชี้ถึงชนชาติยูดายซึ่งเป็นพลเมืองที่พระเจ้าได้เลือกสรร (รม.11:28) ในข้อต่อๆ ไปก็เหมือนกัน.
มธ. 24:23 ก มธ.24:26
มธ. 24:23 1ก พวกชนชาติยูดายปฏิเสธพระเยซูเป็นพระมาซีฮาของพวกเขา แต่เฝ้าหวังคอยพระมาซีฮาอีกองค์หนึ่งจะเสด็จมา. เขาต้องได้รับการเตือนสติ คือว่าพระมาซีฮาซึ่งก็คือพระคริสต์จะไม่ปรากฏขึ้นมาจากที่ใดๆ บนแผ่นดินโลกแต่จะเสด็จลงมาบนเมฆในท้องฟ้า.
มธ. 24:24 ก 2ธซ.2:9
มธ. 24:24 1ก ผู้ต่อต้านพระคริสต์จะเป็นพระคริสต์เทียมเท็จคนสุดท้าย มันจะกระทำเครื่องหมายและการอัศจรรย์เทียมเท็จต่างๆ ด้วยฤทธิ์เดชของซาตาน เพื่อหลอกลวงคนที่พินาศนั้น (2ธซ.2:3, 9-10).
มธ. 24:24 ข วว.19:20
มธ. 24:24 2ข สัตว์ร้ายอีกตัวหนึ่งใน วว.13:11 จะเป็นผู้เผยพระวจนะเทียมเท็จในยุคสุดปลาย (วว.19:20) มันได้ทำการล่อลวงคนทั้งปวงที่อาศัยบนแผ่นดินโลกด้วยการอัศจรรย์ (วว.13:13-14).
มธ. 24:24 3 แปลตามตรงคือ ให้.
มธ. 24:24 ค 2ธซ.2:9; วว.13:13-14
มธ. 24:24 ง มธ.24:22
มธ. 24:26 ก ข้อ 26-27: ลก.17:23-24
มธ. 24:26 1 ป่าเป็นสถานที่ที่ทำให้ตัวเองแยกออกจากโลก กรณีนี้จึงเป็นการง่ายที่จะให้ผู้คนสงสัยว่าแท้จริงเขาเป็นพระมาซีฮาหรือไม่? อย่างเช่นกรณีที่เกิดกับโยฮันผู้ให้บัพติศมา (3:1; ยฮ.1:19-20).
มธ. 24:26 2 หรือห้องลับ. มนุษย์อยู่ในนั้นทำให้ตัวเองมีความลับลึกของพระเจ้า เพื่อที่จะดึงดูดผู้อื่นได้.
มธ. 24:27 1 การเสด็จมาของพระคริสต์มีสองด้านด้วยกันคือ ด้านที่ซ่อนเร้น มีเพื่อผู้เชื่อที่เฝ้าระวังและด้านที่เปิดเผยมีไว้เพื่อชาวยูดายที่ไม่เชื่อและชนชาวต่างชาติ. ฟ้าแลบในที่นี้เป็นสัญลักษณ์เล็งถึงด้านที่เปิดเผยภายหลังภัยพิบัติใหญ่ (ข้อ 29-30) การเสด็จมาอย่างขโมยในข้อ 43 เป็นสัญลักษณ์เล็งถึงในด้านที่ซ่อนเร้นก่อนภัยพิบัติใหญ่. ถ้าหากเรามองว่าฟ้าแลบได้ปิดซ่อนตัวอยู่ในเมฆเพื่อรอคอยเวลาที่จะส่องแสงออกมา. ทำนองเดียวกันพระคริสต์ก็จะคลุมตัวไว้ด้วยเมฆ (วว.10:1) ในท้องฟ้าเพื่อรอคอยอยู่ช่วงเวลาหนึ่ง หลังจากนั้นก็จะปรากฏตัวอย่างฉับพลัน เหมือนดั่งฟ้าผ่าลงมายังแผ่นดินโลก เช่นนั้นแหละการเสด็จกลับมาขององค์พระผู้เป็นเจ้าก็จะเหมือนกับแสงฟ้าแลบ ซึ่งเป็นเครื่องหมายอีกอย่างหนึ่งแห่งการสิ้นสุดการ parousia (ดูข้อ 3 คำอธิบาย 3) ขององค์พระผู้เป็นเจ้า. กรณีนี้ก็ได้เปิดเผยเป็นนัยว่าองค์พระผู้เป็นเจ้าทรงเป็นเหมือนไฟฟ้าเช่นกัน.
มธ. 24:27 ก มธ.24:3
มธ. 24:27 2ก ดูข้อ 3 คำอธิบาย 3. ดังเช่นในข้อ 37 และ 39.
มธ. 24:28 ก ลก.17:37
มธ. 24:28 1ก ดูจากประโยคบนและล่างแล้ว ข้อ 15, 21 ได้เปิดเผยเป็นนัยว่า ในยุคสุดปลายของโลกนี้ผู้ต่อต้านพระคริสต์จะเป็นต้นเหตุของภัยพิบัติใหญ่มันจะต้องถูกพิพากษาและถูกทำลาย. คนทั้งปวงตายแล้วในอาดาม (1กธ.15:22) ทำนองเดียวกันการสู้รบกับองค์พระผู้เป็นเจ้าที่อะระมะเฆโดนนั้น ผู้ต่อต้านพระคริสต์ที่ชั่วร้ายพร้อมด้วยกองทัพอันชั่วร้ายของมัน (วว.19:17-21) ล้วนเป็นซากศพที่เน่าเหม็นในสายพระเนตรขององค์พระผู้เป็นเจ้า ซึ่งเหมาะสำหรับเป็นอาหารของนกแร้ง. ในพระคัมภีร์เปรียบองค์พระผู้เป็นเจ้าและผู้ที่วางใจในพระองค์เป็นเหมือนนกอินทรี (อซด.19:4; พบญ.32:11; ยซย.40:31) และยังได้เปรียบกองทัพที่ทำลายศัตรูอย่างฉับไวเหมือนกับนกอินทรีเหิน. (พบญ.28:49; ฮซอ.8:1). ดังนั้นนกแร้งในที่นี้ชี้ถึงนกที่อยู่ในตระกูลเดียวกันกับนกอินทรี ซึ่งเล็งถึงพระคริสต์กับผู้มีชัยชนะของพระองค์. เขาทั้งหลายจะเป็นเช่นกองทัพที่บินไปมาอย่างรวดเร็วและฉับไว เพื่อสู้รบกับผู้ต่อต้านพระคริสต์พร้อมกับกองทัพของมันด้วย การนำการพิพากษาของพระเจ้าปฏิบัติการอยู่บนตัวของเขาทั้งหลาย แล้วทำลายมันเสียที่อะระมะเฆโดน. กรณีนี้ไม่เพียงชี้ให้เห็นว่าในขณะที่พระคริสต์ทรงปรากฏ พระองค์จะปรากฏร่วมกับวิสุทธิชนที่มีชัยชนะในสถานที่ซึ่งผู้ต่อต้านพระคริสต์พร้อมทั้งกองทัพของมันอยู่นั้น และก็ได้ชี้แจงให้เห็นว่าพระคริสต์และผู้มีชัยชนะก็จะปรากฏออกมาอย่างรวดเร็วจากท้องฟ้าเหมือนกับนกอินทรีซึ่งได้สอดคล้อง (เท่ากับ) กับฟ้าแลบออกมาในข้อ 27 นั่นเอง.
มธ. 24:29 ก ข้อ 29-31: มก.13:24-27; ลก.21:25-28
มธ. 24:29 1 นี่ก็ได้ยืนยันอย่างมีน้ำหนักว่า การเสด็จมาอย่างเปิดเผยของพระคริสต์จะอยู่ภายหลังภัยพิบัติใหญ่ (ข้อ 21).
มธ. 24:29 2 ภัยพิบัติซึ่งเหนือธรรมชาติบนท้องฟ้าจะเกิดขึ้นในเวลาหลังภัยพิบัติใหญ่ ขณะที่จะสิ้นสุดยุคนี้ (ดู วว.6:12 คำอธิบาย 2). กรณีนี้ต่างกันกับภัยพิบัติในตราที่หกและแตรที่สี่ (วว.6:12-13; 8:12) ซึ่งจะเกิดขึ้นในเวลาเริ่มต้นของภัยพิบัติใหญ่.
มธ. 24:30 ก มธ.24:3
มธ. 24:30 1ก เครื่องหมายนี้คืออะไรเราไม่อาจรู้ได้ แต่เครื่องหมายนี้จะปรากฏขึ้นในท้องฟ้า ก็ต้องเป็นสิ่งที่เหนือธรรมชาติแน่ อีกทั้งจะเห็นได้อย่างชัดเจน (บางทีอาจเหมือนกับฟ้าแลบในข้อ 27).
มธ. 24:30 ข ซคย.12:10-14; วว.1:7
มธ. 24:30 2ข ทั่วแผ่นดินนั้นชี้ถึงแผ่นดินบริสุทธิ์ ส่วนทุกเผ่าชี้ถึงทุกเผ่าของชาติอิสราเอล. ในขณะที่องค์พระผู้เป็นเจ้าทรงมาปรากฏทุกเผ่าของอิสราเอลจะต้องกลับใจเสียใหม่และจะร้องไห้คร่ำครวญ.
มธ. 24:30 3 แปลตามตรงคือ ตี(อก), ทุบ(อก).
มธ. 24:30 ค มธ.16:27; 26:64
มธ. 24:30 ง วว.14:14
มธ. 24:30 4ง ในเวลานี้องค์พระผู้เป็นเจ้าไม่ได้อยู่ในเมฆแต่ได้ประทับอยู่บนเมฆปรากฏแก่ผู้อยู่บนแผ่นดินโลก. ซึ่งเป็นการเสด็จมาในด้านที่เปิดเผยขององค์พระผู้เป็นเจ้า. ดู วว.10:1 คำอธิบาย 2; 14:14 คำอธิบาย 1.
มธ. 24:30 5 ในเวลาที่พระคริสต์เสด็จมาครั้งแรกนั้นอำนาจของพระองค์ได้ปรากฏอยู่ที่การขับไล่ผีมารและการรักษาโรคภัยเป็นต้น (มก.6:7; มธ.8:8-9) เพื่อที่จะชี้แจงว่าพระองค์เป็นกษัตริย์ฝ่ายสวรรค์ แต่ในเวลาที่พระคริสต์จะเสด็จกลับมาใหม่นั้น ฤทธิ์เดชของพระองค์จะใช้ในการปฏิบัติการพิพากษาของพระเจ้า เพื่อทำลายผู้ต่อต้านพระคริสต์และกองทัพของมันและผูกมัดซาตาน เพื่อที่จะก่อตั้งอาณาจักรของพระองค์บนแผ่นดินโลก.
มธ. 24:31 ก พบญ.30:3-5; ยซย.43:5-7; 49:9-13, 22-26; 51:11; 56:8; 60:4; 62:10-12; 27:13; ยอค.34:13; 37:21; 28:25
มธ. 24:31 1ก ขณะที่องค์พระผู้เป็นเจ้าเสด็จกลับมายังแผ่นดินโลกภายหลังภัยพิบัติใหญ่ พระองค์ก็จะรวบรวมบรรดาชนชาวยูดายซึ่งกระจัดกระจายอยู่ทั่วแผ่นดินโลกมายังที่บริสุทธิ์. ซึ่งไม่เพียงแต่สำเร็จคำขององค์พระผู้เป็นเจ้าใน 23:37 เท่านั้น แต่ยังได้สำเร็จคำสัญญาแห่งพันธสัญญาเดิมของพระเจ้าอีกด้วย. (ดูข้อพระคัมภีร์ที่อ้างอิงในข้อ 31ก ด้วย)
มธ. 24:31 ข มธ.24:22
มธ. 24:31 2 แปลตามตรงคือ ลม.
มธ. 24:31 ค ซคย.2:6
มธ. 24:31 ง พบญ.4:32
มธ. 24:31 3 แปลตามตรงคือ สวรรค์ทั้งหลาย.
มธ. 24:32 ก ข้อ 32-36: มก.13:28-32; ลก.21:29-33
มธ. 24:32 1ก คำว่า “แต่” ชี้ให้เห็นว่า ข้อ 32—25:30 เป็นอีกตอนหนึ่งซึ่งเป็นตอนที่เกี่ยวกับคริสตจักร.
มธ. 24:32 ข ยรม.24:2, 5, 8; ฮซอ.9:10
มธ. 24:32 2ข ต้นมะเดื่อเทศนั้นเป็นสัญลักษณ์เล็งถึงประเทศอิสราเอล ที่ถูกสาปแช่งใน 21:19 (ดูคำอธิบาย) ต้นมะเดื่อเทศได้ผ่านฤดูหนาวที่ยาวนาน นับตั้งแต่ศตวรรษที่ 1 จนถึงปี ค.ศ.1948 ชนชาติอิสราเอลได้ฟื้นฟูเอกราช ซึ่งนั่นก็คือกิ่งอ่อนของมันได้ผลิใบออกแล้ว. สำหรับผู้เชื่อแล้วต้นมะเดื่อเทศนี้เป็นเครื่องหมายของช่วงสุดปลายของยุคสมัยนี้นั่นเอง.
มธ. 24:32 3 แตกกิ่งอ่อนนั้นเป็นแบบเล็งถึงการฟื้นขึ้นของชีวิต.
มธ. 24:32 4 ผลิใบเป็นแบบเล็งถึงการเคลื่อนไหวทางภายนอก.
มธ. 24:32 5 ฤดูหนาวเป็นแบบเล็งถึงช่วงเวลาที่กันดารแห้งแล้ง (21:19) เป็นช่วงเวลาแห่งภัยพิบัติ (ข้อ7-21) ส่วนฤดูร้อนเป็นแบบเล็งถึงยุคสมัยแห่งการฟื้นฟูอาณาจักร (ลก.21:30-31) ยุคสมัยนี้จะเริ่มต้นที่การเสด็จกลับมาใหม่ขององค์พระผู้เป็นเจ้า.
มธ. 24:33 1 บรรดาสิ่งเหล่านี้ได้ชี้ถึงเรื่องที่ได้พยากรณ์ไว้ในข้อ 7-32 นั่นเอง.
มธ. 24:33 2 ฤดูร้อนแปลตามตรงคือ มัน (เป็นบุรุษที่สาม). เล็งถึงฤดูร้อนซึ่งได้เป็นแบบเล็งถึงการฟื้นฟูของประเทศอิสราเอล (กจ.1:6) ในข้อ 32 นั่นเอง.
มธ. 24:34 ก มธ.23:36
มธ. 24:34 1ก คำว่า “สมัย” ในที่นี้ไม่ใช่กำหนดตามยุคสมัยหรือตัวบุคคล เหมือนอย่างคำว่า “ชั่วอายุ” ใน 1:17 แต่ได้กำหนดตามสภาพการณ์แห่งคุณธรรมของมนุษย์อย่างเช่นคำว่า “สมัย” ใน 11:16; 12:39, 41-42, 45 และใน สภษ.30:11-14.
มธ. 24:35 ก มธ.5:18
มธ. 24:35 ข ยซย.40:8
มธ. 24:36 ก มธ.25:13; 1ธซ.5:1, 2; 2ปต.3:10
มธ. 24:36 1 พระบุตรได้ยืนอยู่บนฐานะของบุตรมนุษย์ (ข้อ 37) ไม่รู้วันและโมง ที่พระองค์จะเสด็จกลับมา.
มธ. 24:37 ก ข้อ 37-39: ลก.17:26-27
มธ. 24:37 1ก การเสด็จมา (parousia) ขององค์พระผู้เป็นเจ้าจะเป็นเหมือนอย่างในสมัยของโนฮา ซึ่งชี้ให้เห็นว่าการเสด็จมาขององค์พระผู้เป็นเจ้าในอนาคตนั้นจะเป็นเหมือนสมัยของโนฮา หมายความว่าสถานการณ์ในขณะที่องค์พระผู้เป็นเจ้าเสด็จมาใหม่นั้น จะเป็นเหมือนอย่างสถานการณ์ในสมัยของโนฮานั่นเอง.
มธ. 24:37 ข มธ.24:3
มธ. 24:38 1 คำว่า “เพราะว่า” บ่งชี้ว่าข้อนี้จะอธิบายว่าเหตุใดพารุสเซียขององค์พระผู้เป็นเจ้าจึงเป็นเหมือนวันของโนฮาและเหมือนกันอย่างไรบ้าง. ในวันของโนฮานั้นมีสภาพการณ์ดังต่อไปนี้: (1) ลุ่มหลงมัวเมาในการกินดื่มและยกให้เป็นสามีภรรยากัน (2) พวกเขาก็ไม่รู้ว่าการพิพากษาจะมาถึงจนกระทั่งน้ำได้ท่วมกวาดพวกเขาไป. ขณะที่พารุสเซียขององค์พระผู้เป็นเจ้าใกล้จะมาถึง ผู้คนก็จะเป็นอย่างนั้นเหมือนกัน คือลุ่มหลงอยู่กับความต้องการของชีวิตนี้ โดยไม่รู้ว่าการพิพากษาของพระเจ้า (ซึ่งมีเครื่องหมายเล็งโดยน้ำท่วม) จะมาถึงพวกเขาโดยการมาปรากฏขององค์พระผู้เป็นเจ้า. อย่างไรก็ตามผู้เชื่อควรจะหลุดพ้นความลุ่มหลงมัวเมาและต้องรู้อย่างมีสติว่าพระคริสต์จะเสด็จมาปฏิบัติการการพิพากษาของพระเจ้ากับโลกที่เสื่อมโทรมนี้.
มธ. 24:38 2 การกินดื่มและการสมรสเป็นการกำหนดแต่ดั้งเดิมของพระเจ้าเพื่อการดำรงอยู่ของมนุษย์ แต่เนื่องจากราคะตัณหาของมนุษย์ ซาตานจึงใช้ความต้องการของชีวิตมนุษย์เหล่านี้มายึดครองมนุษย์ ทำให้มนุษย์ไม่คำนึงถึงผลประโยชน์ของพระเจ้า. ในช่วงสุดปลายแห่งยุคสมัยนี้ เมื่อพารุสเซียขององค์พระผู้เป็นเจ้าใกล้จะมาถึง สภาพการณ์เช่นนี้ก็จะทวีความรุนแรงมากขึ้น.
มธ. 24:38 ก ยนซ.7:7, 11-12
มธ. 24:39 ก มธ.24:3
มธ. 24:40 1 คำว่า “เวลานั้น” ชี้ให้เห็นถึงขณะที่ชาวโลกได้ลุ่มหลงอยู่ในสิ่งของฝ่ายวัตถุ ไม่รู้ถึงการพิพากษาที่จะมาถึงแม้แต่น้อย ผู้เชื่อที่เฉลียวฉลาดและเฝ้าระวังอยู่จะถูกรับขึ้นไป. แต่สำหรับผู้ที่ยังลุ่มหลงและเฉื่อยชา เครื่องหมายนี้ก็ควรเป็นที่เตือนสติให้แก่เขาถึงการเสด็จกลับมาของพระคริสต์.
มธ. 24:40 ก ข้อ 40-41: ลก.17:34-36
มธ. 24:40 2 คนเหล่านี้ต้องเป็นพี่น้องชายที่อยู่ในพระคริสต์อย่างแน่นอน.
มธ. 24:40 3 ทั้งการอยู่ในทุ่งนาและการโม่แป้ง ล้วนแสดงถึงการทำงานเพื่อการเลี้ยงชีพ. แม้ว่าผู้เชื่อไม่ควรลุ่มหลงในความต้องการของตลอดชีวิตนี้ แต่ก็ยังต้องทำงานเพื่อการเลี้ยงชีพ ผู้ที่มีความคิดจะทิ้งอาชีพการงานซึ่งเป็นการหาเลี้ยงชีพที่สุจริตนั้นก็ตกในอุบายที่เจ้าเล่ห์อย่างหนึ่งของซาตาน.
มธ. 24:40 4 นี่คือการถูกรับขึ้นไปก่อนภัยพิบัติใหญ่ เป็นเครื่องหมายแห่งการเสด็จมา (parousia) ขององค์พระผู้เป็นเจ้าและเป็นเครื่องหมายให้แก่ชาวยูดายด้วย.
มธ. 24:41 1 ผู้หญิงเหล่านี้จะต้องเป็นพี่น้องหญิงที่อยู่ในองค์พระผู้เป็นเจ้าอย่างแน่นอน.
มธ. 24:41 2 ดูข้อ 40 คำอธิบาย 3.
มธ. 24:41 3 ดูข้อ 40 คำอธิบาย 4.
มธ. 24:42 1 วลีที่ว่า “เหตุฉะนั้นท่านทั้งหลายจงเฝ้าระวัง” และ “องค์พระผู้เป็นเจ้าของท่าน” ได้ยืนยันว่าชายสองคนและหญิงสองคนในข้อ 40-41 ต้องเป็นผู้เชื่อที่ได้รับความรอดแล้วทั้งนั้น. องค์พระผู้เป็นเจ้าจะไม่สั่งผู้ที่ยังไม่ได้รับความรอดให้เฝ้าระวัง พระองค์ก็ไม่ใช่องค์พระผู้เป็นเจ้าของผู้ที่ยังไม่ได้รับความรอดด้วย.
มธ. 24:42 ก ข้อ 42-51: ลก.12:39-46; เทียบ มก.13:33-37
มธ. 24:42 ข มธ.25:13; ลก.21:36
มธ. 24:43 ก วว.3:3; 16:15; 1ธซ.5:2; 2ปต.3:10
มธ. 24:43 1ก ขโมยจะลักขโมยสิ่งของที่ล้ำค่าในยามที่ไม่มีผู้ใดรู้. องค์พระผู้เป็นเจ้าก็มาหาผู้ที่รักพระองค์อย่างซ่อนเร้นเหมือนดั่งขโมย แล้วจะลักพาเขาไปเสมือนสิ่งที่ล้ำค่า. ด้วยเหตุนี้เราจึงต้องเฝ้าระวังไว้ (ข้อ 42).
มธ. 24:43 2 เจ้าของบ้านเล็งถึงผู้เชื่อ เรือนนั้นเล็งถึงการประพฤติและการงานที่ก่อตั้งขึ้นในการดำเนินชีวิตคริสเตียนของผู้เชื่อนั่นเอง.
มธ. 24:44 ก มธ.25:10
มธ. 24:44 1 นี่คือการเสด็จมาอย่างซ่อนเร้นขององค์พระผู้เป็นเจ้า มาถึงตัวของผู้มีชัยชนะที่เฝ้าระวัง.
มธ. 24:45 ก มธ.25:21, 23; 1กธ.4:1-2; ลก.16:10
มธ. 24:45 1ก ความสัตย์ซื่อใช้แสดงต่อองค์พระผู้เป็นเจ้า ส่วนความฉลาดใช้กับผู้เชื่อ. การเฝ้าระวังก็เพื่อจะได้ถูกรับไปอยู่ในการสถิตอยู่ขององค์พระผู้เป็นเจ้า (ข้อ 42) ส่วนความสัตย์ซื่อนั้นก็เพื่อจะได้ครองอำนาจในอาณาจักร (ข้อ 47).
มธ. 24:45 2 คนในครอบครัวได้ชี้ถึงผู้เชื่อ (อฟ.2:19) ซึ่งก็คือคริสตจักร (1ตธ.3:15).
มธ. 24:45 3 แจกจ่ายอาหารให้แก่เขา นี่หมายถึงการนำเอาพระคำของพระเจ้าและพระคริสต์ซึ่งเป็นการหล่อเลี้ยงแห่งชีวิต ทำการหล่อเลี้ยงแก่ผู้เชื่อที่อยู่ในคริสตจักร.
มธ. 24:46 1 การเป็นสุขในที่นี้จะอยู่ในการปรากฏของอาณาจักร คือได้รับอำนาจแห่งการปกครองดูแลเป็นบำเหน็จ.
มธ. 24:47 ก มธ.25:21, 23
มธ. 24:47 1 ในการปรากฏของอาณาจักรแห่งสวรรค์ทั้งหลาย องค์พระผู้เป็นเจ้าจะทรงตั้งทาสที่สัตย์ซื่อไว้ให้ดูแลบรรดาทรัพย์สินพระองค์ และสิ่งนี้จะกลายเป็นบำเหน็จของเขา.
มธ. 24:48 1 ทาสชั่วคือผู้ที่ได้รับความรอดแล้วเพราะว่า (1) เขาคือผู้ที่องค์พระผู้เป็นเจ้าได้แต่งตั้ง (ข้อ 45), (2) เขาเรียกองค์พระผู้เป็นเจ้าว่า “นายของข้า”, และ (3) เขาเชื่อว่าองค์พระผู้เป็นเจ้าจะมา.
มธ. 24:48 ก มธ.25:5; ฮร.10:37
มธ. 24:49 1 นี่ก็คือการกดขี่ผู้เชื่อด้วยกัน.
มธ. 24:49 2 นี่ก็คือการเป็นเพื่อนกับบรรดาชาวโลกที่เหลวไหล มัวเมาอยู่ในเรื่องราวสิ่งของฝ่ายโลก.
มธ. 24:50 ก มธ.24:36
มธ. 24:51 1 ชี้ถึงการถูกตัดขาดจากพระคริสต์แห่งสง่าราศี และจากสง่าราศีแห่งอาณาจักรของพระองค์ และการสถิตอยู่อันสง่าราศีในอาณาจักรของพระองค์จึงไม่อาจที่จะมีส่วนในพระคริสต์และสง่าราศีแห่งอาณาจักรของพระองค์ในการปรากฏของอาณาจักร เหมือนกับทาสที่สัตย์ซื่อได้รับสุขนั้น (ข้อ 45; 25:21, 23). ซึ่งเท่ากับคำสรุปที่ว่า “ทิ้งเสียที่มืดภายนอก” ในคำอุปมาเรื่องเงินตะลันต์ (25:14-30) สำหรับอุปมาเรื่องเงินตะลันต์นั้นเป็นการสำเร็จของเรื่องราวในช่วงข้อ 45-51 นั่นเอง.
มธ. 24:51 2 นี่ไม่ใช่เป็นการพินาศนิรันดร์ แต่เป็นการลงโทษแห่งยุคสมัย. ดู ฮร.12:28 คำอธิบาย 1.
มธ. 24:51 3 ดู 6:2 คำอธิบาย 2.
มธ. 24:51 ก มธ.25:30; 22:13; 8:12
มธ. 24:51 4ก ดู 8:12 คำอธิบาย 4.
สารบัญ