การงานบรรณกิจของห้องสมุดกิตติคุณแห่งประเทศไทย
หากท่านต้องการมีส่วนในการงานบรรณกิจของห้องสมุดกิตติคุณแห่งประเทศไทย
ท่านสามารถมอบถวายทรัพย์โดยโอนเงินเข้าบัญชีของห้องสมุด:
ธนาคารกสิกรไทย สาขาพาราไดซ์ พาร์ค
ชื่อบัญชี: นายปิยะ ตั้งเสรีมั่นคง และ
นางสุมิตรา อดุลประวิตรชัย และ
นางสาวทานาธิบดี ชูมณี
เลขที่บัญชี: 218-3-99941-1

รบกวนส่งสลิปการโอนมาที่ Line ID: @gospelbookroom

มัดธาย บทที่ 20

มธ. 20:1 1เพราะว่าอาณาจักรแห่งสวรรค์ทั้งหลายเปรียบเหมือน2ผู้เป็นเจ้าของบ้านคนหนึ่ง ออกไปจ้าง3คนมาทำงานใน4กสวนองุ่นของตนตั้งแต่5เวลาเช้าตรู่.
มธ. 20:2 ครั้น1ตกลงกับคนงานวันละ2หนึ่งเดนาริอันแล้ว จึงใช้ให้เขาไป[ทำงาน]ในสวนองุ่น.
มธ. 20:3 พอเวลาประมาณ1สามโมงเช้า เจ้าของบ้านก็ออกไปอีก เห็น2ยังมีคนยืนอยู่ว่างงานอยู่ 3ในตลาด
มธ. 20:4 จึงพูดกับเขาว่า ‘ท่านทั้งหลายจงเข้าไป[ทำงาน]ในสวนองุ่นด้วยเถิด เราจะให้[ค่าจ้าง]แก่พวกเจ้าตามที่ถูกต้อง.’ แล้วเขาก็พากันไป.
มธ. 20:5 ต่อมาเวลา1เที่ยงวัน และเวลา2บ่ายสามโมง เจ้าของสวนก็ออกไปอีกทำเหมือนแต่ก่อน.
มธ. 20:6 ประมาณ1ห้าโมงเย็นก็ออกไปอีกครั้งหนึ่ง พบอีกพวกหนึ่งยืนอยู่จึงพูดกับเขาว่า ‘พวกท่านยืนว่างงานอยู่ที่นี่ทั้งวันทำไม?’
มธ. 20:7 พวกเขาตอบว่า ‘เพราะ1ไม่มีใครจ้างพวกข้าพเจ้า. เจ้าของสวนจึงบอกเขาว่าท่านทั้งหลายจง2ไป[ทำงาน]ในสวนองุ่นด้วยเถิด.’
มธ. 20:8 ครั้นถึงเวลา1พลบค่ำ เจ้าของสวนองุ่นจึงสั่งผู้ดูแลสวนว่า ‘จงเรียกคนงานมา และให้ค่าจ้างแก่เขา ตั้งแต่2คนมา[ทำงาน]หลังสุดจนถึงคนแรกสุด.’
มธ. 20:9 คนที่มา[ทำงาน]เวลาประมาณห้าโมงเย็นนั้น ได้[ค่าจ้าง]คนละหนึ่งเดนาริอัน.
มธ. 20:10 ส่วน1คนที่มาก่อนนึกว่าเขาคงจะได้มากกว่านั้น. แต่ก็ได้คนละหนึ่งเดนาริอันเหมือนกัน.
มธ. 20:11 เมื่อเขารับ[เงิน]ไปแล้วก็บ่นต่อว่าเจ้าของบ้าน
มธ. 20:12 1กล่าวว่า ‘พวกที่มาหลังสุดได้ทำงานชั่วโมงเดียว และท่านได้ให้[ค่าจ้างแก่]เขา2เหมือนกับพวกเราที่ตรากตรำกลางแดดตลอดวัน.’
มธ. 20:13 ฝ่ายเจ้าของสวนก็ตอบแก่1ผู้หนึ่งในพวกนั้นว่า ‘2กสหายเอ๋ย เรามิได้กระทำไม่ชอบธรรมต่อเจ้าเลย. ท่านได้3ตกลงกับเราแล้วว่า ‘[วันละ]หนึ่งเดนาริอันมิใช่หรือ?’
มธ. 20:14 1รับ[ค่าจ้าง]ของท่านไปเถิด. เรา1พอใจจะให้คนที่มาทำการหลังสุดนั้นเหมือนกับท่าน.
มธ. 20:15 เป็นการผิดกฎบัญญัติหรือ ที่เราจะใช้ของๆ เราตาม1ใจของเราเอง? หรือเป็นเพราะเจ้าเห็นเรา1ใจดี ตาของเจ้าก็2แสดงความอิจฉาหรือ?’
มธ. 20:16 อย่างนั้นแหละ 1กคนที่อยู่ข้างปลายจะไปอยู่ข้างต้น และที่อยู่ข้างต้นจะไปอยู่ข้างปลาย.”
(3) ในระหว่างทางที่เสด็จขึ้นไปยังกรุงเยรูซาเล็ม
20:17—21:11
ก. ทรงเปิดเผยถึงการถูกตรึงตายและการเป็นขึ้นเป็นครั้งที่สาม
20:17-19
มธ. 20:17 กเมื่อพระเยซูจะเสด็จขึ้นไปยังขกรุงเยรูซาเล็ม ก็พาเหล่าสาวกสิบสองคนไปแต่ลำพัง แล้วตรัสแก่เขาตามทางว่า
มธ. 20:18 “ดูเถิด เราทั้งหลายจะขึ้นไปยังกรุงเยรูซาเล็ม และบุตรมนุษย์จะต้องถูกมอบไว้กับพวกหัวหน้าปุโรหิตและพวกธรรมาจารย์. และเขาเหล่านั้นจะปรับโทษพระองค์ถึง1กตาย
มธ. 20:19 และจะกมอบพระองค์ไว้กับคนต่างชาติให้ขเยาะเย้ยและเฆี่ยนตี และให้คตรึงไว้ที่กางเขน และในงวันที่สามจะทรงให้พระองค์เป็นขึ้น.”
ข. พระที่นั่งของอาณาจักรกับจอกขมแห่งกางเขน
20:20-28
มธ. 20:20 กขณะนั้นมารดาแห่งบุตรของขเซเบดาย พา1บุตรทั้งสองของนางมานมัสการพระองค์ แล้วทูลขอสิ่งหนึ่งจากพระองค์.
มธ. 20:21 พระองค์จึงตรัสแก่นางว่า “ท่านประสงค์สิ่งใด?” นางทูลว่า “ขอทรงรับสั่งให้บุตรสองคนของข้าพเจ้านี้กนั่งเบื้องขวาพระหัตถ์คนหนึ่ง เบื้องซ้ายคนหนึ่งในอาณาจักรของพระองค์.”
มธ. 20:22 แต่พระเยซูตรัสตอบว่า “ท่านทั้งหลายไม่รู้ว่ากำลังขออะไรอยู่กจอกซึ่งเราจะดื่มนั้น ท่านจะ1ดื่มได้หรือ?” เขาทูลว่า “ข้าพเจ้าทั้งหลาย[ดื่ม]ได้.”
มธ. 20:23 พระองค์ตรัสแก่เขาว่า “จอกของเรา ท่านทั้งหลายจะกดื่มเป็นแน่ แต่ซึ่งจะนั่งข้างขวาและข้างซ้ายของเรานั้น1ไม่ใช่[หน้าที่]ของเราที่จะจัดให้ แต่พระบิดาของเราได้ทรงเตรียมไว้สำหรับผู้ใด ก็จะให้แก่ผู้นั้น.”
มธ. 20:24 เมื่อ[สาวก]สิบคนนั้นได้ยินแล้ว ก็เดือดดาลพี่น้องสองคนนั้นยิ่งนัก.
มธ. 20:25 กพระเยซูจึงทรงเรียกเขาทั้งหลายมา แล้วตรัสว่า “ท่านทั้งหลายรู้อยู่ว่าผู้ปกครองของพวกต่างชาติ ย่อมเป็นเจ้านายอยู่เหนือพวกเขา และข้าราชการชั้นผู้ใหญ่ก็ใช้อำนาจเหนือพวกเขา.
มธ. 20:26 แต่ในพวกท่าน อย่าได้เป็นเช่นนั้น ถ้าผู้ใดใคร่จะได้กเป็นใหญ่ในพวกท่าน [ผู้นั้น]จะต้องเป็น1ผู้รับใช้ท่านทั้งหลาย
มธ. 20:27 ถ้าผู้ใดใคร่จะได้เป็นเอกเป็นต้น[ผู้นั้น]จะต้องเป็น1กทาสของพวกท่าน.
มธ. 20:28 เหมือนดังกบุตร1มนุษย์มิได้มาเพื่อรับการปรนนิบัติ แต่ท่านมาเพื่อจะขปรนนิบัติเขา และเพื่อประทาน2ชีวิตของท่านให้เป็นคค่าไถ่คนเป็นอันมาก.”
ค. รักษาคนตาบอดสองคนให้หาย
20:29-34
มธ. 20:29 กเมื่อพวกเขาออกไปจากเมืองยะริโฮ ฝูงชนเป็นอันมากก็ได้ตามพระองค์ไป.
มธ. 20:30 ดูเถิด มีกคนตาบอดสองคนนั่งอยู่ริมถนน เมื่อได้ยินว่าพระเยซูเสด็จผ่านมาจึงร้องว่า “ข้าแต่องค์พระผู้เป็นเจ้า1ขผู้เป็นบุตรของดาวิด ขอทรงโปรดสงสารพวกเราเถิด!”
มธ. 20:31 ฝ่ายฝูงชนก็กตำหนิพวกเขาให้นิ่งเสีย แต่พวกเขายิ่งร้องขึ้นอีกว่า “ข้าแต่องค์พระผู้เป็นเจ้าผู้เป็นบุตรดาวิด ขอทรงโปรดสงสารพวกเราเถิด!”
มธ. 20:32 พระเยซูจึงหยุดยืนอยู่เรียกพวกเขามาและตรัสว่า “ท่านทั้งสองจะใคร่ให้เราทำอะไรเพื่อท่าน?”
มธ. 20:33 เขาทูลว่า “ข้าแต่องค์พระผู้เป็นเจ้า ให้นัยน์ตาของพวกเราเปิดออก.”
มธ. 20:34 พระเยซูทรงมีกพระทัยกรุณา ก็ทรงสัมผัสนัยน์ตาเขาในทันใดนั้นเขาก็เห็นได้ และจึงได้ติดตามพระองค์ไป.

คำอธิบาย มัดธาย บทที่ 20

มธ. 20:1 1 คำว่า “เพราะเหตุ” ได้ชี้บ่งว่าคำอุปมาในข้อ 1-16 นั้นเป็นการอธิบาย 19:30.
มธ. 20:1 2 ชี้ถึงพระคริสต์ผู้เป็นเจ้าของบ้าน.
มธ. 20:1 3 คนงาน ชี้ถึงพวกสาวก.
มธ. 20:1 ก มธ. 21:28, 33
มธ. 20:1 4ก สวนองุ่น ชี้ถึงอาณาจักร.
มธ. 20:1 5 เวลาเช้าในที่นี้คือเวลาหกนาฬิกาชี้ถึงช่วงยุคแรกเริ่มของคริสตจักร ซึ่งในขณะนั้นพระคริสต์เสด็จมาเรียกพวกสาวกเข้าอาณาจักร.
มธ. 20:2 1 หมายถึงสิ่งที่องค์พระผู้เป็นเจ้าได้ตกลงไว้ใน 19:27-29.
มธ. 20:2 2 ยฮ.6:7 คำอธิบาย 1. เงินหนึ่งเดนาริอัน ชี้ถึงบำเหน็จที่องค์พระผู้เป็นเจ้าทรงสัญญาจะให้แก่เปโตร ตามที่ได้ตกลงกับเขาไว้ใน 19:27-29.
มธ. 20:3 1 แปลตามตรงคือชั่วโมงที่สาม. นี่เป็นเวลาของชาวเฮ็บรายซึ่งใน มัดธาย, มาระโก, ลูกา, และกิจการจะใช้ระบบนี้. เวลานี้คือเวลาเช้า 09:00 น. ชี้ถึงช่วงเวลาที่สองของยุคคริสตจักรนั่นเอง.
มธ. 20:3 2 ถ้อยคำนี้ชี้ให้เห็นว่าบรรดาผู้ที่ไม่ได้ทำงานอยู่ในอาณาจักรก็ล้วนเป็นผู้ที่ยืนอยู่เปล่าๆ ในโลกนี้ทั้งสิ้น.
มธ. 20:3 3 กลางตลาด ชี้ถึงโลก.
มธ. 20:5 1 แปลตามตรงคือ ชั่วโมงที่หก. คือเวลาเที่ยง 12:00 น. ชี้ถึงช่วงระหว่างกลางของยุคคริสตจักร.
มธ. 20:5 2 แปลตามตรงคือ ชั่วโมงที่เก้า. เป็นเวลา 15:00 น. ชี้ถึงช่วงเวลาที่สี่ของยุคคริสตจักร.
มธ. 20:6 1 แปลตามตรงคือ ชั่วโมงที่สิบเอ็ด. เป็นเวลา 17:00 น. ชี้ถึงช่วงเวลาที่ห้าของยุคคริสตจักร. ในข้อ 9 ก็เช่นเดียวกัน.
มธ. 20:7 1 ที่ภายนอกอาณาจักรของพระเจ้านั้นไม่มีมนุษย์สักคนเดียวที่พระเจ้าได้จ้างไว้เลย.
มธ. 20:7 2 แม้กระทั่งเมื่อเวลาใกล้ช่วงสุดปลายของยุคคริสตจักร องค์พระผู้เป็นเจ้าก็ยังคงร้องเรียกผู้คนอยู่.
มธ. 20:8 1 นี่เป็นเวลา 18:00 น. นี่ชี้ถึงช่วงสุดปลายของยุคคริสตจักร.
มธ. 20:8 2 สิ่งนี้ตรงข้ามกับทัศนะความคิดของธุรกิจการค้าและธรรมชาติ ซึ่งชี้ให้เห็นว่าคนที่มาทำการสุดท้ายไม่ได้รับค่าจ้างตามการงานที่พวกเขาทำ แต่รับตามความปรารถนาแห่งพระคุณของเจ้าของสวนองุ่น.
มธ. 20:10 1 คนงานที่มาคนแรกนั้นได้รวมไปถึงเปโตรด้วย ซึ่งเป็นผู้ที่เคยต่อรองกับองค์พระผู้เป็นเจ้ามาแล้วใน 19:27-29.
มธ. 20:12 1 พวกเขาไม่รู้จัก รม.9:14-15, 20. ในองค์พระผู้เป็นเจ้านั้นย่อมไม่มีความอธรรม. พระองค์ใคร่จะเอ็นดูผู้ใดพระองค์จะทรงเอ็นดูผู้นั้น. เขาเป็นผู้ใดเล่าที่จะโต้ตอบกับพระเจ้าได้?
มธ. 20:12 2 ทัศนะตามธรรมชาติของเปโตรซึ่งเป็นตัวแทนแห่งทัศนะความคิดของบรรดาผู้เชื่อทั้งหมดเป็นไปในรูปแบบของการค้า เขาไม่รู้จักความปรารถนาแห่งพระคุณขององค์พระผู้เป็นเจ้าเลย.
มธ. 20:13 1 วลีที่ว่า “ผู้หนึ่งในพวกนั้น” ที่องค์พระผู้เป็นเจ้ากล่าวถึง จะต้องหมายถึงเปโตรอย่างแน่นอน.
มธ. 20:13 ก มธ.22:12; 26:50
มธ. 20:13 2ก แปลตามตรงคือเพื่อน, ผู้ร่วมงาน, หุ้นส่วน.
มธ. 20:13 3 หมายถึง สิ่งที่องค์พระผู้เป็นเจ้าได้ตกลงไว้กับเปโตรแล้วใน 19:27-29.
มธ. 20:14 1 นี่คือคำตอบที่มีน้ำหนักและชัดเจนซึ่งองค์พระผู้เป็นเจ้าได้ให้แก่เปโตร โดยได้ชี้ให้เห็นว่าองค์พระผู้เป็นเจ้าได้เอาส่วนที่เปโตรคิดว่าตนควรได้รับให้แก่เขาแล้ว. แต่องค์พระผู้เป็นเจ้าทรงมีสิทธิอำนาจที่จะให้คนที่มาทำการหลังสุดรับค่าจ้างเท่ากันตามความปรารถนาของพระองค์โดยไม่ตามหลักการของการทำงาน แต่ตามหลักการของพระคุณ. สิ่งนี้ทำให้ความคิดตามธรรมชาติแบบการค้าของเปโตรต้องแตกละเอียดไปและได้แก้ไขทัศนะของเขาด้วย.
มธ. 20:15 1 ในขณะที่เปโตรต่อรองกับองค์พระผู้เป็นเจ้าใน 19:27 อยู่นั้น ทัศนะความคิดของเขาเป็นแบบธุรกิจอย่างสิ้นเชิง คือเป็นไปตามหลักการของการทำงาน โดยไม่เป็นตามหลักการของพระคุณ. ขณะที่องค์พระผู้เป็นเจ้าตอบเปโตรนั้นพระองค์ได้ชี้แจงอย่างหนักแน่นชัดเจนว่าพระองค์ไม่ได้ประทานบำเหน็จให้แก่ผู้ที่ติดตามพระองค์ในแบบธุรกิจการค้า แต่เป็นไปตามความพอพระทัยและพระคุณของพระองค์. หากพวกสาวกต้องการจะได้รับอาณาจักรแห่งสวรรค์ทั้งหลายก็จะต้องสละสิ่งสารพัดและติดตามองค์พระผู้เป็นเจ้า แต่บำเหน็จที่องค์พระผู้เป็นเจ้าทรงประทานให้แก่พวกเขานั้นเหนือกว่าที่พวกเขาควรจะได้. กรณีนี้ไม่ได้เป็นไปตามหลักการของธุรกิจการค้า แต่เป็นตามความชอบพระทัยขององค์พระผู้เป็นเจ้า. นี่เป็นเครื่องจูงใจอย่างหนึ่งสำหรับผู้ที่ติดตามพระองค์.
มธ. 20:15 2 แปลตามตรงคือ ชั่วร้าย. (เทียบ มก.7:22 คำอธิบาย 2).
มธ. 20:16 ก มธ.19:30
มธ. 20:16 1ก คนที่อยู่ข้างปลายก็คือคนที่มาทำงานหลังสุด ส่วนคนที่อยู่เบื้องต้นก็คือคนที่มาทำงานแรกสุด. ในขณะที่ทำงาน คนที่มาแรกสุดนั้นอยู่ข้างต้น แต่ในขณะที่รับบำเหน็จ คนที่อยู่ข้างปลายจะไปอยู่ข้างต้น. เช่นนี้เององค์พระผู้เป็นเจ้าจึงได้ทำให้คนที่อยู่ข้างปลายไปอยู่ข้างต้น และที่อยู่ข้างต้นก็ไปอยู่ข้างปลาย.
มธ. 20:17 ก ข้อ 17-19: มก.10:32-34; ลก.18:31-33
มธ. 20:17 ข ลก.9:51; ยฮ.12:12
มธ. 20:18 ก มธ.26:66; ยฮ.19:7
มธ. 20:18 1ก นี่เป็นครั้งที่สามที่องค์พระผู้เป็นเจ้าทรงเปิดเผยต่อเหล่าสาวกถึงการที่พระองค์ต้องวายพระชนม์. การเปิดเผยครั้งแรกนั้นคือที่เขตแดนเมืองกายซาไรอาฟิลิปปอย ก่อนที่พระองค์จะทรงเปลี่ยนรูปลักษณะ (16:13, 21). ครั้งที่สองนั้นอยู่ที่มณฑลฆาลิลายหลังจากพระองค์ได้เปลี่ยนรูปลักษณะ (17:22). ครั้งที่สามนี้อยู่ในระหว่างที่เดินทางขึ้นไปยังกรุงเยรูซาเล็ม. การเปิดเผยนี้เป็นคำพยากรณ์ ซึ่งก็เป็นเรื่องที่แปลกประหลาดอย่างยิ่งต่อทัศนะแห่งธรรมชาติของพวกสาวก แต่อีกไม่นานก็สำเร็จเป็นจริงตามตัวอักษรทุกถ้อยคำ.
มธ. 20:19 ก มธ.17:22
มธ. 20:19 ข มธ.27:27-31
มธ. 20:19 ค มธ.16:21; 17:23; 26:2
มธ. 20:19 ง มธ.27:63
มธ. 20:20 ก ข้อ 20-28: มก.10:35-45
มธ. 20:20 ข มธ.4:21; 10:2; 27:56
มธ. 20:20 1 บุตรทั้งสองก็คือโยฮันและยาโกโบ
มธ. 20:21 ก มธ.19:28
มธ. 20:22 ก มธ. 26:39, 42; ยฮ.18:11
มธ. 20:22 1 หากเราทูลขอเพื่อจะนั่งบนพระที่นั่งในอาณาจักรนั้น เราก็ต้องเตรียมที่จะดื่มจอกขม. การทนทุกข์แห่งกางเขนคือหนทางแห่งการเข้าสู่อาณาจักร (กจ.14:22). การรบเร้าอย่างเห็นแก่ตัวของมารดาของโยฮันและยาโกโบนี้กลับเปิดโอกาสให้องค์พระผู้เป็นเจ้าเปิดเผยหนทางแห่งการเข้าสู่อาณาจักร.
มธ. 20:23 ก เทียบ กจ.12:2; ฟป.3:10
มธ. 20:23 1 องค์พระผู้เป็นเจ้ายืนหยัดอยู่บนฐานะของมนุษย์ นอบน้อมอยู่ภายใต้พระบิดาอย่างสมบูรณ์ พระองค์ไม่ได้ถือสิทธิส่วนบุคคลมากระทำสิ่งใดนอกเหนือไปจากพระบิดาเลย.
มธ. 20:25 ก ข้อ 25-28: ลก.22:25-27
มธ. 20:26 ก มธ.23:11; มก.9:34-35; ลก.9:48
มธ. 20:26 1 นี่ตรงกันข้ามกับความคิดธรรมชาติที่เห็นแก่ตัวอย่างสิ้นเชิง. การขุ่นเคืองของสาวกสิบคน (ข้อ 24) เปิดโอกาสให้องค์พระผู้เป็นเจ้าเปิดเผยวิถีการดำเนินชีวิตในอาณาจักรอีก นั่นคือไม่ยกตนข่มท่าน แต่ยอมที่จะเป็นผู้รับใช้ แม้กระทั่งเป็นทาสรับใช้ผู้อื่น (ข้อ 27).
มธ. 20:27 ก 2กธ.4:5
มธ. 20:27 1ก ดูข้อ 26 คำอธิบาย 1.
มธ. 20:28 ก มธ.8:20
มธ. 20:28 1 ในหนังสือที่กล่าวถึงอาณาจักรเล่มนี้องค์พระผู้เป็นเจ้าทรงยืนอยู่ในฐานะของมนุษย์ตลอดเวลา. ถึงแม้ว่าอาณาจักรสวรรค์ทั้งหลายจะก่อรูปขึ้นด้วยชีวิตอันศักดิ์สิทธิ์ แต่ก็ต้องมีภาคปฏิบัติในสภาพมนุษย์.
มธ. 20:28 ข ฟป.2:7; เทียบ ยฮ.13:4-5, 14-15
มธ. 20:28 2 แปลตามตรงคือ จิต, ชีวิตฝ่ายจิต.
มธ. 20:28 ค 1ตธ.2:6; ตต.2:14; 1ปต.1:18-19
มธ. 20:29 ก ข้อ 29-34: มก.10:46-52; ลก.18:35-43
มธ. 20:30 ก มธ.9:27-31
มธ. 20:30 ข มธ.1:1
มธ. 20:30 1ข นี่เป็นชื่อเรียกที่พลไพร่อิสราเอลใช้เรียกพระคริสต์ผู้เป็นกษัตริย์. ดู 15:22 คำอธิบาย 2.
มธ. 20:31 ก มธ.19:13
มธ. 20:34 ก มธ.9:36; 14:14
สารบัญ