การงานบรรณกิจของห้องสมุดกิตติคุณแห่งประเทศไทย
หากท่านต้องการมีส่วนในการงานบรรณกิจของห้องสมุดกิตติคุณแห่งประเทศไทย
ท่านสามารถมอบถวายทรัพย์โดยโอนเงินเข้าบัญชีของห้องสมุด:
ธนาคารกสิกรไทย สาขาพาราไดซ์ พาร์ค
ชื่อบัญชี: นายปิยะ ตั้งเสรีมั่นคง และ
นางสุมิตรา อดุลประวิตรชัย และ
นางสาวทานาธิบดี ชูมณี
เลขที่บัญชี: 218-3-99941-1

รบกวนส่งสลิปการโอนมาที่ Line ID: @gospelbookroom

อาฤธโม บทที่ 9

10. การถือเทศกาลปัศคา
9:1–14
อฤธ. 9:1 ใน1เดือนที่หนึ่งปีที่สองหลังจากเขาทั้งหลายได้ออกจากดินแดนอียิปต์ พระยะโฮวา
อฤธ. 9:2 ให้ชนชาติอิสราเอลถือ1กเทศกาลปัศคาในเวลาที่กำหนดไว้นั้น
อฤธ. 9:3 คือกวันที่สิบสี่ของเดือนนี้ใน1เวลาเย็น ท่านทั้งหลายจงถือเทศกาลปัศคาในเวลาที่กำหนดนั้น จงถือรักษาตามบรรดา2บทบัญญัติและ2กฎเกณฑ์ทั้งปวงของเทศกาลนี้.
อฤธ. 9:4 ดังนั้นโมเซจึงได้บอกชนชาติอิสราเอลให้ถือเทศกาลปัศคา.
อฤธ. 9:5 และเขาทั้งหลายก็ได้ถือเทศกาลปัศคาในวันที่สิบสี่เดือนที่หนึ่ง เวลาเย็น ที่ป่ากันดารแห่งซีนาย ตามบรรดาคำที่พระยะโฮวาทรงบัญชาแก่โมเซ ชนชาติอิสราเอลได้กระทำดังนั้น.
อฤธ. 9:6 แต่มีบางคนที่ไม่สะอาดเพราะสัมผัสกคนตาย พวกเขาจะถือเทศกาลปัศคาในวันนั้นไม่ได้ เขาทั้งหลายจึงมาอยู่ต่อหน้าโมเซและอาโรนในวันนั้น.
อฤธ. 9:7 และเขาเหล่านั้นกล่าวแก่โมเซว่า แม้เราจะไม่สะอาดเพราะได้สัมผัสคนตาย แต่เหตุไฉนจึงห้ามมิให้เราถวายเครื่องบูชาแด่พระยะโฮวาในเวลาที่กำหนดนั้นท่ามกลางชนชาติอิสราเอลเล่า?
อฤธ. 9:8 โมเซจึงกล่าวแก่เขาทั้งหลายว่า จงคอยอยู่ที่นี่เพื่อเราจะฟังคำซึ่งพระยะโฮวาจะทรงบัญชาเกี่ยวกับเจ้า.
อฤธ. 9:9 และพระยะโฮวาตรัสแก่โมเซว่า
อฤธ. 9:10 จงกล่าวแก่ชนชาติอิสราเอลว่า ถ้าผู้ใดในพวกเจ้าหรือลูกหลานของเจ้าที่ไม่สะอาดเพราะสัมผัสกับคนตายหรือกำลังเดินทางไกล ผู้นั้นยังคงต้องถือเทศกาลปัศคาต่อพระยะโฮวา.
อฤธ. 9:11 ในกเดือนที่สองวันที่สิบสี่เวลาเย็น ให้เขาถือเทศกาลปัศคา พวกเขาจะกินแกะปัศคากับขขนมไร้เชื้อและผักขม.
อฤธ. 9:12 แกะปัศคานั้นห้ามให้เหลือจนกเช้าวันรุ่งขึ้น และห้ามหักขกระดูกของแกะนั้น; จงให้พวกเขากระทำตามบทบัญญัติของเทศกาลปัศคาทุกประการ.
อฤธ. 9:13 ส่วน1คนที่สะอาดและไม่ได้เดินทางไกล แต่ไม่ถือเทศกาลปัศคา ผู้นั้นจะถูกตัดขาดจากท่ามกลางพลเมืองของตน เพราะเขาไม่ได้ถวายเครื่องบูชาแด่พระยะโฮวาในเวลาที่กำหนด ผู้นั้นต้องแบกรับความบาปของเขา.
อฤธ. 9:14 และถ้ากแขกแปลกหน้ามาค้างแรมท่ามกลางพวกเจ้า และใคร่จะถือเทศกาลปัศคาต่อพระยะโฮวา เขาต้องกระทำตามบทบัญญัติและกฎเกณฑ์ของเทศกาลปัศคานั้น. เจ้าจะมีบทบัญญัติเดียวสำหรับทั้งแขกแปลกหน้าและคนพื้นเมืองในดินแดนนั้น.
II. การเดินทาง
9:15—20:29; 21:4–20; 33:1–49
1. การชี้นำ
9:15—10:10
(1) โดยเมฆ
9:15–23
อฤธ. 9:15 ในวันที่พลับพลาได้ถูกตั้งขึ้นนั้น มี1กเมฆมาปกคลุมพลับพลาคือกระโจมแห่งพยานนั้นไว้ และในเวลาเย็นเมฆนั้นจะปรากฏเหมือน1ไฟอยู่เหนือพลับพลาจนถึงเวลาเช้า
อฤธ. 9:16 จะเป็นดังนี้เสมอ กเมฆนั้นปกคลุมพลับพลาไว้ในเวลากลางวัน และเวลากลางคืนจะปรากฏเหมือนไฟ.
อฤธ. 9:17 เมื่อ1เมฆนั้นกลอยขึ้นจากกระโจม ชนชาติอิสราเอลก็จะยกเดินไป และเมฆนั้นลอยไปหยุดอยู่ที่ไหน ชนชาติอิสราเอลก็ตั้งค่ายอยู่ที่นั่น.
อฤธ. 9:18 ชนชาติอิสราเอลได้เดินไปตามพระบัญชาของพระยะโฮวา และตั้งค่ายตามพระบัญชาของพระยะโฮวา ตราบใดที่เมฆหยุดอยู่เหนือพลับพลาพวกเขาก็ยังคงตั้งค่ายอยู่.
อฤธ. 9:19 แม้เมฆนั้นได้หยุดอยู่เหนือพลับพลานานหลายวัน ชนชาติอิสราเอลก็ถือรักษาพระบัญชาของพระยะโฮวา และไม่ได้ยกเดินไป.
อฤธ. 9:20 ถ้าบางครั้งเมฆนั้นอยู่เหนือพลับพลาน้อยวัน พวกเขาก็ยังคงตั้งค่ายอยู่ตามพระบัญชาของพระยะโฮวา จากนั้นก็ยกเดินไปตามพระบัญชาของพระยะโฮวา.
อฤธ. 9:21 ถ้าบางครั้งเมฆนั้นคงอยู่ตั้งแต่เวลาเย็นจนถึงเวลาเช้า เมื่อเมฆลอยขึ้นไปในเวลาเช้า เขาทั้งหลายก็ยกเดินไป หรือถ้าเมฆนั้นคงอยู่หนึ่งวันกับหนึ่งคืน เมื่อเมฆลอยขึ้น พวกเขาก็ยกเดินไป.
อฤธ. 9:22 ไม่ว่าเมฆนั้นหยุดอยู่เหนือพลับพลานานสองวัน หรือเดือนหนึ่ง หรือนานกว่านั้นก็ดี ชนชาติอิสราเอลก็ยังคงตั้งค่ายอยู่มิได้ยกเดินไป แต่เมื่อเมฆนั้นลอยขึ้น เขาก็ยกเดินไป.
อฤธ. 9:23 พวกเขาตั้งค่ายตามพระบัญชาของพระยะโฮวา และพวกเขายกเดินไปตามพระบัญชาของพระยะโฮวา. เขาทั้งหลายได้ถือรักษาคำกำชับของพระยะโฮวา ตามที่พระยะโฮวาได้ทรงบัญชาผ่านโมเซ.

คำอธิบาย อาฤธโม บทที่ 9

อฤธ. 9:1 1 บทที่ 1—8 ในหนังสือเล่มนี้เป็นถ้อยคำที่พระเจ้าตรัสแก่โมเซในวันที่หนึ่ง เดือนที่สอง ปีที่สองหลังจากที่เขาทั้งหลายได้อพยพออกจากอียิปต์ (1:1) แต่ถ้อยคำใน 9:1–14 เป็นคำที่ตรัสในเดือนที่หนึ่งของปีเดียวกัน (ข้อ 1). ในเดือนที่สองที่โมเซได้ทำการบันทึกคำตรัสอันศักดิ์สิทธิ์ทั้งหมดอยู่นั้น พระเจ้าจะต้องกำชับเขาให้เขียนถึงเทศกาลปัศคา ซึ่งพระองค์ได้ตรัสแก่โมเซในเดือนที่หนึ่งอย่างแน่นอน. การที่โมเซบันทึกถึงคำกำชับของพระเจ้าเกี่ยวกับเทศกาลปัศคาไว้ในช่วงนี้ก็บ่งชี้ว่าหลังจากที่พลไพร่ของพระเจ้าได้ตอบสนองข้อเรียกร้องอันศักดิ์สิทธิ์และมีส่วนในการจัดเตรียมอันศักดิ์สิทธิ์ในแปดบทแรกของหนังสือเล่มนี้แล้ว พวกเขาก็ควรจะมีเทศกาลเลี้ยงแห่งกลุ่มชนเพื่อมารับสุขพระคริสต์ต่อเบื้องพระพักตร์พระเจ้า และรับสุขพระคริสต์ร่วมกับพระเจ้าเพื่อความอิ่มหนำซึ่งกันและกัน. สิ่งนี้แสดงให้เห็นว่าการถือเทศกาลปัศคาเป็นเรื่องที่สำคัญมากเมื่อกล่าวถึงการที่พลไพร่ที่ได้รับการไถ่ของพระเจ้าร่วมเคลื่อนไหวกับพระเจ้าในการเคลื่อนไหวของพระองค์. ในทำนองเดียวกัน เนื่องจากโต๊ะขององค์พระผู้เป็นเจ้านั้นมีความเกี่ยวข้องกับการเคลื่อนไหวของพระเจ้าบนแผ่นดินโลกเป็นอย่างมาก ดังนั้นผู้เชื่อในพันธสัญญาใหม่ก็ต้องรักษาโต๊ะขององค์พระผู้เป็นเจ้าเช่นกัน (1กธ.11:23–26).
อฤธ. 9:2 ก อซด.12:11
อฤธ. 9:2 1ก เกี่ยวกับรายละเอียดของเทศกาลปัศคาให้ดูคำอธิบายใน อซด.12:1–28, 43–51. เทศกาลปัศคาในพันธสัญญาเดิมเป็นการเตือนสติแก่ชนชาติอิสราเอลในทุกๆ ปี ส่วนโต๊ะขององค์พระผู้เป็นเจ้าที่องค์พระเยซูเจ้าได้ทรงตั้งขึ้นเพื่อแทนที่เทศกาลปัศคานั้น (ดู มธ.26:26 คำอธิบาย 1) ก็เป็นการเตือนสติแก่ผู้เชื่อในพระคริสต์ในทุกๆ สัปดาห์เช่นกัน. ทั้งเทศกาลปัศคาและโต๊ะขององค์พระผู้เป็นเจ้าล้วนเตือนสติเราว่าเราสมควรต้องตายภายใต้การพิพากษาแห่งความชอบธรรมของพระเจ้า ทว่าพระเจ้าได้ทรงจัดเตรียมพระคริสต์มาตายแทนที่เรา ช่วยเราให้รอดจากความตายในการพิพากษาแห่งความชอบธรรมของพระเจ้า. ยิ่งไปกว่านั้น สิ่งเหล่านี้ยังเตือนสติเราว่าเราไม่ได้เป็นของตัวเราเอง แต่เราเป็นของพระองค์ผู้มาแทนที่เราและบัดนี้ทรงเป็นชีวิตและการหล่อเลี้ยงแห่งชีวิตของเรา. ในเมื่อพระคริสต์ทรงเป็นชีวิตและการหล่อเลี้ยงแห่งชีวิตของเรา เราก็ควรจะดำเนินชีวิตโดยพระองค์ด้วย (ยฮ.6:57).
อฤธ. 9:3 ก อซด.12:6; ลวต.23:5
อฤธ. 9:3 1 แปลตามตรงคือ ระหว่างเวลาเย็นทั้งสอง. ในข้อ 5 และ 11 ก็เช่นเดียวกัน.
อฤธ. 9:3 2 ดู ลก.1:6 คำอธิบาย 4.
อฤธ. 9:6 ก อฤธ.5:2; 19:11, 13
อฤธ. 9:11 ก 2คนก.30:2–3, 13, 15
อฤธ. 9:11 ข อซด.12:18; พบญ. 16:3
อฤธ. 9:12 ก อซด.12:10
อฤธ. 9:12 ข อซด.12:46; ยฮ.19:36
อฤธ. 9:13 1 การที่ชนชาติอิสราเอลที่สะอาดจะต้องถือเทศกาลปัศคานั้นเป็นเครื่องหมายเล็งว่าผู้เชื่อที่ได้รับการไถ่จะต้องมีส่วนในโต๊ะขององค์พระผู้เป็นเจ้า (1กธ.11:23–26). การที่แขกแปลกหน้าได้รับอนุญาตให้ถือเทศกาลปัศคาด้วยกันกับบุตรหลานชาวอิสราเอลได้นั้น (ข้อ 14) เป็นเครื่องหมายเล็งว่าผู้เชื่อชาวต่างชาติก็ได้ถูกกำหนดไว้ให้มีส่วนในโต๊ะขององค์พระผู้เป็นเจ้า (เทียบ อฟ.2:11–19).
อฤธ. 9:14 ก อซด.12:48–49
อฤธ. 9:15 ก อซด.40:34; เทียบ ฮร.12:1
อฤธ. 9:15 1ก ในด้านแบบเล็ง เมฆเป็นเครื่องหมายเล็งถึงพระวิญญาณนั้น (1กธ.10:1–2 และข้อ 1 คำอธิบาย 4, ข้อ 2 คำอธิบาย 3) ส่วนไฟที่มีเพื่อการส่องสว่างนั้นเป็นเครื่องหมายเล็งถึงพระคำของพระเจ้า (บพส.119:105). พระวิญญาณนั้นและพระคำเป็นหนึ่งเดียวกัน (ยฮ.6:63; อฟ.6:17). เทียบ อซด.13:21 คำอธิบาย 1.
อฤธ. 9:16 ก อซด.13:21
อฤธ. 9:17 1 หลังจากที่ชนชาติอิสราเอลได้ถูกจัดตั้งเป็นกองทัพ พวกเขาก็พร้อมที่จะเดินหน้าสู้รบเพื่อพระเจ้า ให้พระองค์ได้รับมาซึ่งฐานบนแผ่นดินโลก มาก่อสร้างอาณาจักรของพระองค์พร้อมด้วยพระนิเวศน์ของพระองค์. แต่การเคลื่อนไหวของพวกเขานั้นไม่ได้ขึ้นอยู่กับพวกเขาเอง แต่ขึ้นอยู่กับการชี้นำของพระเจ้าอย่างสิ้นเชิง. การชี้นำที่มีต่อชนชาติอิสราเอลในการเคลื่อนไหวของพวกเขานั้นมาจากทั้งสวรรค์ (เมฆ — ข้อ 15–23) และมาจากแผ่นดินโลก (แตรสองตัว — 10:1–10). การชี้นำในรูปแบบของเมฆเป็นเครื่องหมายเล็งถึงพระเจ้า โดยเฉพาะชี้ถึงการสถิตอยู่ของพระเจ้า ซึ่งก็คือตัวของพระเจ้าเองที่ได้สำเร็จสุดยอดกลายเป็นพระวิญญาณนั้น. สิ่งนี้บ่งชี้ว่าผู้เชื่อในพันธสัญญาใหม่ควรจะติดตามพระวิญญาณนั้นที่อาศัยอยู่ภายในเสมอ (รม.8:4, 14; ฆต.5:16, 18, 25)
อฤธ. 9:17 ก อซด.40:36; อฤธ.9:22; 10:11
สารบัญ