อาฤธโม บทที่ 6
5. ถูกแบ่งแยกบริสุทธิ์—กลายเป็นนาษารีษ
6:1–21
6:1–21
อฤธ.
6:1 พระยะโฮวาตรัสแก่โมเซว่า
อฤธ.
6:2 จงกล่าวแก่ชนชาติอิสราเอลว่า เมื่อชายหรือหญิงก็ดีได้1ปฏิญาณกถวายตัวพิเศษ คือปฏิญาณตัวเป็น2ขนาษารีษด้วยการ3แยกตัวออกมาสำหรับพระยะโฮวา.
อฤธ.
6:3 ให้เขาแยกตัวจาก1กเหล้าอ่อนและเหล้าแก่ เขาต้องไม่ดื่มน้ำส้มสายชูที่ทำจากเหล้าอ่อนหรือเหล้าแก่ และต้องไม่ดื่มน้ำองุ่นใดๆ อีกทั้งไม่กินผลองุ่นสดหรือแห้ง.
อฤธ.
6:4 ตลอดวันเวลาที่เขาแยกตัวออกมานั้น เขาต้องไม่กินผลผลิตที่มาจากต้นองุ่น ไม่ว่าจากเมล็ดหรือเปลือกองุ่น.
อฤธ.
6:5 ตลอดวันเวลาที่เขาได้ปฏิญาณแยกตัวออกมานั้น กอย่าใช้1มีดโกนมาโกนศีรษะของเขา. เขาจะแยกบริสุทธิ์จนถึงสิ้นเวลากำหนดที่เขาได้แยกตัวออกมาถวายแด่พระยะโฮวา และเขาจะต้องปล่อยผมบนศีรษะให้ยาว.
อฤธ.
6:6 กตลอดวันเวลาที่เขาแยกตัวออกมาถวายแด่พระยะโฮวานั้น เขาต้องไม่เข้าใกล้1คนตาย.
อฤธ.
6:7 อย่าให้เขาทำให้ตัวไม่สะอาดเพราะเหตุบิดาหรือมารดา หรือพี่น้องชายหญิงที่ตาย เพราะ1การแยกตัวของเขาออกมาสำหรับพระเจ้านั้นอยู่บนศีรษะของเขา.
อฤธ.
6:8 ตลอดวันเวลาที่เขาแยกตัวออกมานั้น เขาจะแยกบริสุทธิ์ถวายแด่พระยะโฮวา”
อฤธ.
6:9 ถ้ามีคนมาตายอยู่ใกล้ตัว1ในทันทีทันใด ทำให้ศีรษะที่ได้แยกออกมาของเขานั้นเป็นมลทินไป เขาจะต้องโกนศีรษะของเขาในวันที่เขาชำระตัว คือในวันที่เจ็ดนั้นเขาจะกโกนศีรษะ.
อฤธ.
6:10 ใน1วันที่แปด เขาจะนำกนกเขาสองตัวหรือนกพิราบหนุ่มสองตัวไปให้ปุโรหิตที่ประตูกระโจมประชุม.
อฤธ.
6:11 ปุโรหิตจะถวายตัวหนึ่งเป็นเครื่องบูชาไถ่บาป และอีกตัวหนึ่งเป็นเครื่องบูชาเผาเพื่อปกปิดบาปของเขา เพราะเขาได้กระทำบาปเพราะเหตุคนตาย. เขาจะ1แบ่งแยกศีรษะของตนให้บริสุทธิ์ในวันนั้น.
อฤธ.
6:12 ให้เขา1แยกวันเวลาที่เขาแยกตัวออกมานั้นแด่พระยะโฮวา และให้เขานำลูกแกะตัวผู้หนึ่งขวบตัวหนึ่งสำหรับเป็นเครื่องบูชาไถ่การล่วงละเมิด แต่วันเวลาก่อนหน้านั้นจะถือเป็นโมฆะไป เพราะวันเวลาที่เขาแยกตัวออกมานั้นถูกทำให้เป็นมลทินแล้ว.
อฤธ.
6:13 นี่เป็นกฎบัญญัติของนาษารีษเมื่อ1วันเวลาที่เขาได้แยกตัวออกมานั้นกครบกำหนดแล้ว คือเขาจะถูกนำมาที่ประตูกระโจมประชุม
อฤธ.
6:14 และเขาจะนำเครื่องบูชามาถวายแด่พระยะโฮวา คือ1กลูกแกะตัวผู้หนึ่งขวบที่ปราศจากด่างพร้อยหนึ่งตัวเป็นเครื่องบูชาเผา และ2ลูกแกะตัวเมียหนึ่งขวบที่ปราศจากด่างพร้อยหนึ่งตัวเป็นเครื่องบูชาไถ่บาป และ3ขแกะตัวผู้ที่ปราศจากด่างพร้อยหนึ่งตัวเป็นเครื่องบูชาสันติสุข
อฤธ.
6:15 และ1กขนมปังไร้เชื้อหนึ่งกระจาด, ขนมที่ทำด้วยแป้งเนื้อละเอียดผสมกลมกลืนกับน้ำมัน, และขนมปังแผ่นบางไร้เชื้อชโลมด้วยน้ำมัน พร้อมด้วยเครื่องบูชาธัญญาหารและ2ขเครื่องบูชาดื่มที่ถวายคู่กัน.
อฤธ.
6:16 ปุโรหิตจะนำของเหล่านี้มายังเบื้องพระพักตร์พระยะโฮวา และจะถวายเครื่องบูชาไถ่บาปและเครื่องบูชาเผาของเขา.
อฤธ.
6:17 และเขาจะถวายแกะตัวผู้นั้นแด่พระยะโฮวาเป็นสัตวบูชาสำหรับเครื่องบูชาสันติสุข พร้อมด้วยขนมปังไร้เชื้อกระจาดนั้น และปุโรหิตจะถวายเครื่องบูชาธัญญาหารและเครื่องบูชาดื่มคู่กันด้วย.
อฤธ.
6:18 ผู้ที่เป็นนาษารีษนั้นจะ1กโกนศีรษะที่เขาแยกออกมาที่ประตูกระโจมประชุม และให้นำผมของศีรษะที่แยกออกมานั้นใส่ในไฟที่อยู่ใต้เครื่องบูชาสันติสุข.
อฤธ.
6:19 ปุโรหิตจะนำ1ขาหน้าของแกะตัวผู้ที่ต้มแล้ว กับขนมปังไร้เชื้อก้อนหนึ่งออกจากกระจาด และขนมปังแผ่นบางไร้เชื้อแผ่นหนึ่งมาวางไว้ในมือของผู้ที่เป็นนาษารีษหลังจากได้โกนศีรษะที่แยกออกมานั้นแล้ว
อฤธ.
6:20 และปุโรหิตจะนำของเหล่านี้แกว่งไปแกว่งมาสำหรับเป็นกเครื่องบูชาแกว่งต่อเบื้องพระพักตร์พระยะโฮวา. นี่เป็นของที่แยกบริสุทธิ์สำหรับปุโรหิต พร้อมด้วยเนื้ออกของเครื่องบูชาแกว่ง และเนื้อโคนขาของเครื่องบูชายก. หลังจากนั้นผู้ที่เป็นนาษารีษก็ดื่มเหล้าองุ่นได้.
อฤธ.
6:21 นี่เป็นกฎบัญญัติของผู้ที่เป็นนาษารีษที่ได้ปฏิญาณตน และเครื่องบูชาที่เขาถวายแด่พระยะโฮวาในการแยกตัวออกมานั้น และสิ่งอื่นๆ นอกจากนี้ที่เขาได้ถวาย; เขาต้องกระทำตามกฎบัญญัติของการแยกตัวออกมาตามคำปฏิญาณที่เขาได้ปฏิญาณไว้.
6. ได้รับพระพรจากพระเจ้า
6:22–27
6:22–27
อฤธ.
6:22 พระยะโฮวาตรัสแก่โมเซว่า
อฤธ.
6:23 จงกล่าวแก่อาโรนและบุตรชายทั้งหลายของเขาว่า ท่านทั้งหลายจง1กอวยพรแก่ชนชาติอิสราเอลดังนี้ว่า
อฤธ.
6:24 ขอพระยะโฮวาทรง1กอวยพระพรแก่ท่านและขพิทักษ์รักษาท่าน.
อฤธ.
6:25 ขอพระยะโฮวาทรงกระทำให้1กพระพักตร์ของพระองค์2ส่องสว่างแก่ท่านและทรงมีขพระกรุณาคุณต่อท่าน.
อฤธ.
6:26 ขอพระยะโฮวาทรงมี1กสีพระพักตร์แช่มชื่นต่อท่านและประทานขสันติสุขแก่ท่าน.
อฤธ.
6:27 พวกเขาจะตั้งกนามของเราอยู่เหนือชนชาติอิสราเอล และเราจะอวยพรแก่เขาทั้งหลาย.
คำอธิบาย อาฤธโม บทที่ 6
อฤธ.
6:2 1 แปลตามตรงคือ ปฏิญาณอย่างอัศจรรย์. พวกนาษารีษได้รับการแบ่งแยกบริสุทธิ์โดยการปฏิญาณถวายตัวพิเศษเพื่อแบ่งแยกตนเองคืนสู่พระเจ้า. คนที่เป็นปุโรหิตแต่กำเนิดนั้นเป็นไปตามการกำหนดของพระเจ้าและมาจากการริเริ่มของพระเจ้า แต่พวกนาษารีษซึ่งอาศัยการปฏิญาณตัวนั้นได้ถูกแบ่งแยกคืนสู่พระเจ้าโดยตัวเองและมาจากการริเริ่มของตนเอง. พระเจ้าได้ทรงกำหนดครอบครัวหนึ่ง (ครอบครัวของอาโรน) ให้เป็นปุโรหิต จึงทำให้คนอื่นถูกงดเว้นจากโอกาสนี้อย่างสิ้นเชิง. แต่การปฏิญาณตัวของนาษารีษได้เปิดประตูให้พลไพร่ทั้งปวงของพระเจ้ามีโอกาสเท่าเทียมกันที่จะเป็นนักรบ (วนฉ.13:5) หรือเป็นปุโรหิต (1ซมอ.1:11; 2:11) ที่มีชีวิตเป็นอยู่เพื่อพระเจ้าอย่างเด็ดขาด. ผู้ที่ยินดีนั้นล้วนสามารถยึดฉวยโอกาสนี้อย่างกระตือรือร้น. พระประสงค์ของพระเจ้าจะสำเร็จลุล่วงได้นั้นจำเป็นต้องอาศัยความร่วมมือของมนุษย์มาเสริมการกำหนดของพระเจ้าให้ครบถ้วน ดังตัวอย่างของซามูเอลได้ชี้ให้เห็นว่า ซามูเอลเป็นนาษารีษที่ได้สำเร็จการปฏิบัติหน้าที่ของปุโรหิต ซึ่งได้เสริมข้อบกพร่องของเอลีผู้เป็นปุโรหิตที่พระเจ้าทรงกำหนดไว้นั้นให้ครบถ้วน (1ซมอ.1—3).
อฤธ.
6:2 ก ลวต.22:21
อฤธ.
6:2 ข วนฉ.13:5
อฤธ.
6:2 2ข พระเจ้าทรงปรารถนาให้พลไพร่ทั้งปวงของพระองค์เป็นนาษารีษ. การเป็นนาษารีษก็คือเป็นผู้ที่แบ่งแยกบริสุทธิ์ แบ่งแยกออกมาคืนสู่พระเจ้าโดยเด็ดขาดอย่างถี่ถ้วน ซึ่งก็คือมีชีวิตเป็นอยู่เพื่อพระเจ้าเท่านั้น โดยไม่เป็นอยู่เพื่อสิ่งอื่นใดอีก. (เทียบ รม.6:19 คำอธิบาย 2).
ตามแบบเล็ง นาษารีษหนึ่งเดียวในท่ามกลางมนุษยชาติก็คือองค์พระเยซูคริสต์เจ้า. ฉะนั้นนาษารีษจึงเป็นแบบเล็งถึงพระคริสต์ในสภาพมนุษย์ของพระองค์ที่ทรงเป็นอยู่เพื่อพระเจ้าอย่างเด็ดขาด (ยฮ.5:30; ฟป.2:8).
ตามแบบเล็ง นาษารีษหนึ่งเดียวในท่ามกลางมนุษยชาติก็คือองค์พระเยซูคริสต์เจ้า. ฉะนั้นนาษารีษจึงเป็นแบบเล็งถึงพระคริสต์ในสภาพมนุษย์ของพระองค์ที่ทรงเป็นอยู่เพื่อพระเจ้าอย่างเด็ดขาด (ยฮ.5:30; ฟป.2:8).
อฤธ.
6:2 3 ภาษาเฮ็บราย “นาษา” (nazar) คือรากศัพท์ของคำนาม “นาษารีษ.” การแบ่งแยกคืนสู่พระเจ้านั้นอยู่ในด้านลบ ส่วนการแบ่งแยกบริสุทธิ์คืนสู่พระเจ้านั้นอยู่ในด้านบวก. หลังจากการจัดการกับความมลทินทั้งสิ้นและได้ผ่านการทดสอบความบริสุทธิ์แล้ว (บทที่ 5) มนุษย์ก็ควรแบ่งแยกตนเองออกมาและแบ่งแยกตนเองให้บริสุทธิ์กลับคืนสู่พระเจ้า.
อฤธ.
6:3 ก วนฉ.13:5;ลก.1:15;เทียบอมศ.2:12
อฤธ.
6:3 1ก การงดเว้นเหล้าองุ่นและของทั้งปวงที่ทำมาจากเหล้าองุ่น (ข้อ 3–4) เป็นเครื่องหมายเล็งถึงการงดเว้นจากการรับสุขและความบันเทิงต่างๆ ที่เป็นของฝ่ายโลก (เทียบ บพส.104:15; ผปก.10:19) และงดเว้นจากทุกสิ่งที่ก่อให้เกิดการรับสุขและความบันเทิงฝ่ายโลก. นาษารีษเป็นผู้ที่เป็นอยู่เพื่อพระเจ้าโดยเด็ดขาด เป็นผู้ที่แบ่งแยกออกมาจากทุกสิ่งที่เป็นการรับสุขฝ่ายโลกอย่างสิ้นเชิง (เทียบ มธ.8:20; ยก.4:4; 1ยฮ.2:15).
อฤธ.
6:5 ก วนฉ.13:5;16:17; 1ซมอ.1:11; ยอค.44:20; เทียบ 1กธ.11:14
อฤธ.
6:5 1 การไม่โกนศีรษะเป็นเครื่องหมายเล็งถึงการไม่ปฏิเสธฐานะประมุขขององค์พระผู้เป็นเจ้า แต่ต้องนอบน้อมอย่างเด็ดขาด (เทียบ 1กธ.11:3, 6, 10, 15) และต้องนอบน้อมต่อตัวแทนอำนาจทั้งปวงที่พระเจ้าทรงแต่งตั้งขึ้นด้วย (รม.13:1–2ก; อฟ.5:21, 23; 6:1; ฮร.13:17; 1ปต.5:5; เทียบ 5:18 คำอธิบาย 1).
อฤธ.
6:6 ก ข้อ 6–9; เทียบ ลวต.21:1–11; อฤธ.19:11–16
อฤธ.
6:6 1 สิ่งที่น่ารังเกียจที่สุดในสายพระเนตรของพระเจ้าก็คือความตาย. นาษารีษจะต้องไม่แตะต้องสิ่งที่ตายแล้วทุกอย่าง เพื่อเขาจะไม่ถูกทำให้เป็นมลทินไป (ดู ลวต.11:31 คำอธิบาย 2).
อฤธ.
6:7 1 หรือ การแยกตัวออกมาสำหรับพระเจ้าของเขา. นาษารีษไม่ควรทำให้ตัวเป็นมลทิน เพราะการตายของบิดามารดาและญาติสนิท แต่ควรรักษาตัวเองให้คงอยู่ในการแบ่งแยกบริสุทธิ์คืนสู่พระเจ้า. นี่เป็นเครื่องหมายเล็งว่า เราไม่ควรทำให้ตัวเป็นมลทินเพราะความตายที่มาจากอารมณ์ฝ่ายธรรมชาติ แต่ควรรักษาตัวให้สะอาดหมดจดในการแบ่งแยกบริสุทธิ์ (เทียบ มธ.12:46–50). ความมลทินของความตายจะทำให้การปฏิญาณตัวเป็นนาษารีษของเรานั้นเป็นโมฆะไป.
อฤธ.
6:9 1 หากศีรษะที่แยกออกมาของนาษารีษนั้นถูกทำให้เป็นมลทินไป เพราะมีคนมาตายอยู่ใกล้ตัวในทันทีทันใด เขาจะต้องชำระตัวให้สะอาดโดยการโกนศีรษะในวันที่เจ็ด (วันสุดท้ายที่แยกตัวออกมา — กจ.21:27). นี่บ่งชี้ว่าหากเราถูกทำให้เป็นมลทินเพราะเหตุความตายที่เหนือการคาดหมาย เราก็ควรจะชำระตัวให้สะอาดโดยการแบ่งแยกตัวเองคืนสู่องค์พระผู้เป็นเจ้าอีกครั้งหนึ่ง.
อฤธ.
6:9 ก ลวต.14:9; อฤธ.6:18; กจ.18:18; 21:24
อฤธ.
6:10 1 วันแรกของสัปดาห์ใหม่เป็นเครื่องหมายเล็งถึงวันแห่งการเป็นขึ้น (ยฮ.20:1). ในวันที่แปด นาษารีษจะต้องมีการเริ่มต้นใหม่โดยการนำนกเขาสองตัวหรือนกพิราบหนุ่มสองตัวมาให้ปุโรหิต และปุโรหิตจะถวายตัวหนึ่งเป็นเครื่องบูชาไถ่บาป (ลวต.4) และอีกตัวหนึ่งเป็นเครื่องบูชาเผา (ลวต.1) เพื่อปกปิดบาปของเขา (ข้อ 10–11). นี่เป็นเครื่องหมายเล็งว่าในการเป็นขึ้นนั้น เราควรนำพระคริสต์มาถวายเป็นทั้งเครื่องบูชาไถ่บาปและเครื่องบูชาเผาเพื่อเราจะได้รับการอภัยโดยการไถ่ของพระองค์ (อฟ.1:7).
อฤธ.
6:10 ก ลวต.5:7; 14:22; 15:14
อฤธ.
6:11 1 การที่นาษารีษแบ่งแยกศีรษะของตนให้บริสุทธิ์นั้นหมายความว่าเขามีการมอบถวายครั้งใหม่เพื่อจะนอบน้อมอยู่ภายใต้อำนาจแห่งความเป็นประมุข.
อฤธ.
6:12 1 นี่เป็นการปฏิญาณถวายตัวครั้งใหม่ของนาษารีษเพื่อที่จะแบ่งแยกตนเองคืนสู่พระเจ้าอีกครั้งหนึ่ง. ด้วยเหตุนี้ เขาจึงต้องนำลูกแกะตัวหนึ่งมาเป็นเครื่องบูชาไถ่การล่วงละเมิด. การที่เขาล้มเหลวในเรื่องการปฏิญาณตัวนั้นเป็นความบาป ดังนั้นเขาจึงต้องการเครื่องบูชาไถ่บาป (ข้อ 10–11). เขายังได้แตะต้องของที่ตายแล้ว ซึ่งความผิดนี้เป็นการล่วงละเมิด ดังนั้นเขาจึงต้องการเครื่องบูชาไถ่การล่วงละเมิดด้วย. เมื่อการแบ่งแยกออกมาของเราก่อนหน้านั้นถูกทำให้เป็นโมฆะ เราก็ควรแบ่งแยกตนเองคืนสู่พระเจ้าอีกครั้งหนึ่งโดยการยึดพระคริสต์เป็นเครื่องบูชาไถ่การล่วงละเมิดของเรา.
อฤธ.
6:13 1 การแบ่งแยกออกมาของนาษารีษดำเนินต่อเนื่องเป็นเวลา 7 วัน (กจ.21:27) ซึ่งเป็นช่วงเวลาที่ครบถ้วน กระทั่งหมายถึงตลอดชีวิต (เทียบ 1กธ.5:8 คำอธิบาย 1). เครื่องบูชาแต่ละประเภทที่นาษารีษนำมาถวายแด่พระเจ้านั้นล้วนเป็นแบบเล็งถึงพระคริสต์. การรับสุขพระคริสต์เป็นเครื่องบูชาเหล่านี้บ่งชี้ถึงการมีชัยชนะต่ออารมณ์ฝ่ายธรรมชาติ, ความบันเทิงฝ่ายโลก, การกบฏ, และความตาย. (ดู ข้อ 3 คำอธิบาย 1 จนถึงข้อ 7 คำอธิบาย 1)
อฤธ.
6:13 ก กจ.21:26
อฤธ.
6:14 ก ลวต.9:3; 23:12
อฤธ.
6:14 1ก ในที่นี้ คำว่า “ลูกแกะ” เป็นเครื่องหมายเล็งถึงความอ่อนโยน, “ตัวผู้” เป็นเครื่องหมายเล็งถึงความแข็งแรง, “หนึ่งขวบ” เป็นเครื่องหมายเล็งถึงความใหม่สด, “ปราศจากด่างพร้อย” ในที่นี้เป็นเครื่องหมายเล็งว่าไม่มีจุดบกพร่อง. ลูกแกะตัวนี้ที่เป็นเครื่องบูชาเผาเป็นแบบเล็งว่าพระคริสต์ทรงเป็นเครื่องบูชาเผาของเรา ทำให้พระเจ้าทรงยินดีรับเราไว้ในพระองค์ และให้เรามีชีวิตเป็นอยู่ต่อพระเจ้าโดยพระองค์ (ดูคำอธิบายที่เกี่ยวกับเครื่องบูชาเผาใน ลวต.1). ในขณะที่ถวายเครื่องบูชาเผานั้น ผู้ถวายเครื่องบูชาจะวางมือบนตัวของเครื่องบูชา (ลวต.1:4) ดังนั้นจึงทำให้ตัวเองประสานสนิทกับเครื่องบูชาและกลายเป็นหนึ่งกับเครื่องบูชา. นี่เป็นเครื่องหมายเล็งว่าสิ่งที่เราถวายไม่เพียงเป็นพระคริสต์เท่านั้น แต่ยังเป็นตัวเราเองที่ได้ประสานสนิทกับพระคริสต์อีกด้วย. การครบวันทั้งหลายที่นาษารีษได้แบ่งแยกออกมานั้นไม่ได้เป็นเครื่องหมายเล็งถึงการสิ้นสุด แต่เป็นเครื่องหมายเล็งถึงการเริ่มต้นของการดำเนินชีวิตแห่งเครื่องบูชาเผา ซึ่งเป็นการดำเนินชีวิตที่เป็นอยู่เพื่อพระเจ้าอย่างเด็ดขาด, สมบูรณ์, และสิ้นเชิง.
อฤธ.
6:14 2 ลูกแกะตัวเมียในที่นี้เป็นเครื่องหมายเล็งถึงการนอบน้อม. นี่เป็นแบบเล็งว่าพระคริสต์ในฐานะเครื่องบูชาไถ่บาปของเราทรงทำให้เราได้รับการไถ่. เนื่องจากเรายังอยู่ในสิ่งทรงสร้างเก่า ดังนั้นในการเริ่มต้นแห่งการดำเนินชีวิตของนาษารีษนั้น เราจึงต้องการการไถ่ของพระเจ้าซึ่งได้ทรงกระทำสำเร็จในพระคริสต์ (ฮร.9:12).
อฤธ.
6:14 ข ลวต.9:4, 18
อฤธ.
6:14 3ข แกะตัวผู้ในที่นี้เป็นเครื่องหมายเล็งถึงความเข้มแข็งที่มีเพื่อการรับสุข. นี่เป็นแบบเล็งว่าพระคริสต์ในฐานะเครื่องบูชาสันติสุขของเรานั้นทรงทำให้เรากับพระเจ้ารับสุขซึ่งกันและกันในการสามัคคีธรรมแห่งสันติสุข. ผลลัพธ์ของเครื่องบูชาเผาและเครื่องบูชาไถ่บาปก็คือเครื่องบูชาสันติสุขนั่นเอง (เทียบ ลวต.7:37 คำอธิบาย 2).
อฤธ.
6:15 ก อซด.29:2; ลวต.2:4
อฤธ.
6:15 1ก ในข้อนี้คำว่า “ขนมปัง” (bread) เป็นเครื่องหมายเล็งถึงการก่อร่าง, “ไร้เชื้อ” เป็นเครื่องหมายเล็งถึงไม่มีบาป, “หนึ่งกระจาด” เป็นเครื่องหมายเล็งถึงความบริบูรณ์, “ขนม” (cake) เป็นเครื่องหมายเล็งถึงการก่อร่างอย่างสมบูรณ์ยิ่งขึ้น, “แป้ง” เป็นเครื่องหมายเล็งถึงพระคริสต์ผู้ถูกบดขยี้ในสภาพมนุษย์ของพระองค์, “ละเอียด” เป็นเครื่องหมายเล็งถึงความสม่ำเสมอและความสมดุล, “ผสมกลมกลืนกับน้ำมัน” เป็นเครื่องหมายเล็งถึงการผสมกลมกลืนกับพระวิญญาณบริสุทธิ์ (สภาพพระเจ้า), “ขนมปังแผ่นบาง” เป็นเครื่องหมายเล็งถึงง่ายสำหรับรับประทาน, “ชโลม” เป็นเครื่องหมายเล็งถึงเทลงมา, “เครื่องบูชาธัญญาหาร” เป็นเครื่องหมายเล็งถึงอาหารที่แยกบริสุทธิ์, และ “เครื่องบูชาดื่ม” เป็นเครื่องหมายเล็งถึงเครื่องดื่มที่แยกบริสุทธิ์ซึ่งถวายแด่พระเจ้า. ทั้งหมดนี้เป็นแบบเล็งถึงพระคริสต์ผู้ทรงถวายตัวพระองค์เองแด่พระเจ้าในสภาพมนุษย์พร้อมด้วยสภาพพระเจ้าของพระองค์เพื่อเรา ทรงมาเป็นอาหารสำหรับพระเจ้ากับเราและเป็นเครื่องดื่มที่แยกบริสุทธิ์สำหรับพระเจ้าด้วย.
อฤธ.
6:15 ข อซด.29:41; อฤธ.15:4–10
อฤธ.
6:15 2ข ดู ลวต.23:13 คำอธิบาย 2
อฤธ.
6:18 ก กจ.21:24; เทียบ กจ.18:18
อฤธ.
6:18 1ก การโกนศีรษะไม่ได้หมายความว่านาษารีษจะละทิ้งฐานะประมุขและยอมแพ้ต่อการนอบน้อม. นาษารีษได้ถวายเครื่องบูชาเผาแล้ว (ข้อ 14) นั่นเป็นการปฏิญาณตัวต่อพระเจ้าแล้วว่าเขาจะดำเนินชีวิตที่ได้แบ่งแยกออกมาอย่างต่อเนื่องตลอดทั้งชีวิต.
อฤธ.
6:19 1 ในข้อ 19–20 ขาหน้า (แปลตามตรงคือ ไหล่) เป็นเครื่องหมายเล็งถึงกำลังในการแบกรับ, การแกว่งเป็นเครื่องหมายเล็งถึงการถวายที่อยู่ในการเป็นขึ้น, อกเป็นเครื่องหมายเล็งถึงความรักในการโอบกอด, เครื่องบูชาแกว่งเป็นเครื่องหมายเล็งถึงการเป็นขึ้น, ส่วนเครื่องบูชายกเป็นเครื่องหมายเล็งถึงการเสด็จสู่สวรรค์. ประเด็นทั้งหมดที่กล่าวมาในข้างต้นล้วนชี้ถึงด้านต่างๆ ของพระคริสต์. แบบเล็งในที่นี้เป็นเครื่องหมายเล็งว่าในการเป็นขึ้นและการเสด็จสู่สวรรค์ของพระองค์นั้น พระคริสต์จะนำตัวของพระองค์เอง ซึ่งเป็นการหล่อเลี้ยงแห่งชีวิตในด้านต่างๆ มาหล่อเลี้ยงแก่ผู้เชื่อที่ได้แบ่งแยกออกมาโดยการปฏิญาณตัวเป็นนาษารีษ และได้กลายเป็นผู้ที่ปรนนิบัติพระเจ้า.
อฤธ.
6:20 ก อซด.29:24, 26–27; อฤธ.5:25
อฤธ.
6:23 ก ลวต.9:22; พบญ.21:5; 1คนก.23:13
อฤธ.
6:23 1ก คำอวยพรในข้อ 23–27 นั้นเรียงอยู่หลังจากการจัดการกับความมลทิน (5:1–10), การทดสอบความบริสุทธิ์ (5:11–31), และการปฏิญาณตัวของนาษารีษ (ข้อ 1–21). คำอวยพรซึ่งเหมือนกับคำอวยพรใน 2กธ.13:14 นี้ไม่ใช่พระพรทางภายนอกที่เป็นของฝ่ายวัตถุ แต่เป็นพระพรอันนิรันดร์ของพระเจ้าตรีเอกภาพ ซึ่งก็คือพระเจ้าตรีเอกภาพที่ทรงแจกจ่ายตัวของพระองค์เองในตรีเอกภาพอันศักดิ์สิทธิ์ของพระองค์เข้าสู่เราเพื่อเป็นการรับสุขของเรา. พระพรเพียงหนึ่งเดียวในทั่วทั้งจักรวาลนี้ก็คือพระเจ้าตรีเอกภาพนั่นเอง และพระพรนี้มาถึงเราได้โดยการแจกจ่ายของพระองค์ผู้ศักดิ์สิทธิ์เข้าสู่เราโดยอยู่ในตรีเอกภาพอันศักดิ์สิทธิ์ของพระองค์ คือในพระบิดา, พระบุตร, และพระวิญญาณบริสุทธิ์. เอเฟโซบทที่ 1 บันทึกถึงการที่พระเจ้าตรีเอกภาพทรงอวยพระพรมนุษย์ที่พระองค์ได้ทรงเลือกสรร, ไถ่ไว้, และเปลี่ยนแปลงในตรีเอกภาพอันศักดิ์สิทธิ์ของพระองค์ เพื่อก่อกำเนิดคริสตจักรที่เป็นพระกายของพระคริสต์ ซึ่งก็คือความบริบูรณ์ของพระองค์ผู้ทรงเติมเต็มสารพัดในสารพัด (ดูคำอธิบายใน อฟ.1). กรุงเยรูซาเล็มใหม่ซึ่งเป็นการสำเร็จสุดยอดแห่งบทบันทึกของพระคัมภีร์ทั้งเล่ม ก็คือการผสมกลมกลืนระหว่างพระเจ้าที่อยู่ในตรีเอกภาพอันศักดิ์สิทธิ์ของพระองค์ (พระบิดา, พระบุตร, พระวิญญาณ) กับมนุษย์ที่พระองค์ได้ทรงเลือกสรร, ไถ่ไว้, เปลี่ยนแปลง, และได้รับสง่าราศี เพื่อเป็นพระพรอันนิรันดร์ของเขา. พระพรเช่นนี้เป็นการสำเร็จเป็นจริงของพระพรที่พระเจ้าได้ทรงอวยพรแก่ชนชาติอิสราเอลในอาฤธโมบทที่ 6.
“ขอพระยะโฮวาทรงอวยพรแก่ท่านและปกป้องรักษาท่าน” (ข้อ 24) มีความเกี่ยวข้องกับพระบิดา. “ขอพระยะโฮวาทรงกระทำให้พระพักตร์ของพระองค์ส่องสว่างแก่ท่านและทรงมีพระกรุณาคุณต่อท่าน” (ข้อ 25) มีความเกี่ยวข้องกับพระบุตร. “ขอพระยะโฮวาทรงมีสีพระพักตร์แช่มชื่นต่อท่านและประทานสันติสุขแก่ท่าน” (ข้อ 26) มีความเกี่ยวข้องกับพระวิญญาณบริสุทธิ์. พระบิดาประทานพระพรแก่เรา, พระบุตรทรงส่องสว่างแก่เรา, และพระวิญญาณบริสุทธิ์ทรงมีสีพระพักตร์แช่มชื่นต่อเรา. ในที่สุดเราก็จะได้รับการปกป้องรักษา, พระคุณ, และสันติสุข.
“ขอพระยะโฮวาทรงอวยพรแก่ท่านและปกป้องรักษาท่าน” (ข้อ 24) มีความเกี่ยวข้องกับพระบิดา. “ขอพระยะโฮวาทรงกระทำให้พระพักตร์ของพระองค์ส่องสว่างแก่ท่านและทรงมีพระกรุณาคุณต่อท่าน” (ข้อ 25) มีความเกี่ยวข้องกับพระบุตร. “ขอพระยะโฮวาทรงมีสีพระพักตร์แช่มชื่นต่อท่านและประทานสันติสุขแก่ท่าน” (ข้อ 26) มีความเกี่ยวข้องกับพระวิญญาณบริสุทธิ์. พระบิดาประทานพระพรแก่เรา, พระบุตรทรงส่องสว่างแก่เรา, และพระวิญญาณบริสุทธิ์ทรงมีสีพระพักตร์แช่มชื่นต่อเรา. ในที่สุดเราก็จะได้รับการปกป้องรักษา, พระคุณ, และสันติสุข.
อฤธ.
6:24 ก บพส.134:3
อฤธ.
6:24 1ก พระบิดาประทานพรแก่เราในทุกด้านและทุกวิถีทางในความรักของพระองค์นั้น (เทียบ อฟ.1:3) และพระองค์ก็ทรงพิทักษ์รักษาเราในทุกด้านและทุกวิถีทางในฤทธิ์เดชของพระองค์ด้วย (เทียบ ยฮ.17:11, 15; 1ปต.1:5).
อฤธ.
6:24 ข บพส.121:3–8;1ปต.1:5; ยด.24
อฤธ.
6:25 ก บพส.17:15; 31:16; 67:1; 80:3, 7, 19; 119:135; ดนอ.9:17; วว.22:4; เทียบ 1ปต.3:12
อฤธ.
6:25 1ก คำว่า “พระพักตร์” ในที่นี้เป็นเครื่องหมายเล็งถึงการสถิตอยู่ด้วย. พระคริสต์พระบุตรผู้ทรงกระทำให้พระพักตร์ของพระองค์ส่องสว่างแก่เรานั้นก็คือการสถิตอยู่ที่มองเห็นได้ของพระเจ้าผู้ไม่ประจักษ์แก่ตา (เทียบ ยฮ.14:7–9). แม้พระเจ้าและการสถิตอยู่ของพระองค์นั้นไม่ประจักษ์แก่ตา แต่โดยการกลายเป็นเนื้อหนังของพระองค์ พระองค์จึงกลายเป็นแสงตะวันที่สาดส่อง (ลก.1:78; เทียบ มธ.4:16; ยฮ.8:12). แสงตะวันที่สาดส่องนี้ก็คือการสถิตอยู่ของพระเจ้าผู้ไม่ประจักษ์แก่ตาที่กลายเป็นสิ่งที่มองเห็นได้.
อฤธ.
6:25 2 การที่พระพักตร์ของพระยะโฮวาทรงส่องสว่างแก่เรา อีกทั้งมีพระกรุณาคุณแก่เรานั้นเท่ากับการกลายเป็นเนื้อหนังของพระเจ้าที่ได้กลายเป็นการส่องสว่างแห่งการสถิตอยู่ของพระองค์. สิ่งที่มาพร้อมกับการส่องสว่างนี้ก็คือพระคุณ (ยฮ.1:14, 16–17). องค์พระผู้เป็นเจ้าทรงมีพระกรุณาคุณแก่เรานั้นหมายความว่าพระองค์ทรงเป็นพระคุณต่อเราอย่างต่อเนื่องไม่ขาดสาย. พระคุณนี้ก็คือพระคุณของพระคริสต์ (2กธ.13:14ก) ซึ่งแท้ที่จริงแล้วก็คือตัวของพระคริสต์นั่นเอง.
อฤธ.
6:25 ข อซด.33:19
อฤธ.
6:26 ก บพส.4:6; 42:5; 44:3; 89:15
อฤธ.
6:26 1ก แปลตามตรงคือ เงยสีหน้าขึ้นต่อท่าน. หน้า (ข้อ 25) ชี้ถึงการอยู่ด้วยของคนๆ หนึ่ง ส่วนสีหน้าชี้ถึงการแสดงออกของคนๆ นั้น. การเงยสีหน้าขึ้นต่อคนผู้หนึ่ง หมายถึงการยืนยัน, ค้ำประกัน, ให้คำมั่นสัญญาต่อผู้นั้น, และนำทุกสิ่งมอบแก่เขา. พระเยซูผู้ทรงเป็นพระบุตรนั้นเสด็จมาในฐานะพระพักตร์ของพระเจ้า (ข้อ 25 คำอธิบาย 1) ส่วนพระวิญญาณบริสุทธิ์เสด็จมาในฐานะสีพระพักตร์ของพระเจ้า (เทียบ อฟ.4:30). ในขณะที่พระเจ้าตรีเอกภาพทรงแจกจ่ายเข้าสู่เรา เราก็มีพระพักตร์ของพระเจ้าตรีเอกภาพและก็มีสีพระพักตร์ของพระองค์ด้วย. สุดท้ายแล้วเราก็ได้รับการพิทักษ์รักษาไว้ในพระเจ้าตรีเอกภาพ, พระเจ้าตรีเอกภาพทรงกลายเป็นพระคุณต่อเรา, และเราก็มีสันติสุข.
อฤธ.
6:26 ข บพส.29:11; ยซย.26:12; 57:19; 2ธซ.3:16
อฤธ.
6:27 ก พบญ.28:10; 2คนก.7:14; ดนอ.9:18–19