การงานบรรณกิจของห้องสมุดกิตติคุณแห่งประเทศไทย
หากท่านต้องการมีส่วนในการงานบรรณกิจของห้องสมุดกิตติคุณแห่งประเทศไทย
ท่านสามารถมอบถวายทรัพย์โดยโอนเงินเข้าบัญชีของห้องสมุด:
ธนาคารกสิกรไทย สาขาพาราไดซ์ พาร์ค
ชื่อบัญชี: นายปิยะ ตั้งเสรีมั่นคง และ
นางสุมิตรา อดุลประวิตรชัย และ
นางสาวทานาธิบดี ชูมณี
เลขที่บัญชี: 218-3-99941-1

รบกวนส่งสลิปการโอนมาที่ Line ID: @gospelbookroom

มัดธาย บทที่ 19

(2) หลังจากเสด็จเข้าในเขตมณฑลยูดาย
19:1—20:16
มธ. 19:1 เมื่อพระเยซูตรัสถ้อยคำเหล่านี้เสร็จแล้ว ได้เสด็จจากมณฑลฆาลิลายเข้าไปในเขตแดนมณฑลยูดายฟากกแม่น้ำจอร์แดนข้างโน้น.
ก. ทรงรักษาฝูงชนที่ติดตามมา
19:2
มธ. 19:2 ฝูงชนเป็นอันมากได้ตามพระองค์ไป แล้วพระองค์ทรงรักษาโรคของเขาให้หายที่นั่น.
ข. การล่อลวงอีกครั้งหนึ่งของพวกที่ถือหลักข้อเชื่อมูลฐาน
19:3-12
มธ. 19:3 กมีพวกฟาริซายบางคนมา1ขล่อลวงพระองค์ทูลถามว่า “ผู้ชายจะ2หย่าภรรยาของตนเพราะเหตุใดๆ ก็ตามเป็นการถูกต้องตามกฎบัญญัติหรือไม่?”
มธ. 19:4 พระองค์ตรัสตอบว่า “พวกท่านกไม่เคยอ่านหรือว่า 1พระผู้ทรงขเนรมิตสร้างมนุษย์แต่เดิม ‘ได้ทรงสร้างเขาให้เป็นชายและหญิง’
มธ. 19:5 และตรัสว่า ‘เพราะเหตุนี้ ผู้ชายจึงจะละบิดามารดาของตนไปกเข้าสนิทอยู่กับภรรยาของตน และเขาทั้งสองจะเป็น1กายเดียวกัน?'
มธ. 19:6 เขาจึงไม่เป็นสองต่อไป แต่เป็นกายอันเดียวกัน. เหตุฉะนั้นผู้ที่พระเจ้าได้ทรงผูกพันกันแล้ว อย่าให้มนุษย์ทำให้กแยกจากกันเลย.”
มธ. 19:7 เขาจึงพูดกับพระองค์ว่า “ถ้าอย่างนั้นทำไมโมเซได้1สั่งให้ทำกหนังสือหย่าให้ภรรยา แล้วก็หย่าได้?”
มธ. 19:8 พระองค์ตรัสแก่เขาว่า “โมเซได้ยอมให้ท่านทั้งหลายหย่าภรรยาของตน เพราะกใจท่านทั้งหลายแข็งกระด้าง แต่1เมื่อเดิมมิได้เป็นอย่างนั้น.
มธ. 19:9 ฝ่ายเราบอกท่านทั้งหลายว่า ผู้ใดหย่าภรรยาของตนเพราะเหตุต่างๆ เว้นแต่การ1ล่วงประเวณี แล้วไปมีภรรยาใหม่ก็กผิดฐานมีชู้2และผู้ใดรับหญิงที่หย่าแล้วนั้นมาเป็นภรรยาก็ผิดฐานมีชู้ด้วย.”
มธ. 19:10 พวกสาวกทูลพระองค์ว่า “ถ้าเรื่องของสามีภรรยา1เป็นอย่างนั้น ไม่สมรสกันเลยก็ดีกว่า.”
มธ. 19:11 พระองค์ทรงตอบเขาว่า “1มิใช่ทุกคนจะ2สามารถรับถ้อยคำนี้ได้ เว้นแต่ทรงกประทานแก่ผู้ใด ผู้นั้นจึงสามารถรับได้.
มธ. 19:12 ด้วยว่าผู้ที่เกิดมาเป็นขันทีตั้งแต่ครรภ์มารดาก็มี ผู้ที่มนุษย์กระทำให้เป็นขันทีก็มีและ1ผู้ที่กระทำตัวเองให้เป็นขันทีกเพราะเห็นแก่2อาณาจักรแห่งสวรรค์ทั้งหลายก็มี. ใครสามารถรับเอาได้ก็ให้รับเอาเถิด.”
ค. ทรงวางพระหัตถ์ให้แก่เด็กเล็กๆ
19:13-15
มธ. 19:13 กขณะนั้นเขาพาเด็กเล็กๆ มาหาพระองค์ เพื่อจะให้พระองค์ทรงวางพระหัตถ์บนเด็กเหล่านั้นและอธิษฐาน แต่เหล่าสาวกกลับไปขตำหนิเขา.
มธ. 19:14 ฝ่ายพระเยซูตรัสว่า “จงยอมให้เด็กเล็กๆ เข้ามาหาเรา อย่าห้ามเขาเลย เพราะว่าอาณาจักรแห่งสวรรค์ทั้งหลายย่อมกเป็นของ1คนเช่นนั้น.”
มธ. 19:15 เมื่อพระองค์ทรงวางพระหัตถ์บนเด็กเหล่านั้นแล้ว ก็เสด็จไปจากที่นั่น.
ง. หนทางในการเข้าสู่อาณาจักรของคนมั่งมี
19:16-26
มธ. 19:16 กดูเถิด มีคนหนึ่งมาหาพระองค์ทูลว่า “ท่านอาจารย์ข้าพเจ้าจะต้องทำดีประการใด จึงจะ1ได้ขชีวิตนิรันดร์?”
มธ. 19:17 พระองค์ตรัสตอบเขาว่า “ท่านถามเราถึงความดีทำไม? [มีเพียง]1ผู้เดียวที่2กดี. แต่ถ้าท่านปรารถนาจะ3ขเข้าสู่ชีวิต ก็ให้4คถือรักษาพระบัญญัติไว้.”
มธ. 19:18 คนนั้นทูลพระองค์ว่า “คือพระบัญญัติข้อใดบ้าง?” พระเยซูตรัสว่า “กอย่าฆ่าคน, อย่าคบชู้, อย่าลักทรัพย์, อย่าเป็นพยานเท็จ,
มธ. 19:19 จง1กเคารพต่อบิดามารดาของตน, และจงขรักเพื่อนบ้านเหมือนรักตนเอง.”
มธ. 19:20 คนหนุ่มนั้นทูลพระองค์ว่า “ข้อเหล่านั้นข้าพเจ้าได้ถือรักษาไว้แล้วทุกประการ. ข้าพเจ้ายังขาดอะไรอีกบ้าง?”
มธ. 19:21 พระเยซูตรัสแก่เขาว่า “ถ้าท่านปรารถนาเป็น1ก[ผู้]ครบสมบูรณ์ จงไปขขายบรรดาทรัพย์สินซึ่งท่านมีอยู่แล้วแจกจ่ายให้คนอนาถา แล้วท่านจะมีคทรัพย์สมบัติในสวรรค์ทั้งหลาย และจง2งตามเรามา.”
มธ. 19:22 เมื่อคนหนุ่มได้ยินถ้อยคำนั้นก็ออกไป1เป็นทุกข์ เพราะว่าเขามีทรัพย์สินเป็นอันมาก.
มธ. 19:23 กพระเยซูตรัสแก่เหล่าสาวกของพระองค์ว่า “เราบอกท่านทั้งหลายตามจริงว่า ขคนมั่งมีจะเข้าในอาณาจักรแห่งสวรรค์ทั้งหลายก็ยาก.
มธ. 19:24 เราบอกท่านทั้งหลายอีกว่า ตัวอูฐจะลอดรูเข็มก็1ง่ายกว่าคนมั่งมีจะเข้าใน 2กอาณาจักรของพระเจ้า.”
มธ. 19:25 เมื่อพวกสาวกได้ยินก็ประหลาดใจมาก จึงทูลว่า “ถ้าอย่างนั้นใครจะ1รอดได้?”
มธ. 19:26 พระเยซูทอดพระเนตรดูพวกสาวก และตรัสว่า “ฝ่ายมนุษย์ก็1เหลือกำลังที่จะกระทำได้ แต่พระเจ้า1กทรงกระทำได้สารพัด.”
จ. บำเหน็จแห่งอาณาจักร
19:27—20:16
มธ. 19:27 แล้วเปโตรทูลตอบพระองค์ว่า “ดูเถิด ข้าพเจ้าทั้งหลายได้สละสิ่งสารพัดและกได้ติดตามพระองค์มา. ข้าพเจ้าทั้งหลายจะได้อะไรบ้าง?”
มธ. 19:28 พระเยซูตรัสกับเขาว่า “เราบอกท่านทั้งหลายตามจริงว่า 1กเมื่อสิ่งสารพัดจะถูกฟื้นสภาพ ขณะที่ขบุตรมนุษย์จะนั่งบนคพระที่นั่งแห่งสง่าราศีของพระองค์นั้น พวกท่านที่ได้ติดตามเรามาจะได้งนั่งบนบัลลังก์สิบสองที่2จพิพากษาพวกอิสราเอลสิบสองเผ่า.
มธ. 19:29 ผู้ใดได้สละเรือน หรือกพี่น้องชายหญิง หรือบิดามารดา หรือบุตร หรือไร่นาเพราะเห็นแก่นามของเรา ผู้นั้นจะ1ได้รับ2หนึ่งร้อยเท่า และจะ3ได้ขชีวิตนิรันดร์เป็นมรดกด้วย.
มธ. 19:30 แต่มีหลายคน1กที่อยู่ข้างต้นจะกลับไปอยู่ข้างปลายและที่อยู่ข้างปลายจะกลับไปอยู่ข้างต้น.

คำอธิบาย มัดธาย บทที่ 19

มธ. 19:1 ก มก.10:1
มธ. 19:3 ก ข้อ 3-9: มก.10:2-12
มธ. 19:3 ข ยฮ.8:6
มธ. 19:3 1ข พวกนักศาสนาไม่ปล่อยองค์พระผู้เป็นเจ้าไป แต่กลับมาล่อลวงพระองค์ครั้งแล้วครั้งเล่า. อย่างไรก็ดี การล่อลวงของพวกเขาก็มักทำให้องค์พระผู้เป็นเจ้ามีโอกาสเปิดเผยตัวของพระองค์เองและแผนการบริหารของพระเจ้าเสมอ.
มธ. 19:3 2 แปลตามตรงคือ ปลดปล่อย. ข้อต่อไปก็เช่นเดียวกัน.
มธ. 19:4 ก มธ.12:3
มธ. 19:4 1 พระคำขององค์พระผู้เป็นเจ้าในข้อนี้จนถึงตอนท้ายของข้อ 6 ไม่เพียงแต่ได้ยอมรับการที่พระเจ้าทรงเนรมิตสร้างมนุษย์เท่านั้น แต่ยังยืนยันถึงการที่พระเจ้าทรงกำหนดคู่ครองของมนุษย์ด้วย นั่นคือชายคนหนึ่งกับหญิงคนหนึ่งจะต้องผูกพันเข้าสนิทและเข้าเทียมแอกร่วมกันเป็นเนื้ออันเดียวกันและต้องไม่ถูกมนุษย์ทำให้แยกจากกัน.
มธ. 19:4 ข ยนซ.1:27; 5:2
มธ. 19:5 ก ยนซ.2:24; อฟ.5:31
มธ. 19:5 1 แปลตามตรงคือ เนื้ออันเดียวกัน.
มธ. 19:6 ก 1กธ.7:10
มธ. 19:7 1 พระบัญญัติข้อนี้ไม่ได้เป็นกฎบัญญัติที่เป็นพื้นฐาน แต่เป็นกฎบัญญัติที่เพิ่มเติมเข้ามา. โมเซให้พระบัญญัติข้อนี้ไว้โดยไม่ได้เป็นไปตามการกำหนดเมื่อดั้งเดิมของพระเจ้า แต่ให้ไว้เป็นการชั่วคราวเพราะเหตุใจที่แข็งกระด้างของมนุษย์.
มธ. 19:7 ก พบญ.24:1, 3; มธ.5:31
มธ. 19:8 ก มก.3:5; 16:14; ฮร.3:8
มธ. 19:8 1 พระบัญญัติในส่วนที่เกี่ยวกับการหย่าซึ่งโมเซได้ให้ไว้นั้นเป็นสิ่งที่เบี่ยงเบนออกจากการกำหนดแต่ดั้งเดิมของพระเจ้า แต่พระคริสต์ผู้เป็นกษัตริย์ฝ่ายสวรรค์ได้ทรงฟื้นฟูการสมรสของมนุษย์ไปสู่จุดดั้งเดิมเพื่ออาณาจักรสวรรค์. ในที่นี่ชี้ให้เห็นว่า อาณาจักรแห่งสวรรค์ทั้งหลายนั้นได้สอดคล้องกันกับการกำหนดแต่เดิมของพระเจ้า คือไม่อนุญาตให้มนุษย์หย่ากัน.
มธ. 19:9 1 แปลตามตรงคือ การประพฤติตัวเป็นโสเภณี, การขายตัว. นี่เลวร้ายเสียยิ่งกว่าคบชู้อีก. พระคำขององค์พระผู้เป็นเจ้าในที่นี้ได้ชี้แจงอย่างชัดเจนแล้วว่า นอกจากการผิดประเวณีแล้ว ก็ไม่มีเหตุอื่นอีกที่จะทำให้สายสัมพันธ์ของการสมรสขาดไปได้อีก. (แต่ว่าความตายสามารถตัดขาดความสัมพันธ์นี้ไปได้โดยปริยายอย่างแน่นอน.) ดังนั้นนอกจากการผิดประเวณีแล้วก็ไม่มีเหตุผลใดๆ ในการหย่าอีก.
มธ. 19:9 ก มธ.5:32; ลก.16:18
มธ. 19:9 2 สำเนาต้นฉบับบางฉบับไม่มีถ้อยคำนี้ไปจนจบข้อ.
มธ. 19:10 1 บัดนี้พวกสาวกเข้าใจแล้วว่า ตามข้อกำหนดของพระเจ้า การสมรสเป็นการผูกมัดที่เข้มงวดที่สุด. บุคคลผู้หนึ่งเมื่อสมรสแล้วก็ถูกผูกมัดอย่างสิ้นเชิง นอกจากคู่ครองจะผิดประเวณีหรือตายไปก็ไม่มีวิธีอื่นอีกที่จะได้รับการปลดปล่อย. เมื่อสาวกได้เข้าใจเช่นนี้ก็เห็นว่า ไม่เป็นสามีภรรยากันเลยก็ดีกว่า. แต่อย่างไรก็ดีเรื่องนี้ไม่ได้เป็นเรื่องที่พวกเขาจะไปกำหนดได้.
มธ. 19:11 1 มิใช่ทุกคน มีเพียงผู้ที่พระเจ้าได้ทรงให้ของประทานไว้เท่านั้นจึงจะสามารถไม่สมรสได้. หากไม่มีของประทานแห่งพระเจ้าแล้ว ผู้ใดที่คิดครองตนเป็นโสดก็จะต้องพบกับการล่อลวง.
มธ. 19:11 2 สามารถรับ แปลตามตรงคือ มีที่ว่างรับได้.
มธ. 19:11 ก 1กธ.7:7, 17
มธ. 19:12 1 ผู้คนเหล่านี้เป็นผู้ที่ได้รับของประทานแห่งพระเจ้าแล้ว จึงครองตนเป็นโสดเพราะเห็นแก่อาณาจักรแห่งสวรรค์ทั้งหลาย. เปาโลก็เป็นผู้หนึ่งที่ เป็นบุคคลเช่นนี้ (1กธ.7:7-8; 9:5).
มธ. 19:12 ก เทียบ 1กธ.7:32-35
มธ. 19:12 2 การทดลองของพวกนักศาสนาในที่นี้ทำให้ องค์พระผู้เป็นเจ้ามีโอกาสเปิดเผยเรื่องของอาณาจักรแห่งสวรรค์ทั้งหลายก้าวไปอีกขั้นหนึ่ง.บทที่18 เปิดเผยว่าเราทั้งหลายจะต้องปฏิบัติต่อพี่น้องอย่างไรจึงเข้าสู่อาณาจักรแห่งสวรรค์ทั้งหลายได้. ในบทนี้ได้เปิดเผยว่าทั้งชีวิตคู่ครอง (ข้อ3-12) และท่าทีต่อเงินทองของเรานั้น (ข้อ 16-30) ล้วนมีส่วนเกี่ยวข้องกับอาณาจักรแห่งสวรรค์ทั้งหลาย. ชีวิตคู่ครองนั้นเกี่ยวพันกับราคะตัณหา ส่วนท่าทีต่อเงินทองของเราเกี่ยวพันกับความโลภ. อาณาจักรแห่งสวรรค์ทั้งหลายจะกำจัดราคะตัณหาและความโลภของเราจนไม่เหลือร่องรอย.
มธ. 19:13 ก ข้อ 13-15: มก.10:13-16; ลก.18:15-17
มธ. 19:13 ข มธ.20:31
มธ. 19:14 ก มธ.18:3-4
มธ. 19:14 1 ในที่นี้องค์พระผู้เป็นเจ้าได้เน้นอีกครั้งหนึ่งว่าหากเราต้องการมีส่วนในอาณาจักรแห่งสวรรค์ทั้งหลายเราก็ต้องเป็นเหมือนอย่างเด็กเล็กๆ.
มธ. 19:16 ก ข้อ 16-22: มก.10:17-22; ลก.18:18-23; เทียบ ลก.10:25-28
มธ. 19:16 1 การได้ชีวิตนิรันดร์ที่กล่าวไว้ในกิตติคุณมัดธาย ต่างกับการได้ชีวิตนิรันดร์ที่กล่าวไว้ในกิตติคุณโยฮัน. มัดธายกล่าวถึงอาณาจักร ส่วนโยฮันได้กล่าวถึงชีวิต. การได้รับชีวิตนิรันดร์ในกิตติคุณโยฮันนั้นหมายถึงการที่มนุษย์ได้รับความรอดโดยชีวิตที่มิได้ถูกเนรมิตสร้างของพระเจ้า เพื่อให้เราสามารถเป็นอยู่โดยชีวิตนี้ตั้งแต่บัดนี้จนตราบชั่วนิรันดร์. ส่วนในมัดธายนั้น การได้ชีวิตนิรันดร์หมายถึงการมีส่วนในความเที่ยงแท้ของอาณาจักรแห่งสวรรค์ทั้งหลายในยุคนี้โดยชีวิตนิรันดร์ของพระเจ้า และร่วมมีส่วนในการปรากฏของอาณาจักรแห่งสวรรค์ทั้งหลายในยุคหน้า เช่นนี้จึงได้รับสุขชีวิตนิรันดร์ของพระเจ้าอย่างบริบูรณ์ยิ่งขึ้น.
มธ. 19:16 ข มธ.25:46; ยฮ.3:15
มธ. 19:17 1 ผู้เดียวนี้ก็คือพระเจ้า. มีเพียงพระเจ้าเท่านั้นที่ดี. ตรงนี้ไม่เพียงชี้ให้เห็นว่าชายหนุ่มที่ตั้งคำถามนั้นไม่ดี แต่ยังชี้ให้เห็นด้วยว่าพระเยซูทรงเป็นพระเจ้า คือเป็นผู้ที่ดีนั้น. ถ้าพระองค์ไม่ได้เป็นพระเจ้าพระองค์ก็ไม่ดีเช่นกัน.
มธ. 19:17 ก บพส.100:5; 135:3
มธ. 19:17 2ก แปลตามตรงคือ ผู้ที่ดีนั้น.
มธ. 19:17 ข มธ.18:8-9; 7:14
มธ. 19:17 3ข การเข้าสู่ชีวิตในที่นี้ หมายถึงการเข้าสู่อาณาจักรแห่งสวรรค์ทั้งหลายนั่นเอง (ข้อ 23).อาณาจักรแห่งสวรรค์ทั้งหลายเป็นขอบเขตแห่งชีวิตนิรันดร์ของพระเจ้า. ดังนั้นเมื่อเราเข้าสู่อาณาจักรแห่งสวรรค์ทั้งหลาย เราก็ได้เข้าสู่ชีวิตของพระเจ้า. สิ่งนี้แตกต่างไปจากการได้รับความรอด. การได้รับความรอดก็คือการที่ชีวิตของพระเจ้าได้เข้าสู่ภายในเราเพื่อเป็นชีวิตของเรา. ส่วนการเข้าสู่อาณาจักรแห่งสวรรค์ทั้งหลายคือการที่เราเข้าสู่ชีวิตของพระเจ้าเพื่อจะรับสุขความอุดมสมบูรณ์แห่งชีวิตพระเจ้า. การได้รับความรอดก็คือการที่เราได้รับการไถ่และบังเกิดใหม่โดยพระวิญญาณบริสุทธิ์และได้รับชีวิตของพระเจ้า. ส่วนการเข้าสู่อาณาจักรแห่งสวรรค์ทั้งหลายเป็นการที่เราดำเนินชีวิต และเคลื่อนไหวโดยชีวิตของพระเจ้า. ส่วนอีกสิ่งหนึ่งเป็นเรื่องของการดำเนินชีวิต. ดูข้อ16 คำอธิบาย 1.
มธ. 19:17 ค ลวต.18:5
มธ. 19:17 4ค นี่ไม่ใช่เงื่อนไขของการได้รับความรอดแต่มีความเกี่ยวข้องกับการเข้าสู่อาณาจักรแห่งสวรรค์ทั้งหลาย. ซึ่งตามรัฐธรรมนูญของอาณาจักรแห่งสวรรค์ทั้งหลายนั้น ถ้าหากเราต้องการเข้าสู่อาณาจักรแห่งสวรรค์ทั้งหลาย เราไม่เพียงต้องบรรลุถึงมาตรฐานแห่งกฎบัญญัติเก่าเท่านั้น แต่ยังต้องบรรลุถึงมาตรฐานแห่งกฎบัญญัติใหม่ที่กษัตริย์ได้เพิ่มเติมไว้ด้วย (5:17-48). การจะรับความรอด นั้นต้องการเพียงแค่ความเชื่อเท่านั้น แต่การเข้าสู่อาณาจักรแห่งสวรรค์ทั้งหลายต้องการความชอบธรรมที่สูงล้ำ ซึ่งเป็นผลมาจากการถือรักษาทั้งกฎบัญญัติเก่าและใหม่ที่กษัตริย์ฝ่ายสวรรค์ได้เพิ่มเติมให้สมบูรณ์นั่นเอง.
มธ. 19:18 ก มธ. 5:21, 27; อซด.20:13-16; พบญ.5:17-20
มธ. 19:19 ก มธ.15:4; อซด.20:12; พบญ.5:16
มธ. 19:19 1ก แปลตามตรงคือ นับถือ.
มธ. 19:19 ข ลวต.19:18; มธ.5:43; 22:39
มธ. 19:21 ก มธ.5:48
มธ. 19:21 1ก ถึงแม้ชายหนุ่มคนนั้นได้ถือรักษากฎบัญญัติเก่าทุกประการ ดังที่เขาได้เข้าใจไปเองก็ตาม เขาก็ยังเป็นผู้ที่ไม่ครบสมบูรณ์ คือยังไม่ได้บรรลุถึงมาตรฐานแห่งข้อเรียกร้องของกฎบัญญัติใหม่ที่ได้เพิ่มเติมไว้อยู่ดี เพราะเขาไม่ยอมขายบรรดาสิ่งของที่เขามีอยู่เพื่อสะสมทรัพย์สมบัติไว้ในสวรรค์ตามข้อเรียกร้องของรัฐธรรมนูญแห่งอาณาจักร (6:19-21).
มธ. 19:21 ข ลก.12:33; กจ.2:45; 4:34
มธ. 19:21 ค มธ.6:20
มธ. 19:21 ง มธ.4:19; ยฮ. 21:19, 22
มธ. 19:21 2ง การติดตามองค์พระผู้เป็นเจ้าก็คือ การรักองค์พระผู้เป็นเจ้าเหนือทุกสิ่ง (10:37-38). นี่คือข้อเรียกร้องที่สูงที่สุดในการเข้าสู่อาณาจักรแห่งสวรรค์ทั้งหลาย.
มธ. 19:22 1 การรักทรัพย์สินฝ่ายวัตถุมากกว่ารักองค์พระผู้เป็นเจ้าจะทำให้เป็นทุกข์ แต่ผู้ที่รักพระคริสต์เหนือกว่าทุกสิ่งนั้น แม้จะสูญเสียทรัพย์สินในบ้านไปก็ยังมีความชื่นชมยินดีอยู่ (ฮร.10:34).
มธ. 19:23 ก ข้อ 23-30: มก.10:23-31; ลก.18:24-30
มธ. 19:23 ข มธ.13:22
มธ. 19:24 1 พระคำขององค์พระผู้เป็นเจ้าในที่นี้ได้ชี้ให้เห็นว่า เราไม่สามารถเข้าสู่อาณาจักรของพระเจ้าโดยชีวิตธรรมชาติของเราได้.
มธ. 19:24 ก มธ.12:28; 21:43; ยฮ.3:3, 5; กจ.1:3; 14:22; รม.14:17; 1กธ.6:9; ฆต.5:21; อฟ.5:5
มธ. 19:24 2ก ในข้อ 23 ใช้คำว่า “อาณาจักรแห่งสวรรค์ทั้งหลาย” แต่ข้อนี้ใช้ว่า “อาณาจักรของพระเจ้า.” ขณะที่องค์พระผู้เป็นเจ้าได้ตรัสถ้อยคำนี้อยู่นั้น อาณาจักรแห่งสวรรค์ทั้งหลายยังมาไม่ถึงแต่ว่าอาณาจักรของพระเจ้าได้อยู่ที่นั่นแล้ว. ดังนั้นองค์พระผู้เป็นเจ้าจึงใช้คำว่า “อาณาจักรของพระเจ้า.”
มธ. 19:25 1 พวกสาวกก็เหมือนกับคริสเตียนส่วนใหญ่ในวันนี้ที่สับสนเรื่องความรอดกับการเข้าอาณาจักรแห่งสวรรค์ทั้งหลาย พวกเขาได้เอามาปะปนเป็นเรื่องเดียวกัน. พระคำที่องค์พระผู้เป็นเจ้าได้ตรัสกับคนหนุ่มผู้นั้น เกี่ยวพันกับการเข้าสู่อาณาจักรแห่งสวรรค์ทั้งหลาย (ข้อ 23-24) แต่พวกสาวกกลับคิดว่าเป็นเรื่องของความรอด.ทัศนะเกี่ยวกับความรอดของพวกเขานั้นยังอยู่ในธรรมชาติและธรรมดามาก นอกจากนี้พวกเขาก็ยังไม่เข้าใจถึงการเปิดเผยขององค์พระผู้เป็นเจ้าถึงการเข้าสู่อาณาจักรแห่งสวรรค์ทั้งหลายอีกด้วย.
มธ. 19:26 1 โดยชีวิตธรรมชาติของเราแล้ว ก็เหลือกำลังที่จะเข้าสู่อาณาจักรแห่งสวรรค์ทั้งหลายแต่ถ้าโดยชีวิตอันศักดิ์สิทธิ์ของพระเจ้าแล้วก็สามารถเข้าได้ ชีวิตนี้ก็คือตัวของพระคริสต์เองที่ได้แจกจ่ายเข้าสู่ภายในเรา เพื่อให้เราสามารถดำเนินชีวิตแห่งอาณาจักรได้. โดยพระคริสต์ผู้ทรงชูกำลังแก่เรา ให้สามารถกระทำได้สารพัดนี้(ฟป.4:13) เราจึงสามารถปฏิบัติตามข้อเรียกร้องของอาณาจักรได้.
มธ. 19:26 ก ยนซ.18:14; โยบ 42:2; ยรม.32:17; มก.14:36; ลก.1:37
มธ. 19:27 ก มธ.4:20, 22
มธ. 19:28 ก มธ.17:11; กจ.3:21
มธ. 19:28 1ก กรณีนี้ได้ชี้ถึงการฟื้นสภาพแห่งยุคอาณาจักรที่จะมาถึง (กจ.3:21) หลังจากที่องค์พระผู้เป็นเจ้าทรงเสด็จกลับมา.
มธ. 19:28 ข มธ.8:20
มธ. 19:28 ค มธ.25:31
มธ. 19:28 ง ลก.22:30; มธ.20:21; เทียบ วว.3:21; 20:4
มธ. 19:28 จ 1กธ.6:2; เทียบ วว.20:4
มธ. 19:28 2จ ในอาณาจักรที่จะมาถึงนั้น ผู้มีชัยชนะจะนั่งบนบัลลังก์เพื่อเป็นกษัตริย์ปกครองทั่วแผ่นดิน (วว.20:4). อัครทูตสิบสองคนแรกซึ่งรวมถึงเปโตรจะทำการพิพากษาพวกอิสราเอลสิบสองเผ่า และบรรดาผู้มีชัยชนะที่เหลือจะปกครองประเทศต่างๆ (วว.2:26).
มธ. 19:29 ก ลก.14:26
มธ. 19:29 1 การที่ได้รับบ้านเรือน, ไร่นา, และญาติสนิทเป็นร้อยเท่า นั่นก็คือการได้รับบำเหน็จในยุคนี้นั่นเอง (มก.10:30). กรณีนี้หมายถึงการที่วันนี้เราได้รับสุขจากพี่น้องชายหญิงในองค์พระผู้เป็นเจ้า และยังรับสุขในสิ่งที่พวกเขามีอีกด้วย.
มธ. 19:29 2 มีสำเนาต้นฉบับเก่าแก่บางฉบับเป็นหลายเท่า.
มธ. 19:29 3 การได้ชีวิตนิรันดร์เป็นมรดกนั้นก็คือการรับบำเหน็จในยุคหน้า (ลก.18:29-30) ในการปรากฏของอาณาจักรแห่งสวรรค์ทั้งหลาย ด้วยการรับสุขชีวิตอันศักดิ์สิทธิ์ที่บริบูรณ์กว่าการรับสุขในยุคนี้.
มธ. 19:29 ข มธ.19:16
มธ. 19:30 ก มธ.20:16; ลก.13:30
มธ. 19:30 1ก ดู 20:16 คำอธิบาย 1.
สารบัญ