มัดธาย บทที่ 21
ง. การต้อนรับอย่างอบอุ่นสำหรับกษัตริย์ผู้อ่อนสุภาพ
21:1-11
21:1-11
มธ.
21:1 กครั้นพระองค์กับเหล่าสาวก1มาใกล้กรุงเยรูซาเล็มถึงหมู่บ้านเบธฟาเฆ เชิงขภูเขามะกอกเทศแล้ว พระเยซูทรงใช้สาวกสองคนออกไป
มธ.
21:2 สั่งเขาว่า “จงเข้าไปในหมู่บ้านที่อยู่ตรงหน้าท่าน แล้วท่านจะ1พบแม่ลาตัวหนึ่งผูกอยู่กับลูกของมันในทันที จงแก้ออกแล้วจูงมาให้เรา.
มธ.
21:3 ถ้ามีผู้ใดว่าอะไรแก่ท่าน ท่านจงว่า ‘1องค์พระผู้เป็นเจ้าต้องการลาเหล่านี้แล้ว2เขาจะปล่อยให้มาทันที.’
มธ.
21:4 กเหตุการณ์นี้เกิดขึ้น เพื่อให้ขสำเร็จเป็นจริงตามที่ผู้เผยพระวจนะได้กล่าวไว้ว่า
มธ.
21:5 ‘กจงบอก1บุตรีแห่งซีโอนว่า ดูเถิด กษัตริย์ของท่านกำลังเสด็จมาหาท่านด้วยขความอ่อนสุภาพ ทรงแม่ลากับลูกของมัน คือ2ลูกสัตว์ที่ใช้บรรทุก.’”
มธ.
21:6 สาวกสองคนนั้น ก็ไปทำตามที่พระเยซูตรัสสั่ง
มธ.
21:7 จึงจูงแม่ลากับลูกของมันมา. และเอา1เสื้อผ้าของตนปูบนหลังแล้วพระองค์ได้ทรงลานั้น.
มธ.
21:8 ฝูงชนส่วนมากได้เอากเสื้อผ้าของตนปูตามถนน คนอื่นๆ ก็ตัด1ขกิ่งไม้มาปูตามถนน.
มธ.
21:9 ฝ่ายฝูงชนซึ่งเดินไปเบื้องหน้าพระองค์และบรรดาคนที่ตามมาข้างหลังก็โห่ร้องขึ้นว่า “1โฮซันนาแด่2กราชโอรสของดาวิด!ขขอให้คำสรรเสริญจงมีแด่ผู้ที่เสด็จมาในพระนามขององค์พระผู้เป็นเจ้า! โฮซันนาในคที่สูงสุด!”
มธ.
21:10 เมื่อพระองค์กเสด็จเข้าไปในกรุงเยรูซาเล็มแล้ว ทั่วทั้งกรุงก็พากันแตกตื่นพูดกันว่า “ท่านนี้เป็นผู้ใด?”
มธ.
21:11 ฝูงชนจึงพูดกันว่า “นี่คือเยซูกผู้เผยพระวจนะ ซึ่งมาจากขนาซาเร็ธมณฑลฆาลิลาย.”
(4) ในกรุงเยรูซาเล็ม
21:12—23:39
21:12—23:39
ก. ทรงชำระพระวิหาร
21:12-16
21:12-16
มธ.
21:12 กพระเยซูจึงเสด็จเข้าไปในพระวิหาร ทรงขับไล่บรรดาผู้ซื้อขายในพระวิหารนั้น และคว่ำโต๊ะขผู้รับแลกเงินกับทั้งคว่ำม้านั่งผู้ขายคนกพิราบเสีย.
มธ.
21:13 แล้วพระองค์ตรัสกับเขาว่า “มีคำเขียนไว้ว่า ‘1กพระวิหารของเราเรียกว่าเป็นวิหารแห่งการอธิษฐาน’ แต่เจ้าทั้งหลายมากระทำให้เป็นขถ้ำของพวกโจร.”
มธ.
21:14 กคนตาบอดและคนง่อยในพระวิหารพากันมาเฝ้าพระองค์ พระองค์ก็ได้รักษาเขาให้หาย.
มธ.
21:15 แต่เมื่อพวกหัวหน้าปุโรหิตกับพวกธรรมาจารย์ได้เห็นการอัศจรรย์ที่พระองค์ทรงกระทำ ทั้งหมู่เด็กก็ร้องในวิหารว่า “กโฮซันนาแด่ราชโอรสของดาวิด” เขาทั้งหลายก็พากัน1โกรธยิ่งนัก.
มธ.
21:16 เขาทั้งหลายจึงทูลพระองค์ว่า “ท่านได้ยินคำที่เขาร้องหรือไม่?” พระเยซูตรัสกับเขาว่า “ได้ยินแล้ว. พวกท่านยังกไม่เคยอ่านหรือว่า ‘พระองค์ทรงกระทำให้คำสรรเสริญนั้นครบสมบูรณ์ขจากปากของคเด็กอ่อนและทารกที่ยังไม่หย่านม?’”
ข. ทรงประทับอยู่ที่หมู่บ้านเบธาเนีย
21:17
21:17
มธ.
21:17 พระองค์จึงได้ละจากเขา เสด็จกออกจากกรุงไปประทับอยู่ที่1ขหมู่บ้านเบธาเนีย.
ค. ทรงสาปแช่งประเทศอิสราเอล
21:18-22
21:18-22
มธ.
21:18 กครั้นเวลาเช้า ขณะเสด็จกลับไปยังกรุงอีก ก็ทรง1ขหิวพระกระยาหาร.
มธ.
21:19 และเมื่อทอดพระเนตรไปเห็น1กต้นมะเดื่อเทศต้นหนึ่งอยู่ริมทางก็ทรงดำเนินเข้าไปใกล้ เห็นต้นมะเดื่อเทศนั้นไม่มีผล มีแต่ใบเท่านั้น. พระองค์จึงตรัสกับต้นมะเดื่อเทศนั้นว่า “เจ้า2จะไม่เกิดผลอีกต่อไปเป็นนิตย์” ทันใดนั้น ต้นมะเดื่อเทศก็3เหี่ยวแห้งไป.
มธ.
21:20 ครั้นเหล่าสาวกได้เห็นก็ประหลาดใจแล้วว่า “ต้นมะเดื่อเทศเหี่ยวแห้งไปใน ทันใดได้อย่างไร?”
มธ.
21:21 ฝ่ายพระเยซูตรัสตอบเขาว่า “เราบอกท่านทั้งหลายตามจริงว่า ถ้าท่านมีกความเชื่อและมิได้ขสงสัย ท่านจะไม่เพียงกระทำในสิ่งที่[เกิดขึ้น]กับต้นมะเดื่อเทศได้เท่านั้น ยิ่งกว่านั้น ถึงแม้ท่านจะสั่งคภูเขานี้ว่าจงเลื่อนลงไปในทะเล ก็จะสำเร็จได้.
มธ.
21:22 สิ่งสารพัดซึ่งท่านจะอธิษฐานกทูลขอ หากท่านเชื่อ ท่านก็จะได้รับ.”
ง. ทรงถูกทดสอบ
21:23—22:46
21:23—22:46
(ก) ถูกทดสอบโดยพวกหัวหน้าปุโรหิตและผู้อาวุโส
เกี่ยวกับอำนาจของพระองค์
21:23—22:14
เกี่ยวกับอำนาจของพระองค์
21:23—22:14
มธ.
21:23 กเมื่อพระองค์เสด็จเข้าไปในพระวิหาร พวกหัวหน้าปุโรหิตและผู้อาวุโสของประชาชนมาเฝ้าพระองค์ในเวลาที่ทรงขสั่งสอนอยู่ ทูลว่า “ท่านกระทำการเหล่านี้โดยอำนาจอะไร? คผู้ใดให้ท่านมีอำนาจเช่นนี้?”
มธ.
21:24 พระเยซูตรัสตอบเขาว่า “เราก็จะถามท่านทั้งหลายสักข้อหนึ่งด้วย ถ้าท่านตอบได้ เราจึงจะบอกท่านว่าเรากระทำการนี้โดยอำนาจอะไร.
มธ.
21:25 บัพติศมาของโยฮันนั้นมาจากไหน มาจากกสวรรค์หรือมาจากมนุษย์?” เขาได้หารือกันว่า “ถ้าเราจะว่ามาจากสวรรค์ ท่านจะว่าแก่เราว่า ‘เหตุไฉนจึงไม่เชื่อโยฮันเล่า?’
มธ.
21:26 แต่ถ้าเราจะว่ามาจากมนุษย์ก็กลัวประชาชน เพราะคนทั้งปวงถือว่าโยฮันเป็นกผู้เผยพระวจนะ.”
มธ.
21:27 เขาจึงทูลตอบพระเยซูว่า “พวกข้าพเจ้า1ไม่ทราบ.” พระองค์จึงตรัสกับเขาเช่นกันว่า “2เราจะไม่บอกท่านทั้งหลายเหมือนกันว่า เรากระทำการนี้โดยอำนาจอะไร.
a. การหันเปลี่ยนสิทธิบุตรหัวปี
21:28-32
21:28-32
มธ.
21:28 ท่านทั้งหลายคิดเห็นอย่างไร? คนหนึ่งมีบุตรชายสองคน. เขาไปหาบุตรคนโตว่า ‘ลูกเอ๋ย วันนี้จงไปทำงานในกสวนองุ่นของพ่อเถิด.’
มธ.
21:29 บุตรคนนั้นตอบว่า ‘ไม่ไป แต่ภายหลังกลับเสียใจจึงไป.’
มธ.
21:30 บิดาจึงไปพูดกับบุตรอีกคนหนึ่งเช่นเดียวกัน บุตรนั้นตอบรับว่า ‘จะไปขอรับ แต่ไม่ได้ไป.’
มธ.
21:31 บุตรสองคนนี้ คนไหนเป็นผู้ทำตามความประสงค์ของบิดาเล่า?” พวกเขาทูลว่า “1บุตรคนโต.” พระเยซูตรัสกับเขาว่า “เราบอกท่านทั้งหลายตามจริงว่า ‘กพวกเก็บภาษีและขโสเภณีก็เข้าในอาณาจักรของคพระเจ้าก่อนท่านทั้งหลาย.’
มธ.
21:32 ด้วยโยฮันได้มาหาพวกท่านในกทางแห่ง1ความชอบธรรม พวกท่านไม่เชื่อเขา แต่พวกเก็บภาษีและโสเภณีได้เชื่อเขา. ฝ่ายท่านทั้งหลายถึงแม้ได้เห็นแล้ว ภายหลังก็ยังมิได้กลับใจเชื่อโยฮัน.
b. การโยกย้ายแห่งอาณาจักรของพระเจ้า
21:33-46
21:33-46
มธ.
21:33 กจงฟังคำอุปมาอีกเรื่องหนึ่งว่า ‘ยังมี1เจ้าของสวนคนหนึ่งได้ปลูก1ขสวนองุ่นแล้วล้อมครั้วไว้รอบ เขาได้ขุดงบ่อย่ำองุ่น และก่อหอเฝ้า ให้1พวกผู้ดูแลสวนเช่าแล้วก็ไปเสียจเมืองอื่น.
มธ.
21:34 ครั้นถึงฤดูเก็บผล จึงกส่ง1พวกทาสของท่านไปหาผู้ดูแลสวนเพื่อจะรับผลของท่าน.
มธ.
21:35 แต่พวกผู้ดูแลสวนก็จับทาสของท่าน1กเฆี่ยนตีเสียคนหนึ่ง,ขฆ่าเสียคนหนึ่งคเอาหินขว้างตายเสียคนหนึ่ง.
มธ.
21:36 อีกครั้งหนึ่ง ท่านก็ส่งทาสอื่นๆ ไปมากกว่าครั้งก่อน แต่ผู้ดูแลสวนก็ได้ทำแก่พวกเขาอย่างนั้นอีก.
มธ.
21:37 ภายหลังท่านจึงส่ง1กบุตรของท่านไปหาพวกเขา พูด[ในใจ]ว่า ‘เขาคงจะเคารพบุตรของเรา.’
มธ.
21:38 แต่เมื่อผู้ดูแลสวนเห็นบุตรนั้นก็พูดกันว่า ‘1นี่แหละเป็นกทายาท. มาเถิดให้เราขฆ่าเขา แล้วยึดเอามรดกของเขาเสีย.’
มธ.
21:39 เขาจึงพากันกจับบุตรนั้น1ผลักออกไปขนอกสวนแล้วคฆ่าเสีย.’
มธ.
21:40 เหตุฉะนั้นเมื่อเจ้าของสวนมา ท่านจะทำอย่างไรแก่ผู้เช่าสวนเหล่านั้น?”
มธ.
21:41 เขาทั้งหลายทูลตอบว่า “ท่านจะ1กล้างผลาญคนชั่วเหล่านั้นอย่างทารุณและสวนนั้นจะให้ผู้ดูแลสวน2คนอื่นที่สามารถส่งมอบขผลผลิตมาให้ท่านตามฤดูกาลได้เช่าต่อไป.”
มธ.
21:42 พระเยซูตรัสกับเขาว่า “ท่านทั้งหลายกไม่เคยอ่านในพระคัมภีร์หรือซึ่งว่า ‘1ขศิลาที่1ช่างก่อได้ทอดทิ้งเสีย ยังได้กลายเป็น2คศิลาหัวมุมก้อนแรกแล้ว.’ นี่เป็นการกระทำขององค์พระผู้เป็นเจ้า ซึ่งเป็นการมหัศจรรย์ที่ประจักษ์แก่ตาของเรา?
มธ.
21:43 เหตุฉะนั้นเราบอกท่านว่า ‘1อาณาจักรของกพระเจ้าจะต้องถูกรับเอาไปจากท่าน แล้วยกให้แก่2ชนชาติที่สามารถเกิดขผล.’
มธ.
21:44 1ผู้ใดล้มทับกศิลานี้ ผู้นั้นจะต้องแตกละเอียดไป แต่ศิลานี้จะตกทับ2ผู้ใด ผู้นั้นจะถูกขบดขยี้เป็นผุยผงและปลิวว่อนไปดังแกลบ.”
มธ.
21:45 ครั้นพวกหัวหน้าปุโรหิตกับพวกฟาริซายได้ยินคำอุปมาเหล่านั้นของพระองค์ก็รู้ว่าพระองค์ตรัสเล็งถึงพวกเขา.
มธ.
21:46 แต่ครั้นเขาจะหาเหตุกจับพระองค์ก็กลัวฝูงชน เพราะฝูงชนถือว่าพระองค์เป็นขผู้เผยพระวจนะ.
คำอธิบาย มัดธาย บทที่ 21
มธ.
21:1 ก ข้อ 1-9: มก.11:1-10; ลก.19:29-38
มธ.
21:1 1 ใน 19:1 พวกเขาเริ่มเดินทางจากฆาลิลาย, ใน 20:17 นั้น พวกเขายังอยู่ในระหว่างทางและใน 20:29 นั้น พวกเขาก็ได้ผ่านเมืองยะริโฮแล้ว. ขณะนี้พวกเขาได้มาถึงเชิงภูเขามะกอกเทศใกล้กรุงเยรูซาเล็ม.
มธ.
21:1 ข มธ.24:3; 26:30; กจ.1:12; ซคย.14:4
มธ.
21:2 1 สิ่งนี้แสดงให้เห็นว่าองค์พระผู้เป็นเจ้าทรงรู้ทุกสิ่งทุกอย่าง.
มธ.
21:3 1 สิ่งนี้แสดงให้เห็นว่าพระคริสต์ทรงเป็นเจ้าของแห่งสรรพสิ่ง.
มธ.
21:3 2 วลีนี้ต่างกับวลีที่กล่าวใน มก.11:3ข.
มธ.
21:4 ก ข้อ 4-9: ยฮ.12:12-15
มธ.
21:4 ข มธ.1:22
มธ.
21:5 ก ยซย.62:11; ซคย.9:9; ยฮ.12:15
มธ.
21:5 1 หมายถึงเหล่าประชาชนแห่งกรุงเยรูซาเล็ม (เทียบ บพส.137:8; 45:12).
มธ.
21:5 ข มธ.11:29
มธ.
21:5 2 นี่เป็นเครื่องหมายซึ่งเล็งถึงสภาพที่ถ่อมตนและต่ำต้อย ซึ่งกษัตริย์แห่งอาณาจักรสวรรค์ก็ทรงยินดีรับเอา.
มธ.
21:7 1 เสื้อผ้าเป็นเครื่องหมายเล็งถึงคุณธรรมแห่งสภาพมนุษย์ในการประพฤติของมนุษย์ เหล่าสาวกได้เทิดทูนกษัตริย์ผู้ต่ำต้อยนี้โดยนำเอาเสื้อผ้าของตนปูบนหลังแม่ลาและลูกของมันแล้วให้พระองค์ได้ทรงลานั้น ส่วนประชาชนเป็นอันมากก็เทิดทูนพระองค์ด้วยการปูเสื้อผ้าตามถนนเพื่อให้พระองค์เสด็จผ่านไป (ข้อ 8).
มธ.
21:8 ก เทียบ 2พกษ.9:13
มธ.
21:8 ข ลวต.23:40; วว.7:9
มธ.
21:8 1ข นี่คือกิ่งของต้นปาล์ม หรือทางปาล์ม (ยฮ.12:13) เป็นเครื่องหมายเล็งถึงชีวิตแห่งชัยชนะ (วว.7:9) และความอิ่มหนำจากการรับสุขผลิตผลอันอุดมของชีวิตนี้ ซึ่งมีเทศกาลตั้งทับอาศัยเป็นแบบเล็ง (ลวต.23:40; นฮย.8:15). ฝูงชนได้ใช้ทั้งเสื้อผ้าของตนและกิ่งต้นปาล์มมาเฉลิมฉลองการเสด็จมาของกษัตริย์ผู้ต่ำต้อย.
มธ.
21:9 1 ภาษาเฮ็บราย มีความหมายว่าขอโปรดช่วยให้รอด (บพส.118:25).
มธ.
21:9 ก มธ.1:1
มธ.
21:9 2ก เป็นนามที่ทรงเกียรติของกษัตริย์ผู้ต่ำต้อย.
มธ.
21:9 ข บพส.118:26; มธ.23:39
มธ.
21:9 ค บพส.148:1; ลก.2:14
มธ.
21:10 ก มธ.1:1
มธ.
21:11 ก มธ.21:46; ลก.7:16; ยฮ.6:14; 7:40; 9:17; พบญ.18:15, 18; กจ.3:22-23
มธ.
21:11 ข มธ.2:23
มธ.
21:12 ก ข้อ 12-16: มก.11:15-18; ลก. 19:45-47; เทียบ ยฮ.2:14-17
มธ.
21:12 ข พบญ.14:25-26
มธ.
21:12 ค ลวต.1:14; 5:7; 12:8
มธ.
21:13 ก ยซย.56:7
มธ.
21:13 1ก แปลตามตรงคือ บ้าน, พระนิเวศน์.
มธ.
21:13 ข พบญ.14:25-26
มธ.
21:14 ก มธ.11:5; 15:30-31
มธ.
21:15 ก มธ.21:9
มธ.
21:15 1 แม้ว่าพวกหัวหน้าปุโรหิตกับบรรดาธรรมาจารย์ที่ดื้อรั้นได้เห็นการอัศจรรย์ที่กษัตริย์ผู้ต่ำต้อยทรงกระทำแล้ว ก็ยังคงพากันโกรธยิ่งนัก. ความโกรธยิ่งนักของพวกเขามาจากความเย่อหยิ่งและจากความริษยาของพวกเขาเอง ซึ่งได้ทำให้เขามองไม่เห็นนิมิตเกี่ยวกับกษัตริย์.
มธ.
21:16 ก มธ.12:3
มธ.
21:16 ข บพส.8:2
มธ.
21:16 ค มธ.11:25
มธ.
21:17 ก มก.11:19; ลก.21:37
มธ.
21:17 ข มก. 11:1, 11; ลก.24:50; ยฮ.11:1, 18; 12:1
มธ.
21:17 1ข เมื่อองค์พระผู้เป็นเจ้าเสด็จขึ้นไปยังกรุงเยรูซาเล็มในครั้งสุดท้าย พระองค์ทรงอยู่ในเมืองเพื่อทำหน้าที่ในการปฏิบัติเฉพาะเวลากลางวันเท่านั้น. เมื่อตกเย็นทุกครั้งพระองค์ก็เสด็จออกจากกรุง ไปประทับที่เชิงเขาด้านตะวันออกของภูเขามะกอกเทศในหมู่บ้านเบธาเนีย (มก.11:19; ลก.21:37) ซึ่งมีบ้านของนางมาเรีย, มาธา, และลาซะโร รวมทั้งบ้านของซีโมนก็อยู่ที่นั่นด้วย (ยฮ.11:1; มธ.26:6). ที่กรุงเยรูซาเล็มนั้นองค์พระผู้เป็นเจ้าถูกผู้นำศาสนายูดายละทิ้งแต่ ณ หมู่บ้านเบธาเนีย พระองค์ได้รับการต้อนรับจากบรรดาผู้ที่รักพระองค์.
มธ.
21:18 ก ข้อ 18-22: มก. 11:12-14, 20-24
มธ.
21:18 ข มธ.4:2
มธ.
21:18 1ข นี่เป็นเครื่องหมายเล็งว่า องค์พระผู้เป็นเจ้าทรงหิวกระหายผลผลิตที่จะได้รับจากพลไพร่อิสราเอลเพื่อให้พระเจ้าอิ่มหนำ.
มธ.
21:19 ก ลก.13:6-9
มธ.
21:19 1ก ต้นมะเดื่อเทศในที่นี้เป็นสัญลักษณ์เล็งถึงประเทศอิสราเอล (ยรม.24:2, 5, 8). ต้นมะเดื่อเทศต้นนี้มีใบดกแต่ไม่มีผล เป็นเครื่องหมายเล็งถึงประเทศอิสราเอลในขณะนั้นมีการแสดงทางภายนอกมากมายแต่ไม่มีอะไรให้พระเจ้าอิ่มหนำได้เลย.
มธ.
21:19 2 นี่เป็นเครื่องหมายเล็งถึง การสาปแช่งที่มาถึงประเทศอิสราเอล.
มธ.
21:19 3 ตั้งแต่นั้นเป็นต้นมา ประเทศอิสราเอลก็ได้เหี่ยวแห้งไปจริงๆ.
มธ.
21:21 ก มธ.17:20
มธ.
21:21 ข รม.4:20; ยก.1:6
มธ.
21:21 ค 1กธ.13:2
มธ.
21:22 ก มธ.7:7; มก.11:24; 1ยฮ.3:22; 5:14-15
มธ.
21:23 ก ข้อ 23-27: มก.11:27-33; ลก.20:1-8
มธ.
21:23 ข มธ.26:55
มธ.
21:23 ค เทียบ อซด.2:14; กจ.4:7
มธ.
21:25 ก ยฮ.3:27
มธ.
21:26 ก มธ.11:9; 14:5
มธ.
21:27 1 นี่เป็นคำโกหก.
มธ.
21:27 2 สิ่งนี้ได้บ่งบอกว่าองค์พระผู้เป็นเจ้าทรงทราบอยู่แล้วว่า ผู้นำชาวยูดายจะไม่ตอบพระองค์ในสิ่งที่พวกเขารู้ ดังนั้นองค์พระผู้เป็นเจ้าจึงไม่ตอบคำถามของพวกเขาด้วยเช่นกัน. เขาโกหกองค์พระผู้เป็นเจ้าว่า “พวกข้าพเจ้าไม่ทราบ.” แต่องค์พระผู้เป็นเจ้าก็ทรงใช้สติปัญญาตรัสความจริงกับพวกเขา ก็ได้เปิดโปงคำมุสาของพวกเขาอีกทั้งยังได้เลี่ยงคำถามของพวกเขาอีกด้วย.
มธ.
21:28 ก มธ.21:33; 20:1
มธ.
21:31 1 ใน ลก.15:1-2, 11-32 องค์พระผู้เป็นเจ้าทรงเปรียบผู้นำแห่งศาสนายูดายเหมือนกับบุตรคนโตและเปรียบพวกเก็บภาษีและคนบาปเหมือนกับบุตรคนเล็ก. แต่ในที่นี้องค์พระผู้เป็นเจ้าทรงเปรียบพวกเขาสลับกัน ซึ่งบ่งบอกว่าชาวยูดายเคยเป็นบุตรหัวปีของพระเจ้า (อซด.4:22) มีสิทธิบุตรหัวปี แต่เนื่องจากพวกเขาไม่เชื่อจึงทำให้สิทธิบุตรหัวปีของพระเจ้าได้หันเปลี่ยนไปสู่คริสตจักร ซึ่งกลายมาเป็นบุตรหัวปีของพระเจ้า (ฮร.12:23).
มธ.
21:31 ก ลก.3:12; 7:29
มธ.
21:31 ข เทียบ ลก.7:37; ยฮ.4:17-18
มธ.
21:31 ค มธ.12:28
มธ.
21:32 ก สภษ.8:20; 2ปต.2:21
มธ.
21:32 1 หนังสือกิตติคุณมัดธายซึ่งกล่าวถึงอาณาจักรได้เน้นในเรื่องความชอบธรรม เพราะการดำเนินชีวิตแห่งอาณาจักรนั้นเป็นการดำเนินชีวิตแห่งความชอบธรรมที่เข้มงวด ซึ่งเป็นความชอบธรรมที่เราจะต้องแสวงหาเอา (5:20, 6; 6:33). โยฮันผู้ให้บัพติศมาได้มาโดยทางชอบธรรมเช่นนี้พระเยซูจึงได้ยินยอมรับบัพติศมาจากโยฮันเพื่อที่จะสำเร็จความชอบธรรมประเภทนี้ (3:15).
มธ.
21:33 ก ข้อ 33-46: มก.12:1-12; ลก.20:9-19
มธ.
21:33 1 ผู้ที่เป็นเจ้าของสวนคือพระเจ้า, สวนองุ่นคือกรุงเยรูซาเล็ม (ยซย.5:1), และผู้ดูแลสวนก็คือผู้นำของชาวอิสราเอล (ข้อ 45).
มธ.
21:33 ข มธ.21:28; ยซย.5:1; ยรม.2:21
มธ.
21:33 ค บพส.80:12
มธ.
21:33 ง ยซย.5:2
มธ.
21:33 จ มธ.25:14
มธ.
21:34 ก 2คนก.24:19; 36:15
มธ.
21:34 1 พวกทาสเหล่านี้ก็คือเหล่าผู้เผยพระวจนะที่พระเจ้าส่งไป (2คนก.24:19; 36:15).
มธ.
21:35 ก ยรม.37:15
มธ.
21:35 1ก นี่ก็คือการข่มเหงที่ผู้เผยพระวจนะในพันธสัญญาเดิมได้รับ (ยรม.37:15; นฮย.9:26; 2คนก.24:21).
มธ.
21:35 ข นฮย.9:26; กจ.7:52; เทียบ มธ.22:6; 1ธซ.2:15
มธ.
21:35 ค 2คนก.24:21; มธ.23:37; เทียบ ยฮ.10:31-33; กจ.7:59
มธ.
21:37 ก ยฮ.3:17; 1ยฮ.4:14
มธ.
21:37 1ก นี่ก็คือ พระคริสต์.
มธ.
21:38 1 ถ้อยคำนี้บ่งบอกว่า พวกผู้นำแห่งศาสนายูดายอิจฉาสิทธิที่พระคริสต์มีนั้น และคิดจะรักษาตำแหน่งที่จอมปลอมของพวกเขาไว้.
มธ.
21:38 ก ฮร.1:2; บพส.2:8
มธ.
21:38 ข มธ.26:4; ยฮ.11:53
มธ.
21:39 ก มธ.26:50
มธ.
21:39 1 พระคริสต์ถูกฆ่านอกเมืองเยรูซาเล็ม (ฮร.13:12).
มธ.
21:39 ข ฮร.13:12
มธ.
21:39 ค กจ.2:23; 3:15
มธ.
21:41 ก มธ.22:7
มธ.
21:41 1ก เหตุการณ์นี้ได้สำเร็จเมื่อ ค.ศ.70 คือขณะที่ติตัสซึ่งเป็นมกุฎราชกุมารแห่งโรมันได้ยกทัพมาทำลายกรุงเยรูซาเล็ม.
มธ.
21:41 2 คนเหล่านั้นก็คือเหล่าอัครทูต.
มธ.
21:41 ข มธ.21:43
มธ.
21:42 ก มธ.12:3
มธ.
21:42 ข บพส.118:22-23; กจ.4:11; 1ปต.2:7
มธ.
21:42 1ข ศิลานี้ก็คือพระคริสต์ที่มีเพื่อการก่อสร้างของพระเจ้า (ยซย.28:16; ซคย.3:9; 1ปต.2:4), ช่างก่อคือผู้นำชาวยูดาย ซึ่งจริงๆ แล้วเขาทั้งหลายควรจะทำการงานเพื่อการก่อสร้างของพระเจ้า.
มธ.
21:42 ค ยซย.28:16; อฟ.2:20; 1ปต.2:6-7
มธ.
21:42 2ค พระคริสต์ไม่เพียงแต่เป็นศิลาราก (ยซย.28:16) และศิลายอด (ซคย.4:7) เท่านั้น แต่ยังทรงเป็นศิลาหัวมุมก้อนแรกอีกด้วย.
มธ.
21:43 1 อาณาจักรของพระเจ้านั้นอยู่ท่ามกลางชาวอิสราเอลอยู่ก่อนแล้ว แต่อาณาจักรแห่งสวรรค์ทั้งหลายนั้นมาใกล้แล้ว (3:2; 4:17). นี่พิสูจน์ว่าอาณาจักรแห่งสวรรค์ทั้งหลายนั้นต่างกับอาณาจักรของพระเจ้า (ดู 5:3 คำอธิบาย 4).
มธ.
21:43 ก มธ.12:28
มธ.
21:43 2 นี่ก็คือคริสตจักร.
มธ.
21:43 ข มธ.21:41
มธ.
21:44 1 นี่ก็คือผู้ที่สะดุดล้มเพราะเหตุพระคริสต์โดยได้เน้นถึงชาวอิสราเอลที่ไม่เชื่อเป็นพิเศษ (ยซย.8:15; รม.9:32).
มธ.
21:44 ก ยซย.8:14-15; รม.9:33; 1ปต.2:8
มธ.
21:44 2 ชี้ถึงชนนานาประเทศหรือพวกต่างชาติซึ่งพระคริสต์จะบดขยี้ให้แตกละเอียดไปในเวลาที่พระองค์เสด็จกลับมา (ดนอ.2:34-35). สำหรับผู้เชื่อแล้ว พระคริสต์ทรงเป็นศิลาที่เป็นฐานรากซึ่งพวกเขาได้เชื่อพึ่งพิง (ยซย.28:16); สำหรับชาวยูดายที่ไม่เชื่อนั้นพระองค์ทรงเป็นศิลาที่ทำให้สะดุด (ยซย.8:14; รม.9:33); และสำหรับนานาประเทศพระองค์จะเป็นศิลาที่ตกทับพวกเขา.
มธ.
21:44 ข ดนอ.2:34-35
มธ.
21:46 ก ยฮ.7:30, 44
มธ.
21:46 ข มธ.21:11