อาฤธโม บทที่ 36
(5) บทบัญญัติที่ก้าวไปอีกขั้นหนึ่งเกี่ยวกับผู้หญิงในท่ามกลางอิสราเอลที่รับแผ่นดินงามเป็นมรดก
36:1–13
36:1–13
อฤธ.
36:1 หัวหน้าวงศ์วานครอบครัวลูกหลานของกฆีละอาด ผู้เป็นบุตรมาคีรผู้เป็นบุตรมะนาเซ ซึ่งอยู่ในครอบครัวทั้งหลายของลูกหลานโยเซฟนั้นได้เข้ามาใกล้และกล่าวต่อหน้าโมเซและบรรดาผู้นำ คือหัวหน้าวงศ์วานของชนชาติอิสราเอลว่า
อฤธ.
36:2 พระยะโฮวาทรงบัญชาเจ้านายของข้าพเจ้าให้ยกแผ่นดินเป็นมรดกให้แก่ชนชาติอิสราเอลโดยการกจับฉลาก และเจ้านายของข้าพเจ้าได้รับพระบัญชาจากพระยะโฮวาให้ยกมรดกของขเซโลเฟหัดพี่น้องของเราให้แก่บุตรีทั้งหลายของเขา.
อฤธ.
36:3 แต่ถ้าพวกเธอ1แต่งงานกับบุตรชายของชนชาติอิสราเอลที่อยู่ในเผ่าอื่น มรดกของพวกเธอก็จะถูกตัดออกจากมรดกของบรรพบุรุษของเรา และไปเพิ่มให้กับมรดกของเผ่าที่เธอไปอยู่นั้น เช่นนี้มรดกส่วนนั้นก็จะถูกตัดออกจากมรดกที่พวกเราจับฉลากได้นั้น.
อฤธ.
36:4 และเมื่อกปีแห่งความยินดีของชนชาติอิสราเอลมาถึง มรดกของพวกเธอก็จะถูกเพิ่มให้กับมรดกของเผ่าที่เธอไปอยู่ด้วยนั้น เช่นนี้มรดกของพวกเธอก็จะถูกตัดออกจากมรดกของเผ่าบรรพบุรุษของเรา.
อฤธ.
36:5 โมเซได้บัญชาชนชาติอิสราเอลตามคำของพระยะโฮวาว่า ลูกหลานเผ่าของโยเซฟพูดถูกต้องแล้ว.
อฤธ.
36:6 คำที่พระยะโฮวาได้ทรงบัญชาว่าด้วยบุตรีทั้งหลายของเซโลเฟหัดเป็นดังนี้ ให้พวกเธอ1แต่งงานกับผู้ที่พวกเธอเห็นว่าดีที่สุด แต่ต้องแต่งงานกับผู้อยู่ในครอบครัวเผ่าของบิดาของพวกเธอเท่านั้น.
อฤธ.
36:7 กดังนี้แหละมรดกของชนชาติอิสราเอลก็จะไม่โยกย้ายจากเผ่าหนึ่งไปให้อีกเผ่าหนึ่ง เพราะว่าชนชาติอิสราเอลแต่ละคนจะต้อง1ยึดติดอยู่กับมรดกของเผ่าบรรพบุรษของตน.
อฤธ.
36:8 และกบุตรีทุกคนผู้รับมรดกในเผ่าใดๆ ของชนชาติอิสราเอล ก็ให้1แต่งงานกับคนในครอบครัวเผ่าบิดาของตน เพื่อชนชาติอิสราเอลแต่ละคนจะได้รับมรดกแห่งบิดาของเขา.
อฤธ.
36:9 กดังนี้แหละมรดกก็จะไม่โยกย้ายจากเผ่าหนึ่งไปให้เผ่าหนึ่ง เพราะว่าชนชาติอิสราเอลแต่ละคนจะต้องยึดติดอยู่กับมรดกของตน.
อฤธ.
36:10 พระยะโฮวาได้ทรงบัญชาโมเซอย่างไร บุตรีทั้งหลายของเซโลเฟหัดก็ได้กระทำอย่างนั้น.
อฤธ.
36:11 ด้วยว่ามาฮะลา, ธิระซา, ฮัฆลา, มิลคา, และโนอา ซึ่งเป็นบุตรีของกเซโลเฟหัดนั้นก็ได้แต่งงานกับบุตรชายของลุงของพวกเธอ.
อฤธ.
36:12 พวกเธอแต่งงานเข้าสู่ครอบครัวทั้งหลายของลูกหลานมะนาเซ ผู้เป็นบุตรโยเซฟ และมรดกของพวกเธอก็ยังคงอยู่ในเผ่าครอบครัวบรรพบุรุษของเธอ.
อฤธ.
36:13 นี่เป็นคำบัญชาและกฎเกณฑ์ซึ่งพระยะโฮวาได้ทรงบัญชาแก่ชนชาติอิสราเอลผ่านโมเซ ณ ที่ราบโมอาบริม1แม่น้ำจอร์แดนตรงข้ามเมืองยะริโฮ.
คำอธิบาย อาฤธโม บทที่ 36
อฤธ.
36:1 ก อฤธ.26:29
อฤธ.
36:2 ก อฤธ.26:55; 33:54
อฤธ.
36:2 ข อฤธ.27:1, 7; ยฮซ.17:3, 4
อฤธ.
36:3 1 แปลตามตรงคือ กลายเป็นภรรยาสำหรับบุตรชายของชนชาติอิสราเอล. มีความหมายเดียวกันนี้ตลอดทั้งบท.
อฤธ.
36:4 ก ลวต.25:10
อฤธ.
36:6 1 พระเจ้าทรงยินยอมให้บุตรีทั้งหลายแต่งงานตามความรักชอบของเธอเอง แต่ขอให้อยู่ในครอบครัวเผ่าของบิดาของพวกเธอเท่านั้น. กรณีนี้บ่งชี้ว่าแม้องค์พระผู้เป็นเจ้าจะทรงให้เสรีภาพแก่เรา แต่เสรีภาพนี้จะต้องถูกใช้อยู่ในข้อจำกัด คืออยู่ในขอบเขตแห่งวินัยของพระเจ้า (เทียบ ฆต.5:13).
อฤธ.
36:7 ก อฤธ.36:9
อฤธ.
36:7 1 นี่เป็นเครื่องหมายเล็งว่าพระคริสต์ผู้เป็นมรดกของเรานั้นไม่เพียงไม่สามารถโยกย้ายได้เท่านั้น แต่เรายังควรยึดติดกับพระองค์ผู้เป็นมรดกนี้ด้วย. ในหลักการแล้ว การที่ผู้เชื่อไปแต่งงานกับผู้ที่ไม่เชื่อนั้นก็คือการโยกย้ายพระคริสต์ผู้เป็นมรดกนั่นเอง (เทียบ 2กธ.6:14). เทียบ 27:7 คำอธิบาย 1.
อฤธ.
36:8 ก 1คนก.23:22
อฤธ.
36:8 1 การแต่งงานระหว่างมาเรียมารดาขององค์พระเยซูเจ้ากับโยเซฟนั้นอาจจะเป็นการแต่งงานที่ทำให้บทบัญญัตินี้สำเร็จเป็นจริง (ดู มธ.1:16 คำอธิบาย 1). ดังนั้นแท้จริงแล้ว พระเจ้าทรงกำหนดบทบัญญัติในบทนี้ไว้สำหรับการกลายเป็นเนื้อหนังของพระคริสต์. พระคัมภีร์ทุกข้อล้วนเปิดเผยถึงพระคริสต์ และเป็นบทบันทึกถึงพระคริสต์ทั้งทางตรงและทางอ้อม (ลก.24:27, 44). เมืองลี้ภัยในบทที่ 35 เป็นแบบเล็งถึงพระคริสต์ และการจัดการกับปัญหาเกี่ยวกับมรดกในบทที่ 36 ก็มีความเกี่ยวข้องกับพระคริสต์. หากพระคริสต์ไม่ได้ทรงกลายเป็นเนื้อหนัง พระองค์ก็ไม่สามารถกลายเป็นเมืองลี้ภัยสำหรับมนุษยชาติได้. ดังนั้นในแง่หนึ่ง เมืองลี้ภัยในบทที่ 35 จึงขึ้นอยู่กับบทบัญญัติในบทที่ 36 ด้วย.
อฤธ.
36:9 ก อฤธ.36:7
อฤธ.
36:11 ก อฤธ.27:1; ยฮซ.17:3
อฤธ.
36:13 1 หนังสือเอ็กโซโด, เลวีติโก, และอาฤธโมนั้นเป็นภาพบรรยายในด้านแบบเล็งว่าพระเจ้าทรงต้องการที่จะให้คนกลุ่มหนึ่งที่ได้รับความรอดและมุ่งหน้ากับพระองค์มารับสุขพระคริสต์ของพระเจ้า, มารับการเปิดเผยของพระองค์, และถูกก่อสร้างร่วมกับพระองค์ผู้เป็นพระเจ้าตรีเอกภาพที่ผ่านขั้นตอน เพื่อพวกเขาจะถูกจัดตั้งขึ้นเป็นกองทัพฝ่ายปุโรหิตมาเดินทางร่วมกับพระองค์และสู้รบร่วมกับพระองค์. หนังสือเหล่านี้ยังแสดงให้เห็นว่าพลไพร่ของพระเจ้าจำต้องได้รับการตีสอนโดยต้องผ่านความยากลำบากบางประการและตกอยู่ภายใต้อุปสรรคในรูปแบบต่างๆ. ใน อซด.12—14 ชนชาติอิสราเอลในฐานะพลไพร่ของพระเจ้านั้นได้รับการไถ่ให้พ้นจากการพิพากษาของพระเจ้าโดยเทศกาลปัศคาและถูกช่วยให้รอดจากอียิปต์โดยฤทธิ์เดชแห่งการช่วยให้รอดของพระเจ้าตรีเอกภาพ. จากนั้นพวกเขาก็ได้รับสุขการจัดเตรียมฝ่ายสวรรค์และการดูแลอันศักดิ์สิทธิ์ในช่วงเริ่มต้นระหว่างการเดินทางในป่ากันดาร (อซด.15—17). ใน อซด.19—40 และ ลวต.1—27 พวกเขาได้รับการเปิดเผยอันศักดิ์สิทธิ์และการฝึกฝนในการรู้จักพระเจ้า, ถูกก่อสร้างเข้าด้วยกันกับพระเจ้าในฐานะที่ประทับของพระองค์บนแผ่นดินโลกนี้เพื่อการสำแดงและพยานของพระองค์, และถูกก่อสร้างเป็นระบบกลุ่มปุโรหิตเพื่อการปรนนิบัติอันศักดิ์สิทธิ์. เรื่องราวทั้งหมดนี้เกิดขึ้นที่เชิงเขาซีนาย ที่ซึ่งพลไพร่ได้รับกฎบัญญัติ ซึ่งเป็นภาพบรรยายถึงสิ่งที่พระเจ้าทรงเป็นในคุณลักษณะของพระองค์. หนังสืออาฤธโมได้บันทึกว่าพลไพร่ที่พระเจ้าทรงเลือกสรรและไถ่ไว้นั้นได้ถูกจัดตั้งขึ้นเป็นกองทัพฝ่ายปุโรหิตเพื่อเดินทางร่วมกับพระเจ้าและสู้รบร่วมกับพระเจ้า เพื่อสิทธิประโยชน์ของพระเจ้าบนแผ่นดินโลกได้อย่างไร (บทที่ 1—4; 9:15—10:36; 12:16; 20:1—21:35; 31:1–54; 33:1–49). ในอาฤธโม ชนชาติอิสราเอลยังได้ผ่านอุปสรรค, การทดลอง, และการตีสอนมากมายเพื่อมาชำระพวกเขาให้บริสุทธิ์. ท้ายที่สุดในบทที่ 32 และ 33:50—36:13 พลไพร่ของพระเจ้าก็ได้รับการจัดแจงล่วงหน้าในการแบ่งแผ่นดินงามที่ทรงสัญญาไว้. หลังจากที่ผ่านเรื่องราวทั้งหมดก่อนหน้านี้มาแล้ว พลไพร่ที่พระเจ้าทรงเลือกสรรและไถ่ไว้นั้นก็พร้อมที่จะข้ามแม่น้ำจอร์แดน, เข้าไปในคะนาอัน, ล้างผลาญผู้ที่อาศัยในดินแดนนั้น, และครอบครองแผ่นดินงามที่พระเจ้าผู้สัตย์ซื่อทรงสัญญาไว้ (ยฮซ.1:2–3). นอกจากยะโฮซูอะและคาเล็บแล้ว ผู้ที่มีคุณสมบัติที่จะเข้าครอบครองดินแดนนั้นล้วนเป็นคนหนุ่ม เป็นคนชั่วอายุที่สองของคนเหล่านั้นที่ออกมาจากอียิปต์. คนหนุ่มในชั่วอายุนี้ได้รับสิทธิประโยชน์ทั้งหมดที่คนชั่วอายุแรกได้ประสบการณ์มา. เนื่องจากพวกเขามีมรดกที่อุดมสมบูรณ์และเบื้องหลังที่เข้มแข็ง พวกเขาจึงมีคุณสมบัติที่จะถูกจัดตั้งขึ้นเป็นกองทัพ เพื่อที่จะร่วมสู้รบกับพระเจ้า และสู้รบเพื่อพระเจ้ามาทำให้แผนการบริหารของพระองค์สำเร็จครบถ้วน. ประวัติศาสตร์ของชนชาติอิสราเอลนี้เป็นแบบเล็งที่ครบบริบูรณ์ของประวัติศาสตร์ของคริสตจักรที่มาทำให้แผนการบริหารที่นิรันดร์ของพระเจ้าสำเร็จครบถ้วนในการเข้าสนิทอันลับลึกกับพระคริสต์ผู้ครอบคลุมสรรพสิ่ง ผู้เป็นการแปรสภาพเป็นรูปธรรมของพระเจ้าตรีเอกภาพที่ผ่านขั้นตอนและทำการแจกจ่าย (1กธ.5:6–8; 10:1–13; ฮร.3:7—4:13). ดู พบญ.1:1 คำอธิบาย 1.